facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15 ออพติมัส ไพร์ม (ในคราบหมา) (100%)

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 ออพติมัส ไพร์ม (ในคราบหมา) (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2560 18:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 ออพติมัส ไพร์ม (ในคราบหมา) (100%)
แบบอักษร

“ฉันน่าจะรู้จักรอสส์มันดี” มหาเศรษฐีแห่งรัสเซียสบถเมื่อรู้ตัวว่าเสียรู้เพื่อน เขาน่าจะรู้จักนิสัยรอสส์ดีว่าเจ้าหมอนี่ลื่นเสียยิ่งกว่าน้ำมันในโรงงานของเขาอีก ที่บินไปโรมทุกสัปดาห์ใช่ว่าจะคิดถึงเพื่อนหรืออย่างไร แต่ที่แท้กลับติดหญิง


“แต่เอซ...ที่ฉันโทร. หาแกไม่ได้จะมาเล่าถึงความตอแหลของรอสส์มัน” นิคาโอเปลี่ยนเรื่อง เพราะหากยังคุยเรื่องรอสส์ต่อไปเขาคงไม่ได้คุยธุระตัวเองเสียที แถมยังลดเวลาที่เขาจะได้อยู่ใกล้แม่กระต่ายน้อยลงไปอีกต่างหาก


“อ้อ...ว่าธุระของแกมานิค” ชายหนุ่มเปิดทาง


“ฉันวานแกส่งลูกฉันกลับบ้านที”


“แต่ดูท่ามันจะยังไม่อยากกลับเสียเท่าไหร่”


เฮอร์คิวลีสมองไปที่ลูกชายเพื่อน ซึ่งเป็นหมาหนุ่มพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี ตัวใหญ่ขนสีเทาที่กำลังนอนอ้อน ‘ฮันน่า’ หมาสาวพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี ขนสีน้ำตาลอย่างน่าหมั่นไส้


ฮันน่าเป็นหมาเพศเมียวัยเจริญพันธุ์ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยพาบินไปเที่ยวอิตาลี จนฮันน่าได้พบกับออพติมัส ไพร์ม หมาหนุ่มวัยคึกคะนองของนิคาโอที่หวงพ่อเสียยิ่งกว่าอะไร


เพียงทั้งสองได้พบหน้ากันก็เกิดอาการโลกเป็นสีชมพูซะงั้น จนวันที่เขาจะกลับรัสเซียเจ้าไพร์มก็มีอาการประท้วงโดยการอดอาหาร นิคาโอจึงยอมให้ลูกรักบินตามสาวมาด้วย


“ถ้ามันจะติดสาวมากกว่าพ่อก็บอกให้มันไม่ต้องกลับบ้านอีก” นิคาโอพูดเสียงขู่ เพราะรู้ว่าเพื่อนเปิดสปีกเกอร์โฟน และแน่นอนว่าเจ้าลูกรักย่อมได้ยินด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ผิดไปจากที่คิด ได้ยินเสียงตอบกลับมาเป็นเสียงหอน


“ฮ่าๆ ถ้าแกได้เห็นหน้ามันตอนนี้” เฮอร์คิวลีสบอกไปอย่างขบขัน เพราะหน้าไพร์มตอนนี้เรียกว่า ‘หมาหงอย’ เลยยังได้


“สมน้ำหน้า” หลังจากพูดจบก็ได้ยินเสียงหอนตอบกลับมาอย่างน่าสงสาร ทว่านิคาโอไม่คิดปลอบ เพราะรู้นิสัยหมาเจ้ามารยาของตัวเองดี


เมื่อพูดถึงไพร์มก็ทำให้นึกถึงเด็กหนุ่มที่มีนิสัยไม่ต่างกัน เจ้ามารยาเหมือนกันไม่มีผิด ที่สำคัญต่างฝ่ายก็ต่างหวงเขายิ่งกว่าอะไร ถ้าอยู่ด้วยกันคงสนุกพิลึก


“ต้องการด่วนรึเปล่า” เฮอร์คิวลีสถามขึ้น เมื่อเห็นหน้าตาน่าสงสารของเจ้าไซบีเรียนฮัสกี ก่อนที่มันจะอดข้าวประท้วงอีกเหมือนคราวที่แล้วยามเมื่อถูกขัดใจหรือทำร้ายจิตใจ


“เท่าที่ความสามารถของแกจะทำได้”


“แกเตรียมรับขวัญลูกชายกลับบ้านได้เลยนิค”


หลังจากนั้นสองหนุ่มพูดคุยกันอีกไม่กี่ประโยคก็วางสาย ก่อนนิคาโอจะรีบออกไปหาแม่กระต่ายน้อยที่นั่งกินข้าวรออยู่นอกห้องอย่างไม่ให้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว




เวลา 05:30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของอิตาลี อากาศยามเช้าตรู่สดชื่น ซึ่งนี่เป็นเวลาพักผ่อนของใครหลายๆ คน และหนึ่งในนั้นคือเด็กหนุ่มลูกครึ่งหน้าใสที่มาจากประเทศไทย ซึ่งกำลังนอนหลับสบายอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาบนเตียงของบิดาที่เขาใช้หลับนอนมาหลายวันแล้ว


วันนี้มีบางอย่างแตกต่างไปจากเดิม เด็กหนุ่มรู้สึกว่าผ้าห่มผืนใหญ่ที่ตนห่มอยู่ทั้งคืนอันตรธานไป เขาต้องสัมผัสความเหน็บหนาวจากอากาศเย็นอุณหภูมิสิบองศา แม้ฮีตเตอร์จะเปิดอยู่ก็ตาม


“อื้อ...หนาวจัง” เด็กหนุ่มครางออกมาตามความรู้สึก พร้อมกับขดตัวเพิ่มความอบอุ่นให้ตัวเอง ก่อนจะรู้สึกขนลุกชันเมื่อสัมผัสบางสิ่งที่ให้ความรู้สึกลื่นๆ เย็นๆ แถมยังเปียกชื้นทั่วใบหน้าและลำคอ


“ไมเคิล อย่าแกล้งกันสิฮะ” ซีโน่พูดทั้งที่ยังหลับตาอยู่ เมื่อคิดว่าสิ่งที่ตนกำลังเป็นและรู้สึกอยู่ตอนนี้เกิดจากฝีมือของไมเคิล มือซ้ายของบิดาที่มักจะชอบเข้ามาแกล้งตนยามเช้าอยู่บ่อยครั้ง


ทว่านานเข้าก็ชักจะไม่เข้าท่า เขาเริ่มรู้สึกเจ็บจุกเหมือนมีอะไรทับอยู่บนตัว ซึ่งสิ่งนั้นมันย่อมใหญ่และหนักเอาการทีเดียว จนถึงขั้นทำให้ขยับตัวไม่ได้ และเมื่อลืมตาขึ้นมาดูด้วยความสงสัย


“อ๊ากกก!” ซีโน่ร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีตัวใหญ่นอนทับตัวเขาอยู่ ซึ่งเจ้าตัวต้นเหตุก็ดูจะตกใจไม่แพ้กันกันเมื่อได้ยินเสียงร้องลั่นห้องของเด็กหนุ่ม จึงรีบลุกหนีลงจากเตียงทันที


“แกเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง เจ้าหมาบ้า” คนตกใจรีบตะโกนถามลั่นห้องพร้อมกับด่าทิ้งท้ายอย่างกับอีกฝ่ายจะฟังเข้าใจ


“แฮ่ๆ” เจ้าออพติมัส ไพร์มไม่เห่าหรือหอน ทว่ากลับแยกเขี้ยวขู่ใส่เมื่อเจอคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในห้องพ่อตน ทั้งที่คราแรกคิดว่าเป็นนิคาโอที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนนั้น มันจึงเข้าไปคลอเคลีย ทว่าพอได้ยินเสียงจึงรู้ได้ทันทีว่าตนเข้าใจผิด เพราะกลิ่นกายเด็กหนุ่มนั้นช่างเหมือนพ่อของตนเหลือเกิน


“กะ...แกจะทำอะไรฉัน”


ซีโน่ถามเจ้าหมายักษ์อย่างหวาดกลัวเมื่อเห็นท่าทีแยกเขี้ยวขู่ของมัน จึงหยิบหมอนขึ้นมากอดไว้เป็นที่ยึด หากมันกระโจนเข้ามายังพอป้องกันตัวเองได้ในระดับหนึ่ง


ทว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มทำกลับยิ่งทำให้เจ้าออพติมัส ไพร์มโกรธเข้าไปใหญ่ ที่เจ้าคนแปลกหน้าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับของของพ่อมัน


“แฮ่ๆ แฮ่ๆ”


“อย่าเข้ามานะไอ้หมาบ้า” ซีโน่ร้องห้ามเมื่อเห็นเจ้าไซบีเรียนฮัสกีตัวอวบอ้วนย่างสุมเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางเอาเรื่อง ก่อนจะกระโจนเข้าใส่อย่างรวดเร็ว


“อ๊ากกก! ปล่อยนะ! ปล่อย...ย...!!!” เด็กหนุ่มตะโกนลั่นห้องเมื่อคิดว่าตนเองกำลังโดนเจ้าหมายักษ์ขย้ำ


“ออพติมัส ไพร์ม! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”


เสียงประกาศกร้าวที่ดังขึ้นหน้าประตูทำให้เจ้าของชื่อหยุดทำการ ‘แย่งหมอน’ กับเด็กหนุ่มลูกครึ่ง ทว่าอาการแสดงความเป็นอริก็ยังไม่เสื่อมคลาย


“ลุง ช่วยผมด้วย” ซีโน่อ้อนวอนอย่างน่าสงสาร เพราะตกใจพฤติกรรมก้าวร้าวของเจ้าหมายักษ์ที่มีชื่อเหมือนผู้นำหุ่นยนต์ฝ่ายออโต้บ็อทส์ ที่ช่วยปกป้องมนุษย์จากพวกดีเซปติคอนส์ ซึ่งเป็นตัวละครจากหนังดังเรื่อง ทรานส์ฟอร์เมอร์ส ทว่าไอ้หมาเกเรตัวนี้มันควรชื่อกัลวาทรอนมากกว่าออพติมัส ไพร์มที่เขาชอบมาก


“มันไม่ทำร้ายนายน้อยหรอกครับ” ไมเคิลบอกอย่างขบขัน


คราแรกที่ได้ยินเสียงเด็กหนุ่มลูกครึ่งที่ใช้ชีวิตมาด้วยกันหลายวัน เขาก็ตกใจแทบแย่ เพราะคิดว่าเด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในอันตราย พอเปิดประตูเข้ามาก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ เมื่อเจอเจ้าออพติมัสที่ติดหญิงหนีเที่ยวไปรัสเซียกำลังขึ้นคร่อมเจ้าของห้อง จึงตะโกนปรามให้หยุดการกระทำนั้นเสีย


ทว่าพอมองดีๆ แล้วกลับอยากหัวเราะ เพราะสิ่งที่เจ้าออพติมัสกำลังทำคือแย่งหมอนกับเด็กหนุ่มลูกครึ่ง ซึ่งหมอนใบนั้นเป็นของนิคาโอ แน่นอนว่าหมาหวงเจ้านายอย่างมันย่อมหวงของที่เป็นของเจ้านายมันเช่นกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งหมอนที่แย่งกันกับซีโน่จนขาดวิ่น


แถมคนตกใจที่เจอกิริยาก้าวร้าวของเจ้าหมายักษ์ก็ทำหน้าตาน่าสงสาร แม้เจ้าออพติมัสจะหวงนิคาโออย่างไร ทว่าก็ไม่มีนิสัยดุร้าย จึงหายห่วงที่มันจะทำร้าย ‘คนสำคัญ’ ของเจ้านาย แต่ที่น่าแปลกคือเจ้าไซบีเรียนฮัสกีมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เว้นเสียแต่ว่าพ่อมันสั่งให้มา ไม่เช่นนั้นมันคงไม่ยอมทิ้งหญิงมาแน่


“แต่มันขู่ผม” เด็กหนุ่มฟ้อง และดูเหมือนว่าเจ้าตัวที่โดนพาดพิงจะเข้าใจ จึงแยกเขี้ยวขู่ไปอีกครั้ง คนโดนขู่ก็มิวายกล่าวสำทับไปอีกครา


“ลุงเห็นไหมๆ มันขู่ผมอีกแล้ว อย่ามามองหน้านะเจ้าหมาบ้า” ประโยคหลังเด็กหนุ่มหันไปต่อว่าเจ้าหมายักษ์ที่มองหน้าตนอย่างไม่พอใจ “คิดว่าฉันกลัวแกรึไง แกคิดผิดแล้วไอ้กัลวาทรอน”


“เฮ้อ...” ไมเคิลถอนหายใจอย่างหนักอก มองหนึ่งคนกับหนึ่งตัวที่นั่งเถียงกันอย่างกับคุยกันรู้เรื่อง เมื่อหนึ่งคนด่ามา อีกหนึ่งตัวก็เห่าก็หอนตอบอย่างไม่มีใครยอมใคร แถมนิสัยยังเหมือนกันทั้งคนทั้งหมา


“ดีนะที่มีแค่ออพติมัส ไพร์ม ไม่มีตัวอื่นตามมาด้วย” ซีโน่พูดอย่างประชดประชัน


“ใครว่าไม่มีล่ะครับ”


​=========================================================================


"คุณพ่อมาเฟีย...ที่รัก" ในงานหนังสือมีวางจำหน่านะคะ 

ลด 15% ที่บูทสถาพรบุ๊ค B04 ค่า

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว