ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2560 18:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 15
แบบอักษร

-15-



จากวันที่ลาออกมา วันนี้ก็เข้าสู่วันที่สามแล้ว ปูนไม่ยอมรับการติดต่อจากเกน หรือแม้แต่สายตรงมาจากเมืองนอกอย่างกรพัฒน์ ชายหนุ่มหมกตัวอยู่แต่ในห้อง พลางก้มหน้าหางานใหม่ในหน้าหนังสือพิมพ์ มือก็คีบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเข้าปาก 


เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขัดจังหวะการเคี้ยวบะหมี่ที่เต็มแก้ม แต่ก็ต้องลุกไปทั้งอย่างนั้น ปูนเคี้ยวเส้นบะหมี่ตุ้ยๆ พร้อมเปิดประตูออก จังหวะที่เห็นใบหน้าครึ่งเสี้ยวของคนด้านนอก ปูนก็แทบจะผลักประตูปิด หากคนอีกฝั่งกลับมีแรงมากกว่า คนด้านในเลยแทบกระเด็นถอยหลัง


“พี่โทรหาทำไมไม่รับ!” กรพัฒน์ตะคอกเสียงดังจนปูนตกใจรีบเดินถอยหลังหนี “พี่เป็นห่วงมากรู้ไหม ให้ใครติดต่อมา ปูนก็ไม่คิดจะรับ” พอเห็นร่างผอมตรงหน้าตกใจกลัว กรพัฒน์ก็ปรับอารมณ์ตัวเองให้นิ่งขึ้น   “ปูนแค่...”


“ทำไมถึงลาออก” ยังไม่ได้ฟังคำอธิบาย กรพัฒน์ก็ตั้งคำถามต่อ “ไอ้พอลโทรบอกพี่ว่าปูนลาออก แถมยังติดต่อไม่ได้ รู้ไหมว่าพี่แทบทิ้งงานที่นั่น อยากกลับมาให้เร็วที่สุด” 


“ขอโทษ ปูนแค่ยังไม่อยากคุยกับใคร” 


“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ” กรพัฒน์มองคนที่ทำตัวราวกับเด็กที่ชอบหนีปัญหาแล้วก็ไม่อยากพบเจอใคร “ไปกับพี่” 


“ไปไหน...เดี๋ยวพี่กร” 


ปูนตีหน้างงเมื่อถูกดึงข้อมือให้เดินตาม ทั้งที่กระเป๋าหรือข้าวของทุกอย่างยังอยู่ในห้อง อีกทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ตอนนี้ เป็นเสื้อยืดตัวเก่าเนื้อนุ่มกับกางเกงขาสั้น ต่างจากกรพัฒน์ที่แต่งสูทคล้ายกับจะไปออกงาน 


“เดี๋ยวก็รู้” 


รถคันสวยแล่นตามทางมาเรื่อยๆ ก่อนจะเข้าจอดที่ร้านสูทชื่อดัง กรพัฒน์ดึงปูนให้เดินเข้าไป ทันทีที่เปิดประตู เสียงต้อนรับก็ดังขึ้น 


“หาชุดที่เข้ากับเขาให้หน่อยครับ” กรพัฒน์ว่า ชายหนุ่มเดินย้อนกลับไปนั่งรอที่โซฟา ปล่อยให้พนักงานสาวสวยวัดตัวหาชุดสูทให้กับปูนไป 


“ให้ปูนใส่สูททำไม เดี๋ยวครับ” ไม่รอฟังอะไรทั้งนั้น พนักงานสาวผายมือพร้อมออกแรงดึงให้ปูนเข้าห้องลองเสื้อหลังจากได้ชุดที่เข้ากับรูปร่างและสีผิว 


ใช้เวลาไม่นานปูนก็ออกมา เสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยชุดสูทสีฟ้าอ่อนทั้งชุดดูเข้ากัน แถมทรงผมก็ถูกจัดทรงสวย ไม่เป็นทรงรังนกอย่างตอนขามา 

“ทางร้านเราลงรองพื้นอ่อนๆ แบบนี้โอเคใช่ไหมคะ” พนักงานสาวยิ้มถามกรพัฒน์ที่ยังนั่งมองอย่างตกตะลึง แม้คนออกมาไม่ได้สวมชุดเจ้าสาวสีขาวฟูฟ่อง แต่กลับสวยและดูดีไม่ต่างกัน ยิ่งสีแก้มแดงระเรื่อนั่นยิ่งทำให้น่าฟัดกว่าเดิม “คุณกรคะ”

“ดีมากครับ ขอบคุณนะครับ” ร้านนี้เป็นร้านประจำของชายหนุ่มนั่นเอง “ชุดนี้เหมาะกับปูนดีนะ”


“ให้ปูนแต่งแบบนี้ทำไมครับ” ปูนตีหน้ายุ่ง ก้มมองตัวเองที่สวมสูทราคาแพงระยับอย่างไม่ค่อยสบายใจ 


“เดี๋ยวปูนก็รู้เองน่า” ยังย้ำคำเดิมพร้อมรอยยิ้ม


กรพัฒน์ขับรถโดยไม่ยอมบอกสถานที่ที่จะพาปูนไป ชายหนุ่มไม่แม้จะตอบคำถามใดๆ มีเพียงรอยยิ้มส่งมาให้ก็เท่านั้น จนปูนต้องยอมเงียบไปเอง การจราจรที่ติดหนึบแต่ไม่ทำให้อารมณ์คนขับรถบูดเบี้ยวแต่อย่างใด ไม่นานรถคันสวยก็เข้าจอดเทียบหน้าประตูโรงแรมระดับห้าดาว


“โรงแรม” ปูนเผลอครางออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ บริเวณ พอกรพัฒน์ลงรถก็ต้องรีบลงตาม ก่อนที่คนขับรถของโรงแรมจะเข้าไปนั่งแทนและออกรถไป “พี่กรพาปูนมาโรงแรมทำไม” ความสงสัยมากมายยังไม่ได้คำตอบ

ตอนนี้รอบๆ ตัวปูนมีแต่คนแต่งกายหรูหรา บ้างก็สวมชุดเดรสฟูฟ่อง ประดับด้วยเครื่องเพชร เครื่องพลอยที่แข่งกันสะท้อนกับแสงไฟแวววับจนแสบตา หากเป็นผู้ชายก็สวมสูทดูมีราคาแพงทุกคน แถมเมื่อกี้ปูนยังแอบเห็นนักแสดงจากในทีวีด้วย 


กรพัฒน์กุมมือปูนไว้ตลอดทาง ชายหนุ่มพาคนมองนั่นมองนี่เดินขึ้นบันไดปูพรมสีแดงไปจนถึงลานกว้างชั้นบน ทันทีที่ทั้งคู่ก้าวเท้าขึ้นไปเหยียบ ก็มีกลุ่มคนวิ่งกรูเข้ามาหา พร้อมสาดแสงแฟลชจนปูนต้องหลับตา 


“ไม่ทราบมาก่อนว่าคุณกรจะมาด้วย ได้ข่าวว่าคุณกรต้องดูแลงานนางแบบที่เมืองนอกไม่ใช่หรือคะ” 


“งานนี้ไม่มีนางแบบในสังกัดมาเดินใช่ไหมคะ” 


“เพราะเจ้าของงานไม่สู้ราคานางแบบของคุณกรใช่ไหมคะ”


และคำถามอีกสารพัดที่ปูนฟังไม่ทัน ตอนนี้ร่างผอมถูกเบียดจนแทบถูกกลืนไปกับคนรุม หากไม่มีกรพัฒน์ที่กระชับมือพร้อมขยับให้ปูนมาชิดติด ปูนก็อาจถูกเบียดออกจากวงไปแล้ว 


“พอดีผมฟังคำถามไม่ทันเลย ขอทีละคำถามได้ไหมครับ” กรพัฒน์ยิ้มตามแบบฉบับของตัวเอง และทันทีที่ถูกถามคำถามแรก เรื่องอัพค่าตัวนางแบบในสังกัด ชายหนุ่มก็หัวเราะออกมา “บริษัทของผมไม่มีนโยบายเพิ่มค่าตัวใดๆ เลยครับ นายแบบ นางแบบของผม เรทปกติทุกคน” 


“แล้วที่ว่า นางแบบของคุณกรเลือกงาน แล้วเหวี่ยงทีมงานเป็นมายังไงหรือคะ เรื่องจริงใช่ไหมคะ” 


“นางแบบผมคนไหนหรือครับ บอกผมมาได้เลยนะ ที่บริษัทเราจะมีฝ่ายเทรนอยู่แล้ว หากใครทำตัวไม่ดี ไม่เหมาะสม ก็จะส่งเข้าไปเทรนใหม่ในเรื่องของมารยาท ถ้าคุณมีข้อมูลส่งมาให้ผมได้ครับ” 


“ขอถามเรื่องส่วนตัวได้ไหมคะ” อยู่ๆ ก็มีนักข่าวจากสำนักแห่งหนึ่งแทรกขึ้นมา ทำเอาทุกคนสนใจเพราะอยากถามเช่นกัน เมื่อได้การพยักหน้าตกลง นักข่าวคนนั้นก็รีบถามทันที “มีแหล่งข่าวระบุมาว่า คุณกรกำลังคบหาดูใจอยู่กับผู้ชายจริงไหมคะ”


คำถามตรงๆ ที่ทำเอาปูนเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าถามเช่นนี้ทั้งที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลย ปูนพยายามจะสะบัดมือออก แต่คนจับกลับกระชับแน่นกว่าเดิม ปูนช้อนตามองคนถูกถามอย่างตื่นตระหนก ไม่รู้ว่าคำตอบที่จะออกจากปากกรพัฒน์จะไปในทางไหน  



“ครับ” 



แล้วคำตอบสั้นๆ ก็สร้างเสียงฮือฮาได้รอบวง ตอนนี้ไม่ว่านักร้อง นักแสดง หรือคนดังคนไหนเดินเข้ามาในงาน ก็อาจไม่ได้รับความสนใจเท่า ยิ่งกรพัฒน์ดึงปูนมาแนบชิดพร้อมยกมือขึ้นโอบไหล่ ยิ่งมีคนสนใจมากขึ้น 


“คนนี้หรือคะ ที่คุณกรกำลังคบด้วย” 


เพราะทั้งไมค์ ทั้งเครื่องอัดบดบังหน้าตาของปูนไปหมดในคราแรก แต่พอมีคนทัก สิ่งที่ปิดหน้าปิดตาทุกอย่างก็ถูกลดลงมาให้ได้เห็นใบหน้าที่หวานราวกับผู้หญิง 


“ใช่ไหมคะคุณกร” 


คำถามรอการยืนยันยังดังอย่างต่อเนื่อง คนถูกถามหันมายิ้มให้คนข้างกาย ก่อนจะพยักหน้าลง


“ครับ คนนี้ที่ผมกำลังคบอยู่” แล้วปูนก็เป็นที่สนใจจากบรรดานักข่าวทุกสำนัก “แต่ผมขออนุญาตไม่ให้เขาให้คำสัมภาษณ์นะครับ” เพราะรู้ว่าปูนจะตื่นกลัวและทำตัวไม่ถูก แค่ตอนนี้ใบหน้าหวานก็ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด 


“คุณกรยอมรับแบบนี้แล้ว ไม่กลัวว่าจะมีคนไม่ชอบแล้วยกเลิกงานกับนางแบบ นายแบบในสังกัดหรือคะ” ประเด็นที่น่าสนใจถูกหยิบยกมาอีกครั้ง และก็ได้รอยยิ้มพร้อมคำตอบแบบนุ่มๆ ตอบกลับไปเช่นเดิม 


“ผมว่า คนคิดแบบนั้นก็ใจแคบเกินไป ชีวิตส่วนตัวของผม คงไม่ทำให้งานหรือผลิตภัณฑ์ของเขาเสียภาพลักษณ์ถึงขั้นเลิกจ้างงานเด็กในสังกัด เพราะมันคนละส่วนกัน คนที่ทำงานมืออาชีพ เขาจะไม่นำเรื่องพวกนี้มาปะปนกันอยู่แล้ว ที่สำคัญ นี่มันยุคเสรีที่เปิดกว้างเรื่องความรัก ไม่ว่าจะเพศไหนก็มีความรักที่ดีได้ทั้งนั้น จริงไหมครับ” แม้จะเป็นคำพูดนุ่มๆ หากฟังแล้วก็คล้ายกับจิกกัดเบาๆ จนนักข่าวพากันเม้มริมฝีปาก  


“งานแฟชั่นของหนังสือคุณกรฉบับหน้ามีอะไรพิเศษไหมคะ” 


เมื่อคำถามเรื่องส่วนตัวถูกตอบกลับมาเช่นนั้น เลยไม่กล้ามีใครถามออกไปอีก กรพัฒน์เป็นคนพูดตรงแต่ก็ไม่แรงจนทำให้รู้สึกไม่ดี ชายหนุ่มตอบคำถามเรื่องต่างๆ อย่างฉะฉาน ก่อนนักข่าวจะจากไป เขาก็ยังไม่ลืมแนะนำว่าคนรักของเขาชื่อปูน พร้อมขอรูปถ่ายคู่สวยๆ ลงหน้าหนังสือพิมพ์ หน้าลอยไม่เอา หน้ามันก็ไม่ไหว คำพูดติดตลกเช่นนี้เลยพลอยทำให้บรรยากาศกลับมาดีอีกครั้ง 


“มันจะดีหรือครับ” ทันทีที่นักข่าวไปรุมล้อมหาข่าวจากคนอื่น ปูนก็รีบถามทันที เมื่อกี้รู้สึกหายใจไม่ออกสักนิด 


“อะไรหรือ” กรพัฒน์ละสายตาจากกลุ่มคนตรงหน้าหันมามอง 


“ก็ที่พี่กรตอบเรื่องปูนไปแบบนั้น พี่กรจะดูไม่ดีเอานะครับ” ปูนรับรู้ได้ว่า เขากำลังถูกหลายคนจ้องมอง เพราะมือที่ถูกจับเอาไว้ไม่ยอมปล่อยตลอดงานนี่แหละ “คนอื่นเขา...”


“พี่ไม่แคร์หรอกนะ ว่าใครจะคิดยังไง เพราะพวกนั้น คือคนอื่นสำหรับพี่ และพี่แคร์แค่ปูนคนเดียว” คำพูดที่หนักแน่นทำให้ปูนนิ่งไปทันที รู้อยู่หรอกว่าคนตัวสูงกว่าชอบเขา แต่ไม่คิดว่าจะจริงจังและจริงใจได้ขนาดนี้ “ดังนั้นปูนก็ไม่ต้องไปแคร์คนอื่น ว่าเขาจะมอง จะคิดยังไง แคร์แค่พี่คนเดียวพอ”


“ครับ” ปูนยิ้มหวานออกมาทันที 



งานที่กรพัฒน์พามานี้ เป็นงานเดินแบบการกุศลของคนมีหน้ามีตาทางสังคม และคนที่เดินแบบนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นลูก เป็นหลานคนจัดงานทั้งนั้น เพราะแบบนี้นางแบบของกรพัฒน์ถึงไม่ได้มาเดิน 


“เหนื่อยชะมัด” เสียงบ่นดังจากด้านหลัง ปูนหันกลับไปดู คนพูดเป็นคนที่ปูนเพิ่งไปขอลาออก พอลขยับคอเสื้อเชิ๊ตไปมาให้คลายร้อน 


“มาช้านะ” กรพัฒน์ทักเพื่อนสนิท แม้สายตาจะจับจ้องไปยังนางแบบที่เดินเรียงรายกันออกมา 


“นี่ก็รีบสุดๆ แล้ว วิ่งขึ้นมาด้วย เหนื่อยมาก” พอลตอบเพื่อนก่อนจะหันมายิ้มให้กับปูน “พี่ติดต่อปูนไม่ได้เลยตั้งแต่วันนั้น แถมยังจะถูกไอ้กรฆ่าด้วย” คนจะถูกฆ่ารีบฟ้อง 


“ก็บอกให้ดูแลดีๆ ยังปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ สมควรโดน” สายตาคมตวัดมามองเพื่อนแวบหนึ่ง แล้วหันกลับไปสนใจงานต่อ 


“ปากคนเป็นร้อยเป็นพัน จะสั่งหุบได้ยังไงหมด...เนอะปูนเนอะ” พูดจบก็ต้องรีบหลบฝ่ามือของเพื่อน พอลขอแยกตัวไปหาเครื่องดื่มคลายร้อน แต่กลับกลายเป็นว่า ไปยืนจีบสาวสวยอยู่ข้างโต๊ะเครื่องดื่มแทน 


คนเจ้าชู้ต้องไม่ทิ้งลายเสือตัวเอง ประโยคประจำตัวของพอล


“เรื่องข่าวลือนั่น พี่จัดการต้นตอแล้วนะ” คำบอกเล่าของกรพัฒน์เรียกความสนใจจากปูนได้เป็นอย่างดี “ไม่ต้องห่วงอะไร”


“ใครเป็นคนปล่อยข่าวหรือครับ” อยากรู้มากที่สุด ว่าใครกันที่มาใส่ร้ายกันได้ขนาดนี้ 


กรพัฒน์ใช้หางตามองปูนนิดๆ พลางตอบ “เพื่อนสนิทปูนไง นางแบบที่ชื่อมิ้นท์” 


“มิ้นท์?” แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ปูนตีหน้ายุ่งไม่สนใจงานอีก “เป็นไปได้ยังไง มิ้นท์เป็นเพื่อนของปูนนะครับ”

“ไม่เคยได้ยินหรือ เพื่อนสนิทเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุด พี่เคยเตือนปูนเรื่องเพื่อนคนนี้แล้วนะ แต่ปูนไม่เชื่อฟังพี่เลย สุดท้าย ก็ทำร้ายปูนจนได้” 


ก็จริงอย่างที่กรพัฒน์ว่า ชายหนุ่มเคยเตือนแล้วเรื่องเพื่อนสาวคนนี้ แต่เพราะคบกันมานานปูนเลยไว้ใจ ไม่คิดเลยว่า เพื่อนที่สนิท จะมาทำร้ายกันได้ลงคอ 


“พี่กรทำอะไรมิ้นท์หรือครับ” คำถามดูเลื่อนลอยเพราะยังรู้สึกผิดหวังกับเพื่อนสนิท 


“ทำตามกฎของบริษัทน่ะ ไม่ถึงขั้นไล่ออกหรอก” 


ปูนไม่ได้ถามซักไซ้ต่อ เพราะงานดำเนินมาจนถึงชุดสุดท้ายแล้ว แต่คนข้างกายกลับไม่อยู่ดูต่อ แถมยังจับมือปูนให้ออกจากงานอีกด้วย 


“พี่กรจะพาปูนไปไหนเนี่ย งานยังไม่จบเลยนะ” ดูๆ ไปก็สนุกดีเหมือนกัน ชุดแต่ละชุดก็สวย นางแบบบางคนก็งามซะจริง 


“ไปบ้านพี่” ตอบแบบสั้นๆ ที่กลับทำให้คนฟังสั่นไปทั้งร่าง ปูนขืนตัวเองไม่ให้เดินอีก จนคนจูงต้องมองอย่างสงสัย “ทำไม”


“ไม่ไปไม่ได้หรือ” แค่พามาเปิดตัวกับนักข่าว ปูนก็แทบหายใจไม่ออก แข้งขา มือไม้สั่นไปหมด นี่ยังจะพาเข้าบ้านอีก มีหวังได้กัดลิ้นขาดพอดี 


“ไม่ต้องกลัวหรอก ป๊ากับม๊าพี่ไม่ได้ดุขนาดนั้น” คนเป็นลูกก็พูดได้ แต่คนนอกอย่างปูนก็ต้องกลัวอยู่ดี “ไปเถอะ พี่ยืนยันว่าครอบครัวพี่ไม่มีใครน่ากลัวสักคน” 


แม้จะยืนยันแบบนั้น ปูนก็กลัวอยู่ดี ครอบครัวคนจีน แม้จะเป็นลูกครึ่งอย่างที่กรพัฒน์บอก ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี และคนกลัวก็นั่งเกร็งไปตลอดทาง พอใกล้ถึงก็รีบบ่นออกมาว่าขาเป็นตะคริว จนคนพามาหัวเราะงอหงาย 


บ้านทรงสไตล์ยุโรปผสมจีนดูแปลกๆ แต่ก็เข้ากันดี อย่างโคมไฟสีแดงข้างหน้าดูสวยเด่นมากเมื่อมองมาที่หน้าบ้าน ยังมีรูปปั้นสิงตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่สองฟากของประตูทางเข้าบ้าน ด้านข้างมีสวนดอกไม้ที่ลูกชายเจ้าของบ้านบอกว่าชื่อดอกโบตั๋นสีชมพูบานสะพรั่งอยู่เต็มสวน 


“เชิญค่ะคุณกร” หญิงสูงวัยมวยผมไว้ที่ท้ายทอย สวมชุดธรรมดาออกมาต้อนรับ ปูนขมวดคิ้วนิดๆ เมื่อแม่บ้านของที่นี่ไม่ได้แต่งกายเหมือนกับแม่บ้านชาวจีนในละครที่เคยดู


เมื่อปูนได้ก้าวเข้ามาในบ้าน ความเกร็งก็ทำให้ก้าวขาแทบไม่ออก มือสองข้างเกาะแขนชุดสูทสีดำไว้แน่น พอยิ่งเดินเข้ามา ความกลัวก็มีความแปลกใจค่อยๆ แทรกซึมเข้ามา 


“รูปพวกนี้มัน...” ปูนกระพริบตาปริบๆ มองไปบนผนังที่ติดรูปนักแสดงหนุ่มจากเกาหลีอยู่เต็มไปหมด มีทั้งแบบโปสเตอร์ผนัง กรอบรูปบนโต๊ะ หรือแม้แต่นาฬิกาตั้งโต๊ะก็ยังเป็นรูปของนักแสดงคนนั้น “ของใครหรือครับนี่” 


“ม๊าพี่เอง” แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน กรพัฒน์ขำออกมาเมื่อปูนทำตาโตตกใจ “พี่พูดจริงๆ ม๊าพี่เป็นแฟนคลับนักแสดงคนนี้ เก็บซีรี่ย์แทบทุกเรื่อง งานที่เรียกว่าแฟนมีตอะไรนั่นก็ไปนะ นั่งแถวหน้าสุดด้วย แต่ที่คลั่งแบบสุดๆ ก็เห็นจะเป็นการซื้อตั๋วตามไอ้นักแสดงคนนี้ไปทุกที่ ทั้งจีน เกาหลี ญี่ปุ่น” 


“พี่กรแกล้งอำปูนอยู่ใช่ไหมเนี่ย” หากเดาจากอายุของกรพัฒน์แล้ว ม๊าของเขาก็ต้องอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบ แล้วจะมาชื่นชอบถึงขนาดคลั่งไคล้แบบนี้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ 


“พี่ไม่เคยโกหกปูนนี่ จริงไหม” พอเจอประโยคนี้ ปูนก็เลยเม้มริมฝีปาก “แล้วถ้าปูนเดินไปอีกห้อง จะมีรูปนักร้องเกาหลีวงวันเดอร์อะไรสักอย่างนี่แหละ นั่นของพ่อพี่ ขานี้ก็คลั่งเหมือนกัน”


“แน่ใจนะครับ ว่าพี่กรไม่ได้อำ” 


“ไม่เชื่อ ถ้าปูนเจอป๊ากับม๊าพี่ ลองถามได้เลยว่ารู้จักเพลงวงนั้นไหม ไม่ก็ถามเรื่องซีรี่ย์ของนักแสดงคนนี้” 


ปูนกระพริบตาปริบๆ มองรูปภาพของนักแสดงหนุ่มจากเกาหลีที่กำลังโด่งดังและมีเสน่ห์ในมือ นี่ใช่เรื่องจริงหรือนี่ 


และปูนก็ได้คำตอบว่ามันคือเรื่องจริง เมื่อได้เจอป๊ากับม๊าที่ไม่ได้ดูแก่แม้อายุจะขึ้นเลขหกปลายๆ ทั้งคู่ยังดูเป็นหนุ่มเป็นสาว อย่างม๊าที่ย้อมผมเป็นสีแดงแบบเปรี๊ยวจี๊ด กับป๊าที่พอถามเรื่องเพลงก็รู้จักหมดจริงๆ จากความกลัวและเกร็งหายไป มีแต่เสียงหัวเราะแทรกเข้ามาแทน



*****



“วันหลังป๊าจะสอนอาปูนเต้นนะ ไม่ยากๆ” พอพูดคุยได้สักพัก ก็ถึงเวลากลับ แต่ก่อนกลับ ป๊าก็ยังคงไม่ลืมย้ำเรื่องการสอนเต้นจนลูกชายเพียงคนเดียวส่ายศีรษะรัวๆ 


“ขอบคุณครับป๊า ขอบคุณครับม๊า” ปูนยกมือไหว้สำหรับมื้อเย็นที่แสนอร่อย


“ไม่ต้องกลัวว่าม๊าหรือป๊าจะไม่ชอบหรอกนะ เพราะอากรเนี่ย เป็นพวกหัวดื้อ ยิ่งห้ามไปก็เท่านั้น แต่ดีที่มันเลือกเก่ง และสิ่งที่เลือก ก็เป็นสิ่งดีๆ ทั้งนั้น ม๊าเลยมั่นใจว่าอาปูนต้องเป็นคนดี จริงไหมอากร” 


“แน่ที่สุดครับม๊า” 


แล้วปูนก็ได้รู้ว่า เกนมีนิสัยขี้อ้อนเหมือนกรพัฒน์นี่เอง แม้คนลูกจะอ้อนหนักกว่าก็ตาม 


เมื่อออกจากบ้าน จุดหมายที่จะไปก็ยังไม่ใช่หอพักอยู่ดี เพราะเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ปูนคุ้นเคยจนต้องมองอย่างตื่นๆ 


“นี่มันทางไปร้านพี่โรสนี่ครับ หรือพี่โรสกลับมาแล้ว” พอคิดแบบนี้ปูนก็ใจเต้นแรงคิดว่าพี่สาวที่รักจะกลับมา แต่กลับถูกดับฝันจนต้องยู่หน้าลง


“ไม่ได้มาหรอก ตอนนี้ใช้ชีวิตสบายอยู่ที่นู้น พี่ไปงานก็เพิ่งเจอมา” กรพัฒน์พูดยิ้มๆ มีสิ่งที่เขาตั้งใจจะมอบให้ปูน แม้จะยังไม่เรียบร้อยดี แต่เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มันถึงกำหนดไวกว่าที่คาดการณ์ไว้ “ปูนจะต้องชอบแน่”


ท่าทางและรอยยิ้มดูมีเลศนัยจนไม่น่าไว้ใจ ปูนนั่งกระสับกระส่ายอยากรู้ว่าอีกคนจะทำอะไร 


“ถ้าคิดทำเรื่องไม่ดี ปูนก็สู้นะครับ” ข่มขู่ทั้งคำพูดและสายตา 


“แรงน้อยอย่างปูน แค่พี่เป่าก็ปลิวแล้ว” ว่าเสร็จก็หัวเราะออกมา คนตัวผอมเลยยากที่จะปฏิเสธความจริง “ไปถึงก็รู้เอง”


“ชอบพูดแบบนี้ตลอด” 


“ก็มันตื่นเต้นดีออก พี่ชอบ”


“แต่ปูนไม่ชอบ”


“เดี๋ยวปูนก็ต้องชอบ” 


ไม่อยากต่อปากต่อคำอีก คนตัวผอมเลยได้แต่นั่งนิ่ง รอให้ถึงที่ๆ คนพามาบอก แล้วจะได้รู้ว่าเขาจะชอบหรือไม่ชอบอะไรในสิ่งที่กำลังรออยู่...แต่ที่แน่ๆ สิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งที่ดีมากแน่ๆ ปูนเชื่อแบบนั้น เพราะของทุกอย่างที่ได้จากกรพัฒน์คือสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ



...TBC


ขอบคุณค่าาาาาา  (-/l\-)~~

ปล.ปูนก็สู้คนนะคะ (หัวเราะทั้งน้ำตา)

ความคิดเห็น