facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 10 : คู่หมั้น 💛

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 : คู่หมั้น 💛

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 43.4k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 14:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 : คู่หมั้น 💛
แบบอักษร

ตัวละครเพิ่มเติม : เจ้าหญิงไลลา

ไม่คิดเลยว่าจะได้กลับมาที่เอิร์กอีกครั้ง ผมหิ้วกระเป๋าลงจากรถประจำทางแล้วต่อรถม้าเข้ามาในเมืองเหมือนครั้งแรกที่มาที่นี่ ไม่รู้ว่าดวงซวยหรือโชคดีที่ผมกับเจ๊ส้มสวนทางกันหลังจากผมโดนส่งตัวกลับไทยอย่างกะทันหันในวันที่เจ๊ส้มบินมาที่นี่ ผลคือสองวันต่อมาผมต้องขึ้นเครื่องกลับมาเมืองเอิร์กพร้อมกับความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอกับซีคและเจ๊ส้มจี๊ดที่ไม่รู้ว่าป่านนี้จะโดนตัดคอไปรึยัง แต่ซีคคงไม่ใจร้ายกับเจ๊ส้มหรอกมั้ง เพราะรายนั้นเข้าใจพูดจาฉอเลาะปะเหลาะอยู่แล้ว

มาวันนี้ผมซื้อเสื้อคลุมคอปกสีขาวแขนยาวมาฝากซีค ผมคิดว่ามันเหมาะกับเขา เพราะเขาต้องทำงานกลางแจ้งและลงไปเยี่ยมประชาชนทนทำงานตากแดดตากลมจนผิวไหม้ และคนที่ลืมไปไม่ได้ก็คือเจ๊ส้มจี๊ด ผมซื้อมาม่ากระป๋องรสต้มยำกุ้งมาให้แพ็คใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นทั้งของฝากและเป็นการไถ่โทษที่ยังพิมพ์นิยายไม่ได้สักหน้า

“พี่ทหารครับ จำวีนัสได้มั้ย” ผมโบกมือทักทายนายทหารหน้าประตูวัง เขาทำหน้าตกใจอย่างกับเห็นผี ไม่แปลกหรอกก็ตอนนี้หน้าผมบวมนิดหน่อย มุมปากมีเลือดซิบ เหนือคิ้วมีรอยแตกผลจากเพิ่งไปมีเรื่องตบตีที่ไทยมาหมาด ๆ

ในวังไม่มีใครที่ไม่รู้จักวีนัส แค่กลับมานายทหารก็อาสาเอากระเป๋าไปเก็บให้ ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงกว่า เห็นนายทหารบอกว่าซีคกำลังฝึกม้าตัวใหม่อยู่ที่ลาน ผมเลยฉวยโอกาสไปหาซีคก่อนที่จะไปหาเจ๊ส้ม จะได้ถามเขาอีกทีด้วยว่าเจ๊ส้มพักอยู่ตึกไหนอะไรยังไง

ขณะที่กำลังวิ่งไปยังสถานที่นั้น ๆ ผมก็ต้องหยุดยืนอยู่กับที่แล้วถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว มันถึงเวลาที่ปฏิเสธไม่ได้ของผมเมื่อซีคอยู่กับหญิงสาวผมยาวสีดำสนิท หล่อนผิวเข้มนัยน์ตาคมกริบคิ้วโก่งสวยรับกับรูปร่างและโครงหน้า ใช่ ซีคกำลังสอนหล่อนขี่ม้า เขากุมมือหล่อนไว้แล้วควบกำกับจังหวะม้าอย่างช้า ๆ

“อย่าใจร้อนสิไลลา” ซีคพูด

“แต่ข้าใจร้อนมาตั้งแต่เด็ก ท่านก็รู้” หล่อนตอบแล้วเอี้ยวตัวเล็กน้อยหันหน้ากลับมามองซีค

“อีกไม่นานเจ้าก็จะเป็นทั้งเจ้าสาวเป็นทั้งราชินี ขืนใจร้อนแบบนี้จะดีแน่รึ”

“แต่ตอนนี้ข้าเป็นแค่คู่หมั้น ข้าขอใช้ชีวิตแบบที่ข้าอยากใช้อีกหน่อยไม่ได้รึ”

