ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 30 : คู่หมั้นคู่หมาย

ชื่อตอน : บทที่ 30 : คู่หมั้นคู่หมาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ย. 2560 16:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 30 : คู่หมั้นคู่หมาย
แบบอักษร


บทที่ 30 คู่หมั้นคู่หมาย



ภายในห้องพักขนาดกลางของโรงแรมย่านชานเมืองถูกเปลี่ยนให้เป็นห้องแต่งตัวสำหรับผู้จับจองชั่วคราว แสงแดดช่วงเวลาเจ็ดโมงเช้าเริ่มแผ่รัศมีฉายความอบอุ่นแรกของวันให้ส่องผ่านเข้ามาผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่มีเพียงผ้าม่านสีขาวโปร่งเบาบางปิดเอาไว้พอบังสายตาจากข้างนอกทำให้มองเห็นข้าวของอุปกรณ์เครื่องแต่งตัวมากมายวางระเกะระกะเพื่อความง่ายในการหยิบใช้สอย


และแค่มองแวบเดียวก็ย่อมรู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ที่นี่กำลังจะมีงานอะไร...


เครื่องประดับสีสวยแวววาวอยู่ในกล่องถูกเปิดรอการนำไปสวมใส่ รองเท้าส้นสูงสีขาวที่ทำให้เจ้าของสูงสง่าชวนจับตามอง อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมและใบหน้าวางอยู่หน้ามากมายจนหญิงสาวได้แต่นั่งจ้องปริบๆ เพราะความงุนงงกับรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ ของมัน


แต่ที่โดดเด่นมากที่สุดคงจะเป็นชุดไทยแบบสไบเฉียงสีน้ำตาลทองอ่อนซึ่งแขวนอยู่บนราวผ้าม่านเตรียมใช้งานซึ่งผู้สวมกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้าทำผมนั่นแหละที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่านี่เป็นงานมงคงแน่นอน


และเนื่องจากห้องนี้อยู่เหนือส่วนบริเวณงานวันนี้พอดีทำให้เสียงดนตรีทำนองเพลงรักที่ดังขึ้นเบาๆ เหมือนเป็นการทดลองเสียงก่อนเวลางานจริงส่งผลให้หญิงสาวที่กำลังนั่งนิ่งราวตุ๊กตาสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตากลมโตล้อมรอบด้วยแพขนตายาวงอนงามกลอกหลุกหลิกไปมา ริมฝีปากอิ่มสีชมพูเม้มแน่นอย่างประหม่า สีหน้าที่แสดงออกถึงความตื่นเต้นนั้นชัดเจนเสียจนผู้ที่อยู่ใกล้กล่าวทักขึ้นมา


“เป็นอะไร ตื่นเต้นเหรอ”


เสียงทุ้มนุ่มที่ถามคล้ายจะหยอกเย้าเมื่อเห็นอาการสั่นสะท้านของหญิงสาวนั้นแฝงไปด้วยความยินดี ดวงตาคมเป็นประกายเมื่อมองใบหน้าชวนมองที่ตัวเองบรรจงฝีมือในการดึงความสวยงามออกมาเต็มที่อีกทั้งในใจก็นึกยอมรับว่าหากตนเป็นผู้ชายแท้ๆ และได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอมานานหลายปีขนาดนี้คงมีเกิดอาการหวั่นไหวกันบ้างแน่นอน


ซึ่งก็ดีที่เขาไม่ใช่... เพราะขืนเป็นแบบนั้นจริงนี่คงเป็นรักสามเส้าที่น่าปวดหัวสุดๆ


“แหม คนกำลังจะได้เป็นเจ้าสาวมันก็ต้องตื่นเต้นอยู่แล้วไหมล่ะ”


คนเป็นเจ้าสาวซึ่งอยู่ในชุดเสื้อคลุมสีขาวตัวใหญ่ตวัดสายตามองพร้อมตอบเสียงแหวเจื้อยแจ้วไม่ทิ้งลายจิกกัดเหมือนปกติเวลาอยู่กับจรัสกร หากแต่ท่าทางนั่งตัวยืดตรงกับการจ้องมองกระจกที่สะท้อนภาพของตัวเองตรงหน้าแบบไม่กะพริบตานั้นเองที่บอกถึงความขัดเขินที่ซ่อนอยู่ภายใน


ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาราวพระเอกละครในชุดสูทไทยแบบประยุกต์ยิ้มมุมปากให้กับการแสดงออกของเพื่อนสนิทที่กำลังจะมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้อีกตำแหน่ง


บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าพนิดามีความน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อยแต่นั่นก็เป็นแค่ความคิดอยู่ในใจและไม่มีทางหลุดปากออกมาให้คนฟังลำพองใจมากกว่านี้เป็นแน่


“คราวนี้ไม่ได้เป็นหม้ายขันหมากแล้วเนอะ ดีใจด้วย” นึกถึงเรื่องที่เขากับเธอเกือบได้หมั้นกันแล้วก็ต้องถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้เวลาจะผ่านมานานหลายเดือนแล้วก็ยังรู้สึกเหมือนทุกอย่างเพิ่งผ่านมาไม่นาน ถือว่าเขาตัดสินใจถูกจริงๆ ที่รวบรวมความกล้าจัดการเรื่องราวยุ่งเหยิงตอนนั้น


“ฉันดีใจจะตายที่ได้เป็นหม้ายขันหมากตอนนั้นน่ะ รู้ไหมว่าน้ำตาแทบไหลพรากด้วยความปลื้มปิติที่ไม่ต้องหมั้นกับแกจริงๆ”


จรัสกรกลั้วหัวเราะโดยที่ยังไม่ตอบอะไรพลางเบนสายตาออกจากเพื่อนสาวไปที่ตลับไฮไลน์สีเข้มที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนจะหยิบมันขึ้นมาแต่งแต้มบนใบหน้านวลเนียนอย่างคล่องแคล่ว ทั้งที่บุคลิกภายนอกหล่อเหลามาดแมนนั้นดูไม่เข้ากับการกระทำของชายหนุ่มในเวลานี้สักนิดแต่นี่ก็เป็นเรื่องที่พนิดาเห็นเป็นภาพชินตาไปแล้ว


“โอเค เรียบร้อย” มือใหญ่วางแปรงเฉดดิ้งลงบนโต๊ะพร้อมปิดตลับเครื่องสำอางลง ปลายนิ้วยาวจับคางมนให้หันไปมาก่อนดวงตาสีน้ำตาลเข้มฉายประกายถูกใจในผลงานของตน “เราเพิ่งรู้ว่าตัวเองก็แต่งหน้าผู้หญิงได้เหมือนกันเนอะ”


“อืม ฉันทึ่งกับฝีมือแกจริงๆ แต่งสวยเหมือนพวกบล็อกเกอร์แต่งหน้าในยูทูปเลยอ่ะ ทำไมฉันเคยลองแต่งตามแล้วมันทำไม่ได้แบบนั้นก็ไม่รู้”


ใบหน้าหวานหยดย้อยผงกยอมรับหงึกหงักแต่โดยดี ดวงตากลมโตยังคงมองนิ่งอยู่หน้ากระจกแบบนั้นคล้ายกำลังถามตัวเองว่านี่คือเธอจริงหรือเปล่าเพราะมันช่างแปลกตาไม่เหมือนพนิดาคนเดิมที่หน้าเกลี้ยงๆ จืดๆ สักนิด


และต้องยอมรับเลยว่าจรัสกรมีพรสวรรค์ในเรื่องแบบนี้เป็นอย่างมากแม้ที่ผ่านมาเธอจะรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนแต่งหน้าได้แบบเนียนกริบชนิดดูดีแต่มองไม่ออกว่าแต่งไปเรียนที่มหาลัยอยู่บ่อยๆ หากแต่เมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มขออาสาเป็นช่วยในงานนี้ในใจก็ยังแอบหวั่นๆ ว่าเขาจะสามารถแต่งหน้าให้ผู้หญิงได้จริงหรือเปล่า


“ถึงได้บอกไงว่าไม่ต้องจ้างช่างให้เปลืองเงิน”


“จ้า เพื่อนใครเนี่ยเก๊งเก่ง” ถึงจะปฏิเสธไม่ได้แต่เพราะสีหน้าภูมิอกภูมิใจนั้นก็ทำให้เธอไม่อาจยกยอได้แบบเต็มปากฉับพลันก็อดคิดถึงคนรักไม่ได้ว่าเขาจะรู้สึกยังไงถ้ามาเห็นเธอตอนนี้


แล้วถ้าจำไม่ผิดจรัสกรน่าจะไปแต่งหน้าให้จิรกฤตมาแล้วด้วยนี่หนา “กอล์ฟ แกไปช่วยพี่กราฟมาแล้วใช่ไหม”


“อืม ใช่”


“เหรอ แล้ว... เป็นยังไงบ้าง”


จรัสกรหรี่ตามองเพื่อนรักที่ทำหน้าคาดหวังกับคำตอบของเขาแล้วก็หลุดหัวเราะขบขันเบาๆ ก่อนหน้านี้เขาไปช่วยแต่งหน้าเจ้าบ่าวของงานมาแล้วและนั่นทำให้ได้เห็นว่าฝ่ายนั้นหล่อเหลาราวเทพบุตรมากแค่ไหน


แต่ที่หัวเราะนี่ก็เพราะคำถามที่ได้ยินจากพนิดานี่แหละ


เพราะมันคล้ายกับจิรกฤตที่เอ่ยถามราวสองคนนี้สื่อใจสื่อความคิดถึงกันได้อย่างนั้นแหละ

ไปช่วยพราวมาหรือยัง เป็นยังไงบ้าง


นี่เป็นคำถามของพี่ชายทั้งที่สีหน้ายังราบเรียบหากแต่ดวงตาเจิดจ้านั้นกลับสะท้อนถึงความอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างดี


เนื้อคู่กันจริงๆ สองคนนี้...


“อืม เอาความจริงเลยนะ” ดวงตาคู่สวยเหลือบขึ้นอย่างใช้ความคิดเล็กน้อยเพื่อนึกหาคำพูดที่เหมาะสมกับคำจำกัดความของพี่ชายให้มากที่สุด “หล่อเหมือนพระเอกนิยาย หล่อไม่บันยะบันยัง หล่อลากไส้ หล่อตั้งแต่ปลายผมจรสเล็บเท้า”


“พอๆ หยุดเลย ไม่ต้องบรรยายแล้ว เว่อร์จริงๆ คนนะคะไม่ใช่เทวดา”


คำเปรียบเทียบนั้นทำให้เสียงใสรีบท้วงห้ามเหมือนไม่อยากฟังหากใบหน้าหวานกลับปรากฏรอยยิ้มกว้างมองเห็นลักยิ้มบุ๋มเล็กๆ ชัดเจน พวงแก้มเนียนเปล่งปลั่งไปด้วยเลือดฝาดเพราะในหัวคิดจินตนาการไปตามคำพูดของเพื่อนเรียบร้อยแล้ว


“เอ๊า นี่พูดจริงๆ ถ้าแกเห็นก็จะรู้เองว่าเราไม่ได้อวย เก่งนะเนี่ยที่หาผัวหล่อขนาดนี้ได้” คิ้วหนาเข้มเลิกขึ้นสูงอย่างมั่นใจพร้อมหยอดทิ้งท้ายให้เพื่อนสาวหน้าเหวอกับคำชมตรงๆ แบบนั้น


แต่เขาก็ไม่ได้โกหกเพราะเดิมจิรกฤตเป็นคนหน้าตาดีอยู่แล้วแต่พอได้เมคอัพขั้นเทพอย่างเขามาช่วยเสริมอีกอย่างบอกได้คำเดียวว่า ‘หล่อโคตรๆ’


“ฉัน... รีบไปแต่งตัวดีกว่า ใกล้ได้เวลาแล้วเดี๋ยวแม่คงเข้ามาตาม”


ร่างบางคว้าชุดไทยที่แขวนอยู่เดินเข้าห้องน้ำด้วยความรวดเร็วก่อนใบหน้าเธอจะแสดงอาการอะไรให้เพื่อนได้เอาไปล้อเลียนภายหลังได้มากกว่านี้ เธอได้ยินเสียงเหมือนมีคนเปิดประตูห้องแต่ไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ถ้าให้เดาก็คิดว่าคงเป็นมารดาของเธอ หากทว่าเมื่อแต่งตัวเรียบร้อยและเปิดประตูออกไปแล้วดวงตากลมก็ต้องเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อบุคคลที่อยู่ในห้องไม่ใช่มารดาอย่างที่คิด


แถมจรัสกรก็ไม่อยู่แล้วเช่นกัน


ในห้องตอนนี้เหลือเพียงชายหนุ่มสง่างามในชุดไทยราชปะแตนสีน้ำตาลทอง สังวาลย์พาดบ่ากับเข็มขัดสีทองบนตัวของเขาทำให้จิรกฤตดูเหมือนคุณหลวงหลงยุคหลุดออกมาจากหนังสือก็ไม่ปาน ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มสามารถตรึงสายตาเอาไว้ก็โดดเด่น ดูเหมือนคนแต่งหน้าจะสามารถดึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมาได้ชัดเจนสะดุดตาอย่างยากที่จะหาใครเปรียบเทียบเพราะทุกส่วนล้วนเข้ากันได้แบบหมดจด


ดวงตาคมกริบสีดำเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูปน่าสัมผัสและเรือนผมดกดำที่ถูกตกแต่งเหมาะสมกับใบหน้าคม


หล่อเว่อร์วังอลังการอย่างที่กอล์ฟโฆษณาเอาไว้จริงด้วยสิ


“พี่กราฟ... ขะ... เข้ามาได้ด้วยเหรอคะ”


เสียงนั้นฟังออกถึงความสั่นสะท้านชัดเจน พวงแก้มกระจ่างใสเป็นสีชมพูระเรื่อโดยไม่รู้ว่ามาจากเครื่องสำอางหรือเพราะความขัดเขินกันแน่เพราะชายหนุ่มผู้ที่กำลังจะมาเป็นคู่หมั้นของเธอช่างหล่อเหลากระชากใจเสียเหลือเกิน


“เข้าได้สิ ไม่มีใครห้ามสักหน่อย”


จิรกฤตเอ่ยด้วยเสียงทุ้มนุ่มนวลแบบสบายอารมณ์ความจริงถ้าจะให้พูดตรงๆ คือไม่มีใครห้ามเขาได้มากกว่าต่างหาก


ดวงตาสีเข้มคมกริบจ้องมองคู่หมั้นคนสวยราวต้องมนต์สะกด พนิดาไม่มีทางรู้ได้หรอกว่าภายใต้ท่าทางนิ่งเฉยเป็นปกติทำแค่ยิ้มบางๆ แบบที่เธอได้เห็นจริงๆ แล้วหัวใจของเขากำลังเต้นไม่เป็นส่ำแค่ไหน ใบหน้าหวานรูปไข่ของสาวน้อยวัยสะพรั่งซึ่งถูกตกแต่งด้วยเครื่องสำอางชั้นดีและด้วยฝีมือการสรรสร้างแบบมืออาชีพนั้นสามารถดึงความงดงามออกมาจากหญิงสาวที่กำลังอยู่ในชุดไทยสีน้ำตาลทองอ่อนชนิดชวนตะลึงขนาดที่คนมองไม่อาจละสายตาออกไปไหนได้แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว


สวย... บอกได้คำเดียว


คู่หมั้นของเขาสวยมากจริงๆ...


จิรกฤตได้แต่คิดกับตัวเองอยู่เช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ายามเมื่อก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องแต่งตัวส่วนของหญิงสาว นัยน์ตาคู่คมสีดำสนิทมีเสน่ห์น่าดึงดูดนั้นจ้องมองร่างบอบบางที่หันมาหาเขาทันทีเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู


“แต่เมื่อคืนคุณแม่บอกพราวว่าก่อนถึงเวลาฤกษ์ดีของวันนี้พวกเราห้ามเจอกันไม่ใช่เหรอคะ” เธอถามขึ้นอย่างสงสัยพลางเดินมานั่งบนโซฟายาวข้างๆ ชายหนุ่ม ขณะเดียวกันดวงตากลมใสเบี่ยงหลบพยายามไม่มองหน้าชายหนุ่มตรงๆ ไปด้วย น้ำเสียงเจื้อยแจ้วหาเรื่องคุยเพื่อกลบเกลื่อนเสียงหัวใจที่มันเต้นแรงซะจนน่ากลัวว่าจะหลุดออกมานอกอก


“เหรอ พี่ไม่เห็นรู้เรื่อง” ดวงตาคมเป็นประกายมองนิ่งทำท่าไม่รู้เรื่องรู้ราวได้แบบหน้าตาเฉย


“...” เขารู้แน่ๆ เฉไฉชัดๆ


และเหมือนชายหนุ่มจะรู้ความคิดของหญิงสาวเพราะใบหน้าคมคายยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก มือใหญ่เลื่อนไปวางบนหน้าตักนิ่มโดยร่างเล็กไม่ทันตั้งตัว พวงแก้มนวลจึงยิ่งแดงก่ำมากกว่าเดิมจากลำพังแค่ดวงตาน่าหลงใหลนั้นก็ทำให้รู้สึกขัดเขินมากพออยู่แล้ว


“ฤกษ์ของพี่ก็คือฤกษ์สะดวก ถ้าเราพร้อมทุกอย่างย่อมดีตาม” เขาตอบพลางยักไหล่ไหวเบาๆ แบบไม่ยี่หระเพราะคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ที่ยอมกำหนดวันหลังจากมารดาบอกว่านี่คือวันดีก็เพราะอยากให้พวกท่านสบายใจเท่านั้น หากสิ่งสำคัญแท้จริงกลับอยู่ที่ตัวหญิงสาวมากกว่า ของแค่เป็นพนิดาผู้นี้ต่อให้กรุงเทพเกิดน้ำท่วมหนักหรือพายุไต้ฝุ่นเข้าเขาก็คิดว่ามันคือวันดีเหมือนเดิม “อีกอย่างแค่เจ้าสาวเป็นพราวจะเวลาไหนมันก็ดีทั้งนั้นแหละ”


“บ้า พี่กราฟอ่ะ”


หญิงสาวเอ่ยแผ่วเบาพลางก้มหน้าเม้มริมฝีปากอิ่มสีชมพูอ่อนแน่น ในใจอัดแน่นด้วยความรู้สึกปั่นป่วนจนหัวหมุนไปหมด ลำพังแค่ชายหนุ่มในลุคหล่อกระชากตับ ไต ไส้ พุงแบบนี้มันก็ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจถูกเขย่าจนผิดจังหวะอยู่แล้วแต่จิรกฤตดันเพิ่มเชื้อเพลิงสาดน้ำมัน... ไม่ต้องบอกเลยว่าตอนนี้ถ้าเธอละลายลงไปกองกับพื้นได้ก็คงเป็นแบบนั้นไปแล้ว


“วันนี้สวยจัง”


“พี่กราฟก็หล่อค่ะ” เสียงหวานตอบกลับไปก่อนแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนความเขินอายทั้งที่ในใจร้อนรุ่มเต้นโครมครามไปหมด เผลอเอนตัวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวเมื่อคนรักที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เขยิบเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม


บ้าจริง! อย่าชะโงกหน้าเข้ามาใกล้แบบนี้ได้ไหมคะพี่กราฟ พราวจะหัวใจวายตายอยู่ตรงนี้แล้วเนี่ย!!!


“พราว”


“เอ่อ... คะ”


“ลิปสติกที่ทาอยู่นี่มันติดทนมากหรือเปล่า”


“หื้ม?” เธองุนงงกับคำถามที่ไม่น่ามาเกี่ยวข้องกับบทสนทนาก่อนหน้านี้สักนิด “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ทำไมเหรอพี่กะ...”


ยังไม่ทันพูดจบประโยคพนิดาก็ต้องกลืนคำกลับลงไปในลำคอเมื่อริมฝีปากได้รูปร้อนระอุนั้นโฉบลงมาแนบเคล้าด้วยความรวดเร็ว ดวงตากลมใสเบิกกว้างเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเกิดขึ้นในอึดใจแรก ทว่าไม่นานก็ต้องหลับพริ้มเพราะถูกชายหนุ่มกล่อมเกลาด้วยรสจุมพิตรักแสนดูดดื่ม


พนิดสั่นไปทั้งเนื้อตัวและหัวใจ รู้สึกหวิวๆ คล้ายจะเป็นลมจนต้องยกมือขึ้นมาจิกต้นแขนกำยำของชายหนุ่ม ลมหายใจที่โดนดูดออกไปทำให้เธอหอบฮักตัวโยน พวงแก้มนวลเนียนแดงจัดอย่างน่ามันเขี้ยวจนจิรกฤตอดใจไม่ไหวต้องเลื่อนไปฟัดหอมแรงๆ แม้จะมีเวลาเหลือแค่กระชันชิดก็ตาม สติสัมปชัญญะของทั้งคู่ถูกโยนทิ้งแบบไม่ไยดีเหลือเพียงความวาบหวามที่แล่นพล่านไปตามร่างกาย เนิ่นนานกว่าทั้งคู่จะตั้งสติได้อีกครั้งก็เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจากจรัสกรที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องเพราะใกล้ได้เวลาเริ่มพิธีเต็มทีแล้ว


“ลิปยี่ห้อนี้คุณภาพดีอยู่เนอะ พราวคิดว่างั้นไหม?”



ดวงตากลมใสก้มต่ำมองพื้นห้องด้วยความเขินอาย นิ้วนางเรียวสวยข้างซ้ายยื่นออกไปด้วยอาการสั่นสะท้านเล็กน้อยท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่อยู่ในห้อง พวงแก้มระเรื่อเปล่งปลั่งเป็นสีสดยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นแหวนทองคำส่องประกายประดับอยู่บนนิ้วของตนเองอีกครั้ง


และมันไม่ใช่นิ้วนางข้างซ้ายเหมือนเมื่อตอนต้องเจอมรสุมครั้งใหญ่ในตอนนั้น...


หากครั้งนี้นี่คือการทำถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณีจริงๆ เธอกำลังเข้าพิธีหมั้นกับจิรกฤตโดยได้รับความเห็นชอบยินดีจากผู้ใหญ่ทุกฝ่าย ปราศจากการปิดบังซ่อนเร้นใดอย่างที่ต้องพบเจอมาตลอดและต่อจากนี้จะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว


จิรกฤตเป็นคู่หมั้นของเธออย่างสมบูรณ์ท่ามกลางสักขีพยานมากมาย การที่ทุกคนได้มารับรู้ถึงความรักระหว่างพวกเธอมันทำให้รู้สึกดีขนาดนี้เชียวหรือ


มีความสุขจัง...


ฝ่ายชายหนุ่มในชุดไทยผ้าไหมเนื้อดีแบบประยุกต์เรียบหรูส่งผลให้ร่างสูงดูสง่างามไม่ต่างจากคุณชายในนิยายเพ้อฝัน จิรกฤตนั่งพับเพียบอยู่เคียงข้างหญิงสาวพลางมองใบหน้างดงามนิ่งงันชนิดไม่ยอมถอนสายตาออกห่างแม้แต่วินาทีเดียว นัยน์ตาคมแวววับทอแสงอ่อนอย่างอ่อนโยนและเสน่หายามได้เห็นสีหน้าและอารมณ์ขัดเขินของคู่หมั้นคนสวยแล้วหัวใจก็พลันเกิดเต้นแรงฮึกเหิมเสียจนอยากจับมาหอมแก้มแรงๆ สักฟอดให้ชื่นใจ


แล้วทำไมเขาต้องทน?


“ว้าย! กราฟ อย่าทำรุ่มร่ามกับน้องแบบนั้นสิลูก” เสียงเอ็ดอย่างตกใจดังขึ้นไม่เบานัก เธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าลูกชายคนโตผู้เคร่งขรึม ใจเย็น เป็นผู้ใหญ่อย่างจิรกฤตนั้นจู่ๆ เกิดดึงมือของเด็กสาวที่เพิ่งสวมแหวนเสร็จให้เข้ามาใกล้ก่อนจะหอมแก้มนวลแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมเรียกเสียงฮือฮาจากแขกเช่นนี้


“ขอโทษครับ” เสียงทุ้มนั้นเอ่ยคล้ายสำนึกผิดแต่รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏบนใบหน้ากลับไม่ได้มีอาการของคนคิดเช่นนั้นจริงๆ เลย


“ดูแลกันดีๆ น้องยังเด็ก อย่าชิงสุกก่อนห่ามก่อนน้องเรียนจบล่ะ”


คำสั่งสอนปิดท้ายนั้นทำเอาจรัสกรที่ยืนอยู่บริเวณนั้นหลุดขำออกมาเบา นี่มารดาไม่รู้จริงๆ หรือว่าเนื้อแท้ของพี่ชายเขานั้นหมาป่าสวมหนังแกะดีๆ นี่เอง


คงไม่ทันแล้วครับแม่ ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไปเรียบร้อย!


หายไปซะหลายวันเลย ขอโทษด้วยนะคะ ><

ปล. เห็นเว็บเปลี่ยนระบบอัพเดทใหม่ว่ามันจะแจ้งเตือนเฉพาะขึ้นตอนใหม่เท่านั้นเหรอ เพิ่งรู้อ่ะ 5555 รู้สึกมีความรุงรังแปลกๆ มากขึ้นทุกวันนะเนี่ย ฮาาา


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว