facebook-icon

ความรักวายๆ ในรูปเเบบของเทพนิยายเหนือธรรมชาติ มาดูบทสรุปความรักของเรื่องนี้ได้ที่ The Moon รักนี้จมเขี้ยว

รักจมเขี้ยว...บท1

ชื่อตอน : รักจมเขี้ยว...บท1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.1k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2563 13:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักจมเขี้ยว...บท1
แบบอักษร

 

รักจมเขี้ยว...บท1 

 

ณ ดินแดนอันห่างไกล ที่ไม่อาจจะพบเจอได้ทุกคน  ดินแดนที่ถูกสุริยันละทิ้ง มีเพียงจันทราเท่านั้นที่ให้ที่พึ่ง  ดินแดนที่ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่นับถือและศรัทธาเพียงดวงจันทร์ ดินแดนที่มีเพียงฤดูหนาวตลอดกาล....ดินแดนที่มีชื่อว่า‘นครจันทรา’ 

 

“นั้นเจ้าจะไปไหนรึออลติน”เสียงหนึ่งดังทักขึ้น  เจ้าของชื่อทำเพียงปลายตาไปมองนิดๆ แล้วเดินต่ออย่างไม่สนใจ 

“เมื่อใดเจ้าจะเลิกเมินเฉยต่อข้า!!”หญิงสาวเข้าไปดักหน้าร่างสูงเอาไว้ ไม่ให้อีกฝ่ายหนีหายไปไหน 

“เมื่อเจ้าเลิกวุ่นวายกับชีวิตข้าไง...มาเรีย”ออลตินพูดออกมาเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ใดๆ  นั้นยิ่งทำให้หญิงสาวไม่พอใจเข้าไปใหญ่ 

“เป็นตามที่เจ้าต้องการไม่ได้หรอกออลติน...ลืมแล้วรึว่าข้าเป็นอะไรกับเจ้า!” 

“คู่หมั้นนะรึ...หึหึ...”ออลตินมองหญิงสาวอย่างนึกสมเพช 

“ใช่...ข้าเนี่ยแหละคู่หมั้นของเจ้า...และอีกหน่อยก็จะเป็นองค์ราชินีแทนแม่เจ้า” 

 

ผลึก!!!  

 

“สามหาว!!...คนเยี่ยงเจ้า กล้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับท่านเเม่ของข้าได้อย่างไร….หึ เจ้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งนั้นสักนิดมาเรีย”ร่างสูงผลักหญิงสาวออกให้พ้นทาง แล้วเดินหายออกไปจากห้องโถงกลางปราสาท 

“หึ...คนเยี่ยงข้าเนี่ยแหละ...จะทำให้เจ้ามาสยบแทบเท้าข้า...ออลตินยอดรัก” 

. 

. 

. 

อีกฟากฝั่งอันห่างไกล จนเป็นไปไม่ได้ที่จะได้พบเจอกันระหว่างคนจากทั้งสองดินแดน  จะเรียกว่าอยู่คนละภพกันเลยก็ว่าได้....เป็นไปได้ยากที่คนจากโลกมนุษย์จะค้นพบนครจัทราที่ห่างไกล เเละไม่มีเส้นทางธรรมชาติต่อกัน เพราะคงไม่มีมนุษย์คนไหนมีความสามารถมากพอที่จะค้นพบนครจันทราที่อยู่เหนือชั้นบรรยากาศเเถมยังมีพลังเวทมนต์ช่วยปกปิดอีกชั้น  แต่ง่ายเหมือนปลอกกล้วยหากคนของนครจันทราจะมาที่โลกมนุษย์   

 

แต่ถึงเเบบนั้น...ก็คงไม่มีชาวนครจันทราคนใดอยากมาโลกมนุษย์ที่มีองค์สุริยันอยู่หรอก....จะมีก็เพียง..... 

 

ผลึก!! โครม!! 

 

ร่างสูงปรากฏตัวขึ้นที่ระเบียงห้องพักของตึกกลางเมืองแห่งหนึ่ง  เพียงเพราะที่นี่สามารถมองเห็นเเทบจะทุกส่วนของกรุงเทพได้  และยังสามารถมองวิวกรุงเทพได้ในเวลาขององค์สุริยันเพราะแดดส่องเข้ามาตรงส่วนของห้องนี้ได้ไม่มากและยังสามารถชมองค์จันทราได้อย่างชัดเจนในเวลากลางคืน  จึงเป็นที่ๆ ร่างสูงเลือกเป็นที่กบดานในโลกมนุษย์ 

. 

. 

. 

หลายวันต่อมา 

 

“จะอยู่ได้เหรอไผ่  ม๊าว่า….” 

“โห่ม๊า! ไผ่อยู่ได้ แค่นี้สบายย”เด็กหนุ่มพูดบอกผู้เป็นแม่ออกมาด้วยน้ำเสียงแสนจะทะเล้น พร้อมกับรอยยิ้มสดใส เพื่อไม่ให้ผู้เป็นแม่ต้องไม่สบายใจ 

“ก็ม๊าห่วง ใครจะหาข้าว ใครจะเก็บกวาด เราจะทำเหรอ??”แม่ของกอไผ่พูดออกมาเสียงสั่น จนผู้เป็นสามีต้องยกมือขึ้นไปโอบไหล่เพื่อปลอบ 

 

ถึงอยู่บ้านจะชอบตีกับลูกชายเพียงใด..เเต่ถ้าขาดไป...เธอก็คงเศร้าใจเเน่ๆ...ก็เธอมีลูกชายอยู่คนเดียวนี่ 

 

“ไม่เอาละม๊าว่า....” 

“เอาน่าคุณ มันก็โตแล้ว ปล่อยๆ มันบ้าง ถ้ามันไม่ไหว มันก็ร้องไห้กลับบ้านมาเองแหละ”พ่อของเด็กหนุ่มช่วยพูดอีกแรง  ใช่ว่าจะอยากให้ลูกชายตัวดีออกมาอยู่นอกหูนอกตาแบบนี้  แต่ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วก็คงต้องยอมนั้นแหละ 

“ช่ายยๆ เตี่ยพูดถูกที่สุดด” 

 

และในที่สุดความฝันของเด็กหนุ่มก็เป็นจริง การได้ออกมาอยู่หอคนเดียวนั้นเหมือนเป็นความฝันอย่างหนึ่งของเด็กหนุ่มเลยก็ว่าได้ จะทำอะไร จะกินอะไร ก็ไม่มีใครค่อยบ่น...นี่แหละสวรรค์ของเขาเลยยย 

 

กอไผ่ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนที่เต็มไปด้วยฝุ่น เพราะยังไม่ได้ทำความสะอาดเเต่เด็กหนุ่มกับไม่ได้สนใจสิ่งนั้นเลย 

 

“สบายจังงง” 

. 

. 

. 

กอไผ่กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงจนหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบจะมืดเเล้ว เด็กหนุ่มนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้ซื้อข้าวเย็นไว้เลย เเต่พอเหลือบมองสภาพห้องพักของตัวเองตอนนี้เเล้วได้เเต่ถอนหายใจ... 

“เดี๋ยวค่อยกลับมาเก็บเเล้วกัน” 

. 

. 

. 

“ห้องจ้าา  ไผ่กลับมาละ..”ท...ทำไมห้องสะอาดเเล้วล่ะ??! 

 

กอไผ่เดินสำรวจห้องอย่างมึนงง เพียงเวลาไม่นานที่กอไผ่ลงไปซื้อข้าวข้างล่างเท่านั้น พอกลับมาทำไมห้องถึงสะอาดขึ้นมาเองได้...ฝุ่นหรือเศษขยะอะไรต่างๆ ก็หายไปหมดจนน่าเเปลกใจ 

 

หรือว่า!! 

 

“ม๊าเเน่ๆ”เด็กหนุ่มตีเข่าดังเพี้ยะ...มั่นใจในคำตอบของตนเองสุดๆ 

 

พอคิดว่าตนเองได้ขอสรุปเเล้วเด็กหนุ่มก็เดินมาทิ้งตัวนั่งลงมี่โซฟาขนาดเล็กตรงกลางห้อง หยิบโต๊ะญี่ปุ่นมากลางเเล้วนั่งทานข้าวของตัวเองไป ไม่ได้นึกเอะใจใดๆ ทั้งสิ้น  พอเสร็จก็เก็บทุกอย่างจนเรียบร้อย 

 

“เหงาเหมือนกันนะเนี่ยย” 

 

กอไผ่เดินมานั่งเช็ดผมที่ปลายเตียงก่อนจะล้มตัวนอนลงเมื่อผมเเห้งเเล้ว เพียงไม่นานร่างบางก็หลับไป 

 

//หึ  ขอเก็บค่าใช้พลังหน่อยแล้วกันนะ//เสียงหนึ่งดังขึ้น  เมื่อเจ้าของเสียงมั่นใจว่ากอไผ่หลับไปเเล้ว 

 

กึก!!  

 

ขมเขี้ยวสีขาวสะอาดตากดลงที่ต้นคอขาวอย่างเบามือ ก่อนที่เลือดสีเเดงสดจะไหล่ออกมา เเละถูกดูดกลืนจากเจ้าของคมเขี้ยวยาว 

 

//หวาน...หวานมาก...ดูเหมือนข้าจะเจอเเหล่งอาหารชั้นดีเเล้วสิ// 

. 

. 

. 

“หาววว...อ๊ะ!!! สายเเล้ว ทำไมม๊าไม่ปลุกเนี่ย...!” 

 

กอไผ่บ่นออกมาอย่างลืมตัว เเต่พอนึกขึ้นได้ก็ยิ้มขำกับความขี้ลืมของตัวเอง ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป... 

 

“สายนะมึง”เสียงของหมอกเพื่อนสนิทของกอไผ่ดังขึ้น เด็กหนุ่มยักไหล่อย่างไม่สนใจ ก่อนจะเดินไปนั่งลงตรงที่ประจำของตัวเองซึ่งก็อยู่ข้างหมอกนั้นเเหละ 

“....เอาการบ้านมาลอกหน่อยดิ 

“เอาอีกเเล้วนะมึง...เออๆ เอาไปดิ…”หมอกพูดบ่น เเต่ก็ยอมให้เพื่อนสนิทของตัวเองลอกอยู่ดี...เเต่เมื่อหันไปหาเพื่อนสนิท ก็มีสิ่งหนึ่งที่ดึงสายตาของหมอกเอาไว้ “ไอ้ไผ่!! มึงไปโดนใครดูดคอมา!”หมอกกระชากคอเสื้อกอไผ่ให้เปิดออกเพื่อดูรอยนั้นชัดๆ 

“ไอ้เหี้ยเบาๆ...”กอไผ่รีบลุกผุดขึ้นไปปิดปากของหมอกทันที “เเล้วมึงพูดเหี้ยไร  อย่างกูเนี่ยนะจะโดนใครดูดคอ เเค่เดินผ่านสาวยังไม่มองเลย”กอไผ่พูดอธิบายพลางยกมือลูบเบาๆ ตรงที่หมอกจิ้มเมื่อกี้ไปด้วย.....หรือว่ายุงวะ?? 

“มึงสารภาพมา มึงไปให้สาวที่ไหนดูดคอ บอกกูมาดีๆ นะไอ้ไผ่”ไอ้ห่า!! กูก็ไม่รู้โว๊ย!! มันขึ้นมาเอง 

. 

. 

. 

กอไผ่กลับมาถึงหอก็ตรงเข้าห้องน้ำทันที  เเล้วก็เป็นอย่างที่หมอกว่า รอยที่คอมันคือรอยดูด ถึงกอไผ่จะไม่เคยไปทำกับสาวหรือว่าสาวที่ไหนมาทำ  เเต่เขาก็ไม่ได้ใสๆ ถึงขนาดไม่รู้ว่าที่คอเขาคือรอยอะไร...ถึงถ้าคิดในเเง่ดีอาจจะเป็นยุงกัด เเต่ว่า รอยมันใหญ่เกินไป ถ้ารอยจะขนาดนี้ยุงต้องตัวใหญ่มากเเน่!! 

 

“รอยอะไรวะเนี่ย!!” 

. 

. 

. 

กอไผ่เลิกสนใจรอยที่คอของตัวเองเมื่อคิดเท่าไรก็หาคำตอบไม่ได้  ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำมา เเล้วเริ่มทำความสะอาดห้องด้วยการหยิบจับนู่นนี้ที่มันอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง เนื่องจากเมื่อตอนเช้าเขารีบมากไปหน่อยถึงได้โยนข้าวของไปทั่วห้อง  พอทำทุกอย่างเสร็จก็เข้าไปอาบน้ำเเต่งตัวออกมา นั่งทำการบ้านต่อ.... 

 

โครม!!! 

 

เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านนอกระเบียงห้องนอน กอไผ่สะดุ้งสุดตัว ก่อนจะพยายามมองหาต้นเสียง เด็กหนุ่มค่อยๆ เดินออกมาชะเง้อคอมองหาที่มาของเสียงเเต่ก็ไม่พบ 

 

“นี้มันเรื่องบ้างอะไรเนี่ย ก็เมื่อกี้ยังได้ยินเสียงอยู่เลย!??” 

. 

. 

. 

หูฟาดงั้นเหรอ??? 

 

BY : LUN_LA 

 

 

เอ่อ..คือว่า...คือ... 

ยังไงก็อ่านให้สนุกเด้อออออออออออ 

เหมือนเดิมๆ เม้น เป็นกำลังใจกันได้น่าาาาาาาาาา 

 

 

ความคิดเห็น