สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ตอนที่15 นับความผิด

ชื่อตอน : ตอนที่15 นับความผิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 768

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2560 01:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่15 นับความผิด
แบบอักษร

"ปล่อยฉันนะ!"

"อยู่นิ่งๆสิวะ! อยากตายรึไงวะแกน่ะ!"

ภาพของหญิงสาวเข้ามาในหัว เป็นสถานการณ์ที่ผมไม่มีทางลืมเลือนได้เด็ดขาด

ผมที่มั่นใจว่ายัยคุณเพื่อนร่วมห้องเรียนคนนี้ต้องรอดเพราะเจ้าโง่นั่นกำลังจนมุมเลยได้ใจทำตัวเชื่องช้า และมันก็เกิดเหตุการณ์ที่สุดแสนจะสลดขึ้น

*ตึก*

-ฟุ่บ-

-ฉึก-

"อ๊าาาาาา!"

มันสะดุด แต่มีดที่มันถือขู่ผมที่คอของเธอนั้นแทงเข้าที่กลางอก ผมจึงพุ่งเข้าไปรับตัวเธอพร้อมกับจัดการเจ้านั่นทิ้แต่...เส้นเลือดใหญ่ขาด และผมก็ไม่มีวิธีช่วยเธอเลย

"เอ็นโด!"

"อั้ก... ม..ไม่ใช่ความผิดของนายหรอก แค่กๆ แต่นายที่ตื่นตระหนกเนี่ย ค่อก.. น..น่ารักดีนะ..."

"!? เอ็นโด! เอ็นโด!!!"

ตอนนั้น...ผมยังเป็นเพียงแค่คนโง่ที่ทำได้โทษตัวเองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ผมไม่เคยที่จะช่วยใครเอาไว้ได้เลยแม้ว่าจะมีพลังมากมายนี้...เพียงแต่ตอนนี้ไม่ใช่

"ความผิดแรก ปล่อยให้เพื่อนร่วมชั้นที่เป็นหัวหน้าห้องต้องมาตายด้วยความโง่เขลา"

"ความจริง ฉันรักเธอมาโดยตลอดเลยล่ะคุโรมิเนะ คุโระคุง แต่ว่านะ...ฉันขอโทษ ทั้งๆที่ 'วันนั้น' ฉันควรจะไปหาเธอแล้วสารภาพรัก และพวกเราคงจะคบกันในฐานะแฟน แต่ว่า...ฉันกลับ ถูกล่อลวงไป...และถูกกระทำอย่างทารุณซ้ำยังถูกแบล็คเมล์ ฉัน...ฉันขอโทษนะคุโรมิเนะคุง ที่ฉันไม่บริสุทธิ์และยังสูญเสียทุกสิ่งสมควรเป็นของเธอไป.."

อาจารย์...ชื่อของเธอคือโซโนซากิ นารุโกะ อายุยี่สิบสี่ปีย่างเข้ายี่สิบห้าแต่ก็ต้องจากไปจากโลกเสียก่อน

ในวันนั้น อาจารย์เข้ามาคุยกับผมที่ยังไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับสารภาพรักและสารภาพบาปของตนเองเอาไว้ ผมสัญญากับเธอว่าจะไปจัดการพวกมันแต่เธอกลับห้ามผมเอาไว้และเธอจะจบเรื่องนี้ด้วยตนเองแต่...

ไม่ว่าผมจะข่มขู่พวกมันไปหรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกมันยังคงทำแบบนี้อยู่ สามเดือนต่อมาหลังจากที่โรงเรียนได้เปิดเทอมอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าช่วงปิดเทอมที่บางครั้งผมก็ไม่ได้เจอเธอนั้นเธอถูกกระทำอย่างทารุณเสมอๆ แถมเมื่อไม่นานมานี้ยังมีคลิปที่ีติดใบหน้าของเธอ พร้อมกับรูปทั้งหลายได้ถูกเผยแพร่ออกมา และใบหน้าของอาจารย์...ไม่ได้มีความสิ้นหวังแต่ก็ไม่ได้มีความสุขเช่นกัน ถ้าให้พูดก็เหมือนกับตายทั้งเป็นแต่ว่ายังคงมีไฟสู้อยู่ จนกระทั่ง..

เธอที่มาโรงเรียน พร้อมกับสภาพที่เปลี่ยนไป ท้องของเธอ...ยื่นออกมาเล็กน้อย ผมใช้ความสามารถของผมตรวจสอบข้างในท้องนั่นและก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่านั่น...คือชีวิต ชีวิตอีกหนึ่งชีวิต ลูกที่อาจารย์ไม่ได้ต้องการและเกิดจากหนึ่งในพวกที่ข่มขืนอาจารย์ ความผิดพลาดที่ไม่สมควรมีอยู่บนโลกใบนี้

เธออับอายและไม่กล้าสู้หน้าผม ถูกอาจารย์ใหญ่เรียกตัวไปพูดคุย ทั้งโรงเรียนต่างพากันซุบซิบนินทาโดยที่มีอีกสองกลุ่มที่ไม่ใช่ 

กลุ่มแรก กลุ่มที่ไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนที่ทำผิดอย่างที่คนอื่นคิด ว่าเธอยินยอมให้ทำแบบนั้น เป็นเพียงแค่ผู้หญิงร่าน

กลุ่มที่สองคือไอ้พวกสารเลวที่ยิ้มเย้ยและหัวเราะกับความสนุกสนานของพวกมัน ผมเห็นได้ชัดว่าเมื่อเช้า...เธอถูกข่มขืนก่อนที่จะมาถึงโรงเรียน...

และในเย็นวันนี้เอง

"ฮึก...อาจารย์น่ะ...ฉันน่ะ ฉันน่ะ! รักเธอจริงๆนะ! แต่ฉัน...ไม่คู่ควร ไม่สมควรจะอยู่เคียงข้างเธอเลย! ทั้งสูญเสียพรหมจรรย์ ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ เสียจูบแรก ถูกข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากที่มีมลฑิณอยู่แล้วก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก...ฉันน่ะ ยอมแพ้แล้วล่ะ.."

"เดี๋ยว! อาจารย์!"

"ลาก่อนนะ ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้ฉันได้เกิดมารักเธอ และอยู่ด้วยกันกับเธออีกครั้งทีเถอะ"

*แผละ*

"ความผิดที่สอง ปล่อยให้อาจารย์ผู้ที่รักใคร่ในตัวผมได้ตายจากไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย"

"พี่...คะ"

เอวา น้องสาวผู้น่ารัก...ทึกทักเอาเองน่ะ ตอนนี้เป็นภรรยาคนนึงของผม

"ไม่ไหวหรอกค่ะ หนูไม่น่าประมาทเลย อีกเดี๋ยวก็คงจะหายไปแล้วล่ะค่ะ เพราะงั้น...อยากให้เก็บนี่เอาไว้ค่ะ เผื่อว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้ง"

แหวนของเธอนั่นเอง

เธอรู้ว่าผมไม่ใช่มนุษย์ และแน่นอนว่าเธอเองก็ไม่ใช่

"ฮาห์ ...จริงๆเลยนะคะ ชอบจูบจังเลยนะพี่น่ะ"

เพราะเธอนั่นแหละ ที่มาเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของผม ความรู้สึกของผม และตัวตนของผม ทำให้ผมรู้ว่าตัวผมนั้น ว่างเปล่าเกินกว่าจะมีคนมาเติมเต็มได้เพียงแค่คนเดียว ถึงจะมีตัวตนมากกว่าใครๆแต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ผมอยู่ได้อย่างสงบสุข

เพราะเธอนั่นแหละเอวา...เพราะเธอนั่นแหละ...

"ฮะฮะฮะ ...ถ้างั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ ไว้เราพบกันอีก...สักวันนึง"

ก่อนจากกัน...อยากให้เธอบอกชื่อจริงของเธอ...จะได้ไหม?

"เอลคาโน่ วอน อาร์คัส ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถตัดผ่าได้แม้แต่ห้วงมิติเวลา วิญญาณภูติศักดิ์สิทธิ์ค่ะ"

จากนั้นเธอก็ยิ้ม

"แต่ตอนนี้หนูชื่อเอวา อยากให้พี่คุโระจดจำหนูในฐานะน้องสาวและภรรยาคนสำคัญ คุโรมิเนะ เอวาค่ะ"

อา...ไม่มีทางลืมแน่ๆเลยล่ะนะ

"หนูดีใจที่ได้ยินแบบนั้นค่---"

-กริ้งๆๆๆๆๆๆ-

"ความผิดที่สาม ไม่สามารปกป้องคนสำคัญได้เพราะการปิดบังความจริงของตัวตน สูญเสียภรรยาไปหนึ่งคนด้วยความโง่เขลา"

"ฉัน...รักนาย!"

ความสารภาพรักของนิลล่า ภรรยาอีกคนของผมที่นอกเหนือจากเอวาและฮินะ ผมอยากได้ยินเสียงของเธออีกครั้ง ถ้ารู้ว่าครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่อยู่ด้วยกัน ผมคงไม่เข้าไปยุ่งกับเธอหรอก..


