ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 8 : น้ำใจอาจดื่มกินไม่ได้แต่ซื้อใจ​ได้

ชื่อตอน : Chapter 8 : น้ำใจอาจดื่มกินไม่ได้แต่ซื้อใจ​ได้

คำค้น : นิยาย,นิยายรัก,นิยายตลก,ขอเสื้อกาวน์ตัวนั้นห่มใจให้ฉันที,หมอ,ครู

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2560 20:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 8 : น้ำใจอาจดื่มกินไม่ได้แต่ซื้อใจ​ได้
แบบอักษร

Chapter 8 : น้ำใจอาจดื่มกินไม่ได้แต่ซื้อใจ​ได้

“แล้วมึงตอบมันว่าไง”

“กูไม่ได้ตอบ  กูรีบวิ่งมาบอกมึงเนี่ย”

“บ้าชิบ  โอ๊ย !!!”

นายมิเตอร์ก้มลงกุมเป้าตัวเองแน่น  สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด  เมื่อฉันใช้โอกาสที่มันมัวแต่พูดถีบตรงกลางหว่างขามันสุดแรง  ไอ้มิเตอร์ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด  ฉันจึงใช้โอกาสที่มันกำลังตัวงอกำเป้าแน่นตะเกียกตะกายหนีไปตามพงหญ้าด้านหน้า

น้ำตาฉันไหลออกมาพลางสะอื้นแทบขาดใจ  ฉันไม่อยากตกเป็นของไอ้เศษสวะพวกนี้

“จะไปไหน”

“ว้าย !”

ฉันเงยหน้าขึ้นตามแรงมือที่จิกตรงกลางหัวฉัน  ไม่รู้ว่าเส้นผมฉันหลุดไปกี่กระจุกแล้วนั่น  เมื่อหันไปมองก็เห็นไอ้มิเตอร์มองมาด้วยแววตาแค้นสุดขีด  มันเงื้อมืออีกข้างเตรียมจะฟาดลงบนใบหน้าฉัน  ฉันจึงหลับตาปี๋

“หยุดนะโว้ย !”

เสียงทุ้มห้าวที่ดังมาแต่ไกลๆ  ทำให้ฉันหันไปมองทันที  เมื่อเห็นร่างสูงกำยำของผู้ชายใส่แว่นตากำลังวิ่งตรงมาที่ฉัน  ความรู้สึกดีใจเหมือนท้องฟ้าเปิดหลังฝนตกเป็นยังไงฉันก็เพิ่งรู้นี่เอง

“แส่หาเรื่องนักนะไอ้เด็กเนิร์ด”  นายมิเตอร์หันไปมองด้วยแววตาแข็งกร้าว  พลางลำรามผ่านลำคอ

“เอาไงดีวะ  มันตามมาแล้ว”  นายเชนยืนหันรีหันขวาง  ใบหน้าซีดเผือดเหงื่อกาฬแตกพลั่ก

“จัดการมัน !”

นายมิเตอร์ผลักฉันลงหลังกระแทกกับพื้น  ความเจ็บปวดเหมือนหล่นจากที่สูงทำให้ฉันนอนตัวงอเหมือนกิ้งกือ  ฉันเห็นนายมิเตอร์และนายเชนเดินไปขวางทางนายเทอม  ก่อนที่นายมิเตอร์จะควักมีดปลายแหลมที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมา

“กูให้โอกาสมึงหนีไปซะ  ถ้าไม่อยากตาย”

“พวกมึงจะทำอะไรมาคอว์”  นายเทอมมองมายังฉันพลางขมวดคิ้ว  “จิตใจพวกมึงทำด้วยอะไรถึงทำร้ายผู้หญิงได้ลงคอ”

“มึงไม่มีสิทธิ์มาสั่งมาสอนกู”  นายมิเตอร์ยกมีดขู่ฟ่อ  เมื่อเห็นนายเทอมทำท่าจะวิ่งมาทางฉัน

 นายเทอมยกมือทั้งสองข้างขึ้นทันทีเป็นเชิงว่าไม่สู้  หากปากก็ยังเอ่ยต่อไป

“กูไม่ได้สอน  กูแต่เตือนสติพวกมึงว่ากำลังทำอะไร  เกิดผู้หญิงเค้าเป็นอะไรขึ้นมา  พวกมึงได้ติดคุกหัวโตแน่”

“นี่มึงขู่พวกกูเหรอ”  นายเชนตาวาววับด้วยความโกรธจัด

“เปล่า”

“มึงนี่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

ว่าแล้วนายเชนก็วิ่งเข้าไปหมายจะชกนายเทอม  แต่เขาไวกว่าปล่อยหมัดใส่หน้าหมอนั่นเต็มแรง  นายมิเตอร์เห็นเพื่อนลงไปนอนคลุกฝุ่นกับพื้นก็เลือดขึ้นหน้า  วิ่งเข้าไปหมายจะแทงนายเทอม  แต่เขาไหวตัวทันเบี่ยงหลบได้  ก่อนจะพยายามแย่งมีดจากมือนายมิเตอร์มา

“หนีไปก่อนแล้วเร็วมาคอว์ !”

เสียงตะโกนของนายเทอมทำให้ฉันกะพริบตาปริบๆ  รู้สึกตัวว่ากำลังดูพวกเขาทะเลาะกันสบายใจเฉิบ  นี่คิดว่าตัวเองอยู่บ้านนอนดูหนังบู๊อยู่หรือไงยัยมาคอว์  (เรียกสติตัวเอง)   ฉันพยายามดันตัวเองลุกขึ้น  ก่อนจะมุ่งหน้าหมายจะวิ่งไปอย่างเอาเป็นเอาตาย

แต่เอ๊ะ  ฉันจะเห็นแก่ตัวไปหรือเปล่า  ขณะวิ่งมโนสำนึกก็ทำให้ฉันหยุด  แล้วหันกลับไปมองนายเทอม

“หนีไป !”

นายเทอมที่กำลังพยายามแย่งมีดจากนายมิเตอร์อยู่ตะโกนอีกรอบ  ฉันลังเลใจเล็กน้อย

“ไปตามคนมาช่วย !”

ฉันตัดสินใจหันหลังวิ่งออกไปที่ถนนทันที  แต่เพียงไม่นานเสียงร้องของใครบางคนก็ทำให้ฉันหันกลับไปมอง

“โอ๊ย !”

ฉันเห็นนายเทอมถูกนายเชนจับเอามือไพล่หลัง  ก่อนที่นายมิเตอร์ที่ตั้งตัวได้จะรัวหมัดใส่หน้าเค้ารัวๆ  ขณะที่ฉันกำลังจะหันกลับไปวิ่งต่อ  เสียงร้องของนายเทอมที่เคยดังไม่ขาดระยะกลับเงียบกริบผิดสังเกต  ใจฉันหายแป้วทันทีก่อนจะหันไปมองอีกรอบ  พบว่านายเทอมค่อยๆ  ทรุดลงนั่งคุกเข่าตัวงอ  ขณะที่มือทั้งสองข้างกำด้ามมีดที่ปักตรงท้องเขามือเปรอะเลือดแดงฉานไปหมด

นะ...นายเทอม !

มะ...ไม่จริง !  เขาถูกแทงเพราะช่วยฉัน !

ฉันอ้าปากเหวอ  ก่อนจะส่งเสียงกรีดร้องออกมาสุดเสียงพลางตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

“กรี๊ด !  ช่วยด้วย  ช่วยนายเทอมด้วย  เค้าถูกแทง !”

ฉันทรุดลงนั่งตรงกลางพื้นถนน ขณะที่ปากก็ร้องร่ำไห้อย่างคนขาดสติ  แต่จู่ๆ  แสงไฟอะไรบางอย่างก็สาดปะทะสายตาฉันอย่างจัง  เมื่อหันไปมองก็พบว่ามีรถคันหนึ่งมาจอดอยู่ตรงหน้า  ก่อนจะเห็นผู้ชายสองคนแต่งตัวภูมิฐานเปิดประตูรถวิ่งลงมาดูฉัน

“น้อง  มีอะไรทำไมมานั่งกลางถนนแบบนี้”

ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางชี้ไปที่ภาพเบื้องหน้าด้วยมือสั่นเทา

“ฮือๆ  ชะ...ช่วยด้วย  มีคนถูกแทง  ฮือ...”

พวกเขามองตาม  ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะวิ่งมุ่งตรงไปยังนายเทอมที่นอนจมกองเลือดอยู่  ขณะที่นายมิเตอร์และนายเชนที่กำลังกระหน่ำกระทืบนายเชนไม่ยั้ง  เมื่อเห็นดังนั้นก็วิ่งแตกตื่นไปคนละทิศละทาง  ส่วนฉันก็โดนผู้ชายคนที่เหลือประคองไว้ในอ้อมแขน  ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด

“ฮัลโหล  ตำรวจหรอครับ  ช่วยด้วยครับพอดีมีคนถูกแทง”

นั่นคือเสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยิน   ก่อนจะรู้สึกว่ารอบตัวมืดมนแล้วหมดสติสัมปชัญญะไป...





“คนไข้อาการดีขึ้นแล้วนะ  หมอไปก่อนล่ะ  ฝากดูแลด้วย”

“ค่ะ  คุณหมอ”

ฉันค่อยๆ  ปรือตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของผู้ชายและผู้หญิงคุยกัน  เมื่อลืมตาขึ้นได้ก็พบเพดานขาวๆ  อยู่ตรงหน้า  พอมองไปรอบตัวก็พบว่าตอนนี้ข้างๆ  ตัวฉันมีสายน้ำเกลือห้องระโยงรยางค์อยู่  อีกฟากหนึ่งเป็นนางพยาบาลที่กำลังยืนยิ้มแป้น  และหมอที่กำลังเดินออกจากห้องไป

“ฟื้นแล้วนะคะ”  คุณพยาบาลสาวสวยยิ้มที่มุมปาก  ไม่รู้ว่าฉันมึนๆ  เพราะตื่นใหม่หรือว่าพี่สวยเวอร์วังเพราะฉันรู้สึกว่าสวยจริงๆ  หรือเค้าจะคัดคนที่หน้าตาด้วยนะคะ

“นี่ฉันอยู่โรงพยาบาลหรอคะ”  ฉันถามเสียงแหบแห้ง

“ใช่ค่ะ  คุณมาคอว์อยู่ในการรักษาของโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดในประเทศไทย  ฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยค่ะสบายใจได้”

“ดะ...เดี๋ยว”  ฉันอ้าปากค้าง  “คือเรื่องความปลอดภัยไม่เท่าไหร่  โรงพยาบาลเอกชนหรอ...ค่ารักษาไม่แพงหูฉี่หรอนี่  ฉันไม่มีตังค์จ่ายหรอกนะ  ฉันจะกลับแล้ว”

ฉันพยายามดันตัวลุกขึ้นนั่ง  แต่โดนคุณพยาบาลดันให้นอนลงตามเดิม  พลางเอ่ยเสียงหวานว่า

“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ  คุณเทมป์เป็นคนออกค่ารักษาพยาบาลนี่ให้เองหมดแล้ว”

อ้าว  นายเทมป์มาเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย  หรือว่าที่นี่จะเป็น...โรงพยาบาลของพ่อเค้า !!!  ตอนไปเที่ยวผับฉันเคยได้ยินออร่าพูดว่านายเทมป์เป็นลูกเจ้าของโรงพยาบาลชื่อดัง  ที่นี่เองหรอ  เดี๋ยวนะ  แล้วหมอนั่นรู้ได้ไงว่าฉันป่วย  งงไปหมดแล้วนะเนี่ย

“นายเทมป์อยู่ไหน  ฉันต้องการคุยกับเค้า”

“คุณเทมป์บอกไว้ว่า  ถ้าคุณฟื้นแล้วต้องการพบ  ให้ขึ้นไปพบที่ดาดฟ้าของโรงพยาบาลค่ะ”

แล้วทำไมฉันต้องเป็นคนถ่อสังขารขึ้นไป  ฉันเป็นคนป่วยนะ !!!

ฉันทำหน้างอง้ำอย่างหงุดหงิด

“แกะสายน้ำเกลือออก  ฉันจะไปพบเค้า”

“ค่ะ”

คุณพยาบาลทำตามอย่างว่าง่าย  ก่อนจะยิ้มให้ฉันเล็กน้อยแล้วค่อมตัวเดินออกจากห้องไป  ฉันมองตามอย่างอารมณ์เสีย  ชิส์  นี่ฉันป่วยอยู่นะ  ทำไมฉันต้องไปพบหมอนั่นด้วย  ฉันมองสำรวจร่างกายตัวเอง  แต่ไม่พบร่องรอยฟกช้ำเล็กน้อยแต่ไม่รู้สึกเจ็บอะไรแล้ว  จะว่าไปโรงพยาบาลนี้เค้าก็รักษาดีจริงๆ  นะ

เอาฟระ  ไปพบนายเทมป์ก็ได้  ฉันสงสัยไปหมดแล้วเนี่ยว่านายรู้ได้ยังไงว่าฉันป่วย  และอีกอย่าง...

อุต๊ะ !!!  ฉันลืมไปได้ยังไงว่านายเทอมโดนแทง  ฉันยืนหันรีหันขวาง  ก่อนจะวิ่งออกไปตามนางพยาบาลเมื่อกี้เพื่อถามเรื่องนายเทอม  แต่ปรากฏว่าป้าแกหายไปพร้อมกับสายลมแล้ว  บ้าจริง  แล้วฉันจะรู้อาการของเค้าได้ยังไงล่ะเนี่ยว่าเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง  แถมยังพักห้องไหนจะได้ไปเยี่ยมถูก

หรือว่านายเทมป์อาจจะรู้ก็ได้  ถ้ารู้ว่าฉันโดนทำร้ายหมอนั่นก็ต้องรู้เรื่องของนายเทอมด้วยสิ  งั้นไปเอาคำตอบจากนายเทมป์ดีกว่า  ฉันรีบวิ่งปร๋อไปยังลิฟต์  ก่อนจะกดขึ้นไปยังชั้นบนสุดของโรงพยาบาลด้วยอาการกระวนกระวายอยากรู้ใจจะขาด

เมื่อมาถึง  ฉันก็เปิดประตูชั้นดาดฟ้าออก  ก่อนจะตาเบิกกว้างเมื่อภาพที่ฉันคิดไว้กบความจริงไม่ได้เหมือนกันเลยซักนิด  ดาดฟ้าที่ฉันเคยเห็นส่วนมากจะเป็นที่โล่งๆ  ไม่มีอะไร  แต่ที่นี่มีสวนหย่อมขนาดย่อมตั้งอยู่  มองไปทางไหนก็เห็นแต่ไม้ดอกไม้ประดับสีจัดจ้านตกแต่งสวยงามประหนึ่งจะจัดไว้เป็นสถานที่พักผ่อน  ฉันเดินไปเรื่อยๆ  เพื่อสำรวจว่ามีอะไรบ้าง  ก่อนจะเห็นสระว่ายน้ำแล้วก็พบร่างสูงกำยำของชายคนหนึ่งถอดเสื้อโชว์กล้ามเหลือแต่กางเกงตัวเล็ก  เขากำลังดำผุดดำว่ายในท่าฟรีสไตล์อย่างแข็งแรงและรวดเร็ว  เมื่อเพ่งมองชัดๆ  ฉันก็พบว่านั่นคือนายเทมป์นั่นเอง

“ดีขึ้นแล้วหรอมาคอว์”

ฉันสะดุ้งเล็กน้อย  เมื่อเขาว่ายมาเกาะขอบสระตรงหน้าฉันตอนไหนไม่รู้  นี่ฉันเผลอมองเขานานแค่ไหนแล้วเนี่ย

“อาการข้างเคียงหรอเปล่า  กลายเป็นคนปากกืกไปเลยน่าสงสาร”

ฉันยืนเท้าเอวพลางชี้หน้าเขา

“ไม่ต้องมายัดเยียดโรคอะไรให้ฉันเลยนะ  !!!  ฉันจะมาถามนายว่าฉันอยู่ที่นี่ได้ไง  แล้วนายเทอมเป็นยังไงบ้าง  เค้าถูกแทงไม่ใช่หรอ  แล้วไอ้คนที่มันจะข่มขืนฉันมันถูกจับยัง  และก็...”

“พอก่อน  เอาทีละคำถามได้มั้ย  ฉันว่าอาการข้างเคียงของเธอน่าจะเป็นพูดมากมากว่านะ”

เขาเสยผมที่ปรกหน้าขึ้น  ก่อนจะลูบใบหน้าที่มีหยดน้ำเกาะพราวออก  ฉันมองตามแล้วใจสั่นเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่าเขาหล่อชะมัด  แต่งตัวปกติหล่ออยู่แล้วนี่มาแก้ผ้าเล็กน้ำอ่อยฉันอีกเนี่ย  อยากโดนฉันลากลงไปกินในน้ำใช่มั้ยห๊ะ

“เธอเป็นอะไรจมูกหุบจมูกบานอยู่ได้”

ฉันยกมือตะปบจมูกทันที  ว้าย  จมูกฉันกำลังจะกลายเป็นนอแรดเมื่อเห็นผู้ชายหล่อ

“เอ่อ  ช่างมันเถอะ  ช่วยสรุปเหตุการณ์ทีว่าฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

“แปบนะ”

เขากระโจนขึ้นจากสระน้ำ  ฉันมองตามกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ  ซิกแพคเป็นลอนที่หน้าท้องของเขาแล้วรู้สึกเนื้อตัวร้อนผะผ่าวยังไงไม่รู้  เขาขึ้นมานั่งลงตรงขอบสระ  แล้วใช้ขาทั้งสองขาหย่อนลงเตะน้ำเล่นไปเรื่อย

“ฉันโทรหาไอ้เทอมไม่ติดน่ะ  พอติดก็มีคนบอกว่ามันถูกแทงเข้าโรงพยาบาล  พอมาถึงก็ทราบว่าเธอเกือบโดนข่มขืนจนเป็นลมสลบไป  เมื่อเห็นเธอฟื้นแล้วฉันก็ดีใจนึกว่าจะเป็นอะไรมาก”

“แล้วนายเทอมล่ะ”  เมื่อจะพูดต่อ  ฉันก็ก้มลงมองพื้นอย่างรู้สึกผิด  “เค้าอาสาพาฉันมาทำธุระ  แถมยังมารับเคราะห์โดนแทงจะพวกเลวนั้นด้วย  เค้าเป็นยังไงบ้าง  ฉันอยากไปเยี่ยมเค้า”

ว่าแล้วฉันก็นั่งลงข้างๆ  เค้าพลางเขย่าแขนเพื่อเป็นการขอร้อง  นายเทมป์หันมามองฉันแล้วยิ้มเล็กน้อย

“ไม่ต้องห่วงน่า  หมอนั่นอยู่ในมือหมอยังไงก็ปลอดภัย  พ่อฉันเป็นคนรักษาเองกับมือ  โชคดีที่ถูกแทงตรงอวัยวะไม่สำคัญเลยไม่เป็นอะไรมาก  ตอนนี้ก็สลบยังไม่ฟื้นนอนรักษาตัวอยู่  หมอยังไม่ให้คนนอกเข้าไปเยี่ยมจนกว่าอาการจะดีขึ้นกว่านี้  แต่รับรองว่าเค้าได้ตื่นขึ้นมาเอาเรื่องเธอแน่นอน”

“พวกนายจะเอาเรื่องฉันยังไงก็ได้นะฉันยอมรับผิด  จะเอาฉันไปโยนลงบ่อจระเข้ก็ได้ฉันยอม”

จู่ๆ  นายเทมป์ก็หลุดหัวเราะออกมา

“บ้า  ไม่ใช่ความผิดของเธอซะหน่อย  อีกอย่างถ้าจะเอาผิดเธอจริงๆ  โยนลงบ่อจระเข้ง่ายไป  น่าจะจับแก้ผ้าคว้านท้องแล้วเองไปตรึงไว้บนไม้กางเขนให้นกจิกกินทีนิดดีกว่า”

โหดร้ายที่สุด

“ล้อเล่น”  เมื่อเห็นกลืนน้ำลายลงคอเอื้อกๆ  อย่างสยดสยอง  เขาก็รีบพูดขึ้น  “ไม่ใช่ความผิดซะหน่อย  แต่เป็นความผิดของพวกที่มันจิตใจอำมหิตมากกว่า  เธอไม่ต้องห่วงนะตอนนี้พวกมันถูกจับส่งตำรวจเรียบร้อยแล้ว  รอเธอกับไอ้เทอมไปให้ปากคำ”

“ดีแล้วล่ะ  แต่ว่าถ้านายเทอมหายเมื่อไหร่  นายรีบบอกฉันนะฉันจะได้ไปเยี่ยมและก็ขอโทษเค้า  จริงๆ  ฉันก็ดูแลเค้าได้นะฉันเคยเรียนเป็นเนตรนารีตอนปอสอง”

อ้าว  ทำไมต้องมองบนอย่างนั้นล่ะนายเทมป์  หมายความว่าไงห๊ะ

“โอเค  ไว้ฉันจะบอกเธอนะ”

ฉันพยักหน้ารับหงึกๆ  เฮ้อ  ทำไมนายถึงเป็นคนดีอะไรแบบนี้นะ  พ่อแม่นายสอนยังไงกันแน่  ทำไมไม่แบ่งมาให้นายเทมป์บ้างเลย  นายนี่มันเฟอร์เฟคไปซะทุกส่วนจริงๆ  หล่อก็หล่อ  เรียนก็เก่ง  บ้านก็รวย  นิสัยก็ดี  จริงๆ  เค้าจะไม่ลดตัวลงมาช่วยผู้หญิงหน้าตาบ้านๆ  แบบฉันก็ได้นะ  ถ้าเกิดว่าตอนนั้นที่แยกกันหน้าบ้านหมอดูเค้าตัดสินใจไปแล้วไปลับไม่กลับมาตามหาฉัน  เรื่องร้ายๆ  มันก็คงจะเกิดแก่ฉันคนเดียว  เค้าก็ไม่มาซวยด้วย

“ฉันอยากตอบแทนเค้าจัง  นายคิดว่าฉันควรทำไงดีเทมป์”

ฉันนั่งลงข้างๆ  นายเทมป์พลางหย่อนขาลงเตะน้ำตามเค้า  นี่ฉันกำลังเครียดมากเลยนะเนี่ย  ฉันจะเป็นไมเกรนตายมั้ย

“อยากช่วยหรอ  ฮืม...”  นายเทมป์ทำหน้าคิด  “ไอ้เทอมมันห่วงเรื่องเรียนมาก  ไม่เคยขาดเรียนเลย  มันป่วยแบบนี้คงไม่เรียนได้แน่ๆ  เธอก็ไปเรียนแทนมันสิ”

เอ๊ะ  ยังไงกันยะ  สมองอย่างฉันเนี่ยนะจะกล้าเหยียบเข้าคณะแพทยศาสตร์  มันยิ่งกว่าปลาทองอีกนะจ้ะ  ทุกวันที่เรียนครุศาสตร์เนี่ยอาจารย์ที่สอนก็ถามบ่อยๆ  ว่าฉันจับสลากเข้ามาเรียนหรือเปล่า  โหดร้ายที่สุด

“นี่  ไม่เห็นต้องทำหน้าจริงจังขนาดนั้นเลย”

“ว้าย !!!”

ฉันร้องกรี๊ดทันทีที่นายเทมป์วักน้ำจากสระใส่ฉันหน้าฉัน  เบี่ยงตัวหลบไม่ทันก็เข้าตาเข้าปากไปเต็มๆ  ตามระเบียบ

“นี่นายเล่นอะไรเนี่ย”  ฉันขยี้ตาไปมา  น้ำเข้าตาเลยเห็นมั้ยเนี่ย

“เห็นเธอจริงจัง  ก็อยากให้คลายเครียด”

“แล้วจะไม่ให้เครียดได้ไงเล่า  ให้ฉันไปเรียนแทนนายเทอม  เกรดเค้าไม่ตกฮวบๆ  ยิ่งเป็นการทำบาปให้เค้ามากกว่าช่วยอีกนะ”

“ไม่ได้ให้ไปเรียนซะหน่อย”  นายเทมป์ทำหน้าคล้ายกลั้นหัวเราะกับท่าทางฉันเต็มที่  “หมายถึงคาบไหนที่เป็นทฤษฎี  เธอก็เข้าไปแลคเชอร์  เข้าไปเอาชีทไว้ให้มัน  มันจะได้ไม่ต้องมาตามเก็บวิชานั้นทีหลัง  ส่วนภาคปฏิบัติเดี๋ยวฉันจะลาแทนมันเอง  ไม่ให้เธอไปผ่าศพอาจารย์ใหญ่หรอกน่า”

พูดให้เข้าใจแบบนี้แต่ทีแรกก็จบมั้ย  นี่ให้ฉันจิตตกไปตั้งหลายนาทีว่าจะไปเรียนหมอ  คือไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะ  แต่สมองมันไม่ถึงฉันก็รู้ตัวปะ

แต่เอ๊ะ  แล้วเรื่องเรียนของฉันล่ะจะทำยังไง  ลำพังการเรียนของตัวเองก็อยู่ในห้องไอซียูพร้อมปั๊มหัวใจตลอดเวลา  ดันเอาของนายเทอมมาแบกใส่บ่าอีก  โอ๊ย  จะมีชีวิตรอดมั้ยเนี่ยฉัน

คิดแล้วฉันก็ยีหัวตัวเองจนฟูฟ่องเป็นปีศาจเมรูซ่า เครียดๆ

“ฉันว่า  บางทีแผนนี้อาจจะไม่เวิร์คก็ได้นะเทมป์”  ฉันหันไปเอ่ยกับเค้าเสียงแผ่ว  “เรื่องเรียนฉันก็ไม่รอดแล้ว  ยังจะไปเอาของน้องนายมาเพิ่มอีก  นายไม่มีวิธีอื่นสำหรับคนสมองตันๆ  อย่างฉันแล้วหรอ”

“เฮ้อ  เธอนี่น้า...”

เขาพูดพลางถอนหายใจ  ก่อนจะลูบหัวฉันป้อยๆ  เหมือนน้องหมาเวลาโดนดุ  จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นไปหยิบกระดาษอะไรบางอย่างที่วางไว้บนเก้าอี้ที่มีผ้าเช็ดตัวพาดอยู่  เขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นมายื่นให้ฉัน

“...”  ฉันรับมาถืออย่างงงๆ

“ตารางเรียนฉันเอง  ฉันกับไอ้เทอมใช้อันเดียวกัน  เธอจะได้รู้ไงว่ามันเรียนคาบไหน  เกิดชนคาบกับที่เธอเรียนเธอก็ไม่ต้องไป  เรียนของตัวเองให้รอดก่อน  ถ้าเกิดว่างค่อยไปเรียนแทนมัน”

“เอางั้นหรอ”

“เหอะน่า  เอางี้แหละ  เธอไม่ต้องกลัวหรอก  เดี๋ยวฉันเป็นพี่เลี้ยงให้เธอเอง”

ฉันกลืนน้ำลายลงคอเอื้อกๆ  นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันกลัวที่สุด  ดูรอยยิ้มที่มุมปากนายตอนนี้สิ  เหมือนมีแผนการชั่วร้ายอะไรบางอย่างแน่ๆ  แต่ฉันไม่ยอมแพ้หรอกนะ  ฉันก็มีแผนการเหมือนกัน  อย่าลืมสิว่าแม่หมอดูบอกว่าฉันมีเนื้อคู่เรียนหมอ  ฉันจะใช้โอกาสทองสองสลึงที่ไปเหยียบคณะแพทยศาสตร์ในครั้งนี้  ถลกกางเกงผู้ชายทุกคนเพื่อหาดูปานแดงที่ต้นขาหนีบเลย ฮี่ๆๆๆ

ความคิดเห็น