ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 20 : ความคิดถึงจากคนไกล

ชื่อตอน : บทที่ 20 : ความคิดถึงจากคนไกล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 56

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2560 11:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 20 : ความคิดถึงจากคนไกล
แบบอักษร


บทที่ 20 ความคิดถึงจากคนไกล


โรงอาหารในช่วงเวลาพักเที่ยงต่างแน่นขนัดไปด้วยเหล่าพนักงานทุกแผนกที่มายืนเข้าแถวรอรับมื้อกลางวันจากแม่ครัวจนยาวเป็นหางว่าวอย่างคึกคักก่อนจะมานั่งรวมกันจับกลุ่มๆ ละสามถึงห้าคน เสียงหัวเราะพูดคุยกันดังจอแจสนุกสนานดังเช่นทุกวัน


พนิดานั่งอยู่กับเพื่อนต่างสถาบันซึ่งมาฝึกงานที่แผนกเดียวกันทั้งสิ้นสามคน ร่างเล็กทานอาหารพร้อมพูดคุยประปรายสลับกับเล่นโทรศัพท์มือถือดูความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ ในเฟสบุ๊คที่กระจายฝึกงานหลายจังหวัดทำให้ช่วงนี้หน้าฟีดมีแต่รูปสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบจากหลายจังหวัดจนดูไปแล้วก็เหมือนพวกตั้งใจเลือกไปที่ไกลๆ จุดมุ่งหมายหลักน่าจะเป็นเพราะอยากเที่ยวมากกว่าจริงจังในการฝึกงานเสียอีก ยกตัวอย่างได้จากคนใกล้ตัวอย่างจรัสกรเป็นต้น


เธอกดไลด์ให้กับรูปที่เพื่อนสนิทเพิ่งลงไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา จรัสกรซึ่งเลือกสถานที่ฝึกงานในจังหวัดปราจีนบุรี ภาพสวนดอกหงอนนาคกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาซึ่งแต้มเต็มด้วยสีม่วงอ่อนสวยงามไปหมดเห็นแล้วก็อยากไปเที่ยวถ่ายรูปขึ้นมาไม่น้อย ก่อนปลายนิ้วเรียวจะเลื่อนหน้าจอลงไปและภาพถัดมาต่อจากนั้นดวงตากลมโตจึงเปล่งประกายระยิบระยับ ริมฝีปากอิ่มอมยิ้มออกมาให้เห็นลักยิ้มทั้งสองข้างอย่างไม่รู้ตัวหลังเห็นรูปต้นไม้ใหญ่ที่เรียงไปตามถนนทางเดินยาวเป็นทิวแถว ใบไม้สีเขียวชอุ่มกำลังเปลี่ยนกลายเป็นสีเหลืองกับส้มอร่ามตา


ซึ่งนั่นจิรกฤตเป็นผู้โพสเอาไว้เมื่อสองชั่วโมงก่อน


“นั่นพี่กราฟลงรูปเหรอ” ชายหนุ่มคนเดียวในโต๊ะยิ้มกริ่มพลางเอ่ยถามขึ้นหลังเขาบังเอิญเหลือบไปเห็นหน้าจอมือถือของหญิงสาวเข้าพอดี


“อื้ม รู้สึกวันนี้อบรมจะมีแค่ครึ่งวันก็เลยมีเวลาเที่ยวบ้าง”


“โห สวยจังเลยเนอะ น่าอิจฉา ฉันอยากไปเที่ยวช่วงใบไม้เปลี่ยนสีบ้าง” เสียงหวานใสดังขึ้นสมทบจากผู้ที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยกันอีกคนหนึ่งพร้อมชะโงกหน้าเข้ามาดูรูปนั้นชัดๆ ดวงตาแวววาวเต็มไปด้วยความสนใจและกระตือรือล้นเพราะอีกครึ่งปีเธอก็มีแพลนไปเที่ยวที่นั่งเหมือนกันหากทว่าภาพต้นไม้สวยๆ แบบนี้คงไม่มีโอกาสได้เห็นแน่ๆ


“ไม่รู้จะน่าอิจฉาดีหรือเปล่านะเพราะเห็นพี่กราฟบ่นอยู่เลยว่าต้องอบรมทั้งวันจนไม่มีเวลาไปไหน เพิ่งมีวันนี้เนี่ยแหละถึงได้เที่ยวบ้าง” เสียงหวานตอบกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เธอสบายใจและไม่รู้สึกกังวลใดๆ อีกแล้วหลังตอนนี้ทุกคนทั้งบริษัทรับรู้กันโดยทั่วกันว่าเธอกับจิรกฤตคบหาเป็นคนรักและมันก็เป็นอย่างที่ชายหนุ่มเคยบอกไม่มีผิดเพี้ยนว่าไม่ต้องคิดมากเรื่องคนอื่น เนื่องจากเมื่อเปิดเผยความจริงออกไปก็ไม่มีใครนินทาหรือครหาเสียๆ หายๆ เลยสักคน จะมีบ้างก็แต่เสียงคร่ำครวญแสดงความเสียดายของพวกพี่ๆ ผู้ชายบางคนหากนั่นก็ไม่ได้จริงจังอะไร ซึ่งหลังจากนั้นเพียงครึ่งวันทุกอย่างก็กลับมาเข้าสู่สภาวะปกติแถมพ่วงด้วยการที่ไม่มีใครหยอกล้อหรือแซวเล่นกับเธอในเชิงชู้สาวอีก


“พี่เขาไปกี่วันเหรอ”


“5 วัน”


“โชคดีเนอะ ไปตรงกับช่วงใบไม้เปลี่ยนสีพอดี”


“นั่นสิ ถึงไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนแต่อย่างน้อยได้เห็นบรรยากาศที่แตกต่างแปลกใหม่ไม่เหมือนบ้านเรา”


หญิงสาวส่งยิ้มนิดๆ ให้กับชีวานนท์ ชายหนุ่มที่บังเอิญเคยถูกหางพายุอารมณ์ของจิรกฤตฟาดงวงฟาดงามาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ยังดีที่เขาไม่ได้ถือสาอะไรและหทัยทิพย์ หญิงสาวร่างเล็กไซด์กะทัดรัดเพื่อนใหม่อีกคนที่มาจากมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัดและฝึกงานอยู่แผนกเดียวกัน


“แบบนี้เราว่าเดี๋ยวพอพี่กราฟกลับมาพราวต้องได้ของฝากดีๆ แน่เลย ญี่ปุ่นมีแต่ของน่าซื้อเต็มไปหมด” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยแสดงความคิดเห็นขึ้นมาหลังจากตักต้มยำในถ้วยตรงหน้าเข้าปากคำใหญ่


“มีแฟนอายุมากกว่ามันก็ดีเหมือนกันเนอะ มีเหตุผล เป็นผู้ใหญ่ อบอุ่นแถมยังเปย์ได้มากกว่ารุ่นเดียวกันอยู่แล้ว” อีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เห็นด้วยเช่นกัน ดวงตาสีดำเข้มฝันเคลิบเคลิ้มวาดฝันว่าสักครั้งเธอก็อยากจะมีแฟนที่อายุมากกว่า หล่อ รวย หุ่นดี เร้าใจอย่างพนิดาบ้าง


“แต่ขี้หึงนะ ระวังทำอะไรไม่ถูกใจขึ้นมาจะถูกงับหัวเอาง่ายๆ”


ชีวานนท์เอ่ยโพล่งออกมาขัดความฝันแสนหวานของหทัยทิพย์ให้ชะงักค้างเติ่งก่อนจะหัวเราะเย้าแหย่เบาๆ โดยไม่พลาดที่จะส่งสายตาแซวพนิดาที่ยิ้มค้างปฏิเสธไม่ออกเพราะนั่นคือความจริงแบบหาข้ออ้างใดๆ มาหักล้างไม่ได้เลย


ร่างบางยิ้มแหยพร้อมหัวเราะเจื่อนๆ พลางคิดคำนึงถึงคนรักที่เหตุการณ์วันนั้นทำให้เธอยังถูกพี่ไนท์กับฝุ่นล้อเลียนถึงบัดนี้ ถึงทุกอย่างมันจะจบด้วยความเข้าใจและการแสดงความรักระหว่างกันอย่างหวานหยดย้อยแต่ลึกๆ เธอก็รู้สึกอยากหาวิธีแก้แค้นเอาคืนให้กับผู้ชายเจ้าอารมณ์ ใจร้อน ขี้หึงไม่เป็นเรื่องเสียบ้าง


เป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผล... อย่างงั้นเหรอ? หทัยทิพย์คงเข้าใจผิดไปมากโข


หญิงสาวลมหายใจเฮือกใหญ่พ่นออกมาจนคนอื่นที่ได้ยินต่างเข้าใจว่าเธอคงกำลังคิดถึงจิรกฤตที่อยู่ห่างคนละประเทศมาเป็นระยะเวลาสี่วันแล้ว หากความจริงพนิดากลับนึกถึงเหตุการณ์เมื่ออาทิตย์ก่อนที่ถูกชายหนุ่มแสนเอาแต่ใจและหึงโหดฉีกกระโปรงนักศึกษาจนต้องใส่กางเกงวอร์มกลับบ้านต่างหาก แถมต้องหาข้ออ้างบอกพ่อกับแม่ว่าไปเล่นกีฬาออกกำลังกายกับพี่ที่ทำงานเลยเปลี่ยนเป็นกางเกงจึงสามารถเอาตัวรอดจากความสงสัยของพวกท่านได้แบบหวุดหวิด


สักวันเถอะจะโดนแก้เผ็ดคืนซะบ้าง แต่วิธีไหนก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกัน...


*‘ตึ่ง’* 


เสียงจากโทรศัพท์ที่ดังขึ้นดึงให้เธอหลุดออกมาจากภวังค์ ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้ส่งข้อความมาหา ใบหน้าเนียนใสยิ้มมุมปากเล็กน้อยหลังนึกถึงหน้าผู้ชายหน้านิ่งแต่เจ้าเล่ห์ ร้ายกาจเป็นที่สุด


นั่นไง! กำลังคิดถึง (?) ก็โผล่มาพอดี


พนิดาเปิดโปรแกรมสนทนาขึ้นมาแทนเฟสบุ๊ค ข้อความของจิรกฤตเด้งแจ้งเตือนอยู่สามข้อความโดยอันแรกเป็นสติกเกอร์ทักทายเป็นรูปหมีโบกมือทักทาย


‘พราว พักเที่ยงอยู่ใช่ไหม’


‘ใช่ค่ะ’


‘วันนี้กับข้าวมีอะไรบ้างน่ะ’


‘กะเพราะหมู ต้มยำปลากรอบแล้วก็ไข่ดาวค่ะ’


‘น่าอร่อย พี่คิดถึงอาหารไทยแล้ว’


‘อีกสองวันก็กลับมาแล้วน่า อดทนไว้นะพี่กราฟ’


‘แล้วนี่กินข้าวกับใครเหรอ’


‘กับออมแล้วก็ฝุ่นค่ะ’


‘อ่อ’


ข้อความถูกส่งมาแค่นั้นแล้วก็เงียบไปอีกสักพักจนหญิงสาวอดคิดไม่ได้ว่าเขากำลังรู้สึกยังไงหรือมีจุดประสงค์อะไรในการทักครั้งนี้กันแน่ จะว่าหึงที่เธออยู่กับฝุ่นก็ไม่น่าใช่เพราะปกติเวลาพักเที่ยงทานข้าวเธอก็นั่งกับสองคนนี้เป็นประจำทุกวันแต่แล้วเสียงเตือนก็ดังขึ้นมาอีกครั้งซึ่งนั่นทำให้คนอ่านต้องขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มทำอะไรอยู่กันแน่


‘กระต่าย แมว นก มังกร โลมา ผีเสื้อ พราวชอบอะไรที่สุด’


คิ้วเรียวสวยยิ่งขมวดเข้าหากันมากขึ้นกว่าเดิม ไม่เข้าใจว่าจู่ๆ จิรกฤตถึงตั้งคำถามอะไรแบบนี้หากกระนั้นเธอก็ยังตอบกลับไป


‘กระต่ายค่ะ’


‘ชอบสีฟ้าใช่ไหม’


‘ค่ะ ก็ใช่’ เธองุนงงอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเป็นฝ่ายถามกลับไปบ้าง ‘พี่กราฟจะซื้อของมาฝากพราวเหรอ’


‘ครับ กำลังดูอยู่เลย’


หญิงสาวเห็นข้อความแล้วก็เข้าใจได้ในที่สุด สงสัยอยู่ตั้งนานว่าเขาถามอะไรแปลกๆ รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าใสอย่างอารมณ์ดีเมื่อวาดฝันว่าชายหนุ่มจะซื้ออะไรมาฝากเธอนะ


กระต่ายกับสีฟ้าเหรอ...


‘พี่กราฟซื้ออะไรมาฝากพราวคะ’


ข้อความที่ส่งออกไปถูกอ่านทันทีและรออยู่ชั่วครู่จิรกฤตก็ส่งรูปเป็นการตอบกลับมา ทันใดนั้นพนิดาก็ทำตาโตหลุดเสียงร้องออกมาจนผู้ที่นั่งร่วมโต๊ะมามองอย่างตกใจ


“ห๊ะ!!!”


“เป็นอะไร พราว”


“ปะ... เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”


พนิดาละล่ำละลักตอบพร้อมกับรีบปิดหน้าจอโทรศัพท์ทันที ใบหน้าใสแดงระเรื่อทันทีอย่างห้ามไม่อยู่ อยากจะวีนใส่คนรักจอมทะลึ่งลามกที่อยู่ใกล้ถึงญี่ปุ่นเหลือเกินเพราะสิ่งที่เขาบอกว่าจะซื้อมาเป็นของฝากนั้นก็คือ...


ดิลโด้สีฟ้าซึ่งมีจงอยเป็นกระต่ายน้อยน่ารักอย่างไม่น่าจะมาอยู่บนไอ้แท่งหมุนๆ สั่นๆ แบบนั้นได้ อยากจะบ้าตายกับจิรกฤตจริงๆ ช่วยซื้อของฝากให้เหมือนคนอื่นเขาหน่อยไม่ได้หรือยังไง


‘ตึ่ง’


เสียงเตือนดังขึ้นอีกครั้งหากทำเอาหญิงสาวขยาดไม่กล้าเปิดขึ้นมาดูบนโต๊ะกินข้าวอีกจนต้องแอบเปิดใต้โต๊ะแล้วก็เห็นเขาส่งสติกเกอร์ตัวการ์ตูนขยิบตามาให้อย่างน่าหมั่นไส้


‘พี่กราฟไม่ต้องซื้อมาเลยนะ เล่นอะไรประหลาด’


‘ประหลาดตรงไหน ใครๆ เขาก็ใช้กันทั้งนั้น ที่นี่มีขายเกลื่อนเลย’


‘เอาอย่างอื่นแทนไม่ได้เหรอคะ’


คราวนี้จิรกฤตตอบกลับมาด้วยรูปอีกครั้งซึ่งเป็นมือของเขาถือถุงสีทึบเรียบร้อยแล้ว


‘ซื้อมาเรียบร้อยแล้ว พราวห้ามพี่ไม่ทันหรอก’


พนิดาปั้นสีหน้าไม่ออกหลังเห็นประโยคที่ชายหนุ่มตอบกลับมา เธอถลึงตาใส่โทรศัพท์ราวกับเป็นตัวแทนของเขาแล้วก็ต้องนึกปลงในการซื้อของแปลกๆ แบบไม่ถามความสมัครใจสักนิดแถมเท่าที่เห็นในรูปเมื่อกี้ก็ทำเอารู้สึกขนลุกซู่อย่างน่าฉงน เธอไม่เคยใช้ของพวกนั้นเลยไม่รู้หรอกว่ามันจะรู้สึกยังไงแต่ก็เคยได้ยินเพื่อนผู้หญิงบางคนเล่ากันเล่นๆ ว่ามันสร้างความแปลกใหม่เวลาที่มีเซ็กซ์กับแฟนได้จริงๆ


แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันน่าอายจะตาย... เจ้าแท่งยาวๆ หน้าตาเหมือนอวัยวะเพศชายแล้วยังมีกระต่ายน้อยตรงจงอยแบบนั้นด้วย คนออกแบบเขาคิดว่ามันจะช่วยทำให้ดูน่ารักขึ้นหรือยังไง ไม่เลยสักนิด!


ถ้าจะมีคนซื้อจริงสงสัยว่าคนๆ นั้นคงต้องจัดอยู่ในประเภท ‘บ้ากาม’ และ ‘หมกมุ่น’ เอามากๆ เป็นแน่


อ้าว... งั้นแสดงว่าจิรกฤตคือผู้ชายบ้ากามกับหมกมุ่นขนานแท้เลยสิเนี่ย!!!



“วันนี้เหนื่อยหรือเปล่า”


เสียงทุ้มแสดงความห่วงใยที่ดังผ่านการพูดคุยจากโปรแกรมสนทนาทำให้ใบหน้าหวานอมยิ้มแก้มปริเพราะทุกคืนตั้งแต่วันที่จิรกฤตไปอบรมที่ประเทศญี่ปุ่นชายหนุ่มก็โทรมาหาทุกคืน แม้บางทีจะไม่มีเรื่องสำคัญให้ต้องพูดกันหากพนิดาก็เพิ่งรู้ว่าเธอสามารถคุยเล่นเรื่อยเปื่อยกับเขาได้นานนับชั่วโมง


“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ มันไม่ได้มีงานอะไรมาก ก็เหมือนทุกๆ วันนั่นแหละ” เธอตอบพร้อมล้มตัวนอนลงบนเตียงก่อนจะคว้าตุ๊กตาแบดแบดซ์มารุตัวโปรดมากอดเหมือนเป็นหมอน “พราวมากกว่าที่ควรเป็นคนถาม พี่กราฟเหนื่อยหรือเปล่าคะ เท่าที่ได้ยินมาเขาบอกว่าภาษาอังกฤษสำเนียงแบบคนญี่ปุ่นนี่ไม่ได้ฟังง่ายๆ เลยนะ”


“ถูกต้อง ฟังยากมากกกกก” การยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแถมลากยาวทำเอาสาวน้อยปลายสายหัวเราะคิกคักจนเขาเผลอยิ้มตามไปด้วย ในหัวก็นึกอยากกลับไปกอดร่างเล็กนุ่มนิ่มใจจะขาดถึงจะอีกแค่สองวันหากก็รู้สึกเหมือนมันช่างนานเหลือเกิน “พี่ตั้งใจฟังสุดๆ แต่บางคำก็เกินจะเข้าใจจริงๆ ไม่รู้จะออกเสียงสระอะหรืออิทำไมเยอะแยะ”


“โอ๋ๆ สู้ๆ นะคะพี่กราฟพรุ่งนี้ก็วันสุดท้ายแล้วเนอะ”


เสียงเจื้อแจ้วนั้นทำให้ชายหนุ่มที่กำลังนอนอยู่บนเตียงเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างสูงขยับตัวเปลี่ยนมานั่งพิงแผ่นหลังกับพนักเตียง ดวงตาคมจ้อมมองจุดกึ่งกลางของร่างกายที่ค่อยๆ ขยายเหยียดเตรียมใช้งานขึ้นมาง่ายๆ เพียงแค่ได้ยินเสียงผ่านการคุยโทรศัพท์เท่านั้น อาจเป็นเพราะตัวที่อยู่ห่างไกลกันหลายวันความคิดถึงก็เลยทำงานหนักมากกว่าปกติ


‘มึงจะหื่นง่ายเกินไปแล้ว’ ชายหนุ่มสบถอยู่ในใจและพยายามขับไล่ความสั่นไหวที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที ในสมองตอนนี้วนเวียนอยู่กับคนรักแสนน่ารักไม่หยุด


เขาคิดถึงใบหน้าหวานที่มักจะยิ้มหรือหัวเราะจนเห็นลักยิ้มบุ๋มที่สองแก้ม...


คิดถึงน้ำเสียงสดใสร่าเริง ออดอ้อนอ่อนหวานและเสียงครวญครางกระเส่ายามเมื่อถูกเล้าโลมโจมตีจุดอ่อนไหว...


คิดถึงเรือนร่างงามระหงบอบบางหากทว่าอวบอิ่มในส่วนที่สตรีเพศควรมี ผิวกายนวลเนียนละเอียดนุ่มนิ่มที่พอได้สัมผัสเมื่อไหร่ก็ไม่อยากผละออกห่างเลยสักครั้ง...


เพิ่งรู้ตัวว่า ‘หื่น’ ขนาดนี้ก็ตั้งแต่คบกับพนิดานี่แหละ


“คิดถึงพี่ไหม”


“คิดถึงสิคะ”


“จริงเหรอ”


“ค่าาาา แฟนทั้งคนพราวก็ต้องคิดถึงอยู่แล้วสิ”


จิรกฤตส่งเสียงตอบรับงึมงำในลำคอไม่เป็นคำพูดก่อนจะเงียบไปสองสามวินาทีจนคนฟังขมวดคิ้วด้วยความสงสัย กำลังจะเอ่ยถามออกไปแล้วหากไม่ได้ยินเสียงเรียกชื่อเธอแบบแปลกๆ ดังเล็ดลอดขึ้นมาเสียก่อน


“พราว... ซี๊ดดด... พี่ก็คิดถึง”


“พะ... พี่กราฟ”


เสียงแบบนี้ทำไมเธอจะไม่รู้... คบกันมาหลายเดือน ผ่านความใกล้ชิดกันมาตั้งเท่าไหร่ ไอ้เสียงครางต่ำๆ แหบๆ อย่างงี้มันมีอยู่เหตุผลเดียวนั่นแหละ


ว่าแต่ทำไมจู่ๆ เขาก็หื่นขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยขนาดนี้ล่ะเนี่ย


“ความจริงพี่อยาก... มาสักพักแล้ว” เขาเอ่ยเสียงพร่าราวกับรู้ว่าสาวน้อยกำลังคิดอะไรอยู่ “แต่พอได้ยินพราวบอกว่าคิดถึงมันก็เลย... ห้ามอารมณ์ไม่ไหว”


“เอ่อ...”


พนิดาหน้าแดงก่ำขึ้นมาแบบกะทันหัน ติดอ่างพูดไม่ออกและไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดีแต่ที่แน่ๆ เสียงของเขานอกจากทำให้ขัดเขินแล้วยังก่อให้เกิดความรู้สึกใจเต้นขึ้นมาตามไปด้วย


หรือเธอจะหื่นตามเขา? ไม่น่า... ไม่จริงหรอก


“พราว”


“อ่า คะ”


“เล่นเซ็กซ์โฟนกันไหม”


ขอโทษที่มาช้านะคะะะะ T^T ไรท์ยุ่งมากจริงๆ

ปล. NC จะมาตอนหน้าเน้ออ อดใจรอกันสักนิด ไม่กล้ารับปากเลยอ่ะว่าอีกกี่วันจะมาอัพ แต่ไงก็จะรีบมาให้เร็วที่สุดนะจ๊ะ รอกันด้วยน้าาาา

(ว่าด้วยเรื่องพี่กราฟ)

หากรีดคนไหนที่เคยอ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของไรท์มาแล้วติดภาพลักษณ์พระเอ๊กพระเอกผู้แสนดีมานั้น... ไรท์อยากให้รีดลบมันออกไปให้หมดเลยนะคะ 555555 เพราะสำหรับจิรกฤตหรือพี่กราฟนั้นอาจจะไม่ได้เป็นคนดีแบบนั้น (ถ้าจำกันได้จะมีตอนหนึ่งที่พี่กราฟพูดเองว่าเขาไม่ใช่พระเอก) แม้นางจะร๊ากรักน้องพราวมั่นคงแบบรักเดียวใจเดียวแต่นิสัยเสียอื่นๆ ก็ยังมีทั้งโมโหร้าย ขี้หึงหนักมากแถมยังหึงโหด เอาแต่ใจ เผด็จการ ฯลฯ ซึ่งมันคงค่อยๆ แสดงออกมามากขึ้นเรื่อยๆ 555 และไรท์ก็วางคาแรคเตอร์ไว้แบบนั้นเองเพราะอยากให้คุณจิรกฤตเขาเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่มีหลากหลายแง่มุม นางอาจจะเป็นพระเอกที่มีลักษณะของ 'สีเทา' มากที่สุดแล้วมั้งในบรรดาเรื่องที่แต่งมาทั้งหมด แต่ลึกลงไปในจิตใจแล้วก็ยังถือว่าเป็นคนดีคนหนึ่งนั่นแหละ ^^

#ความจริงนี่ก็ไม่ได้สำคัญอะไรหรอกเนอะ แต่ไรท์แค่อยากบอกเฉยๆ กลัวหลังจากนี้รีดจะเกลียดอีพี่กราฟกัน 5555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว