email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ช่วยกดติดตามกันหน่อยน่ะคะ😛😛😛

THE BROTHEL [ซ่อง] 🎃🎃🎃 :ภารกิจที่ 2.1 100%

ชื่อตอน : THE BROTHEL [ซ่อง] 🎃🎃🎃 :ภารกิจที่ 2.1 100%

คำค้น : The brothel 🎃🎃🎃

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2560 21:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
THE BROTHEL [ซ่อง] 🎃🎃🎃 :ภารกิจที่ 2.1 100%
แบบอักษร


"ซามูเอลพรุ่งนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...ขอให้เจ้าทำงานได้อย่างราบรื่น..ขอให้เจ้าโชคดีที่รักของข้า...จุ๊บ"ริมฝีปากหนาประทับบนหน้าผากของร่างบางที่กำลังหลับใหลอยู่ในห้วงนิทรา เฮมัสใช้แขนแกร่งช้อนตัวของซามูเอลขึ้นในท่าเจ้าสาวก่อนจะพาเดินกลับมายังห้องของร่างบาง

  เมื่อมาถึงภายในห้องของร่างบางก็มีร่างของชายผิวสีแทนรูปร่างอรชรและชายผมสีชมพูยาวสลวยหุ่นไม่ต่างกัน กำลังนอนกอดกันด้วยความรัก

    เฮมัสหัวเราะในลำคอ  ร่างหนาวางซามูเอลลงบนเตียงนอนอย่างแผ่วเบา

"ขอให้พวกเจ้าทั้งสามโชคดี"เฮมัสพูดทิ้งท้าย ร่างสูงหายตัวไปจากห้องอย่างไร้ริ้วรอย

  เพียงไม่นาน แสงอาทิตย์ก็เฉิดฉายบนท้องฟ้า ฝูงนกบินออกหาอาหาร เสียงไก่ขัน และสัตว์นานาชนิดที่ออกมาเพื่อดำรงชีวิตในเช้าวันใหม่ ก็เหมือนพวกเขาทั้งสามคนที่กำลังเตรียมตัวจะออกเดินทาง

"ภารกิจนี้พวกเจ้าไม่สามารถใช้มนตร์ในการหายตัวได้ เพราะเวทจากเมืองนั้นมันแข็งแกร่งเกินไป..ทางเดียวที่พวกเจ้าจะไปได้คือการเดินเท้า..หาหนทางในการเข้าไปในเมืองนั้นให้ได้และต่อจากนั้นถ้าพวกเจ้าจะใช้มนตร์หรือเวทอิทธิฤทธิ์ต่างๆของพวกเจ้า..พวกเจ้าย่อมทำได้.."เฮมัสร่ายยาว แต่สายตาร่างสูงไม่ละออกจากซามูเอลเลยแม้แต่น้อย

"นี่ซามูเอล..ครูใหญ่คงอยากกินเจ้าจะแย่"ชาเกอร์พูดหยอกๆ  เฮมัสยิ้มมุมปาก ซามูเอลจิ๊ปากใส่เพื่อน

  อยากกินอะไรกันหล่ะ  ขนาดเมื่อคืนเขาทำขนาดนั้นร่างสูงยังไม่คิดจะชิมเขาเลย...พูดแล้วก็เซ็ง

"แปลว่าข้าต้องเดินไปเองเลยหรอ..มันตั้ง 600 ไมล์นะท่าน"รานดิสแย้ง เฮมัสขำออกมาเบาๆ

"ไม่ต้องเป็นห่วง..ข้าเตรียมเสบียงให้พวกเจ้าแล้ว...."เฮมัสพูดกับรานดิสก่อนจะเซตามามองซามูเอลเช่นเดิม

"จำคำข้าไว้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น..ในกระเป๋าเสบียงมีทุกอย่างที่พวกเจ้าต้องการ..เอาล่ะพวกเจ้าไปได้แล้ว..โชคดี"เฮมัสพูดจบร่างสูงก็หันหลังกลับและเดินกลับเข้าไปในตัวปราสาท

"เดี๋ยวท่าน!!!"ซามูเอลตะโกนเรียกเสียงดัง ร่างสูงหยุดชะงัก และได้รับรู้ถึงสัมผัสแผ่วเบาบริเวณแก้มสาก

"ข้าไปล่ะ!"ซามูเอลบอกลา ทั้งชาเกอร์และรานดิสต่างทำสายตาอิจฉาใส่ ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน

"พวกเจ้าเนี่ยนะชอบแกล้งข้าอยู่เรื่อย"ซามูเอลบ่น รานดิสและชาเกอร์ ทำเป็นหันมองไปทางอื่น

  ทั้งสามเดินเท้ากันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ร่างบางทั้งสามสะพายเสบียงที่ถูกใส่ไว้ในกระเป๋าเป้

"เฮ้อ~ข้าหิวน้ำจัง..ชาเกอร์ข้าขอดื่มน้ำหน่อยมันอยู่ในกระเป๋าเจ้า"รานดิสบอกร่างบาง ชาเกอร์เอากระเป๋าเป้มาเปิดออกภายในบรรจุไปด้วยขวดแก้วที่บรรจุน้ำเอาไว้

 "อ่ะนี่"ชาเกอร์ยื่นให้ รานดิสขอบคุณก่อนจะยกขึ้นดื่ม  ชาเกอร์เป็นคนดื่มต่อและตามด้วยซามูเอล

"ในป่านี่เงียบมากเลยเนอะ"ชาเกอร์เอ่ยขึ้น หลังจากเก็บขวดแก้วใส่กระเป๋า ทั้งสามเริ่มออกเดินทางกันอีกครั้ง จนเวลาล่วงลับจนถึงเย็น

"ข้าว่าตอนนี้มันก็เริ่มจะมืดแล้ว...ทำที่พักเถอะ..เดี๋ยวมันจะมืดและหากิ่งไม้ ผลไม้ หรืออาหารมาไม่ได้"ซามูเอลบอก  รานดิสและชาเกอร์พยักหน้า ก่อนที่ทั้งสามจะนำสัมภาระกองไว้ที่เดียวกัน

  ในบริเวณที่พวกเขาเลือกมันเป็นบริเวณที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน เพราะมีต้นไม้ต้นใหญ่แสนร่มรื่น ข้างๆถัดไปประมาณ 100 เมตรมีลำธาร และบริเวณลำธารก็มีพืชหลายๆชนิดๆ มีต้นส้มอยู่ใกล้ๆบริเวณที่พักนี้ด้วย

"ข้าจะไปเก็บผลไม้นะ"รานดิสเสนอ

"ข้าขอไปเอาใส่ขวดแก้วให้เต็มนะแล้วเดี๋ยวข้าจะมาช่วยเจ้าทำที่พัก"ชาเกอร์เสนอด้วยอีกคน ทั้งสามตกลง ก่อนจะแยกย้ายทำงานของตัวเอง

 รานดิสไปเก็บส้มสูกลูกไม้นานาพันธุ์มาเก็บไว้บริเวณที่พัก ร่างบางใส่พวกมันลงในตะกร้า ส่วนชาเกอร์ก็กำลังเดินมาพอดี

"น้ำที่นี่เย็นมากเลย"ชาเกอร์พูดไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

"ชาเกอร์มาช่วยซามูเอลทำที่พักดีกว่า"รานดิสบอก ทั้งสามช่วยกันทำที่พัก ซามูเอลใช้ไม้หลายๆท่อนมาพันด้วยเชือกต่อกัน และผูกยึดกันไปมาจนออกมาเป็นโครงหลังคาบ้านที่มีขนาดใหญ่พอที่พวกเขาจะไปพักอยู่ข้างใน

"ชาเกอร์เจ้าหยิบผ้าผืนนั้นให้ข้าหน่อย"ซามูเอลบอก ชาเกอร์พยักหน้าก่อนจะส่งผ้าคลุมขนสัตว์ขนาดใหญ่ที่บรรจุอยู่ในกระเป๋าเป้ให้ซามูเอล

"รานดิสเจ้าช่วยข้าจับด้วย"รานดิสและซามูเอลช่วยกันดึงผ้าให้คลุมไว้ด้านบน ก่อนจะใช้ผ้าคลุมที่ทำจากพลาสติกอีกอันมาคลุมทับ เผื่อฝนตกผ้าคลุมขนสัตว์จะได้ไม่เปียก

"ข้าว่าเฮมัสคงไม่อยากให้สุดที่รักหนาวแน่ๆเลยอุตส่าห์เอาผ้าคลุมขนสัตว์ของตัวเองมาให้"ชาเกอร์พูดลอยๆขึ้นมา ซามูเอลหน้าแดง รานดิสแกล้งแหย่ต่อ

"ใช่ชาเกอร์..ข้าก็เห็นด้วย..ซามูเอลเจ้านี่โชคดีเนอะ..ที่ได้ผ้าคลุมขนสัตว์แสนหวงของเฮมัสเชียวน้า~"ร่างบางยิ่งเขินไปกันใหญ่

"ไอเพื่อนบ้า!"รานดิสและชาเกอร์หัวเราะออกมาเบาๆ

"อ่าๆข้าไม่แกล้งแล้ว..ซามูเอลเจ้าเอาพลาสติกไปปูรองไว้ข้างล่างก่อนแล้วค่อยเอาผ้าคลุมอีกผืนปู

ไว้นอน ...ข้าใช้ไม้ยึดให้ที่พักติดกับพื้นแล้ว..ชาเกอร์เจ้าไปเอาปูนขาวมาโรยไว้รอบๆไป..เดี๋ยวข้าก่อไฟให้เอง"รานดิสสั่ง ทั้งสามก็ชุลมุนทำงานของตัวเองอีลกครั้ง จนเวลาล่วงเลยมาช่วงใกล้มืดฟ้าครึ้มเต็มที

"เราไปจับปลากันดีมั้ย!..ข้าอยากกิน"อยู่ๆซามูเอลก็โพล่งขึ้นมา ทั้งรานดิสและชาเกอร์สะดุ้ง

"นี่เจ้าถูกเฮมัสแสดงความรักจนสมองไม่ดีรึไง..เจ้าลืมไปแล้วหรอ..พวกเรากินได้แต่ผลไม้กับผัก"ชาเกอร์เตือนสติเพื่อนร่างบาง ซามูเอลยิ้มแหย่

"ข้าลืม"ซามูเอลหัวเราะ เขาแค่จะสร้างบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้มันก็จะมืด บรรยากาศมันเริ่มน่ากลัวแล้ว

"รานดิส..ข้าว่าจุดไฟไว้รอบที่พักได้มั้ย..ข้ากลัวว่าจะมีเสือมา..เสือมันกลัวไฟ"ชาเกอร์พูดอย่างหวาดๆ ตอนนี้ร่างบางก็ไม่ต่างอะไรไปจากซามูเอล

"กองเดียว..มันก็ไม่กล้าเข้าหรอก...ขืนเข้ามาเถอะข้าจับทำสามีไม่รู้ตัว..หึหึ"รานดิสบอกพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย

"แล้วถ้าเสือเป็นตัวเมียหล่ะ"ซามูเอลเป็นคนแหกหน้ารานดิส ร่างบางยู่หน้าใส่ซามูเอล

"เจ้านี่นะซามูเอล"ทั้งสามหยอกล้อกัน จนพระอาทิตย์อัสดง ไร้ซึ่งแสง มีเพียงเสียงจันทร์สีนวลเท่านั้น ทั้งสามรับความอบอุ่นจากกองไฟ

"ข้าอิ่มแล้ว..ข้าว่าเราเข้านอนกันดีกว่านะ"รานดิสและซามูเอลพยักหน้า ชาเกอร์ยิ้มก่อนจะเปิดผ้าคลุมออกและมุดเข้าไปข้างใน ข้างในมันอุ่นจริงๆ ซามูเอลตามเข้ามาและต่อด้วยรานดิส ทั้งสามนอนกอดกันเพราะความเคยชินและความหนาวเหน็บของอากาศภายนอก

"ฝันดีนะทุกคน"และทั้งสองก็หลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา  เหลือเพียงซามูเอลคนเดียว

"พวกเจ้าเนี่ยขี้เกียจอาบน้ำกันเสียจริงๆ"ซามูเอลพูดเสียงแผ่วเบาอย่างขำขัน เขาเองก็ลืมไปเลยว่าต้องอาบน้ำเหมือนกัน ตอนนี้มันก็ดึกและอากาศก็หนาวมาก ค่อยอาบก็แล้วกัน

   แกร็ก! ไม่ทันได้หลับตาซามูเอลก็รับรู้ถึงเสียงเหมือนคนเหยียบกิ่งไม้ ร่างบางมองอย่างสงสัย ก่อนจะขมวดคิ้วเพราะเห็นเงาตะคุ่มๆ ร่างบางตัดสินใจถอยห่างออกจากเพื่อนทั้งสองที่กำลังหลับใหลออกมานอกที่พัก

"สะเสือ"เสียงของร่างบางสั่นระริก เพราะเงาตะคุ่มๆนั่นคือ เงาเสือ มันยืนอยู่ห่างตัวเขาและที่พักไม่มาก

"จะเจ้าออกไปซะ...ถะถึงข้าจะกลัวเจ้า..แต่ข้ามีงานต้องทำ..เจ้าห้ามกินข้า"ร่างบางพูดออกมาเสียงแผ่วเบา เพราะยังคงมีความกลัวหลงเหลืออยู่

  เสือตัวนั้นทำหน้าเหมือนแสยะยิ้ม

"เจ้าต้องออกมาหาข้าถ้าไม่อยากให้เพื่อนเจ้าทั้งสองตาย"เสือตัวนั้นพูดขึ้น ร่างบางไม่ได้ตกใจเพราะในโลกแห่งนี้ ภพแห่งนี้สัตว์สามารถพูดได้

"ข้าจะเชื่อได้ยังไงว่าเจ้าจะไม่ทำร้ายข้า"

"ใครจะกล้าทำร้าย...ว่าที่เมียของตัวเองกัน"ก่อนที่เสือตัวนั้นจะหายวับไปต่อหน้าต่อตา ซามูเอลดึงสติกลับนี่เขาละเมอจนออกมานอกที่พักเลยหรอ ร่างบางพยายามลืมเรื่องที่เกิดขึ้นและกลับเข้าไปนอนกับเพื่อนทั้งสองเหมือนเดิม

  นี่มันเรื่องบ้าอะไร!ทำไมถึงละเมอได้บ้าบอขนาดนี้

 เช้าวันต่อมา

"ข้าว่าเราเอาที่พักนี่ไว้ที่นี่แหละ..เราไม่ต้องแกะเชือกออกจากไม้พวกนี้หรอก ระยะทางจากที่นี่ไปที่ปล่องภูเขาไฟเหลือไม่ถึง 100 ไมล์...พวกเราน่าจะไปถึงเมืองนั้น..และหลอกเอาเสบียงหรือขออาศัยพักโดยแลกกับร่างกายของพวกเราได้อยู่...และตอนเดินทางกลับ..เราค่อยมาพักที่นี่..และเก็บของกลับไปทีเดียวเลย"ซามูเอลเสนอ

"ข้าว่าอย่างนั้นก็ดี"ชาเกอร์เอ่ยเห็นด้วย

"แล้วถ้าเราเข้าไปในเมืองนั้นไม่ได้หล่ะ"แต่รานดิสแย้ง

"ข้าคิดว่าไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่พวกเราสามารถจะทำได้"ซามูเอลพยายามพูดในแง่ดี รานดิสและชาเกอร์ก็พยักหน้าเบาๆอย่างจำยอม

"รานดิสแต่ข้าขอเก็บผ้าคลุมขนสัตว์ใส่กระเป๋าได้มั้ย..ข้ากลัวหาย..แล้วเฮมัสจะดุข้า"ซามูเอลพูดอย่างกระเง้ากระงอด

"จ้าๆๆแม่คุณ...กลัวเฮมัสลงโทษหรอ..ลงโทษกันกี่ยกหล่ะ"ชาเกอร์แซว รานดิสก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะตาม

"พวกเจ้า!"ซามูเอลชี้หน้าโกรธอย่างไม่จริงจังมากนัก

"อย่ามัวแต่พูดมาก!ไปกันได้แล้ว!"ร่างบางพยายามพูดกลบเกลื่อนความอาย ซามูเอลสะพายเป้ก่อนจะเป็นคนแรกที่เดินนำ

   ทั้งสามเดินทางกันมาจนถึงเทือกเขาที่มีปล่องภูเขาไฟ

"เอาล่ะข้าว่าพวกเราคงมาถึงแล้ว...และต่อไปพวกเราก็ต้องคิด..ว่ามนตร์เบิกเนตรคืออะไร..ข้าว่ามันไม่น่ายากเกินไป"ซามูเอลพูดขึ้น ชาเกอร์ทำหน้าครุ่นคิดเหมือนกับว่ารู้อะไรบางอย่าง

"เจ้าเอากิ่งไม้มาให้ข้าซิ"ชาเกอร์ชี้ไปทางกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ๆกับบริเวณที่ซามูเอลยืนอยู่

"เจ้ากำลังทำอะไร"รานดิสถาม ชาเกอร์ไม่ตอบ แต่มือบางจับกิ่งไม้และค่อยๆบรรจงเขียนชื่อเมืองลงบนพื้นดิน

"พาคาเทอรำ... พาคลอสหรอ"ชาเกอร์พึมพำออกมาเบาๆ

"เทอรีกัส..."ซามูเอลเอ่ยตามอย่างรู้ความ

"คาอำ"และรานดิสที่เป็นคนพูดจบ

"พวกเรานี่เก่งจริงๆ"แท้จริงแล้ว พาคาเทอรำ คือภาษาโบราณย่อ ซึ่งมีชื่อเต็มคือ พาคลอสเทอรีกัสคาอำ หรือเรียกสั้นๆว่า พาคาเทอรำนั่นแหละ

"แต่ทำไมข้ายังไม่เห็นเมืองเลยหล่ะ?"รานดิสแย้ง

"ไม่ใช่รานดิส..ข้านึกออกแล้ว!พาคลอสหมายถึงกลาง...เทอรีกัสหมายถึงก่อน..และคาอำหมายถึงสุดท้าย..แล้วถ้าเราลองพูดตามความหมายของมันหล่ะ...จากพาคลอสเทอรีกัสคาอำเป็นเทอรีกัสพาคลอสคาอำ"หลังจากชาเกอร์พูดจบ เสียงระเบิดก็ดัง บึ้ม! ใหญ่ ภาพปล่องภูเขาไฟเบื้องหน้าหายไป เหมือนการจัดฉาก มีก็แต่ หน้าประตูเมือง ที่มีรูปปั้นยักษ์ขนาดใหญ่

"ในที่สุดพวกเราก็เข้ามาจนได้"ซามูเอลเป็นคนเดินนำเข้าไป ทางที่พวกเขาเดินผ่านเป็นตลาด ชาวยักษ์ในเมืองนี้ มีรูปร่างลักษณะเหมือนคน เพียงแต่ตาสีแดงและมีเขี้ยว

"พวกเจ้าเป็นคนต่างเมืองหรือ"อยู่ๆก็มีชายวัยกลางคนเข้ามาถาม ทั้งสามสะดุ้งตกใจทำตัวไม่ถูก

"ไม่ต้องกลัวข้าหรอก..ถึงข้าเป็นยักษ์แต่ข้าก็ไม่ทำอะไรพวกเจ้า..ตามข้ามาซิ...ข้าจะพาไปบ้านข้า..ลูกสาวข้าคงดีใจที่มีคนต่างเมืองเข้ามา..."ทั้งสามยืนงง แต่ก็ยอมเดินตามชายคนนั้นไปแต่โดยดี

"ท่านชื่ออะไรหรือ..ข้าชื่อซามูเอล...คนนั้นชื่อชาเกอร์..ส่วนอีกคนชื่อรานดิส"

"ข้าชื่อมาร์.....ข้าสงสัยทำไมพวกเจ้าถึงเข้ามาในเมืองของข้าได้"ชายหนุ่มวัยกลางคนถาม 

"ข้าแค่มาเที่ยวป่ากับเพื่อน...แล้วข้าก็เจอป้ายนี้ตกอยู่..พวกข้าเลยลองท่องอะไรกันเล่นๆอยู่ๆปล่องภูเขาไฟก็กลายเป็นประตูเมือง"รานดิสพูดโกหก มือบางยกแผ่นชื่อเมืองในกระดาษที่เขียนไว้จากที่ซ่องส่งให้มาร์ มาร์รับไปมองอย่างสงสัย

"ใครหนอ..ที่ทำตกไว้...นั่นหลังนั้นบ้านของข้า"ชายหนุ่มชี้ไปที่กระท่อมขนาดใหญ่ ทั้งสามพยักหน้าก่อนจะเดินตามมาร์เข้าไปภายในบ้าน

"ท่านพ่อ!!!!!"พอเข้ามาถึง ร่างบางทั้งสามก็ได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงเรียกมาร์มาตั้งแต่ใกล้ ร่างเล็กโผลกอดผู้เป็นพ่อด้วยความรัก

"ท่านพ่อนั่นใคร???"เด็กน้อยถามอย่างสงสัย ชาเกอร์ยิ้มออกมาเบาๆกับท่าทางน่ารักของเด็กคนนั้น ชุดกระโปรงที่นางใส่ช่างน่ารัก

"พวกนางเป็นคนต่างเมืองที่หลงเข้ามาในเมืองเรา"มาร์บอกกับลูกสาว

"นี่ลูกสาวของข้าชื่อมีน่า"มาร์แนะนำตัวลูกสาว เด็กน้อยมองพวกเขาทั้งสามอย่างสงสัย

"ทำไมพวกท่านถึงสวยขนาดนี้..ในเมืองนี้ข้าไม่เคยเห็นใครสวยเท่าพวกท่านเลย"เด็กน้อยมีน่าถาม รานดิสหัวเราะแผ่วเบา

"พวกข้าทั้งสามเป็นผู้ชาย"ชาเกอร์ตอบ ทั้งมาร์และมีน่าต่างทำหน้าตกตะลึง

"ข้าชื่อซามูเอลน่ะมีน่า"

"ข้ารานดิส"

"ส่วนข้าชาเกอร์"เด็กน้อยยังอึ้งไม่หายแต่เพียงครู่ นางก็กลับมายิ้ม และบอกว่าจะไปเรียกแม่ให้มาทำความรู้จัก

"ท่านแม่มานี่เร็ว!!!"เด็กน้อยตะโกนไปแต่ไกลและวิ่งเข้าไปทางด้านหลังบ้านก่อนจะจูงหญิงสาววัยกลางคนแต่มีใบหน้าที่งดงามมากเลยทีเดียว

"เจ้าเป็นคนต่างเมืองหรือ?"พอเห็นหน้า หญิงตรงหน้าก็ถาม

"ใช่เพคะท่านแม่..พวกเขาเป็นผู้ชาย..คนที่ผมทองชื่อซามูเอล..ผมสีชมพูชื่อรานดิสส่วนคนที่ผิวสีเข้มนั่นชื่อชาเกอร์..ท่านแม่ตอนแรกข้าก็นึกพวกเขาเป็นผู้หญิง"มีน่าอ้อนกอดเอวของผู้เป็นแม่

"ยินดีที่ได้รู้จักกับพวกท่าน..ข้าชื่อไลอาร์...เชิญ เชิญนั่งก่อนแล้วข้าจะหาอะไรมาให้พวกท่านทาน..ไม่ต้องเกรงใจคิดซะว่าเป็นบ้านของท่าน...มีน่ามาช่วยแม่ด้วย"

"เพคะท่านแม่!"ไลอาร์และมีน่าตรงดิ่งไปที่ครัว มาร์ให้ทั้งสามนั่งที่โต๊ะทานข้าวในห้องโถงกว้าง

"เอ่อ..ท่านมาร์ข้าสงสัย..ทำไมข้ามาที่นี่ถึงไม่มีใครตกใจอะไรเลย"ซามูเอลถามอย่างสงสัย

"ปกติพวกท่านต้องจับข้ากินไม่ใช่หรอ"ชาเกอร์เสริม

"หรือไม่ก็ต้องตื่นตูมมากกว่านี้"และรานดิสก็พูดเสริมอีกคน

"แถมอีกอย่างทำไม..พวกท่านถึงไม่ได้ตัวใหญ่เหมือนยักษ์ทั่วไป..ทั้งทั้งที่พาคาเทอรำคือเมืองยักษ์!"เหมือนชาเกอร์จะหลุดปากพูดออกไป มาร์แสดงท่าทีตกใจเล็กน้อนก่อนจะมาสงบเหมือนเดิม

"เฮ้อ~ข้าว่าพวกเจ้าคงไม่ได้หลงเข้ามาหรอกใช่มั้ย..พวกเจ้ามาที่นี่พวกเจ้าต้องการอะไร..ถ้าข้าช่วยได้ข้าก็จะช่วย"

"ข้าต้องการถ่านทมิฬในกล่องแก้วของกษัตริย์พาคาเทอรำ"รานดิสบอก มาร์แสดงสีหน้าตกใจ เด็กตัวเล็กๆสามคนจะมาเอาถ่านทมิฬของราชาแสนชั่วร้ายนั่น มองแปดทิศ ก็แทบไม่มีทีท่าว่าจะรอด

"พวกเจ้าไปเอามันมาไม่ได้หรอก..แต่ข้าจะเล่าเรื่องเรื่องนึงให้พวกเจ้าทั้งสามฟัง"

"ในสมัยก่อนเมืองยักษ์พาคาเทอรำแห่งนี้เปรียบได้ดังเมืองสวรรค์..ทุกอย่างมีแต่ความสงบสุข..ประชาชนอยู่กันอย่างรักใคร่และร่มเย็น..แต่อยู่มาวันนึง..กษัตริย์พาคาเทอรำก็ได้เกิดความอิจฉาริษยาพ่อของตนเอง..เพราะราชาคนเก่ามีอำนาจและคนนับถือมาก พาคาเทอรำจึงลอบปรงพระชนของราชาองค์เก่าและได้ไปขโมยถ่านทมิฬชิ้นส่วนหนึ่งจากเพชรใต้สมุทรของซ่องแห่งนึงที่อยู่ห่างจากที่นี้ไปทางทิศเหนือ 600 ไมล์ เมื่อพาคาเทอรำได้ถ่านนั้นมา..พระองค์จึงใช้อำนาจของถ่านทมิฬในการปกครองเมือง..และเพราะความขลาดทำให้พระองค์ใช้เวทที่รำเรียนมาพลางตาปิดเมืองเพื่อไม่ต้องการให้ศัตรูมาแย่งชิงบัลลังค์"

"แล้วเรื่องที่ท่านมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ไม่ได้ตัวใหญ่แบบยักษ์หล่ะ"รานดิสถาม

"พวกข้าไม่ใช่ยักษ์พาลแบบนั้น..ข้าเป็นยักษ์ตระกูลทาราคีรี..ข้าสามารถแปลงกายเป็นยักษ์ได้ในเวลาที่จำเป็น..ตอนปกติข้าก็เหมือนมนุษย์คนนึงเท่านั้น..แต่แรงของพวกข้าก็จะมากว่าตามพละกำลังของยักษ์"

"ข้าขอถามแล้วพวกเจ้าทั้งสามมาจากที่ใด..แล้วเหตุใดจึงคิดว่าจะสามารถมาเอาถ่านทมิฬไปได้"

"ข้าบอกความจริงแล้วกัน..พวกข้ามาจากซ่องของมาดามมองลิน.."ชาเกอร์เฉลย มาร์ขมวดคิ้ว

"ถ้าเช่นนั้นแสดงว่าพวกเจ้าก็ต้องเคยไปขโมยชิ้นส่วนชิ้นแรกแล้วซิ...พวกเจ้าไปเอามันมาได้ไง"มาร์ขมวดคิ้วสงสัย ทั้งสามมองหน้ากันดุจคือผู้พิทักษ์ ร่างบางเผยยิ้มมุมปาก

"คืออย่างนี้น่ะท่าน......."และซามูเอล รานดิส และชาเกอร์ก็สลับกันเล่าอย่างเมามันว่าพวกเขาไปเอาคริสตัลสีเลือดมาได้ยังไง

"พวกเจ้านี่เจ๋งจริงๆ..แต่เรื่องถ่านทมิฬข้าจะช่วยเจ้าก็ได้..แต่ถ้าเจ้าจะเข้าไปในวัง..เจ้าจะเข้าไปในชุดแบบนี้ไม่ได้...หึ..ข้าจะแปลงโฉมของเจ้าเอง"^_^




เอาแล้วๆๆๆๆ 555 เม้นกันหน่อยเด้ออออ

ความคิดเห็น