"ความผิดที่สี่ ปล่อยให้ภรรยาที่รักอีกคนตายไปด้วยความโง่เขลา ไร้พลังเกินกว่าจะปกป้องใครได้ด้วยมือคู่นี้"

"คุณกำลังบ่นอะไรอยู่น่ะ?"

"ชั้นเหรอ? ก็แค่นับความผิดที่ชั้นก่อเอาไว้ แกเองก็ควรจะนับเอาไว้นะ ความผิดอันมากมายของแกที่ชดใช้ด้วยเพียงแค่ความตายของแกเท่านั้นน่ะ"

"โอหังเสียจริง คุณรู้หรือเปล่าว่าข้าคือใคร?"

"เออสิ จอมมารผู้ที่ครั้งนึงเคยเป็นอัครเทวทูตสวรรค์ผู้เคียงข้างพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียวลูซิเฟอร์ ก่อนที่จะร่วงหล่นและถูกสังหารไปโดยทูตสวรรค์ มิคาเอล ตอนนี้ก็แค่ไอ้กระจอกคนนึงเท่านั้นแหละ"

-ฉัวะ!-

"อั่ก! ด...ได้ไง?!"

มันเบิกตากว้างแล้วก้มลงมองที่แขนของตัวเอง นั่นก็เพราะผม ดาบที่ปักอยู่เมื่อกี้ ผมใช้ความเร็วที่เกินกว่าจะมองเห้นได้ด้วยตาเปล่าดึงมันขึ้นแล้วขว้างใส่เจ้าเขาดำนั่น เล็งไว้ที่แขนของมันที่กำลังบีบคอของแอสโมดิอุสเอาไว้จนแขนนั่นปลิวไปและเลือดก็กระฉูดออกมาอย่างมากจนใบหน้าของแอสโมดิอุสเปรอะเปื้อน แต่ที่แน่ๆคือยัยแอสโมดิอุสนั้นไม่ได้สนใจเพราะยังหายใจไม่ค่อยออกจึงสำลักอากาศออกมามาก

เพราะความโกรธที่มันปะทุออกมาทำให้ผมมองเห็นแค่ตรงหน้า และมีแต่ความตายของไอ้บ้านี่เท่านั้นแหละที่จะหยุดความโกรธของผมได้ และในตอนที่ผมจะพุ่งเข้าใส่เจ้าบ้านั่นเองก็...

"เอวาจัง...นิลล่า....แกนะแก!!!"

ฮินะที่พึ่งจบการต่อสู้มาหมาดๆ. ไม่สิ ยัยนั่นจบการต่อสู้มานานแล้วแต่คงช็อคที่เอวากับนิลล่าถูกฆ่าตายเมื่อกี้สินะ? เพราะงั้นการเคลื่อนไหวเลยช้าลงมาก ไม่นานฮินะก็ระเบิดพลังแล้วพุ่งเข้าใส่เจ้าเขาดำนั่น และโจมตีใส่อย่างรุนแรงชนิดที่ทำให้พื้นกลายเป็นหลุมราวกับถูกอุกกาบาตพุ่งชนยังไงยังงั้น

"แกฆ่าเอวาจังและนิลล่าสินะ!"

"อึ่ก...ผู้กล้างั้นรึ?! ถ้างั้นก็หายไปซะเถอะ!"

-ตูม!-

"!?"

ทักษะของไอ้บ้านั่นคงคล้ายกับผมแต่คนละแบบกันเล็กน้อย คือมันเหมือนกับพลังแห่งแสงที่ตกต่ำลงจนกลายเป็นความมืดและมันอ่อนแอมาก แต่ว่ากับฮินะที่พลังยังไม่เสถียรเพราะขาดสติ เพราะงั้นฮินะถึงถูกผลักกระเด็นมาหาผม และผมก็รับร่างกายของเธอเอาไว้

"ฮินะ หยู่นิ่งๆรอตรงนี้ดีกว่า"

"คุจัง!? ทำไมถึงพูดแบบนั้นกัน!? เจ้านั่น....เพราะเจ้านั่นพวกเธอถึงตายนะ!"

"เพราะเธอเป็นแบบนี้เธอถึงได้สู้มันไม่ไหวไง! อย่างเธอในตอนนี้ไปนั่งสงบสติอารมณ์ตรงนั้นซะ เดี๋ยวผมจัดการเจ้านั่นเอง"

"!?...เข้าใจแล้ว ขอโทษนะ"

"อา ทำใจให้สบายเถอะ การแก้แค้นให้ยัยสองคนนั้นคือหน้าที่ของผม"

เพราะแรงปะทะมันไม่ได้มีแค่ฮินะที่ได้รับดาเมจ แต่อีกฝ่ายก็ด้วย เพราะงั้นเจ้าเขาดำนั่นจึงปลิวไปไกลแต่ก็ตั้งหน้าตั้งตาฟื้นฟูแขนของตนเองอยู่เลยตั้งรับแทนที่จะบุกเข้ามาตรงๆ

"ฝ่าบาท..."

"หลบไปซะ"

"ค...ค่ะ"

ผมเดินตรงไปที่เอวา...เอลคาโน่ วอน อาร์คัส ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นร่างจริงและชื่อจริงของเอวา แต่ถึงยังไงผมก็จะเรียกว่าเอวาล่ะนะ... พอคิดถึงเอวาแหวนที่นิ้วกลางก็บีบรัดราวกับมีชีวิต พอคิดถึงนิลล่าบ่วงที่คอนี่ก็บีบรัดทำให้เกือบจะหายใจไม่ออกแต่ก็ไม่ได้แรงและนานขนาดที่จะทำให้รู้สึกเจ็บหรือตายได้

ราวกับจะให้รับรู้ ว่าตนเองก็ยังอยู่ที่นี่ ยังอยู่กับผม...

"ขอยืมพลังหน่อยนะเอวา"

ไม่รู้ทำไมถึงได้เห็นเป็นรูปใบหน้าของเอวาที่กำลังยิ้มอยู่อย่างอ่อนโยน ราวกับว่าอยากจะให้ผมยืมพลังของเธอ และดาบนี่ก็ตอบสนองผมมาก

เมื่อยกดาบขึ้นมา ก็รับรู้ได้ถึงสิ่งที่มันควรจะมี...น้ำหนัก ราวกับว่ามันไม่มีแต่มันก็ไม่ได้เบา ต้องบอกว่ามีน้ำหนักที่พอดิบพอดีเกินไป เหมือนว่าเธอเกิดมาเพื่อเป็นของผมโดยเฉพาะ คงจะมีความรู้สึกคล้ายกับค้อนของธอร์ที่ไม่มีใครยกได้เว้นแต่เจ้าตัวล่ะนะ

สะดวกมือมาก ถนัดมือยิ่งกว่าดาบที่มีดีแต่น้ำหนักนั่นเยอะมากเลยล่ะนะ ว่าแล้วก็เริ่มการโจมเลยก็แล้วกัน

"เอาล่ะนะเอวา การต่อสู้แรกของพวกเราน่ะ จะจัดการให้จบในหนึ่งนาที...ไม่สิ จะจัดการให้จบในสามสิบวินาทีให้ดูเอง"

แหวนที่นิ้วรัดตอบรับ แล้วผมก็เปิดใช้พลังของผมอย่างเต็มรูปแบบ...ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เท่าที่ผมสามารถใช้งานได้ทั้งหมดในตอนนี้จากที่มีทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์

ในเมื่อร่างปกติของผมคือร่างมนุษย์ งั้นผมขอเรียกร่างพลังแห่งความมืดนี้ว่าร่างจอมมารก็แล้วกัน และด้วยร่างจอมมารที่ยังไม่เต็มที่นี่ ทำให้ผมสามารถจัดการมันได้ง่ายๆในสามสิบวินาทีอย่างที่ว่าจริงๆ

เพราะว่าผมแข็งแกร่ง...หมายถึงพลังของผมน่ะ ไม่ใช่ตัวตนของผมสักหน่อย

-ฟุ้บ-

เนื่องจากเสียเวลาไปแล้วสามวิผมเลยเริ่มต้นในการโจมตี เพราะมันยังฟื้นฟูแขนไม่เสร็จเลยตอบสนองได้ช้าลง ก็นะ อย่างน้อยก็ดึงแขนนั่นกลับมาได้แล้วแต่บาดแผลก็ยังคงมีอยู่ และนั่นคือจุดอ่อน

-ฉัวะ!-

เพราะแขนนั่นจะต้องถูกป้องกันแน่ๆ ผมเลยเล็งไว้ที่แขนซ้ายของมัน เมื่อผมเข้าประชิดมันก็จะเอียงขวาหลบแล้วยกแขนซ้ายขึ้นมาป้องกันพร้อมกับกางเวทย์แต่ว่ามันช้าเกินไป ผมใช้เอวาฟันจนแขนของมันขาดครึ่ง และก็ดูน่ากลัวเพราะบาดแผลเป็นควันสีดำสนิท

"อะไรกัน?!"

"แกมันก็แค่ปีศาจปลายแถว อย่าได้ริอาจมายุ่งกับคนของชั้น...อา มันสายไปแล้วสินะ? เพราะแกฆ่าคนรักของชั้นไปเพราะงั้นปลายทางของแกจึงมีแต่ความตายที่รออยู่เท่านั้น"

เหลือเวลาอีกสิบเจ็ดวินาที

"หนอย...ข้าก็ไม่ยอมแพ้หรอก!"

-ฉึก!-

หือ? เสียงนั่นไม่ใช่เสียงของร่างกายของฉันที่ถูกแทงซะหน่อย แต่ว่าเรื่องที่ร่างกายของผมถูกแทงจนหอกมันทะลุน่ะเรื่องจริง แต่ว่าผมไม่ได้รับบาดเจ็บและไม่มีแผล แต่เสียงนั่นคือเสียงของหอกสีดำของมันแทงทะลุลงไปปักกับพื้นดินต่างหาก

จากนั้นผมก็สะบัดแขนที่ถือเอวาเพื่อตัดเจ้าหอกนี่แล้วใช้มือซ้ายชกเข้าที่ลิ้นปี่ของมันอย่างรุนแรง

-เปรี้ยง!-

"อั่ก!"

เหลือเวลาอีกสิบสามวินาที...!!

อึ่ก....ความมืดนี่...คุมไม่อยู่แฮะ ไม่นึกเลยว่าสิบเจ็ดวินาทีก็ทำให้เกือบถึงขีดจำกัด...เดี๋ยวนะ? ผมอยู่ในร่างนี้มารวมแล้วก็สามนาทีได้แล้ว มันก็ยาวนานพอสมควรแต่กลับคิดว่าอยู่ได้เพียงแค่ไม่กี่วินาที? ไม่ใช่ว่าผมชักช้าเกินไปงั้นเหรอ?

แต่มันก็แค่นั้นเพราะว่านี่ยังไม่ถึงขีดจำกัด เหลือเวลาอีกสิบวินาที เวลาก็เริ่มที่จะลดลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ ผมต้องจัดการมันให้ได้ในครั้งเดียว..

-ฟุ้บ!-

"หือ? คุณพลาดนะ"

ใช่ผมต่อยพลาด แต่นั่นไม่ใช่ความบังเอิญหรอก

"ก็เพราะแกไม่ได้ดูรอบๆตัวเองยังไงล่ะไอ้โง่"

อา ที่ต่อยพลาดน่ะเป็นเพราะที่เล็งไว้ไม่ใช่ตัวของมันแต่เป็นสิ่งที่อยู่ด้านหลังของมันต่างหาก...ดาบของผม ดาบธรรมดาสามัญนั่นแหละนะ

แต่ว่าดาบนี่น่ะ มันจะทำให้ผมจัดการมันลงได้ ในฐานะของ...นกต่อล่ะนะ

-ฉัวะ!-

"อั่ก!"

พอจับดาบได้ก้ฟาดใส่ในทันที จากนั้นผมก็ฟาดใ่มันอีกครั้งจนมันต้องเร่งเค้นพลังเวทย์ทั้งหมดออกมาเพื่อสร้างเกราะป้องกัน และนั่นก็เข้าทางผมในทันที

เหลือเวลาอีกสี่วินาที เอาล่ะ ตัดสินกันด้วยดาบนี่เลยก็แล้วกัน

-เคร้ง!-

"ดูเหมือนว่าคุณจะพลาดแล้วนะ คุณปีศาจจอมปลอม"

"ดูให้ดีเหอะ ว่าใครกันแน่ที่พลาดน่ะ"

ผมบิดข้อเท้าหมุนตัวกลับแล้วฟาดเอวาที่อยู่ในมือขวาใส่อย่างหนักหน่วง ก็นะ แค่ฟาดเบาๆกำแพงบ้าๆนี่ก็หายไปแล้ว ที่ฟาดอย่างหนักๆน่ะมันก็เพราะว่าความโกรธของผมยังไม่ถูกระบายน่ะสิ

เพราะงั้นการโจมตีของผมจึงรุนแรง รุนแรงชนิดที่จะทำให้โลกสะเทือน

"!?...งั้นเหรอ? นี่คือความตายสินะ?"

-ฉัวะ!-

เอวาของผมตัดผ่านสะบั้นคอของมันจนขาดครึ่ง หัวของมันหมุนลอยละลิ่วเหนือฟื้นดิน และผมก็ใช้เอวาตัดจนหัวของมันกลายเป็นสองส่วนอีกครั้ง

"เหลือเวลาอีก ศูนย์วินาที"

*ฟูม*

เงามืดนี่หายไปแล้ว ยังไม่สาแก่ใจเลยแท้ๆ

"อ่อนแอชะมัด...ถ้าทำแบบนี้แต่แรกก็คง..."

