ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 28 : ชนักติดหลัง

ชื่อตอน : บทที่ 28 : ชนักติดหลัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2560 18:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 28 : ชนักติดหลัง
แบบอักษร


บทที่ 28 ชนักติดหลัง


เธอมีแฟนแล้ว...

แฟนหวงมากด้วย...


เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้กันทั่วเพราะหลังจากเรื่องราวทุกอย่างคลี่คลายจิรกฤตก็ไม่ยอมเก็บเงียบไว้อีกต่อไป เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังชายหนุ่มจึงป่าวประกาศแสดงตัวเป็นคนรักที่แท้จริงของเธอ แม้นี่จะเป็นสิ่งที่น่าดีใจและรอคอยมาตลอดขนาดไหนแต่ก็ยังแอบคิดค่อนขอดอยู่ในใจถึงการกระทำแสนโอเว่อร์นั้นไม่ได้ว่าหากเขาเอาเรื่องนี้ไปออกข่าวในทีวีหรือตามอินเตอร์เน็ตได้ก็คงทำแน่ๆ


ดังนั้นตอนนี้ทั้งเพื่อนร่วมงานของเขา เพื่อนที่มหาลัยของเธอ ครอบครัว วงศาคณาญาติทั้งสองฝ่ายทุกคนรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเธอโดยทั่วกัน


และแน่นอนว่าต่างรู้ถึงกิตติศัพท์ความหวงเป็นไข่ในหินของเขาดี...


คงเพราะจิรกฤตต้องแอบชอบหญิงสาวอยู่นาน กว่าจะได้มาครอบครองก็ต้องผ่านความเจ็บปวดมาไม่น้อยรวมถึงเมื่อเป็นคนรักในช่วงแรกยังต้องคบแบบหลบๆ ซ่อนๆ ห้ามให้มีใครล่วงรู้และอาจเป็นที่นิสัยขี้หวงส่วนตัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย ดังนั้นเมื่อนำทุกเหตุผลมาหลอมรวมกันชายหนุ่มจึงหวนแหนสาวน้อยผู้นี้อย่างออกนอกหน้านั่นเอง


“น้องพราว คืนนี้พวกพี่จะพาพวกน้องๆ ไปเลี้ยงส่งหลังฝึกงานจบกันนะ อย่าลืมแต่งตัวสวยๆ น่ารักๆ มาด้วยนะครับ”


เฉลิมพลผู้เป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำดูแลในตลอดช่วงเวลาฝึกงานของพนิดาเอ่ยขึ้นพร้อมบอกสถานที่และนั่นทำให้ใบหน้าแฉล้มรีบเงยขึ้นมาสบตารุ่นพี่เป็นประกาย ใบหน้ากระจ่างใสพยักพเยิดตอบรับคำพูดนั้นรัวๆ พร้อมคลี่รอยยิ้มหวานกว้างจนคนมองถึงกับอึ้งไปชั่วขณะกับความสวยที่ไม่ว่าผู้ชายแท้ๆ คนไหนเห็นเป็นต้องใจสั่น หัวใจหวั่นไหวกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะก่อนต้องรีบปรับให้กลับมาเป็นปกติดังเดิมหลังเมื่อหลุดเคลิ้มกับความงามตรงหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ หากทันใดนั้นหน้าตาถมึงทึงของจิรกฤตก็ลอยเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว


แค่คิดถึงตาดุดันที่จ้องเขม็งนั้นทุกอย่างในร่างกายเขาก็หดหมดแล้ว


หากต้องยอมรับว่าพนิดาดูงดงาม สดใจมากกว่าช่วงแรกที่เธอเข้ามาที่นี่และนับวันก็เหมือนจะยิ่งสวยขึ้นเรื่อยๆ หากเด็กคนนี้ถึงจะสวยก็จริงแต่แฟนดุอย่างกับหมา! ใครจะกล้าแหยม?


“ว่าแต่น้องพราวไปได้ใช่ไหมจ๊ะ”


เสียงชายหนุ่มอีกคนในแผนกถามขึ้นมาหลังได้ยินเฉลิมพลบอกการนัดหมายที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้ว


“ได้ค่ะ พราวไปแน่นอนค่ะพี่” เธอไม่ได้ไปเที่ยวนานมากแล้ว แม้จะไม่ใช่พวกชอบสังสรรค์ดื่มเหล้าบ่อยแต่บางครั้งได้เฮฮาสนุกสนานกับคนอื่นบ้างก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องเสียหายร้ายแรงตรงไหนแถมพวกพี่ๆ ที่แผนกทุกคนก็น่ารักใจดี ไม่มีใครแสดงท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยให้เกิดความรู้สึกอึดอัดหรือลำบากใจเลยสักคน


แต่ทว่าคำพูดของเพื่อนชายที่ฝึกงานมาด้วยกันและมีความสนิทสนมพอสมควรเขาจึงกล้าพูดสิ่งที่คิดออกมาตรงๆ ชนิดไม่มีหักเลี้ยวทำเอาหญิงสาวต้องรีบเบรคแทบไม่ทัน รู้สึกเหมือนถูกกระชากกลับสู่ความจริงที่หลงลืมไปชั่วคราว


“แล้วพี่กราฟจะให้ไปเหร๊อ คราวก่อนตอนที่พวกพี่พาไปเลี้ยงช่วงปีใหม่ เราจำได้ว่าพราวก็ไม่ได้ไปเพราะพี่กราฟไม่ยอมปล่อยให้มานี่”


ชีวานนท์พูดย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อเดือนก่อนแล้วก็ทำให้พนิดาที่เกิดอาการหน้าบาน ระริกระรี้อยากไปเที่ยวห่อเหี่ยวลงทันใด เธอกะพริบตาปริบๆ พลางเรียกสติกลับคืนมา ลืมไปซะสนิทว่าจิรกฤตไม่อยากให้เธอไปยังสถานที่อโคจรและต้องกลับบ้านดึกดื่นแบบนั้นเพราะเขาเป็นห่วง แต่หากเป็นตอนกลางวัน เธออยากไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ซึ่งถ้ามันไม่อันตรายเขาจะไม่ขัด


แต่ตอนนี้เธออยากไปกับพวกพี่ๆ นี่หน่าและถ้าไปบอกหรือขอตามตรงเขาต้องไม่ให้ชัวร์...


ตกลงนี่เป็นแฟนหรือพ่อกันแน่เนี่ย? พ่อของเธอยังไม่หวงขนาดนี้เลยนะ!


“เออ ว๊า... จริงด้วยสิ พี่ว่าไอ้กราฟมันต้องไม่ยอมให้พราวไปแน่ๆ หวงฉิบหายกลัวโดนฉกไปหรือไงวะ ใครมันจะกล้าหน้าโหดเหมือนยักษ์วัดแจ้ง”


“แต่น้องเขาสวยขนาดนี้ จะหวงมากก็ไม่แปลกหรอกว่ะ เป็นกูคงทำไม่ต่างกัน”


“น่าเสียดายจัง อยากให้น้องพราวไปด้วยจัง”


หลากหลายประโยคที่ดังเข้าหูกระตุ้นทำให้หญิงสาวยิ่งอยากไปมากกว่าเดิม ถึงทุกครั้งเธอมักจะเชื่อฟังยอมโอนอ่อนทำตามความต้องการของคนรักอยู่เสมอแต่คนดื้อเงียบอย่างพนิดาหากเวลาคิดหาทางดิ้นแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ในหัวคิดทบทวนไปมาถึงหนทางเอาตัวรอดจนนิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะเอ่ยปากออกมาอย่างมั่นใจ ใบหน้าหวานยกยิ้มเล็กๆ ขึ้นมุมปากหลังจากตัดสินใจอะไรได้แล้ว


นานๆ ทีคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง...


“ไปสิคะ พราวไปด้วยนะพี่”


“หือ? จริงอ่ะ? น้องพราวไปได้เหรอ” คนชวนตอนแรกถามย้ำ ไม่คิดว่าพนิดาจะยืนยันไปงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วยได้จริงๆ


“ค่ะ” เธอพยักหน้าตอบรับอีกครั้ง ดวงตาหวานมีความซุกซนปรากฏอยู่ชัดเจนเพราะคิดว่างานนี้คงต้องทำตัวเป็นเด็กหนีผู้ปกครองเที่ยวสักหน่อย แต่ตราบใดที่จิรกฤตไม่รู้เรื่องก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร “แต่พวกพี่อย่าไปบอกพี่กราฟนะคะ พราวจะแอบหนีเที่ยวแหละ”


และนั่นเองจึงเป็นที่มาของบทสนทนาระหว่างหญิงสาวกับชายหนุ่มซึ่งเกิดขึ้นภายในรถขณะเขากำลังไปส่งที่บ้านในตอนเย็นวันนั้น คิ้วหนาเข้มของจิรกฤตขมวดเข้าหากันเมื่อเด็กสาวบอกว่าคืนนี้ทางร้านอาหารของที่บ้านมีจัดงานเลี้ยงใหญ่ซึ่งพนักงานเกิดไม่พอขึ้นมาเธอต้องไปช่วยงานและทำให้ไม่สามารถคุยโทรศัพท์กับเขาได้ในช่วงก่อนนอนเหมือนวันอื่นๆ


“พราวไม่มีอะไรปิดบังหรือโกหกพี่อยู่ใช่ไหม”


ถึงเหตุผลที่ฟังมันก็มีความเป็นไปได้เพราะเขารู้ว่านี่เป็นเรื่องปกติของหญิงสาวที่ต้องไปช่วยงานของที่บ้านหากพนักงานไม่พอแต่ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้รู้สึกทะแม่งแปลกๆ


“ไม่มีค่ะ โธ่ พี่กราฟนี่ล่ะก็... พราวจะทำอย่างนั้นได้ยังไงละคะ” เสียงหวานตอบกลับคล้ายกำลังอิดหนาระอาใจกับความคิดมากเกินไปเช่นนั้น เธอตวัดมือยื่นไปตีต้นแขนแน่นของจิรกฤตเบาๆ อย่างหยอกกระเซ้า ดวงตากลมใสกะพริบปริบๆ พร้อมจดจ้องไม่ยอมหลบสายตาชนิดที่มั่นใจว่าไม่มีอาการพิรุธแสดงออกมาให้คนรักจับผิดได้แน่นอน


แม้เมื่อกี้จะเผลอจิกชายกระโปรงตัวเองจนเกิดรอยยับไปนิดแต่พี่กราฟคงไม่ได้สังเกตเห็นหรอกมั้ง...


“หรือพี่กราฟไม่เชื่อพราวคะ” เธอเปลี่ยนมาเล่นบทดราม่าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแสดงท่าทางคล้ายยังไม่ปักใจเชื่อ


ชายหนุ่มมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ เหมือนวัดใจก่อนจะถอนสายตากลับไปมองยังท้องถนนอีกครั้งเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นไฟเขียว เอาเถอะถึงตอนนี้จะยังไม่มีหลักฐาน จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แต่พนิดาคิดเหรอว่าเด็กน้อยอย่างเธอจะสามารถเล่นละครได้แนบเนียนถึงขั้นเขามองบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในแววตาใสแจ๋วนั้นไม่ออกจริงๆ


“เชื่อสิ”


ประโยคนั้นทำให้คนที่ได้ยินแอบเบือนหน้าหันไปมองนอกหน้าต่างพลางถอนหายใจเบาๆ เธอแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากจิ้มลิ้มซึ่งชักรู้สึกเริ่มแห้งผากขึ้นมาแปลกๆ ทว่าคำพูดต่อมาของเขาจะทำให้เธอสะดุ้งเฮือก หัวใจหล่นวูบตกลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม


“แต่ถ้าพี่รู้ว่าพราวโกหกขึ้นมา... คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าจะโดนทำโทษยังไง”


พนิดาชะงักทันควันเสียศูนย์ไปเล็กน้อยจนเกือบแสดงพิรุธออกมาทางสีหน้าแต่สุดท้ายด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ว่าวันนี้เธอต้องออกไปเที่ยวให้สำเร็จและรอดพ้นจากการถูกจับได้ของชายหนุ่มจึงทำให้หญิงสาวหันกลับไปมองคนรักด้วยเต็มตา ใบหน้าหวานมองเชิดขึ้นแสดงท่าทางห้าวหาญเหมือนคนกำลังหาเรื่อง


หาเรื่องเข้าตัวสิไม่ว่า...


“พราวเป็นเด็กดีขนาดนี้ จะกล้าโกหกพี่กราฟได้ยังไงละคะ”


“ครับ พราวเป็นเด็กดี” เสียงทุ้มรับคำยืนยันหนักแน่นเจื้อยแจ้วนั้นพร้อมกับมือใหญ่ที่เอื้อมไปลูบศีรษะทุย ดวงตาคมเหลือบมองร่างเล็กที่เขาจับสัมผัสความสั่นสะท้านแบบเบาๆ ได้อย่างชัดเจน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาชั่วพริบตาก่อนมันจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว “ยังไงก็อย่าดีแตกแล้วกันล่ะ”


ไม่มีคำพูดใดๆ ตอบรับออกมาอย่างชัดเจนนอกจากเสียงหัวเราะแห้งๆ กับรอยยิ้มปุเลี่ยนพิกล พวงแก้มเนียนใสเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อซึ่งมันไม่ได้มาจากความขัดเขินหากแต่เป็นอาการร้อนตัวต่างหาก ใบหน้าหวานเสเบือนออกไปมองทิวทัศน์ข้างนอกโดยไม่กล้าสบตาคนรักตลอดทาง


คนมีชนักติดหลังก็แบบนี้แหละ...



หญิงสาวในชุดจั๊มสูทขายาวสีขาวเทาขนาดพอดีตัวกำลังยืนส่องกระจกดูความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้ง มือเล็กจัดทรงเส้นผมที่ถูกม้วนเป็นลอนยาวถึงกลางหลังอยู่สักพักก็พอใจก่อนจะเลื่อนสายตามองภาพรวมด้วยสีหน้าก้ำกึ่งระหว่างชอบกับไม่แน่ใจไปพร้อมๆ กัน


“ไม่โป๊หรอกมั้ง ชุดแบบนี้ใครๆ เขาก็ใส่ทั้งนั้น”


ชุดที่เธอเลือกใส่แม้เป็นขายาวถึงข้อเท้าดูคล้ายจะเรียบร้อยหากแต่ช่วงบนกลับเป็นสายเดี่ยวเส้นเล็กจิ๋วที่หากโดนดึงนิดเดียวก็อาจขาดสะบั้นลงง่ายๆ แถมยังเป็นคอวีซึ่งแหวกลึกลงมาพอสมควร ถึงไม่มากขนาดเห็นร่องอกอวบอิ่มแต่บางจังหวะก็ถือว่าชวนหวาดเสียวได้เหมือนกัน


แบบนี้ถ้าคนรักของเธอเห็นรับรองเลยว่าต้องถูกไล่ให้กลับไปเปลี่ยนแทบไม่ทันแน่นอน


พอคิดถึงจิรกฤตแล้วจู่ๆ เธอก็รู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก หวนนึกถึงสายตาคมกริบคู่นั้นที่เหมือนกำลังล้วงลึกลงไปถึงเบื้องลึกของหัวใจก็ทำให้เกิดความไม่มั่นใจเล็กๆ ว่าเขายอมเชื่อกันแบบง่ายๆ โดยไม่สงสัยอะไรจริงน่ะเหรอ ถึงไม่มีการซักถามใดๆ หลังจากนั้นแต่ใบหน้าหล่อเหลาแต้มไปด้วยรอยยิ้มชอบกลแปลกๆ ตอนที่เธอบอกลาก่อนลงจากรถนั่นก็ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมากัดเล็บเบาๆ อย่างครุ่นคิด


ไม่หรอก เธอคิดมากเกินไปแล้ว... พี่กราฟไม่ใช่พ่อมดหมอผีสักหน่อยจะได้มารู้ความคิดหรือเหตุการณ์ล่วงหน้าได้นี่หน่า


ดวงตากลมใสที่วันนี้ตกแต่งด้วยอายแชโดว์สีเข้ม กรีดอายไลเนอร์ตวัดเฉียงขึ้นชวนมองและปัดมาสคาร่าจนขนตางอนงามโดดเด่นกว่าปกติหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิดอยู่สักพักสุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก ไหนๆ จิรกฤตก็ยอมปล่อยไปง่ายๆ แล้วจะกังวลใจให้ร้อนรนทำไม ว่าแล้วริมฝีปากแดงระเรื่ออมชมพูจึงค่อยยิ้มกริ่มออกมา ความรู้สึกฮึกเหิมลำพองใจเกิดขึ้นเมื่อนึกได้ว่าครั้งนี้ชายหนุ่มตามเธอไม่ทันจริงๆ


“มันก็ต้องมีที่คนแก่จะตามเด็กไม่ทันบ้างแหละเนอะ”


พนิดาหลุดหัวเราะคิกคักออกมากับ ‘คนแก่’ ที่แอบเรียกลับหลังชายหนุ่ม นัยน์ตาสีเข้มเป็นประกายวิบวับคล้ายกำลังตื่นเต้นมากกว่าระแวงที่สามารถหนีเที่ยวได้ เธอพลิกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาแล้วก็เห็นว่าใกล้ได้เวลาที่ควรออกจากบ้านแล้ว


ร่างบางมองกระจกบานใหญ่เต็มตัวอีกครั้งก่อนคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กคล้องบนไหล่ มือขาวนุ่มนิ่มเอื้อมไปหมุนลูกบิดเพื่อเปิดประตูพลางก้าวเท้าออกไปแต่แล้วดวงตาใสก็ต้องเบิกกว้างตกใจจนแทบอยากเป็นลมหนีจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอดเมื่อพบว่า...


“พะ... พี่กราฟ”


“นี่ชุดทำงานเหรอ”


สายตาวาวโรจน์หากเปี่ยมด้วยไฟปรารถนาคุกรุ่นอย่างไม่ปิดบังเมื่อกวาดมองเรือนร่างระหงที่ถึงจะตัวเล็กแต่ทรวดทรงอกเอวกลับเต็มแน่นไปทุกสัดส่วน น้ำเสียงเข้มเอ่ยขึ้นแสนเบาแทบไม่ต่างจากกระซิบแต่คนฟังกลับรู้สึกถึงความน่าสะพรึงได้เป็นอย่างดี


พนิดาหน้าเสียพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอด้วยความฝืดเคือง เท้าที่ตั้งใจจะก้าวไปข้างหน้าถอนร่นตั้งหลักโดยอัตโนมัติและนั่นจึงทำให้ร่างสูงใหญ่ย่างสามขุมประชิดตามเข้ามาจนกว่าจะรู้ตัวเธอก็ได้ยินเสียงปิดประตูล็อกกลอนเสร็จสรรพ ในหัวได้แต่คิดวนเวียนไม่หยุดว่าทำไมเขาถึงโผล่มาแบบกะทันหันเหมือนผีได้ขนาดนี้


“พี่ถามว่านี่มันชุดทำงานเหรอ ห๊ะ!”


“งือออออ พราวขอโทษค่ะ” เธอสะดุ้งโหยงรีบละล่ำละลักพูดขอโทษออกไปทันที เสียงกร้าวที่ดังมากขึ้นของเขาทำเอารู้สึกกลัวจนตัวสั่นน้ำตาแทบเล็ด


“ขอโทษเรื่อง...”


“เรื่อง... เรื่อง...” เธอเกิดติดอ่างขึ้นมาแบบฉับพลัน ดวงตากลมมองหน้าเขาแล้วก็สั่นเป็นเจ้าเข้าเพราะจิรกฤตในเวลานี้ทั้งน่ากลัวและคาดคั้นไปพร้อมกัน ใบหน้าแดงก่ำสลับขาวซีดอย่างน่าสงสาร อยากจะถอนสายตาออกมาเหลือเกินแต่ไม่รู้ทำไมถึงทำแบบนั้นไม่ได้


เหมือนมีมนต์สะกด เหมือนถูกตรึงให้ไม่อาจละสายตาจากผู้ชายหน้าโหดคนนี้ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว


“ก็เรื่อง... ที่พราวใส่ชุดแบบนี้ค่ะ” เธอรีบตอบโดยไม่รู้แล้วว่าควรลำดับพูดอะไรก่อนหรือหลัง รู้แต่ตอนนี้ตัวเองถูกไล่ต้อนจนเรียวขาชนเข้ากับเตียงนอนหากทว่าชายหนุ่มก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดคุกคามกระทั่งร่างกายเสียหลักทรุดลงนั่งบนฟูกที่นอนราวกับในนิยายที่เคยอ่านเจอ


“แล้วใส่ทำไม”


“พวกพี่ที่แผนกเขาจะมีงานเลี้ยงส่ง”


จิรกฤตได้ยินดังนั้นก็ทำทีแสร้งถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจ้องเขม็งไปที่ร่างเล็กเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังใคร่ครวญหาวิธีลงโทษเด็กดื้อแอบหนีเที่ยวแถมยังริเป็นเด็กเลี้ยงแกะแล้วนี่ยังไม่นับข้อหากล้าใส่เสื้อผ้าดึงดูดสายตาหื่นกามจากผู้ชายอีก


หากวันนี้เขาเกิดจับไม่ได้และปล่อยให้เธอไปเที่ยวสถานที่สุ่มเสี่ยงแบบนั้นจริงๆ พนิดาต้องตกเป็นเป้าสายตากี่คู่... แค่คิดก็น่าโมโหแล้ว


ท่ามกลางความเงียบชวนอึดอัดนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวก็ดังขึ้นจากในกระเป๋าสะพายที่ตกอยู่ข้างเตียง เดาไม่ยากว่าคงเป็นชีวานนท์ที่โทรมาตามเมื่อเห็นว่าเธอยังไม่มาหลังเลยเวลานัดหมาย


“รับสิ”


น้ำเสียงเรียบสนิทเอ่ยขึ้นพลางส่งทั้งกระเป๋านั้นให้คนรักก่อนจะโถมกายโน้มดันร่างเล็กให้ล้มลงไปแผ่หลาบนเตียงโดยมีเขาคร่อมทับอยู่ด้านบน ดวงตาสีดำเข้มกวาดมองเรือนร่างเร้าอารมณ์อย่างแฝงไปด้วยนัยบางอย่าง


บางอย่างที่คนถูกมองก็รู้ดีว่ามันคืออะไร...


“ฮะ... ฮัลโหล” เสียงหวานแผ่วเบาเอ่ยขึ้นหลังกดรับสาย ปลายเสียงเจือไปด้วยแรงสั่นสะท้านนิดๆ เมื่อขณะที่กำลังพูดกับชีวานนท์เธอก็ถูกรบกวนด้วยมือและปากของจิรกฤตไปด้วย


“อยู่ไหนน่ะพราว เขามากันครบหมดแล้ว”


“เอ่อ... อ๊ะ” สติในการจะตอบกลับกระเจิดกระเจิงไปหมด เธอรีบยกมือขึ้นมาปิดปากเพื่อห้ามเสียงร้องซึ่งเผลอดังออกมาด้วยความตกใจเมื่อสายเดี่ยวเส้นเล็กที่เกือบร่วงหลุดจากไหล่ถูกนิ้วเรียวยาวปัดตกไปกองอยู่ตรงต้นแขนและนั่นทำให้ตั้งแต่ช่วงลำคอ กระดูกไหปลาร้าและเนินอกอิ่มเปิดเปลือยไร้สิ่งใดมีบดบังจริงๆ


“เป็นอะไรน่ะ แล้วตกลงอยู่ไหน”


“เรา... เราฝากขอโทษพี่ๆ ด้วยนะ คงไปไม่ได้... เหมือนจะไม่ค่อยสบาย... อื้ออออ” ไม่ทันพูดจบประโยคดีก็ต้องหลุดเสียงครางอีกครั้งเมื่อคราวนี้เนินอกขาวผ่องถูกริมฝีปากร้อนระอุประทับจุมพิตลงอย่างเร่าร้อน เอาแต่ใจ


ซึ่งมาถึงขั้นนี้เธอมั่นใจแล้วว่าตัวเองไม่มีทางไปตามนัดได้แน่นอนเพราะท่าทางคืนนี้คงหลุดออกไปไหนไม่รอดแล้ว


“อ้าว ไหงงั้น? โอเคๆ ก็ตามใจนะ เอาที่สะดวก”


ปลายสายแสดงอาการงุนงงเพียงเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นเข้าใจอย่างว่าง่ายโดยไม่คิดสอบถามอะไรเพิ่มเติม กระทั่งไม่ถึงนาทีหน้าจอโทรศัพท์ของจิรกฤตก็สว่างวาบขึ้นบ้างซึ่งผู้ติดต่อเข้ามาก็คือชีวานนท์คนเดิม หากคราวนี้ไม่ใช่การโทรเข้ามาเหมือนหญิงสาวแต่กลับเป็นข้อความจากโปรแกรมสนทนายอดนิยมแทนซึ่งแน่นอนว่าเวลานี้เจ้าของมือถือไม่คิดจะสนใจหยิบขึ้นมาอ่านหรอก


‘อย่าลืมค่าสอดแนมของผมนะ พี่’


เด็กเลี้ยงแกะจะถูกหมาป่าจับกินยังไง โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ อิอิ

ว่าแต่อีพี่กราฟนี่ไรท์รับประกันว่าสักวันต้องถูกหนูพราวโดนเอาคืนแน่ๆ

ปล. นี่เป็นแค่นิยายเนอะ อย่าคิดมาก 555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว