ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แคนาดากระชากจิ้น nc20+++ 100%

ชื่อตอน : แคนาดากระชากจิ้น nc20+++ 100%

คำค้น : แวมไพร์ หมอหนุ่ม หมอหล่อ รักแรกพบ สอดใส่ ร่วมรัก รัญจวน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2560 13:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แคนาดากระชากจิ้น nc20+++ 100%
แบบอักษร


ร่างแบบบางของเกลทอดกายอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่ม เขาเปลื้องผ้าทุกชิ้นเพื่อสร้างความเสมอภาคของกันและกัน แสงสีส้มอ่อนๆตกกระทบผิวกายที่ขาวราวเกร็ดหิมะของเขา ผิวที่เนียนละเอียดอย่างคนไม่ได้ออกแดดมานาน กล้ามเนื้อของเขาขึ้นรูปชัดเจนและมันน่ามองเสียจนเธอละสายตาจากเขาไม่ได้

สองขาเรียวยาวของหญิงสาวชันขึ้นมาเล็กน้อยเพราะรู้สึกขัดเขินเมื่อต้องเปิดเผยเรือนร่างต่อหน้าเขา ทั้งๆที่ก็เตรียมใจเอาไว้แล้วแท้ๆ เพียงแค่ร่างหนาของหมอวินก้าวขึ้นมาบนฟูกนอน การขยับเขยื้อนของฟูกก็ทำให้เกลสะท้านไปทั้งตัว แต่เหมือนเขารู้ว่าเธอกำลังตระหนก การเข้าหาจึงเริ่มขึ้นอย่างช้าๆและเป็นธรรมชาติ

มือเย็นเชียบของเขาสัมผัสลงที่หน้าขาของเธออย่างแผ่วเบา นิ้วเรียวยาวนั้นค่อยๆไล้ไปตามเรือนผิวอย่างทะนุถนอม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาเลื่อนขึ้นมาประชิดใบหน้าสาว ดวงตาทั้งสองมองจ้องกันอย่างอาวรณ์และถวินหา

“อืออ” สัมผัสแผ่วเบาของเขาทำเอาเธอครางต่ำด้วยความเสียวซ่าน

ใบหน้าของเกลเจือสีแดงด้วยความร้อนในกายที่เพิ่มขึ้น ผิดกับหมอวินที่เหมือนจะยิ่งซีดขาวลงไปทุกทีๆ

“คุณจะไม่เสียใจ ผมสัญญา” เขาบอกเสียงแผ่ว ด้วยสตินึกรู้นั้นพร่าเลือนเต็มที่

แววตาเปี่ยมรักของเขาดึงสติของเกลให้หลุดลอย เจ้าหล่อนใช้สองแขนเกี่ยวคอเขาลงต่ำและบรรจงประทับริมฝีปากอวบอิ่มและรุ่มร้อนของเธอบนกลีบปากบางและเย็นยะเยือกของเขา สัมผัสของเขามันช่างอิ่มเอมและเต็มอิ่มกว่าคนไหนๆ ครั้นเมื่อคนตัวเล็กเริ่มใช้กลีบปากของตัวบดขยี้กลีบปากของเขาอย่างหนักหน่วงชายหนุ่มจึงตอบสนองความร้อนแรงของเธอไปในระดับเดียวกัน กลีบปากบางของเขานั้นช่างซุกซนแถมยังขยับเยื้อนได้อย่างช่ำชอง คนที่นอนรับการปรนเปรอถึงกับครางเสียงต่ำในลำคออย่างสุขสม

สองแขนที่เคยกอดเกกี่ยงอยู่ที่ลำคอของชายหนุ่ม บัดนี้ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเขาอย่างลุ่มหลง ความเย็นที่เธอสัมผัสได้มันช่างแสนจะสบาย คล้ายกับเขาช่วยดับความร้อนในกายของเธอก็ไม่ปาน

คนตัวเล็กผวา สองมือกำจิกลงบนผิวของเขาอย่างลืมตัว การล่วงล้ำของนิ้วเย็นของเขาทำเอาเธอแทบหยุดหายใจ เกลสัมผัสได้ถึงตัวตนของเธอที่กำลังบีบรัดนิ้วของเขาอย่างรุนแรง สายตาของเธอเริ่มพร่าเลือนเมื่อความสุขทั้งหมดมันมาจุกอยู่ที่อก ความร้อนแรงของเธอกำลังจะแผดเผาตัวเองให้มอดม้วยไปต่อหน้า

“อือออ หมอวินน” เกลครางต่ำเมื่อเขาพักช่วงให้เธอได้หายใจ ทว่าแค่เพียงไม่นานจุมพิตแสนวาบหวามก็ถูกประทับลงมาใหม่ ทั้งดุดันและร้อนแรงกว่าครั้งแรกเป็นเท่าทวี หมอหนุ่มบดขยี้และแย้งชิงห้วงอากาศของเธอไปจนหมดสิ้นก่อนจะค่อยๆสอดเรียวลิ้นนุ่มเข้ามากวาดเอาความหวานไปจากเธอจนหญิงสาวแทบจะสิ้นสติ

เกลได้ยินแต่เสียงครางต่ำในลำคอของหมอวิน เขากำลังมีความสุขกับการได้ดื่มด่ำไปกับอิสตรี ส่วนเธอ...กำลังถูกเขาปรนเปรอจนแทบจะสิ้นสติสมประดี

กลีบปากที่ว่าลุกล้ำจนหนักหน่วงก็ยังเทียบไม่ได้กับนิ้วเย็นๆของเขาที่จ้วงแทงเข้าออกอย่างไม่ลดละ สองขาของเธอเกี่ยวกอดสะโพกสอบของเขาอย่างหาที่พึ่ง แต่เหมือนยิ่งเธอกอดเกี่ยวเขาแรงเท่าใด เขาก็ยิ่งรุกล้ำเธอรุนแรงกว่าเดิม

เกลหอบหายใจอย่างคนหิวอากาศทันทีที่หมอวินถอนจูบออกไป เขาเริ่มพรมจูบไปตามซอกคอขาวและไล้ลงต่ำไปที่เนินอวบอิ่มเหนือหน้าอกเต่งตึง จากนั้นมือของเขาก็ละจากกลีบดอกไม้กลางกายของหญิงขึ้นมาที่ประทุมถันคู่สวยที่มีจุดเล็กๆสีระเรื่อกำลังเบ่งบานอวดความงดงามของมันอย่างเต็มที่

“อืออออ” หญิงสาวครางกระเส่าเมื่อริมฝีปากเย็นชืดของเขางาบงับลงบนยอดถันของเธออย่างแผ่วเบา เกลรู้สึกว่าสติของเธอกำลังจะหลุดลอยเมื่อยามที่เขาให้เรียวลิ่มนุ่มหมุนวนยอดถันอย่างหยอกเย้า

ความรู้สึกคอแห้งเป็นผงเริ่มรุกเร้าจนเกลกระหาย สิ่งที่เขากำลังทำมันจุดไฟปรารถนาในตัวเธอจนลุกโชน หญิงสาวไม่เคยรู้สึกกว่าร่างกายเธอจะกระหายเท่านี้มาก่อน เธอกระหายในเรือนร่างซ้ำยังกระหายน้ำ...

“หมอวิน อือออ เกลไม่ไหวแล้ว อื้ออ” หญิงสาวคราวเสียงพร่า เธอกำลังร้อนไปด้วยไฟตัณหาหากไม่ได้รับการดับในเร็ววัน มีหวังได้อกแตกตายเป็นแน่

หมอหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวก่อนจะคลี่ยิ้มน้อยๆ นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างนั้นยังคงเต็มไปด้วยความระยิบระยับชวนมอง เขาคล้ายกับคนเกียจคร้านที่ทำทุกสิ่งอย่างเชื่องช้า แม้ว่าเธอจะเร่งร้องอย่างไรเขาก็ดูไม่รีบร้อนเลยสักนิด คล้ายกับกำลังดื่มกินอะไรสักอย่างและเขาต้องการที่จะระเลียบชิมเพื่อริมรสมันอย่างเต็มที่

การสำรวจขอเขายังไม่จบสิ้น กลีบปากเย็นเชียบนั้นยังคงพรมจูบไปตามเรือนผิวของหญิงสาวต่ำลง ต่ำลงไปเรื่อยๆอย่างมีจุดหมาย เมื่อจุมพิตแสนหวามไหวประทับลงบนท้องน้อยของหญิงสาว ร่างบางนั้นสะท้านไปทั้งตัวด้วยรู้แน่ชัดแล้วว่าที่หมายของเขาจะเป็นอะไร ใจสาวยิ่งกระตุกวูบเมื่อมือแกร่งของเขาจับสองขาของเธอที่กอดอยู่รอบเองรอบให้ถ่างออกจากกันเสียกว้าง

สองมือกำจิกลงบนฟูกนอนอย่างตื่นตระหนก ไอเย็นจากตัวของเขาแผ่จนเธอสัมผัสได้ว่าเขาอยู่ใกล้กับกลางกายของเธอมากขนาดไหน

“อือออ อร๊ายยย” ร่างแบบบางบิดเร้าด้วยความรู้สึกซ่านเสียวที่ทบยอดพันทวี คล้ายมีก้อนน้ำแข็งเล็กๆกำลังกดจี้อยู่ที่จุดศูนย์รวมความกระเส่า เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แผ่ออกมาจากลิ้นของเขา มันกำลังวาดวนอยู่บนความอวบอิ่มของเธอและบางครั้งก็กดจี้อยู่ที่จุดอ่อนไหวทำเอาสติของเธอขาดช่วงเป็นพักๆ

“อือออ หมออออ...อ่า” หญิงสาวแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าคนสุขุมและเรียบร้อยอย่างเขาจะมีรสรักที่แสนจะเผ็ดร้อนได้ถึงขนาดนี้ เขาทำเอาเธอหลอมละลายกลายเป็นก้อนเนยกลาแดดไปเรียบร้อยแล้ว

ภายในห้องที่มีเพียงแสงสีส้มสลัว คนทั้งสองล้วนเห็นกันและกันได้อย่างชัดเจน รับรู้ถึงกันและกัน รับรู้ถึงความกระเส่าของอีกฝ่าย รับรู้ถึงความทุรนทุรายจวนจะขาดใจของกันและกัน รับรู้ว่าต่างฝ่ายต่างต้องการกันและกันมากมายเหลือเกิน

“พร้อมนะ” เสียงทุ่มต่ำของเขาดังขึ้น เรียกสติที่หลุดลอยของเธอให้คืนกลับ หญิงสาวหันไปสบตากับเขาด้วยความเก้อเขิน การกระทำของเขาเมื่อครู่ทำเอาเธอเสียสติไปเลย

“ฉัน...ฉันอยากให้หมอเขามาช้าๆ ทำมันช้าๆ” หญิงสาวตอบเสียงแผ่วก่อนจะหันหน้าหลบด้วยความขัดเขิน สองมือกำผ้าปูที่นอนแน่นก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆเพื่อเตรียมใจ น้อมรับความสุขที่เขากำลังจะหมอบให้ในไม่กี่วินาทีข้างหน้า

กลีบปากบางของหมอวินประทับลงบนพวงแก้มใสที่เจือสีระเรื่อชวนมอง หญิงสาวหันหน้ามามองเขาด้วยความแปลกใจ ใบหน้าคมสันของเขากำลังแย้มยิ้มน้อยๆอย่างอบอุ่น

“อย่าปิดบังสายตานั้นจากผม ผมอยากจะเห็นดวงตาคู่นั้นตอนที่ผมเข้าไป” เสียงพูดของเขาหนักแน่นก่อนจะประทับริมฝีปากหนักหน่วงลงบนกลีบปากของเธอ เขาบดเบียดริมฝีปากของตนเข้ามาในเรียวปากของเธอก่อนจะใช้ลิ้นของต้นคว้านหารสชาติของสตรีที่ชายหนุ่มต่างพากันลุ่มหลง มือสองข้างท้าวอยู่ที่ใต้แขนของหญิงสาวอย่างมั่นคง การจูบแบบเร้าร้อนนั้นทำเอาความกังวลเมื่อครู่ของเกลมลายหายไปจนสิ้น เธอเกือบลืมไปเสียสนิทว่าเขากำลังจะทำอะไร จวบจน...

“อื้อออออ” หญิงสาวครางต่ำอยู่ในลำคอ ความเจ็บปวดพุ่งแปรบเข้ามาในกายสาว คล้ายกับมีบางสิ่งกำลังจะแยกร่างของเธอให้กล้ายเป็นสองเสี่ยง

“โอเคไหม?” เขาถามด้วยความเป็นห่วงก่อนจะค่อยๆขยับสะโพกเข้าออกช้าๆ หญิงสาวอายเกินไปที่จะตอบ เธอเลือกที่จะหลงระเริงไปกับรสจูบแสนหวานของเขาดีกว่าปล่อยให้ความเจ็บปวดกัดกินความสุข

หน้าที่ของเขาคือปรนเปรอเธอให้อิ่มหนำด้วยจังหวะของการโถมกระแทกอย่างแช่มช้าและค่อยเป็นค่อยไป ส่วนเธอนอกจากจะรับการปรนเปรอจากเขาก็ยังมอบความหวานลึกล้ำให้ด้วยรสจูบแสนหวานอย่างที่สตรีคนหนึ่งจะมอบให้แก่บุรุษที่ตนพึงใจ

ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไหร่ที่เขานำพาเธอมาถึงจุดที่เรียกได้ว่าที่สุดของความกระเส่า ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกเข้าหาเขาอย่างแรง ภายในของเธอที่นุ่มดุจใยไหมค่อยๆตอดรัดแก่นกายของเขาจนแน่น ความแข็งแกร่งของเขาจ้วงแทงเข้ามาในกายของเธอได้เพียงไม่กี่ครั้งก็ปลดปล่อยเอาเชื้อพันธุ์สีขาวขุ่นเข้าไปในตัวเธอและร่างแกร่งก็กระตุกเกร็งและลมลงทาบทาบร่างของหญิงสาวในที่สุด

ลมหายใจของทั้งคู่รวยรินรดกันอยู่บนเตียง เขาและเธอต่างเหนื่อยอ่อนแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าความสุขสมเมื่อครู่มันช่างวิเศษและน่าลุ่มหลง หากเขาต้องการจะต่ออีกสักครั้งเธอก็ไม่ปฏิเสธเลยสักนิด

“เจ็บตรงไหนรึป่าว?” เป็นคำถามที่ชวนให้เธอเผยอยิ้มด้วยความสุข สองแขนของหล่อนกอดรัดร่างเขาอย่างหลวมๆ

“เจ็บตรงนั้น” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนจะซุกหน้าเข้าหาอกแกร่ง

ชายหนุ่มหัวเราะอยู่ในคอก่อนจะค่อยๆถอดถอนร่างกายส่วนนั้นออกจากตัวเธอ

“หายเจ็บรึยัง?”

“เจ็บกว่าเดิมอีกค่ะ เอาไว้อย่างเดิมน่าจะดีกว่า” น้ำเสียงออดอ้อนนั้นทำเอาคนแก่ถึงกลับถอนหายใจ เขาหัวเราะออกมาก่อนจะพลิกตัวลงนอนและดึงเอาร่างของเธอขึ้นมาเกยบนตัวเขาแทน

“อีกไม่นานคุณจะป่วย ระยะที่เชื้อไวรัสเริ่มก่อโรคคุณอาจจะมีอาการแทรกซ้อน เพราะงั้นเราคงต้องงดการแพร่เชื้อให้กันสักพักหนึ่ง” เขาบอกเสียงเรียบ มือก็ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังนวลเนียนอย่างเบามือ

หญิงสาวนอนฟังก่อนจะสะดุดใจกับคำพูดบางประโยคของเขาจนทำให้หันไปมองหน้าเขาด้วยแววตาสงสัย

“นี่หมอแพร่เชื้อให้ผู้หญิงกี่คนแล้ว!” แววตาแสนหวานนั้นแปรเปลี่ยนเป็นคมดุและคาดคั้น ชายหนุ่มมองแล้วอดยิ้มไม่ได้ เขาเคยแพร่เชื้อให้คนอื่นแต่ตอนนั้นแทบจะจำอะไรไม่ได้เลย เขาเมาเป็นเด็กไม่ประสา

“ตอบมานะคะ” เธอยังคงคาดคั้นเสียงดุ สองแขนก็วางพาดอยู่บนอกแน่นหนั่น คล้ายกับจะทุบตีกันให้ตายถ้าคำตอบที่ได้ไม่เข้าหู

“เกือบร้อยหรือสองร้อยปีได้แล้วมั้ง” เขาตอบก่อนจะเหลือบมองใบหน้าหวานที่มองเขาอย่างคาดโทษ “แค่ครั้งเดียว” เขาย้ำคำตอบอีกหนก่อนจะดึงเอาเธอเข้ามากอดให้แน่นกว่าเก่า

ใจนึกกังวลว่าช่องว่างระหว่างวัยอาจเป็นปัญหาระหว่างเขาและเธอเขาสักวันหนึ่ง แม้ภายนอกเขาจะดูเป็นหมอหนุ่มที่อายุไม่น่าจะเกินสามสิบ แต่จริงๆแล้วอายุของเขาเลยสองร้อยปีไปนานแล้ว

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอคะ?” น้ำเสียงในคำถามนั้นฟังดูตัดพ้อหน่อยๆ ชายหนุ่มพอจะรู้มาบ้างว่าพวกผู้หญิงขี้น้อยใจและเป็นจอมคิดมากแต่ก็ไม่คิดว่าผู้หญิงตรงหน้าจะตรงหน้าจะหึงหวงแม้กระทั้งผู้หญิงเมื่อสองร้อยปีที่แล้ว

“ผมจำไม่ได้แล้วจริงๆ มันนานมากทีเดียว” เขาตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น มือก็ลูบไปตามแผ่นหลังของเธอช้าๆ คล้ายกับต้องการปลอบใจและขอโทษที่เขาทำตัวไม่ดี

เกลเป็นกังวลมาตลอดว่าวันหนึ่งเธอจะเป็นผู้หญิงน่ารำคาญที่คอยตามจิกแฟน เหมือนที่พ่อหนีแม่ไปเพราะทนไม่ได้กับความขี้หึง แต่ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่ายีนต์เด่นของแม่ถูกถ่ายทอดมาให้เธอเต็มๆ

“โกรธเหรอ?” เธอเงียบไปนานจนเขานึกสงสัย หญิงสาวยังคงนอนซบอยู่ที่อกแน่นของเขาไม่ยอมขยับ สิ่งที่เธอรู้สึกมันห่างไกลจากคำว่าโกรธมากทีเดียว เธอกลับรู้สึกหวงแหนและอาวรณ์ต่อเขามากจนโกรธตัวเองที่เกิดช้า

“ขอโทษนะคะ ที่ปล่อยให้หมอเหงามาตั้งนาน” หญิงสาวพูดไปตามความรู้สึกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาอีกครั้ง แววตาระยิบระยับของเขาช่างชวนมองไม่เคยเปลี่ยน

“ผมมีความสุขที่ได้เจอคุณ” รอยยิ้มรอยๆคลี่ออกมาสร้างความอบอุ่นให้หัวใจของหญิงสาว

เธอตั้งปฏิญาณกับตัวเองอีกข้อขึ้นมาในใจ

‘ฉันจะเป็นเมียหมอที่ดี’

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว