facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 10 : คณินทร์ พิพัฒนภูวดล

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 : คณินทร์ พิพัฒนภูวดล

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก2

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2560 20:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 : คณินทร์ พิพัฒนภูวดล
แบบอักษร

​ตัวละครเพิ่มเติม

ภัคนันทร์ พิพัฒนภูวดล

สถานะ : แม่คิมหันต์

คณินทร์ พิพัฒนภูวดล

สถานะ : พี่ชายแท้ ๆ ของคิมหันต์

               ​“พ่อจ๋า ๆ พ่อจ๋าตื่น ๆ พ่อจ๋าของน้องตื่นสิ”

“เดี๋ยวพ่อก็ตื่น พ่อแค่หลับไปเฉย ๆ ”

“ไม่เอา น้องจะเฝ้าพ่อ น้องห่วงพ่อมาก ๆ พ่อจ๋าเป็นลมเพราะน้อง”

“ครับ ๆ งั้นเฝ้าพ่อไปก่อนนะ ป๊าจะไปเก็บของใส่กระเป๋า”

เสียงสนทนาจากบเมษาและธนินดังมาจากในห้องที่คิมหันต์กำลังนอนไม่ได้สติหลังจากที่ออกไปช่วยธนินเก็บต้นกะเพรากลางแดด สงสัยคืนที่ผ่านมาคุณพ่อคงโหมร่างกายมากเกินไป พอโดนแดดนิด ๆ หน่อย ๆ ก็เป็นลมไปซะได้

คิมหันต์กะพริบตาถี่แล้วค่อย ๆ ลืมขึ้นเพราะได้ยินเสียงน้องจ๋าดังอยู่ข้างหูพูดซ้ำ ๆ ว่าพ่อจ๋าตื่นได้แล้ว

“อืม…”

“เย้ พ่อจ๋าตื่นแล้ว พ่อจ๋าตื่นแล้ว เย้!!!”

เมื่อเห็นอย่างนั้นธนินก็รีบโผลเข้ากอดคิมหันต์แล้วเอาหน้าซบอกเพราะความดีใจที่เห็นพ่อตื่นสักที

“ครับ ๆ พ่อตื่นแล้ว”

“พ่อของน้องไม่เป็นไรแล้ว คิคิ น้องจ๋าดีใจจังเลย”

ธนินปีนขึ้นไปนั่งบนอกคิมหันต์แล้วโถมตัวลงกอดพร้อมหอมแก้มซ้ายขวาของคิมหันต์ซ้ำๆ คิมหันต์หยัดตัวลุกขึ้นนั่ง เขากอดธนินไว้แล้วโยกตัวไปมาเหมือนโยกเยกที่สองพ่อลูกเล่นอยู่ด้วยกันเป็นประจำ

“โยกเยก ๆ ฮ่า ๆ พ่อหลับไปนานมั้ยเอ่ย”

คิมหันต์ถาม

“สามชั่วโมง ป๊าบอกว่าไม่ให้กวนพ่อ แต่น้องอยากให้พ่อตื่น น้องกลัวพ่อจะเป็นอะไร น้องกลัวพ่อไม่สบาย”

                ธนินพูดพลางใช้มือสองข้างจิ้มตามหลังคิมหันต์ เด็กน้อยขำคิก ๆ ในคอ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เมื่อคิมหันต์ได้ยินแล้วก็อดยิ้มเพราะมีความสุขไม่ได้ แต่ลึก ๆ ในใจธนินไม่รู้เลยสักนิดว่าคิมหันต์เก็บความฝันแปลก ๆ ที่กลับมาฝันอีกครั้ง

                ความฝันที่คิมหันต์ฝันมันออกจะแปลกสักหน่อย เพราะเขาฝันถึงใครบางคนที่ไม่รู้จักแต่รู้สึกผูกพันอย่างบอกไม่ถูก แถมยังรู้อีกว่าตอนเด็ก ๆ คิมหันต์กลัวเสียงฟ้าร้อง คิมหันต์พยายามคิดว่าคนคนนั้นคือใครแต่ก็คิดไม่ออกนอกจากมองกระจกเพื่อสะท้อนเงาของตัวเองให้เห็นใครอีกคนในนั้นเพราะเขาสองคนมีรูปร่างที่คล้ายกันอย่างกับมีฝาแฝดแต่ก็ไม่ใช่

                ระหว่างที่คิมหันต์กำลังเหม่อ น้องจ๋าก็ร้องทักเมื่อตัวเองเป็นฝ่ายพูดอยู่คนเดียว เสียงใส ๆ ทำให้คิมหันต์หลุดออกจากภวังค์ได้อีกครั้ง

                “พ่อจ๋า!!! ทำไมไม่พูดกับน้องล่ะ”

                “ครับ ๆ ฮ่า ๆ ก็หมาพูดเก่งจนพ่อตอบไม่ทันนี่ครับ”

                “อื้ม พ่อจ๋าลุกไหวมั้ย ป๋ากำลังเก็บของ เราจะกลับกรุงเทพกันวันนี้เลย ถ้าลุกไม่ไหวน้องจ๋าจะพาเดินเอง คิคิ”

                “ไหวครับ…”

                พูดจบคิมหันต์ก็ดึงน้องจ๋ามาหอมหน้าผากฟอดใหญ่ เขาเบาใจขึ้นเยอะเมื่อมีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคอยดูแลและเป็นห่วงโดยเฉพาะเวลาไม่สบาย น้องจ๋ายิ้มยีฟัน เด็กน้อยที่ถูกรับมาเลี้ยงจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าทุกวันนี้ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองขาดพ่อหรือแม่เลยสักนิด เพราะธนินมีทั้งคิมหันต์และเมษาคอยให้ความรักอยู่แล้ว

                3 ชั่วโมงต่อมา บ้านพิพัฒนภูวดล

                “สวัสดีครับป้าแหม่ม…”

                น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวขาลงจากรถ BMW X1 ป้าแหม่มแม่บ้านประจำบ้านพิพัฒนภูวดลถึงกลับเบิกตากว้างเมื่อคนตรงหน้าไม่ใช่คิมหันต์ที่กลับจากต่างจังหวัดตามที่ตนคิดไว้แต่เป็นคนในอดีตที่จากกันไกลจนไม่คิดว่าจะได้กลับมาเจอกันอีก

                “คุณหนู…”

                หล่อนเก้าวขาถอยไปด้านหลังพูดไม่ออกน้ำตาคลอเพราะความรู้สึกตอนนี้มันผสมปนกันไปหมด

                “ว้าว…นี่ผมยังเป็นคุณหนูของป้าอีกรึ”

                “ฮึก!!! คุณหนู… คุณหนูคณินของป้า…”

                ป้าแหม่มร้องโฮโผลเข้ากอดร่างสูงพร้อมเอ่ยเรียกชื่อของเขา ใช่ ชายคนนี้มีชื่อว่า คณินทร์ พิพัฒนภูวดล ถือเป็นพี่ชายของคิมหันต์ที่เรื่องราวของเขาและแม่ภัคนันทร์ถูกเก็บไว้เป็นความลับต่อคิมหันต์มาตลอดตั้งแต่คิมหันต์จำความได้

                คณินไม่เปลี่ยนไปนัก เขาและคิมหันต์เหมือนกันอย่างกับแกะมาตั้งแต่เด็ก จะต่างไปก็แค่ส่วนสูงที่มากกว่า

                “ผมกลับมาแล้วครับ…”

                “ค่ะ แล้วนี่บอกคุณผู้ชายรึยังคะ แล้วคุณผู้หญิงเป็นยังไงบ้าง”

                “ยังไม่ได้บอก แม่ตอนนี้ยังอยู่อิตาลี่ เขาบอกว่าค่อยตามมาทีหลัง”

                “…หวังว่าคุณผู้ชายจะไม่ถือสาคุณหนูกับคุณผู้หญิงแล้วนะคะ”

                “ครับ หลัง ๆ มานี้แม่ติดต่อกับพ่อบ้าง…ผมก็เลย…ลองกลับมา”

                “ค่ะ เข้าบ้านกันดีกว่าค่ะ ทานอะไรมารึยัง ป้าได้ทำให้กิน”

                ป้าแหม่มพูดจบก็ผละคณินออก หล่อนเอื้อมมือไปลูบใบหน้าของเขาด้วยความคิดถึง และคณินก็ส่ายหัวเป็นการตอบ

                “ไม่ครับ ผมทานมาแล้ว”

                พูดจบคณินก็เดินเข้าไปในตัวบ้าน ข้างในไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เขากวาดสายตามองกรอบรูปที่แขวนตามกำแพง มันเป็นรูปคิมหันต์น้องชายของเขาที่โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่จนจำแทบไม่ได้ รอยสักลายตามร่างกายทำให้น้องชายคนนี้ดูผิดหูผิดตาจนน่าแปลกใจ แต่สิ่งที่ทำให้คณินแปลกใจไปมากกว่านั้นคือผู้ชายอีกคนที่ถ่ายรูปคู่คิมหันต์แล้วอุ้มเด็กน้อยผิวขาววัยสี่ขวบกว่า ๆ ไว้ ดูจากรูปก็รู้แล้วว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์เกินเพื่อน แต่เพื่อความแน่ใจคณินจึงหยิบกรอบรูปดังกล่าวที่แขวนไว้ข้างกำแพงมาให้ป้าแหม่มดู

                “สองคนนี้ใครครับป้าแหม่ม”

                “อ่อ… หนูเมษา… คนรักคุณหนู ส่วนเด็กคนนั้นก็…น้องจ๋าธนิน คุณหนูรับมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมค่ะ”

                คณินเบิกตากว้างนิดหน่อยเพราะคาดไม่ถึงว่าน้องชายจะมีคนรักเป็นผู้ชายด้วยกันเหมือนกับตัวเองที่ยังเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เขาเอากรอบรูปไปแขวนไว้ที่เก่าพลางมองรูปธนินที่ยิ้มยีฟันก็พาให้ยิ้มตามไปด้วย

                “แล้วพวกเค้าไปไหน ทำไมวันนี้ไม่อยู่บ้านล่ะ”

                “คุณหนูไปเที่ยวบ้านหนูเมษาที่ต่างจังหวัดกับน้องจ๋าค่ะ น่าจะกลับพรุ่งนี้ไม่ก็อีกสองวันถึงกลับค่ะ”

                “อ่อ… มิน่าล่ะ บ้านเงียบเชียว”

                “ค่ะ นานทีก็ไปที ครั้งนี้แหละที่พาน้องจ๋าไปด้วย”

                “ครับ…”

                “น้องจ๋าน่ารักนะคะ แล้วคุณหนูจะรักเค้า…”

                คณิน Said. ฮ่า ๆ หลานลุง…เรามีอะไรสนุก ๆ เล่นกันแล้วล่ะ

                คณินไม่ได้ตอบอะไรป้าแหม่ม เขาพูดคนเดียวในใจแล้วเดินเลี้ยวเข้าไปในห้องครัว ทุกย่างก้าวเขามองทุกพื้นที่ในบ้านตามกำแพงที่เต็มไปด้วยรูปของธนิน เด็กชายที่ไม่ว่าจะมองรูปไหนก็ต่างเป็นรูปที่ยิ้มทั้งนั้น ผิดต่างกับคิมหันต์ที่คณินยังพอจำได้ว่าน้องชายตัวแสบมักไม่ค่อยชอบยิ้มเท่าไหร่

                “ห้องครัวก็มีรูป ฮ่าๆ”

                น้ำเสียงขำในคอเปร่งออกมา เขารู้สึกขบขันที่คิดว่าคนบ้านนี้เป็นอะไรกันไปหมดถึงได้มีแต่รูปถ่ายที่แม้แต่ในครัวยังมีรูปคิมหันต์อุ้มธนินไว้ในอกแล้วส่งยิ้ม ดูจากรูปตอนนั้นธนินน่าจะได้ขวบกว่าๆ เพราะเด็กน้อยมีฟันขึ้นเพียงสี่ซี่ข้างหน้า

                “คุณหนูคะ กระเป๋านี่เอาไว้ไหนคะ”

                กำลังเดินดูรูปได้เพลิน ๆ อยู่ดี ๆ ป้าแหม่มก็เดินเข้ามา คณินสะดุ้งนิดหน่อยแล้วหันไปตอบก่อนหันกลับมาให้ความสนใจกับรูปภาพเหล่านั้นต่อ

                “เดี๋ยวผมเอาไปเก็บเองครับป้าแหม่ม มันหนัก ป้าหิ้วไม่ไหวหรอก”

                “ค่ะ”

                ปี๊น!!!

                หลังจากป้าแหม่มตอบ เสียงแตรรถก็ดังมาจากหน้าบ้าน ทั้งสองหันหน้ามองไปตามต้นเสียงพร้อมกัน คณินยังไม่ทันถามว่าใครกันมาที่นี่ ป้าแหม่มก็รีบวิ่งออกไปกดระบบเปิดประตูอัตโนมัติทันที หล่อนมีท่าทางที่ดีใจจนคณินพอจะเดาได้ว่าคนคนนั้นต้องเป็นคิมหันต์แน่ ๆ

                อะไรกัน ไหนว่าจะกลับพรุ่งนี้ไม่ก็อีกสองวันข้างหน้าไง แล้วทำไมคิมหันต์ถึงได้กลับมาวันนี้ วันที่คณินก็กลับมาที่นี่อีกครั้งเหมือนกัน

                “พ่อจ๋า!!! รถใครหรอเหมือนของพ่อเลย”

                เสียงธนินดังมาถึงห้องครัวที่ธนินยืนกอดอกพิงเค้าท์เตอร์ครัวอยู่ เขายกยิ้มเมื่อในหัวคิดได้พอดีว่าจะทำอะไรสนุก ๆ กับคนในบ้านนี้ คณินเลือกที่จะยืนรออยู่ในครัวเพื่อฟังบทสนทนาของคนเหล่านั้นที่สงสัยว่า BMW x1 สีขาวเป็นของใคร ทำไมมันถึงได้เหมือนกับของคิมหันต์จนทำให้ป้าแหม่มคิดว่าคิมหันต์กลับมาแล้วเลยเปิดประตูรับ

                “ป๊า ๆ ดูสิ คุณเอ็กซ์วันสีขาวเหมือนของพ่อเลย”

                “ครับ ๆ ป๊าเห็นแล้ว”

                “พ่อจ๋า รถคันนี้ของใครพ่อรู้รึเปล่า”

                “พ่อก็ไม่รู้ครับ ไว้เราถามป้าแหม่มกันดีกว่า”

                คนจบบทสนทนาเป็นคิมหันต์น้องชายของคณินที่ตอนนี้กำลังอยู่ในครัว เขาไม่ได้กลัวที่จะพบกับคิมหันต์ แต่เขารอให้คิมหันต์เข้ามาเจอเขาเองต่างหาก

                ตึง ตึง ตึง

                ขณะนั้นก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งเข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงเหนื่อยหอบก่อนภาพเด็กชายจะฉายตรงหน้าของคณิน เด็กชายที่บ้านนี้เรียกกันว่า ‘น้องจ๋า’

                การพบกันครั้งแรกทำเอาธนินชะงักหยุดยืนอยู่กับที่ เด็กน้อยถือขวดนมไว้ในอกมองคนตรงหน้าคิ้วตก ๆ ความกลัวเกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ว่าใครกันที่หน้าตาคล้ายพ่อจ๋าไม่พอแถมยังมาอยู่ในบ้านเรา ธนินเริ่มหวั่น ๆ รู้สึกกลัวจนต้องก้าวขาถอยหลังเพราะโดนสายตาดุดันนั้นจ้องมองไม่ขาด

                “ใคร…” 

                ธนินถามเสียงเอื่อยๆ

                “ลุงเอง… พี่ชายของพ่อหนูไง”

                คณินตอบแล้วเดินมาหาน้องจ๋าที่ยืนหลังชิดกำแพงห้องครัว

                “ลุงจ๋าหรอ… ไม่ ไม่ใช่ลุงจ๋า… พ่อจ๋าไม่มีพี่ น้องไม่มีลุง”

                “มีสิ… เป็นแค่ลูกบุญธรรมจะรู้ดีไปกว่าลุงได้ไง ฮ่าๆ พ่อคิมหันต์น่ะมีพี่ชาย… เป็นลุงนี่ไง นี่หนูไม่รู้จริง ๆ หรอ”

                “ไม่จริง น้องไม่เชื่อ…”

                “เฮ้อ… เด้กกำพร้าเอ๋ย โดนพวกคนรวยโกหกซะแล้ว”

                และแล้วคณินก็หยิบปมธนินมาพูด ถึงธนินรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองเป็นเด็กกำพร้าแต่เด็กน้อยก็ไม่ชอบและไม่อยากได้ยินคำที่ฟังแล้วเหมือนโดนมีดกรีดที่อกซ้าย

                “น่าสงสารจริง ๆ พ่อแม่ไม่มีแถมยังโดนคนในบ้านโกหกอีก”

                และแล้วความเป็นเด็กก็ทำให้ธนินทนรับคำพูดที่ทำลายความรู้สึกนั้นไม่ไหว น้องจ๋าน้ำตาไหลพรากตัดสินใจวิ่งออกไปหาคิมหันต์ทันที คิมหันต์ที่กำลังยืนคุยอยู่กับป้าแหม่มเกี่ยวกับรถคันดังกล่าวว่าเป็นของใครก็ต้องหันมาให้ความสนใจกับน้องธนินทันทีที่ตอนนี้คุณพ่อยังไม่รู้ว่าร้องไห้ด้วยสาเหตุอะไร

                “ร้องทำไมลูก”

                คิมหันต์ถามแล้วนั่งลงยอง ๆ เขาอ้าแขนรอรับธนินที่กำลังวิ่งมาหา

                “ฮือ พ่อจ๋า… ฮือ พ่อจ๋า พ่อจ๋าคิมหันต์ เอาคนนิสัยไม่ดีออกไปจากบ้านเราที ฮือ ๆ ”

                ทันทีที่ได้ยิน คิมหันต์ก็หันหน้ามองกับเมษา เมษาจึงถามว่าคนใจร้ายที่ว่า ธนินหมายถึงใคร

“หื้ม…ใครครับ”

“คนในครัว เค้าบอกว่าน้องเป็นลูกไม่มีพ่อแม่ เค้าบอกว่าน้อง ฮือ ๆ … ฮึก เป็นเด็กกำพร้า… ฮือ… ฮือ… น้องไม่อยากได้ยิน ฮึก ๆ น้องอยากให้พ่อไล่คนใจร้ายออกไป ออกไปเลย ฮือ”

คิมหันต์ฉุนขาด เขาส่งธนินให้เมษาเป็นคนอุ้มโดยไม่พูดอะไร เพราะในใจกำลังคิดว่าใครกันที่กล้ามาทำลายกล่องดวงใจของเขาได้ลงคอ

“ไม่เป็นไรนะครับ ป๊าบอกแล้วไงว่าตอนนี้หนูเป็นลูกพ่อกับป๊า หนูไม่ใช่เด็กกำพร้าสักหน่อย”

“ไม่!!! ไม่พูดคำนี้!!! น้องไม่อยากได้ยิน ฮือ!!! พ่อจ๋าเอาเค้าออกไปเลย เอาออกไป เอาตำรวจมาจับคนนิสัยไม่ดี ฮือ ๆ ฮือ ๆ ”

“ครับ ๆ …พ่อจ๋าคนเก่งจัดการให้หนูได้แน่ ไหนพาป๊าไปดูซิ ใครน้าพูดจาไม่น่ารักกับลูกป๊า ป๊าจะเอาไม้แขวนเสื้อตี ดีมั้ย”

ระหว่างนั้นเมษาก็เดินตามคิมหันต์มาพลางปลอบธนินไปด้วย รวมถึงป้าแหม่มที่ได้ยินสิ่งที่ธนินพูดก็รีบตามไปดูว่าทำไมคณินถึงได้ใช้คำพูดแบบนี้กับเด็กสี่ขวบที่จิตใจกำลังบริสุทธิ์

“ฮือ… พ่อจ๋าเอาออกไป เอาออกไปจากบ้านเราเลย… ฮือ… เค้าบอกน้องเป็นเด็กกำพร้า ผู้ใหญ่นิสัยไม่ดี… ฮือ ๆ ”

คิมหันต์พยักหน้าตอบธนิน เขาสาวเท้าอย่างไวเดินเข้าไปในห้องครัว และแล้วคนที่ทำให้น้องจ้าร้องไห้ก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขา

ชายร่างสูงผิวขาวนัยน์ตาตี่ผมดำสนิทยืนกอดอกยิ้มมองคิมหันต์ที่ทำหน้าตกใจอย่างกับเห็นผี มันยิ่งกว่าผีเสียอีกเมื่อบุคคลดังกล่าวคือคนเดียวกับคนในฝันที่คิมหันต์ฝันซ้ำ ๆ มาหลายปี คนที่ทำให้คิมหันต์เดินถอยหลังเพราะความไม่แน่ใจจนสูญเสียตัวเองขนาดนี้เป็นใครกันนะ

“ไง…ตัวเล็กของพี่”

---------------------------------------

มาแล้ว ลงละนะ รอลุ้นตอนหน้าค่า

​13.11.17

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว