facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 7 : กลับบ้าน

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 : กลับบ้าน

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก2

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2560 20:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 : กลับบ้าน
แบบอักษร

นานแค่ไหนที่ไม่ได้กลับมาบ้านไม้หลังเก่าที่ทำให้คิมหันต์และเมษาพบกัน วันหยุดครอบครัวทั้งทีธนินเลยได้มากับเขาด้วย เด็กน้อยนั่งบนตักเมษาแล้วชี้นิ้วออกไปนอกหน้าต่างรถเมื่อเห็นวัวตัวใหญ่ยืนอยู่ในทุ่ง

“นั่นตัวอะไร พ่อดูสิ ตัวใหญ่มากๆ เลย ตัวอะไรๆ”

“วัวครับ วัวเนื้อ หนูรู้จักรึเปล่า”

คิมหันต์ตอบพรางเขี่ยขี้บุหรี่ออกนอกหน้าต่าง

“ซี โอ ดับเบิลยู คาว วัว”

ธนินตอบหันมายิ้มให้คิมหันต์ เมษาประคองกอดเอาไว้เพราะธนินดูตื่นเต้นจนแทบโผลออกไปนอกรถ

“ใกล้ถึงบ้านป๊ารึยัง น้องอยากนอนพักแล้ว”

“พักอะไรกัน คนพักต้องเป็นพ่อสิ ขับรถเป็นชั่วโมงๆ หมาน้อยไม่ต้องพักหรอก เย็นนี้ช่วยป๊าจัดห้องดีกว่า”

“หวา…ทำไมน้องโดนใช้ให้ทำงานล่ะ”

“ไม่ทำก็ได้ แต่สงสัยจะมีคนอดนอนตรงกลาง คงต้องโดนทิ้งให้นอนหน้าทีวีคนเดียว”

“งั้นน้องช่วยด้วยก็ได้ คิคิ แต่ต้องให้น้องนอนตรงกลางนะ”

“พ่อนอนกลางดีกว่า เพราะพ่อจะกอดป๊า”

“ไม่เอา น้องจะนอนกลางให้พ่อกับป๊ากอดน้อง กอดอุ่นๆ คิคิ คืนไหนพ่อกับป๊ากอดน้องนะ น้องจะหลับสนิทไม่ฝันร้าย”

“งั้นก็ต้องช่วยพ่อกับป๊าจัดห้อง ไม่ได้มานาน ฝุ่นคงเยอะน่าดู”

“…น้องเป็นภูมิแพ้ น้องช่วยแค่ยกของเข้าห้องได้มั้ย”

“ฮ่าๆ ไปเล่นกับพี่น้ำตาลเถอะ พ่อล้อเล่น”

คิมหันต์จบบทสนทนาและดับเครื่องยนต์จอดรถหน้าลานกว้างซึ่งมีบ้านไม้หลังเก่าตั้งอยู่ตรงหน้า ทันทีที่น้ำตาลถูกปล่อยลงจากรถ ธนินก็รีบวิ่งตามลงไป น้ำตาลตื่นเต้นกับสถานที่ที่คุ้นเคย มันกระโดดส่งเสียงเห่าสั่นหางดิ๊กๆ วิ่งรอบลานและคาบกิ่งไม้สะบัดหัวไปมา ส่วนธนินที่เห็นว่าน้ำตาลกำลังสนุกสนาน เด็กน้อยก็วิ่งตามหยิบกิ่งไม้มาถือแกว่งไปมาบ้าง

คิมหันต์ย่ำเท้าก้าวขาลงบนพื้น ทั้งที่ใส่รองเท้าอยู่แต่สัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายสบายใจจากความเย็นและนุ่มจากผืนดิน

“ฮาห์…”

เสียงทุ้มต่ำผ่อนลมหายใจออกจากปอด สองมือกางออกปล่อยให้สายลมเย็นพัดโอบกาย ชายหนุ่มซึ่งแบกรับหน้าที่และภาระจากสังคมคนกรุง ยืนมองภาพตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา ใบหน้าหล่อเหลาเชิดเล็กน้อยปล่อยให้ผมรองทรงสูงปรกหน้า เสียงลมพัดอู้ผ่านหู มองดูเห็นกิ่งไม้ปลิวไหว

เมษายืนอยู่ข้างๆ คว้ากอดคิมหันต์เอาแก้มแนบไหล่แล้วเหลือบตามองยิ้ม การกลับมาอีกครั้งคราวนี้ไม่เหมือนกับการมาเยือนครั้งแรก เพราะคิมหันต์ยินดีที่จะมาที่นี่ ยิ่งมีเมษาอยู่ด้วยแล้ว ไม่ว่าจะกลับมาอีกซักกี่ครั้งก็พร้อมเสมอ

“เก่าไปเยอะเลยเนอะ”

“อืม…เพราะไม่มีคนอยู่ มันก็โทรมเป็นเรื่องปกติ”

“เข้าไปดูห้องพวกเราดีกว่า ว่ายังพอนอนได้มั้ย ฮ่าๆ”

“ก็ต้องนอนได้สิ ก่อนเข้ากรุงเทพเก็บของเอาผ้าคลุมกันฝุ่นไว้อย่างดี”

เมษาตอบเสียงใสไม่รอช้าเดินนำหน้าจูงมือคิมหันต์ให้เดินขึ้นไปบนตัวบ้าน เมื่อพ้นบันไดขั้นที่สามนับจากพื้น เมษาเป็นคนไขกุญแจแง้มเปิดประตูดูสภาพข้างใน ร่างสูงเงยหน้ามองหลังคากระเบื้องมีทั้งฝุ่นและหยากไย่แมงมุม เขาปัดจมูกเล็กน้อยเพราะรู้สึกหายใจไม่สะดวก ตัวบ้านและพื้นไม้กระดานมีฝุ่นเล็กน้อย รอบข้างเงียบสงบ มองไปทางหน้าต่างเห็นแสงแดดลอดเข้ามาเป็นเส้นทแยง และหน้าทีวีที่ทั้งสองเคยนั่งดูหนังด้วยกันตอนนี้มันออกจะเก่าไปหน่อย ยิ่งมองยิ่งคิดถึงจนอยากเข้าไปนอนทอดกายอย่างสบายใจ

“กลิ่นไม้แบบนี้…หอมดี”

คิมหันต์พูด

“อืม บ้านไม้ไม่มีคนอยู่ก็จะมีกลิ่นแบบนี้แหละ”

เมษาตอบ คนตัวเล็กรีบพาร่างสูงเดินไปข้างหน้า เลี้ยวขวาไปเป็นประตูไม้ปิดสนิทซึ่งนั่นคือห้องนอนไม้กระดานกั้น ห้องที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ไม่คิดว่าจะยืนยาวมาจนถึงทุกวันนี้ แววตาคมเฉี่ยวเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนขำออกมาเพราะนึกถึงเช้าวันแรกที่โวยวายใส่เมษาตั้งแต่ตื่นนอน นึกย้อนถึงอดีตและตัวเองแต่ก่อนที่ค่อนข้างเอาแต่ใจ คิดเสร็จก็ค่อยๆ ผลักบานประตูเข้าไป ไม่ทันไรแดดได้ส่องสะท้อนย้อนออกมาให้เห็นจากช่องหน้าต่าง

ฝ่าเท้าทั้งสองสัมผัสกับพื้น มันสากนิดหน่อยเพราะมีฝุ่นจับตามกาลเวลา เมษาหลุดยิ้มเงยหน้ามองสิ่งของรอบกายไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ขาดไปไม่ได้คือเบาะนอนที่พับและตั้งพิงไว้ข้างกำแพง มันแฝงไปด้วยความรู้สึกและความคิดถึง คิดถึงวันเก่าๆ ที่เคยใช้ร่วมกันในห้องนอนเล็กๆ

