ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ภีม x ทิวา ตอนที่ 1 You're so Sweet ( 100% )

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ภีม x ทิวา ตอนที่ 1 You're so Sweet ( 100% )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 40.1k

ความคิดเห็น : 83

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.พ. 2558 21:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ภีม x ทิวา ตอนที่ 1 You're so Sweet ( 100% )
แบบอักษร

 

 

" ร้อนรักอันตราย " ภีม X ทิวา ตอนที่ 1 You're So Sweet 

 

 

                  เสียงเพลงดังก้องกระหึ่มเร้าใจ ทุกคนกำลังดิ้นวาดลวดลายกันอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช  ภีมนั่งทิ้งขาห้อยเก้าอี้ทรงสูงเท้าแขนเอนหลังพิงเคาท์เตอร์บาร์ ตามองฟลอร์ที่เต็มไปด้วยวันรุ่นทั้งหญิงแท้และชายเทียมดูหลากหลาย แถมเสียงเพลงของที่นี่ดังแสบแก้วหูดีพิลึก แต่แบบนี้มันเร้าใจแถมเรียกเงินวัยรุ่นที่ต้องการมันส์สุดเหวี่ยงได้ดีกว่า

 

                   " ไงไอ้เสือ ไหงวันนี้โผล่มาได้วะ?" พร้อมกับที่มือหนักๆตบลงบนไหล่กว้าง ภีมหันไปยิ้มให้วิชิตเพื่อนรุ่นเดียวกัน

 

                    " ร้านลื้อใช้ได้นี่หว่า วัยรุ่นเยอะแถมดีเจเปิดเพลงมันส์ " ภีมพยักเพยิดไปที่ดีเจวัยรุ่นชายที่โยกย้ายส่ายตัวดิ้นราวกับใส้เดือนถูกเสียมแต่มันกลับเข้าจังหวะดูเพลิน แถมมีพูดคั่นจังหวะเพลงด้วยเสียงเพราะๆ แถมมุขติดตลกกัดๆ เรียกเสียงฮาได้ตรึม

 

                     "  ดีใจที่ลื้อแวะมาว่ะ อั้วโทรชวนตั้งแต่วันเปิดร้านไม่เห็นโผล่ " วิชิตแซว ตายิงมองไปทั่วฟลอร์ที่วัยรุ่นเต้นกันยุบยับมันส์กันสุดเหวี่ยง 

 

                     " คนมันยุ่งนี่หว่า ทำไงได้วะ? " เสียงดนตรีที่ดังสนั่นแก้วหูทำให้ต้องตะโกนใส่กันยังกับอยู่ในป่า 

 

                     " สนใจก็เกี่ยวไปได้เลยนะเว้ย รับรองไม่มีปัญหา " วิชิตแซวยิ้มๆ เมื่อเห็นภีมมองนิ่งไปที่สาวสวยที่ปรายตาส่งยิ้มให้

 

                      " แบบนี้อั้วไม่ชอบว่ะ ไม่เร้าใจ " ภีมตอบพร้อมกับยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นจิบ หมุนเก้าอี้เข้าหาเคาเตอร์บาร์หันไปมองวิชิต เพื่อนลูกครึ่งพ่อจีนแม่ไทยที่เรียนมาด้วยกัน ตั้งแต่รู้จักกันวันแรกหมอนี่ก็อั้วก็ลื้อตลอดจนภีมติดปากพูดตาม

 

                       ภีมมองนาฬิกาตามความเคยชิน ก่อนจะนึกขึ้นได้ เออ!ลืมไป ไม่ต้องไปทำงานแล้วนี่หว่า ไม่ต้องรีบตื่นไม่ต้องรีบกลับ เฮ้อ!  ความรู้สึกอิสระนี่มันช่างวิเศษจริงๆ พลางยิ้มนิดๆยกแก้วขึ้นจิบ นั่งคุยกับวิชิตถึงสารทุกข์สุขดิบสัพเพเหระ จนเวลาผ่านไปเกือบๆตีหนึ่ง

 

                      " เดี๋ยวอั้วไปห้องน้ำแป๊บ " ตบไหล่บอกวิชิตแล้วก็เดินเลี่ยงเดินหลบกลุ่มวัยรุ่นบ้าพลัง ดิ้นกันมันส์ไม่พักไม่ผ่อน ร่างสูงกำลังจะเดินเข้าประตูฝั่งห้องน้ำชาย ไหล่กว้างก็กระแทกโครมเข้ากับใครบางคนที่กำลังจะเดินเข้าประตูเต็มแรง 

 

                      " โอ๊ย! " คนตัวเล็กกว่าเซหัวคะมำ ภีมมองเห็นผมเปียสีดำสนิทยาวจนเกือบถึงกลางหลัง วงแขนกว้างเกี่ยวเอวบางไว้ทันก่อนที่ร่างขาวๆจะลงไปกลิ้งพื้น

 

                     " ขอโทษครับ เจ็บหรือปล่าว? " ภีมถามอย่างรู้สึกผิด รู้สึกเจ็บที่หัวไหล่จี๊ดๆเพราะชนเข้าเต็มแรง กำลังจะถามอีกว่าเป็นอะไรมากมั้ย? ก็ต้องชะงักคำพูดกระพริบตา เกือบจะอ้าปากค้าง เมื่อตาคมเห็นใบหน้าขาวแหงนมองมาในวงแขนเกี่ยวเอวเล็กไว้แน่นอย่างลืมตัว

 

                    " เฮ้ย! ปล่อยซักทีสิวะ กอดไว้อยู่ได้" เสียงที่เปร่งออกมาจากปากแดงเรือทำให้ภีมกระพริบตา ก่อนจะนึกขึ้นได้ ค่อยๆคลายแขนออกช้าๆ

 

                     ทิวายกมือขึ้นปัดไหล่ปัดอกเสื้อตัวเอง กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำ ก็ต้องชะงักกึก เหลือบตามองมือใหญ่ๆที่บังอาจมากุมไหล่ตัวเองไว้แน่น " อะไรอีกล่ะโว้ย? " คนตัวเล็กชักโมโห 

 

                  " น้องครับทางนั้นมันห้องน้ำผู้ชาย " เสียงทุ้มบอกอย่างหวังดี แต่หารู้ไม่ว่ามันทำให้อีกคนหันขวับมาเดือดเลือดขึ้นหน้า 

 

                  " ไอ้บ้า!..ก็กูผู้ชาย " เสียงหวานตวาดออกมา บวกกับท่าถลกแขนเสื้อไม่ยอมคนทำให้ภีมแน่ใจ ทีแรกยังแค่ลังเลเพราะผู้ชายที่ไหนจะไว้ผมซะยาวแถมเปียไว้เรียบร้อยขนาดนี้

 

                  " อ่าวเหรอ? " คนตัวสูงถามกลับยิ้มๆ มองผมเปียที่ฮึดฮัดเดินเข้าห้องน้ำก่อนจะก้าวตามไปติดๆ

 

                  ทิวาเห็นไอ้หน้าหล่อเดินเข้ามาใกล้ๆแถมกิริยาเหลือบตามองมาทำเอาหมดอารมณ์ฉี่ หันหลังเดินเข้าห้องน้ำปิดประตูโครมสนั่น ทำเอาภีมยิ้มบางๆ มันส์ดีว่ะ! 

 

                 ภีมรีบจัดการทำธุระแล้วออกมาหลบมุมรอข้างนอก สักพักก็เห็นคนตัวบางเดินหลบคนนั้นคนนี้แทรกตัวเข้าไปหากลุ่มเพื่อนร่วมโต๊ะ ที่มีทั้งหญิงทั้งชายกลุ่มใหญ่  อื้อ! แต่งตัวดีนี่หว่า บางคนใส่สูทซะด้วย ดูแล้วเหมือนกลุ่มเพื่อนร่วมงาน ที่พากันมาสังสรรมากกว่าจะเป็นเด็กใจแตกที่ชอบเที่ยวกลางคืน

 

                 ภีมเลิกคิ้วนิดๆเมื่อเห็นคนตัวเล็กยกกระเป๋าสะพายข้าง โบกมือลาคนนั้นคนนี้ ก่อนจะเดินหลบแทรกผู้คนออกไปหาประตู 

 

                  " เฮ้ยไอ้เกลอ อั้วกลับก่อนนะ นึกได้ว่ามีธุระว่ะ" ภีมตบไหล่บอกวิชิต

 

                  " ไอ้เสือ!..ลื้ออย่ามาฟอร์ม ตกปลาได้แล้วจะไปต่ออะดิ๊?" 

 

                  " ไม่ใช่โว้ย ไปก่อนไว้อั้วจะมาใหม่ " 

 

                   " เออ! เออ! " วิชิตมองตามหลังภีมที่รีบแทรกคนนั้นคนนี้เดินหายออกประตูไป

 

                  ภีมรีบวิ่งออกประตูมองซ้ายมองขวา " หายไปไหนแล้วหว่า ไวจริงๆ " ตาคมมองไปทั่วเหลียวทั้งซ้าย เหลียวทั้งขวา จนภีมถอดใจเพราะมองยังไงก็ไม่เห็น กำลังจะเดินไปหาแลมโบที่จอดทิ้งไว้ ตาก็พลันเห็นคนตัวเล็กเลี้ยวหัวมุมถนนฝั่งตรงข้ามลิบๆ

 

                   ภีมยิ้มกว้าง หันกลับไปมองแลมโบ รอที่นี่นะเพื่อน เดี๋ยวมา! ก่อนจะรีบวิ่งข้ามถนน 

 

                 " ผัดไทยจานนึงพี่ " ร่างบางในเสื้อยืดสีดำสกรีนหน้าอกลายเวียนหัว กางเกงยีนส์ง่ายๆ กับรองเท้าผ้าใบนั่งเท้าคางรอผัดไทยที่สั่ง  ภีมยิ้มบางๆก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปหาร้านผัดไทยที่ตั้งขายชั่วคราวริมทาง 

 

                  " ของผมจานนึง " เสียงทุ้มที่เอ่ยสั่งพ่อค้าทำให้ทิวาที่กำลังเท้าคางมองรถที่กำลังวิ่งสวนกันไปมาเพลินๆ ชะงักหันไปมอง ก่อนจะหดมือลงอย่างงงๆมองไอ้หน้าหล่อเมื่อกี้ที่บังอาจเสนอหน้าเข้ามานั่งร่วมโต๊ะแบบไม่ได้รับเชิญ พลางหันไปมองรอบตัว โต๊ะอื่นว่างตั้งเยอะตั้งแยะทำไมไม่ไปหานั่งวะ?

 

                 " ไอ้ทิผัดไทยได้แล้วเว้ย " เสียงพี่คนขายตะโกนเรียก คนตัวเล็กขยับลุกไปรับจานผัดไทย แต่พอหันกลับก็ชะงักกึก เมื่อเห็นไอ้หน้าหล่อมองตามไม่วางตา  ทิวาเปลี่ยนใจมองหาโต๊ะตัวอื่นที่อยู่อีกฟากนึงของร้านแทน นั่งหันหลังให้ซะเลย จัดการปรุงผัดไทยตักพริกบีบมะนาวชงผัดไทยร้อนๆกะจะอร่อยเต็มที่ กำลังจะคีบเข้าปากอยู่แล้ว โจทย์เดิมก็มาลากเก้าอี้ออกแล้วนั่งแหมะร่วมโต๊ะอีก เล่นเอาฉุน

 

                " มีอะไร?..จะตามมาหาเรื่องกันใช่มั้ย?..ได้เลยพวก! " คนตัวเล็กวางตะเกียบลุกขึ้นถลกแขนเสื้อพลางขยับกระเป๋าสะพายให้ถนัด แล้วตั้งกาดเล่นเอาภีมยกมือห้ามแทบไม่ทัน

 

                " โว้ว!..โว้ว!..โว้ว!..เย็นไว้พวก เย็นไว้ ผมไม่ได้มาหาเรื่อง!..."

 

              " ไม่ได้มาหาเรื่องแล้วมาทำแบบนี้ทำไมวะ? ไม่ได้รู้จักกัน ไม่เคยเห็นหน้า หรือมีปัญหา?..มีปัญหาก็ไปหาตำรวจโน่น.." เสียงหวานรัวใส่จนภีมตามไม่ทัน 

 

               แล้วพอรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตามมาหาเรื่อง ก็ไม่สนใจละ คนตัวเล็กกว่าจึงนั่งลงจัดการคีบผัดไทยใส่ปากเคี้ยว

 

                " นายชื่ออะไร " ภีมถามคนตรงหน้าที่ก้มหน้าก้มตามองแต่ผัดไทย

 

                เฮ๊อะ! ยังมีหน้ามาถามชื่ออีก เรื่องอะไรจะบอก ทิวาคิดพลางเคี้ยวผัดไทยไม่ตอบไม่มองไม่สนใจไอ้หน้าหล่อที่อุตส่าลุกหนีมาแล้วแท้ๆยังจะตามมาเสนอหน้านั่งร่วมโต๊ะอีกเป็นครั้งที่สอง

 

                 " ไอ้ทิ..วันนี้เองไม่สั่งผัดไทยไปฝากแม่เหรอ? " เสียงพี่พ่อค้าลอยมาอีกทำเอาทิวาหลับตา ฮืม!..ก็อุตส่าจะไม่เอ่ยชื่อ..ก่อนจะหันขวับ 

 

                 " เอาพี่ สองห่อ" ตะโกนกลับไปแล้วหันกลับมาคีบผัดไทยใส่ปาก หางตาเห็นแว๊บๆไอ้หน้าหล่อมันยิ้มทำไมวะ?

 

                "  ทิ ชื่อทิเหรอ?" ภีมถาม มองผมยาวดำขลับที่เปียไว้ตกป้ายมาบนไหล่ข้างนึงดูแปลกตาน่าสนใจ

 

                 ทิวาไม่ตอบ ก้มหน้าก้มตาจัดการผัดไทยบวกสงสัยนิดๆว่าวันนี้ทำไมมันได้เยอะจังหว่า? ทุกทีกินไม่กี่คำก็หมดจาน แต่วันนี้จนจะอิ่มอยู่แล้วยังไม่หมดซักที ฮื้ย! แถมไอ้บ้านี่มันยังไงของมันวะ หงุดหงิดตั้งแต่เจอกันหน้าห้องน้ำเมื่อกี้แล้ว ยังจะตามมาให้หงุดหงิดต่อถึงที่นี่อีก ถ้าเป็นผู้หญิงหน่อยก็จะปลื้มอยู่หรอกนะที่มีผู้ชายหน้าตาดีแถมสูงสมาร์ทวิ่งตามมาแบบนี้ แต่นี่กูเป็นผู้ชายนะเว้ย ห๊ะ?.. หรือว่า? ไอ้บ้านี่คิดว่ากูเป็นผู้หญิง!? 

 

                 " ได้แล้วเน้อ ผัดไทยสองห่อ " เสียงพ่อค้าลอยมาอีก งั้นรีบเผ่นเถอะ.. " เอ้าพี่ตังค์ แล้วนี่ติปค่าฝากมอไซค์ "

 

                "เฮ้ยติปไม่ต้อง คนกันเอง ฝากคิดถึงแม่เองด้วยล่ะ" 

 

               " ได้เลยพี่จะบอกให้ ...งั้นไปละนะ" ว่าแล้วก็เดินไปนั่งคล่อมมอไซค์สตาร์ทเครื่อง กำลังจะออกตัวอยู่แล้วก็ต้องเหยียบเบลคจนหัวทิ่ม หน้าร้อนวาบแถมฉุนกึกหันขวับไปมองไอ้หน้าหล่อที่บังอาจเสนอหน้ามานั่งซ้อนท้ายทั้งๆที่ยังไม่ได้เอ่ยชวนซักคำ เท่านั้นยังไม่พอ

 

               " เฮ้ย! ปล่อยซิวะ" คนตัวเล็กโมโห สะบัดตัวจากวงแขนที่บังอาจสะเออะมากอดเอวบางไว้ซะแน่น มันจะมากไปแล้ว! จะเอายังไงวะ? ไอ้นี่มันคงว่างมากจนอยากมีเรื่องใช่มั้ย! คนตัวเล็กเดือดปุดๆ เอาขาตั้งมอไซค์ลง

 

                  " มีอะไรอีกวะ! จะเอายังไง?...ห๊ะ!?....จะไปไหนก็ไปสิตามอยู่ได้!" 

 

                   "ไปด้วยสิ" ภีมยิ้มให้

 

                   " หา?" ทิวากุมขมับ ปวดหัวกับไอ้หน้าหล่อแปลกหน้านี่จริงๆไล่แล้วก็ยังเฉยแถมยิ้มกลับมาให้อีกตังหาก หรือว่าสติไม่ดี? หรือความจำเสื่อม? หรือไม่สบาย? หน้าตาแบบนี้! แต่งตัวแบบนี้ ไม่น่าจะใช่คนที่หนีออกจากโรงบาลบ้ามาหรอกนะ? พลางยืนมองร่างสูงที่นั่งคล่อมมอไซค์ไว้ท่าทางอยากไปด้วยจริงๆ 

 

                  " เอางี้นะ นายมีตังค์มั้ย ตังค์น่ะ เอานี่ฉันให้ เอาไปแล้วเรียกแท็กซี่อยากไปไหนก็บอกเขานะ แท็กซี่จะได้ไปส่ง" มือเล็กๆควักตังค์ส่งให้ ภีมมองแล้วส่ายหน้า บอกในใจไม่อยากได้ตังค์ฉันอยากไปกับนายน่ะแหละ น่าสนุกกว่า

 

                  " เฮ้ยเอาให้..เอาไปซี่ จะได้กลับบ้านกลับช่อง เดี๋ยวแม่นายเป็นห่วงนะ " ไอ้หน้าหล่อส่ายหน้าอีก เล่นเอาทิวาจนปัญญา แล้วไอ้ท่าทางเอ๋อๆไม่เป็นพิษไม่เป็นภัยนี่ก็อีกนะ ดูแล้วเหมือนเด็กหลงทาง ทั้งๆที่ตัวโตจนต้องแหงนมองคอตั้งบ่าขนาดนี้

 

                 " งั้น..บอกมาซินายกำลังจะไปไหน?...ถ้าไม่ไกลมากเดี๋ยวเอามอไซค์ไปส่งให้ " คนตัวเล็กบอกอย่างใจดี ไอ้นี่ท่าทางจะสมองเลอะเลือน

 

                " ไม่รู้จะไปไหน " ภีมตอบอย่างที่คิดเพราะไม่รู้จะไปไหนจริงๆ

 

                " หา? แล้วบ้านล่ะ? บ้านนายอยู่ที่ไหน? " ทิวาถามอย่างใจเย็นสงสารตัวเองเหลือเกิน เหมือนพนักงานสถานสงเคราะห์ไม่มีผิด 

 

                " บ้านโดนยึดไปแล้ว " ภีมบอกแล้วหน้าเศร้า พร้อมกับต่อให้ในใจ โดนอาวิยึดบ้านไปเรียบร้อย 

 

                " แล้ววันนี้นายจะนอนที่ไหนล่ะ มีที่อยู่มั้ย?ฉันจะได้ไปส่งถูก"

 

                " ยังไม่มี ไม่รู้จะไปนอนที่ไหน" 

 

                " โว๊ะ! อะไรวะ? ความจำเสื่อมรึปล่าวเนี่ย? แล้วนายชื่ออะไร" คนตัวเล็กเริ่มหมดแรง อยากกลับบ้านไปนอนจริงๆ

 

                " พี " ภีมมองเห็นตัวพีที่อกเสื้อของคนตัวเล็กแล้วหลุดปากออกมา เอาวะ! พีกับภีม ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง

 

                 " พีเหรอ โอเค..ทีนี่นึกดีๆแล้วบอกมาว่าจะให้ไปส่งที่ไหน จะไปส่งให้ มันต้องมีซักที่สิน่าที่นายอยากจะไป ฉันง่วงแล้วฉันจะกลับไปนอน" คนตัวเล็กพยายามอธิบายช้าๆ ขมวดคิ้วมองหน้าหล่อๆที่ยังยิ้มเฉ่ง ไอ้นี่ท่าจะบ้า 

 

                " ขอไปด้วยสิ " 

 

               " เฮ้ย! ไม่ได้ ไม่ได้ เดี๋ยวเรื่องใหญ่  งั้นก็ลงมาไม่รู้จะไปที่ไหนก็ยืนมันอยู่ตรงนี้ล่ะ" มือเล็กๆ ลากคนตัวสูงลงมาจากมอไซค์ ก่อนจะขึ้นคล่อมสตาร์ทแล้วขับออกไปทันที 

 

                 ภีมมองตามอย่างเสียดาย ทิเหรอ หึๆ น่าสนใจ ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งริมฟุตบาทมองแสงสีของเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับไหล รถยังวิ่งขวักไขว่ผู้คนยังจ๊อกแจ๊กจอแจวุ่นวาย เป็นครั้งแรกที่ภีมได้มานั่งแบบนี้ในรอบหลายปี นับตั้งแต่เริ่มรับผิดชอบพงษ์สกุลธรกรุ๊ป แทบไม่มีเวลาหาความสุขให้ตัวเอง เพราะทุกอย่างงานต้องมาก่อน 

 

                ภีมนั่งถอนใจ คิดว่าคืนนี้จะกลับไปนอนที่คอนโดดีหรือจะไปนอนชั้นบนของตึกอำนวยการดี บ้านไม่กลับแน่ๆอาวิยึดครองไปแล้วเรียบร้อย แถมกลับไปต้องโดนเซ้าซี้เรื่องถ่ายโป๊อะไรนั่นอีกแหงๆ  กำลังจะขยับตัวลุก มอไซค์ที่พึ่งบึ่งลับตาไปเมื่อกี้ก็จอดลงตรงหน้า แถมเห็นหน้าคนขับชัด

 

               " ขึ้นมา" คนตัวเล็กพยักเพยิดไปที่เบาะข้างหลัง ภีมยิ้มกว้างขยับตัวขึ้นเดินไปนั่งซ้อนท้าย แถมกอดเอวบางหมับ

 

               " เฮ้ย!...ไม่ต้องมากอดเอว..จั๊กจี้โว้ย...เกาะเบาะโน่น.." มือเล็กๆขยับดึงข้อมือใหญ่ที่อ้อมมากอดเอวบางไว้แน่น แล้วเร่งเครื่องมอไซค์ตรงดิ่งกลับบ้านเพราะง่วงเต็มแก่

 

                ภีมยิ้มอย่างไม่เดือดร้อน มือใหญ่ยึดเบาะรถ ตามองต้นคอขาวๆ มองผมยาวๆที่เปียไว้ปลิวเพราะแรงลม มองโชเฟอร์ตัวเล็กผิวขาวที่ตั้งใจบังคับให้มอไซค์ไปให้ถึงจุดหมาย 

 

                ทิวาเหลือบตามองหลังเป็นพักๆ ที่วนกลับไปเพราะไม่คิดว่าร่างสูงจะยังอยู่ตรงนั้น แค่จะวนรถไปดูว่ากลับไปหรือยัง แต่กลับกลายเป็นว่ายังนั่งอยู่ไม่ไปไหนราวกับคนไร้บ้าน ดูแล้วเหมือนเด็กหลงทางจริงๆ

 

              ภีมกระพริบตาอย่างงงๆ เมื่อคนตัวเล็กชะลอรถมอไซค์แล้วดับเครื่อง ตาคมมองไปรอบๆอย่างระวังตัวเพราะมืดไปหมด

 

              " เอาล่ะ! ห้ามส่งเสียงนะ..บอกให้ทำอะไรก็ทำ ตกลงมั้ย?" คนตัวเล็กกระซิบบอก ภีมพยักหน้ารับ ทิวายิ้มก่อนจะจูงมอไซค์นำหน้า ภีมเดินตามคนตัวบาง อย่างงงๆ จนมาถึงประตูรั้วใหญ่ มือบางไขกุญแจแล้วเลื่อนประตูเบาๆเพื่อไม่ให้เกิดเสียงบอกให้ภีมเข้าไปแล้วเลื่อนประตูปิดช้าๆ

 

               ภีมมองคนตัวเล็กที่ทำตัวแปลกๆ จูงมอไซค์เข้าไปเก็บเงียบๆ เดินสุ่มมืดเข้าบ้านโดยไม่เปิดไฟ ขยับไขกุญแจบ้านแบบมืดๆอีก ทิวาคว้าข้อมือใหญ่ไว้แล้วลากให้เดินตามเร็วๆจนถึงห้องๆนึง พอเข้ามาอยู่ในห้องได้ปลอดภัยคนตัวเล็กก็ยกมือทาบอก 

 

              " ฮู้! รอดแฮะ..โล่งอก! " 

 

              " ตรีกลับมาแล้วเหรอลูก" เสียงเรียกจากนอกห้องทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งหน้าตื่น จนภีมขยับตัว 

 

               " จ๊ะแม่" คนตัวเล็กตะโกนตอบ แล้วหันมาทางภีมแล้วกระซิบเบาๆ

 

               " นายอยู่ในนี้นะ ห้ามส่งเสียงหรือทำให้แม่รู้เด็ดขาดว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย ตกลงมั้ย?

 

               "ตกลง " ภีมรับคำเบาๆ มองคนตัวเล็กที่แง้มประตูแล้วแว๊บออกไปข้างนอก ทิ้งให้ภีมอยู่ในห้องตามลำพัง 

 

                ตาคมมองกวาดไปทั่วห้องนอนขนาดพอดีไม่ใหญ่มาก มีเตียงนอน มีตู้ที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือ มีโต๊ะเขียนแบบที่มีคอมพิวเตอร์และเต็ม ไปด้วยกระดาษมากมาย ภีมเดินเข้าไปใกล้ มองแบบบ้าน แบบห้อง ภาพร่างต่างๆ เต็มโต๊ะไปหมด ไม่รวมม้วนกระดาษที่กองอยู่บนพื้น ภีมชะงักเมื่อเห็น ภาพถ่ายที่ตั้งบนโต๊ะ เอื้อมมือคว้ามามองใกล้ๆ

 

              ทิวา ราตรี

 

             ชื่อที่เขียนไว้ใต้รูป  เป็นภาพเด็กหนุ่มกับเด็กสาวผมยาวเฟื้อย และที่สะดุดตาที่สุดจนไม่ต้องหาคำบรรยาย  ทั้งสองคนเป็นฝาแฝด แฝดเหมือนซะด้วย แทบแยกไม่ออกถ้าไม่มีทรงผมสั้นๆของเด็กหนุ่มบอกใบ้ให้รู้ 

 

               เสียงเปิดประตูทำให้ภีมหันไปมอง คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นคนตัวบางเดินเข้ามา พร้อมกับผมที่เปียไว้ก่อนหน้านี้ ถูกสยายแล้วหวีปล่อยลงมาจนสลวยดำขลับถึงกลางหลัง คนตัวเล็กมองมือภีมที่ถือรูปไว้

 

               " เห็นแล้วเหรอ? คนนั้นน้องสาว......"

 

               " แล้วตอนนี้อยู่ไหน?" ภีมถามพร้อมกับยกรูปขึ้นมอง

 

               " ไม่อยู่แล้ว " คนตัวเล็กหน้าหมอง 

 

               " อาบน้ำสิ จะได้นอนซักที ง่วงชิบหาย " คนตัวเล็กบอกพร้อมกับอ้าปากหาวหวอดๆ เดินไปทุ่มหน้าลงบนเตียงแล้วนิ่งไป ภีมเดินไปมองใกล้ๆ เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอบอกให้รู้ว่า คนตัวเล็กหลับสนิทไปแล้ว 

 

               " หลับง่ายแฮะ ไม่ได้คิดจะระวังตัวเลยสินะ " ภีมพึมพำยิ้มๆ กอบปอยผมดำหนาขึ้นจรดจมูก ได้กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ก่อนจะค่อยๆเอนหลังลงนอนพร้อมกับยกมือขึ้นหนุนแขน เอียงหน้ามองคนตัวเล็กที่หลับสนิทอยู่ข้างๆ

 

               " ทิวา.. ยินดีที่ได้รู้จัก... "  ภีมยิ้ม เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง ก่อนจะค่อยๆเข้าสู่นิทรารมณ์ตามคนตัวเล็กที่หลับไปก่อนหน้า

 

               .................................

 

         แสงแดดอ่อนๆที่แหวกม่านแว๊ปเข้าทะลุเปลือกตา ทำให้ภีมรู้สึกตัว ก่อนจะกระพริบตาปริบๆผงกหัวมองที่อกกว้างเมื่อรู้สึกอุ่นๆ แล้วอมยิ้มขำ เมื่อคนตัวบางขยับเข้ามาจนชิดพาดแขนกอดแถมก่ายขาใช้ภีมเป็นหมอนข้างไปเรียบร้อย 

 

          มือหนาขยับออกจากท้ายทอย นิ้วเรียวได้รูปแอบหยิบปอยผมยาวดำขลับขึ้นมามองเพลินๆ เส้นผมสลวยนุ่มลื่นบอกให้รู้ว่า มันได้รับการเอาใจใส่อย่างดีแค่ไหน ฝ่ามือใหญ่ขยับลูบเบาๆที่ศรีษะเล็กๆของคนตัวบางที่ซุกแนบตรงอกกว้าง พลางหลับตาจินตนาการเพลินๆ

 

         ก๊อก!..ก๊อก!..ก๊อกก!.....ตรี!.. ตื่นรึยังลูก?........" 

 

        เสียงเคาะประตูบวกกับเสียงเรียกจากข้างนอก ทำให้ร่างสองร่างตกใจ ลุดพลวดขึ้นพร้อมกัน

 

         " เฮ้ย!? " ทิวาหน้าร้อน มือบางดันอกกว้างที่ตัวเองอิงอยู่เต็มแรง พร้อมกับขยับลุกขึ้นจากเตียง ภีมมองตามยิ้มๆ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างทึ่งๆเมื่อคนตัวเล็กถลกเสื้อถอดออกต่อหน้าต่อตา

 

          " ตื่นแล้วจ๊ะ เดี๋ยวตรีอาบน้ำแป๊บนึง" คนตัวเล็กตะโกนตอบ โยนเสื้อใส่ตะกร้าข้างเตียงมือบางขยับปลดเข็มขัดดึงออกพรืด กำลังจะรูดซิปกางเกงก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นสายตาจ้องเขม็งของไอ้หน้าหล่อเข้า

 

          " มองอะไรวะ? " เสียงคนตัวเล็กทำให้ภีมกระพริบตา จะให้ตอบว่ายังไงดีล่ะ? ว่ากำลังมองคนตัวบางผิวขาว ผมยาวๆที่คลุมลงมาจนปกไปทั่วทั้งหลังไหล่ คล้ายๆผ้าคลุมอย่างดี ภีมมองตามอีกฝ่ายเดินไปเปิดตู้หยิบผ้าขนหนูออกมาแล้วโยนให้

 

              " เอ้า!" มือใหญ่รับไว้อย่างแม่นยำ ตาคมมองตามคนตัวบางที่ขยับทำนั่นหยิบนี่อย่างคล่องแคล่วดูเพลินดี 

 

              " เดี๋ยวนายค่อยอาบ " ว่าแล้วคนตัวบางผิวขาวผมยาวเฟื้อยก็เดินเข้าห้องน้ำ 

 

             ซักพักภีมก็ได้ยินเสียงน้ำไหล ร่างสูงใหญ่ขยับลุกเดินไปหยุดใกล้ๆหน้าต่างอย่างระวัง เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีใครมองเข้ามาเห็นมั้ย? ต้นไม้ดอกไม้เยอะดีบ้านนี้  แถมเมื่อกี้ยังได้กลิ่นเหมือนข้าวต้มหอมๆโชยมาจนพยาธิในท้องขยับตัวเคลื่อนไหวครางโครกคราก 

 

             ผินหน้ามองนอกหน้าต่างจนพักใหญ่ หูได้ยินเสียงเปิดประตู ตาคมพราวระยับเมื่อเห็นคนตัวบางนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมา ผ้าอีกผืนโพกผมเปียกๆไว้ เผยให้เห็นลำตัวขาวๆบางๆ ยอดอกสีชมพูที่เห็นแล้วอยากจะ เฮ้ย!....

 

          " นายเข้าไปอาบต่อเลย..ตอนนี้แหละ ถ้าฉันออกไปแล้วนายค่อยมาอาบล่ะก็...เป็นเรื่องแน่ๆ " คนตัวเล็กบอก ขยับก้มหัวดึง ผ้าขนหนูออกมาเช็ดผมให้หมาด ภีมมองหลังขาวๆบางๆ เรียบเนียนที่ไม่มีแม้แต่รอยไฝฝ้าซักเม็ด มองแล้ว..โอยย...

 

             ร่างสูงรีบเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำ ยกมือขึ้นกุมหัวใจที่เหมือนจะเต้นแรงกว่าปกติ บ้ารึเปล่าวะ? ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นคนเปลือยซะเมื่อไหร่ ยิ่งกว่านี้ก็เคยมาแล้ว! แต่ทำไมมารู้สึกตื่นเต้นจนอยากลองจับต้องกอดรัดคนตัวบาง เพียงแค่ได้เห็นหน้าอกแบนๆ ลำตัวขาวๆ จนอยากเห็นทั้งตัว!....

 

             ไอ้บ้าเอ้ย! ภีมสะบัดหน้า เปิดน้ำเย็นให้มันไหลราดตัวที่กำลังร้อนรุ่ม หูได้ยินเสียงเหมือนเครื่องเป่าผม หยิบสบู่มาถูตัวอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ใส่เสื้อผ้าชุดเดิมเปิดประตูออกมาเห็นคนตัวเล็กนั่งสางผมอยู่บนเตียง เสื้อยืดสีอ่อนยิ่งทำให้คนตัวเล็กดูบอบบางน่าทะนุถนอมหนักขึ้นไปอีก แล้วไอ้ท่าเหลือบตาหวานๆ มองสบมานั่นอีกล่ะ โว้ย! ภีมกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ แต่กิริยาแบบนั้นทำให้คนตัวเล็กเข้าใจไปอีกอย่าง

 

          " หิวเหรอ? เอากาแฟก่อนมั้ย? เดี๋ยวนะจะไปชงมาให้...." ว่าแล้วทิวาก็ขยับลงจากเตียง ผมยาวสลวยดำขลับขยับแกว่งไกว ดูแล้วเพลินตา ภีมยิ้มนิดๆมองตามคนตัวเล็กที่เดินไปหยุดที่ประตูห้อง ค่อยๆแง้มออกไปเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะหันมากระซิบบอก

 

          " เดี๋ยวมา" บอกแล้วคนตัวเล็กก็ผลุบหายออกจากห้องไป 

 

           ภีมยืนมองประตูนิ่ง มือใหญ่ค่อยๆ บิดลูกบิดประตูแง้มออกนิดๆอย่างลังเล พยายามให้เบาที่สุด ตาเหลือบมองซ้ายขวาแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครแน่ๆ ร่างสูงก็ผลุบออกจากห้อง เหลียวซ้ายแลขวาหลังชิดผนังค่อยแอบย่องเบาๆเข้าไปใกล้เสียงคุยจนหยุดที่มุมห้อง ตาคมเหลือบมองสตรีวัยกลางคนกำลังหวีผมให้คนตัวเล็กที่นั่งขัดสมาธิหันหลังให้อย่างเบามือ 

 

          อ้อ! นี่เองที่มาของผมเปีย นั่งซะเรียบร้อย ผิดกับท่าทางเอาเรื่องเมื่อคืนลิบลับ น่ารักว่ะ

 

           เฮ้ย!? ภีมอยากชกตัวเอง ทำไมรู้สึกว่าไอ้ตัวเล็กน่ารักวะ 

 

          " เอาละ เรียบร้อย " มือที่เริ่มเหี่ยวรัดหนังยางเล็กๆให้ แล้วลูบศรีษะเล็กๆอย่างเบามือ แน่ะ? มีหันมาหอมแก้มด้วย

 

          "  ขอบคุณค่ะแม่" เสียงกังวานหวานอู้อี้อยู่กับตักมารดา

 

          ภีมขมวดคิ้ว... อะไรนะ? ค่ะเหรอ? เฮ้ย!..เดี๋ยวก่อน....... ค่ะ! ค่ะ! ?? ไอ้คำว่าค่ะเนี่ย! ต่อให้โง่เป็นควายขนาดไหน ก็ต้องรู้ว่าเขาเอาให้ผู้หญิงใช้นี่หว่า แล้วทำไม? 

 

          " จ้า ไม่เป็นไรลูก จะกินข้าวเลยมั้ยจ๊ะ? " 

 

          " อ่า..จ่ะ....กินเลยก็ได้...กำลังหิวพอดี "  ทิวาเหลือบตามองแม่ที่เดินห่างออกไป รีบเดินเร็วๆไปที่กาน้ำร้อน ชงกาแฟกะว่าจะเอาไปยื่นให้คนตัวใหญ่ที่แอบอยู่ในห้อง 

 

         " อ่าว! กินข้าวก่อนลูก อย่าพึ่งกินกาแฟ "

 

         " คือ...ตรีชงไว้ กินข้าวเสร็จก็จะได้ดื่มเลยไงจ๊ะ จะได้พอดี " ทิวาชงกาแฟ พลางเป่าไปด้วยกำลังจะเดินเข้าห้อง ตาเหลือบไปเห็นคนตัวใหญ่ที่ยืนแอบอิงผนังสบตามายิ้มๆ

 

          ทิวาตาโตอ้าปากค้าง เฮ้ย! เข้าห้องไป๊!...ออกมาทำไม๊? คนตัวเล็กทำมือไล่ หาเรื่องแล้วมั้ยล่ะ!

 

           " เป็นอะไรลูก?" แม่ดันหันมาเห็นเข้าพอดี 

 

           " แหะแหะ ไม่มีอะไรจ่ะ ตรีไล่แมงวัน ชิ่ว!ชิ่ว!  " 

 

         โอ๊ยเหนื่อย! ไม่น่าหิ้วกลับบ้านมาด้วยเล้ย! ให้ตาย! แม่เห็นเข้าจะเป็นยังไงวะเนี่ย? ไม่อยากจะคิด....

 

          " มาลูกมา ข้าวต้มกำลังพอดีเลย ไม่ร้อนมาก" ทิวาเหลือบตามองมารดา อาศัยจังหวะที่นางเดินไปเปิดตู้เย็น รีบเดินเร็วๆผลุบหายเข้าห้องล็อคประตู หันไปมองไอ้หน้าหล่อที่ยืนยิ้ม ไอ้นี่ถ้าจะไม่สบายจริงๆ ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเล้ย! 

 

          " ก็บอกแล้วว่าอย่าออกไป นี่ถ้าเกิดแม่เห็นละเรื่องใหญ่แน่ๆ!? เอ้า " คนตัวเล็กยัดกาแฟใส่มือให้

 

         " รออยู่ที่นี่เงียบๆ เดี๋ยวจะไปส่ง เข้าใจมั้ย " ภีมยกกาแฟขึ้นจิบแล้วพยักหน้ายิ้มให้ ทิวามองหน้าหล่อๆแล้วถอนใจ  ทำไมวันนี้มันเหนื่อยแบบนี้วะ?

 

         ภีมมองตามหลังคนตัวเล็กที่แว๊บออกประตูไปอีกครั้ง จิบกาแฟแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองกระดาษมากมาย มือใหญ่หยิบขึ้นมามองผ่านๆทีละแผ่น หยิบมามองแล้ววางไว้ให้เหมือนเดิม พลางจิบกาแฟไปด้วย ภาพร่างเหมือนจริง ทั้งที่ปริ๊นจากคอม กราฟฟิก ที่ลงสี ทั้งที่ยังเป็นแค่ปลายดินสอร่างคร่าวๆ จนมาถึงแผ่นสุดท้าย

 

          ภีมขมวดคิ้ว วางแก้วกาแฟลงช้าๆ เพ่งพินิจมองภาพที่เกือบจะเหมือนจริง มันไม่ใช่ความเหมือนจริงหรอกที่ทำให้ภีมสนใจ กระดาษสเก็ตภาพเรือนแก้ว บ้านหลังเล็กที่ให้คุณธิดาเลขาส่วนตัวติดต่อหามัณฑนากรให้เข้าไปดู คราวก่อนนี้จำได้ว่ามีใคร จากไหนหว่า เดี๋ยวนึกก่อน... ภีมมองไปทั่วโต๊ะทำงาน คนของรูมม์หรอกเหรอ? อ่า ใช่ ไม่น่าลืม ภีมชะงักผินหน้าไปมองเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู 

 

           ทิวาผลุบเข้ามาแล้วล็อคห้อง เดินไปหากระเป๋าแล้วหยิบขึ้นสะพายข้าง ตบกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่ใส่หมุนซ้ายหมุนขวาไม่ลืมอะไรแล้ว ก็เดินมาลากแขนไอ้หน้าหล่อให้เดินตาม 

 

            " แม่เข้าห้องน้ำพอดี เร็วเข้า " เปิดประตูค่อยๆย่องโผล่หน้าไปมอง แม่ยังไม่ออกมา หยิบรองเท้าแล้วรีบใส่ ก่อนจะคว้าข้อมือใหญ่พร้อมกับหันไปบอกไอ้หน้าหล่อ

 

            " วิ่ง!!" พอสิ้นเสียงเล็กๆทั้งสองคนก็ใส่เกียร์หมาสุดฝีเท้าเท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้ พอพ้นประตูรั้วออกมาข้างนอกได้ ทิวาก็แทบทรุด ไม่เคยตื่นเต้นครั้งไหนในชีวิตเท่าครั้งนี้เลย แอบทำอะไรที่ไม่อยากให้คนรู้นี่มันเป็นแบบนี้นี่เอง หัวใจเต้นแรงดีพิลึก 

 

                      " แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก! รออยู่นี่นะ แฮ่ก แฮ่ก จะเดินกลับไปเอามอไซค์ ฮู้! เหนื่อย!"  

 

                    ภีมยิ้มมองตามหลังคนตัวบาง ผมเปียยาวๆแกว่งไปมา ตาคมกวาดมองไปทั่วบริเวณบ้าน อืม! สนามหน้าบ้านกว้างดีแท้ เพิ่งสังเกตุ หึๆ มิน่าล่ะ.วิ่งซะเหนื่อย แถมมีทั้งไม้ดอกไม้ประดับสะพรั่งไม่แพ้หลังบ้านเลย บริเวณหน้าบ้านที่ภีมยืนอยู่นี่ก็มองเห็นบ้านอีกหลายหลังเยื้องไปไม่เปลี่ยวนัก ภีมมองประตูรั้วเลื่อน ตาสะดุดที่ป้ายชื่อหน้าบ้าน นางอุมารินทร์ อินทร์ทร เหลือบตามองผ่านช่องรั้วเห็นไอ้ผมเปียคล่อมมอไซค์คันเล็ก ภีมรีบหลบเมื่อเห็นแม่อีกฝ่ายเดินออกมา ผินหน้าเหลือบตามองอีกที แน๊ะ! มีหอมแก้มด้วย? 

 

             คราวนี้ประตูรั้วค่อยๆเลื่อนออกอีกครั้ง คนตัวเล็กขับมอไซค์คันเล็กออกมาจอดลงตรงหน้า 

 

             " ขึ้นมา" คนตัวเล็กสั่งแล้วพยักเพยิดหน้าไปที่เบาะหลัง ภีมยิ้มไม่พูด ยกขาคล่อมมอไซค์แล้วกอดเอวบางหมับ

 

         "ไอ้นี่..บอกว่าอย่ากอดเอว ฮึ่ย! ขนลุก"ทิวาหันขวับมาตวาดแต่แล้วก็ต้องถอนใจเฮือก! เมื่อเห็นไอ้หน้าหล่อยิ้มเฉ่ง ตกลงไอ้นี่มันเต็มรึป่าววะ? เหนื่อยวู้ย

 

              ..................................

 

           " เอ้าลง ส่งตรงนี้นะ " ภีมพยักหน้ายิ้มๆ มองหน้าคนตัวเล็ก ที่อุตส่าเอามอไซค์มาส่งใกล้ๆจุดที่ขายผัดไทยเมื่อคืน

 

           " แล้วก็กลับบ้านซะ เดี๋ยวคนที่บ้านจะเป็นห่วง เข้าใจมะ!....... " พูดยังไม่ทันจะจบ เสียงหวานก็ต้องสะดุด ทิวาตาโตอ้าปากค้าง นั่งคล่อมมอไซค์ตัวแข็งเป็นหิน เมื่อไบหน้าหล่อโน้มมาใกล้ แล้วบังอาจ...จูบ...หน้าผากเล็กจนดัง..จ๊วบ!!...... 

 

           " ขอบใจนะ" ภีมบอกยิ้มๆ มองแก้มคนตัวเล็กที่เริ่มเห่อแดงแล้วค่อยๆลามไปทั่วทั้งหน้า 

 

           ทิวาค่อยๆเรียกสติที่หลุดไปเมื่อกี้กลับมา ตามองใบหน้าหล่อ ยังมีหน้ามายิ้มอีก มือบางกำขึ้นง้างก่อนจะซัดพลั๊วเต็มแรง " ไอ้บ้า" ภีมหน้าหงายเซถอยหลัง ยกมือขึ้นลูบหน้าผาก "อูยย" พลางสะบัดหน้าเพราะตาพร่าไปชั่วคราว และพอลืมตาอีกทีก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนขี้โมโห

 

           " ทิวาเหรอ หึๆ ได้เจอกันอีกแน่ๆ!.." ภีมพึมพำขยับตัวเดินลัดตรงโน้นผ่านตรงนี้กลับไปหาเจ้าแลมโบที่จอดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน พอเข้ามานั่งในรถได้ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

            " โทษทีนะเพื่อน บังเอิญเจอเรื่องถูกใจเข้าว่ะ"  หยิบโทรศัพท์ที่ไม่ได้เอาติดไปด้วยมาเปิด เห็นเบอร์นิรนามโชว์หราก็ยิ้ม ปลายนิ้วเรียวกดจัดเก็บพลางคิดถึงตอนที่แอบหยิบโทรศัพท์ คนตัวเล็กออกจากกระเป๋าเมื่อเช้าแล้วแอบโทรเข้าเครื่องตัวเอง เสร็จแล้วภีมก็เสียบบลูทูธ สตาร์ทเจ้าแลมโบออกจากตรงนั้น

 

           " สวัสดีครับคุณธิดา...ครับสบายดี..."

 

         " อ๋อ..พักร้อน..ก็พักแถวๆนี้แหละไม่ได้ไปไหน"

 

         "คุณธิดาครับ ที่ผมให้คุณจัดการเรื่องเรือนแก้ว..ครับ..ใช่ครับใช่"

 

           " เรียบร้อยแล้วเหรอครับ?"

 

          "..ยังครับ..ยังไม่ได้เข้าไปดู"

 

           " คุณธิดา ผมมีเรื่องอยากให้คุณช่วย"

 

          ..................................

 

        Room & design co.ltd

 

      " ไอ้ทิ...มึงจะหงิกอีกนานมั้ย "

 

      " ห๊ะ!? เมื่อกี้มึงว่าไงนะ" ทิวาตื่นจากพวัง

 

       " กูถามว่ามึงจะหงิกอีกนานมั้ย" 

 

       " หงิก อะไรหงิกวะ?" ตอนนี้เริ่มงง ตามองวิโรจน์เพื่อนรุ่นเดียวกัน มันพูดอะไรของมัน

 

       " ยังจะย้อนถามอีก ก็หน้ามึงไง หงิกเป็นตูดแล้ว เม็นไม่มารึไงวะ?" วิโรจน์แซว

 

        " ไอ้เหี้ยนี่ เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยวเลย ลามนะมึง " 

 

       " ก็กูเห็นมึงหน้าบูดตั้งแต่มึงเดินเข้ามาแล้ว ไปกินรังแตนมาจากไหนวะ? มีใครกระตุกหางเปียรึไง" 

 

          ทิวาไม่ตอบ โมโหไม่หาย นี่ถ้าย้อนเวลาได้จะไม่ไปสนใจไอ้หน้าหล่อนี่เด็ดขาด ฮึ่ย! คิดแล้วอยากจะกระทืบซ้ำ อย่าให้เจอนะมึง จะเอาให้หนัก!

 

        " ทิวาจ๋า บอสเรียก " เสียงแจ๋นๆของพริมเพื่อนร่วมงานจอมสอดแนมทำให้ทิวาตื่นจากพวัง ขยับลุกเดินเข้าไปเคาะห้องกระจก แล้วเปิดเข้าไปทันที

 

        " ครับบอส "

 

        " เออ..ไอ้ทิ มึงไปทำอะไรไว้วะ? บริษัทพงษ์อะไรเนี่ยบอกให้มึงไปแก้งาน"

 

        " ห๊ะ! แก้? แก้อะไรบอส? ตอนที่ส่งมอบงานเขาโอเคหมดแล้ว ไข้ขึ้นรึไงเนี่ย?"

 

       " ไม่รู้ละ เขาบอกว่าเจ้านายไม่ถูกใจสีว่ะ อยากให้แก้ใหม่หมด"

 

       " เจริญ! แก้ไหม่หมด! ไม่ถูกใจสียังไง? ก็เจาะจงมาว่าอยากได้สีขาวทั้งหมด ผมก็ขาวให้ แล้วจะไม่ถูกใจได้ยังไง?" 

 

          " เออ...นี่ไงล่ะปัญหา เขาบอกอยากได้ขาวครีมๆ นวลๆ ไม่เอาขาวแบบด้านๆ น่ะ" 

 

        " โว๊ะ ตอนที่ทำเขาไม่ได้บอกแบบนี้ เขาบอกแค่ให้ทาไม้สีขาวให้เข้ากับกระจก ไม่ได้บอกว่าขาวนวล เอาแต่ใจอย่างนี้ก็แย่สิ" หน้าที่หงิกอยู่แล้วงอลงอีกอย่างหงุดหงิด 

 

                   " เขาบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ขอให้ถูกใจ ไม่อั้น " 

 

                  ทิวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชักอยากจะเห็นไอ้เจ้านายคนที่ว่านี่จริงๆเลย 

 

                วันนี้ทั้งวันทิวาก็นั่งอยู่หน้าคอมไม่ไปไหน ทุกคนต่างก็เก็บของทยอยกลับบ้านกันเกือบหมด 

 

                " ไอ้ทิกูกลับก่อนนะ" วิโรจน์บอกพร้อมกับสะพายกระเป๋าเดินมาใกล้

 

                " นัดสาวกินข้าวอะดี๊" ทิวาแซวยิ้มๆเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมีแฟน 

 

                " มึงรู้ได้ไง? "

 

                 " เฮอะ! กูไม่ได้หูหนวก มึงคุยโทรศัพท์ทีหวานจนเกล็ดน้ำตาลเกาะปาก" 

 

                 " เออ..ว่าแต่กู แล้วมึงอ่ะ? "

 

                 " กูทำไม?" 

 

                 " เมื่อไหร่จะหาแฟนซะที จะได้เข้าใจความรู้สึกของกูไง เวลาที่รู้สึกฟรุ๊งฟริ๊งมุ๊งมิ๊งเป็นไง " วิโรจน์ทำตาลอยอย่างเพ้อๆ

 

                 " ไม่! กูไม่อยากรู้หรอกว่ามุ๊งมิ๊งเป็นไง...มึงรีบไปเลย เดี๋ยวน้องเขารอจนงอนแล้วหนีกลับอย่างคราวที่แล้ว มึงอย่ามาโทษกู" 

 

                " งั้นกูไปนะ เจอกันพรุ่งนี้ " วิโรจน์บอกพร้อมกับวิ่งออกประตูไปอย่างรวดเร็ว เข็ดจากคราวที่แล้วเพราะมัวคุยเพลินจนลืม เวลาแบบนี้ละ น้องเลยงอนจนหนีกลับบ้านไปก่อน กว่าจะง้อได้เล่นเอาเหนื่อย

 

                ทิวามองตามหลังเพื่อน งั้นก็กลับมั่งดีกว่า มือบางคลิ๊กเม้าปิดคอมเก็บของลงกระเป๋า เอ?วันนี้แม่ทำอะไรกินน้า?

 

                mail

 

              เสียงเมสเสจเข้าทำให้ทิวาหยิบโทรศัพท์มาดูเพราะคิดว่าอาจจะเป็นบอสหรือเพื่อนร่วมงาน

 

               'ทำอะไรอยู่ '

 

                  หือ?ใครวะถามแบบนี้..? ทิวาขมวดคิ้ว เบอร์ก็ไม่คุ้นไม่ได้เม็มชื่อ คงส่งผิดเบอร์ละมั้ง? มือบางกดปิดซุกลงในกระเป๋ากางเกงยีนส์

 

                 mail

 

                ทิวาล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ดูเมสเสจ

 

                ' คิดถึงจัง '

 

                หือ? ไอ้บ้าที่ไหนมันส่งเมสเสจผิดเบอร์วะ? แหกตาดูเบอร์ซะมั่งสิโว้ย! ทิวาถอนใจ ซุกมือถือลงในกระเป๋ากางเกงอีกครั้ง หยิบกระเป๋ามาสะพายไหล่

 

                mail

                mail

               mail

 

                  เสียงเมสเสจรัวทำให้ทิวาชะงัก เออ! ส่งได้ส่งไป ถึงบ้านแล้วค่อยดู ไอ้บ้าโรคจิตที่ไหนแกล้งกูวะ? ทิวามองโต๊ะทำงานเมื่อไม่ลืมอะไรแล้วก็เดินไปหามอไซค์ที่จอดไว้หน้าบริษัท ขับตรงดิ่งกลับบ้านทันที วันนี้มันวันอะไรน้อ? เหนื่อยกายกับไอ้หน้าหล่อไม่พอ หนอย! คิดไปคิดมาแล้วฉุน ไม่น่าไปยุ่งกับมันเล้ย! น่าจะปล่อยมันไว้แบบนั้นซะตั้งแต่แรกล่ะดีแล้ว บังอาจมาก...อย่าให้เจอนะมึง มาจ๊วบเอาเองตามอำเภอใจได้ไง! แถมยังต้องมาเหนื่อยใจกับลูกค้าให้แก้งานอีก  เพลียจริงๆ ยังไงวันนี้ขอกลับบ้านไปนอนเอาแรงก่อนแล้วกัน

 

 

 

                สามวันผ่านไป

 

                อย่างปกติสุข ทิวาในกางเกงยีนส์สีซีดกับเสื้อยืดง่ายๆ พอเลิกงานก็ขับมอไซค์กลับบ้านเหมือนที่ทำทุกๆวัน  แต่วันนี้พอเลี้ยวเข้าซอย ขับมาเกือบถึงหน้าบ้าน 

 

                หือ?ใครมันมาจอดรถไว้แบบนี้วะ? ขวางหน้าบ้านกูเลย อยากเห็นหน้าคนขับจริงๆ! 

 

                ทิวาจอดมอไซค์ไว้แล้วลงมาเปิดประตู เพราะปกติไม่ต้องจอดรถแค่เอื้อมมือเลื่อนประตูก็เอารถเข้าบ้านได้ง่ายๆ แต่ว่าไอ้รถสปอร์ตคันนี้มันขวางทางไม่พอ ยังขัดลูกกะตาทิวาแปลกๆ เฮ้อ! คนตัวเล็กจูงมอไซค์เข้าบ้าน เอ! วันนี้แปลกแฮะ ทุกทีแม่จะออกมารับนี่นา? รึเข้าห้องน้ำ?

 

                " แม่คะ? " ทิวาส่งเสียงเรียก แล้วนิ่งไป หือ! ได้ยินเสียงแว่วๆคุยกันหลังบ้าน! แม่คุยกับใคร เหมือนหัวเราะถูกใจอะไร ซักอย่าง? ทิวาค่อยๆเดินไม่ให้มีเสียงแอบหลังกำแพง แล้วค่อยๆโผล่หน้ามอง แม่น่ะจำได้อยู่แล้ว แต่คนตัวสูงๆที่ยืนหันหลังให้นี่ซิ ท้ายทอยมันคุ้นๆแฮะ 

 

                " ต๊าย! จริงเหรอจ๊ะ?...ป้าไม่เคยรู้มาก่อนเลย!" 

 

                " ครับ..ถ้าอยากให้มันมีดอกต้องลิดไบออกให้หมด..แล้วก็อย่าให้น้ำเด็ดขาด"

 

                หือ? ทิวาขมวดคิ้ว  เสียงนี้มัน? 

 

               " เหรอ? แหมดีจัง นี่ถ้าพ่อภีมไม่บอกป้าก็ไม่รู้..ไอ้เราก็สงสัยไม่หายว่าทำไมมันไม่มีดอกซักที อ้าว! หนู..กลับมาแล้วเหรอลูก"

 

               เสียงของนางทำให้ภีมค่อยๆผินหน้าไปมอง ก่อนจะยิ้มให้คนตัวเล็กที่ยืนตะลึง ตาโตเบิกกว้างอย่างคิดไม่ถึง 

 

                ไอ้หน้าหล่อมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!

 

                " หนูดูนี่ สวยมั้ยลูก? " เสียงของแม่ทำให้ทิวากระพริบตาปริบๆ มองตามมือที่ชี้ไปยังกล้วยไม้สีสวยดอกใหญ่ที่ปลูกใน กระถางดูแปลกตาหลายกระถางเรียงเต็มสวน

 

                 " พ่อภีมเขาซื้อมาฝาก เขาบอกว่าหนูเล่าให้ฟังว่าแม่ชอบกล้วยไม้" 

 

                  ห๊ะ!?.... ทิวางง ไปเล่าให้ฟังตอนไหนวะ? 

 

                 " วันหลังไม่ต้องซื้อมาเยอะขนาดนี้ก็ได้นะพ่อนะ ป้าเกรงใจ"

 

                 " ไม่ต้องเกรงใจครับ ผมยินดี ตรีเขาบอกไว้ตั้งนานแล้ว แต่ผมมัวแต่ทำงานเลยไม่ค่อยมีเวลา" 

 

                  ทิวาอ้าปากค้าง แม่อย่าไปเชื่อมัน! ไอ้หมอนี่มันจอมมารยา 

 

                   " เหรอจ๊ะ? แหม...ดีจัง งั้นวันนี้อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนนะ อย่าพึ่งรีบกลับ " 

 

                    " ครับ วันนี้ผมว่าง ตั้งใจไปซื้อกล้วยไม้มาฝากคุณป้า แล้วก็มีเรื่องคุยกับตรีเขาด้วยน่ะครับ"

 

                     ห๊ะ เรื่องคุย? ไปมีเรื่องคุยกับนายตอนไหน? 

 

                      " ถ้างั้นเดี๋ยวป้าจะเข้าไปทำกับข้าว ตามสบายนะ เดินเล่นแถวนี้ก่อนก็ได้ หรือจะเข้าไปในบ้าน"

 

                     " ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่ตรงนี้ดีกว่า ตรีก็มาพอดี" ภีมยิ้มแย้ม 

 

                   " เหรอ? ถ้างั้นก็ตามสบายนะจ๊ะ" 

 

                   ว่าแล้วนางก็เดินเข้าบ้านไปทิ้งให้ทิวาใช้สมองที่เหลือพลังงานอันน้อยนิด ประมวลผลภาพที่เห็นตรงหน้าเมื่อกี้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมแม่ถึงได้เป็นมิตรกับไอ้หน้าหล่อจอมมารยาได้ถึงขนาดนี้

 

                  " หวัดดี"

 

                 ทิวาหันขวับไปมองตัวต้นเหตุ ก่อนจะเม้มปากไว้แน่นอย่างข่มอารมณ์ และถ้าสายตาฆ่าคนได้ ภีมก็คงตายไปแล้วเพราะถูกกริช แหลมๆที่พุ่งออกมาจากดวงตาคู่สวยของทิวาทิ่มแทงชนิดถ้ามีกริชพุ่งออกมาจริงๆ ภีมก็คงพรุนไปทั้งตัว 

 

                 แต่แทนที่ภีมจะกลัวกริชจากดวงตาหวาน ภีมกลับเดินเข้ามาหาทิวาช้าๆ พลางยิ้มประจบนิดๆ ก้มลงใกล้แล้วกระซิบเบาๆให้ได้ยินกันสองคน

 

                " อย่ามองกันด้วยสายตาพิศวาสเสน่หานักสิ ทิวาจ๋า" 

 

                 " ไอ้!..ไอ้บ้า" คนตัวเล็กตวาดลั่น ยกกำปั้นขึ้นง้าง หนอยแน๊ะ! 

 

                   " ตายแล้วลูก! ใครสั่งใครสอนให้พูดแบบนั้น? " เสียงของแม่ทำให้ทิวาง้างกำปั้นค้าง หันไปมองนางที่ยกมือทาบอก ทิวารีบลดมือลงซ่อนไว้ข้างหลัง 

 

                   " พูดไม่เพราะแบบนี้ ถ้าแม่ได้ยินอีกจะเอาสบู่ล้างปากซะให้เข็ด" ทิวาหน้าแดง เป็นเพราะนายคนเดียวเลย พร้อมกับส่งสายตาอาฆาตไปหาร่างสูงที่ยังยิ้มแย้ม ฮื่ม! มารยานักนะ

 

                 " ต้องขอโทษแทนยัยตรีด้วยนะคะ" 

 

                 " ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ " ภีมยิ้มให้ทิวา แถมยังแอบยักคิ้วให้อย่างล้อๆ เล่นเอาทิวาทำหน้าไม่ถูก ไอ้หมอนี่มันต้องการ อะไรวะ? 

 

                 " ตรีไปช่วยแม่ทำกับข้าวนะจ๊ะ" ว่าแล้วคนตัวเล็กก็เดินเข้าบ้าน เท้าชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงทุ้มๆลอยตามมาอีก

 

                " งั้นผมไปช่วยคุณป้าทำกับข้าวดีกว่านะครับ คนละไม้ละมือจะได้เสร็จไวๆ" 

 

                  ร่างบางหันขวับไปมองข้างหลัง ฮึ่ม! อยากจะควักลูกตาที่ยิ้มล้อเลียนนั่นออกมาบดจริงๆ มารยานักนะ! ทิวาหงุดหงิดที่ทำอะไร ไม่ได้ ขืนออกอาการไปมากกว่านี้มีหวังความลับแตก แม่รู้เรื่องเข้ามีหวังต้องอธิบายกันยาว

 

                   ได้แต่ส่งสายตาจิกกัดร่างสูงที่ทำเป็นรู้ดีทุกอย่าง กับข้าวก็มาช่วยทำแถมปรุงเองเสร็จสรรพ เรียกคะแนนความชอบจากแม่อีกเป็นกระบุงโกย แต่พอลับตาแม่ก็แอบยักคิ้วให้ทิวาอย่างล้อเลียน ฮึ่ม! มันน่าสับให้เละเหมือนผักชีที่กำลังหั่นตอนนี้จริงเลย!

 

                    " อุ๊ย!" ทิวาหน้าซีด ลืมตัวไม่ทันระวัง ยกนิ้วที่โดนมีดเล็กบาดจนเลือดไหล 

 

                     " ไหนดูซิ" ภีมยึดข้อมือบางไว้แน่น จับนิ้วเล็กที่มีเลือดพลิกดู " ไปล้างแผลก่อน" เสียงทุ้มบอกก่อนจะลากร่างบางไปที่อ่างล้างมือ

 

                   " ไม่ต้องยุ่ง เดี๋ยวทำเอง " ทิวาดึงมือกลับ แต่มือใหญ่ไม่ยอมปล่อยแถมลากคนตัวเล็กไปที่อ่างจนได้ ทิวาพยายามบิดข้อมือเล็กให้หลุด แต่จนแล้วจนรอดภีมก็ไม่ปล่อย แถมยังใช้อ้อมแขนใหญ่โอบร่างบางไว้แน่น เปิดน้ำแล้วจับมือเล็กๆให้รองน้ำโดยมีมือใหญ่กุมไว้แน่น

 

                     " แผลนิดเดียว ทำเองได้ " ทิวาหน้าร้อน พยายามบิดตัวออกจากอ้อมแขนใหญ่โอบร่างบางไว้แน่นจากข้างหลัง แถมหน้าหล่อๆก็อยู่จนชิดแทบจะแนบแก้มกันอยู่แล้ว ทำเอาหัวใจเล็กๆเต้นผิดจังหวะ 

 

                   " ปล่อยสิ!" ทิวาหน้าร้อน ถ้าแม่ออกมาเห็นเข้าจะเป็นยังไง?

 

                 " ไม่ปล่อย" ภีมกระซิบเบาๆชิดริมหูเล็กๆ แถมยังกระชับอ้อมแขนให้แน่นเข้าอีกจนทิวาอ้าปากค้าง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโมโห ยกเท้าเล็กๆขึ้นหวังจะกระทืบลงบนเท้าใหญ่ให้สะใจ แต่ภีมไวกว่ายกเท้าหนีทัน แถมยังตอบโต้ด้วยการกระชับอ้อมแขนแล้วเอียงหน้าหอมแก้มนุ่มที่อยู่ใกล้ฟอดใหญ่แล้วนิ่งค้างไว้ ทิวาหลับตาปี๋ขนลุกซู่ เมื่อริมฝีปากร้อนๆไต่ลงหาลำคอระหง

 

                    " ปล่อย!" ทิวาเสียงสั่น ไม่เข้าใจตัวเอง ทำไม? ทำไม? 

 

                    ภีมรีบกอบโกยริมฝีปากร้อนๆไต่เล็มไปทั่วลำคอบอบบางหอมกรุ่น ก่อนจะวกเข้าหาแก้มนุ่มอีกฟอดใหญ่ หูได้ยินเหมือนเสียงเดินเข้ามาใกล้ ภีมจึงได้คลายอ้อมแขนปล่อยร่างบาง แต่ยังยึดข้อมือเล็กไว้แน่น ทิวาหน้าร้อนไปหมด ลืมที่จะดึงมือหนี

 

                     " หนู เป็นอะไรลูก " 

 

                     " มีดบาดครับ ล้างแผลแล้วกำลังจะหาทิงเจอร์ คุณป้ามีรึปล่าวครับ" คำว่าทิงเจอร์เล่นเอามือเล็กกระตุก

 

                    " ไม่" ทิวาบิดข้อมือเต็มแรง แต่ภีมไม่ปล่อย แถมยังยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งให้อีก...ทำเอาทิวาแค้น ฮืม!ไอ้หมอนี่!

 

                    " มีจ๊ะมี เดี๋ยวนะ..จะไปหยิบมาให้ แต่คนนี้เขาไม่ชอบหรอก บอกว่าแสบ"

 

                    " ไม่แสบมากหรอกครับ แผลนิดเดียวเอง เน๊อะ" ภีมหันมายิ้ม

 

                   หนอยแน๊ะ! ฮื่ม! ทิวาขืนตัวไม่เดินตามแรงดึงจนตัวโก่ง กระตุกข้อมือหนีจนเจ็บไปหมดแล้ว คันมืออยากจะชกหน้าคนเต็มแก่ มันจะมากไปแล้ว แต่พอเห็นแม่หยิบสำลีชุบทิงเจอร์เท่านั้น

 

                     " ไม่!ไม่เอา! ทิงเจอร์" ข้อมือเล็กกระตุกเต็มแรงพร้อมกับจะวิ่งหนี แต่ภีมกลับดึงไว้แน่น แถมโอบคนตัวเล็กไว้อย่างหวังดี

 

                      " คุณป้าเช็ดแผลเลยครับ เดี๋ยวผมจับนิ้วไว้ให้" ภีมบอก แถมโอบคนตัวเล็กที่พยายามดิ้นหนีหน้าตาจริงจัง จนนางไม่เอะใจ โธ่แม่!อย่าไปหลงกลไอ้หมอนี่ ทิวาเดือดดาล

 

                      " โอ๊ย! ไม่เอา! แสบ! แสบ!" ทิวาหลับตาร้องลั่น มองไม่เห็นว่าคนที่โอบไว้แน่นอมยิ้มเจ้าเล่ห์ ช่วยจับนิ้วที่นางพยายามเช็ดเลือดที่เริ่มกรังออก แล้วแปะพล๊าสเตอร์ยาให้ พอเสร็จคนตัวเล็กก็บิดตัวหนีเต็มแรง ภีมเองก็ปล่อยแขนทันทีเหมือนกัน มองสบตาคนตัวเล็กที่ยืนส่งสายตาอาฆาตมาให้ จะเพราะโกรธหรือเพราะอะไรก็แล้วแต่ มีแต่ภีมเท่านั้นที่รู้

 

                    ทิวากลืนข้าวอย่างฝืดคอ หลบตาที่เพียรพยายามสบมาครั้งแล้วครั้งเล่า หนอย มันจะมากไปแล้ว ทำมาตีซี้แม่ยังกับสนิทกันมาเป็นสิบปี ชวนไปเที่ยวชะอำบ้างละ ภูเก็ตบ้างละ ลงเรือไปเที่ยวดูปลาบ้างละ จนแม่ตื่นเต้นตามคุยกันอย่างถูกคอ เฮอะ!

 

                  " อิ่มแล้ว ตรีขอตัวอาบน้ำแป๊บนึงนะจ๊ะ "  บอกแล้วก็หยิบจานตัวเองไปล้างแล้วเดินเลี่ยงเข้าห้องทันที มองเมินไม่สนใจสายตาคมกริบของภีม ที่พยายามมองสบมา

 

                  พอเข้าห้องได้ก็รีบถอดเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำ กดสบู่จนเต็มฝ่ามือแล้วโป๊ะต้นคอ..ถู..ถู..ถูแล้วก็ถู ทำไมความรู้สึกร้อนๆ มันไม่หายซักที ทิวากดสบู่อีก โว๊ย! ทำไมรู้สึกแบบนี้วะ ไอ้บ้านี่เหนือชั้นเกินไปแล้ว ขนาดไม่เห็นหน้ายังทำให้รู้สึกว่าอยู่ใกล้ได้อีกนะ

 

                    กว่าจะอาบน้ำเสร็จสบู่ก็เกือบหมดขวดปั๊ม ทิวาใส่เสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงตัวเล็กขาสั้น สางผมออกแล้วหวีจนมันระยับเตรียมตัวนอน เพราะเหนื่อยเต็มที ร่างบางเอนหลังบนเตียงนุ่มแล้วหลับตา อา นี่แหละความรู้สึกที่ต้องการ นุ่มสบาย ผ่อนคลาย อืม..เวลานี้ที่รอคอย

 

                    ก๊อก!..ก๊อก!..ก๊อก! 

 

                    "ตรี...ออกไปส่งพี่เขาหน่อยสิลูก"

 

                   ร่างบางลุกพลวด โว๊ย! ไอ้นี่เป็นมารชีวิตจริงๆเล้ย ตั้งแต่เจอมันชีวิตก็มีแต่เรื่องยุ่ง แล้วมันมาอุปโลกเป็นพี่กูตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า?

 

                   ร่างบางขยับลงจากเตียง เปิดประตูแง้มโผล่หน้าครึ่งเดียว เห็นแม่ยืนอยู่หน้าห้อง

 

                    " ก็ให้เขากลับไปเลยสิจ๊ะ ทำไมต้องไปส่ง"

 

                   " เสียมารยาทลูก เดินไปส่งพี่เขานิดนึง ไปลูกไป" ถึงขนาดแม่ลากแขนออกจากห้องแบบนี้ ปฏิเสษยังไงก็ปล่าวประโยชน์ คนตัวเล็กส่งสายตาจิกกัดไปที่มองร่างสูงที่ยืนคอยหน้าประตู ทิวาหน้างอ ทำไมไม่เดินแล้วออกประตูไปเลยง่ายจะตาย ทำไมต้องไปส่งด้วยวะ?

 

                   ภีมยิ้มเดินตามหลังคนตัวเล็กที่หน้างอไม่พูดไม่จา มองผมยาวที่หวีจนมันระยับไหวตามแรงเดิน มองลำขาเล็กเพรียวขาวผ่อง เท้าเล็กเรียวบางคีบรองเท้าแตะง่ายๆ แววตาคมไหววาบเมื่อคนตัวเล็กหยุดเดินกะทันหัน

 

                 ทิวาหันขวับ ง้างหมัดขึ้นเล็งไปที่หน้าหล่อๆ กะว่าไม่พลาดแน่นอน แล้วปล่อยหมัดเต็มแรง ภีมที่ระวังตัวอยู่แล้วคว้ากำปั้น เล็กไว้ได้แล้วพับไปข้างหลังก่อนจะล็อคไว้แน่น

 

               " โอ๊ย! " ทิวาดิ้นเต็มแรง ตาโตเบิกกว้างเมื่อภีมใช้ร่างสูงใหญ่ดันคนตัวเล็กจนหลังบางชนประตูรถ "ปล่อย" มือบางอีกข้างยกขึ้นดันไหล่กว้าง ก่อนจะทุบปั๊กๆ ลงไป แต่ดูเหมือนจะไม่สะเทือนภีมสักนิด ทิวาเอียงหน้าหนีจนคอแทบเคล็ด ปลายจมูกโด่งจึงกดเข้าที่แก้มนุ่มหนักๆ

 

               " ปล่อยนะไอ้! ...อื๊อ!" ตาโตเบิกกว้าง เมื่อปากร้อนผ่าวประกบปิดลงบนปากนุ่มหวานแล้วบดบี้ริมฝีปากเข้าหาหนักๆจนเรียวปากบางเผยออ้า ภีมแทรกปลายลิ้นใหญ่เข้าหา ทิวาเข่าอ่อนยวบ และถ้าไม่มีลำขาใหญ่ของภีมแทรกเข้ามาพยุงไว้ร่างบางคงทรุดลงไปกองพื้น หัวใจเล็กๆ เต้นราวจะหลุดออกมานอกอก มือบางขยุ้มเสื้อตรงอกกว้างอย่างลืมตัวเมื่อลิ้นเล็กบางถูกปลายลิ้นใหญ่ร้อนเกี่ยวไว้แล้วดูดกลืนอย่างดูดดื่ม

 

              " อย่า" พูดได้แค่นั้นก็ถูกริมฝีปากร้อนผ่าวไล่ตามประกบติด ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นช้อนท้ายทอยเล็กแล้วกดริมฝีปากเข้าหา  ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กบางอย่างดูดดื่ม ทิวาหายใจไม่ออก ลืมไปว่าภีมปล่อยมือบางตั้งแต่เมื่อไหร่ แขนใหญ่ทั้งสองข้าง กอดเอวเล็กไว้แน่นจนแทบหัก ภีมบดเบียดหน้าขาเข้าหาคนตัวเล็กอย่างอดใจไว้ไม่ไหว อ่า! แทบทนไม่ไหวอยู่แล้ว ยิ่งได้กอดรัดยิ่งไม่อยากทน 

 

             " ทิวา...อืม" ภีมกระซิบชิดริมหูบาง ริมฝีปากร้อนผ่าวซุกไซ้ลำคอระหง ดมดอมความหอมที่น่าเสน่หา มือใหญ่ร้อนลูบเลย เข้าไปสัมผัสทั่วแผ่นหลังบางๆ ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวร้อนผ่าวขยับสอดขอบกางเกงด้านหลังช้าๆ 

 

                ทิวาเบิกตากว้างรู้สึกตัว มือบางยกขึ้นดันอกกว้างเต็มแรง หน้าร้อนผ่าวก้มหน้างุดก่อนจะรีบวิ่งหนีเข้าบ้าน พอถึงห้องได้ก็รีบกดล็อคทันทีราวกับกลัวใครวิ่งตามเข้ามา มือบางยกขึ้นกุมหัวใจที่เต้นแรงราวกับว่ามันกำลังจะทะลุออกมาเต้นข้างนอก ลมหายใจหอบถี่ยังกับไปวิ่งร้อยเมตรมายังงั้น แถมหน้าก็ร้อนผ่าววูบๆวาบๆ

 

               ทำไม? ทำไม? ทำไม?

 

                คืนนั้นทั้งคืนเล่นเอานอนไม่หลับ ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นอยากนอนใจจะขาด แต่ทำไมพอหลับตาทีไรก็เห็นแต่ไบหน้าหล่อๆลอยว่อนเต็มไปหมด รู้สึกถึงสัมผัสร้อนผ่าวของมือใหญ่ที่ลูบไล้แผ่วเบาทั่วแผ่นหลังบางแล้ว..แล้ว..ตอนที่มือใหญ่ทำท่าจะล้วงลงขอบกางเกงนั่น?

 

               ทิวาไม่เข้าใจ ไม่อยากเข้าใจ หรืออยากเข้าใจแต่ไม่เข้าใจ โว๊ย กูเป็นอะไรวะ? เพราะมึงคนเดียวเลยไอ้..ไอ้...

 

                ไอ้บ้า!.......

 

               ฮึ้ย!!

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น