"คุจัง! มันไม่ใช่ความผิดของคุจังนะ!"

-ฟุ้บ-

ฮินะพุ่งเข้ามากอดผมที่กำลังโทษตัวเองจากข้างหลัง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะสะอื้นเล็กน้อย อา...ยัยนี่สนิทกับเอวาและนิลล่ามากที่สุดนี่นะ

"เรานะ ไม่อยากให้คุจังต้องเจ็บปวดเลยพยายามอย่างเต็มที่ แต่ว่า...คุจังที่เอาแต่โทษตัวเองน่ะ เราไม่ชอบเลย ทั้งๆที่เราพยายามอย่างเต็มที่แต่คุจังเอาแต่โทษตัวเองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตัวเธอ ทั้งๆที่เธอเองก็พยายามอย่างเต็มที่แท้ๆ นี่...คุจัง สัญญาสิว่าจะไม่โทษตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกน่ะ"

"...อา จะสัญญาก็แล้วกัน"

"อือ..สมกับเป็นคุจังที่เรารักที่สุด...ว่าแต่ ที่ว่าดาบนั่นคือเอวาจังน่ะ หมายความว่ายังไงกันน่ะ?"

เธอไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ? เท่าที่สังเกต....อา ถึงเธอจะเห็นว่าเกำิดอะไรขึ้นกับเอวาแต่ด้วยอาการช็อคถึงขีดสุดทำให้สมองหยุดสั่งการระบบการคิดของเธอไปชั่วขณะสินะ?

"ตัวจริงของเอวาน่ะไม่ใช่มนุษย์ มีมนุษย์ที่ไหนถูกยิงเวทย์ทะลุหัวใจแล้วยังพูดได้โดยม่ติดขัดรึไง? แค่พูดเพียงแค่สองคำก็ตายในทันทีแล้ว เหมือนกับนิลล่านั่นแหละ แต่ว่าเอวาไม่ใช่ เธอคือวิญญาณภูติน่ะ"

"วิญญาณภูติ?"

"วิญญาณภูติคือตัวตนที่อยู่เหนือกฏเกณฑ์แต่ก็ใช่ว่าจะมีความสามารถพิเศษที่ทำให้ตนเองเป็นอมตะหรอกนะ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ย่อมตายได้ทั้งนั้น แต่ว่าตัวตนพิเศษอย่างเอวานั้นสามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายให้กลายเป็นมนุษย์ได้โดยที่จะยึดรูปร่างของตัวตนที่เธอลอกเลียนเอาไว้ เพราะงั้นจึงมีหน้าตาเหมือนเด็กสาวน่ะ"

"แล้ว...ตัวจริงของเอวาจังก็คือ.."

"ดาบศักดิ์สิทธิ์ 'เอลคาโน่ วอน อาร์คัส' น่ะ เป็นดาบที่มีจิตใจและพลังวิญญาณสูงมาก สิ่งที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ ราวกับว่าเธอเกิดมาเพื่อผมคนเดียวเท่านั้น น่าแปลกที่ผมคิดแบบนั้นแต่ลองถือเธอดูสิ"

"หือ? อ๊...ว๊าย!!!"

-ตูม!-

เอวาปักลงพื้นไปถึงครึ่งนึง แถมไม่มีวี่แววว่าฮินะจะยกไหวอีกด้วย แม้จะเกร็งแขนจนกล้ามแขนขึ้นรูปก็ตาม แถมเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าแดงแจ๋เลยด้วย ไม่ไหวแฮะ ทั้งๆที่เธอเกิดมาเพื่อครอบครองดาบศักดิ์สิทธิ์แท้ๆ

"ย...ยกไม่ขึ้นเลย"

สุดท้ายก็ยอมแพ้ไป ผมจึงยกเอวา...หือ? ไม่รู้ทำไมเอวาถึงสลายกลายเป็นแสงสีขาว...หายไปแล้วงั้นเหรอ?...ไม่สิ แสงนั่นมุ่งตรงมาทางผม เจาะจงเลยคือตรงกลางอกของผมและมัน...โคตรแสบโคตรร้อนเลยล่ะ

"อั่ก....!"

"คุจัง!"

"ฝ่าบาท!"

"เจ้าโง่!"