“พ่อดูสิ ดีนะที่เอาผ้าคลุมไว้ ไม่งั้นเก่าแย่เลย”

เมษาเดินปลีกตัวไปเปิดหน้าต่างเงื้อมมือขึ้นบังแสงแดดตรงหน้า กรีดนิ้วหยิบผ้าที่คลุมเบาะไว้ไปสะบัดเอาฝุ่นออก มันฟุ้งจนต้องเบือนหน้าหนี คิมหันต์มองคนตัวเล็กที่ไม่เคยเปลี่ยนไปสักนิด ถึงแม้จะใช้ชีวิตในกรุงเทพแต่ความเป็นเมษานั้นไม่เคยหายไป ไม่ทันไรเบาะนอนก็ถูกปูกับพื้นหลังจากที่คิมหันต์หยิบไม้กวาดมากวาดฝุ่นออกนิดๆ หน่อยๆ

“ดีจัง ของในห้องไม่เก่าเลยอ่า…ตู้ก็ยังใหม่ โต๊ะก็ยังใหม่ เดี๋ยวก่อนนอนค่อยเอาผ้าชุบน้ำมาถูอีกที เนอะ”

“อืม ไม่เก่าเลย”

คิมหันต์พูดพลางยิ้มและมองใบหน้าหวานเปื้อนยิ้มนั้น ความสดใสบ่งบอกถึงความดีใจที่ได้กลับบ้านเกิดและสถานที่คุ้นเคยของตน เมษาทิ้งตัวลงนั่งบนที่นอนหยิบหมอนขึ้นดมพบว่ามันยังหอมอ่อนๆ

“คิด…ถึงวันเก่าๆ จัง”

คิมหันต์นั่งชันเข่าลงข้างๆ เขามองร่างเล็กนั่งกอดเข่าโยกตัวไปมาไม่หยุด ไม่รู้ไม่เรื่องว่าตนกำลังตกอยู่ในอันตรายเพราะตอนนี้คิมหันต์คิดไม่ซื่อเข้าแล้ว แววตาตอนนี้ไม่ต่างกับคิมหันต์คนเดิมที่จิตใจเริ่มท่วมตัณหา มือหนาจับลำตัวเมษาให้หันหน้าเข้าหา รวบกอดเอวแน่นแล้วยื่นหน้าไปใกล้อย่างไม่ทันตั้งตัว

เมษาผงะเพียงนิดสบตามองสะดุ้งเล็กน้อยเพราะตกใจ คิมหันต์ไม่ต้องการทำให้กลัวจึงประกบปากจูบด้วยความอ่อนโยนบวกกับฝ่ามือเริ่มออกแรงนวดคลึงเอวคอดบางไปพรางๆ ริมฝีปากของทั้งสองประทับทาบกัน เมษาหลับตาพริ้มรีบตอบรับสัมผัสด้วยการอ้าปากแล้วงับริมฝีปากของคิมหันต์บ้าง

ยินยอมด้วยความเต็มใจจึงไม่ขัดขืนอะไรเพราะคิดว่าอีกฝ่ายต้องการเพียงจูบแค่นั้น เมษาเงื้อมมือขึ้นโอบต้นคอของคิมหันต์ มือกดลงน้ำหนักส่งผลให้คิมหันต์เข้าใกล้กว่าเก่า ร่างบางเบียดตัวดิ้นเล่าๆ เพราะลิ้นร้อนเริ่มกวัดเกี่ยวอยู่ในโพรงปาก

“อืม…”

คนตัวเล็กเริ่มหายใจไม่ทันจึงร้องขอด้วยการส่งเสียงครางละมือออกมาผละอกคิมหันต์ เมษาหน้าแดงก่ำหายใจหอบ ถึงอย่างนั้นไม่สามารถทำให้คิมหันต์เปลี่ยนใจได้ ฝ่ามือหนาดันเมษาให้ล้มตัวลงที่นอน ตอนนี้อ่านสถานการณ์ออกแล้วว่าผู้ชายตรงหน้าต้องการมากกว่าที่คิดไว้

“คิมหันต์เดี๋ยว”

“ไม่เดี๋ยว”

“แต่ ลูกยังอยู่ข้างนอก”

“ปล่อยให้เล่นกับน้ำตาลไปก่อน”

“แต่… ค คิมหันต์ เดี๋ยว”

“คิดถึงจนทนไม่ไหว ไม่ทนหรอก”

คิ้วหนาขมวดชนแน่น เริ่มพูดเสียงพร่าหน้าแดงไปตามๆ กัน เพราะอารมณ์และความใคร่มีมากขึ้นเรื่อยๆ เมษาหน้าเสียทันทีที่เห็น คิมหันต์ซี้ดฟันปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกงยีนรีบรูดซิปลงจนหมด เขาควักถกเอาแกนกายซึ่งตื่นตัวเต็มทีให้เมษาเห็น เมษาจำเป็นต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายเพราะมันออกสีชมพูเพราะอารมณ์ค้างคลั่ง

“คิมหันต์…ใจเย็นหน่อย มีอารมณ์มากไปแล้วนะ”

หุนหันพลันแล่นแถมไม่เปิดโอกาสให้เมษาทำใจก่อนบ้าง ข้อมือของคิมหันต์กำลังชักรูดขึ้นลงจนสุดโคนต่อด้วยนวดนิ้วบริเวณส่วนหัวด้วยตัวเอง เสียงหอบหายใจดังให้ได้ยิน มันฟ้องว่าคิมหันต์ไม่อาจยับยั้งกลั้นอารมณ์ได้ เขาคุกเข่าขยับตัวเข้าไปใกล้ยิ่งทำให้เมษาหน้าแดงก่ำไปจนถึงใบหู

“ถอดกางเกงออกเร็ว ถอดไม่ต้องหมดก็ได้”

คิมหันต์ออกคำสั่ง เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อตามไรหน้าผาก ริมฝีปากแดงก่ำลามไปยันอก เมษาพยักหน้าตอบอย่างคิ้วตกๆ สองมือค่อยปลดกางเกงออกอย่างช้าๆ เพราะยิ่งทำด้วยตัวเองก็ยิ่งอายและเพิ่มความเสียวขึ้นเท่าตัว ใบหน้าวานแดงพล่านก้มมองต่ำยกสะโพกขึ้นเพื่อให้คิมหันต์ช่วยเปลื้องผ้าด้วยอีกคน

“โอเค แค่นี้พ่อ”

เขาทำทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว คิมหันต์จับขาเมษาทั้งสองข้างพาดบ่าด้านเดียวกันทั้งที่ยังถอดกางเกงได้เพียงครึ่งเข่า สายตาลามกจ้องมองสะโพกมนขาวและช่องทางหลังที่เคยช่วงชิงมาก่อน เนื้อผิวนุ่มติดมือเมื่อออกแรงบีบนวดเบาๆ เขาใช้นิ้วโป้งเคล้นแหวกจนเห็นว่ามันออกสีแดงจางๆ

“อย่า…อย่ามอง…”

“ฮาห์…เจลล์อยู่ในกระเป๋าซะด้วยสิ ไม่ได้เอาลงมาด้วย”

“อื้ม…”

เพราะตอบไม่ถูกเมษาจึงทำได้แค่พยักหน้าเป็นการตอบ สองมือดึงชายเสื้อขึ้นปิดหน้าจนเห็นหน้าท้องขาวบางและหน้าอกอย่างวับๆ แวมๆ

“จะทำอะไร”

“ช่วยทำให้ตรงนี้คลายตัวยังไงล่ะ”

คิมหันต์นั่งคุกเข่าหยัดตัวขึ้นแล้วถดสะโพกเมษาลงจากบ่ามาพิงหน้าท้องของเขาแทน ทำให้ภาพตรงหน้าน่ามองยิ่งนัก

“อ่ะ อย่ามอง คิมหันต์ อย่ามอง อย่า…”

ขอร้องทั้งที่คิมหันต์กำลังคลั่งไปด้วยความคิดและภาพลามก สายตาคมกริบปรายมองเม้มปากหายใจหอบหนัก มือหนาแหวกแก้มก้นเมษาออกพร้อมกับนวดจนเนื้อหนุบหนับติดมือ

“อ่ะ!!!”

“เจ็บหรอ…”

“เปล่า แต่มันน่าอาย น่ะ นายเล่นจ้องเอาขนาดนั้น”

“ฮ่าๆ จะทำให้มากกว่านี้ด้วย”

เหลือบตามองเลิกคิ้วเชิงยียวน ร่างสูงพูดจบก็ก้มหน้าลงประกบปากกับช่องทางหลังแล้วออกแรงดูด คิมหันต์ขมวดคิ้วส่วนนิ้วมือนั้นก็กำลังขยี้เป็นการช่วยทำให้เมษาผ่อนคลาย แต่เมษากลับไม่ต้องการอย่างนั้นเนื่องจากมันทั้งน่าอายแถมคิมหันต์เองไมน่าทำเรื่องอย่างว่า

“ฮ่ะ อย่า ตาบ้า ทำอะไร อ่ะ อ้ะ ฮาห์ อย่า อื้อ!!!”

เอื้อมมือผลักศีรษะจนหน้าหงายส่งผลให้คิมหันต์ต้องหยุดการกระทำดังกล่าว

“ตรงนี้กระตุกใหญ่แล้วยังบอกว่าอย่าเนี่ยนะ”

“มันน่าเกลียด ทะลึ่งทำอะไรก็ไม่รู้”

“ก็เจลล์อยู่ในรถ ถ้าไม่ทำแบบนี้จะเจ็บเอาน้า…”

“แต่…ป๊าอายนี่นา”

“ขนาดนี้จะอายอีกหรอ”

คิมหันต์ลูบมือป้วนเปี้ยนตามเนื้อสะโพกเนียนเฉียดไปมาผ่านช่องทางหลัง เมษาครางอื้ออีกครั้งที่คิมหันต์ก้มหน้าลงส่งปลายลิ้นละเลงเล่นบริเวณสีแดงสด คอแห้งเป็นผงเพราะเชิดหน้าสูงหลับตาครางนิ้วมือเรียวบางเอื้อมจิกคอเสื้อคนตรงหน้าจนยับยู่ยี่

“อ่ะ ฮ่ะ อย่าเลีย ค คิมหันต์ พอ!!! อย่าเลียตรงนั้น อ่ะ อย่า!!!”

“หว่า…พอก็ได้ เห้อ…”

กัดฟันคำรามยอมถอยตัวออกถอนหายใจ แต่ดันจัดการจ่อปลายนิ้วยาวแถวช่องทางร้อนซึ่งมันกำลังขมิบกระตุกและชุ่มน้ำ แผ่นหลังขาวเนียนของเมษาถูกับปลายส่วนหัวแกนกายใหญ่ที่ผงกหงึกหงักเพราะความเสียว ในเมื่อมีความต้องการมากขนาดนี้ทำไมถึงยังเลือกที่จะหยอกล้อฟอนเฟ้นเล่นกับบั้น****ท้ายอีกฝ่ายจนแทบช้ำ

------------------------------------------------

มาแล้ววววว ตอนนี้นิายนิ้วกลาง #ฟิคบ่วงรัก พระเอกนายเอกก็ตีกันจนปวดหัว #รักสุดท้ายนายเพื่อนสนิท กำลังดราม่าพระเอกนอกใจนายเอก เศร้าหนักมาก เรามาพักสมองกับ #รักสุดท้ายนายบ้านนอก2 ดีกว่า

​23.10.17

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว