email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (Part Shiro & Aetan)

ชื่อตอน : กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (Part Shiro & Aetan)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2560 22:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (Part Shiro & Aetan)
แบบอักษร

“ไม่เอาชุดนี้ ไปเปลี่ยนมาใหม่”

นี่เป็นครั้งที่ 10 แล้วที่เอเธนส์เป็นคนไล่ฮาเวียร์และสาวใช้ให้เดินกลับไปในห้องแต่ตัวพร้อมกับชุดมากมายที่ถูกกองไว้หน้าห้องลอง ชายหนุ่มที่ใส่ชุดสูทธสีดำ รองเท้าหนังเงาวับ ขับให้เขาดูดีขึ้นเป็นพันเท่า เขานั่งในท่าไขว่ห้างพรางมองไปที่ห้องลองชุดก่อนจะมีฝาแฝดหนุ่มหล่อนั่งอยู่ด้านข้าง

“คุณชายค้ะ ไม่มีชุดแล้วล่ะค่ะ คือ..อะ..เอ่อ ชุดนี้ชุดสุดท้ายแล้วด้วย ถ้าคุณชายไม่ชอบสงสัยต้องสั่งตัดละค่ะ แต่มันจะนานไป..”

สาวใช้ที่เดินออกมาก่อนจะเปิดประตูนำฮาเวียร์ซึ่งทันทีที่ร่างเล็กค่อยๆก้าวขาออกมาก็ทำเอาฝาแฝดลูอีสและแมกซิมถึงกับมองตาค้างรวมถึงกับเอเธนส์ที่กำลังก้มลงเล่นไอโฟนต้องเงยหน้ามองราวกับต้องมนต์สะกดก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นราวกับพอใจไม่ใช่น้อย

“เยี่ยม ! คราวหน้าฝากสั่งตัดชุดที่ไม่ต้องเว้าหน้าเยอะขนาดนั้นและก็ไม่ต้องผ่าข้างสูงมาจนถึงขนาดนั้นเอาพอดีๆ มาสัก 3 ชุด และก็...”

“พอเหอะน่า แค่นี้ฉันก็สุดจะทนล่ะ นายไม่ได้ใส่เองก็อย่ามาเรื่องมากเถอะ”

“....”

“ถ้าจะสั่งตัดชุดอ่ะ ฉันอยากใส่แบบเว้าหน้าเยอะๆ ผ่าสูงๆ หรือไม่ก็ขอเป็นเกาะอกสีฉูดฉาด ที่ใส่ละคนในงานมองเยอะๆน่ะ ..” ฮาเวียร์ไม่พูดเปล่ายังถือวิสาสะเดินพาร่างสวยๆมาหาชายหนุ่มก่อนจะก้มตัวลงทำเอาหน้าอกหน้าใจเธอแทบจะชนกับใบหน้าหล่อนั้นอย่างตั้งใจ

แต่ทว่า..

“จะทำอะไร ?” เอเธนส์ที่คว้าแขนเล็กไว้ก่อน ซึ่งทำเอาหญิงสาวชะงักก่อนจะทำหน้างงๆและเหลือบไปมองแก้วเหล้าที่วางอยู่ข้างกายก่อนจะกระดกดื่มและชูขึ้น

“กินเหล้าไง ? นายคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ” ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มจนกลายเป็นแม่สาวน้อยสุดเซ็กซี่ในคืนนี้ ทำเอาเอเธนส์ถึงกับถอนหายใจและหันไปมองทางอื่นก่อนพูดขึ้น

“มีเสื้อคลุมมั้ย เอามาให้เธอตัวนึง”

“มีค่ะ สักครู่นะค้ะ” สาวใช้อีกสองคนที่รีบเดินไปที่ห้องลองชุดหลังจากได้รับคำสั่งจากเจ้านายสุดหล่อ ทำให้ฮาเวียร์ที่มองตามถึงกับทำสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ทำได้แค่นั้นแหละ เอเธนส์ที่เงยหน้ามองร่างกายหญิงสาวก่อนจะลุกขึ้นและเดินเข้ามาหา ซึ่งนั่นทำให้เธอถึงกับผงะไป

“ไม่เบานะเธอเนี่ย”

“อะไรของนาย”

“หึ ใส่เสื้อคลุมไปด้วยฉันไม่ชอบ” เอเธนส์ไปพูดเปล่ายังหันไปตบหลังฝาแฝดให้ลุกขึ้นแต่ก่อนจะได้เดินไป ฮาเวียร์ดันเอ่ยประโยคที่จี้ใจดำขึ้นมา

“และทำไมฉันต้องใส่มันด้วย ในเมื่อฉันก็ชอบอะไรแบบนี้”

“....”

“ทำไม ? เกิดหึงขึ้นมาจริงๆแล้วหรือไง ?”

“ไม่ได้หึง แค่ไม่ชอบ...”

“ทำไมถึงไม่ชอบล่ะ หืมมมม” ฮาเวียร์ที่เดินเข้ามาใกล้พรางใช้มือเล็กเรียวสวยจับคอปกเสื้อและนำใบหน้าเข้าไปคลอเคลียราวกับยั่วอารมณ์ ทำเอาเอเธนส์ถึงกับหรี่ตามอง

“ฉันไม่ได้หึงอะไรทั้งนั้นแหละ เธอเป็นของฉันและฉันเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเธอ”

“.....”

“ถ้าให้เลือกระหว่างหึงกับหวง”

“ฉันคิดว่าฉันหวงเธอมากกว่า”

21:00 PM

ณ.คฤหาสถ์ ตระกูล Yoshiwa

ลีมูนซีนสีดำที่จอดลงด้านหน้าทางเข้าพร้อมกับพรมกำมะหยี่สีแดงที่ปูไว้เป็นทางยาวราวกับกำลังเดินเข้าไปในปราสาทหลังใหญ่ พร้อมกับด้านข้างที่มีแต่นักข่าวมากมายที่ต่างพากันรุมล้อมและยื่นไมค์สัมภาษณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับหลายๆความสัมพันธ์ ก่อนที่ทุกๆคนจะต่างพากันชะงักและหยุดทำทุกอย่างเมื่อเห็นชายหนุ่มอย่างเอเธนส์ค่อยๆก้าวลงจากรถพร้อมกับบอดีการ์ดสามสี่คนที่ถูกเขานั้นไล่ไปด้านอื่นแต่ที่พีคกว่านั้นคือหญิงสาวที่ค่อยเดินตามชายหนุ่มลงมา ทำเอานักข่าวทั้งหมดที่กำลังสัมภาษณ์คู่อื่นอยู่ต้องปรี่ตัวมายื่นไมค์จ่อมาที่หน้าเอเธนส์และฮาเวียร์ทันที โดยมีลูอีสและแมกซิมที่พยายามกั้นขวางอยู่ห่างๆ

“ความสัมพันธ์ระหว่างคุณเอเธนส์กับฮาเวียร์ เป็นอย่างไงบ้างค้ะ ??”

“แล้วแคทเทอรีนละค้ะ ไม่มาด้วยเหรอ ??”

“ข่าวลือที่บอกว่าถึงกับลงไม้ลงมือกับพวกตระกูล โคลัมบัสนี่จริงหรือเปล่าค้ะ ???”

“และตอนนี้อยู่ในสถานะอะไรกันค้ะ แฟนหรือแค่เพื่อน หรือ...”

“ภรรยาครับ”

“ฮือฮาๆๆๆๆๆๆๆๆ...” นักข่าวที่ถึงกับเบิกตากว้างก่อนจะหันสายหันขวามองหน้ากันอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินจากปากของเขา ซึ่งนั่นทำให้ฮาเวียร์ก็ตกใจไม่แพ้กันแต่ก็ยังคงควบคุมสติไว้ดีเยี่ยม

“จริงเหรอค้ะ ทำไมไม่เห็นมีการ์ดหรืองานแต่ง หรือว่าไม่ได้เปิดตัวเป็นทางการค้ะ ??”

“แล้วแบบนี้ทางแคทเทอรีน เขาจะ..”

“เลิกพูดถึงเคท ได้แล้วครับเธอเป็นภรรยาของพี่ชายผม ส่วนเรื่องงานแต่งงานผมยังไม่ได้เตรียมพร้อม ไว้ผมจะบอกอีกทีนะครับ”

“แล้วเรื่องที่ถูกปลดออกจากองค์กรนี่เรื่องจริงปะค้ะ..”

“นั่นสิ ใช่เรื่องจริงปะครับ”

“ใช่ๆๆ” นักข่าวมากมายที่ต่างพากันกรูมาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำเอาเอเธนส์ถึงกับขมวดคิ้วแล้วหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างแมกซิมราวกับว่ารู้งาน

“ขอทางครับ”

“แต่... เอเธนส์ค้ะ แล้วเรื่อง...” ยังไม่ทันที่จะพูดจบแมกซิมที่หันมามองด้วยสายตาให้หยุดพูด ทำให้หญิงสาวที่กำลังสัมภาษณ์ถึงกับหุบปากแล้วเงียบลงก่อนจะหลีกทางให้กับหัวหน้ามาเฟียอย่างเอเธนส์ทันที

 ด้านในห้องโถงสีเนื้อสะอาดตาที่ขนาดกว้างใหญ่มาก พร้อมกับผู้คนมากมาย ดาราและบุคคลที่มีชื่อเสียง นักธุรกิจพันล้านที่ต่างพากันมางานนี้เนื่องจากเป็นงานที่สำคัญและบางคนก็ถึกับเป็นหุ้นส่วนหรือเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่แล้วบอดีการ์ดมากมายที่เดินตรวจตราอยู่ตลอด หญิงสาวที่เดินเข้ามาด้านในพร้อมกับชายหนุ่มที่มองซ้ายมองขวาก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนเอ่ยเรียก แต่ไม่ได้เรียกเขานี่สิ !

“เฮ้ ! เธอ ... ฮาเวียร์ ?”

“.....”

“เธอมาทำอะไรที่นี่ !?”

เสียงนุ่มที่ออกแนวตกใจปนประหลาดใจที่ดังขึ้นด้านหลังทำเอาฝาแฝดหนุ่มและเอเธนส์ต้องหันไปมองซึ่งนั่นก็ส่งผลให้เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกที่มีสีหน้าตื่นตกใจต้องอาปากค้าง

“ชิโร่” หญิงสาวที่เอ่ยชื่อขึ้นมาเบาๆด้วยทาทีตื่นตกใจ พร้อมกับสายตาที่จ้องไปยังชายหนุ่มตรงหน้า แต่เขาเองนั้นก็ไม่ได้ตกใจอะไรมาก ก่อนจะหันมาหาเอเธนส์และฉีกยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรราวกับสนิทกัน

“มากับยัยนี่เหรอแกน่ะ เดียวนี้หัดพาสาวเข้างาน มาเปิดตัวหรืออะไรล่ะ หืม..ว่าไง??” รอยยิ้มน่ารักที่ส่งไปให้หญิงสาวตรงหน้าซึ่งเธอนั้นถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเนื่องจากไม่รู้ว่าทั้งสองคนนี้รู้จักกันมาก่อนอยู่แล้ว แล้วที่น่าตกใจมากกว่านั้นคือลูอีสที่ค่อยๆเขยิบตัวไปด้านหลังอย่างมีมารยาทแต่ก็ไม่วายทำสีหน้าตกใจไปกับเขาด้วย

“ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแกเลย แล้วแกรับมือกับแม่ใหม่แกได้หรือยังล่ะ เห็นไปบ่นในสภาองค์กรขอเปลี่ยนกฎอะไรมากมาย แล้วเป็นไง ได้ไหมล่ะ ?” เอเธนส์ที่ไม่ได้ตอบคำถามหนุ่มน่ารักอะไรมากมายแถมยังถามกลับไปอีก ซึ่งนั่นก็ทำให้หนุ่มหน้าหวานอย่างชิโร่ หรือ โยชิว่า ชิโร่ ทายาทธุรกิจส่งออกอัญมณีเพชรที่มีมูลค่าเกือบหนึ่งพันล้านบาท รวมทั้งยังเป็นหุ้นส่วนแล้วเก้าอี้นั่งหนึ่งคนในสภาองค์กรอีกด้วย ไม่แปลกที่ใครต่อใครก็รู้จักเขาในนาม

‘หนุ่มหล่อพันเหลี่ยม’ ที่ถูกจัดอับดับให้เป็นหนุ่มธุรกิจที่หน้าตาดีมากที่สุดพอๆกันกับเอเธนส์ที่ตามติดกันมาติดๆ เนื่องจากเขานั้นมีเชื้อชาติ ญี่ปุ่นลูกครึ่งอเมริกัน อายุ  25 ปี ใบหน้าขาวเรียวคมอมชมพูนิดๆ ที่ผู้หญิงเห็นยังรู้สึกอิจฉา ไหนจะสันดั้งที่โด่งรับกันริมฝีปากสีชมพูระเรือทำให้เขานั้นดูเป็นผู้ชายที่มีสเน่ห์เป็นอย่างมากของมาก ขนตาที่ยาวออกมาเป็นแพรวมทั้งนัยน์ตาสีเทาที่ชอบหรี่ตามองหญิงสาวอยู่บ่อยๆราวกับยังคงสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรมากมาย

“ช่างเหอะ โคตรไม่มีสาระ และนี่ทำไมมาช้า พ่อฉันถามหาแกหลายรอบละ” ชิโร่ที่พูดก่อนจะยกแขกขึ้นดูนาฬิกาข้อมือและพยักหน้าให้กับชุดดำด้านหลังเข้า

 “วุ่นวายกับนักข่าวของพ่อแกน่ะ” เอเธนส์ที่ตอบนิ่งๆ

“ฉันก็ว่าจะให้ลูกน้องไปไล่ได้ล้ะ เสียเวลาแล้วนี่ไม่เจอกันนานสวยขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย ฉันพอได้ข่าวเธออยู่แต่ไม่คิดว่าวันนึงจะมาเจอเธออยู่กับไอ้เธนส์ โชคดีไม่เบานิ” ชิโร่ที่พูดขึ้นพร้อมกับขยิบตาให้ทำเอาเอเธนส์ถึงกับหันมามองหญิงสาวด้วยความงงและหันไปมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง

“รู้จักกันเหรอ ??”

“แน่สิ รู้จักดีเลยล่ะ ไม่เชื่อถามเธอได้จริงมั้ย ฮาเวียร์ ??” ฮาเวียร์ที่เงยหน้ามองเอเธนส์ที่หันมาสบตากันพอดี ซึ่งนั่นทำเอาคนกลางอย่างเธอถึงกับลำบากใจ

“ไปรู้จักกันตอนไหน ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่อง”

“ฉันรู้จักชิโร่ ก่อนจะมารู้จักนายอีก”

“ได้ยังไง ??” เอเธนส์ที่เริ่มโมโหก่อนจะเม้มปากอย่างกลั้นอารมณ์ตัวเอง ทำเอาชิโร่ที่ยืนอยู่ตรงนั้นต้องพูดเอง

“เรื่องนี้ไว้แกไปถามเธอเองดีกว่าใช่ไหม ฮาเวียร์^^”

...................................................................................................................................

เอเธนส์ที่หันมามองหญิงสาวด้วยความหงุดหงิดแต่ก็ยังเก็บซ่อนอารมณ์ไว้อย่างดี แต่ไม่นานก็มีชายชุดดำที่ดูเหมือนจะเป็นบอดีการ์ดในงานเดินมาทางชิโร่และเอ่ยขึ้นเบาๆก่อนจะเดินไปอีกทาง

“แกน่ะ พ่อฉันเรียกล้ะ อยู่ข้างบนส่วนเธอไม่ต้องไปหรอกอยู่กับฉันนี่แหละ” ชิโร่ที่บอกก่อนจะพยักเพยิดหน้าให้หนุ่มหล่ออย่างเอเธนส์นั้นให้ขึ้นไปข้างบน

“จะดีเหรอวะ”

“ถ้าไม่เชื่อใจก็ให้หลุยส์อยู่กับเธอสักคนก็ได้ แต่คนอย่างแกจะไม่ไว้ใจฉันน่ะนะ” โยชิที่พูดไปขำไปก่อนจะคว้าแขนหญิงสาวและดึงเข้าหาตัวก่อนจะยกยิ้มมุมปากราวซึ่งนี่เป็นการแสดงท่าทีความเป็นมิตรสำหรับเขา แต่คนอื่นนั้นไม่เลย

"ไม่ต้องจับก็ได้ ก็เดินเองได้” ฮาเวียร์ที่ดึงแขนออกด้วยความรำคาญทำให้หนุ่มน้อยน่ารักอย่างโยชิถึงกับขำออกมา

“งั้นฝากด้วยละกัน ถ้าเธอเป็นอะไรฉันเอาแกตายแน่” เอเธนส์ที่ไม่วายยังหันมาขู่โยชิเพื่อนรักของตนก่อนจะเรียกแมกซิมให้ตามเขาไปด้วย ซึ่งลูอีสนั้นก็รู้งานว่าตอนนี้เขาต้องตามจับตาดูฮาเวียร์ราวกับเป็นบอดีการ์ดส่วนตัว

ทันทีที่เอเธนส์เดินจากไปโยชิที่หันมาหาหญิงสาวก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างขบขัน

“ไม่เจอกันนานแลเธอดูดีขึ้นเยอะเลยนะ เป็นไงมั่งล่ะ ไอ้เธนส์มันดูแลเธอดีไหม เหมือนที่ฉันเคยทำกับเธอแต่ก่อนหรือเปล่า...?” โยชิที่เดินไปพูดไปโดยมีหญิงสาวเดินประกบข้าง ซึ่งคำถามนั้นทำเอาฮาเวียร์ที่กำลังจะหยิบแก้ววอดการ์ที่มีพนักงงานเดินมาเสิร์ฟต้องชะงักมือเลยทีเดียว

“ฉันได้ยินข่าวเธอบ่อยนะ เอาความจริงก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมาอยู่กับมันได้ ตอนแรกที่ฉันรู้ฉันก็คิดไว้ว่าจะไปหาเธอแต่เห็นว่าช่วงนั้นพวกมันกำลังมีปัญหาในครอบครัวก็เลยไม่อยากไปให้ลำบากใจ แต่ก็คิดไว้นะว่าสักวันนึงฉันอาจจะเจอเธอ” ชิโร่ที่เม้มปากก่อนจะหันมาหาเธอ ก่อนจะส่งรอยยิ้มน่ารักไปให้

“ขอบใจนะ”

“อะไรวะ พูดไปตั้งเยอะตั้งแยะ ตอบมาแค่เนี้ยะ ?” ชายหนุ่มที่หัวเราะก่อนจะใช้มือโยกหัวฮาเวียร์ไปมาซึ่งนั่นก็ทำให้เธอถึงกับอมยิ้มเล็กน้อย

“เธอรู้ไรไหมว่าวันนี้อาจจะเป็นวันตัดสินชะตาชีวิตของมันเลยก้ได้นะ” ชิโร่ที่พูดขึ้นด้วยสีหน้านิ่งๆซึ่งนั่นก็ทำเอาเธอเองถึงกับขมวดคิ้วด้วยความงง

“หมายความว่าไง ??”

“เดี๋ยวเธอก็รู้เอง หึๆ”

ด้านบน

ชายหนุ่มที่หยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ที่ถูกแกะสลักเป็นรูปมังกร โดยมีแมกซิมและคนคุ้มกันที่แสกนตัวด้วยความปลอดภัยพร้อมกับเอ่ยขึ้น

“เจ้านายครับ คุณเอเธนส์มาขอพบแล้วครับ”

“ให้เข้ามาได้” เสียงจากด้านใน

“เชิญครับ”

ในห้องโถงที่กว้างใหญ่ด้านในโดยมีชายหนุ่มอายุราวๆ 30 นั่งอยู่บนเก้าอี้คนเดียวพร้อมกับปืนหนึ่งกระบอกที่วางตรงหน้า ทำเอาเอเธนส์ถึงกับเม้มปากก่อนจะเอ่ยขึ้น

“สวัสดีครับ คุณอา”

“นั่งลงก่อนสิ” มาร์คัสที่พูดก่อนจะผายมือไปที่เก้าอี้ด้านหน้า ทำให้เอเธนส์ต้องพยักหน้าและนั่งลงด้วยความหวั่นเกรงกับบุคคลที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้

“ที่ฉันเรียกนายมาเจอวันนี้ก็คงจะเป็นเรื่องนี้เรื่องเดียวแหละ เจ้าเธนส์” ไม่พูดเปล่ามาร์คัสที่ดึงลิ้นชักออกมาพร้อมกับหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลและวางไว้บนโต๊ะข้างๆกระบอกปืน

“ครับ ?”

“รู้ใช่ไหม ว่าฉันหมายถึงอะไร ?”  มาร์คัสที่ถามเอเธนส์ ก่อนจะดันซองนั้นให้ไปอยู่ตรงหน้า

“เปิดสิ”

“ครับ”

มือใหญ่ที่เอื้อมมือหยิบซองนั้นขึ้นมาเปิดพร้อมกับค่อยๆเลื่อนกระดาษสีขาวที่อยู่ด้านในโดยมีสัญลักษณ์ในองค์กรสภาขึ้นตระหง่านอยู่ตรงกลางแผ่น ซึ่งนั่นก็ทำเอาเอเธนส์ถึงกับตีหน้านิ่งก่อนจะดึงกระดาษนั้นออกมาโดยที่เจ้าตัวนั้นอ่านเจอบรรทัดนึงพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมา

“หมายความว่าไงครับ”

“สัญญาแผ่นนี้คือเครื่องบ่งชี้ว่านายกำลังถูกปลดจากการเป็นหัวหน้ามาเฟียอย่างถาวร แต่.....”

“.......”

“แกรู้ใช่ไหมว่ามันมีข้อแก้ไขเพื่อที่จะได้กลับมาเป็นอีกครั้ง ไม่ใช่แค่นั้นถ้าทำสำเร็จอาจจะถูกเลื่อนเป็นหนึ่งที่นั่งในสภาในฐานะสังกัดวงการมาเฟียที่พ่อของแกทำขึ้นมาอีกด้วย”

“ไม่มีทาง ผมทำไม่ได้” เอเธนส์ที่ขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะวางกระดาษลงด้วยความมั่นใจว่าเขาจะไม่ทำข้อตกลงนั่นแน่นอน

“แกแน่ใจเหรอ พ่อแกสร้างให้แกมาขนาดนี้เชียวนะ แกจะทำความฝันพ่อแกสลายเหรอ” มาร์คัสที่พูดไปยิ้มไปซึ่งทำเอาเอเธนส์ต้องถอนหายใจอย่างแรงและยืนยันอีกครั้ง

“แน่ใจครับ”

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แกก็จะไม่ทำสินะ”

“ผมทำแบบนั้นกับเธอไม่ได้ ! ไม่ว่ายังไงก็ตาม” เอเธนส์ที่กัดฟันพูดก่อนจะลุกขึ้น

“หึ แกต้องได้ทำแน่นอน เพราะกฎนี้ไอ้ชิโร่มันตั้งเอง แล้วฉันจะรอดูนะ”

“........”

“มันเริ่มขึ้นแล้ว”

“บ้าเอ้ย !!!”

“ทำตัวเป็นหัวหน้ามาเฟียให้ฉันได้เห็นเป็นบุญตาหน่อย” สิ้นคำพูดนั้นทำให้เอเธนส์ต้องคว้าปืนที่วางไว้บนโต้ะและวิ่งออกจากห้องโถงใหญ่ของมาร์คัสไปด้วยอาการรีบร้อน

“ไอ้แมก โทรหาไอ้ลูดิ ตอนนี้เธออยู่กับมันหรือเปล่า”

“......”

“เอ้า ! ยืนนิ่งทำไมวะ โทรดิ !!! ”

‘ข้อความสำคัญ ทางสภาได้รู้เรื่องเกี่ยวกับการทรยศของคนในองค์กร และเรื่องทุกอย่างที่สภาได้ทำการเก็บไว้เป็นความลับได้ถูกเปิดเผยออกไปที่แหล่งนักข่าวในบางจุดแล้ว ทางองค์กร หรือ ผู้ร่างฉบับนี้จึงขอทำการสั่งให้จับตาย ฮาเวียร์ โคลัมบัส พร้อมกับปิดข่าวให้รู้เพียงแค่คนในองค์กร’

ลงนาม

                                                                                                              Yoshiwa Shiro.

เอเธนส์ที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วพร้อมกันกับคู่หูที่กำลังวิ่งตามมา แต่เมื่อถึงบันได้วนก็ถึงกับเบิกตากว้างกับภาพตรงหน้าในตอนนี้ไม่เว้นแม้แต่ลแมกซิมที่ถึงกับกลั้นอารมณ์ของตัวเองในตอนนี้ไม่ได้ เนื่องจากลูอีสในตอนนี้มีสภาพเล้ะ เสื้อสูทธสสีดำที่ตอนนี้ขาดวิ่น พร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีดาวที่มีแต่รอยเลือดสีแดงเต็มไปหมด ใบหน้าหล่อที่แสนบอบช้ำถูกบังคับให้ก้มลง รวมทั้งกระบอบปืนเก็บเสียงสองกระบอกที่จ่อไปยังศีรษะของเขา ไหนจะมือทั้งสองข้างที่ถูกล็อคด้วยกุญแจมือและกุญแจนั้นก็อยู่บนนิ้วชี้ของหนุ่มน้อยน่ารักอย่างชิโร่ในตอนนี้

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ! แกไม่รู้เหรอว่า กฎของสภาคือห้ามทำคนในองค์กรเดียวกัน !” เอเธนส์ที่เดินลงมาจากบันไดและกดเสียงต่ำพูดกับชิโร่ที่ยังคงยิ้มหน้าบานอยู่

“ทำไมฉันจะไม่รู้ก็ในเมื่อกฎนั้นฉันเป็นคนตั้งมันกับมือเอง แต่ฉันปล่อยให้แกทำอะไรเลยถิดมามากขนาดนี้ไม่ได้อีกแล้ว พวกแกทุกคน.....”

“......”

“ทำอะไรเลยเถิดกันมากไปแล้ว” ใบหน้าหวานของชิโร่ที่เริ่มจริงจังกับเหตุการณ์ในตอนนี้ก่อนจะใส่กุญแจลงไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเองและเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า

“แกรู้มาตลอดว่าองค์กรของเราตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น และแกทำอะไรอยู่”

“.......”

“ฉันเคยบอกพวกแกตลอดว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งแรกที่จะมาก่อนก็คือการทำงาน”

“......”

“สรุปคือฉันต้องลงมาจัดการเรื่องนี้เอง แกมันแค่หัวหน้ามาเฟีย แต่ฉันคือหัวหน้าองค์และที่นั่งในสภา ถ้าแกยังอยากที่จะเป็นอยู่ละก็... เอาตัวเธอมา !”

สิ้นเสียงนั้นก็มีชุดดำที่ลากตัวหญิงสาวออกมา ฮาเวียร์ที่ยังคงมีสภาพปกติแต่เมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นลูอีสที่จมกองเลือดอยู่ก็ถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกใจ

“ลูอีส !!”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว