ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2560 16:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 17
แบบอักษร

-17-



ร้านดอกไม้ถูกตกแต่งตามที่เจ้าของร้านคนใหม่ชอบ ปูนเริ่มเข้ามาดูแลงานร้าน โดยมีรุ่นน้องของกรพัฒน์เข้ามาช่วยในเรื่องของการตกแต่ง ไม่นานร้านดอกไม้ก็พร้อมเปิดบริการ 


“ร้านสวีทฟาวเวอร์ยินดีต้องรับครับ” 


ชื่อร้านยังคงเป็นชื่อเดิม เพราะปูนรู้สึกรักและผูกพันกับชื่อนี้ แถมลูกค้ารายแรก ก็ยังเป็นลูกค้าคนเดิมที่มาอุดหนุนในทุกๆ วันตอนที่ร้านเก่ายังเปิดอยู่ ลูกค้าหนุ่มยิ้มแย้มทันทีที่ได้เจอหน้าพนักงานสุดน่ารักของร้าน 


“ดีใจมากเลยนะครับ ที่คุณปูนกลับมาเปิดอีก นี่ถ้าเป็นคนอื่นละก็ ผมไม่มาแน่” สีหน้าและท่าทางเป็นไปตามคำพูดอย่างนั้น ปูนก็ยิ้มรับพร้อมกับเอ่ยขอบคุณเบาๆ “วันนี้ฉลองเปิดร้านใหม่ ผมขอสั่งช่อใหญ่พิเศษเลยนะครับ ขอดอกกุหลาบสีขาว แล้วก็ บลาๆ”


คำบอกของลูกค้าคนแรกถูกจดลงรายการอย่างช้าๆ ปูนทำเมินสายตาแวววาวจ้องมาที่เขาตลอดเวลา กว่ารายละเอียดจะเสร็จ ก็กินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกับการขอเปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่ตลอด 


“คุณปูนเปิดร้านเองแบบนี้ ทำคนเดียวหรือครับ ผมไม่เห็นมีผู้ช่วยเลย แบบนี้คงเหนื่อยแย่” ลูกค้าหนุ่มถามคำถามมากมาย ดวงตาก็กวาดดูรอบๆ ตัวร้านที่เปลี่ยนไปมาก แต่ก็สวยไม่ต่างกัน “นั่นรูปคุณปูนหรือครับ น่ารักเหมือนตัวจริงเลย”


“ไม่หรอกครับ คุณก็พูดเกินไป” ปูนหันมาตอบกลับพร้อมยิ้มหวานอย่างทุกที มือก็ยังคงจัดช่อดอกกุหลาบให้เป็นไปตามที่ลูกค้าเลือก 


“ไม่เกินไปสักนิดเลยครับ” ลูกค้ารายแรกของร้าน ลุกจากเก้าอี้ทรงสูงไปที่กำแพงที่มีรูปการ์ตูนวาดอยู่ มือหยาบค่อยๆ ยกลูบเบาๆ ก่อนจะหยิบมือถือมาเก็บภาพตัวเองกับตัวการ์ตูนของเจ้าของร้าน เมื่อถ่ายเสร็จก็ย้อนกลับไปนั่งหน้าเคาน์เตอร์ตามเดิม และมองคนน่ารักอย่างไม่รู้จักเบื่อ 


“เรียบร้อยแล้วครับ” ด้วยความชำนาญ ปูนจัดดอกกุหลาบช่อโตเร็วจนคนแอบมองถึงกับเสียดาย เพราะอยากอยู่ที่นี่ไปนานๆ “แล้วการ์ดให้เขียนเหมือนเดิมหรือเปล่าครับ” การ์ดของร้านตอนนี้ก็ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ โดยที่ปูนให้เกนเป็นคนออกแบบ ซึ่งก็เป็นลวดลายแบบแปลกๆ แต่ก็สวยไม่เหมือนใคร แม้กรพัฒน์จะเปรยว่าเด็กอนุบาลวาดสวยกว่าก็ตาม


“ไม่ต้องเขียนหรอกครับ” 


“อ่าว”


ปูนเอียงคอมองอย่างสงสัย ดอกไม้ช่อโตขนาดนี้ก็น่าจะแนบการ์ดความหมายดีๆ ไว้สักหน่อย แม้จะเอาไปให้แม่ แต่ก็ควรมีประโยคหรือคำพูดซึ้งๆ แนบไปอย่างทุกที 


“เพราะช่อนี้ ผมให้คุณปูนครับ เป็นของขวัญสำหรับเปิดร้านใหม่” ลูกค้าหนุ่มรับช่อดอกไม้มาถือ ก่อนจะยื่นคืนให้กับปูน “ยินดีด้วยสำหรับร้านใหม่นะครับ”


“ขอบคุณครับ แต่มัน...” 


“ไม่มีแต่สิครับ ผมตั้งใจไว้จริงๆ” 


“ขอบคุณครับ”


เมื่อปฏิเสธไม่ได้ ปูนเลยยื่นมือไปรับดอกไม้ช่อนั้น และจังหวะนั้นเอง ประตูร้านก็ถูกเปิดออก กรพัฒน์แทบปรี่เข้าไปขยำคอเสื้อคนที่กล้ามองตาหวานใส่ปูน หากต้องข่มใจไว้กลัวว่าปูนจะเดือดร้อน ต่างจากลูกชายที่รีบเดินเข้าไปขวางพร้อมแย่งช่อดอกไม้ไปถือ


“อ่าวลุงนั่นเอง จำกันได้ไหม หวังว่ายังไม่แก่จนเป็นอัลไซเมอร์นะครับ” เกนวางช่อดอกไม้นั้นบนเคาน์เตอร์ แล้วเอาตัวเองยืนแทรกกลาง คิ้วเข้มขยับขึ้นลงคล้ายกับจะหาเรื่อง 


“เป็นเด็กไม่มีมารยาทนะครับ” ลูกค้าหนุ่มคิ้วขมวดเอนตัวไปบอกปูน แต่เกนก็ขยับตามเพื่อที่จะบังคนด้านหลังตัวเอง 


“ขอโทษนะครับ” ปูนอยู่ด้านหลังพยายามจะปรามด้วยการแตะแขนคนขวาง แต่เกนก็ไม่ยอม เด็กหนุ่มหันไปส่ายหน้าเบาๆ คล้ายกับว่าไม่ยอมหลบ 


การกระทำของเกนแม้จะดูไม่ค่อยดี แต่สำหรับคนเป็นพ่อแล้ว มันช่างแสนวิเศษ เกนสามารถจัดการในสิ่งที่พ่อทำไม่ได้ ช่างดีเสียจริง ไม่ต้องออกแรง อีกทั้งไม่ถูกด่าด้วย มีลูกรู้ใจแบบนี้งานพ่อก็เบาขึ้นเยอะ 


“งั้นผมกลับก่อนดีกว่า แล้วจะมาใหม่นะครับคุณปูน” ลูกค้าหนุ่มยังคงพยายามจะโยกตัวเพื่อส่งยิ้มให้เจ้าของร้านสุดน่ารัก แต่ก็ถูกร่างของเด็กหนุ่มขวางทุกครั้งจนต้องถอดใจลา “ให้ผู้ปกครองสอนบ้างนะ เรื่องมารยาทน่ะ”

เกนมองตามหลังคนที่ออกไปแล้วตาปริบๆ กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าถูกว่าก็ช้าไปซะแล้ว 


“ป๋า เมื่อกี้มันด่าเกนอะ” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เด็กหนุ่มก็รีบไปฟ้องพ่อตัวเอง 


“มันด่าฉันต่างหาก กล้าว่าฉันไม่สั่งสอนลูก ถ้าเจออีก มีตายไปข้างหนึ่งแน่” กรพัฒน์ว่าอย่างฉุนเฉียว ก่อนที่พ่อลูกจะถูกไม้ขนไก่เคาะหัวเบาๆ คนละทีจนหน้ามุ่ย “พี่เจ็บนะปูน” 


“อย่ามาเว่อร์ ปูนตีไม่แรงสักหน่อย อีกอย่าง เขาว่าให้ก็ถูกแล้ว พี่กรต้องบอกเกนสิว่าไม่ควรทำแบบนี้” ปูนบ่นยาวออกมา โดยมีเกนรีบย้ายข้างมายืนด้านหลังพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย 


“ใช่ๆ ป๋าอะ ไม่บอก” 


“อ่าวไอ้นี่ ทิ้งป๋าแกเฉย” กรพัฒน์ถึงกับโวยวายลูกชายตัวดี แต่สุดท้าย เกนก็ถูกเคาะหัวอีกรอบ “สม”


“ป๋า นี่ลูก” 


“เออ รู้ แกเกิดมาจากเชื้อฉัน” 


“ดูพูดเข้า พี่ปูน”


ปูนส่ายหน้าเมื่อพ่อลูกยังคงเถียงกันไม่หยุด นับวัน กรพัฒน์จะทำตัวเป็นเกนอีกคน พอไม่ได้ดั่งใจอะไรก็จะทำหน้างอแล้วฟ้อง 


“พี่หาพนักงานให้ปูนได้แล้วนะ” พอหยุดเถียงกัน กรพัฒน์ก็ว่าออกมา มือใหญ่ยื่นไปดึงคนตัวผอมให้มานั่งตัก “คนของม๊าพี่เอง ไว้ใจได้” ปูนมองคนยิ้มกริ่มอย่างสงสัย กรพัฒน์ต้องมีอะไรแอบแฝงแน่นอน คนๆ นี้คิดจะทำอะไรต้องวางแผนล่วงหน้าและมีประโยชน์ด้วยเสมอ 


“ใครอะป๋า เกนรู้จักป่ะ” เกนเอ่ยถามออกมา ปากก็เคี้ยวองุ่นไร้เมล็ดตุ้ยๆ 


“ฟองจันทร์” ตอบเรียบๆ แต่คนถามกลับเบิกตากว้าง 


“พูดจริงป่ะเนี่ย ป้าฟองเนี่ยนะ” 


“อืม กว่าจะขอมาได้”


ปูนไม่รู้หรอกว่าฟองจันทร์คือใคร แล้วทำไมสองพ่อลูกต้องมีท่าทางแบบนั้น เพราะปูนขอแค่พนักงานที่ไว้ใจได้เป็นพอ เรื่องจัดดอกไม้นั้นฝึกกันได้ เหมือนที่ปูนมาฝึกกับโรสอยู่นานกว่าจะจัดได้สวยและไวขนาดนี้ 


เมื่อมีลูกค้าเข้าร้าน ปูนก็รีบลุกไปต้อนรับ โดยไม่เห็นสายตาและท่าทีที่ยิ้มย่องของกรพัฒน์สักนิด คนที่ขอจากม๊าตัวเองมา ระดับความเข้มอยู่ที่หลักร้อย หน้าตาใจดี แต่โหดเป็นที่หนึ่ง กรพัฒน์สามารถไว้วางใจให้มาดูแลปูน และกันหนุ่มๆ ที่จะมาข้องแวะได้ล้านเปอร์เซ็น 


“ป๋าคิดอะไรเกนดูออกนะ จะให้ป้าฟองมากันคนเข้าหาพี่ปูนล่ะสิ ร้ายนะ”


กรพัฒน์ไม่ตอบลูกชาย เพียงแต่ขำในลำคอเท่านั้น ชายหนุ่มคิดมาล่วงหน้าแล้ว ว่าหากปูนมาเปิดร้านก็ต้องมีเหตุการณ์แบบเดิม ซึ่งเขาไม่ยอมให้ชายคนใดได้เข้าใกล้แน่นอน ที่สำคัญ ได้กำชับอย่างหนักแน่นไว้แล้ว หากมีผู้ชายเข้าร้าน ก็ให้ฟองจันทร์เป็นคนรับแทน แค่นี้ก็เบาใจไปอีกหน่อย 


“ปิดเทอมเกนมาเฝ้าให้ด้วย เอาป่ะ” 


“ก็ดี”


“เดือนละห้าหมื่น”


“งั้นก็ไปเรียนเหมือนเดิม”


“โธ่ ป๋าอะ”




****




กรพัฒน์อยู่ที่ร้านกับปูนจนร้านปิด ชายหนุ่มรีบเคลียร์งานเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ช่วงเช้าก็แค่เอาไปเช็คของพร้อมหอบหิ้วเกนไปด้วย งานเสร็จหมดเลยสามารถมาอยู่ที่นี่ได้ทั้งวัน ส่วนลูกชายตัวดีต้องกลับไปเรียนพิเศษช่วงเย็น ตอนปิดร้านก็เลยเหลือแค่ปูนแล้วก็กรพัฒน์แค่สองคน


“เหนื่อยไหมครับ” ปูนยกน้ำเย็นมาให้คนที่อยู่ช่วยจนร้านปิด 


“อยู่กับปูน พี่ไม่เคยเหนื่อยสักนิด” หยอดซะจนน้ำเปล่าในแก้วอาจหวาน กรพัฒน์ซ้อนจับมือปูนที่ยังถือแก้วน้ำ ก่อนจะค่อยๆ ยกดื่มช้าๆ ดวงตาคมจ้องมองคนหน้าหวานอยู่ตลอด “อร่อย”


“น้ำเปล่าจะอร่อยได้ยังไง”


“น้ำไม่อร่อย แต่คนป้อนต้องอร่อยแน่” 


ว่าแล้วก็ใช้ปากที่ยังชุ่มน้ำจูบมือขาวเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาฉกแก้มนุ่มฟอดใหญ่


“พี่กร เดี๋ยวมีคนมาเห็น” ปูนทำตาโตเมื่ออยู่ๆ ก็ถูกดึงให้นั่งคร่อมบนตัก จมูกโด่งซุกไซ้ตามซอกคอหอมโดยไม่สนเสียงห้ามปราม “พี่กร อื้อ นี่มันในร้านนะ” 


“งั้น ขึ้นข้างบนกัน” 


ว่าแล้วก็อุ้มคนบนตักขึ้นไปห้องด้านบน ซึ่งเมื่อก่อนเป็นห้องเก็บของ แต่ตอนนี้ถูกทำใหม่กลายเป็นห้องนอนที่กว้างขวาง คนทำห้องให้เหตุผลว่า เผื่อเหนื่อยจะได้ขึ้นมาพัก แต่ดูเหมือนว่า เหตุผลที่แท้จริงจะไม่ใช่แบบนั้นซะแล้ว 


ความเร้าร้อนเริ่มตั้งแต่การขึ้นบันได กรพัฒน์ไม่ยอมละจูบจากปากนุ่มเลยแม้แต่วินาทีเดียว ซึ่งปูนยังคิดว่าชายหนุ่มช่างจูบเก่งซะจริงที่ทำให้เขาเคลิ้มได้ขนาดนี้ 


ทันทีที่หลังบางแตะเตียงนุ่ม คนด้านบนก็ไม่รอช้าที่จะตามลงมาทาบทับพร้อมมอบจูบอันเร้าร้อนมากกว่าเดิม มือหยาบแสนร้อนสอดเข้าไปในเสื้อเชิ้ตสีขาวอย่างรวดเร็ว ทุกสัดส่วนที่ได้สัมผัสใต้ร่มผ้าช่างเนียนละเอียดยิ่งกว่าผู้หญิงทุกคนที่เคยผ่านมา   “ปูนสวยมากเลยรู้ไหม” กรพัฒน์ผละจูบออกมาเพื่อจะถอดชุดของตัวเอง โดยไม่สนว่าเสื้อตัวแพงจะปลิวไปตกส่วนไหนของห้อง ดวงตามคมมองปากแดงที่บวมนิดๆ จากการที่เขาจูบไปเมื่อครู่ แถมดวงตากลมโตกำลังมองมาที่เขา ก็ดูยั่วยวนจนเผลอแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก 


ไม่ปฏิเสธเลยว่าตอนนี้ เขาอยากครอบครองคนตรงหน้าใจจะขาด 


“พี่รักปูนนะครับ” 


“ปูนก็รักพี่กรเหมือนกัน”


คล้ายกับเป็นคำขอและมีคำตอบย้อนกลับมา กรพัฒน์รีบจัดการคนที่ยั่วยวนสายตาและอารมณ์ทั้งที่ไม่ตั้งใจ  ความรุกเร้าแสนเร่าร้อนของทั้งคู่ ทำลายประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศที่แทบไม่รู้สึกถึงความช่ำเย็น 


เสียงหอบดังออกจากปากแดง ยิ่งถูกลิ้นร้อนตวัดลงบนยอดอกสีสวย เสียงนั้นก็ยิ่งแหบพร่าปลุกความตื่นตัวจนปวดหนึบ ปูนช่างหวานไปทุกส่วน กรพัฒน์ไล่ลิ้นสากลงมาตามหน้าท้อง ตวัดดูดเม้มรอบสะดือเรียกเสียงทรมานจากคนตัวผอมได้อีกระลอก 


“พะ พี่กร อ๊า”  


ปูนเบิกตาโตผงกหัวขึ้นดู คิดไม่ถึงว่ากรพัฒน์จะใช้ลิ้นกับของๆ ตัวเอง ทันทีที่ถูกตวัดไล่เล็ม ความรู้สึกมากมายก็ประดังประเดเข้ามา ในหัวสมองตอนนี้แทบไม่มีอะไรเหลืออยู่ ยิ่งปากร้อนดูดกลืนเข้าไป  ปูนยิ่งดิ้นพล่านด้วยความเสียวซ่าน  


พอเห็นว่าร่างผอมมีอารมณ์มากขึ้น คนที่เตรียมพร้อมอย่างกรพัฒน์ ก็รีบลุกไปเปิดลิ้นชักในตู้เสื้อผ้าและกลับมาอย่างไว ในมือมีหลอดเจลใสที่ไม่รู้ว่าไปเก็บซ่อนไว้ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ช่วงเวลาต่อจากนี้ ชายหนุ่มจะต้องใจเย็นให้มาก ไม่อย่างนั้น เขาอาจจะอดครอบครองลูกกวางน้อยตัวนี้ ทั้งที่ของๆ เขาพร้อมซะยิ่งกว่าพร้อม  


“ปูนไม่ต้องเกร็งนะ สูดหายใจเข้าลึกๆ”   “อืม อะ” 


ความเย็นของเจลที่สัมผัสช่องทางด้านหลังทำเอาขนลุกซู่ ปูนเม้มริมฝีปากไว้แน่นเมื่อนิ้วของกรพัฒน์ค่อยๆ กดเบาๆ และดันเข้าไป มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมผ่านเข้าไป


“เจ็บไหม” กรพัฒน์พยายามขยับนิ้วช้าๆ เพื่อให้ปูนไม่กลัว คนที่เม้มปากส่ายหน้าเป็นคำตอบ เขาเลยลองเพิ่มนิ้วเข้าไปอีก แม้ต้องใช้เวลามากสักหน่อยก็ตาม 


กรพัฒน์สังเกตคนรักที่นอนเม้มริมฝีปาก มือขาวกำผ้าปูเตียงแน่น คงกำลังอดทนเพื่อเขาแน่ พอคิดแบบนี้รอยยิ้มก็ผุดขึ้นมา นี่ปูนจะทำให้เขารักเพิ่มไปอีกสักแค่ไหนกัน แค่นี้ก็ล้นออกมานอกอกอยู่แล้ว 


มือที่หมุนอยู่ในช่องทางเริ่มขยับสะดวกขึ้น และหลายครั้งที่จะได้ยินเสียงหวานดังออกมาจนรู้ว่า ตรงไหนที่จะทำให้คนรักของเขามีความสุข แค่คิดก็แทบอยากเข้าไปครอบครอง แต่ก็ต้องอดใจไว้อีกสักหน่อย เขาอยากให้ปูนจำครั้งแรกว่าเป็นครั้งที่ดีที่สุด 


เสียงหวานครางถี่ขึ้นเมื่อนิ้วสัมผัสถูกบางจุดที่เสียวปราบ ยิ่งด้านหน้าถูกลิ้นร้อนตวัดดูดกลืน ปูนก็ยิ่งดิ้นพล่านด้วยอารมณ์ที่ปะทุ ไม่นานก็ถึงฝั่งฝันที่มีทั้งความทรมานและเสียวซ่านปะปนกัน และตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาที่กรน้อยของเขาแล้วจะออกศึกแล้ว กรพัฒน์เลื่อนขึ้นไปจูบรุกเร้าเช่นเดิมเพื่อจุดอารมณ์ในตัวปูนอีกครั้ง


“ปูนครับ มองมาที่พี่” เสียงทุ้มเรียกชื่อพร้อมเรียกให้จ้องมองมาที่ตัวเขา


“พี่กร อื่อ” ปูนยื่นมือไปแตะแก้มคนด้านบนเบาๆ ก่อนจะย่นคิ้วเมื่อท่อนเนื้อร้อนค่อยๆ แทรกผ่านเข้ามา มือขาวเลื่อนลงมาบีบแขนแกร่งไว้แน่น “เจ็บ พี่กร เจ็บ”


แม้ช่องทางจะถูกขยายมาก่อนหน้า แต่ขนาดที่ต่างกันก็ทำให้คนใต้ร่างส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ใบหน้าขาวบิดเบี้ยวยามถูกแทรกเข้ามา  


“พี่เอาออกก่อนไหม ปูนจะได้...” 


แม้จะเสียดายอยู่บ้าง แต่เพราะเป็นห่วง กรพัฒน์กำลังจะถอนท่อนเนื้อร้อนออกมา แต่ปูนกลับจับหน้าคมมาบดจูบ ความต้องการลุกโชนจนทนแทบไม่ไหว แม้รู้ว่าคนรักจะเจ็บอยู่มากแต่เพราะความต้องการของเขามันยากยิ่งเหลือเกินที่จะหักห้ามใจได้ มือหยาบจับขาขาวให้อ้ากว้างกว่าเดิมก่อนจะตัดสินใจดันสิ่งที่ค้างคาให้เข้าไปจนสุด 


ตอนนี้ปูนเป็นของเขาโดยสมบูรณ์แบบแล้ว


กรพัฒน์หยุดค้างไว้เพื่อให้คนใต้ร่างปรับตัว เขาถอนจูบออกมาแต่ปากก็ยังวนเวียน ซุกไซ้ตามพวงแก้มหอมและซอกคอขาว โดยไม่ลืมฝากรอยรักเพื่อเป็นสัญลักษณ์ไว้ 


“พี่ขยับนะ” 


“ครับ อ๊ะ ช้าๆ”


พอได้ครอบครองก็ชักจะเอาแต่ใจใหญ่ กรพัฒน์ขยับช้าสลับเร็วทำเอาปูนปรับอารมณ์แทบไม่ถูก คล้ายกับว่า จะแกล้งให้โหยหายามนุ่มนวลและทำให้ขาดใจตายยามหนักหน่วง เพลิงที่ถูกจุดจนติด ยากที่จะมอดดับลง ความเร้าร้อนค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ผิวขาวของปูนแทบไม่มีตรงไหนเลยที่ไม่มีรอยจ้ำสีกุหลาบ หากปกติแล้ว กรพัฒน์ไม่เคยฝากรอยไว้กับใคร และส่วนใหญ่ก็ได้กันตั้งแต่วันแรก จะมีแค่ปูนเท่านั้นที่ทำให้เสืออย่างเขากลายเป็นลูกหมาที่รอคอยความรักความเมตตาอย่างน่าสงสาร 


จากหนึ่ง ค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ ตามความกระหายอยากที่ต้องทนมากนาน ยิ่งคนใต้ร่างส่งเสียงครางหวานเพียงใด ความหน้ามืดตามัวก็เข้าครอบงำเสียซะทุกครั้ง แม้ปูนจะอ่อนหวาน แต่ก็เร้าร้อนจนกรพัฒน์เองยังนึกแปลกใจ นี่เขาเจอเพชรสินะ 


ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศค่อยๆ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายทั้งสองคนค่อยๆ ลดลง หลังจากหยุดพักเพราะความเหนื่อยล้า กรพัฒน์สอดแขนโอบตัวปูนไว้จากด้านหลัง หัวไหล่มนมีรอยของเขาอยู่หลายจุด และอดไม่ได้ที่จะทำเพิ่มอีก

“ทำไมชอบกัด” ปูนหันมาแหวเมื่อเจ็บจี๊ดตรงที่ถูกทำรอย 


“ก็พี่เป็นหมา” พูดแล้วก็หัวเราะออกมา ไม่เคยยอมรับกับใครว่าตัวเองเป็นหมามาก่อน “พันธุ์พิทบลูด้วยนะ กัดไม่เลือกหน้าแน่ ถ้ามีหมาตัวไหนมายุ่งกับปูน” ว่าแล้วก็แยกเขี้ยวทำขู่ 


“แต่ปูนไม่เป็นหมานะ” แล้วก็หัวเราะตาม 


“ปูนเป็นเมียพี่ต่างหาก” พูดจบก็ดูดปากแดงตรงหน้าแรงๆ เพราะยั่วสายตาเขาดีนัก


“ปากปูนช้ำหมดแล้วเนี่ย” แม้จะบ่นแต่ปูนก็ยิ้มหวานให้ “แล้วเราไม่ต้องรีบกลับหรือครับ” พายุความเร้าร้อนที่เพิ่งผ่านไปหลายยกทำให้ลืมใครบางคนที่คงกำลังรอกินข้าวอยู่ “เกนรอกินข้าวอยู่แน่ พี่กร อื้อ” พอพูดอีกก็ถูกดูดปากอีก


“ต่อไปให้เรียกป๋าเหมือนที่เกนเรียก” นี่กรพัฒน์เริ่มคิดว่าตัวเองอาจจะเป็นโรคจิต ที่เสพติดปากแดงจนอยากจะจูบย้ำๆ ซ้ำๆ ไม่อยากห่างไปไหน 


“แต่...”


“เรียกป๋านั่นแหละ น่ารักดี” 


“แต่เหมือนปูนเป็นเด็กป๋าเลยนะ” หน้าหวานง้ำงอนิดๆ 


“ไม่ใช่เด็กป๋า แต่เมียป๋าต่างหาก ดูสิ เมียป๋าโคตรน่าเอา เอ๊ย น่ารัก” ว่าแล้วมือหยาบก็เริ่มลูบไล้ท้องแบนด้านหน้า ไม่สนว่าคนในอ้อมกอดจะดิ้นขืน 


“แต่เกนรออยู่นะ ป๋า ไม่เอาแล้ว” 


“เรียกป๋าแล้วมันกร๊าวใจซะจริง มาฉลองร้านใหม่อีกสักรอบเถอะนะ เมียป๋า” 


ศัพท์วัยรุ่นที่ได้ยินทำเอาปูนหัวเราะลั่น ก่อนเสียงหัวเราะจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานๆ ที่กรพัฒน์ชอบ ความเร้าร้อนที่ทำให้ทั้งห้องมีแต่เสียงแห่งความสุข และทั้งคู่ก็ลืมไปเลยว่า เกนหิ้วท้องรอข้าวมื้อค่ำจนผล็อยหลับบนเตียงไปถึงเช้าอีกวัน ตื่นมาห้องก็ยังคงว่างเปล่า เพราะป๋ากับพี่ปูนของเขาไม่ได้กลับห้อง



“ไปไหนกันวะเนี่ย หิวข้าว!!!”  



...TBC

ถึงกับปากเหงื่อจริงๆ ค่ะ แต่ได้เท่านี้จริงๆ มันยากมากที่จะบรรยายออกมา (- / / -) 

อีกไม่กี่ตอนจะจบแล้วนะคะ ต้องขอบคุณทุกๆ คนที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจผ่านตัวอักษร ขอบคุณจริงๆ ค่ะ 

ตอนที่เหลือเน้นความหวานชดเชยความขมช่วงต้นเรื่อง แล้วพบกันค่ะ จุ๊บๆ เซฮัลโหลหน่อย จุ๊บๆ (นั่นมันเนโกะจั้มฟ์ แฮ่)

ความคิดเห็น