ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

เป็นสนม?

ว่ากันว่าวังหลังแห่งนี้หากได้ก้าวขาเข้ามาแล้ว สิ่งเดียวที่ต้องทำให้ได้นั่นคือ ต้องเป็นสนมผู้ที่ฮ่องเต้โปรดปรานให้จงได้ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นสนมผู้ที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเป็นสนมของพระองค์เอง อีกทั้งยังเป็นของเล่นให้พวกตำหนักในรังแกจนตาย ดังเช่นเจ้าของร่างคนเก่านี้เป็นตัวอย่าง


ความเจ็บปวดแผ่ลามมาจากหัวเข่าทำให้ไพลินคิดได้ว่าตนไม่ได้กำลังฝัน นี่คือความจริงที่ว่าเธอเสียชีวิตไปแล้ว..แต่ก็ยังถือว่าตนนั้นยังมีบุญอยู่ไม่น้อยจึงได้จับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในร่างของซูชิงเยว่'นายสนม'ผู้ที่ซึ่งฮ่องเต้ไม่เคยเรียกหาสักครั้ง มีแค่ตำแหน่งฝ่ายในเล็กๆอย่างสนมหรงหวา เทียบกับชายงามหญิงงามซึ่งมีมากมายยิ่งนักในวังหลังแห่งนี้ ผู้ใดก็ตามที่มียศสูงกว่าซูชิงเยว่ ก็สามารถบดขยี้เธอได้ง่ายเพียงนิด อุตส่าห์ได้ชีวิตใหม่มาทั้งที'เจ้ลิน'คนนี้ จะปล่อยให้ตัวเองโดนรังแกแบบนี้ไปตลอดเหรอ หึ..ไม่มีทางซะหรอกอย่าคิดว่าเจ้คนนี้จะไม่เอาคืน


"พระสนม"


นางกำนัลข้างกายซูชิงเยว่เมื่อเห็นขบวนของสนมจางกุ้ยผิน และสนมจวงเต๋อผินจากไปแล้วจึงรีบพยุงนายของตนให้ลุกขึ้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ซีซีเป็นบ่าวที่อดีตของร่างนี้พามาจากบ้านด้วยพร้อมกับเหมยอี้ ก่อนเข้าวังสกุลซูได้เตรียมการให้ซูชิงเยว่เรียนรู้ขนบธรรมเนียมและอีกหลายสิ่งหลายอย่าง แม้ว่าบุตรของตนจะเข้ามาเพียงตำแหน่งหรงหวา(หรือพูดง่ายๆคืออันดับรองสุดท้ายนั่นแหละ) แต่เตรียมการแล้วอย่างไรเจ้าของร่างนี้เข้าวังมาเพียงแค่เดือนเดียวก็โดนสนมหญิงสนมชายคนอื่นๆที่มียศสูงกว่าลงโทษไม่เว้นวันด้วยเจ้าของร่างนี้นั้น ถึงแม้จะเป็นบุรุษ หากแต่มีรูปโฉมงดงามเกินชาย อีกทั้งยังมีรูปร่างแบบบางราวกับสตรีในห้องหอ แต่ก็ยังคงมีความคิดความอ่านเป็นบุรุษทำให้รู้ไม่เท่าทันสนมคนอื่นๆ จึงต้องจบชีวิตลงเช่นนี้อย่างไร


"กลับกันเถอะซีซี"


เห็นท่าทีของของสนมคนอื่นๆแล้ว ก็ยังพอโล่งใจไปได้บ้างว่าเหล่าสนมชายหญิงจะไม่หาเรื่องลงโทษซูชิงเยว่อีกในวันนี้ สิ่งที่เธอต้องทำหลังจากกลับตำหนักไปก็คือรักษาตัวเองให้ดี และเริ่มวางแผนชีวิตใหม่ของซูชิงเยว่เสียที 


ทันทีที่กลับถึงเรือนซูชิงเยว่รีบนั่งลงบนเก้าอี้ทันทีเพื่อให้ซีซีนวดเข่าที่ตอนนี้มีรอยช้ำจากการถูกสั่งให้ลงโทษคุกเข่าหน้าตำหนักมู่ตาน​ของฮองเฮา​ สนมเอกจางกุ้ยผินสองชั่วยาม และสนมชายจวงเต๋อผินหนึ่งชั่วยาม หากรวมของสนมเอกชายหม่าชิวอี๋ด้วย หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเธอคุกเข่าไปแล้วรวมถึงสี่ชั่วยามจากที่ช้ำเพียงเล็กน้อยก็กลายเป็นม่วงคล้ำจนน่ากลัว ถามว่าเจ็บมั้ย...เจ็บสิ แต่เจ้ลินคนนี้ทนได้สบายขนาดตกท่อตายยังไม่รู้ตัวเลย


"ซีซีข้าอยากกินแอปเปิ้ล พอจะมีเหลือหรือไม่"


ซูชิงเยว่เอ่ยถามถึงผลไม้เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน ด้วยความที่ย้อนอดีตกลับมาอยู่ในร่างสนมขั้นต่ำสุดริด คุณภาพชีวิตของเจ้าของร่างก็ต่ำไปด้วย กว่าห้องเครื่องจะส่งสำรับมาก็เลยเวลาอาหารไปนานมากแล้ว อาหารก็มีแค่กับข้าวสองอย่างน้ำแกงเย็นชืดหนึ่งถ้วยรสชาติหรือก็แค่พอกินได้ มันทำให้เจ้ลินผู้ซึ่งมาอาศัยร่างอยู่เริ่มเบื่ออาหารจึงคิดอยากจะกินแอปเปิ้ลแทนข้าว


"บ่าวเคยได้ยินว่าที่วังมีสวนผลไม้ป่า​หากพระสนมอยากทานผิงกั่ว บ่าวจะไปเก็บให้เจ้าค่ะ"


"เจ้าบอกว่าสวนผลไม้ป่าใช่หรือไม่ซีซี"ซูชิงเยว่ยิ้มกว้างหลังจากคิดได้ว่าตนจะมีกิจกรรมแก้เบื่อ "งั้นเรารอให้เหมยอี้กลับมาก่อน แล้วเราค่อยไปด้วยกันข้าจะไปด้วย"


"เจ้าค่ะพระสนม"


ด้านซีซีเห็นนายของตนยิ้มพอใจก็พลอยยิ้มไปด้วย อันที่จริงก็ผ่านมาได้หนึ่งสัปดาห์แล้วที่นายของนางแปลกไปทั้งคำพูดหรือท่าทางที่แสดงออก รวมถึงการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไปด้วย อย่าง"แอบเปิ่น"หรือผิงกั่วนั่นก็เหมือนกัน คุณชายน้อยบอกกับนางว่าเป็นภาษาต่างเมืองให้หัดพูดไว้เผื่อใช้ส่งสัณญาณลับ คิดแล้วก็พลอยให้สงสารคุณชายของนางที่ต้องเข้ามาถวายตัวเป็นสนม คนทั้งแคว้นจ้าวนี้มีใครไม่ทราบบ้างว่าใต้เท้าซูชิงเฉินมีบุตรชายสองคน คือซูชิงเยี่ยผุู้พี่มีหน้าตาหล่อเหลาสมชายชาตรี ผู้ปฏิเสธที่จะทำงานในราชสำนักตามรอยบิดาผู้เป็นถึงเสนาบดี แต่กลับผันตัวมาเป็นพ่อค้าใหญ่ และซูชิงเยว่ผู้เป็นน้องชายแต่กลับมีรูปโฉมงดงามเกินหญิง หากมองภายนอกไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นบุรุษ ทำให้บุตรชายของจวนต่างๆส่งแม่ซื้อมาทาบทามไม่ขาดสายแม้ว่าจะต้องแต่กับบุรุษด้วยกันก็ไม่สน สุดท้ายแล้วก็ต้องถอยไปทุกรายเพราะถูกซูชิงเฉิน ผู้หวงน้องชายยิ่งกว่าไข่ในหินไล่ตะเพิดให้ออกจากจวนหมดทุกคน ถึงขั้นติดป้ายประกาศหน้าจวนว่า"ไม่ต้อนรับแม่ซื้อ"


"บ่าวกลับมาแล้วเจ้าค่ะพระสนม"


"เรียบร้อยหรือไม่เหมยอี้"


ซูชิงเยว่เอ่ยปากถามทันทีเมื่อเห็นเหมยอี้มาถึงเรือน หลังจากที่เธอได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้เธอก็รู้ได้ในทันทีว่าสิ่งแรกที่เธอจะต้องมีก็คือ"กางเกงใน"เพราะด้วยความที่ชาติก่อนเธอเป็นผู้หญิงทำให้ไม่คุ้นกับร่างใหม่ของตนที่เป็นผู้ชาย จึงทำให้รู้สึกแปลกหากไม่ได้ใส่กางเกงในแล้วเดินโทงเทงไปทั่ววัง อีกอย่างเธอเกรงว่าตัวเองจะเป็นไส้เลื่อนนี่สิ


"นี่เจ้าค่ะพระสนม บ่าวเรียนคุณชายใหญ่เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ว่าพระสนมให้ตัดเผื่อสำหรับทั้งคุณชายใหญ่แล้วก็นายท่านด้วยเจ้าค่ะ คุณชายกับนายท่านบอกว่าคิดถึงคุณชายน้อยมาก หากมีปัญหาอันใดให้คนไปหาที่จวนเจ้าค่ะ"


"อืม ดีมากเหมยอี้"


"คุณชายใหญ่ยังฝากบอกอีกว่าใส่สบาย คล่องตัวดีด้วยเจ้าค่ะ"เหมยอี้ก้มรายงานด้วยใบหน้าขึ้นสี


ซูชิงเยว่ตอบก่อนจะรับกางเกงชั้นในมาสำรวจ เป็นกางเกงขาสั้นแค่คืบทำจากผ้ายืดสีขาวทั้งตัวนี่คือผลงานชิ้นแรกที่เธอเริ่มปฏิวัติตัวเอง โดยการให้เหมยอี้แอบไปนอกวังเพื่อติดต่อกับพี่ชายของร่างนี้ พร้อมแบบร่างสำหรับตัดเย็บกางเกงใน


"งั้นข้าขอไปเปลี่ยนชั้นใน ก่อนแล้วเราค่อยไปเก็บแอปเปิ้ลละกัน"ซูชิงเยว่เดินยิ้มกว้างเข้าเรือนไปอย่างอารมณ์ดีเพื่อเข้าไปเปลี่ยนกางเกงในใหม่ของตนเอง


ทางด้านซูชิงเยี่ยกับใต้เท้าซูชิงเฉินดีใจจนน้ำตาซึมด้วยความคิดถึง​ที่ซูเอ๋อร์ที่พวกตนรัก และทะนุถนอม​ยิ่งไข่ในหินติดต่อกลับมาหลังจากที่ซูชิงเยว่ได้รับราชโองการของฮ่องเต้ให้ถวายตัวเข้าเป็นสนมในวัง เนื่องจากใต้เท้าซูทำความดีความชอบครั้งใหญ่ให้ราชสำนัก ทำให้ซูชิงเฉินยื่นฎีกาขอลาออกจากตำแหน่งเสนาบดีหลังจากได้รับราชโองการที่ทำให้ดวงใจของบ้านต้องเข้าไปตกระกำลำบากในวังหลัง หากแต่โดนฮ่องตกปฏิเสธฎีกาทันที


"พระสนม แอบเปิ่นต้นนี้กำลังงาม ถ้าท่านโปรดให้บ่าวเก็บไว้ทำแอบเปิ่นแห้งด้วยดีหรือไม่เจ้าคะ"


"ข้าไม่ชอบกินของแห้งมันเพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีรสชาติ ไว้เดี๋ยวถ้าเรามีครัวข้าจะทำพายแอปเปิ้ลให้ชิมกัน โอ้ะนั่นๆมังคุดใช่หรือไม่ นั่นก็ลำไยข้าอยากกินๆ"


"พระสนม นั่นคือลูกหลงเหยี่ยน​กับลูกซานจู๋เจ้าค่ะ บ่าวเกรงว่าจะกินไม่ได้ทั้งคู่เจ้าค่ะ"ซีซีเมื่อเห็นว่านายของตนเอ่ยปากจะกินของที่คนทั่วไปไม่กินกันก็รีบเอ่ยห้าม 


"ได้สิทำไมจะไม่ได้ เชื่อข้าเถอะเรากินแล้วไม่ตาย"

คนชาตินี้ไม่รู้ซะแล้วว่านี่แหละของอร่อย ซูชิงเยว่รวบรั้งชายกระโปรงขึ้นมาเพื่อให้เดินสะดวก​ วันนี้เธอใส่ชุดขาวมีลายเมฆมงคลสีฟ้าอ่อนๆแซม แม้จะดูเหมาะสมกับบรรยากาศที่ดูแจ่มใส แต่ชุดยาวๆก็ทำให้เธอร้อนเดินไม่สะดวกนักในสวนแห่งนี้


กว่าสามนายบ่าวจะเก็บผลไม้เสร็จก็ปาเข้าไปครึ่งชั่วยามแล้ว ซีซีและเหมยอี้มองดูใบหน้านายของตนที่ตอนนี้แดงเรื่อเพราะโดนแดดทั้งมีเหงื่อไหลตามไรผม แต่มีรอยยิ้มและแววตาที่แสดงได้ชัดว่ามีความสุขยิ่งนักเมื่อได้ออกมานอกเรือน 


หากแต่ระหว่างเดินทางกลับเรือนหลันฮวาก็ได้เกิดลมแรงสายหนึ่งระหว่างทางซูชิงเยว่นึกถึงชาติที่แล้ว จึงทำท่าหมุนตัวสวยๆในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ทำไมในชาติก่อนนางเอกในหนังพวกนั้นทำแล้วดูสวย อ่อนโยน แต่พอเป็นเธอต้องมาโดนฝุ่นเข้าตาจนดูทุเรศเช่นนี้ แถมยังลืมตาไม่ขึ้นเพราะมันทั้งเจ็บแล้วแสบอีกต่างหาก


"ซีซีมาจูงมือข้าหน่อยเถอะฝุ่นเข้าตาข้าแล้ว"


"......."


"เหมยอี้ก็ได้"


"......"


เมื่อไม่มีใครขานรับเธอจึงต้องฝืนลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่งทั้งที่ยังแสบ เพื่อมองหาคนสนิททั้งสองของตนอย่างเสียไม่ได้ พอลืมตาได้เท่านั้นแหละก็เห็นซีซีกับเหมยอี้นั่งคุกเข่าอยู่หลังบุรุษผู้หนึ่งทำให้เธอรีบทรุดตัวคุกเข่าแทบจะทันที


"ถวายพระพรฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ"


อะไรที่ว่าเหล่าบรรดาสนมชายหญิงจะเปิดตัวอย่างอลังการในสวนดอกไม้สวยๆ ร่ายกลอนเพราะๆ แต่สำหรับซูชิงเยว่แล้วทั้งหมดล้มตั้งแต่ยังไม่เริ่ม สภาพเธอตอนนี้คงตลกน่าดูชม


"ลุกขึ้น เจ้าคือ..."


อาจเป็นเพราะสนมชายสนมหญิงในวังหลังมีมากเกินไปกระมัง หรือเพราะฮ่องเต้ไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน จากความจำแล้วนี่คงเป็น จ้าวจื่อเว่ยฮ่องเต้แคว้นจ้าวผู้มีพระชนมายุเพียง 27 ชันษา รูปร่างหน้าตาสอดคล้องกับพระเอกนิยายรักแนวตบจูบ แนวมาเฟีย ยังมีอีกข้อที่เธอยังไม่ได้พิสูจน์ว่าจะตรงกับพระเอกนิยายหรือไม่นั้นก็คือ "กระบี่" ว่ากระบี่ของฮ่องเต้จะใหญ่สมกับเป็นพระเอกนิยายด้วยหรือไม่ แต่ถึงขั้นสนมชายหญิงฝ่ายในแย่งชิงกันดุเดือดขนาดนี้น่าจะเป็น "กระบี่น้ำดี" ทีเดียว


"ทูลฝ่าบาท กระหม่อมคือสนมซูหรงหวาแห่งเรือนหลันฮวาพ่ะย่ะค่ะ" ตอบไปพร้อมกับกระพริบตาถี่ๆไปด้วยเพราะระคายเคือง


ตอนนี้เจ้าจื่อเว่ยคิดได้แล้วว่านายสนมตรงหน้าที่แท้ ก็เป็นบุตรชายคนเล็กของเสนาบดีซูที่เขาสั่งให้ประกาศราชโองการให้เข้ามาถวายตัวเพราะความดีความชอบของบิดานี่เอง ตอนแรกคิดว่าเป็นบุรุษจึงไม่ได้สนใจนักเพราะคิดว่าน่าจะจืดจางเหมือนนายสนมส่วนใหญ่วันนี้เจอครั้งแรกก็ดูไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด


"พานายของเจ้ากลับเรือนไปดูแลให้ดี"


ฮ่องเต้ยื่นมือมาเช็ดเหงื่อที่ไรผมให้ซูชิงเยว่ เอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยนขึ้นกว่าคราแรก ดูเหมือนไม่ได้รังเกียจซูชิงเยว่ที่เป็นผู้ชายสักเท่าไรนักอย่างน้อยเธอก็ยังมีโอกาสถีบตัวเองให้ขึ้นไป


แต่ถ้าหากว่าฮ่องเต้รังเกียจเธอก็คงเป็นสมองไม่ดีแล้วล่ะ ก็ซูชิงเยว่ในร่างนี้น่ะรูปร่างหน้าตาเหมือนเธอในชาติก่อนยังกับแกะต่างแค่หน้าอกกับ'ตรงนั้น' เธอในชาติก่อนนี่สวยน้อยที่ไหนล่ะยะ!

*** ***

โปรดติดตามตอนต่อไป​

__________________________________________________________________________________________________     

- ฝากซูเอ๋อร์ไว้ในเสี้ยวใจของผู้อ่านด้วยค่า

- หากพบเห็นคำผิดตักเตือนกันได้เน้อ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น