“แต่ถ้าขึ้นเป็นราชินีเมืองเอิร์กเมื่อไหร่ เจ้าจะใจร้อนไม่ได้อีกแล้วนะไลลา”

“ท่านก็เช่นกัน… ซีค”

ความจริงมันฟังไม่เหมือนเรื่องเฮงซวยสำหรับผมด้วยซ้ำ เขาจะเป็นคู่หมั้นกันหรือกำลังจะแต่งงานกันมันก็ไม่เกี่ยวกับอะไรกับผมอยู่แล้วนี่ แต่ไอ้ความรู้สึกนี้มันคืออะไร ความรู้สึกที่อยากตะโกนดัง ๆ ว่าไฟไหม้ จะได้ตกใจจนเลิกจู๋จี๋กันสักที

ผมกลับหลังหันวิ่งออกมาทันที อยากปิดหูปิดตาไม่รับรู้อะไร อยากลบภาพทุกอย่างออกจากสมองแต่ก็ทำไม่ได้ ภาพซีคกุมมือเจ้าหญิงไลลามันติดตาจนอยากเอาหัวโขกกับต้นไม้แรง ๆ ให้เป็นอัลไซเมอร์ไปเลยชั่วคราว จะได้ไม่ต้องจำว่ามีเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้น

‘ไอ้เจ้าชายบ้า ทีกับเราด่าเอา ๆ เอะอะก็ตัดคอ เอะอะก็ตบ แบบนี้มันสองมาตรฐานชัด ๆ’ ผมพูดคนเดียวในใจสองขาก้าวอย่างไวออกตัววิ่งคิดว่าจะไปหาเจ๊ส้มให้ไวที่สุดถึงจะไม่รู้ว่าเจ๊อยู่ไหนก็เถอะ

ปึก !!!

“โอ๊ย !” ผมร้องออกมาเมื่อวิ่งชนกับใครบางคน

“คุณวีนัส !” สการ์สินะ ผมเงยหน้ามองทำคิ้วขมวด ยอมรับว่าอารมณ์ตอนนี้มันตีกันไปหมดจนไม่อยากจะเสวนาด้วย

“คุณวีนัสจะไปไหนครับ” สการ์ถามแล้วเอื้อมมือมาจับข้อมือผม

“ปล่อย” ผมสะบัดข้อมือออกอย่างแรงและถอยตัวหนีส่งเสียงจิ๊ปากผ่านช่องไรฟัน อย่ามายุ่งได้มั้ย โตแล้วนะไม่ใช่เด็ก ๆ ถามอยู่ได้ว่าจะไปไหน คนกำลังโมโหกำลังผิดหวังไม่อยากจะเจอใครทั้งนั้น แม้แต่ซีคเองก็ไม่อยากเจอ ถ้าเป็นไปได้อยากจะหิ้วกระเป๋าออกจากวังแล้วชวนเจ๊ส้มกลับไทยตอนนี้เลย

“หน้าคุณไปโดนอะไรมาครับ” สการ์ถามเสียงขึ้นจมูกเลื่อนมือมาลูบแก้มของผม ผมไม่ตอบอะไรแล้วปัดฝ่ามือหนาออกก่อนเบือนหน้าหนี พอเห็นว่าผมกำลังไม่สบอารมณ์อีกฝ่ายเลยกลับมาพูดเสียงเรียบแล้วส่งยิ้มให้

“เป็นแผลกลับมาแบบนี้ท่านซีคจะห่วงเอานะครับ ระวังตัวหน่อยสิครับ”

“ซีคน่ะหรอจะห่วงเรา”

“ครับ”

“ซีคจะห่วงเราทำไม ในเมื่อเขามีคู่หมั้นอยู่แล้วนี่ แถมอีกไม่นานพอแต่งงานกันเจ้าหญิงไลลาก็จะขึ้นเป็นราชินีเมืองเอิร์กไม่ใช่หรอ เป็นทหารคนสนิทภาษาอะไรไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยรึไง เจ้านายจะแต่งงานอยู่แล้วยังพูดแบบนี้อยู่ได้ พูดบ้า ๆ สุ่มสี่สุ่มห้าระวังคอหลุดจากบ่านะสการ์ ! สการ์บ้า บ้า บ้า บ้าที่สุด !”

พอได้ยินอย่างนั้นสการ์ก็เบิกตากว้างเล็กน้อย เชอะ พอพูดความจริงใส่ก็ทำเป็นอึ้ง สการ์ยืนทำหน้ามึนจนผมอยากสวดใส่อีกสักบทจะได้เลิกพูดสักทีว่าซีคห่วงผมอย่างนู้นอย่างนี้ หลับหูหลับตาอวยกันดีนักก็ต้องโดนวีนัสจัดชุดใหญ่แบบนี้แหละ

“เอ่อ คุณวีนัสครับ คือ… เจ้าหญิงไลลา”

“ไม่ต้องพูดแล้ว เราไม่อยากคุยกับสการ์ สการ์เป็นคนดีนะ แต่บางทีก็เข้าข้างนายตัวเองเกินไป รู้มั้ยว่าแบบนี้มันแย่ แย่ที่สุด ! เป็นทหารก็ควรยืนอยู่บนความเที่ยงธรรมไม่ใช่เห็นว่าซีคเป็นเจ้านายก็เข้าข้างไปซะทุกอย่าง” ผมสวดยาวอีกบททั้งที่สการ์ยังพูดไม่จบ เขาเลยแย้งขึ้นอีกหนึ่งประโยค

“กระผมเข้าข้างท่านซีคที่ตรงไหนครับ”

                “ก็ตรงที่บอกว่าเขาห่วงเราไง !”

“การพูดความจริงถือว่าเป็นการเข้าข้างที่ตรงไหนครับ” แหนะ จะงงอะไรนักหนา ตัวเองทำผิดแท้ ๆ ยังมาทำเป็นไม่เข้าใจอีก

“ไม่พูดด้วยแล้ว แล้วก็ไม่ต้องตามมา เราอยากอยู่คนเดียว !” พูดจบผมก็หันหลังเดินหนีทันทีทั้งที่ไม่รู้จะเดินไปไหน

“แต่ท่านซีคสั่งกระผมว่าถ้าคุณวีนัสกลับมาให้ผมพาคุณไปพบท่านทันทีนะครับ”

“เราไม่พบ !” ผมหันมาพูดกับสการ์ สการ์ทำท่าจะเดินตามผมเลยออกปากไปว่า

“ถ้าซีคอยากพบเราก็ให้เขามาเองสิ !” พูดจบก็กลับหลังหันเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง และความที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือผมเลยเดินชนใครบางคนจนต้องขมวดคิ้วมอง และก็ได้รู้ว่าคนคนนั้นคือเจ๊ส้ม

“เจ๊ส้ม !”

“ยัยหนู !”

                “เจ๊จ๋า !”

                “จ๋า !”

                “หนูคิดถึงเจ๊ ! ฮือ !” ใช่แล้ว เขาคือเจ๊ส้มคนที่ผมคิดถึงที่สุด ผมดีใจยิ่งกว่าถูกหวยเลยรีบโผลเข้าไปกอดเจ๊เอาคางเกยไหล่แล้วโยกตัวไปมาตามด้วยกระโดดอยู่กับที่ซ้ำ ๆ เราตะโกนใส่กันเป็นภาษาไทยไม่เกรงใจว่าจะพูดถึงคนที่นี่ยังไง

                “เป็นไงบ้าง โดนใครสั่งตัดคอรึเปล่า แล้วมีใครทำอะไรไม่ดีกับเจ๊มั้ย”

                “ไม่มี ๆ อยู่ที่นี่ดี๊ดี อาหารก็อร่อย ทหารก็หล่อ โอ๊ย ! คิดถึงยัยหนูจังเลย อ๊าก !” ธรรมดาของเจ๊ส้มที่ชอบวี๊ดว๊ายทำอะไรเกินจริงตลอด สองมือล็อกหน้าผมไว้แล้วใช้จมูกหอมแก้มฟอดใหญ่ทั้งข้างซ้ายและข้างขวา ทำเอาผมรู้สึกเจ็บจี๊ดที่แผลจนต้องเบือนหน้าหนีและซี๊ดฟัน

                “ซี๊ด… เจ็บ”

                “เดี๋ยว นี่แกไปกัดกับหมาที่ไหนมา ห๊ะ ! ทำไมหน้ามีแต่แผล ! ทำไมมันช้ำแบบนี้ล่ะ” เจ๊ส้มจับหน้าผมล็อกไว้แล้วถาม

                “มีเรื่องกับอริมา…” ผมตอบเสียงเอื่อย

                “อีกแล้วเหรอนังวีนัส ! บอกประจำว่าอย่ามีเรื่องไปทั่ว ทำไมไม่จำ ห๊ะ !” เจ๊ส้มขึ้นเสียงสูงง้างมือทำท่าจะตี ผมเลยรีบเข้าไปกอดเอวแล้วทำคิ้วตกเป็นการอ้อน

                “อย่าตี… เรื่องมันผ่านมาแล้ว ช่างมันเถอะ ตอนนี้หนูคิดถึงเจ๊มากกว่า เราขึ้นห้องกันเถอะ นะ ๆ หนูซื้อมาม่าต้มยำกุ้งมาฝากเจ๊ด้วยนะ น้า… ขึ้นห้องกัน”

                เพราะรู้ว่าเจ๊ส้มเป็นคนใจอ่อนเลยลองพูดจาออดอ้อนช้อนตามองยู่ปากใส่น้อย ๆ ขืนตอนนี้ขึ้นเสียงกลับไปมีหวังสการ์ได้เห็นผมโดนเจ๊ส้มตีก้นแน่ ผมไปมีเรื่องกับเขามาอันนี้ก็จริงอยู่ แต่อีกฝ่ายก็เป็นคนเริ่มด่าก่อน งานนี้วีนัสเลยจัดให้และมันก็จัดให้ผมเช่นกัน แก้มถึงได้ทั้งช้ำทั้งบวมเป็นปลาทองแก้มป่องแบบนี้นี่ไง

ตอนนี้ผมมาอยู่ที่ห้องเจ๊ส้ม ผมล้มตัวนอนตักเจ๊แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่เอิร์กให้ฟัง แทนที่เจ๊จะโกรธกับสิ่งที่ซีคทำกับผมแต่ดันตบมือไม่ยอมหยุดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตามความเคยชินที่พอมีความสุขมาก ๆ ก็จะตบมือซ้ำ ๆ อยู่แบบนั้น ถามจริงเถอะว่าน้องตัวเองเกือบโดนฆ่านี่มันน่าดีใจนักหรอ

“เจ๊ ! หยุดตบมือสักทีได้มั้ย !”

“แหม ก็พอดีใจแล้วมันเก็บอารมณ์ไม่อยู่ทุกทีนี่นา นี่รู้มั้ยว่าท่านซีคเริ่มหวงหนูแล้วนะ อ้อนนิด ๆ ตอแหลหน่อย ๆ เผลอ ๆ ได้ผัวเป็นเจ้าชายไม่รู้ตัว และแกก็จะรวยมีเงินมีทองให้พ่อแม่ใช้ทั้งชาติยังไงก็ไม่หมด” ที่เจ๊พูดแบบนี้เพราะผมเล่าให้ฟังว่าซีคยิงหัวนักโทษที่ลวนลามผมตายต่อหน้านักโทษและทหารคนอื่น ๆ พอเล่าจบก็พูดเป็นตุเป็นตะว่าซีคเป็นห่วงบ้าง หวงบ้าง แต่ผมไม่ได้คิดแบบนั้นสักนิด

“ซีคไม่ได้หวงหนูหรอก เขาก็แค่ลงโทษคนทำผิดแหละเจ๊”

“แล้วคำว่าอย่ามายุ่งกับคนของข้านี่มันหมายความว่าไงยะ” เจ๊พูดพลางเกลี่ยนิ้วบนรอยบากที่แก้มซ้าย มันเกิดขึ้นเมื่อซีคเผลอตวัดปลายมีดมาโดนตอนช่วยผมไว้จากมีคนร้ายบุกขึ้นมาบนห้องเพราะเข้าใจคิดว่าผมเป็นท่านอควาห์

“แล้วรอยแผลนี่อีก ไม่ใช่เพราะห่วงแกหรอกหรอนังโง่”

“อย่าด่าดิ”

“ก็แกมันโง่จริง ๆ สวยเหมือนเจ๊ซะเปล่า แต่สมองทึบอย่างกับควาย” แน่นอนว่าพอโดนชมว่าสวยผมก็แย้งกลับไปทันที ผมเป็นผู้ชายนี่นา จะสวยได้ยังไง

“สวยอะไร ! หนูเป็นผู้ชาย !”

“พนันกันมั้ยนังวีนัส ! ว่าผู้ชายอย่างแกจะมีผัวแทนมีเมีย นู่น และผัวแกเดินมานู่นแล้ว ! ดูท่าทางจะหงุดหงิดด้วยนะ” เจ๊ชี้นิ้วไปทางหน้าประตู ถึงซีคจะกำลังเดินมาก็จริงแต่ผมไม่สนใจหรอกว่าซีคจะหงุดหงิดอะไรมา ผมสนใจกับความเป็นผัวของซีคที่เจ๊ยัดเยียดให้มามากกว่า ก็ผมอยากเป็นเมียเขาที่ไหนกันล่ะ

“ซีคไม่ใช่ผัวหนู !” ผมรีบลุกขึ้นนั่งฟาดมือใส่ไหล่เจ๊ไปหนึ่งที

“แต่สักวันแกจะได้ท่านซีคเป็นผัว นังแรด ! ได้ช้าได้เร็วก็ผัวเหมือนกันแหละ” เจ๊ตีคืนหนึ่งทีแล้วชี้นิ้วไปทางหน้าประตูเหมือนจะให้ผมออกไปต้อนรับซีค ซึ่งซีคเดินมาถึงพอดี และแน่นอนว่าเราพูดภาษาไทยเขาเลยไม่รู้ว่าเราคุยอะไรกัน

“ว่างรึเปล่า” ไม่รู้ว่าซีคถามผมหรือถามเจ๊ แต่เจ๊ก็ตอบไปแล้วว่า

“ว่างจ้า ! เจ้าชายมีธุระอะไรกับยัยหนูรึเปล่า”

“มี เราขอยืมตัววีนัสก่อนได้มั้ย เดี๋ยวพามาส่ง”

“ได้จ้า ยืมนาน ๆ แล้วค่อยมาคืนก็ได้นะ” พอพูดจบเจ๊ส้มก็ลากผมลงจากเตียงแล้วพาเดินไปหาซีค ซีคกำมือผมไว้อย่างหลวมๆ แล้วไม่รอช้าพาผมเดินออกจากห้อง เดี๋ยว นี่คนนะไม่ใช่สายชาร์จโทรศัพท์ ยืมกันแบบนี้มันไม่ง่ายไปหน่อยหรอ

ซีคพาผมขึ้นมายังชั้นดาดฟ้า มันเป็นเวลาทุ่มกว่า ๆ ดาวบนท้องฟ้าต่างส่องแสงเจิดจ้าระยิบระยับ และซีคก็เดินนำหน้าไปยืนพิงกับขอบระเบียง เขาทอดสายตามองมาประหนึ่งว่าผมเป็นนักโทษกระทำผิดที่กำลังถูกตัดสิน

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกข้า” เขาถามด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก ฟังแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่ผมจำเป็นต้องตอบเลยสักนิด ผมเลือกที่จะไม่ตอบแล้วหันหน้ามองไปทางอื่น แค่กลับมาแล้วไม่บอกจำเป็นต้องโกรธขนาดนี้เลยรึไง

“ข้าถาม ทำไมไม่ตอบ !” ซีคเริ่มขึ้นเสียงใส่ ใช่ คนอย่างเขาอดทนกับอะไรได้ไม่นาน

“ทำไมข้าต้องตอบ” ผมหันหน้ากลับมาก่อนย้อนถามกลับไป

“แล้วเจ้ามีเหตุผลอะไร ถึงไม่ยอมตอบคำถามข้า” ซีคเดินมากำมือผมไว้เพราะรู้ว่าไม่ช้าก็ไวผมคงเดินหนีไปเพื่อจบประเด็นการถกเถียง

“แล้วท่านมีเหตุผลอะไรทำไมถึงต้องให้ข้าคอยรายงานตลอดเวลาข้าจะไปไหนมาไหน ข้าก็มาแล้วนี่ไง ถ้ากลับมาก็เห็นเองแหละ ถ้าไม่เห็นก็แสดงว่ายังไม่กลับ หรือว่าตาบอดก็เลยไม่เห็น ห๊ะ”

“ข้าถามเจ้าดี ๆ วีนัส ว่าทำไมเจ้าไม่ไปพบข้า” ฝ่ามือหนาออกแรงบีบแน่นกว่าเก่า ผมเดาว่าเขาคงอยากตบปากช้ำ ๆ ของผม แต่เลือกที่จะข่มอารมณ์เอาไว้อย่างไม่เคยทำมาก่อน โอเค ในเมื่อเขาถามดี ๆ ผมก็จะตอบดี ๆ

“ข้าเห็นท่านอยู่กับเจ้าหญิงไลลา ข้าเลยไม่กล้าเข้าไปหา” เหมือนซีครู้คำตอบที่ตัวเองอยากรู้แล้วเลยไม่ติดใจในประเด็นนี้อีก

“มีอะไรอีกรึเปล่า” ผมพยายามชักมือออกแต่ซีคไม่ยอม เขาออกแรงฉุดดึงข้อมืออย่างแรงส่งผลให้ตัวผมเข้าไปใกล้เขาอีกก่อนมืออีกข้างจะเลื่อนมาลูบแก้มช้ำ

“ใครทำเจ้า” ซีคแค่นเสียงถามและดูเหมือนจะกลับมาหงุดหงิดอีกครั้ง

“เปล่า ไม่มีใครทำ”

“บอกข้ามา ว่าใครทำกับเจ้าแบบนี้”

“ข้าบอกว่าไม่มี !” ผมสะบัดหน้าหนีคิดว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลยสักนิดที่ซีคจะมาใส่ใจหรือห่วงใยผม

“โกหก !”

“ถ้าข้าโกหกแล้วจะทำไม !”

“แล้วเจ้าจะโกหกข้าทำไม !”

“เพราะข้าไม่ต้องการให้ท่านมาห่วงหรือมาสนใจข้า !”

                “ทำไมข้าถึงห่วงถึงสนใจเจ้าไม่ได้ !”

                “เพราะท่านมีคนที่ควรห่วงมากกว่าข้าแล้วยังไงล่ะ !”

                “ใคร !” น้ำเสียงกรรโชกโผงขึ้น ฝ่ามือหนาจับไหล่ทั้งสองข้างและออกแรงเขย่าอย่างแรง มันกระทบกระเทือนไปถึงบาดแผลส่งผลให้ผมทรงตัวไม่ไหวแทบจะทรุดนั่งลงกับพื้นและร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

                “โอ๊ย !”

                “เป็นอะไร !” สีหน้าซีคเปลี่ยนไป เขาลดแรงบีบลงและประคองให้ผมลุกขึ้นยืน

                “ท่านบีบแผลข้าอยู่…”

                “ยังไม่ดีขึ้นอีกรึ” ซีคละมือมาทำท่าจะปลดกระดุมเสื้อผมออก

                “ไม่” ผมรีบกุมคอปกเสื้อไว้แล้วถอยตัวออกให้ห่างจากเขา

                “ทำไมไม่ให้ข้าดู”

                “ก็ข้าไม่อยากให้ดู !”

                “เพราะอะไร !”

                “ก็ข้าไม่อยากให้ดูมันจำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยหรอ”

                “ถ้าข้าอยากให้มี ก็ต้องมี !” คำพูดเขาออกแนวบังคับ

                “ท่านไม่จำเป็นต้องห่วงข้า เพราะท่านมีคนที่ควรห่วงมากกว่าข้าอยู่แล้วไม่ใช่หรอ” ทุกถ้อยคำที่เอ่ยออกไปเต็มไปด้วยความประชดประชัน

                “แล้วไอ้คนที่ข้าควรห่วงน่ะมันเป็นใคร !” หมอนี่ฉุนขาด ซีคกระชากคอเสื้อผมจนกระดุมเสื้อสองเม็ดบนหลุดเผยเห็นผ้าพันแผลรอบอกที่มีเลือดซึมออกมานิด ๆ

                “เจ้าหญิงไลลาไงล่ะ ! เธอนั่งรอท่านอยู่หน้าสวนพฤกษาไม่ใช่หรอ ไปหาเธอได้แล้ว ท่านจะมาคอยห่วงข้าอยู่ทำไม” พอได้ยินอย่างนั้นซีคก็ขำหึ ๆ ในคอ เขาคลายมือออกจากคอเสื้อแล้วเปลี่ยนมายืนเท้าเอว

                “ข้าต้องห่วงไลลามากกว่าห่วงเจ้างั้นรึ”

                “…” ผมไม่ตอบอะไร คนบ้า คู่หมั้นรออยู่ยังมีหน้ามาขำอยู่ได้

                “ถ้าไม่ตอบข้าจะตบปากเจ้าให้ฉีกเลย ดีมั้ย” บางทีก็ไม่รู้ว่าซีคล้อเล่นหรือเอาจริงผมเลยรีบปฏิเสธเสียงดัง

                “ไม่ดี !”

                “งั้นตอบมา ว่าทำไมข้าต้องห่วงไลลามากกว่าเจ้า” ได้ อยากให้ตอบมากใช่มั้ย เดี๋ยวเจอวีนัสสวดใส่ขึ้นมาจะหาว่าไม่เตือน

                “เพราะไลลาเป็นคู่หมั้นท่าน ! อย่าคิดว่าข้าไม่ได้ยินที่ท่านสองคนคุยกันตอนเรียนขี่ม้านะ บอกไว้ก่อนว่าข้าไม่ได้แอบฟังแต่ท่านสองคนคุยกันเสียงดังเองต่างหาก อีกไม่นานท่านสองคนก็จะแต่งงานกันแล้วนี่ ท่านยังพูดอยู่เลยว่าถ้าท่านไลลาขึ้นเป็นราชินีเมื่อไหร่จะมาใจร้อนไม่ได้ เป็นไง ข้าพูดคำเดียวกับที่ท่านพูดมั้ย”

                “อาห์… นั่นสินะ… ตอนข้าสอนไลลาขี่ม้า เราคุยกันเรื่องนี้”

                “เหอะ ! ทีนี้มาทำเป็นพูดเสียงค่อย ไม่ด่าไม่ตวาดข้าเข้าไปล่ะ หรือคาดไม่ถึงว่าข้าจะได้ยินที่พวกท่านคุยกัน ข้าจับได้แล้วนะว่าท่านมีคู่หมั้น เลิกห่วงเลิกใส่ใจข้าสักที เอาเวลาไปดูแลคู่หมั้นตัวเองเถอะ ไป๊ !” ผมกระชับคอเสื้อตัวเองแล้วเชิดหน้าใส่อย่างมั่นใจ เพราะสิ่งที่พูดออกไปมันเป็นความจริงทั้งนั้น เอาสิเจ้าชาย โดนข้าสวดไปชุดใหญ่เป็นไงบ้างล่ะ


---------------------------

อยากอ่านฉากวีนัสกับอริ อ่านได้ที่ #รักสุดท้ายนายเพื่อนสนิท ตอนที่ 40

​เท้าความปมวีนัสกับอริ

​1. สิระ วสันต์ คบกัน {พระเอกนายเอกจากรักสุดท้ายนายเพื่อนสนิท}

2. ทั้งสองเลิกกันเพราะสิระไปมีคนใหม่ก่อน ชื่อปอนด์

3. วสันต์มีคู่นอนเป็นผู้หญิงหนึ่งคนชื่อ เฟิร์น

4. เฟิร์น กับ ปอนด์ ไม่ถูกกัน

5. วีนัสเป็นเพื่อนเฟิร์น

6. ปอนด์เห็นเฟิร์นกับวีนัสเป็นเพื่อนกันเลยพาลมาด่าวีนัสก่อน

7. วีนัสเลยมีเรื่องกับปอนด์ตอนกลับไทย อ่านได้ที่ #รักสุดท้ายนายเพื่อนสนิท ตอนที่ 40

​---------------------------

ไปค่ะ อ่านให้สนุก ท่านซีคเริ่มห่วง แต่ตัวเองก็มีคู่หมั้นนี่นะ เอ๊ะ ยังไงๆๆๆ วีนัสหึงหรอ บอกดีๆสิว่าหึง

​​5.11.17

​------------------------

สปอย ตอนที่ 11

💛​อย่าลืมคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้น้องวีนัสด้วยนะ💛​

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว