เงารักในเงาร้าย
ตอนที่7 สิ่งที่แปลกไป
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่7 สิ่งที่แปลกไป

​​

ตอนที่7

สิ่งที่​แปลกไป



ภูตะวันตื่นแต่เช้าจนเป็นปกตินิสัย แต่เช้านี้เขาตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น และกระปรี้กระเปร่าที่สุดในรอบสองปี เป็นผลมาจากการกลับมาของคนที่ยังนอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของเขาตอนนี้นั่นเอง เห็นหญิงสาวยังหลับอย่างมีความสุข เขาก็ไม่อยากปลุกให้ตื่น จึงลุกจากเตียงอย่างเงียบเชียบ จากนั้นก็คว้าผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำและทำธุระส่วนตัว


หลังอาบน้ำเสร็จ ชายหนุ่มก็ออกมาจากห้องน้ำทั้งที่ตัวยังเปียก เขาแอบมาหอมแก้มนวลของคนหลับ ทำให้หยดน้ำที่เกาะพราวบนตัวและใบหน้าหยดใส่คนตัวเล็ก จนเธอรู้สึกตัว


“ อือ คุณภู คุณจะไปไหนแต่เช้าคะ ” คนเพิ่งตื่นเอ่ยถามอย่างงัวเงีย จนร่างสูงอดใจไม่ไหว ก้มลงไปหอมแก้มสาวด้วยความเอ็นดูอีกครั้ง


“ ไปทำงานครับ จะไปดูงานในไร่เสียหน่อย ” คำกล่าวของเขาทำให้คนเพิ่งตื่นดวงตาเป็นประกายวาววับ กระโดดผลุงลงจากเตียง คว้าเสื้อคลุมและผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำบ้าง ก่อนจะปิดประตูก็ไม่ลืมตะโกนบอกให้เขารอเธอด้วย เธออยากจะไปเที่ยวชมไร่ของเขา บรรยากาศยามเช้าอย่างนี้เหมาะดีนักแล


หญิงสาวอาบน้ำเสร็จก็ต้องเลือกเสื้อผ้าในตู้ของดารินทร์มาสวมอีกครั้ง แต่เธอก็ยังไม่กล้าเอาชุดชั้นในของพี่สาวมาใช้ เธอเลือกสวมเสื้อไหมพรมถักเพราะเนื้อผ้าหนา คนอื่นจะได้ไม่รู้ว่าเธอโนบรา เธอค้นๆในตู้ดูแล้วก็ไม่พบกางเกงยีนส์แม้สักตัว ท่อนล่างเธอจึงเลือกสวมกางเกงผ้ายืดที่มีความยาวแค่เข่าแทน


“ เสร็จแล้วค่ะ เราไปกันเถอะ ” เธอเดินออกมาจากหลังฉากกั้น แล้วเอ่ยชวนพ่อเลี้ยงหนุ่มที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และนั่งรออยู่ที่ปลายเตียง


ภูตะวันหันไปมองหญิงคนรัก สายตาเจ้ากรรมดันไปสะดุดอยู่ที่กลางกายสาว กางเกงที่เธอสวมมันแนบเนื้อจนเห็นเป็นกลีบอวบๆ สองกลีบที่หว่างขา จะว่าไงดีล่ะ เขาเป็นผู้ชายก็ต้องชอบมองอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ในฐานะคนรักเขาก็หวง ไม่อยากให้คนอื่นมองกลีบสาวที่เขาหลงใหล ใจนึงก็อยากมอง ใจนึงก็หวง เขาจึงไม่รู้ว่าตนเองควรจะเตือนคนรักดีหรือเปล่า


สิตางศุ์เห็นร่างสูงจ้องเขม็งมา เธอจึงก้มลงมองตนเองตามสายตาของเขาบ้าง แล้วใบหน้าสวยก็แดงก่ำขึ้นเมื่อรู้ว่าเขากำลังจ้องอะไร


“ ฮื้อ คนบ้า คนลามก ” เธอว่าเขาแล้วรีบกลับเข้าไปหลังฉากกั้น หาผ้าคลุมไหล่ห่อสะโพกมามัดไว้ที่เอว บดบังกลีบอวบให้มิดชิดจากสายตาของผู้คน ภูตะวันมองตาปรอยอย่างเสียดาย แต่ก็โล่งใจเช่นกัน


“ อะ เอ่อ ไปกันเถอะค่ะ ” หญิงสาวทำหน้าไม่ถูกเมื่อเขาเอาแต่มองเธอ ยิ่งคิดว่าเมื่อกี้เขามอง… ก็ยิ่งรู้สึกอับอาย


“ ครับ เราไปกันเถอะ ” ชายหนุ่มจูงมือเธอไปขึ้นรถจี๊ปที่คนงานเตรียมเอาไว้ให้ แต่ขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไม่ได้ออกรถทันที นั่งรออยู่ครู่หนึ่งจึงมีสาวใช้นำกล่องที่บรรจุขนมและผลไม้มาให้  


“ ผมกลัวคุณหิวน่ะ เลยให้แม่ครัวเตรียมของว่างไว้ให้คุณกินรองท้อง ” พ่อเลี้ยงหนุ่มอธิบายให้ฟังขณะออกรถ ตัวเขาไม่ได้ทานมื้อเช้าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วจึงไม่เป็นไร แต่กับดารินทร์ที่ร่างกายอ่อนแออยู่เสมอนั้นไม่ใช่ ตอนนี้ยังเช้าอยู่มาก หญิงสาวอาจจะยังไม่หิว แต่เดี๋ยวสายๆกว่านี้อีกหน่อย เขากลัวว่าเธอจะหิวเอาได้


สิตางศุ์พยักหน้าพอใจที่เขาใส่ใจในทุกๆรายละเอียด ก็เป็นคนดีอย่างนี้ไงเล่า สาวน้อยสาวใหญ่ถึงได้ชอบเขานักหนา รวมไปถึงพี่สาวของเธอด้วย

 “ โอ้โห ไร่ของคุณสวยจังเลยค่ะ ” เสียงหวานอุทานอย่างตื่นเต้นชอบใจ รถจี๊ปขับไปตามถนนสายเล็กๆของไร่ ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยพืชสวนพืชไร่ที่แบ่งพื้นที่ปลูกออกจากกันเป็นสัดส่วน พระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นทางทิศตะวันออก ทำให้แสงสลัวยามเช้าถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างแห่งรุ่งอรุณ อากาศยามเช้าทั้งสดชื่นและเย็นสบาย ชวนให้คนที่มาเที่ยวชมรื่นรมย์ใจยิ่งนัก


ภูตะวันตั้งใจขับรถช้าๆ เพื่อให้คนรักได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติสองข้างทาง เห็นหญิงสาวมีความสุข เขาก็พลอยมีความสุขไปกับเธอด้วย สิตางศุ์มองเหล่าคนงานที่ออกมาทำงานกันอย่างขยันขันแข็งตั้งแต่เช้าตรู่ พวกเขาทำงานไปคุยกันไป บ้างก็ร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน เป็นวิถีชีวิตที่แสนเรียบง่ายแต่ก็มีความสุข


ชายหนุ่มหยุดรถแถวเนินสูงที่ปลูกชา พาคนรักเดินชมไร่ชาเขียวขจี เมื่อก่อนดารินทร์ชอบมาเดินเล่นที่นี่มาก ไม่รู้ว่าหลังจากความจำเสื่อม เธอยังจะชอบเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า


“ ชอบมั้ยครับ ” เขาลองเอ่ยถาม


“ ชอบค่ะ ” ดวงตากลมสวยเปล่งประกายยามมองไร่ชาสีเขียวสดใส ที่ถูกปลูกเรียงชั้นเป็นขั้นบันไดตามเนินสูง เห็นในแต่ละชั้นนั้น มีคนงานกำลังแบกตะกร้าไว้บนหลังพลางก้มเก็บยอดชา หญิงสาวจึงเดินเข้าไปมองใกล้ๆด้วยความสนใจ อยากรู้อยากเห็น 


ภูตะวันมองคนรักด้วยความเอ็นดู ไม่รู้เขาคิดไปเองหรือเปล่าว่าดารินทร์ร่าเริงสดใสกว่าเมื่อก่อนมาก บางทีก็ดูขี้เล่นซุกซนราวกับเด็กๆ เทียบกับเมื่อก่อนที่เงียบขรึมอมโรคแล้ว เขาชอบที่เธอเป็นอยู่อย่างตอนนี้มากกว่า


หลังจากพาหญิงสาวเดินชมไร่ชาจนหนำใจแล้ว ภูตะวันก็พาหญิงสาวไปยังโรงเรือนเลี้ยงม้าแห่งใหม่ที่อยู่ท้ายไร่ เมื่อปีที่แล้วนั้น เขากว้านซื้อที่ดินของชาวบ้านที่อยู่ติดกับไร่ตะวันฉาย เพื่อขยายอาณาเขตของไร่และสร้างคอกม้าเพิ่มโดยเฉพาะ โรงเรือนแห่งนี้ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่หากสร้างเสร็จเมื่อไร มันก็จะกลายเป็นโรงเรือนเลี้ยงม้าที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในแถบนี้ นำพาเม็ดเงินมหาศาลมาสู่เขา และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดใดๆขึ้น เขาจึงมักจะมาตรวจความคืบและกำกับการสร้างด้วยตนเองอยู่เสมอ 


กว่าที่ภูตะวันจะตรวจและสั่งงานที่โรงเรือนเลี้ยงม้าจนแล้วเสร็จ ก็เป็นเวลาค่อยข้างสายแล้ว สิตางศุ์จึงรู้สึกหิวขึ้นมาหน่อยๆ หญิงสาวจำได้ว่าตอนภูตะวันขับรถพาเธอชมไร่เมื่อเช้านั้น เธอแอบเห็นทุ่งดอกไม้อยู่ไกลๆ จึงตั้งใจจะไปนั่งทานมื้อเช้าที่นั่น


พอได้ยินคนรักบอกว่าหิวแล้วนั้น ภูตะวันก็ตั้งใจว่าจะพาหญิงสาวไปที่สำนักงานที่ตั้งอยู่กลางไร่ ให้เธอได้นั่งกินอาหารว่างที่เตรียมมาอย่างสบายๆ และเขาจะได้ไปกินกาแฟด้วย แต่หญิงสาวกลับเอ่ยปากอยากจะไปที่ทุ่งดอกไม้เสียนี่


“ เอ๊ะ! จะไปที่นั่นเหรอครับ ผมว่าอย่าเลยดีกว่านะ ไปทานที่ห้องทำงานของผมดีกว่า ” พ่อเลี้ยงหนุ่มรู้สึกแปลกใจที่ดารินทร์จะไปที่นั่น เขาจำได้ดีว่าเธอนั้นแพ้เกสรดอกไม้ ตอนพาเธอชมไร่จึงจงใจไม่ไปใกล้บริเวณนั้น 


“ น่า นะคะ ฉันอยากไป คุณภูพาฉันไปหน่อยนะคะ นะๆๆ คุณภูขา คุณภูคนดี… ” สิตางศุ์ออดอ้อน เธอชอบดอกไม้ จะมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ท่ามกลางดอกไม้แสนสวย และสูดกลิ่นหอมๆของพวกมัน


ภูตะวันหรือจะต้านทานไหว ท่าทางออดอ้อนน่ารักนั้นทำให้ใจเขาอ่อนยวบ สุดท้ายก็ต้องยอมตามใจหญิงสาว พาเธอไปที่ทุ่งดอกไม้แห่งนั้น เห็นเขาพยักหน้าตกลงในที่สุด หญิงสาวก็ส่งยิ้มหวานให้เขาอย่างขอบคุณ


“ จุ๊บ! น่ารักที่สุดเลยค่ะ ” เธอหอมแก้มเขาเหมือนกับที่หอมแก้มคุณพ่อ ในทุกๆครั้งที่คุณพ่อยอมตามใจและให้ในสิ่งที่เธอต้องการ


“ ยังไงผมก็น่ารักสู้คุณไม่ได้หรอกครับ ” ชายหนุ่มว่าก่อนจะหอมแก้มนวลคืนบ้าง สิตางศุ์รู้สึกหน้าร้อนผ่าว ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่คุณพ่อของเธอ ยามที่เขากอดหอมจึงให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ไหนจะสายตาที่มองมาอย่างเจ้าชู้กรุ้มกริ่มนั่นอีกเล่า เธอหลบสายตาเขาแล้วหนีขึ้นไปนั่งบนรถจี๊ป ภูตะวันอมยิ้ม ในสายตาเขา ท่าทีราวกับสาวน้อยไม่ประสีประสานั้น ช่างน่ารักน่าใคร่เสียจริง 


สองหนุ่มสาวชวนกันนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่บริเวณริมทุ่งดอกไม้ ที่มีทั้งทุ่งดอกคอสมอส ดอกกระเจียว และดอกเก๊กฮวยหลากสีสัน ชายหนุ่มบริการเปิดฝากล่องที่บรรจุขนมและผลไม้ให้คนรัก ที่กำลังชื่นชมความสวยงามของทุ่งดอกไม้ เขาหยิบแซนวิชป้อนให้เธอถึงปากอย่างเอาใจ สิตางศุ์มองแซนวิชสลับกับใบหน้าคมเข้มคล้ายชั่งใจ แต่แล้วก็ยอมกินอย่างว่าง่าย


“ คุณก็กินด้วยกันสิคะ ” เธอลองป้อนเขาบ้าง ซึ่งชายหนุ่มก็กัดกินอย่างเต็มใจจนหมดไปหนึ่งชิ้น ความจริงภูตะวันยังไม่หิว แต่เพราะคนตัวเล็กอุตส่าห์ป้อนทั้งที เขาจึงไม่ปฏิเสธ


เมื่อกินแซนวิชกับผลไม้ที่สาวใช้เตรียมมาให้จนอิ่มแล้ว ทั้งสองก็ช่วยกันเก็บกล่อง ชายหนุ่มใช้นิ้วโป้งเช็ดซอสมายองเนสที่เลอะตรงมุมปากให้หญิงสาวเอาใจใส่ สิตางศุ์เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเข้มที่มองเธออย่างอ่อนโยนด้วยหัวใจเต้นแรง ความรู้สึกหอมหวานแผ่ซ่านไปทั้งใจ เธอรีบผละจากเขาแล้วเดินลงไปในทุ่งดอกไม้ ไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจะเดินตามมาแล้วกอดเธอจากด้านหลัง    


ชั่วขณะนั้น ความอบอุ่นและสุขสงบพลันโอบล้อมคนทั้งคู่ ภูตะวันจึงตัดสินใจอู้งานตลอดช่วงเช้า เพื่อใช้เวลาที่แสนมีค่าอยู่ร่วมกันกับหญิงคนรัก ชดเชยเวลากว่าสองปีที่ต้องห่างกัน


Rrrrrr Rrrrrr Rrrrrr

ความสุขถูกขัดขวางด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้น ชายหนุ่มถอนใจแล้วหยิบมันขึ้นมากดรับ คุยเพียงไม่นานเขาก็วางสาย หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาราวกับจะถามว่าใครโทรมา ริมฝีอุ่นร้อนจูบเบาๆที่กลุ่มผมสวยแล้วเอ่ยบอก


“ น้องภาน่ะ ปกติผมจะไปกินข้าวเที่ยงเป็นเพื่อนน้องทุกวัน วันนี้เห็นผมไปช้า เลยโทรมาตาม ” เขาบอกเสร็จก็จับจูงพาหญิงสาวไปขึ้นรถ และขับกลับไปที่บ้าน หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่ติดค้างอยู่ในใจเขา ดารินทร์อยู่ท่ามกลางดอกไม้ แล้วทำไมถึงไม่มีอาการแพ้เกสรดอกไม้เหมือนเมื่อก่อน  ​



ฝากกดถูกใจนิยาย เเละเม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ


กลับหน้าเรื่อง

 

 

#

 

ฝากติดตามเพจด้วยค่า 

 จิ้มเลย >>>>> The-Little-girl
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น