ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ch 32 [END] : เพราะความรัก

ชื่อตอน : Ch 32 [END] : เพราะความรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2560 04:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ch 32 [END] : เพราะความรัก
แบบอักษร

Chapter 32


-เพราะความรัก-


[Because I love you*....*my babe]


สี่ปีต่อมา


ภัทรลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า มองเข้าไปในความมืดก่อนจะเหลือบมองคนข้างกายที่โอบกอดเขาแน่นจนต้องดันออกเบาๆเพราะอึดอัด


“ธัน...อึดอัด” ภัทรพูดเสียงแผ่ว ร่างสูงที่โอบกอดอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นมาก่อนจะส่งเสียงอื้ออึงในลำคอทว่าลำแขนแกร่งก็ยังคงไม่ผละออกจากเอวแม้แต่น้อยจนชายหนุ่มเริ่มหัวเสีย


หลังจากพยายามดันออกอยู่นานซึ่งแน่นอนว่าไม่สำเร็จเขาจึงพ่นลมหายใจแรงๆคล้ายหงุดหงิดจนตัวการส่งเสียงหัวเราะเบาๆ “ไม่ต้องมาขำเลย!”


“ทำไมวันนี้ตื่นเร็วจังหืม?” ธันว่าเสียงค่อยพร้อมมองใบหน้าของเขา ตอนนี้ทั้งสองคนนอนหันหน้าเข้าหากัน มีเพียงแสงสว่างเรืองรองจากด้านนอกเท่านั้นที่พอให้มองเห็นได้


ภัทรหรุบตาลงต่ำก่อนจะซบใบหน้าลงกับลาดไหล่คนเบื้องหน้าพลางกระซิบเบาๆ “ผมฝันถึงเขาอีกแล้ว....”


มือเรียวจิกหมอนแน่น เขาว่าต่อด้วยน้ำเสียงสั่นระริก “ทำยังไงดีธัน?ผมรู้สึกเหมือนเขาอยู่กับผมตลอดเวลาเลย”


“.....”


ธันไม่ตอบ แต่เขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น กดริมฝีปากลงบนเรือนผมนุ่มคล้ายปลอบโยน “ไม่มีใครพรากคุณไปจากผมได้ทั้งนั้น มันเป็นแค่อดีตเท่านั้นภัทร คุณคงเหนื่อยเกินไป”


ภัทรเม้มริมฝีปากเข้าหันแน่น “คงเป็นอย่างที่คุณพูด ผมเหนื่อยเกินไปจริงๆ..”


มือเรียวลูบแผ่นหลังของคนในอ้อมกอดเบาๆจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วจริงๆจึงถอนหายใจออกอย่างอ่อนรง


ตั้งแต่เหตุการณ์ในวันนั้นก็ผ่านมาได้สี่ปีแล้ว


ธันยังคงจำได้ไม่มีวันลืม ในวันนั้นภัทรเกือบไม่รอดเพราะเสียเลือดมากเกินไปอีกทั้งเลือดสำรองยังไม่พอ โชคดีที่เขามีกรุ๊ปเลือดเดียวกับอีกฝ่ายเลยสามารถชดเชยได้ทันท่วงที


แต่แน่นอนว่ามันก็ต้องแลกกับการที่ภัทรไม่สามารถวิ่งหรือทำกิจกรรมหนักๆได้อีกเลย


ช่วงแรกๆภัทรอยู่ในสภาพกึ่งพิการ  แต่เขาก็ไม่เคยรังเกียจแต่ยังช่วยทำกายภาพบำบัดให้สม่ำเสมอจนปัจจุบันนี้เดินเหินได้ตามปกติเพียงแต่ไม่สามารถวิ่งหรือทำอะไรๆได้เท่าเมื่อก่อนอีกแล้ว


แต่ปัญหามันไม่ใช่แค่นั้น


สภาพจิตใจของภัทรเรียกได้ว่าเข้าขั้นเลวร้ายเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง มีความคิดอยากตายตลอดเวลาจนเขาต้องเอาของมีคมทุกอย่างออกไปและเอางานเข้ามานั่งทำในห้องผู้ป่วย คอยเฝ้าไม่ให้อีกฝ่ายคิดจะทำร้ายตัวเอง หวาดระแวงไปทุกอย่างแม้ว่าจะไม่มีใครทำอะไรก็ตาม


ธันเจ็บเจียนตาย ที่ไม่สามารถทำอะไรให้ภัทรได้นอกจากคอยห้ามและอยู่เคียงข้างเท่านั้น แม้แต่จะแบ่งความเจ็บปวดมาซักครึ่งหนึ่งยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ในหนึ่งวันที่ต้องมองภาพคนที่รักค่อยๆโทรมลงเรื่อยๆคล้ายกับการฆ่าเขาทั้งเป็น


ท้ายที่สุดเขาจึงจำต้องพาภัทรไปอยู่ต่างประเทศ ย้ายมาที่เยอรมันซึ่งเขาเคยอาศัยอยู่พักนึงและมีสาขาย่อยของบริษัทเขาอยู่ ตั้งบ้านเล็กๆในชนบทที่สภาพแวดล้อมดูดีพอสมควรและไม่ค่อยมีผู้อยู่อาศัยมากนัก แม้มันจะค่อนข้างลำบากเวลาจะไปทำงานแต่เพื่อภัทรแล้วเรื่องแค่นี้นับว่าเล็กน้อยมาก


แน่นอนว่าอาการหวาดระแวงของภัทรก็ดีขึ้นตามลำดับแต่มันไม่ได้หายไปเลยในทันที  สี่ปีมานี้ธันก็ใช้เวลาไปมากเหมือนกันในการเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำดวงนี้ด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยรักของเขา  อย่างน้อยก็อยากให้ไม่ได้รู้สึกว่าอยู่คนเดียว


ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา


อาการแพนิคของอีกฝ่ายนั้นดีขึ้นทีละน้อยพอๆกับที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่เริ่มดีขึ้นมาด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เขาที่คิดไปเองว่าภัทรรักอีกต่อไป หลังจากที่พาอีกฝ่ายมาที่เยอรมันแล้วขอคบนั้น ภัทรก็ยอมตกลงอย่างง่ายดายเล่นเอาเขาชะงักที่ไม่คิดว่าเรื่องมันจะง่ายถึงขนาดนี้ แต่กระนั้นมันก็เป็นเรื่องดี เพราะเขาเองก็อยากให้ความสัมพันธ์นี้เด่นชัดขึ้นเช่นกัน


ปัจจุบันนี้อาการของคนรักก็ถือว่าดีขึ้นพอสมควรจนเขาเริ่มวางใจไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่กลับไม่คิดว่าภัทรจะกลับมาฝันร้ายถึงเหตุการณ์นั้นอีก


เขารู้...จนถึงตอนนี้นอกจากกอดกับหอมแก้มและจูบเบาๆแล้วเขาไม่ได้ทำอะไรเกินเลยแม้แต่น้อย เพราะเพียงแค่ทำนอกเหนือจากนั้นภัทรจะเริ่มร้องไห้แล้วทุบตีเขาราวกับขยะแขยงและหวาดกลัวจนธันต้องกอดปลอบแล้วไม่กล้าทำอะไรอีก


อาการของคนที่ถูกข่มขืน....ฝันร้ายที่จะตามติดตัวผู้ถูกกระทำตลอดไปแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ต้องการ แต่คนกระทำกลับยังสุขสบายโดยไม่รู้ตัวเลยว่าได้สร้างรอยแผลเป็นบนจิตใจของเหยื่อ


ธันทัดผมที่ปรกหน้าร่างผอมออกเพื่อให้เห็นใบหน้านั้นชัดๆ แม้จะไม่ซีดเซียวและอิดโรยแล้วแต่ก็ยังคงมีเค้าความเหนื่อยล้าอยู่จางๆชวนสงสาร


ถ้าไม่ใช่เพราะมัน ไม่แน่ว่าชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนอาจจะดีกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้


“...แม่งเอ้ย” พอนึกไปถึงใบหน้านั้นแล้วธันก็ขบฟันแน่น จนถึงตอนนี้เขาไม่ได้ข่าวคราวอะไรจากทางนั้นเลย


ไอ้เดนนรกนั่นที่ทำลายชีวิตของคนลงไปอย่างไม่รู้สึกรู้สา แต่กลับได้ใช้ชีวิตสุขสบายในคุก มันสมควรแล้วงั้นหรือ!


บ้านของพลมีอิทธิพลสกปรกมากมายนัก ธุรกิจมืดที่มันทำทั้งหลายยังไม่ถูกเปิดโปง บริษัทของมันก็ยังอยู่ดีโดยไม่มีใครสงสัยซักนิดว่าประธานหายไปไหน ตอนนี้ไม่แน่ว่ามันอาจจะถูกประกันตัวออกไปแล้วก็ได้


ในวันที่เขาได้ไปโรงพักเพื่อดูสภาพมันเมื่อสี่ปีก่อน มันนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงข้ามกับเขาด้วยใบหน้าคล้ายคนหมดอาลัยตายอยาก แก้มตอบเหมือนคนอดอาหารจนธันอดสังเวชใจไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความสงสารในใจเพิ่มขึ้นแต่อย่างใดเพราะนั้นก็สมควรแล้ว


สามปีมานี้เขาได้รับข่าวคราวจากเพื่อนที่อยู่ไทยเสมอว่ามันอยู่ในคุกและกำลังทำอะไรบ้าง แต่พักหลังๆเข้าช่วงปีที่สี่เพื่อนของเขากลับเริ่มขาดหายไปเรื่อยๆ สิ่งสุดท้ายที่ส่งมาให้คือบอกเพียงแค่ว่าตอนนี้มันยังอยู่ดีร่างกายสมบูรณ์ครบถ้วนเท่านั้นสร้างความฉงนในใจไม่น้อย


ธันตั้งใจว่าวันนี้เขาจะออกไปจัดการเรื่องให้มันจบๆไปอีกครั้ง และสืบหาว่ามันทำอะไรอยู่กันแน่ตอนนี้ ใช่ว่ากำลังทุกข์ทรมานในคุกจริงหรือ?


“ไม่ต้องห่วงนะที่รัก ผมจะปกป้องคุณเอง” ธันก้มลงจูบหน้าผากเนียนก่อนจะเข้าสู้ห้วงนิทราไปพร้อมกัน


ทุกอย่างที่ธันทำลงไป..ก็ล้วนแล้วแต่เพราะความรักทั้งนั้น...





ภัทรลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทว่าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว แสงอาทิตย์สาดส่องทะลุม่านเป็นต้นเหตุที่ปลุกเขาขึ้นจากนิทรา ดวงตาคู่สวยกวาดมองรอบห้องนอนพลางพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน


บ้านหลังนี้ค่อนข้างเล็กแต่ก็ใหญ่พอที่คนสองคนจะอาศัยอยู่ได้ แต่พอใครคนหนึ่งหายไปเขากลับรู้สึกว่าบ้านหลังนี้กว้างใหญ่เหลือเกิน...


เหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะข้างเตียง เวลาผ่านมาขนาดนี้ธันคงไปทำงานนานแล้ว แหงล่ะ เจ้าตัวงานยุ่งแต่กลับทำตัวว่างเสียยิ่งกว่าอะไรชนิดที่ถ้าเขาไม่กระตุ้นก็คงแกล้งลืมแล้วเอามาทำหลังเขานอนไปแล้วเป็นแน่แท้


“ทำไมธันไม่ปลุกกันนะ...” ชายหนุ่มบิดขี้เกียจหนึ่งครั้งจนเสื้อเชิ้ตลอยขึ้นเผยให้เห็นผิวขาวใต้ร่มผ้า มันคงเพลินตากว่านี้หากไม่ไปสะดุดเข้ากับรอยแผลเป็นบนหน้าท้องเนียนเข้าเสียก่อน


“....” ภัทรหรุบตาลงต่ำ ก่อนจะดึงเสื้อปิดๆแล้วรีบลุกออกไปทันที


“รู้แล้วล่ะน่า คุณนี่ขี้ห่วงจริงๆ” ภัทรหัวเราะขณะนั่งแกว่งขาเล่นดูทีวีบนโซฟาตัวยาว ภาพหญิงสาวรายงานข่าวฆาตกรรมด้วยสีหน้าเรียบเฉยทำเอาเขาย่นจมูก เย็นชาชะมัด...


[คุณชอบลืมอยู่เรื่อย ผมเป็นห่วงคุณนะภัทร ผมสั่งอาหารให้คุณไว้แล้ว เดี๋ยวคงเอามาส่ง]


น้ำเสียงแฝงความเป็นห่วงมาอย่างเต็มเปี่ยมขับให้ใบหน้าของภัทรขึ้นสีแดงระเรื่อ “เข้าใจแล้ว..”


หลังคุยกันอีกสองสามประโยคธันก็วางสายไป ภัทรกดเปลี่ยนช่องทีวีเรื่อยเปื่อยก่อนจะไปหยุดที่ละครช่องหนึ่งซึ่งเป็นฉากที่นางเอกกำลังพูดกับพระเอกโดยมีฉากหลังเป็นสระว่ายน้ำชวนให้สงสัยสุดๆว่ามันโรแมนติคตรงไหน


“ถ้าหากความรักทำให้คนธรรมดากลายเป็นคนโง่ได้” หญิงสาวกล่าวเสียงเย็นเยียบ มือเรียวชี้ไปที่ร่างสูงจนภัทรลุ้นว่าหล่อนจะกล่าวสิ่งใดต่อ


ก๊อกๆ*!!*

“หืม?” ภัทรเหลือบมองบานประตูหน้าบ้าน เขาโคลงหัวนิดๆก่อนจะลุกขึ้นทั้งที่ยังไม่ได้ปิดโทรทัศน์ มือเรียวถือแก้วน้ำซึ่งกินค้างไว้ ตั้งใจว่าจะเดินมามือเปล่าแท้ๆดันหยิบติดมือมาเสียได้


แม้จะแปลกใจนิดหน่อยที่ทำไมอาหารมาไวเช่นนี้  แต่เขาก็ตัดสินใจปัดความคิดออกไปเพราะความหิวที่มีมากกว่า


“ครับๆมาแล้ว อ๊ะ!—“


เพล้ง!


ภัทรนิ่งค้างกับภาพที่เห็น ลมหายใจกระตุกวูบเช่นเดียวกับใบหน้าที่ซีดเผือดลง มือไม้สั่นเทา ทำให้แก้วน้ำในมือร่วงลงกับพื้นแตกกระจายเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ


ร่างสูงคุ้นตาในเสื้อสูทสูงศักดิ์ ใบหน้าคมคายยังคงเหมือนเดิมดั่งเช่นในอดีตส่งยิ้มอ่อนโยนให้ขัดกับดวงตาคมกริบซึ่งดูเย็นเยียบในสายตาผู้มอง มือแกร่งถือช่อดอกไม้ราคาแพงจนดูราวกับบุรุษผู้ต้องการขอความรักจากใครซักคน


“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คิดถึงพี่ไหมครับ?”


เสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันจากในหน้าจอดังทะลุเข้ามาในโสตประสาทของชายหนุ่ม ภัทรไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้ว


“ความรักก็ทำให้คนปกติกลายเป็นเป็นคนบ้าได้เช่นกัน”


END


จบแล้วค่ะ อ่อก จบแล้วจริงๆ


ยาวนานมากสำหรับเรื่องนี้ ตอนแรกเราคิดตอนจบไว้ดำมืดกว่านี้เยอะค่ะ ชนิดเทียบอันนี้ไม่ติดฝุ่นเลยแต่ต้องปรับโครงเรื่องใหม่เลยไม่ใช้555555


ถ้าทุกคนมองว่าทำไมมันจบง่ายจัง พลไม่เจออะไรโหดร้ายหน่อยเหรอ เราอยากให้มองถึงความเป็นจริงไว้ค่ะ บนโลกของเรายังมีคนอีกมากมายที่ทำชั่วไว้แต่กฎหมายกลับเอาผิดไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเงินตราหรืออำนาจก็ตาม มันถูกต้องแล้วเหรอคะที่คนพวกนั้นยังรอดมาได้ เราเลยเอามาเป็นต้นแบบอีพี่นี่แหละค่ะ55555



ตรงนี้คือสรุปตัวละครสามตัวหลักนะคะ

ธัน - ตัวละครตัวนี้เป็นคนที่น่าจะดีสุดในบรรดาสามคนเลยมั้ง*หัวเราะ*  คือเขาทุ่มเพราะรักจริงๆ แม้ตอนแรกจะดูไม่น่าไว้ใจแต่เขาทำแบบนี้เพื่อภัทรทั้งนั้น เขาสามารถใช้อำนาจที่มีงัดกับพลก็ยังได้แต่เขาไม่ทำค่ะ เพราะธันคือด้านสว่าง เปรียบเสมือนสีขาวที่จะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และจะไม่ยุ่งเกี่ยวเด็ดขาดจนกระทั่งพี่แกไม่ได้ข่าวคราวอิพี่พลนั่นแหละค่ะ....


ภัทร – ตัวละครสีเทา น้องไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้นนะคะ ถ้าสังเกตตอนที่วิทย์ถูกพี่พลทารุณอยู่แล้วบรรยายฉากภัทร จะเห็นว่าเขามีความลังเลสูงมากค่ะ คือก็กังวลว่าวิทย์จะเป็นอะไรแล้วไม่กล้าแจ้งตำรวจด้วยตามที่อีกฝ่ายบอก แต่ลึกๆแล้วคือเขากลัวนะคะ กลัวว่าตัวเองจะซวยเหมือนกันเลยยังไม่กล้า มาฮึดก็ตอนวิทย์โดนทำร้ายนั่นแหละ555 คือภัทรนี่เป็นตัวละครที่สับสนที่สุดแล้วค่ะ เขาไม่ได้เป็นสีขาวแต่ก็ไม่ได้ดำมืด ดังนั้นเลยเป็นสีเทาไปแทน


พล – ค่ะ ตามนั้น5555 บุคคลดำมืดที่คนอ่านทั้งรักทั้งเกลียด  ตัวการแผนชั่วทั้งหมด สีดำมืดชนิดหาขาวไม่เจอ--- เขารักภัทรมากค่ะ รักชนิดที่ถ้าขังได้ก็จะทำ สังเกตจากที่ให้ภัทรไปอยู่ห้องตัวเองที่ติดกล้องไว้ทั่วไหนจะเครื่องดักฟัง ถ้าดูดีๆจะรู้นะคะว่าพี่แกเป็นโรควิกลจริต  กลัวไปทุกอย่าง ในตอนย้อนดีตจะเห็นว่าตอนบรรยายหน้าตาจะมีเรื่องของบาดแผลและผ้าพันแผลด้วย มาจากการที่ถูกพ่อทำร้ายนั่นเองค่ะซึ่งเชื่อมกับในไดอารี่ที่ธันเจอ เพราะการถูกทำร้ายทำให้เขาฆ่าพ่อตัวเองซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความคิดบิดเบี้ยวทั้งหลายแหล่นั้นแล(...) และขณะเดียวกันเพราะภัทรเปรียบเสมือนรักแรกและเทวดาในสายตาพลด้วยเขาเลยหลงใหลคลั่งใคล้เข้าขั้นบ้าเลยทีเดียวค่ะ


ก็จบแล้วกับเรื่องนี้ หวังว่าผู้อ่านจะชอบนะคะ แอบอยากเขียนภาคที่พี่พลเป็นพระเอกแทนบ้าง แบบถ้าภัทรเลือกเชื่อพลมากกว่าไรงี้----


เอาล่ะค่ะ ทุกคนไปติดตามเรื่องต่อไปของเราได้นะคะ แต่ไม่จิตแล้วนะ เอียน5555 ออกแนวดราม่าหน่อยๆ ชื่อเรื่องความทรงจำสุดท้ายแด่เธอที่รักค่ะ


สุดท้ายนี้ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่สนับสนุนมาตลอดนะคะ หวังว่าจะตามซัพพอร์ตกันไปเรื่อยๆเน้อ<3

ความคิดเห็น