facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 15 เข้าพิธีมอบแหวน 💛

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 เข้าพิธีมอบแหวน 💛

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.5k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 15:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 เข้าพิธีมอบแหวน 💛
แบบอักษร

ภาพประกอบ : ชุดเข้าพิธีมอบแหวน

​ขอบคุณภาพน่ารัก ๆ จาก Kh Kimhyunzx ที่แต่งมาให้นะคะ

ปล. พอโหลดจากในคอม รูปนี้ใช้ได้รูปเดียว ฮือ

 ​

            ซีค Part.

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

                ทุกอย่างเกิดขึ้นไวไปหมดแถมยังไม่อยากเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง ๆ จากคนที่ไม่เคยพูดดีด้วยกันสักครั้งอย่างข้ากับวีนัสจะกำลังเข้าพิธีมอบแหวนและแต่งตั้งให้วีนัสเป็นเมียแต่งโอรสที่สองอย่างข้า ซึ่งไม่ใช่แค่ทหารในวังเท่านั้นที่แปลกใจ เพราะข้าเองก็แปลกใจเช่นกันว่ามอบตำแหน่งนี้ให้กับวีนัสได้อย่างไร

                เป็นเวลาสิบโมงกว่า ข้าจำเป็นต้องเดินจากพระราชวังฝั่งเหนือเพื่อไปรับวีนัสที่รออยู่ที่พระราชวังฝั่งใต้ให้กลับมาหาพี่ท่านที่รอทำพิธีให้เราอยู่หน้าสวนพฤกษา ไม่รู้ว่าจะเดินไปเดินมาให้เมื่อยทำไม แต่มันเป็นธรรมเนียมที่ฝ่ายชายต้องเดินไปรับฝ่ายเมียแต่งเพื่อแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้นำและเป็นช้างเท้าหน้า

ข้ามีทหารภายใต้อำนาจจำนวนกว่าห้าร้อยนายเดินตามมาด้วย ทั้งหมดถูกจัดขบวนการเดินด้วยรูปแบบเดินเรียงแถวตอนลึกและมีเหล่าคนรับใช้หญิงคอยโปรยกลีบดอกไม้หอมตลอดทางร่วมกับเหล่านักดนตรีที่บรรเลงเพลงไพเราะประกอบอย่างไม่รู้จักหยุดพัก

                เพราะสการ์เป็นทหารคนสนิทเลยไม่ต้องไปเดินทำตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นกระบอกเหมือนพวกนั้น แต่แทนที่จะรำคาญเสียงดนตรีอย่างเดียวตอนนี้ข้าชักรู้สึกรำคาญสการ์ด้วยแล้วสิ ถึงเป็นทหารคนสนิทก็จริงแต่ใช่ว่าจะถามได้ทุกเรื่องโดยเฉพาะคำถามที่ถามซ้ำ ๆ ว่าข้ามีอาการยังไงเมื่อตกหลุมรักวีนัส

                “ท่านตอบกระหม่อมหน่อยสิขอรับ ว่า ว่า เอ่อ… เวลาเรารักใครสักคนแล้วหัวใจมันจะเต้นแรงรึเปล่า” สการ์โน้มหน้ามาถามอย่างกับตัวเองเป็นเพื่อนสนิทมากกว่าเป็นทหาร

                “ไม่” ข้าตอบออกไปแต่สการ์ก็ยังยกคำถามเดิม ๆ มาถามต่อ

                “แล้วท่านเคยรู้สึกร้อน ๆ ที่หน้ารึเปล่าขอรับ”

                “ไม่”

                “อา… แล้วอาการหน้ามืดเหมือนจะอาเจียนล่ะขอรับ”

                “ก็ไม่เช่นกัน”

                “แล้วเวลาเห็นหน้าคุณวีนัสใกล้ ๆ ท่านมีอาการขาไม่มีแรงเหมือนอดข้าวมาหลายวันบ้างมั้ยขอรับ พอดีมีคนบอกกระหม่อมมาว่าถ้าเราเป็นแบบนี้เวลาอยู่ต่อหน้าใครแสดงว่าเรากำลังตกหลุมรักคนนั้น” ถ้ายังตอบว่าไม่ สการ์คงถามต่อไปสินะ

“สการ์ ถ้าเจ้าถามอีกครั้งข้าจะไล่เจ้าไปเดินท้ายขบวนเดี๋ยวนี้ดีมั้ย หรือไม่ก็พอเสร็จพิธีข้าจะให้เจ้าไปกวาดเศษดอกไม้พวกนี้แทนแม่บ้าน” สองขาหยุดก้าวเดินทันทีส่งผลให้ทหารข้างหลังต้องหยุดตามไปด้วย สการ์คงรู้ว่าข้าเริ่มหมดความอดทนกับคำถามไร้สาระเต็มทีจึงรีบถอยตัวออกห่างตามด้วยโค้งตัวให้เป็นการขอโทษ

“ตามมา” เสียงเรียบออกปากสั่งให้สการ์เดินตาม ว่าแต่สการ์ถามแบบนี้ทำไม หรือไปรักไปชอบกับลูกสาวบ้านไหนเข้าถึงได้มีอาการแบบนั้น

                และถ้าหากสการ์ไปรักลูกสาวใครเข้าจริง ๆ ข้าก็อยากตะรู้นักว่ารูปร่างจะสวยสดงดงามแค่ไหน แต่ตอนนี้คงไม่มีใครงดงามไปมากกว่าเมียแต่งข้าอย่างวีนัสที่ยืนรอข้าอยู่หน้าพระราชวังฝั่งใต้นั้นหรอก ไม่อยากเชื่อเลยว่าผิวขาว ๆ จะเข้ากับเสื้อแขนยาวลายทางสีเหลืองสลับฟ้าที่วีนัสสวมอยู่ ข้าเป็นพวกพูดไปตามเนื้อผ้า ในเมื่อวันนี้วีนัสเปลี่ยนไปในทางที่ดีก็ย่อมปฏิเสธไม่ได้

                “ท่านซีคเสด็จแล้ว” เสียงหัวหน้าทหารในขบวนประกาศเพื่อให้เลย์น่าและเฟย์น่าพาวีนัสเดินออกมา ถ้านับวันนี้ก็เป็นเวลาเจ็ดวันพอดีที่เราไม่ได้เจอกันหลังจากพี่ท่านยอมรับเรื่องของเราสองคนวีนัสจำเป็นต้องมาเก็บตัวที่นี่เพื่อเรียนมารยาทและกฎการเข้าพิธี ซึ่งพอไม่ได้เห็นนาน ๆ มันเลยทำให้วีนัสดูผุดผ่องขึ้นเยอะ

                สายตาข้ามองใบหน้าเรียบนิ่งนั้นไม่ขาด อากาศวันนี้ร้อนจัดจนเหงื่อไหลเป็นเม็ดซึมตามแผ่นหลังและแผงอก แต่มันไม่ใช่ปัญหาเมื่อข้ามีสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่าที่จะรอยืนอยู่ตรงหน้าอยู่แล้ว นั่นก็คือวีนัส เมียแต่งที่ไม่ได้เห็นหน้ามาหลายคืนจนอยากเลื่อนเวลาให้ผ่านไปไว ๆ เราจะได้ใช้เวลาทั้งหมดอยู่ด้วยกันสองต่อสองสักที

                สองขาวีนัสก้าวเดินอย่างช้า ๆ และเมื่อวีนัสช้อนตามองมามันทำให้ข้ารู้สึกเหมือนถูกต้องมนต์สะกดจนไม่อาจละสายตาไปมองใครอื่นได้ แพขนตาหนาดวงตาคู่งามฉายแววรู้สึกเขินอายนิด ๆ บวกกับริมฝีปากเป็นกระจับสันจมูกโด่งและผิวขาวดั่งน้ำนมข้าวมันทำให้หัวใจในอกเต้นไม่เป็นจังหวะสองขาอ่อนแรงไม่ต่างจากคนอดข้าวมาหลายวันซึ่งอาการทั้งหมดอย่างกับคนกำลัง ‘ตกหลุมรัก’ ตามที่สการ์บอก

                “กระหม่อมขอน้อมรับตำแหน่งเมียแต่งของโอรสที่สองขององค์ราชาที่สิบสองนามซีค ควอนอร์ ขอรับ” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยพูดท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ วีนัสเอื้อมมือมาคล้องแขนข้าแล้วยืดอกยืนตัวตรงสมแล้วที่กำลังรับตำแหน่งนี้ ตำแหน่งเมียแต่งที่ทั้งงดงามและอัปลักษณ์ในเวลาเดียวกัน ครั้นหัวสมองรับรู้แล้วว่าข้ารู้สึกอย่างไรกับวีนัส แต่ยังไงซะข้าไม่มีทางเอ่ยคำว่า ‘รัก’ ออกไปเด็ดขาด

                ซีค Part end.

ทันทีที่ซีคมารับผม เราก็เดินจากพระราชวังฝั่งใต้มาถึงฝั่งเหนือ สองข้างทางขนาบด้วยนายทหารยืนก้มหน้าเพื่อแสดงความเคารพต่อซีคและผม และยังมีผู้หญิงแต่งตัวสวย ๆ คอยโปรยกลีบดอกไม้ให้ตลอดทาง ไม่พอยังมีนักดนตรีฝีมือดีบรรเลงเพลงประกอบตลอดเวลาการเข้าพิธี

ยอมรับตามตรงว่าผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากแถมยังขาดความมั่นใจคล้ายว่าไม่รู้จะแสดงสีหน้ายังไงดี แต่ลึก ๆ ดันมีความมั่นใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้เหมือนกันว่าไปเอาความมั่นใจนี้มาจากไหนที่มั่นใจว่าเราสองคนจะรักและอยู่ด้วยกันตลอดไป หรืออาจเป็นเพราะความเด็ดเดี่ยวของซีคที่กล้ามอบตำแหน่งเมียแต่งให้กับผมทั้งที่เราเพิ่งมีความสัมพันธ์ทางกายกันแค่ครั้งเดียว การมอบตำแหน่งในครั้งนี้เลยทำให้ผมมั่นใจว่าเขาจะมั่นสัญญาและไม่เสียสัจจะเหมือนคนธรรมดาทั่วไป

ต่อให้วันนี้สวนพฤกษาจะถูกจัดให้สวยงามแค่ไหนสายตาผมดันเห็นซีคโดดเด่นอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น เขาสวมเสื้อคอปกแหวกอกลายศิลปะประยุกต์ ดูแล้วเหมาะกับเขามากจนผมไม่สามารถละสายตาไปมองหรือสนใจคนอื่นได้เลย และยิ่งซีคสวมเสื้อสีเหลืองสีเดียวกับผม ก็ยิ่งทำให้นึกถึงงานแต่งในหลาย ๆ ที่ที่คู่บ่าวสาวสวมชุดโทนสีเดียวกัน

เมื่อเดินมาถึงท่านอควาห์และเจ๊ส้มที่รอเราอยู่หน้าสวนพฤกษาในเขตพระราชวังฝั่งเหนือ เราสองคนก็ยืนหันหน้าเข้าหากันโดยจับมือกันไว้ทั้งสองข้าง โดยท่านอควาห์ยืนข้างซีค เจ๊ส้มยืนขนาบข้างผม ทหารในแถวกำลังจัดแถวการยืนให้เรียบร้อยจนกระทั่งถึงเวลาอันเหมาะสม ท่านอควาห์จึงเริ่มต้นพิธีให้ทุกคนในที่นี้เป็นพยานรักให้กับพวกเรา

“วันนี้ถือเป็นวันสำคัญ วันแต่งตั้งให้วีนัส เอพพิล็อกรับตำแหน่งเมียแต่งของโอรสที่สองขององค์ราชาที่สิบสองนามซีค ควอนอร์ ข้านามอควาห์ ควอนอร์ในฐานะโอรสที่หนึ่ง ขอมอบแหวนเงินแท้ฝังเพชรไพลินเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนใจให้ทั้งสองและเป็นการยืนยันต่อหน้าทุกคนในที่นี้ว่าทั้งสองพร้อมจะใช้ชีวิตและอยู่เคียงคู่กันตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

                เมื่อพูดจบท่านอควาห์ได้ยื่นกล่องแหวนสีแดงให้ซีค ซีครับมันมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งทำให้ผมคิดในใจว่านี่มีเมียทั้งทีไม่คิดจะตื่นเต้นหรือยิ้มบ้างเลยรึไงกัน

                แต่ซีคคงไม่ต้องตื่นเต้นแล้วแหละเพราะมีเจ๊ส้มคอยตื่นเต้นแทนอย่างกับตัวเองเป็นคนรับแหวนแทน เจ๊ส้มยืนตบมือแปะ ๆ ยิ้มยีฟันจนปากแทบฉีกไปถึงใบหูแล้วพูดแทรกเสียงใส ๆ เรียกได้ว่าเป็นตัวสร้างสีสันของงานนี้

                “อู๊ว สวมเลย ๆ ยัยหนูของเจ๊จะได้เป็นเมียเจ้าชายเต็มตัวสักที ฮิ !”

                “เจ๊ อย่าเสียงดังได้มั้ย หนูอายเขา” ผมหันหน้าไปพูดเอาข้อศอกกระทุ้งท้องเจ๊เบา ๆ

                หลังจากดุเจ๊ไปผมก็หันหน้ามาร่วมพิธีต่อ ซีคเปิดกล่องแหวนแล้วหยิบแหวนออกมา มันเป็นแหวนแบบเดียวกันกับที่เขาสวมอยู่ แหวนเงินแท้มีเพชรเม็ดสีฟ้าอยู่กลางวงดูจากรูปร่างและขนาดของมันคงไม่ใช่ถูก ๆ  คิดไปคิดมา… เพิ่งดุเจ๊ไปหมาด ๆ แต่ตอนนี้ดันตื่นเต้นซะเองจนอยากแหกปากตะโกนออกมาดัง  ๆ

                ซีคยืนทำหน้านิ่งไม่มีทีท่าว่าจะยิ้มแล้วจับมือข้างซ้ายของผมขึ้นมา จังหวะเดียวกันผมหันหน้าไปทางเจ๊ส้มด้วยสีหน้าเป็นกังวลโดยเห็นได้ชัด

                “ยัยหนูของเจ๊ทำได้”

                เจ๊ส้มพูด ผมพยักหน้าตอบ และแล้วซีคก็ค่อย ๆ สวมแหวนเพชรลงไปในนิ้วนางข้างซ้ายของผม ฝ่ามือทั้งสองข้างมันชุ่มไปด้วยเหงื่อจนซีคจับได้ว่าผมกำลังตื่นเต้น ก่อนที่แววตาเฉียบคมเป็นประกายของเขาจะช้อนขึ้นมาสบตาผมแล้วเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

                “หันหน้าไปทางทหารซะ” ผมทำตามที่บอกพร้อมกับซีคที่ประกาศคำสั่งดังกึกก้อง

                “ทุกคนจงฟัง ! ต่อไปนี้วีนัสมีตำแหน่งเป็นเมียแต่งของข้า ขอให้พวกเจ้าทุกคนจงรับใช้วีนัสเหมือนรับใช้ข้า ปกป้องวีนัสเหมือนปกป้องข้า เคารพวีนัสเหมือนเคารพข้า และที่สำคัญจะต้องใช้คำนำหน้าชื่อว่าท่านทุกครั้ง เข้าใจใช่มั้ย”

                “ขอรับ !” ทันทีที่สิ้นสุดคำสั่ง ทหารทุกคนต่างเต็มใจยกมือข้างขวาขึ้นมาวางทาบบนอกซ้ายและโค้งตัวให้ผมเป็นการแสดงออกถึงความเคารพ

                ผมมองพวกเขาตาปริบ ๆ ทุกอย่างเงียบสนิทไม่มีใครพูดอะไรต่อ ขนาดนักดนตรียังเลิกบรรเลงเพลงจนผมเกรงว่าวันสำคัญของพวกเราจะจบลงอย่างน่าเบื่อแบบนี้ แต่มีเจ๊ส้มซะอย่างยังไงซะพิธีมอบแหวนไม่จบดื้อ ๆ โดยที่ทุกคนยืนตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นขี้ผึ้งแน่นอน

                “อร๊าย ! เงียบกันทำไม ตบมือสิจ๊ะ ตบมือ ! เร็วเข้า ตบมือให้ท่านซีคกับองค์หญิงวีนัสของเจ๊หน่อยเร็ว ใครตบเสียงดังเจ๊จะแจกจุ๊บนะจ๊ะหนุ่ม ๆ อร๊าย !” เจ๊ส้มหวีดเสียงดังไม่พอยังชูมือขึ้นสองข้างแล้วโบกไปมาตามด้วยยืนส่ายก้นไม่สนใจว่าท่านอควาห์จะส่งสายตามองอย่างไร แต่มันก็เป็นผลดีเมื่อทุกคนในพิธีต่างส่งเสียงเฮและตบมือตามเจ๊พร้อมกับกลีบดอกไม้ที่ถูกโปรยขึ้นฟ้าและร่วงลงมาอีกครั้งบวกกับนักดนตรีที่เล่นเพลงต่อ ทำให้วันสำคัญของผมกับซีควันนี้มีสีสันขึ้นเยอะ

                10 ชั่วโมงต่อมา

                “โอย… เมื่อยขาเป็นบ้าเลย ท่านไม่เมื่อยบ้างหรอ” หลังจากอาบน้ำเสร็จผมก็นอนกางแขนกางขาบนที่นอนแล้วถามซีคที่นั่งเช็ดกริชเล่มคมอยู่ปลายเตียง

                “ไม่” เขาตอบแล้วไม่พูดอะไรต่อ ดูท่าจะสนใจกริชมากกว่าผมซะอีก

                “ไม่เมื่อยได้ไง วังฝั่งเหนือกับใต้ไกลกันจะตาย ใครเดินไหวก็บ้าแล้ว” ผมหันตัวมานอนหนุนหมอนทางปลายเตียงเพื่อจะได้เห็นหน้าซีคเวลาเราคุยกัน แต่เขายังคงเมินผมแล้วใช้ผ้าขาวเช็ดกริชต่อไป อืม ดี สนใจเมียดีจริง ๆ

                “เจ้าแค่เดินจากฝั่งใต้มาฝั่งเหนือ ส่วนข้าเดินจากฝั่งเหนือไปฝั่งใต้เพื่อไปรับเจ้าแล้วต้องกลับมาฝั่งเหนืออีกที คิดแล้วข้าไม่น่าเมื่อยกว่ารึ” ถึงจะพูดกับผมก็จริงแต่เขาก็ไม่ยอมวางกริชแล้วมองหน้าผมสักนิด ดูท่าซีคจะล้อจะเล่นด้วยได้ผมเลยตอบกวน ๆ ไปว่า

“อืม เมื่อยมาก ๆ เมื่อยขาจนใช้มือเดินแทนได้แล้วเนี่ย”

“เมื่อยมากก็ตัดขาทิ้งซะสิ” สำเร็จ ซีคยอมหันหน้ามาถึงจะหันมาคุยอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ดีกว่าไม่คุยกัน จริงมั้ย ผมคิดว่าสถานะเราไม่ต่างจากคู่แต่งงานกันแล้วก็น่าจะหาเรื่องคุยกันนิด ๆ หน่อย ๆ ผมนอนยิ้มยีฟันตั้งใจกวนประสาทซีค แต่ก่อนที่ซีคจะไม่พอใจที่ผมยักคิ้วใส่ก็มีเสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะเสียก่อน

                ก๊อก ๆ ๆ

                “ท่านซีคขอรับ” อ๋อ สการ์นี่เอง

                “มีอะไร” ซีคถาม

                “ท่านอควาห์ให้กระหม่อมชงชาร้อนมาให้ท่านซีคกับท่านวีนัสขอรับ”

                “วางไว้หน้าห้อง เดี๋ยวข้าออกไปเอาเอง” ซีคเห็นว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญเลยไม่ได้เรียกให้สการ์เข้ามา แต่สการ์ก็บอกถึงคำสั่งที่ท่านอควาห์ฝากมา

                “แต่ท่านอควาห์สั่งให้ท่านทั้งสองดื่มชาร้อนให้หมดแก้วต่อหน้ากระหม่อมนะขอรับ”

                “งั้นเข้ามา !” ดูเหมือนซีคจะตกลงเพื่อตัดรำคาญ ทันทีที่สการ์เดินเข้ามาเขาก็หยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียงแล้วยื่นถาดที่มีแก้วชาวางไว้สองใบให้เราสองคน

“เชิญท่านทั้งสองดื่มด่ำกับรสชาติชาแท้ต้นตำรับได้เลยขอรับ”

ขณะที่ผมลุกขึ้นนั่งหยิบแก้วชามาจิบทีละนิด ซีคไม่พูดพร่ำอะไรรีบยกชาขึ้นดื่มทีเดียวหมดแล้วยื่นแก้วคืนให้สการ์

“อร่อยดีนี่ ข้าขอเติมอีกได้มั้ย”

“ได้ขอรับ !” สการ์ขานรับรีบรินชาให้ซีคแล้วหันเหยือกชามาทางผมเพื่อเชิญชวนให้ต่อแก้วที่สองบ้าง

ผมพยักหน้ายิ้ม ๆ ยื่นแก้วชาไปให้สการ์เพราะไม่อยากเสียมารยาท สุดท้ายแทนที่จะดื่มกันคนละแก้วก็กลายเป็นกระดกจนหมดเหยือก พอซีคเติมผมก็เติมด้วย ตอนนี้สการ์เลยออกไปพร้อมกับสีหน้ายิ้มแย้มแก้มแทบปริ แปลกจริงทหารนายนี้ แค่เจ้านายชอบชาที่ตัวเองชงจำเป็นต้องดีใจขนาดนี้มั้ย

สิบนาทีผ่านไป เราสองคนนอนกางแขนขาบนเตียงอิ่มแปล้ที่มีชาอุ่น ๆ อยู่เต็มท้อง แต่แล้วผมก็รู้สึกร้อนไปทั่วทั้งแผ่นหลังและหน้าอกจนต้องดีดตัวลุกขึ้นนั่งพลางสะบัดคอปกเสื้อเชิ้ตสีขาวเพื่อระบายความร้อนอันหาสาเหตุไม่ได้

“เป็นอะไร วีนัส” ซีคถามพร้อมส่งสายตาคลางแคลงด้วยความสงสัย

 “ร้อนน่ะสิ ท่านไม่ร้อนหรอ” ผมตอบ สองมือสะบัดคอปกเสื้อตัวเองซ้ำ ๆ

“จะว่าไปข้าก็ร้อนเหมือนกัน” ซีคลุกขึ้นนั่งบ้างแล้วลงจากเตียงไปเปิดม่านหน้าระเบียงเพื่อให้ลมพัดเข้ามา ความจริงกลางคืนแบบนี้มันน่าจะหนาวด้วยซ้ำแต่ทำไมเราสองคนถึงได้ร้อนจนเหงื่อซึมออกมาตามซอกคอและเสื้อผ้าขนาดนี้นะ

ผมมองซีคยืนเท้าเอวเสยผมอยู่หน้าระเบียง แสงจันทร์ส่องสว่างทำให้เห็นร่างกายกำยำผ่านเสื้อขาวบางพลางคิดว่าหลังชุ่มเหงื่อของเขามันช่างน่ากอดจนเริ่มหายใจติดขัดและรู้สึกวูบวาบในช่องท้องอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร รู้แต่ว่าอยากกอดแน่น ๆ อยากสัมผัสและสูดดมกลิ่นกายของเขาเข้าปอดสักฟอดใหญ่

ท่านซีค… ผมอยากเรียกเขาแบบนี้ทั้งที่ปกติเรียกแต่ชื่อด้วยซ้ำ มันคืออะไรกัน ทำไมผมถึงได้ล้มตัวนอนมองแผ่นหลังกว้างแล้วเกิดความรู้สึกแปลก ๆ จนกระทั่ง ดิ๊งด่อง ! วีนัสน้อยในกางเกงมันตื่นขึ้นมาได้ไงไม่รู้ ไม่นะ อย่าบอกนะว่ามีอารมณ์เพราะแค่เห็นหลังซีคน่ะห๊ะ !

ผมรีบดึงผ้าห่มมาห่มแล้วนอนขดตัวหันหลังเข้ากำแพงห้องทันที จะได้ไม่ต้องเห็นภาพที่ทำให้มันอันตรายต่อความรู้สึกได้ขนาดนี้ ฮือ ! ลงไปสิ มามีอารมณ์ตอนนี้มันใช่เรื่องรึไง ผมพูดกับตัวเองในใจแล้วเอามือกดเป้ากางเกงไว้อย่างนั้นแต่ก็ต้องสะดุ้งโหยงจนใจแทบตกไปอยู่ตาตุ่มเมื่อซีคเดินมาดึงผ้าห่มผมออกแล้วพูดว่า

“ร้อนจนเหงื่อแตกแต่ห่มผ้า นี่เจ้าบ้าไปแล้วรึไงวีนัส”

ใบหน้าแดงจัดไปมองซีคอย่างหอบ ๆ ครั้นสายตาไม่รักดีดันเห็นเอาความเป็นชายของซีคที่กำลังตื่นตัวเช่นกัน ตาย ๆ แล้วอย่างนี้จะเอาหน้าไปไว้ไหนเมื่อผมไม่ได้เห็นว่าของซีคมันดิ๊งด่องอยู่ฝ่ายเดียวแต่ซีคก็เห็นของผมด้วย

“เฮ้ย !” เราสองคนตะโกนขึ้นพร้อมกัน ต่างฝ่ายต่างผละตัวออกจากกันแล้วนอนหันหลังให้อีกฝ่ายทันทีเพราะภาพที่เห็นมันไม่ได้น่ามองเลยสักนิด

                “อี๋ ! น่าเกลียด ท่านคิดอะไรอยู่ห๊ะมันถึงได้คับเต็มเป้ากางเกงขนาดนั้น !”

                “ว่าแต่ข้า ของเจ้ามันก็เป็นเหมือนกันไม่ใช่รึ !”

                ที่ซีคพูดก็ถูก ผมเลยเงียบไปไม่พูดอะไรต่อได้แต่นอนขดตัวดิ้นไปมา แต่จู่ ๆ ซีคก็ลุกขึ้นนั่งแล้วเขยิบมาชะโงกหน้ามองผม ผมเห็นหน้าเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อจึงตัดสินใจรีบขยับตัวหนี อย่าบอกนะว่าจะชวนทำเรื่องอย่างว่า ข้าไม่ทำด้วยหรอกนะ

                “ไม่ต้องหนี ข้าไม่ทำเรื่องสกปรกแบบที่เจ้าคิดหรอก ! ข้าแค่จะบอกว่าเราโดนยา…”

                “ยาอะไร !”

                “ข้าเคยได้ยินเขาพูดกันว่าหลังเข้าพิธีมอบแหวนคู่สมรสจะต้องดื่มชาผสมยาโบราณเพื่อทำให้ข้างในร่างกายร้อนและ อาห์… ลงเอยด้วยการ… ทำลูก ไม่สิ ข้าเรียกไม่ถูกแต่ก็หมายความว่าคนสองคนมีเพศสัมพันธ์กันนั่นแหละ”

“ท่านอย่ามาครางเสียงต่ำใส่หน้าข้านะ ออกไป !” ผมลุกขึ้นนั่งสองมือผลักอกซีคให้ออกห่าง ๆ ตามด้วยเอาหมอนฟาดหน้าเขาอีกที ซีคมึนทั้งยาทั้งอารมณ์ตัวเองจนเรียบเรียงประโยคกลับไปกลับมาฟังแทบไม่รู้เรื่อง เขาเลือกที่จะไม่ตอบโต้ผมแล้วก้าวขาลงจากเตียงเพื่อไปจัดการกับสการ์ที่ป่านนี้น่าจะเฝ้าอยู่หน้าห้อง

ผมเห็นซีคเดินงอตัวเอามือกุมเป้ากางเกงไปหน้าประตู ก่อนจะหมุนกรประตูบานหนึ่งออก แต่… ซีคเปิดไม่ออก ซวยในซวยใช่มั้ย อย่าบอกนะว่าเราโดนขัง

“ล็อกงั้นรึ” ชัดเจน ซีคใช้สองมือบิดกรประตูแต่ผลที่ตามมาก็ยังเหมือนเดิม

“สการ์ ! ไอ้ทหารเลว ถ้าพรุ่งนี้ออกไปได้ข้าจะตัดหัวเจ้า !” ทันทีที่รู้ว่าถูกขังไว้ด้านในซีคก็บันดาลโทสะด้วยการหยิบมีดพกที่เหน็บไว้ข้างเอวออกมาปักกับบานประตูจนคมมีดเสียบไปครึ่งด้าม ผมคิดว่าการโมโหมันไม่น่าจะช่วยให้อะไรดีขึ้นนอกจากเราจะรวบรวมสติแล้วช่วยกัน

“บ้าจริง ! เปิดสิวะ !” ปัง ปัง ปัง เสียงซีคใช้ฝ่ามือตบกับบานประตู ท่านสิบ้า ตบไปก็เจ็บมือเปล่าแทนที่จะมาช่วยกันมัวโวยวายอยู่ได้

ผมก้าวขาลงจากเตียงเดินไปหาซีคแล้วลองออกแรงบิดกรประตูดูบ้าง มันถูกล็อกอย่างแน่นหนา เปิดยังไงก็เปิดไม่ออกเลยหันหน้าไปมองซีคแล้วพยักหน้าสองครั้งก่อนพูดเสียงเอื่อย ๆ ว่า

“ช่วยข้าเปิดหน่อยสิ…”

“อืม” ซีคเปลี่ยนมายืนซ้อนหลังแล้วโอบมือมาด้านหน้าเพื่อช่วยออกแรงดึง ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีแต่สะโพกมนจะไปถูกับของเขาจนเราสองคนหันหน้ามาสบตากันอย่างอัตโนมัติ ผมขยับแว่นที่สวมเพื่อให้สามารถโฟกัสใบหน้าเขาได้ชัดเจนขึ้น โอ้โห นี่มันพระเอกนิยายในอุดมคติชัด ๆ หล่อจนต้องคลี่ยิ้มแล้วปล่อยมือจากกรประตูเพื่อเอี้ยวตัวไปหาคนที่สมองบอกว่าหล่อและคุ้มที่ได้เป็นสามี

คนตัวสูงกว่าโอบอ้อมแขนแกร่งรอบเอวแล้วกระชากให้ตัวผมเซเข้าไปหา ส่งผลให้ใบหน้าชุ่มเหงื่อและแดงจัดของคนสองคนใกล้กันมากขึ้น ก่อนที่ซีคจะเอ่ยปากพูดด้วยถ้อยคำหวานชวนอ้วกแต่คนฟังอย่างผมกลับพอใจที่เขาพูดแบบนั้น

“ไม่มีราชินีองค์ไหน งดงามเท่าเมียข้าอีกแล้ว…”

---------------------------------------------------

555555555555555555555555555555555 ท่านซีคโดนยาค่ะท่านผู้โชมมมมมมม

สงสารหรืออะไรดี อิอิ ชมวีนัสสวยด้วย วั้ยยยยยยยยยยยยยย

​รอนะคะ ว่าคืนนี้จะผ่านไปยังไง

​22.11.17

​​💛 ​อย่าลืมคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้น้องวีนัสด้วยนะ 💛

ความคิดเห็น