เฮ้ยๆ เรียกชื่อสิ ไม่ใช่มาด่ากันแบบนี้น่ะโครว

จากที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆหลัง พอผมใช้มือกุมหน้าอกและกัดฟันร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพวกเธอก็กรูเข้ามาหาผม แต่มันเจ็บปวดแค่นิดเดียวเท่านั้น ไม่นานก็หายไป

ผมดึงคอเสื้อลงมาเพื่อมองดู แล้วก็ได้เห็นว่ามีรูปรอยแปลกๆอยู่ตรงกลางอก ...เอ่อ ไม่ได้อยู่ตรงกลางอกหรอก มันอยู่ตรงอกซ้าย ตำแนห่งที่อยู่ใกล้เคียงกับหัวใจมากที่สุดน่ะ เป็นรูปไม้กางเขนที่มีลวดลายแปลกๆสีดำที่วางเอียงหน่อยๆ แต่ว่า...มันรู้สึกอบอุ่นมากเลยล่ะ

"เอวาจัง...งั้นเหรอ?"

"หือ?"

"คงจะเป็นเพราะเอวาจังอยากจะอยู่กับเธอล่ะมั้ง? ก็เอวาจังน่ะ...รักคุจังที่สุดเลยนี่นะ"

"งั้นเหรอ?"

เห็นเป็นภาพหลอน...ภาพเอวาที่กำลังยิ้มอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง ให้ตายสิ ดูเหมือนว่าผมจะหลงรักยัยน้องสาวคนนี้เข้าอย่างจังจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วสินะ? เฮ้อ...

"ว่าก็ว่าเถอะ มีเรื่องอยากถามอีกเยอะเลยล่ะคุจัง ก่อนอื่นเลย ที่คอกับที่มือซ้ายนั่น"

"อืม...ไม่รู้สิ ถอดไม่ออกสักอันเลยล่ะนะ"

ปลอกคอที่มาจากกำไลของนิลล่าและแหวนของเอวา มันถอดไม่ออก...พอเพ่งเล็งดีๆก็พบกับชื่อของไอเทมเหล่านี้ และนอกจากชื่อก็ยังมีความสามารถอีกด้วย

[ตัวแทนแห่งเจตจำนงของสตรีผู้เป็นที่รัก] : ปรับขนาด(ผนึก) , เทเลพอร์ตผูกมัด , รับรู้ได้ถึงวิญญาณผู้เป็นที่รัก

นี่คือ...ปลอกคอ? จะเรียกกำไลหรือปลอกคอก็ไม่ไหวแฮะ จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ...อา ไหนๆก็ไหนๆเรียกแทนชื่อของเธอเลยก็แล้วกันนะ นิลล่า

*...อื้อ...*

"!?"

...อย่างงี้นี่เอง ความสามารถของสิ่งนี้สินะ? แล้วแหวนนี่ล่ะ...

[สัญลักษณ์แห่งความรักและภักดีของสตรีผู้เป็นที่รัก] : ปรับขนาด(ผนึก) , เทเลพอร์ตผูกมัด , รับรู้วิญญาณของผู้เป็นที่รัก

...ขอล่ะ อย่าผนึกสิ่งที่มันจำเป็นสิ...อุก...เจ็บนะยัยนี่...

สรุปแล้วพวกเธอก็กลายเป็นวิญญาณภูติสินะ? เฮ้อ...ให้พักทีเหอะ



...ปรับอารมณ์หน่อย แต่ว่าคุโระคงไม่หายเศร้าง่ายๆหรอกเนอะ!

...ช่างเหอะ



"...เอวาจัง? เอวาจัง? อยู่ไหนน่ะ?"

ฉันนิลล่า จากไปอย่างสงบ...ซะที่ไหนกัน ปุบปับจนจะงอนผู้แต่งอยู่แล้วนะเนี่ย ตอนที่เหลือแค่ดวงวิญญาณเนี่ยบอกเลยว่าตกใจสุดๆ และโคตรเสียใจเลยล่ะที่ไม่ได้ไปบอกลาคุโระก่อน...อยากมีลูกด้วยกันและอยู่ด้วยกันอย่างสงบแท้ๆ เฮ้อ..

"หือ?"

"? ใครกันน่ะ...เดี๋ยวนะ เจ้ามันมนุษย์ที่อยู่กับองค์ราชาไม่ใช่หรือไร?"

อ...องค์ราชา!? พ...พูดถึงใครกันน่ะ?

อ้อ ลืมบอกไปว่าฉันมาโผล่ในที่แปลกๆที่มีแต่สีขาว และตรงหน้าก็กลายเป็นห้องแปลกๆที่มีแต่สีขาว ไม่มีสีอื่นผสมเลย...และมีเด็กสาวที่ดูเหมือนจะเป็นนางฟ้านั่งจิบน้ำชาอยู่

และเธอคนนั้น ...เอ่อ... พูดเหมือนกับว่ารู้จักฉัน แถมยังวางถ้อยชานั่นแล้วมุ่งตรงมาทางฉันอย่างตาลีตาเหลือก...แบบว่า ฉันไม่น่าจะรู้จักเธอนา...

"อ่า...ข้าคงพลาดอะไรไปบางอย่าง อะแฮ่ม! ก่อนอื่น ข้ามีนามว่ายูริ หรือเจ้าอาจจะรู้จักในนามของเทพธิดาผู้อยู่เหนือกฏเกณฑ์ทั้งปวงของโลกใบนี้ ยูริ ดิ ลันดอน"

"ท...ท่านเทพธิดา?!"

"อืมๆ นั่นแปละปฏิกิริยาที่เจ้าควรจะเป็น... และก็องค์ราชา...ข้าหมายถึงฝ่าบาท...ไม่ใช่สิ เอ...เจ้าคงจะรู้จักชื่อของฝ่าบาทสินะ คุโรมิเนะ คุโระ ตัวตนที่อยู่เหนือกฏเกณฑ์เช่นเดียวกับข้าแต่ว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงคนนั้น"

"คุโระ...ฝ่าบาท?"

"ไว้ข้าจะบอกเจ้าที พลัง ขอถามอะไรอย่างก็แล้วกัน เจ้าอยากจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่?"

"เปลี่ยนแปลง?"

"อืม เอาเป็นวิญญาณภูติชั้นสูงที่จะสถิตอยู่กับวัตถุที่มี่ความทรงจำของบุคคลอันเป้นที่รักอย่างแหวนของเจ้าก็แล้วกัน เจ้าจะได้อยู่กับองค์ราชาตลอดเวลา และเจ้า...ก็จะได้พบกับเขาในฐานะตัวเจ้าอีกครั้ง สักวันนึงในอนาคต"

"...ฉันต้องการจะเป็นอย่างงั้น!"

"ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าเลือกได้ดี ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนนะ เอาล่ะ...จะสรุปคร่าวๆก็แล้วกัน..."

จากนั้นฉันก้ได้รับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของคุโระผู้เป็นที่รัก และเข้าใจถึงสิ่งที่เขาจะได้พบเจอและสุดท้าย ฉันก็ได้เกิดใหม่ในทันที และอยู่กับเขาในฐานะ..เอ่อ...นิลล่าที่เป็นปลอกคอ...ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เป็นกำไล ถัดจากนั้นก็เป็นแหวนและตอนนี้ก็เป้นปลอกคอ สรุปแล้วมันคืออะไรกันแน่เนี่ย?!

"จากนี้ ผมจะเรียกเธอว่านิลล่าก็แล้วกัน..."

...เจ้าคารมซะจริง เพราะงี้ฉันถึงได้รัก...รักและรักตลอดไป เจ้าชายของฉัน คุโรมิเนะ คุโระ♥



**ทางฝั่งของเอวา**

ฉัน เอวาค่ะ สุดท้ายก็กลับไปสู่ร่างเดิม แต่ว่า...ฉันดีใจที่พี่คุโระสามารถใช้ชั้นได้และยอมรับที่มีฉัน

"ขอยืมพลังหน่อยนะเอวา"

ฉันยินดีค่ะ ในฐานะอาวุธและคนรักของพี่ ฉันจะปกป้องพี่เพื่อให้พี่ปกป้องคนรักของพี่ ไม่ใช่แค่ตัวฉัน แต่เป็นคนอื่นๆที่พี่รักและเขารักพี่...ฉันรักพี่ค่ะ

จากนั้นฉันก็เข้ามาภายในจิตใจส่วนลึกของพี่คุโระ น่าแปลกที่มันมีแต่ความมืดไม่มีแสงสว่างเลย มัน...ลึกเกินไปนะคะเนี่ย...

"เจ้า...ใครกัน?"

"เอ๊ะ?"

พอหันหลังกลับไป ก็พบกับมังกรที่มีความยาวที่ไม่สิ้นสุด...เอ่อ...ไม่เห็นว่าจะสิ้นสุดทั้งๆที่มองเห็นลำตัวที่ยาวขนาดนั้นมากกว่าค่ะ แถมเป็น....สีดำ...

"อ...เอวาค่ะ 'เอลคาโน่ วอน อาร์คัส' ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดมาเพื่อรับใช้พี่คุโระค่ะ...แล้วคุณคือ?"

"ภูติศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ? ต่างจากข้าจริงๆ ข้าคือมังกรผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นนิรันดร์ ตัวแทนของจอมปีศาจผู้กลืนกินความมืดและแสงสว่าง เจ้าจงจดจำข้าในฐานะเทพมังกรเพลิงทมิฬ 'อุโรโบรอส' เสียเถอะ"

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว