นักล่าสัตว์เลี้ยง
ตอนที่ 1 ร้านขายสัตว์เลี้ยงมหัศจรรย์
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ตอนที่ 1 ร้านขายสัตว์เลี้ยงมหัศจรรย์

บนชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเมืองริมทะเลที่เงียบสงบอยู่หนึ่งเมืองชื่อว่าปินไห่ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยสดงดงาม การค้ารุ่งเรือง ผู้คนดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย รอบข้างไม่มีโรงงานหรือตึกสูงใหญ่ เป็นที่ที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิตมาก 

ในที่ลับตาของเมืองนี้มีร้านขายสัตว์เลี้ยงที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักซ่อนอยู่ 

ในเวลาเช้าตรู่ รถแท็กซี่คันหนึ่งจอดที่หน้าประตูร้านขายสัตว์เลี้ยง จางจื่ออันเดินลงมาจากรถ พร้อมดึงที่ลากกระเป๋าลงมาจากท้ายรถ และกล่าวขอบคุณกับคนขับ 

รถวิ่งแล่นหายไปในมุมถนน จางจื่ออันสูดอากาศเค็มๆ ที่พัดมาจากทะเลเฮือกหนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นมองป้ายร้าน ร้านขายสัตว์เลี้ยงมหัศจรรย์ 

ประตูม้วนของร้านขายสัตว์เลี้ยงถูกปิดไว้ บนประตูมีใบประกาศที่เป็นกระดาษเอสี่ติดอยู่ บนประกาศมีเพียงตัวอักษรใหญ่เขียนว่า หยุดกิจการชั่วคราว 

เขาไม่ลังเลที่ดึงประกาศนั้นออกแล้วขยำยัดใส่ในถุง เพราะเขาเป็นคนติดกระดาษแผ่นนี้เอง 

หากมองดูใบหน้าของเขาให้ดี จะเห็นขอบตาดำของเขาที่ชัดเจนมาก ดวงตาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้พักผ่อนมาหลายวันแล้ว สภาพจิตใจก็ย่ำแย่มากเช่นกัน 

เขาล้วงเอากุญแจออกมาไขประตู จากนั้นจึงดันประตูม้วนขึ้นไป เผยให้เห็นประตูกระจกที่ทอดยาวจรดพื้นของร้านขายสัตว์เลี้ยง 

เขาผลักประตูกระจกที่เป็นการล็อกชั้นที่สองเข้าไป เนื่องจากไม่ได้เปิดร้านมาหลายวัน อากาศในห้องจึงค่อนข้างอับ เขาเปิดประตูทั้งสองบานออกจนสุด ลากกระเป๋าแล้วเดินเข้าไป 

"ถึงบ้านแล้ว" เขาพูดเบาๆ  

ภายในร้านขายสัตว์เลี้ยงเงียบสงบไร้เสียงใดๆ ไม่มีเสียงแมวร้อง ไม่มีเสียงสุนัขเห่า ไม่มีเสียงนกเจื้อยแจ้ว ไม่มีปลากระโดด เงียบสงบอย่างกับสุสาน มีเพียงกรงและตู้โชว์ที่ว่างเปล่า ทั้งยังมีทรายของแมวและกรงที่มีมูลนกที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด ส่งกลิ่นประหลาดเล็กน้อย ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าเจ้าของและสัตว์เลี้ยงทั้งหลายได้ออกจากที่แห่งนี้อย่างรีบร้อน 

ในขณะนั้น จางจื่ออันพลันนึกถึงบรรยากาศที่ยุ่งวุ่นวายแต่ครึกครื้นของร้านขายสัตว์เลี้ยงในวันวาน เสียงร้องของสัตว์ทั้งหลายที่สอดประสานกันเป็นบทเพลงคอนแชร์โตดังก้องกังวานทั้งวันทั้งคืน...เขาสะบัดหัว สลัดความคิดถึงทิ้งไป และถือที่ลากกระเป๋าขึ้นไปบนชั้นสอง 

เมื่อกลับถึงห้องที่เป็นของตนเองในอดีต เขาเปิดหน้าต่างออกเพื่อรับลม จากนั้นนำภาพถ่ายสีขาวดำของพ่อและแม่ที่ล่วงลับไปแล้วออกมาจากกระเป๋า เขาจัดวางรูปไว้บนโต๊ะเขียนหนังสืออย่างเรียบร้อย พนมมือทั้งสองขึ้น และสวดมนต์ภาวนาต่อภาพถ่ายนั้นเงียบๆ  

จางจื่ออันจบการศึกษาได้ไม่นาน เขาเพิ่งจะหางานที่ตนถนัดได้ในต่างเมือง แต่แล้วคืนวันหนึ่ง เขาก็ได้รับข่าวร้ายว่าพ่อและแม่ของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขารู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า รีบร้อนกลับปินไห่ทันที พ่อของเขาเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ แม่ของเขาได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก เข้ารับการรักษาที่ห้อง ICU และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

ร้านขายสัตว์เลี้ยงแห่งนี้เป็นมรดกเพียงชิ้นเดียวที่พ่อและแม่ของเขาทิ้งไว้ให้ 

จางจื่ออันกลับมาทันได้พบหน้าแม่ของเขาเป็นครั้งสุดท้าย แต่แม่กลับมองเขาอย่างเป็นกังวล และพูดด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า "จื่ออัน สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในร้าน..." 

เขาเข้าใจความหมายของแม่โดยทันที สัตว์เลี้ยงภายในร้านไม่มีคนดูแลมาหลายวันแล้ว หากเป็นอย่างนี้ต่อไปสัตว์เลี้ยงทั้งหมดอาจหิวตายก็เป็นได้ ดังนั้นเขาจึงรีบกลับมาที่ร้าน ในตอนนั้น เหล่าสัตว์เลี้ยงเองก็ใกล้สิ้นลมหายใจเหมือนกับแม่ของเขา และเพื่อที่จะกลับไปหาแม่ที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เขาทำได้แค่จัดการกับสัตว์เลี้ยงพวกนี้โดยการขายในราคาที่ถูกที่สุด ถ้าขายไม่ได้ก็นำไปแจก หากไม่มีวิธีใดแล้วจริงๆ เขาก็เอามันไปปล่อย 

เมื่อกลับมาถึงโรงพยาบาล เขาบอกกับแม่ว่า "พวกสัตว์เลี้ยงไม่เป็นไรแล้ว แม่วางใจเถอะ" แล้วแม่ก็กุมมือเขา และจากไปโลกนี้ไปด้วยรอยยิ้ม 

จากนั้นในพิธีงานศพที่ทำให้เหนื่อยทั้งแรงกายแรงใจ จางจื่ออันไม่รู้เลยจริงๆ ว่าควรจัดการอย่างไร ยังดีที่มีเพื่อนบ้านและเพื่อนๆ ของพ่อและแม่ช่วยจัดการ และยังมีญาติๆ จากเมืองอื่นที่รีบมาช่วย หลังจากอดหลับอดนอนมาหลายวัน จึงเสร็จสิ้นพิธีนำเถ้ากระดูกของทั้งสองท่านไปไว้ในสุสาน 

ตลอดระยะเวลานั้น จางจื่ออันพักอยู่ในโรงแรมเล็กๆ ข้างโรงพยาบาลมาโดยตลอด จนกระทั่งวันนี้เพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน 

ร้านขายสัตว์เลี้ยงมหัศจรรย์นี้มีสองชั้น ชั้นแรกเป็นพื้นที่ของร้าน ชั้นที่สองเป็นที่พักอาศัย ถึงแม้ว่าจะมีพื้นที่ไม่ใหญ่โต แต่ก็เป็นผลงานที่พ่อและแม่ดิ้นรนสร้างมานานหลายปี 

ตอนนี้จางจื่ออันมีสองทางเลือก ทางเลือกที่หนึ่งคือขายหรือให้เช่าพื้นที่นี้ แล้วกลับไปทำงานที่หามาด้วยความยากลำบากต่อไป ส่วนทางเลือกที่สองอยู่ที่เมืองปินไห่ เปิดร้านขายสัตว์เลี้ยงต่อไป 

ถึงแม้ว่าพ่อและแม่ของเขาจะเปิดร้านขายสัตว์เลี้ยง แต่ก็เหมือนกับพ่อแม่คนอื่นๆ ทั่วไป ท่านทั้งสองกลัวจะกระทบการเรียน จึงไม่ให้เขาเข้ามาเรียนรู้ในกิจการนี้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่มีความรู้ใดๆ ในด้านนี้เลย 

เหตุผลนี้บอกกับเขาว่า เขาควรเลือกทางที่หนึ่ง 

จู่ๆ เสียงท้องร้องก็ดังขึ้นมา เพราะเขาไม่ได้กินอะไรเต็มอิ่มมาหลายวัน เขาจึงตัดสินใจหาอะไรกินให้อิ่มท้องแล้วค่อยคิดปัญหานี้ เขาลางานกับบริษัทไว้หนึ่งเดือน ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน จึงไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจ เมื่อเวลาที่ท้องหิวขึ้นมา การตัดสินใจในเรื่องใดใดมักจะไม่มีเหตุผลเสมอ 

เมื่อลงมาจากชั้นบน จางจื่ออันมองเห็นเงาคนเล็กๆ จากด้านข้างประตูกระจก 

หรือว่าจะเป็นขโมย?  

แต่ว่าขโมยจะเข้ามาขโมยอะไร? ถ้าจะเข้ามาขโมยกระบะทรายของแมวแล้วล่ะก็ เขาคงจะดีใจมาก เพราะจะสามารถลดแรงทำความสะอาดไปได้บ้าง เขาคิดแล้วขำเล็กน้อย 

"ใครเหรอ? " เขาถามด้วยเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย 

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งมัดผมเปียสองข้างเกาะอยู่ที่ข้างประตู ชะโงกหัวออกมาถามด้วยความเขินอายว่า "ร้าน...ป...เปิดแล้วเหรอคะ? " 

เด็กผู้หญิงคนนี้สวมหมวกสีเหลืองใบเล็กๆ สะพายกระเป๋านักเรียนสีชมพู ดูแล้วอายุน่าจะประมาณเจ็ดแปดขวบ ตาของเธอกลมโต ขาโก่ง เมื่อรวมกับผมเปียสองข้างแล้ว ดูเหมือนกับกระต่ายน้อยขี้ตกใจเมื่อได้พบกับหมาป่าขนเทาตัวโต และพร้อมที่จะวิ่งหนีตลอดเวลา 

จางจื่ออันคิดไม่ถึงว่าจะมีแขกเข้าร้านเช้าถึงขนาดนี้ เขาใช้ความคิดสักครู่ จึงบอกว่า "เปิดแล้ว เชิญเข้ามาสิ" 

เด็กหญิงไม่ได้เข้ามาโดยทันที เธอถามด้วยความสงสัยว่า "คุณอากับคุณน้าไม่อยู่เหรอคะ? เห็นร้านปิดอยู่หลายวัน...หรือว่าจะเปลี่ยนเจ้าของแล้ว" 

เขาเงียบอยู่สักครู่จึงตอบว่า "ไม่ได้เปลี่ยนเจ้าของหรอกนะ นั่นคือพ่อและแม่ของพี่เอง" 

"อ๋อ" เด็กหญิงจึงค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย 

เมื่อครู่ที่จางจื่ออันเข้ามาในร้าน เขายังไม่ทันได้เปิดไฟ แสงแดดยามเช้ายังไม่ทันได้ส่องเข้ามาในร้าน หากมองจากด้านนอกเข้ามาข้างใน ร้านจะมืดมาก 

เด็กหญิงเดินเข้ามาในร้าน รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้เห็นกรงและชั้นโชว์ที่ว่างเปล่า "เอ๊ะ! พวกสัตว์ล่ะคะ พวกมันหายไปไหนแล้วคะ? " 

"ก่อนหน้านี้ทั้งขายและแจกให้คนอื่นไปหมดแล้ว หนูไม่รู้เหรอ? " จางจื่ออันพูด วันนั้นภายในร้านครึกครื้นมาก ราคาที่ขายก็ถูกมาก ไม่ได้แม้แต่ราคาต้นทุนยัง เรียกได้ว่าให้ฟรีเลยทีเดียว 

เธอส่ายหัว "ไม่ทราบค่ะ ที่บ้านของหนูไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ หนูก็เลยได้แค่มาดูพวกมันตอนก่อนไปโรงเรียนและหลังเลิกเรียนเท่านั้นค่ะ คุณอากับคุณน้าใจดีมากๆ ถึงแม้ว่าหนูจะไม่ซื้อ แต่พวกเขาก็ไม่เคยไล่หนูไปเลยค่ะ" 

"อย่างนี้นี่เอง..." เมื่อก่อนเขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมพ่อและแม่จึงเปิดร้านขายสัตว์เลี้ยง จางจื่ออันเพิ่งจะเข้าใจตอนนี้เอง 

"แล้วหลังจากนี้ที่นี่ยังจะขายสัตว์เลี้ยงอยู่ไหมคะ? " ริมฝีปากของสาวน้อยปิดสนิท มองเขาด้วยสายตาเศร้าหมอง 

จางจื่ออันคิดอยู่ครู่หนึ่ง  

"ขายสิ! ขายแน่นอน! อีกสักสองสามวันหนูค่อยมาดูใหม่นะ" เขายิ้มเล็กน้อย 

"เยี่ยมสุดๆ เลย!" เด็กหญิงดีใจและกระโดดไปมา "งั้นหนูไปโรงเรียนก่อนนะคะ แล้วเจอกันค่ะ พี่ชายเจ้าของร้าน!" 

เจ้าของร้านเหรอ...เขาถอดหายใจอย่างเงียบๆ เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ  

การตัดสินใจในยามที่ท้องหิว มักจะไร้ซึ่งเหตุผลใดๆ 

 

 

 

 

 

 

 

โปรเจกต์ "หอหมื่นอักษร" เป็นโปรเจกต์ที่ซื้อลิขสิทธิ์นิยายออนไลน์มาอย่างถูกต้อง  

เผยแพร่อย่างเป็นทางการโดย OokbeeU และ China Literature 

 

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ China Literature 

 

 

จากใจเก๋อเก๋อ 

 

นิยายทุกเรื่องที่อยู่ในโปรเจกต์หอหมื่นอักษรเราเป็นนิยายที่เก๋อเก๋อพยายามพิถีพิถันคัดเลือกมาอย่างเต็มความสามารถโดยผ่านการเรียบเรียงและกลั่นกรองด้วยความตั้งใจของเหล่านักแปล เพื่อให้นายท่านได้รับความเพลิดเพลินอย่างถึงที่สุด 

เก๋อเก๋อหวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายของเราจะเติมเต็มความปรารถนาของนายท่านทุกๆ คนได้อย่างพึงพอใจ และเชื่อมั่นว่านายท่านจะสนับสนุนนิยายของเราอย่างถูกลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นกำลังใจในการคัดสรรนิยายเรื่องอื่นๆ ของเราต่อไปในอนาคต 

ถ้าหากนายท่านพบเห็นนิยายของหอหมื่นอักษรถูกนำไปเผยแพร่อย่างผิดลิขสิทธิ์ที่ใด สามารถเข้ามาแจ้งกับเราได้ในทุกช่องทางการติดต่อ 

 

ท้ายที่สุดนี้เก๋อเก๋อขอขอบพระคุณแรงสนับสนุนของนายท่านทุกคนจากนี้และต่อไปในอนาคตด้วยเจ้าค่ะ 

 

เก๋อเก๋อ แห่งหอหมื่นอักษร 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น