ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ภีม X ทิวา ตอนที่ 2 If You Come Into My Heart (100%)

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ภีม X ทิวา ตอนที่ 2 If You Come Into My Heart (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.3k

ความคิดเห็น : 60

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2558 23:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ภีม X ทิวา ตอนที่ 2 If You Come Into My Heart (100%)
แบบอักษร

 

 

" ร้อนรักอันตราย " ภีม X ทิวา ตอนที่ 2 If You Come Into My Heart

 

 

 

                         เสียงทุ้มนุ่มกระซิบเบาๆข้างหู

 

                        ทิวาปรือตา ใบหน้าหวานแหงนหงายปากบางเผยอขึ้นรับริมฝีปากร้อนผ่าวที่แนบลงมา มือเล็กบางยกขึ้นประคองใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มมาคุกเคล้าเข้าแนบซะยิ่งกว่าแนบ ขยับลิ้นเล็กๆเกี่ยวรัดตอบรับปลายลิ้นใหญ่ร้อนที่แทรกเข้ามาเกี่ยวพันอย่างดูดดื่ม 

 

                        "ภีม..อย่าพึ่ง!....อ๊ะ" 

 

                         ร่างบางบิดเป็นเกรียวใต้ร่างสูงที่คล่อมไว้อย่างเสียวกระสัน เมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ซอกขาด้านในหนักมือขึ้น

 

                       "เดี๋ยวก่อน!...อ๊า!"

 

                       ทิวาใจจะขาดเมื่อมือร้ายไล้เบาๆไปทั่วหน้าท้องแบนราบ ลูบลงช้าๆค่อยๆกอบกุมแท่งเนื้ออ่อนบางสีสวยไว้ในอุ้งมือใหญ่..แล้ว...ขยับมือ...เบาๆ

 

                      "อื๊ออ!..." ปากบางกัดแน่น หลังแอ่นอย่างเสียวเสียด มือบางละจากใบหน้าคมมาจิกขยุ้มผ้าปูที่นอนไว้แน่น " อ๊าา!" 

 

                      ทิวาขนลุกซู่ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของอีกฝ่ายทาบลำคอขาวดูดเลียเบาๆไปทั่ว "อ๊าา!" ฟันคมไล่กัดแทะอย่างมันเขี้ยว ลิ้นร้อนๆลากไปทั่วลำคอ ทั่วไหปลาร้า เลยเข้าขบไหล่เล็กบางแล้วลากเลยลงหายอดอกสีกุหลาบสวย

 

                     "อืมม! " มือบางขยุ้มผมดกหนาแน่น เมื่อความเสียวจู่โจมอย่างรุนแรง

 

                     ปลายลิ้นร้อนวาดเลียยอดอกสีสวยก่อนจะเม้มแล้วดูดดึงขึ้นแล้วก็ปล่อย วนไปยอดอกซ้ายแล้วย้ายมาขบกัดยอดอกขวา มือใหญ่ก็ขยับหยอกเย้าลำเนื้ออ่อนอย่างไม่ปราณี เล่นเอาร่างบางใจจะขาด 

 

                      " อ๊า!... ภีม....อ๊า!....เร็วอีก...อ๊า...."  

 

                   " รู้สึกยังไง...ทิวา....บอกซิ...." เสียงนุ่มทุ้มกระซิบถามเสียงกระเส่า มือร้ายขยับให้ไม่หยุด แถมยังใช้ท้องนิ้วโป่งไล้ไปทั่วหัวเล็กบานสีสวยเบาๆ 

 

                   " อืม!...อ๊า...."

 

                    " บอกซิคนดี....ทำแบบนี้...ชอบมั้ย...." ลมหายใจร้อนกระเส่าถามชิดซอกคอขาว ริมฝีปากร้อนๆขมเม้มติ่งหูเล็กแล้วไล้ปลายลิ้นไปทั่วลำคอระหง

 

                    " ชอบ...อ่า....." เสียงหวานครางตอบ 

 

                    " อ๊า....เร็วอีก..อ๊า....อ๊าา!..." ทิวาหลับตาปี๋ 

 

                    " อย่าหลับตา" เสียงทุ้มกระซิบ ริมฝีปากร้อนผ่าวเล็มไปทั่วใบหูบาง

 

                   " ทิวา...ทิวาจ๋า"

 

                   " ลืมตาขึ้นมามองกันก่อนคนดี" 

 

                   " นะ" เสียงทุ้มนุ่มกระซิบบอกเบาๆ

 

                  "อืม....." คนตัวเล็กค่อยๆปรือตาขึ้นมองอย่างเขินอาย...........

 

                  "...."

 

                  หือ?!............

 

                  เปลือกตาบางกระพริบปริบๆ มองเพดานห้องสีครีมคุ้นตา จากนั้นสมองเล็กๆก็เริ่มค่อยๆเข้าสู่โหมดปัจจุบัน รู้สึกตัวทีละนิด

 

                 ทีละนิด..........!

 

                 "...."!

 

                 ห๊ะ?! ตาโตเบิกกว้าง ค่อยๆเหลือบตาลงผ่านอกตัวเองมองเรื่อยลงไปหน้าท้องจนถึงมือที่มันไม่รักดี นอกจากจะอยู่ไม่ถูกที่แล้ว ยังบังอาจอยู่ผิดตำแหน่งอย่างร้ายกาจ

 

                "..."

 

                ฝันเหรอ...??!!!

 

                ห๊ะ??! ทิวามองมือตัวเอง

 

                ฝันไป!....

 

                เฮ้ย!.........แล้วมือไปจับไว้ทำไมตรงน๊านนนนนนน!!?

 

                ????????????

 

                 อ๊าากกกกกก!!!!!!!

 

                 .................................

 

 

                กาลครั้งหนึ่ง.........เมื่อคืนนี้..............ที่เลวร้าย...........ไปฝันบ้าอะไรแบบนั้นวะ? เลวร้ายมาก..เลวร้ายสุดๆ 

 

                " หนู....."

 

               ไอ้หน้าหล่อบังอาจเสนอหน้าเข้ามาในความฝันโดยที่ยังไม่ได้อนุญาตซักคำ

 

                " ตรี....."

 

                แถมยังอุกอาจทำเรื่องที่...ฮื่ม!...ไม่น่าให้อภัยอย่างยิ่ง 

 

               " ลูก........"

 

               หนอย!!! อย่าให้เจอหน้านะมึง จะชกให้หน้าหงายเลยคอยดู๊!.....

 

                หน้าหวานหงิก ตักข้าวใส่ปากแล้วเคี้ยวอย่างแค้นๆเมื่อนึกถึงความฝันก่อนหน้า ก่อนจะกระพริบตาปริบๆรู้สึกตัว แม่จ้องมา หือ? มีอะไร? แม่จ้องทำไม? เห็นสายตาแม่แล้วเหลือบตาลงมองจานข้าวตัวเอง

 

                อ่าวเฮ้ย!!?  กินข้าวเปล่าๆไปเกือบหมดจาน ลืมกินกับซะงั้น เอ่อ! มิน่าล่ะ..แม่จ้องมาเขม็งเลย 

 

               " แหะแหะ วันนี้ข้าวนิ๊มนิ่มนะคะ อร่อยจัง " แล้วก็ตักข้าวที่เหลือใส่ปากเคี้ยวอีก โชว์ความอร่อยแบบไม่ต้องพึ่งกับจนหมดจาน จากนั้นก็รวบช้อนยกน้ำขึ้นดื่ม

 

              " อิ่มแล้วเหรอลูก เอาของหวานมั้ยจ๊ะ..แม่ทำบัวลอยไข่นกกระทาของโปรดหนูด้วยนะ?"

 

              " ตรีอิ่มแล้ว...ไว้กลับมาตอนเย็นดีกว่า ไปนะจ๊ะ "  ก้มหอมแก้มคนแก่ดังฟอดใหญ่ ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายเดินไปจูงมอไซค์คันเก่งที่จอดในโรงรถออกมาสตาร์ท 

 

              " ตรี...เดี๋ยวก่อนลูก" ทิวาหันไปมองแม่ที่รีบเดินเข้ามาพร้อมกับถุงหิ้วในมือ

 

               " แม่ฝากขนมไปให้คุณภีมเขาหน่อย " 

 

               ห๊ะ!!??ตามองมือแม่ที่เอาถุงขนมคล้องแฮนด์มอไซค์ให้เองเสร็จสรรพ ....คือ...ไม่อยากอย่างแรง

 

              " ขอบคุณเขาที่อุตส่าซื้อกล้วยไม้สวยๆมาฝาก " ยังเจื้อยแจ้วต่อ มองหน้าลูกหน่อยสิจ๊ะแม่

 

              เอ่อ!...... คือ!.......... ทิวาทำหน้าเหนื่อย มองถุงขนม เอาไงดีวะ! 

 

               " คือ..ตรีไม่ค่อยว่างจ่ะ...แล้ววันนี้ต้องเข้าไปที่หน้างานไม่มีเวลาเอาขนมไปให้คุณ เอ่อ!..."

 

              "ไม่เป็นไรลูก.....แม่โทรบอกคุณภีมเขาเรียบร้อย..." 

 

              ห๊ะ?? โทรบอกแล้ว แลกเบอร์กันแล้วเหรอ? โธ่! แม่นะแม่

 

               " เขาจะไปเอาขนมที่ทำงานของลูกเอง...ขับรถดีๆนะจ๊ะ" แม่ยิ้มหวานให้ขนาดนี้ 

 

               ทิวามองถุงขนมบัวลอย จะทำยังไงดีว้าไม่อยากเจอหน้าหมอนี่เลยให้ตาย! ติดไปคิดมาแล้วอยากบีบคอตัวเอง ไม่น่าไปยุ่งกับมันเล้ย! วันนั้นน่าจะปล่อยมันไว้แบบนั้นแหละดีแล้ว เพราะความสงสารตัวเดียวเลยจริงๆ

 

                ภาพที่ร่างสูงนั่งเหม่อลอยข้างฟุตบาทแล้วมองซ้ายมองขวาเหมือนเด็กไร้บ้านยังติดตา แล้วไอ้ท่าทางยิ้มอ้อนๆไม่มีพิษไม่มีภัยเหมือนเด็กนั่นอีกล่ะ  ใครจะรู้ว่ามันซ่อนความร้ายกาจไว้ข้างใน หาเหาใส่หัวตัวเองแท้ๆเลย เฮ้ย!

 

               ทิวาคิดไปแค้นไป ขับมอไซค์ช้าๆ ช้าที่สุดเท่าที่จะช้าได้ ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบสะสางงานนะให้มันถึงที่ทำงานบ่ายโน่นเลยยิ่งดี เฮ้อ! สุดท้ายก็ถึง พอจอดมอไซค์ ก็เดินตรงแหน่วไม่มองซ้ายมองขวา เลยไม่ทันสังเกตุ หรือจะเรียกว่าไม่สนใจก็ได้ ว่ารถเก๋งสปอร์ตคันเพรียวสีเทาเงิน ประตูด้านคนขับถูกเปิดออกทันที พร้อมๆร่างสูงๆของใครบางคนที่รีบก้าวมาดักหน้าไว้

 

               ทิวาชะงักเท้าเบลกกึกกะทันหันเมื่อใบหน้าเนียนเกือบจะจูบแผกอกกว้าง เงยหน้าขึ้นมองอย่างขัดใจ อยากรู้ว่าใครมันบังอาจมายืนขวางทางเดินกันขนาดนี้!  ปากบางที่กำลังจะโวยหุบฉับ ตาโตเบิกกว้างเมื่อเห็นหน้าคนขวางถนัด

 

               ภาพเหตุการณ์เมื่อเย็นวาน กับความฝันอีโรติคเมื่อตอนเช้ามืดหลั่งไหลเข้ามาในมโนราวกับฉายวีดีโอซ้ำ  แก้มเนียนร้อนฉ่า ก่อนที่ความร้อนวาบๆจะกระจายไปทั่วทั้งหน้าอย่างรวดเร็ว 

 

               " หวัดดีคนสวย"

 

               เสียงทุ้มทักเบาๆ พร้อมกับที่ร่างสูงโน้มลงมาใกล้ ทำให้ทิวากระพริบตาปริบๆรู้สึกตัว มองอีกฝ่ายที่อยู่ในเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ซีดๆกับรองเท้าผ้าใบธรรมดาๆแท้ๆแต่ทำไมถึงดูดีได้ขนาดนี้นะ คงเพราะใบหน้าหล่อๆขาวๆนี่ละมั้ง ยิ้มทีทำเอาคนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นมองจนเหลียวหลัง

 

               ทิวาไม่หวัดดีตอบ พอรู้สึกตัวหายอึ้งก็รีบเดินอ้อมร่างสูง แต่ก็ต้องหยุดกึกเมื่อโดนขวางหน้ากะทันหัน ขยับไปอีกทางก็โดนดักอีก เงยหน้าขึ้นอย่างฉุนๆ กำหมัดแน่น ฮืม! มันน่าชกจริงๆเลย ถ้าไม่ติดว่าจะเป็นจุดสนใจละก็นะ

 

              แล้วก็พึ่งนึกได้ อ๋อ! มาเอาขนมนี่หว่า 

 

              "เอ้า!...แม่ฝากมาให้ " พร้อมกับยัดถุงขนมใส่มือหนาของอีกฝ่ายแล้วหมายจะเดินอ้อมร่างสูง แต่ก็ต้องชะงักกึกอีกอย่างฉุนๆ

 

              " ได้ขนมแล้วก็หลบสิ จะไปทำงาน" ทิวาฉุน เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยิ้มให้อย่างไม่ทุกข์ร้อน ไอ้หมอนี่หน้าเป็นจริงๆ

 

              "จะรีบไปไหนล่ะ? งานของนายไม่ต้องเข้าออกตามเวลาก็ได้ไม่ใช่เหรอ?ไปกินข้าวเป็นเพื่อนกันก่อน!" ภีมบอกยิ้มๆ มองหน้าเนียนที่หงิกงออย่างขัดใจ  

             " เฮอะ! เรื่องอะไรที่จะต้องไปกินข้าวกับนาย ฝันไปเถอะ" ไอ้หมอนี่มันยังไงของมันวะ? 

 

             " รับรองว่าไม่ได้ฝัน แล้วก็ไม่ชอบความฝันด้วย " ภีมก้าวเข้าหาคนตัวเล็กแล้วโน้มลงมาใกล้ " ชอบของจริงที่สัมผัสได้" เสียงทุ้มกระซิบเบาๆให้ทิวาได้ยิน แถมยังไล้ริมฝีปากโชว์ให้ดูว่าเป็นสัมผัสแบบไหน เล่นเอาทิวาหน้าร้อน

 

                " ไม่ไป" 

 

               " ร้านอยู่แค่นี้เอง เป็นคอฟฟี่บาร์ขายพวกอาหารเช้าง่ายๆ ไปด้วยกัน ปะ" ดูเหมือนภีมจะไม่สนใจคำปฏิเสธ แถมยังบอกร้านแล้วเดินนำ แต่ทิวาไม่เดินตามซะอย่าง ไม่เพียงเท่านั้นร่างบางยังรีบสาวเท้าเดินหนีกำลังจะเข้าออฟฟิซอยู่แล้วเชียว

 

               " ถ้านายหนีหน้าไม่ไปด้วยนะ"  เท้าชะงักกึกเมื่อเสียงทุ้มตะโกนไล่หลังมา  

 

              " นายจะทำไม? ฉันจะไม่ไปไหนกับนายทั้งนั้น นายมันคนแปลกหน้า! " เสียงหวานท้าทายกลับแล้วมองหน้าภีม หนอย! ไอ้หมอนี่มันจะมากไปแล้ว เป็นใครมาจากไหนวะ

 

               " หึๆ แปลกหน้ายังไง? เมื่อวานฉันไปกินข้าวบ้านนาย แถมก่อนกลับเรายัง.." ภีมเว้นระยะไว้แล้วเดินเข้าไปจนใกล้ ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบพร่าเบาๆ ให้ได้ยินกันสองคน

 

              " ลากันแบบ...ดื่มด่ำซะขนาดนั้น..." ภีมยิ้มหวาน มองร่างบางที่ยืนตัวแข็งเป็นหินไปแล้ว

 

             " ฉันชอบกลิ่นซอกคอนายชะมัด มันทั้งหอม ทั้งนุ่ม จนอยากจะ..." ไม่ทันจบประโยคดีภีมก็โยกตัวหลบกำปั้นเล็กที่เหวี่ยงมาก่อนจะยึดข้อมือบางไว้แน่น แล้วดึงให้เดินตาม 

 

              ทิวาบิดข้อมือหนี  " ปล่อยมือ " พยายามทำขาแข็งๆไม่ก้าวตาม ไอ้บ้านี่แรงเยอะจริงๆ  คนเริ่มมองมาจนเป็นจุดสนใจ ทิวาหน้าง้ำ ฮืม! ได้แต่เมินหน้าหนีดวงตาคมกริบกับยิ้มพร่างพรายเจ้าเล่ห์นั้นอย่างเคืองๆ ฝากไว้ก่อนเถอะ แล้วจะเอาคืนให้สาสม ร่างบางพยายามไม่ทำให้ เป็นจุดสนใจ 

 

              " โอเค โอเค ฉันไปกับนายก็ได้ แต่ปล่อยมือได้มั้ย ไม่ใช่เด็กไม่ต้องมาจูง "

 

              " ใครบอกจูง เรากำลังจับมือกันตังหาก" ภีมหันมาพูดแล้วยิ้มหวาน

 

               " ไอ้บ้า! ใครจะอยากจับมือกับนาย ปล่อยสิโว้ย " ทิวาแก้มร้อนไปหมด 

 

               เนื่องจากฝั่งตรงข้ามเยื้องไปไม่ห่างเป็นวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง แถมแถวนี้ก็มีบริษัทห้างร้านยาวเป็นทิวแถว ในร้านขายอาหารเช้า แบบฝรั่งที่เอาง่าย สะดวกเข้าว่า มีทั้งขนมปัง แซนด์วิชใส้ต่างๆเสิร์ฟพร้อมกับกาแฟเป็นเหยือก แบบรินเติมเอาเอง จึงมีแขกอุดหนุนอุ่นหนาฝาคั่งแต่เช้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวในชุดนักศึกษา คนทำงานมีให้เห็นอยู่ไม่กี่โต๊ะ

 

               ร่างบางขาแทบขวิด รู้สึกว่ามีสายตาหลายคู่มองมาอย่างสนใจ มันก็แน่ละ ก็หมอนี่ออกหล่อเฟี้ยวขนาดนี้ สาวๆหรือแม้แต่หนุ่มๆด้วยกัน ยังมองตามหลังอย่างสนใจ โดยเฉพาะสาวๆนั่นแหละสำคัญ ทิวาเลือกนั่งโต๊ะตัวในที่ยังว่าง เหลือบตามองไปทั่วร้าน คนที่นั่งอยู่ก่อนบางโต๊ะมองมาแล้วก็หันไปซุบซิบกันเบาๆ

 

               ทิวาส่งสายตาอาฆาตไปที่ร่างสูง ต้นเหตุที่ทำให้พลอยตกเป็นเป้าสายตาไปด้วย แล้วตาโตก็เบิกกว้างอีกเท่าตัวเมื่อเห็นกิริยาที่อีกฝ่ายทำ เพราะแทนที่จะนั่งฝั่งตรงข้าม กลับลากเก้าอี้มานั่งข้างๆทิวาแทน

 

                "กินอะไรดี แซนด์วิชแฮมดีมั้ย?"

 

               " ฉันกินข้าวมาแล้ว ไม่หิว" คนตัวเล็กกัดฟันกระซิบ กินข้าวเปล่าไปจานเบ้อเริ่มก็เพราะนายคนเดียว ต่อให้ในใจอย่างฉุนเฉียว ก่อนจะตาเขียว มองหน้าหล่อที่อยู่ห่างไม่กี่คืบ จนได้กลิ่นโคโลญจน์กับกลิ่นน้ำยาโกนหนวดผสมกันกรุ่นเข้าจมูก

 

              "งั้นเอาน้ำส้มคั้นกับขนมปังกรอบมาแทะเล่นละกัน" ภีมยิ้มหวานให้ไม่สนใจหน้างอๆ ก่อนจะลุกเดินไปที่เคาท์เตอร์ เพราะเป็นร้านแบบช่วยตัวเอง ซื้ออาหารเองไม่มีพนักงานเสิร์ฟ

 

               ไม่ถึงอึดใจร่างสูงก็กลับมาพร้อมกับถาดอาหารในมือ ทิวามองน้ำส้มคั้นแก้วโตที่วางลงตรงหน้า ขนมปังกระเทียมแบบอบกรอบในจานเล็ก กาแฟเหยือกเล็ก แซนด์วิชใส้สลัดและปลาทูน่าสองชิ้นห่ออยู่ในกระดาษไข

 

               มองแล้วนึกอยากลุกขึ้นแล้วลากเก้าอี้ไปนั่งฝั่งตรงข้าม ถ้าไม่กลัวเป็นเป้าสายตามากกว่านี้ เพราะแค่นี้ก็แย่แล้ว แล้วถ้าลุกไปนั่งฝั่งตรงข้ามได้จริง ไอ้หมอนี่คงลากเก้าอี้ไปนั่งด้วยอีกจนได้

 

              "กินสิ เอวนิดเดียว กินอีกนิดก็คงไม่อ้วนเท่าไหร่หรอก" ภีมบอก มองหน้างอๆของทิวาพร้อมกัดแซนด์วิชคำโต

 

               ทิวาเม้มปากแน่น เอาน้ำส้มมาให้เนี่ยนะไม่ใช่นางเอกนะเว้ย แล้วทำมาเป็นวิจารณ์เอว เฮอะ! มันเรื่องอะไรของตัว แล้วทำไมจะต้องขยับเก้าอี้มานั่งซะติดกันขนาดนี้ ห๊ะ? เข่าแทบจะเกยกันอยู่แล้ว คนตัวบางค่อยๆ กระเถิบเก้าอี้ออกห่างมองเมินเหมือนไม่สนใจ แล้วก็ต้องตาโตเมื่อมือใหญ่เลื่อนแก้วน้ำส้มมาให้ แล้วกระเถิบเก้าอี้ตามมา เล่นเอาทิวาหน้าเลิกลั่ก นี่ถ้าขยับถอยอีกนิดหลังก็คงชิดผนังร้านพอดี ตาหวานๆมองไปทั่ว เห็นสายตาหลายคู่มองมาก่อนจะหันกลับมามองตัวต้นเหตุที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ภีมดื่มกาแฟหมดแก้วแรก กัดแซนด์วิชกินอย่างอร่อย ไม่ได้เขินเลยที่ถูกมอง

 

                " ลองหน่อยมั้ย ของเขาอร่อยดีนะ" ไม่พูดปล่าว มือหนายังยื่นแซนด์วิชที่ตัวเองกัดไปคำโตแล้วคำนึงมาจ่อปากปาง เล่นเอาหน้าหวานถอยห่างทำหน้าไม่ถูก

 

               " ไม่ " ทิวาเมินหน้าหนี ไอ้บ้านี่มันทำอะไรของมัน มาเชิญชวนให้กัดแซนด์วิชอันเดียวกันยังกับสนิทกันมาเป็นสิบๆปี แล้วใครจะกัดวะ ไม่ใช่แฟนกันซะหน่อย แล้วทำไมจะต้องโน้มตัวเข้ามาใกล้ขนาดนี้

 

                " งั้นก็ดื่มน้ำส้มหน่อยสิ กินขนมปังซักนิด เร็วเข้ากินเป็นเพื่อนกัน " ภีมมองใบหน้าหวานที่เมินหนี แก้มเนียนเหมือนมีสีระเรือจางๆ 

 

                " จะกินเอง หรือจะให้ป้อน"

 

                ทิวาหันขวับเมื่อได้ยิน มองใบหน้าหล่อๆที่ยิ้มเย็น มือใหญ่หยิบแก้วน้ำส้มขึ้นทำท่าจะป้อนอย่างที่พูด 

 

                " ไม่กินอะไรทั้งนั้น..เพราะกินมาแล้ว..แล้วก็อิ่มแล้วด้วย..นายกินเสร็จรึยังฉันจะได้รีบไปทำงาน" บอกแล้วก็ขยับลุก แต่ขายาวๆขยับมากันไว้ก่อนจนทิวาหมดทางเดินออก ต้องมุดใต้โต๊ะละมั้งถึงจะออกไปได้

 

                " ดื่มน้ำส้มให้หมดแก้วก่อน ถึงจะให้ไป " มือใหญ่ยื่นมาตรงหน้า เล่นเอาทิวาเดือด หมอนี่มีสิทธิ์อะไรมาบังคับกันวะ มือบางคว้าแก้วน้ำส้มมาแล้วยกขึ้นดื่มอั๊กๆ จนหมด แล้ววางแก้วเปล่าๆลงบนโต๊ะ

 

                " พอใจมั้ย? ทีนี้ไปได้ยัง?" ร่างบางทำท่าลุก

 

                " ยัง!" คำตอบจากปากสีส้มจางเล่นเอาทิวาอ้าปากค้าง ไอ้บ้านี่มันจะมากไปแล้ว!

 

                " มีอะไรอีกล่ะ นายนี่มันแย่ นิสัยเสียชอบบังคับ อย่าคิดนะว่าฉันจะยอม หลีกสิ!" คนตัวเล็กฮึด อยากชกคนเต็มแก่ ถ้าไม่ติดว่าเป็นที่สาธารณะ คนมองมาเป็นตาเดียวละก็นะ ได้เห็นดีกันแน่

 

                " ไม่หลีกให้จนกว่าจะพูดเพราะๆก่อน"  ภีมมองหน้าเนียนที่หงิกงออย่างขัดใจแล้วยิ้มหวาน 

 

                ทิวาเมินหน้าหนีดวงตาคมหวานที่ยิ้มพร่างพรายที่เอาแต่มองมา ความจริงคือรู้สึกเขินขึ้นมากะทันหัน ไม่รู้จะมองอะไรนักหนา มองอยู่ได้ แล้วไอ้หัวใจเล็กๆที่อยู่ข้างในนี่มันก็ดันกระตุกทุกครั้งที่อีกฝ่ายมองมาซะด้วย น่าโมโหมั้ยละ?

 

                ถอนหายใจแล้วเหลือบตามองนาฬิกา พึ่งสังเกตุตอนนี้เองว่าคนในร้านบางตาลงมาก พวกนักศึกษาคงพากันเข้าเรียนในช่วงเช้า คนทำงานก็คงจะเข้าออฟฟิตเพื่อเริ่มงาน แล้วหมอนี่ล่ะ? ไม่ทำงานทำการรึไงนะถึงได้มีเวลามานั่งเอ้อละเหยลอยชายแกล้งคนอยู่แบบนี้

 

               ภีมยิ้มบางๆมองคนตัวเล็กที่นั่งตัวลีบหนีบเข่าไว้ แถมพยายามเอนตัวหนีเมื่อร่างสูงจงใจเข้าไปนั่งจนใกล้ พลางขยับมือใหญ่ดึงเก้าอี้ ลากให้เข้าไปหาอีก ทีนี้ละหัวเข่าชนกันพอดี จนร่างบางหน้าตื่น

 

               " เฮ้ย! จะขยับเข้ามาอีกทำไมเล่า แค่นี้ก็หายใจไม่ออกแล้ว หลีกซะที! จะไปทำงาน" ทิวากัดฟันพูด ตาเหลือบมองไปทั่วร้าน คนมันหายไปไหนกันหมดวะ

               " พูดขอเพราะๆซิ!.." ภีมกระซิบบอกเบาๆ ให้ได้ยินกันสองคน

 

               " จะให้เพราะยังไงอีก อย่ามาสั่ง" ทิวาหน้าแดง 

 

               "ก็พูดว่า...ภีมครับ..ขยับไปหน่อยได้มั้ยครับ.." เสียงทุ้มพูดนำเบาๆ 

 

               " ไม่มีทาง"

 

              " งั้นก็นั่งมันอยู่อย่างนี้ละ ฉันละไม่เดือดร้อนเลยจริงๆ" ว่าแล้วก็วางศอกเท้าคางมองหน้าเนียนใกล้ๆ เล่นเอาอีกฝ่ายทำอะไรไม่ถูก

 

              ทิวานับหนึ่งถึงสิบ ถ้ามามัวเจ้าล่อเถาเถิดเล่นกับหมอนี่วันนี้ทั้งวันคงไม่ได้ทำงานทำการละ 

 

              "ภีมครับ..ขะ..ขยับหลีกทางหน่อยได้มั้ย..ครับ ผมจะรีบไปทำงาน" ทิวาอยากกัดลิ้นตัวเองตาย เหลือบตามองอีกฝ่ายที่ยิ้มกว้าง แค่นี้คงใช้ได้ละมั้ง กำลังจะลุกก็ต้องชะงักอีก

 

              " ยังไปไหนไม่ได้" เสียงทุ้มบอกไม่ยอมขยับเข่าหลีกทางให้ แถมยังขยับเข้ามาใกล้อีกจนทิวาต้องเอนตัวหนี ทีนี้หลังแนบไปกับกระจกใสข้างผนังพอดี 

 

               " มะ..มีอะไรอีกล่ะ..ครับ?" 

 

               "ขอยิ้มหวานๆทีนึงก่อน" ภีมยิ้มร้าย มองหน้าเนียนของอีกฝ่ายอย่างรอคอย 

 

               ไอ้บ้านี่ท่าจะเป็นโรคประสาท ชอบบังคับเอาแต่ใจ อย่าเผลอแล้วกันจะเอาให้หนักเลยคอยดู อยากได้ยิ้มหวานๆใช่มั้ย... ได้...จะยิ้มให้แบบหวานสุดใจ เอาให้ตาพร่ามองอะไรไม่เห็นไปสามวันเลยมึง 

 

                ภีมตะลึง มองปากบางอิ่มระเรือที่ค่อยๆแย้มออก ก่อนที่ทิวาจะยิ้มหวานทั้งปากทั้งตา ชนิดที่โลกพลันสดใสขึ้นมาทันตาเห็น ตาหวานมองสบตาคมกริบไม่หลบไปไหน แถมคนตัวเล็กยังขยับใบหน้าเนียนให้เข้าใกล้ใบหน้าคมหล่อเหลาที่ยังมองมาตาค้าง ทิวายิ้มหวานให้แล้วเอียงคอนิดๆ กระพริบตาให้ภีม ที่ยังคงมองอึ้งๆตะลึงค้าง

 

               " แบบนี้หวานพอมั้ยจ๊ะ" เสียงหวานเอ่ยถาม หน้าเนียนอยู่ห่างไม่ถึงคืบใกล้จนลมหายใจสัมผัสกัน และก่อนที่ภีมจะทันระวังตัว ทิวาก็โน้มหน้าโขกหน้าผากแข็งๆอีกฝ่ายจนดังโป๊ก

 

                " โอ๊ยย!!......" ภีมหน้าหงายร่างสูงใหญ่เกือบตกเก้าอี้ มือหนายกขึ้นกุมหน้าผากตัวเองไว้แน่น ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวเท้าใหญ่ในรองเท้าผ้าใบคู่เก่งก็โดนกระทืบซ้ำอีก" อ๊ากกกก!..." คราวนี้มือหนาเปลี่ยนจากกุมหน้าผากมากุมเท้าไว้แทน ไม่คิดว่าจะโดนคนตัวบางตอบกลับแบบนี้ กว่าจะรู้ตัวมองไปรอบๆก็เห็นพนักงานในร้านมองมาอย่างสนใจ หันขวับไปมองประตูก็เห็นแต่ผมเปียไวๆวิ่งจู๊ดหนีไปอย่างรวดเร็ว 

 

               " หึๆ...หึๆ" ร่างสูงขยับตัวลุก ยกมือขึ้นลูบหน้าผากบันเทาความเจ็บ ปลายเท้ายังรู้สึกเจ็บหนึบๆ อ่า..ทิวา...แรงเยอะดี แบบนี้ละชอบ รู้สึกเลือดในกายสูบฉีดอย่างตื่นเต้น ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน นึกถึงคนตัวเล็กที่วิ่งหายไป รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นนายพรานที่เห็นลูกกวางน้อยเนื้อหวาน

                 จะเป็นยังไงนะถ้าได้ไล่ล่ามาเชยชมเป็นเจ้าของ แล้วจะเป็นยังไงถ้าได้ไล่ล่าร่างบางอยู่บนเตียงนุ่มๆ แค่คิดก็รู้สึกกระสันจนเนื้อเต้นแล้ว แทบทนรอไม่ไหว ภีมคิดก่อนจะยิ้มร้ายพาร่างสูงออกไปจากบริเวณนั้น

 

 

                  

 

 

 

                  ทิวายกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ อูย!...โนแน่ๆไม่ต้องห่วง โขกแรงขนาดนั้น หนอย! คิดแล้วเสียดายไม่หาย น่าจะเอาให้หนักกว่านี้ คิดไปแค้นไปพลางเก็บของลงกระเป๋า เพราะต้องไปเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยปลีกย่อยที่ทางคุณธิดาเจาะจงมา ว่าแล้วก็ขยับกระเป๋าสะพายใบเก่งให้กระชับ เดินอาดๆไปหามอไซค์พลางเหลียวซ้ายแลขวา เมื่อไม่เห็นมีใครตาม ก็จัดการสตาร์ทเครื่อง ออกไปหาจุดหมายอย่างรวดเร็ว

 

                  จอดรถเมื่อถึงที่หมายแอบมอไซค์ไว้ใต้ต้นลั่นทมต้นใหญ่ ไม่มีใครอยู่ที่นี่เพราะพวกช่างคงเก็บของกลับกันไปหมดแล้ว ร่างบางยืนมองภาพตรงหน้า

                  สระน้ำจืดขนาดใหญ่ที่มีต้นไม้เขียวครึ้มล้อมรอบบริเวณเกือบสิบไร่ รอบๆบริเวณเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับที่จัดแต่งอย่างสวยงามปานสวนสวรรค์ ตรงกลางสระน้ำมีบ้านหลังเล็กสีขาวนวลสะอาดตาที่สร้างผสมผสานกันระหว่างไม้กับกระจกงามปานภาพวาด สะพานเดินไม้เทียมแข็งแรงกว้างขนาดใหญ่สามารถที่จะขับรถเข้ามาจ่อประตูบ้านได้เลยทีเดียว และที่พิเศษไปกว่านั้นคือตัวสะพานช่วงก่อนถึงตัวบ้านมันสามารถยกพับขึ้นได้ กันทั้งคนเข้าและกันคนออกได้เลย

 

                  ร่างบางเดินช้าๆมองภาพสะท้อนที่อยู่เหนือพื้นน้ำตรงหน้า คุณธิดาบอกว่าเจ้านายของเธอเรียกที่นี่ว่า..'เรือนแก้ว' ท้องน้ำใสสะอาดสะท้อนภาพข้างบนกับข้างล่างเป็นเหมือนแก้วจริงๆ 

 

                 มือบางเอื้อมไปเปิดประตูไม้ เดินเข้าไปภายในบ้านหลังเล็กที่ทุกอย่างเน้นสีขาวหมด ทั้งม่านโปร่งและม่านทึบ ผ้าปูโต๊ะ แจกันใบใหญ่ ของตกแต่งเกือบทั้งหมด รวมไปถึงห้องนอนก็เน้นขาวเป็นส่วนใหญ่ อาจจะแอบเหลือบชมพูจางๆและทองบ้างให้ดูสวย ทิวามองไปรอบๆอย่างถูกใจ เดินสำรวจจนทั่ว ทั้งในครัว ระเบียงด้านหลัง ดอกไม้ที่ทิวาเลือกเอามาแต่งไว้ ทั้งที่ห้อยและที่อยู่ในกระถางลายสวย 

 

                  Rrrr........Rrrr........Rrrr

 

                 ทิวาละมือจากกระถางกำลังจะขยับให้เข้าที่ ล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ " ครับ ทิวาครับ"

 

                 "สวัสดีครับคุณธิดา......"

 

                " ...ครับ...ครับ...ผมกำลังรออยู่ คุณธิดาจะเข้ามาถึงกี่โมงครับ? ถ้าไม่ชอบตรงไหนผมจะได้เรียกช่างแก้ให้เลย"

 

                "อ่าว! คุณจะไม่เข้ามา อ๋อ งั้นเหรอครับ...เจ้านายจะเข้ามาดูเอง ดีเลยครับ..งั้นผมจะรออยู่ที่นี่ และถ้าเจ้านายคุณธิดาไม่ชอบอะไรตรงไหนจะแก้ให้ถูกใจเลย  ครับ... ครับ     ดีครับ...สวัสดีครับ" 

 

                 เก็บโทรศัพท์แล้วนึกดีใจ เพราะอยากเห็นหน้าเจ้านายของคุณธิดาใจจะขาด ดูท่าจะเป็นคนแก่เรื่องมากที่ชีวิตนี้ไม่เคยถูกใจอะไรซักอย่างเลยละมั้ง เพราะบ้านหลังนี้แก้มาแล้วตั้งสามรอบไม่รวมรอบนี้ที่เป็นรอบที่สี่ ถ้ายังไม่ถูกใจอีกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

 

                  Mail

 

                  เสียงข้อความทำให้ต้องล้วงโทรศัพท์ออกมาดูเพราะอาจเป็นที่ทำงาน

 

                 'ทำอะไรอยู่'

 

                 ทิวาขมวดคิ้ว เฮอะ...เบอร์นิรนามนี่อีกแล้ว ขยันส่งมาจริงจริ๊ง ทั้งเช้าสายบ่ายเย็น ไม่ว่าจะเป็น goodnight บ้างละ morning บ้างละ kiss บ้างละ love you บ้างละ 

 

                 'ตอนนี้อยู่ไหน'

 

                 ธุระอะไรที่จะต้องบอกไม่ทราบ ไม่ได้รู้จักมักจี่กันซักหน่อย เออ! ว่าแต่ตอนนี้ว่างอยู่พอดี งั้นเล่นแก้เซ็งซะหน่อยดีมั้ย...รอไปพลางๆ กว่าเจ้านายคุณธิดาจะมาก็คงอีกนานละ คิดได้ดังนั้นก็นึกสนุก นิ้วเรียวจิ้มเมสเสจตอบกลับทันที

 

                 'อยากรู้ว่าอยู่ไหนก็หาเอาเอง' 

 

                 พิมพ์ส่งไปแล้วก็หัวเราะขำ แล้วก็เก็บโทรศัพท์ พลางนึกอยากเห็นหน้าเจ้าของเบอร์นี้จริงๆเลย ขยันส่งได้ส่งดีทุกวัน

 

                 Mail

 

                หือ?! ทิวาหยิบโทรศัพท์มาดูข้อความ

 

                'แล้วถ้าหาเจอจะว่ายังไง?'

 

                เฮอะ! คงเจอหรอก แน่จริงมาเลย เพราะที่นี่เป็นที่ส่วนบุคคล คนนอกห้ามเข้า ก่อนเข้าเขตบริเวณนี่ก็มียามนั่งประจำเพื่อรักษา ความปลอดภัย เข้ามาได้ง่ายๆซะเมื่อไหร่

 

                'อยากได้อะไรล่ะ?'

 

                ทิวาส่งเมสเสจแล้วนึกขำ ถ้าตามหาจนเจอได้จริงๆ ละก็ยกนิ้วโป้งให้สองนิ้วเลย  หือ?

 

               'งั้นเดี๋ยวเจอกันที่รัก'

 

                เฮอะ! ใครเป็นที่รักใครไอ้โรคจิต ปลายนิ้วเรียวกดเมสเสจตอบ 

 

               'ได้เลยที่รัก อย่าช้านะ รอไม่ไหวแล้วเนี่ย'

 

               มือบางเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า มองไปทั่วห้องนอนสีขาวสะอาดตา เตียงสี่เสาหลังใหญ่ที่ตกแต่งด้วยมุ้งบางๆสีขาว ราวกับเตียงในนิยายฮาเร็ม ดูแล้วแอบอิโรติคนิดๆ ถ้าเป็นเตียงที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวใช้ในวันเข้าหอคงโรแมนติกน่าดู มือบางลูบเบาๆไปทั่วผืนผ้าสีขาวที่ใช้คลุมเตียงไว้ แขนเรียวสัมผัสกับความนุ่มของผ้าเนื้อที่ที่เจ้าของเจาะจงมา 

 

             " อืม..นุ่มดีจัง" ทิวานอนคว่ำหลับตาลงบนเตียง ขอแอบนอนเล่นแป๊บนึง กว่าเจ้านายคุณธิดาจะมาคงไม่เป็นไรมั้งเน๊อะ?

 

                          

              กลิ้งไปกลิ้งมาซักพักก็นิ่งไป กำลังจะเคลิ้มได้ที่ ตาหวานเริ่มหรี่ พลันหูก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มเข้ามาใกล้ 

 

             "น่าจะมาแล้วมั้ง?" ปากพึมพำขยับร่างลุกขึ้นนั่ง พลางลงจากเตียง ขยับดึงชายผ้าให้ตึงจัดให้เข้าที่เหมือนเดิม พร้อมกับเดิน ออกไปยืนรอที่หน้าประตูทางเข้า

 

             บรึ๊นนนน!.....บรึ๊นนน!..........บรึ๊นนนนนนน!!

 

             ดังดีแท้ เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มแรง ทิวาเห็นรถคันนึงวิ่งมาแต่ไกล ก่อนที่มันจะค่อยๆหักหัวเลี้ยวลงสะพานมาช้าๆ เพราะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องรถและไม่เคยที่จะสนใจอยากรู้เรื่องรถทำให้ทิวาไม่รู้ว่าเป็นรถยี่ห้อไหนรุ่นอะไร แต่บอกได้คำเดียวว่ารถคันนี้สีแสบตามาก ดูแล้วเหมือนจะกวนๆชอบกล สีรถแบบไม่แคร์ชาวบ้าน แบบนี้คนขับดูท่าจะไม่ใช่คนแก่แล้วละมั้ง?

 

             ยืนมองอยู่นาน รอให้มันวิ่งเข้ามาใกล้แล้วค่อยเดินออกไปต้อนรับ แต่แล้วก็ต้องเอียงคอมองขมวดคิ้วอย่างงงๆ เพราะว่าไอ้รถคันดังกล่าว มันวิ่งมาจนเกือบถึงกลางสะพานแล้วก็หยุด หือ? หยุดทำไม? หรืออยากเดินชมวิว เออ! น่าจะใช่ 

 

            ทิวายืนมอง รอให้ผู้มาใหม่เปิดประตูรถลงมา ถ้าอยากชมวิวก็ชมเลย ค่อยๆเดินเข้ามาก็แล้วกันนะ จะยืนรอตรงนี้ละ และหลังจากที่ยืนรอจนเกือบจะหันไปหาที่นั่ง ประตูฝั่งคนขับก็เปิดออก

 

            " ฮู้! ลงมาซะที" ทิวาพึมพำแล้วขมวดคิ้ว หือ? ชายหนุ่มร่างสูงเพรียวขยับลงจากรถพร้อมกับปิดประตูปั้ง ทิวายังเห็นหน้าไม่ชัด เพราะมีแว่นกันแดดขนาดใหญ่ปิดไว้เกือบครึ่ง ไหล่กว้างดีแท้ดูแล้วเหมาะกับเสื้อยืดสีดำที่ขับผิวเจ้าของให้ขาวขึ้นไปอีก แล้วขายาวๆนั่นพอใส่กางเกงยีนส์แบบนี้แล้วยิ่งสูงเพรียวดีจริงๆ ใส่รองเท้าก็ผ้าใบง่ายๆ ซึ่งดูแล้วราคาของมันก็คงไม่ง่ายเท่าไหร่หรอก ดูแต่ไกลแบบนี้ ผู้ชายคนนี้ดูดีมากเลย

 

                อืม?.............? 

 

               เอ?.............?

 

               ทำไมร่างสูงๆนั่นมันคุ้นๆตาหว่า?...... 

 

              ทิวามองเห็นอีกฝ่ายหันมา แล้วร่างสูงก็ขยับขาก้าวเดินมาทางนี้ ช้าๆ

 

              เท้าเล็กๆขยับก้าวถอยหลังทีละนิด ทีละนิด ตามองผู้มาใหม่ ยิ่งใกล้เข้ามา...ยิ่งคล้าย...แล้วไอ้ท่าทางยิ้มร้ายๆแบบนั้นล่ะ? โอย..พ่อแก้วแม่แก้วไม่คล้ายแล้วแบบนี้ 

 

              ร่างบางหันหลังวิ่งกลับเข้าไปในเรือนแก้ว ยอมรับว่าหนีก็ได้ พลางหันซ้ายหันขวาจะไปทางไหน? กำลังคิดว่าจะทำยังไงดี หูก็ได้ยินเสียงเหมือนเครื่องจักรขนาดใหญ่ พอคิดได้ก็หันขวับไปมอง

 

               เฮ้ย!!? สะพานนั่น..เดี๋ยว..เดี๋ยวก่อนอย่าพึ่งยก ให้ผม ให้ผมออกไปก่อนคร๊าบบบบบ!!!..... 

 

              ทิวาหน้าซีด มองสะพานที่พับยกขึ้นจนชันปิดกั้นการเข้าออกทั้งหมด ร่างบางหดหัวลงนั่งหลบ มือบางยกขึ้นกุมหัวใจที่เต้นแรงเพราะตื่นเต้น ไอ้หน้าหล่อมาที่นี่ได้ยังไง? เป็นไปไม่ได้ ก็คุณธิดาเรียกเจ้านายของเธอว่าท่าน...ท่านผู้อำนวยการ...  แล้วท่านผู้อำนวยการบ้าอะไรจะยังหนุ่มขนาดนี้

 

              Mail

 

             ชิบหายเมสเสจเข้า ทิวารีบล้วงโทรศัพท์ออกมากดตั้งค่าให้มันสั่นอย่างเดียว ขืนมีเสียงละจบเลย ก่อนที่นิ้วเรียวจะกดอ่านเมสเสจ

 

             'อยู่ไหนเอ่ย? มาตามสัญาแล้วคนดี' 

 

            หา!!? นี่!นี่ก็หมายความว่า เบอร์ที่ชอบส่งเมสเสจบ้าๆมาหาคือไอ้หมอนี่เหรอ? หนอย! มันจะมากไปแล้ว มาปั่นหัวกันเล่นอย่างนี้ได้ยังไง! 

 

             มือบางบีบโทรศัพท์ไว้แน่น ฮืม!โมโหโว้ย! โมโห! 

 

             ยังไงก็ต้องหาทางออกไปจากที่นี่ก่อน ก่อนอื่นต้องหาทางทำให้สะพานนั่นพาดลงมาเหมือนเดิม ไม่งั้นก็ออกจากที่นี่ไม่ได้ ทำไมนะเหรอ? ก็กูว่ายน้ำไม่เป็นไง นี่ไงล่ะปัญหาใหญ่

 

             มือถือในมือสั่นครืดบอกสัญญาณเมสเสจเข้า

 

            'จะออกมาเอง หรือจะให้เข้าไปหาจ๊ะที่รัก?' 

 

            โว้ย! ไอ้โรคจิตนี่ ไม่ทั้งสองอย่างเลยโว้ย! เรื่องอะไรล่ะ! ถ้าขืนออกไปมีหวังโดนแก้แค้นหนัก หลักฐานยังโชว์อยู่ที่หน้าผากเนี่ย! ให้หลุดออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยไปเจรจากันที่ออฟฟิต 

 

             ทิวาค่อยๆโผล่หน้าเหลียวซ้ายแลขวาย่องก่อนจะหลบแว๊บ เป้าหมายคือรีโมทควบคุมสะพานมันอยู่ตรงประตูทางเข้า และอีกอันคือรีโมทจิ๋วที่เจ้าของสามารถพกติดตัวได้ ตาหวานค่อยๆแอบส่องเหลือบมองไปทั่วเรือนหลังเล็ก ร่างสูงไปไหนแล้วล่ะ? เรื่องนั้นช่างมันเถอะ! เมื่อไม่เห็นใครก็ค่อยแอบย่องออกมาจากห้องเล็ก แล้วเดินเร็วๆไปหาประตูทางเข้า ทิวาตื่นเต้น หัวใจเล็กๆรัวราวกับกลองเพล ถึงแล้วประตูทางเข้า

 

             อ่าวเฮ้ย! แล้วรีโมทหายไปไหน? เหลือแต่ช่องเสียบเปล่าๆ 

 

             " กำลังหาไอ้นี่อยู่ใช่มั้ย?"

 

             เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นข้างหลัง ทำให้ทิวาหันขวับ ตาโตเบิกกว้างเมื่อเห็นไอ้หน้าหล่อยืนยิ้มหวาน ยกรีโมทสะพานแกว่งไปมาราวกับยั่ว

 

             " เอามา" ทิวากัดฟัน ฆ่าหมอนี่หมกเรือนแก้วซะดีมั้ย ยืนยิ้มไม่ทุกข์ไม่ร้อนอยู่ได้

 

              "อยากได้ก็เข้ามาเอาเอง" 

 

              ทิวาอ้าปากค้างเมื่อเห็นมือใหญ่เก็บรีโมทเสียบเข้ากระเป๋ากางเกงยีนส์ จะให้เข้าไปเอายังไงวะ? แค่นี้ก็เสียวสันหลังวาบๆแล้ว เพราะตั้งแต่เจอกันวันแรก ไอ้หน้าหล่อโรคจิตนี่ก็เผยความรู้สึกออกมาแบบโจ่งแจ้งอย่างไม่ปิดบัง ชนิดที่ถ้าอยู่ด้วยกันตามลำพังเมื่อไหร่ เตรียมใจไว้เลยว่าต้องโดนลวนลามแหงๆ T_T

 

              คนตัวบางชะงักความคิด ขยับขาถอยหลังกรูดเมื่อเห็นอีกฝ่ายก้าวเข้ามา ไอ้นี่มันเป็นบ้าอะไรของมัน สนุกนักใช่มั้ย? ที่เห็นคนอื่นหัวหมุนแบบนี้ 

 

             " เอารีโมทมา" 

 

            " ยังไม่ให้ตอนนี้.." ภีมยกมือกอดอกยิ้มบางๆ มองอกฝ่ายที่หันซ้ายหันขวาหาทางออก ก่อนจะลดมือลงขยับก้าวเข้าหาร่างบางที่กำลังเผลอ

 

            ทิวาพอเห็นร่างสูงเดินเข้ามา ก็ขยับตัววิ่งหนีอย่างรวดเร็ว ยอมรับก็ได้วะว่าหนี..แต่ยังไงก็ขออยู่ห่างๆไอ้บ้านี่ไว้ดีกว่า ยังไม่ทันจะหาทางหนีทีไล่ได้ทัน เอวบางโดนรวบไว้แน่น ก่อนที่ภีมจะยกร่างบางขึ้นจนเท้าลอยพ้นพื้นด้วยอาการ...หิ้ว...แบบผู้ที่มีพละกำลังเหนือกว่า

 

            " ปล่อย!...ปล่อยโว้ย!" ทิวาดิ้นหนีเต็มแรง พยายามปลดมือแข็งๆที่ล็อคเอวบางไว้แน่น ศอกถองกลับไปหาร่างสูงที่โอบไว้แน่น จากข้างหลัง ก่อนจะหมดโอกาสเมื่อภีมปล่อยร่างบางลงแล้วรวบแขนเรียวให้แนบลำตัวก่อนจะกอดร่างบางไว้แน่น  ซบริมฝีปากร้อนผ่าวแนบเข้ากับลำคอระหง

 

            "หึๆ"   ภีมหัวเราะอย่างถูกใจพร้อมกับที่ลมหายใจร้อนๆไต่ไปทั่วลำคอบอบบาง ก่อนจะซบนิ่งไว้พลางสูดหายใจเข้าไปเต็มปอด

 

            " ไอ้บ้า " ทิวาหลับตาปี๋

 

              เมื่อแขนเรียวโดนรวบไว้แน่นจนทำอะไรไม่ได้ ทิวาจึงเปลี่ยนเป็นใช้เท้ายันพื้นก่อนจะเด้งตัวขึ้นให้ศรีษะเล็กๆเสยเข้าที่ปลาย คางแกร่งจนภีมหน้าหงาย เมื่อวงแขนแข็งๆคลายตัว ทิวาก็ทำตัวอ่อนให้หลุดออกมาได้ หันไปง้างหมัดขึ้นเป้าหมายคือปากไอ้หมอนี่แหละยิ้มเจ้าเล่ห์ดีนัก ง้างแล้วปล่อยหมัดเต็มแรง

 

            ภีมที่ระวังตัวอยู่แล้วเอียงตัวหลบ พร้อมกับคว้ากำปั้นเล็กยึดไว้แน่น ก่อนจะดึงเข้ามาจ๊วบฟอดใหญ่ทำเอาทิวาอ้าปากค้าง สะบัดมือหนีเต็มแรง ยืนหอบหายใจพร้อมกับที่แก้มเนียนเห่อแดงขึ้นต่อหน้าต่อตา 

 

           เท้าเล็กๆขยับถอยหลังตั้งหลักเมื่อเห็นร่างสูงเคลื่อนเข้ามาอีก แล้วต้นแขนเรียวก็ถูกมือใหญ่กระชับไว้มั่นเมื่อภีมเห็นร่างบางกำลังจะถอยหนี

 

           "จะไปไหน มานี่" พอสิ้นเสียงทุ้ม ภีมก็กระชากร่างบางเข้ามาหาเต็มแรงก่อนจะย่อเข่าลงแบกร่างบางขึ้นบ่า 

 

           "ไอ้บ้า! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะโว้ย!" มือเล็กทุบไปทั่วแผ่นหลังกว้าง ศรีษะเล็กๆห้อยตองแตง ขยับเท้าถีบเต็มแรงก่อนจะหมดโอกาส เมื่อวงแขนใหญ่รวบขาเพรียวไว้แน่นทั้งสองข้าง ทิวาหน้าตื่นเมื่อเห็นร่างสูงกำลังจะก้าวเข้าห้อง ซึ่งทิวาก็รู้ว่ามันเป็นห้องนอนใหญ่

 

            " ปล่อย! ปล่อย! ปล่อย! ปล่อยโว้ย! จะทำบ้าอะไร?" มือบางเอื้อมคว้ากรอบประตูแล้วยึดไว้แน่น 

 

             "ไปคุยกันก่อนสิ!" 

 

               " คุยกัน? คุยกันข้างนอกก็ได้ทำไมจะต้องเข้าไปคุยข้างใน" เสียงหวานๆโวยวาย มือบางยึดกรอบประตูไว้จนเจ็บมือ

 

                "คุยข้างนอกก็ไม่หนุกสิ ต้องเข้าไปคุยข้างในถึงจะได้รสชาต" ภีมบอกพร้อมกับออกแรงดึงมืออีกฝ่ายจนหลุด แล้วแบกคนตัวเล็กที่พยายามดิ้นเต็มแรงมือบางก็ทุบตุ๊บตั๊บเข้าที่แผ่นหลังกว้างจนเต็มเหนี่ยว

 

               ทิวาเหลือบตาเห็นเตียงสีขาวหลังใหญ่เมื่อร่างสูงเดินเข้าไปใกล้ แล้วก็รู้สึกตัวด้วยว่ามือใหญ่ดึงรองเท้าผ้าใบคู่เล็กออกทั้งสองข้าง ยังไม่ทันตั้งตัวดีร่างบางก็ถูกเหวี่ยงไปบนที่นอนกว้าง ตามด้วยร่างสูงแข็งแรงของภีม

 

              " ไม่!..." 

 

             " อื๊ออ!" ทิวาเม้มปากตัวเองแน่น ตาโตเบิกกว้างเมื่ออีกฝ่ายกดปากทับลงมาหนักๆพยายามสะบัดหน้าหนี มือเล็กๆยกขึ้นยันอกกว้างที่ขยับเข้ามาแนบแล้วยันไว้เต็มแรง เมื่อมันไม่ได้ผลก็เปลี่ยน มาเป็นทุบตุ๊บตั๊บเต็มแรง ขยับขาหวังจะถีบแต่ร่างสูงก็ขยับแทรกตัวเข้ามาทับไว้จนหมดทาง

 

                ภีมคว้ามือบางไว้แล้วประสานมือใหญ่เข้ากับมือเล็กเรียวบางก่อนจะกดให้แนบกับที่นอนนุ่มทั้งสองข้างยึดไว้แน่น ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่ตามหาเรียวปากบางที่พยายามเบี่ยงหนี ไม่วายที่จะหอมแก้มนุ่มเข้าไปฟอดใหญ่ ก่อนจะซบหน้าลงไซ้ซอกคอนุ่มๆ แล้วไล้ริมฝีปากขมเม้มไปทั่ว ทำเอาร่างบางสะท้าน 

 

            " อย่า" ทิวาตัวสั่นหลับตาปี่ พยายามเบี่ยงหน้าหนีอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ ก่อนจะหมดโอกาสเมื่อเรียวปากบางโดนประกบปิดอีกครั้ง ภีมกดปากลงแรงเหมือนแกล้ง เสียงหวานครางเบาๆในลำคอ ยอมเผยอปากให้ปลายลิ้นร้อนๆแทรกเข้าไปดื่มด่ำความหวาน จากเรียวปากบางอย่างดูดดื่ม หนักหน่วง เล่นเอาสติของทิวากระเจิดกระเจิงไม่รู้ทิศทาง

 

             ริมฝีปากนุ่มบางถูกภีมเคล้าเคลีย แนบชิด...ปลายลิ้นเล็กๆถูกเกี่ยวพันรัดรึง ดูดกัดแล้วลากไล้ให้เข้ามาหาราวกับเชิญชวน.. ภีมจูบแล้วจูบเล่า...ทั้งแก้มนุ่มๆ ปลายคางเรียว แล้วย้ายริมฝีปากร้อนผ่าวให้ประกบปิดปากนุ่มอีกครั้งอย่างดูดดื่ม 

 

            ทิวาอยากบอกว่าจะขาดใจ แต่ไม่มีโอกาสที่จะเอ่ยถ้อยคำไดออกมาได้ เมื่อร่างบางอ่อนแรงแทบไม่มีแรงแม้แต่จะขยับปาก ได้แต่นอนหงายหายใจหอบ กอบโกยอากาศเมื่อปากบางถูกปล่อยให้เป็นอิสระ

 

             ภีมเงยหน้าขึ้นช้าๆเมื่อรู้สึกว่าร่างบางไม่แข็งขืนหรือต่อต้านอีก ก่อนจะยิ้มบางๆเมื่อเห็นใบหน้าหวานๆที่แหงนหงายแดงก่ำ ดวงตาหวานที่สบมามีแววหวาดหวั่นลังเล ปากบางๆที่โดนกดจูบอย่างหนักหน่วงบวมเจ่อ

 

            ปากบางๆสีระเรืออิ่มห้อยย้อยที่เผยออ้านิดๆแล้วอดใจไว้ไม่ไหว ก้มลงหาหมายจะจูบให้เต็มอิ่มอีกครั้ง แต่ก็พลาดไปโดนแก้มนุ่มแทน เมื่อทิวาพลิกหน้าหนี อืม!ซอกคอนุ่มๆก็ไม่เลว 

 

           "ภีม" 

 

           เสียงหวานๆเอ่ยชื่อทำให้ร่างสูงชะงัก เงยหน้าขึ้นมองร่างบางใต้ร่างหนา

 

         "ไหนเรียกใหม่ซิ...." เสียงทุ้มร้องขอ พร้อมทั้งก้มลงมองใบหน้าหวานใกล้ๆ ใกล้จนจมูกแทบจะชนแก้มเนียน

 

        " ภีม" เสียงกังวานหวานเอ่ยเรียกอีกครั้ง ทิวาหลบตาคมที่จ้องมา จะไม่ให้หลบได้ยังไง ก็เล่นส่งสายตาหวานมาขนาดนั้น เป็นใครจะไม่เขิน แถมยังขยับหลบไปไหนไม่ได้โดนหงายโดนล็อคไว้แบบนี้ ทำเอาความรู้สึกแปลกๆเริ่มเข้าจู่โจม

 

        " ไหน! ไหนว่าจะมีเรื่องคุย?" คนตัวเล็กอ้อมแอ้มออกมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ยังไงขอให้หลุดจากสถานการณ์อันตรายนี่ก่อนเถอะ

 

        " ใช่ มีเรื่องคุย....ฉันมีเรื่องอยากถามนายหน่อย" ภีมก้มลงบอกเบาชิดริมหู ทำเอาทิวาหลับตาปี๋ เพราะจั๊กจี้

 

        "ถ้า...ถ้าเป็นเรื่องเรือนแก้ว...ผมก็อยากจะถามเหมือนกัน.."

 

          "ถามว่า" ดูเหมือนเสียงทุ้มจะไม่ห่างไปไหน ยังอยู่ใกล้ๆซอกคอขาวๆ ราวกับกำลังห้ามใจตัวเอง

 

          "ทำไมถึงต้องเปลี่ยนบ่อยๆ อันนั้นก็ไม่ชอบ อันนี้ก็ไม่ชอบล่ะ ทำไม?" ทิวาหลับตาปี๋เมื่อจมูกร้อนซุกไซ้ซอกคอนุ่มอีกครั้ง แถมครั้งนี้ปลายลิ้นร้อนผ่าวยังขยับเลียไล้ไปทั่วราวกับอดใจไม่ไหว

 

           " อ๊าา!" เสียงแปลกๆที่หลุดออกมาจากปากบางของตัวเองทำให้ทิวากัดปากไว้แน่น แล้วไอ้ความรู้สึกวูบๆวาบๆตามตัวแปลก นี่ก็อีกไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน

 

          "ตอบ....ตอบคำถามมาก่อน!" เสียงที่เร่งมาทำให้ภีมชะงัก เงยหน้าขึ้นมองร่างบางที่แหงนหงาย หน้าขาวๆแก้มเนียนๆ ผมเปียที่เริ่มรุ่ยร่ายเพราะแรงดิ้นเมื่อกี้ ดูแล้วได้อารมณ์ดีจริงๆ 

 

           ภีมคลายมือใหญ่ที่ประสานไว้กับมือเล็กๆของทิวาไว้แน่นตอนแรก ขยับมือไปหยิบปอยผมเปียก่อนจะแกะหนังยางที่รัดผมออก ใช้มือใหญ่สางผมยาวๆให้มันสยายล้อมกรอบใบหน้าหวานที่แหงนหงาย แล้วมองนิ่งๆ มือใหญ่เอื้อมไปกอบปอยผมยาวนุ่มไว้เต็มมือแล้วก้มลงจูบเบาๆ ทำเอาทิวาทำหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นกิริยานั้นเข้า 

 

           "ถ้าบอกว่าชอบเรือนแก้วตั้งแต่แรกก็ไม่ได้เจอนายนะสิ " ภีมบอกง่ายๆ ทำเอาทิวางงเต็ก "ตอนแรกฉันไม่ชอบซักนิดเดียว..." ภีมกำผมนุ่มไว้เต็มฝ่ามือใหญ่  "แต่ตอนนี้ชอบแล้วล่ะ ชอบมากกว่าอะไรทั้งหมด" แล้วมือใหญ่ก็ยกผมนุ่มขึ้นจูบอีกครั้ง

 

           ทิวามองการกระทำแปลกๆนั้นอย่างอึ้งๆ ก่อนจะกระพริบตาปริบๆ รู้สึกตัว แล้วเรื่องอะไรต้องนอนนิ่งอึ้งเป็นหุ่นแบบนี้เล่า ลุกสิวะ! คิดได้ดังนั้นร่างบางก็ขยับตัว แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อมือใหญ่กอดเอวบางไว้แน่น แล้วผลักให้นอนลงเหมือนเดิม

 

          " ทีนี้ตาฉันถามคำถามนายบ้าง!" ภีมบอกพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ 

 

          " ถาม! ก็ถามมาสิ ลุกขึ้นนั่งคุยกันได้มั้ยเล่า แบบนี้ผมไม่ค่อยมีสมาธิ" ทิวาหาทางออก มือยันอกกว้างที่กำลังแนบเข้ามาหาร่างบางที่นอนราบอยู่บนที่นอนนุ่มอีกครั้ง

 

          "นั่นสินะ ฉันก็ว่ามันไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ งั้นก็อย่าพึ่งถามดีกว่าเน๊อะ" 

 

          ทิวาเบี่ยงหน้าหนีริมฝีปากร้อนผ่าวที่ก้มลงมาหา พลางเม้มปากไว้แน่น แล้วก็ต้องหลับตาปี๋ขนลุกซู่ทั้งตัวเมื่อแก้มนุ่มโดนกดจูบจนศรีษะเล็กๆจมที่นอน

 

           " เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน! ถามเลย ถามตอนนี้ก็ได้ จะถามอะไรว่ามาเลย" เสียงหวานเอ่ยเจรจา มือบางถูกอีกฝ่ายกุมไว้แน่น ทำได้แค่เบี่ยงหน้าหนีหลบปากร้อนๆวุ่นวาย 

 

            " ไม่อยากถามแล้ว ไว้ค่อยถามทีหลังดีกว่า ตอนนี้ขอทำโทษเรื่องเมื่อเช้าก่อน นายดูนี่" ภีมชี้ให้ดูหน้าผากที่เริ่มมีสีเขียวจางๆ แล้วก้มลงหาคนตัวบางอย่างมันเขี้ยว

 

           นึกว่าลืมไปแล้วซะอีก ไอ้บ้าเอ้ย!

 

           ไอ้โรคจิต!

 

          ฮึ้ย! 

 

          "...."!!

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น