facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 6 : ครอบครัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 : ครอบครัว

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก2

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ต.ค. 2560 20:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 : ครอบครัว
แบบอักษร

“พ่อจ๋า พ่อๆๆ พ่อคิมหันต์อยู่ไหน”

ธนินวิ่งตึงตังเปิดประตูห้องทุกห้องของบ้านชั้นสอง หลังจากอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยก็เรียกร้องหาพ่อของเขาคล้ายต้องการพบหน้าให้ได้เสียตอนนี้ คิมหันต์ซึ่งอยู่ในห้องครัว เขาชโงกหน้าตะโกนตอบ น้องจ๋าเห็นอย่างนั้นจึงรีบวิ่งเอามือจับราวบันไดบ้านลงมาหา วิ่งไม่มองทางทำท่าโบกไม้โบกมือเพราะความซุกซนจนคุณพ่อต้องเอ็ดดุกันแต่เช้า

“อย่าวิ่งสิลูก เดี๋ยวลื่นล้มกันพอดี!”

“ไม่ตกหรอก น้องจ๋าเก่ง เก่งแบบพ่อเลย”

สุดบันได้ขั้นสุดท้าย ธนินกระโจนใส่กอดขาเอาหน้าถูไปมา

“พ่อจ๋า น้องมีอะไรจะให้พ่อดู”

“อะไร พ่อทำกับข้าวอยู่ ต้องดูตอนนี้เลยรึเปล่า”

คิมหันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ขาสั้นสวมผ้ากันเปื้อน พระเอกเราวันนี้ลงมือสมัครเป็นพ่อครัวด้วยตัวเอง เพราะป๊าเมมัวแต่เก็บห้องและซักผ้าผ่อนคอยตากอยู่หลังบ้าน เขาอุ้มลูกชายขึ้นเข้าเอวแล้วหอมแก้มสองข้างก่อนน้องจ๋าจะดิ้นดีดขาสั่งให้ปิดแก๊สแล้วขอให้ทำตามที่บอก

“พ่อจ๋าปิดเตาๆ เราไปหลังบ้านกันเถอะ ต้มเดือดแล้วๆ”

“ต้มจืดหมาน้อยยังไม่เดือดเลย รออีกหน่อยสิ”

“เดือดแล้ว ผักสุกก็พอแล้ว นะนะ น้องจ๋ามีอะไรให้พ่อดู ฝีมือน้องจ๋าเอง”

สองมือน้อยๆประคองหน้าคิมหันต์แล้วจุ๊บปากย้ำๆทำคิ้วตกตามป๊าเมเวลาอ้อน มองดูอดตามใจไม่ได้ คิมหันต์ถอนหายใจส่ายหัวเอือมให้กับความใจอ่อนของตัวเอง ปล่อยน้องจ๋าลงถอดผ้ากันเปื้อนปิดแก๊สแล้วจูงมือกันออกจากครัว

“ครับ ไปก็ไป”

“เย้ๆ พ่อจ๋าต้องชมว่าน้องจ๋าเก่งแน่ๆ ป๊าเมสอนเชียวน้า”

โฆษณาคุยซะดิบดี ทั้งสองเดินอ้อมตัวบ้านไปด้านหลังเห็นป๊าเมกำลังสะบัดผ้าในตะกร้านำขึ้นตากกับไม้แขวน เห็นคุยกันเจื้อยแจ้วจึงแซวถามว่าวันนี้สองพ่อลูกมีอะไรให้เล่นกันอีก

“จะไปไหนกัน ป๊าไปด้วยได้รึเปล่า”

หันมาถามยิ้มๆ น้องจ๋าดิ้นลงจากตัวคิมหันต์ วิ่งอ้าวไปหาเขย่งขาป้องปากกระซิบเมื่อเมษานั่งลงยองๆ คิมหันต์ยืนมองคิดว่าสองคนนี้คงรู้กันแต่แรกแล้ว เหลือเพียงเขาที่ยังไม่รู้ว่าสวนหลังบ้านนั้นจะมีอะไรให้ดูกันแน่

“โอ้ งั้นรีบพาพ่อไปดูเลย โอเคมั้ย”

“โอเค คิคิ”

ธนินตีมือกับเมษา คิมหันต์หัวเราะชอบใจตะโกนท้วงว่าปรึกษากันพอรึยังเพราะพ่อจ๋าเองก็ใจจดจ่อรอไม่ไหวแล้วเช่นกัน

“เอ้า พาพ่อไปดูได้รึยัง”

“ได้แล้วๆๆ มาทางนี้เลย”

วิ่งออกมาจากเมษาแล้วกวักมือยิ้มตาปิด เพราะสิ่งที่กำลังให้พ่อจ๋าดูต่อไปนี้ถือเป็นผลงานที่อยากได้คำชมจากคนที่ตนรัก ธนินวิ่งนำหน้าไปโดยที่มีคิมหันต์เดินทอดน่องตามเรื่อยๆ เมื่อถึงที่หมาย คิมหันต์นั่งรออยู่บนโต๊ะม้าหินเพราะน้องจ๋าสั่งไว้อย่างนั้น ลูกจ๋าวิ่งหายไปซักพัก คิมหันต์ก็ต้องเลิกคิ้วเบิกตากว้างเพราะได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องจ้ากดังมาไกลๆ

“ฮือ พ่อจ๋า พังหมดแล้ว ฮือ…พ่อจ๋า ฮึกๆ”

อะไรกันที่ทำให้ธนินร้องไห้หนักขนาดนี้ คิมหันต์รีบวิ่งไปดูเห็นลูกตัวเองยืนกอดกระถางต้นไม้ในมือถือชูให้ดูน้ำตาอาบแก้ม

“อะไรลูก หนูร้องทำไม”

“คุณนกกระจอก นกกระจอกจิกต้นกระเพราน้องจ๋าหมดเลย ฮือ ฮึก พ่อจ๋าดูสิ ตายหมดแล้ว น้องปลูกตั้งนานกว่าจะโต น้องว่าจะปลูกไว้ให้พ่อดู ฮึก ฮือ ป๊า ป๊าเมเป็นคนสอน พ่อดูสิ ฮือ เราไม่มีต้นกระเพรากินกันแล้ว”

คิมหันต์ย่อตัวลงนั่งข้างๆดึงธนินมากอดพร้อมลูบหัวปลอบถาม ธนินกอดเอาหน้าซบไหล่ร้องจนตาแดงไปหมดจนพ่อคิดสงสาร ทั้งที่เป็นเพียงต้นกระเพราธรรมดา แต่ในเมื่อน้องจ๋าตั้งใจจะทำให้มันกลับพังไม่ท่าเพราะคุณนกมาจิกกินซะงั้น คิมหันต์หอมหน้าผากลูกจ๋าเขาหยิบกระถางต้นไม้มาดูหมุนซ้ายขวา

“นี่หรอ ที่หนูจะให้พ่อดู”

“ฮึก อื้อ ป๊าเมสอนปลูก น้องแอบมาดูรดน้ำทุกวันเลยนะ แต่ แต่ ฮึก คุณนกกระจอกใจร้าย น้องไล่ไปเมื่อกี้นี้เอง คุณนกกระจอกกินใบกระเพราน้องจ๋าหมดเลย พ่อจ๋า ทำไงดี ฮือ…น้องจ๋าอยากอวดให้พ่อดู ฮือ…”

เสียใจยกใหญ่ยืนกอดร้องสะอึกสะอื้น คิมหันต์นั่งลงกับพื้นดึงน้องจ๋าให้นั่งตัก เขาขำในความเป็นเด็กและไร้เดียงสา แต่กระนั้นเด็กน้อยไม่ขำด้วย ธนินร้องจริงร้องจังยิ่งไม่เป็นไปตามที่หวังยิ่งงอแง ถึงก่อนหน้านั้นเอาใจไม่ค่อยเก่งแต่เมื่อมีตัวแสบเข้ามาอยู่ด้วย คิมหันต์ดันเปลี่ยนเป็นคนละคน เขาค่อยคิดใช้คำพูดหยอกล้อปะเหลาะเพราะต้องการเอาใจ

“ไม่ต้องร้อง มานี่ๆ พ่อจะเสกมนต์ให้ดู น้องดูนะเดี๋ยวสองสามวันต้นกระเพราก็โตใหม่แล้ว”

“ฮือ มันตายแล้ว พ่อจ๋าถอนเอาไปทิ้งเลย น้องไม่อยากเห็น ฮือ…”

เอาหน้าซุกหนีชี้นิ้วไปที่กระถางดิ้นเล่าๆ คิมหันต์หัวเราะก้มลงหอมหัววางกระถางต้นไม้ไว้ตรงหน้า มันไม่ได้ตายแต่แค่โดนจิกยอดกิ่งและใบจนเหี้ยนไปหมดแค่นั้น เขาจับน้องจ๋าให้นั่งหันหน้าออกมาอีกครั้งก่อนจะทำอะไรให้ดู

“ทิ้งทำไม พ่อบอกว่าพ่อเสกมนต์ได้ไง ดูดีๆ อีกสามสี่วันใบมันจะขึ้นมาใหม่ ตั้งใจดูดีๆ เอาล่ะเงียบก่อน ถ้าหนูยังร้องคุณกระเพราจะตกใจ มันจะไม่โต”

ปาดน้ำตาทำตามที่สั่ง น้องจ๋าพยักหน้ารอดูว่าคุณพ่อที่สามารถทำให้ตนได้ทุกอย่างนั้นจะทำอะไรต่อจากนี้ คิมหันต์แกล้งทำเป็นท่องมนต์ทำปากมุบมิบแล้วไล่มือเป่าปากฟู่ใส่ต้นกระเพรา เขาโกหกว่าสิ่งที่ทำนั้นคือมนต์วิเศษที่สามารถทำให้มันกลับมางามแตกกิ่งออกดอกออกใบได้เหมือนใหม่

“โอม พ่อคิมหันต์จะเสกให้ต้นกระเพรามีชีวิตอีกครั้ง อีกสามวันออกใบสีเขียวๆออกดอกหอมๆให้น้องจ๋าของพ่อได้ดมได้เห็นด้วยนะ เพี้ยง !!!”

ยิ้มทันทีเหมือนใจชื้น ธนินเงยหน้ายิ้มทั้งน้ำตา คิมหันต์ยิ้มตอบก้มลงหอมหน้าผาก เขาดีใจที่เด็กน้อยตรงหน้าเลิกงอแงได้เสียที ความสงสัยของเด็กทำให้ธนินชี้นิ้วจิ้มแก้มคิมหันต์ถามนู่นนี่ในสิ่งที่เขาสงสัย

“พ่อจ๋าทำได้ไง แล้วต้นกระเพราจะขึ้นใหม่จริงรึเปล่า พ่อจ๋าทำได้จริงๆใช่มั้ย อย่าโกหกน้องนะ”

“จริงสิครับ อีกสามวันใบเล็กๆมันก็จะออกมา เอาไปไว้ในห้องพ่อซักคืนสองคืนคุณนกกระจอกได้ไม่มาจิกไง ทีนี้เราก็มีต้นกระเพราเอาไว้กินแล้ว”

งับนิ้วน้อยๆเป็นการหยอกล้อ สองพ่อลูกนั่งกลางพื้นสนามหญ้าหลังบ้าน สายลมพัดเย็นทำให้สบายใจบรรยากาศดูผ่อนคลายด้วยกันทั้งคู่ ดูท่าน้องจ๋าจะหายวอแวแล้ว เพราะตอนนี้เอนตัวนอนตักยิ้มร่าหัวเราะคิกคักชักมือหนีเอาซ่อนไว้ในเสื้อ

“คิคิ อย่านะ อย่างับนิ้วน้อง”

“อะไรกัน ไม่ร้องไห้แล้วหรอ”

“ไม่ร้อง เพราะต้นกระเพราน้องจ๋าจะขึ้นใหม่แล้ว”

“นั่นก็เพราะว่าพ่อเก่งไง ฮ่าๆ”

“พ่อของน้องเก่งที่สุด พ่อเป็นฮีโร่ พ่อจ๋าเก่ง”

นอนตักคุย ส่วนคิมหันต์นั่งขัดสมาธิ ขณะที่กำลังกระซิบกระซาบกันตามประสาพ่อลูก ความจมูกไวของน้องจ๋าเมื่อได้กลิ่นหอมก็รีบดีดตัวลุกขึ้นนั่ง มองไปทางซ้ายพบว่าป๊าเมเดินพ้นมุมบ้านมาพร้อมกับถ้วยต้มจืดเต้าหู้หลอดหมูสับใส่ไข่ถ้วยใหญ่ มื้อเช้าของตัวแสบไงจะใครล่ะ ไม่ต้องเรียกหรือบอกธนินก็รีบวิ่งแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ดีดขาส่งสายตายิ้มตาปิด

“ของน้องใช่มั้ย”

“ของพ่อจ๋าต่างหาก”

แกล้งโกหกจัดโต๊ะให้ด้วยการวางจานข้าวแก้วน้ำและถ้วยซุปลงบนโต๊ะ เมษากลั้นขำส่วนพ่อคิมหันต์เองก็แกล้งเดินมานั่งหยิบจานข้าวใบน้อยๆรูปหมีพูไปถือไว้คล้ายว่าชุดอาหารเช้านี้เป็นของเขา

“ของน้องสิ จานหมีพูของน้อง”

ชี้จานแล้วเขยิบไปใกล้คิมหันต์ เอานิ้วจิ้มตักอ้อนพ่อของเขาว่าส่งต้มจืดเต้าหู้แสนอร่อยให้หนูเถอะ

“ขอน้องจ๋านะ นะ น้องหิวแล้ว”

“อยากกินก็หอมแก้มป๊าก่อน ซักผ้ามาเหนื่อยจนหมดแรงแล้ว”

เมษาหลับตาเอียงแก้มให้ ธนินหอมฟอดเอาอกเอาใจไม่พอยังจุ๊บแก้มอีกที เหมือนได้รับพลังกระทั่งหายเหนื่อย หลังบ้านที่รั้วบ้านถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ ลมพัดเลื่อยเอื่อยเย็นในเวลาแปดโมงกว่า คิมหันต์นั่งมองเด็กผู้ชายซึ่งบริสุทธิ์ทั้งความคิดและการกระทำ มันเหมือนเหตุการณ์ทุกอย่างวนย้อน ธนินเองไม่ต่างจากเมษาที่เข้ามาหล่อหลอมเปลี่ยนตัวเขาทีละนิดไปในทางที่ดี

“ป๊าๆ ตักเต้าหู้ให้น้องด้วย หมูสับน้อยๆ น้องชอบเต้าหู้มากกว่า”

“ชอบมากชอบน้อยก็ต้องกินให้หมดถ้วยนี่แหละ จะได้โตไวๆ”

“อื้ม ถ้าน้องโต ป๊ากับพ่อจะแก่ใช่มั้ย”

“ใช่ครับ”

“งั้นน้องจะดูแลป๊ากับพ่อ หางานทำ มีเงินเยอะๆ เอาไว้ซื้อขนมให้พ่อ ซื้อข้าวให้ป๊ากิน ให้ป้าแหม่ม ให้พี่น้ำตาลด้วย ป๊าว่าดีมั้ย”

“ดีสิครับ”

“ป๊า แล้วพ่อแม่ของน้องล่ะ ซักวันเค้าจะกลับมาหาน้องมั้ย”

“ไม่รู้สิ…”

“แต่ถึงกลับมา น้องก็ไม่รักพวกเขาหรอก คนใจร้ายคนใจดำ ทิ้งน้องได้ลงคอ เพื่อนที่โรงเรียนชอบพูดว่าน้องมาอยู่กับพ่อคิมหันต์เพราะพ่อรวย ถ้าพ่อไม่รวยน้องก็ไม่อยู่ น้องโมโหมากๆเลยนะ อยากเอาหินปาหัวมันให้แตกไปเลย”

“แล้วถ้าป๊ากับพ่อไม่มีอะไรเลย มีแต่บ้านหลังเก่าๆ รถก็ไม่มีขับ น้องจะยังอยู่และรักป๊ากับพ่ออยู่รึเปล่า”

“รักสิ ต่อให้พ่อกับป๊าไม่มีเงินแบบตอนนี้น้องก็รัก เพราะพ่อกับป๊ารักน้อง รักป้าแหม่มด้วย ปู่จ๋า ปู่อัศวะ ย่าต้นอ้อ ปู่ชัยน้องก็รัก พี่น้ำตาลน้องก็รัก คราวหน้าถ้าเพื่อนพูดแบบนั้นอีก น้องจะแอบเอาก้อนหินไปปาหัวมัน เผื่อสมองจะคิดอะไรดีๆได้ ต้องหัดเอาเลือดเน่าๆออกจากสมองซะบ้าง ชิ!!!”

คิมหันต์หัวเราะในคำพูดคำจาที่ถอดเขามาไม่มีผิด ธนินโมโหจัดพูดเน้นเขี้ยวเน้นคำเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ยคิ้วขมวดชูมือขึ้นทำท่าชกอากาศตามที่วสันต์สอนอยู่บ่อยๆ เมษาค่อยสอนเรื่องการใช้คำ แน่นอนว่าต้องโดนป๊าตักเตือนว่าไม่ให้ทำตัวแบบนี้อีกเป็นแน่

“ไม่เอา ไม่พูดแบบนั้นสิ ถ้าเพื่อนพูดอีกหนูก็แค่เดินหนี หรือไม่ก็ไปฟ้องครู”

“เชอะ ไม่เอาด้วยหรอก ป๋าวสันต์สอนว่าถ้าโดนใครทำไม่ดีใส่ก็ต้องสู้ให้ยิบตา จริงมั้ย พ่อจ๋าก็สอนแบบนั้น”

“ครับ ถ้ามันหนักหนามากนักก็สู้ไปเลย”

นั่งท้าวคางมืออีกข้างยีผมธนินซ้ำๆ คิมหันต์ยิ้มอีกแล้ว เขามีความสุขนักกับการได้ดูลูกชายแสดงออกถึงความรู้สึกซึ่งตรงกับความจริงในใจ เปรียบเสมือนผ้าขาวที่พร้อมรับเรื่องราวที่ปลูกฝังและหยิบยื่นให้ในแต่ละวัน ปากก็เคี้ยว นิ้วก็ชี้นู่นนี่ บ้างตบมือให้ตัวเองเวลากินผักในถ้วยจนหมด คนสองคนนั่งคุยกันโดยมีคิมหันต์นั่งเฝ้ามอง ใบหน้าเมษาเปื้อนยิ้มตลอดเวลาไม่ต่างกับธนิน ซึ่งมันทำให้คิมหันต์นั้นเผลอยิ้มตามไปด้วย

“ป๊ารู้มั้ย น้องชอบกินต้มจืดที่สุดเลย พ่อทำก็อร่อย ป๊าทำก็อร่อย ป้าแหม่มก็อร่อย อีกหน่อยน้องจะหัดกินเผ็ดบ้าง”

“เก่งจัง สงสัยต้องทำผัดกระเพราให้กินแล้วมั้ง”

เมษาพูดพร้อมป้อนต้มจืดน้องธนินไปด้วย เมื่อธนินอ้าปากโชว์ว่าข้าวในปากหมด นั่งตีขารอคำใหญ่ต่อไปจะได้มีแรงเอาไว้เล่นกับพี่น้ำตาล เมื่อพูดถึงผัดกระเพรา น้องจ๋าหันหน้าไปชี้ต้นกระเพราที่คิมหันต์เสกมนต์ให้เมื่อครู่ ไม่พอยังอวดสรรพคุณว่ามันจะต้องโตวันโตคืนแน่นอน

“อื้มๆ ป๊าดูสิ คุณนกกระจอกกินต้นกระเพราน้องหมดเลย แต่พ่อเสกแล้ว พ่อบอกว่า อีกสามวันมาจะขึ้นใบน้อยๆให้เราเห็น”

จีบมือเพื่อเทียบขนาดให้เมษาดู

“ว้าว จริงหรอ เดี๋ยวป๊ารอดูเลย ว่าแต่…พ่อคิมหันต์เก่งขนาดนั้นเลยหรอ”

“เก่งสิ พ่อเก่งมากๆ เก่งทุกเรื่องเลย”

“แล้วน้องจ๋าเก่งด้วยรึเปล่า”

คิมหันต์ถามแทรก

‘เก่งสิ น้องก็เก่งแบบพ่อ”

“เก่งแบบนี้กินข้าวเสร็จหยิบสมุดการบ้านมาทำกับพ่อ พ่อจะไปรอหน้าทีวี ป๊าก็ด้วย อย่าแอบทำแทนลูกล่ะ”

ลุกขึ้นยืนทิ้งท้ายคำพูดที่ทำเอาธนินหน้าเจื่อน เหมือนวันหยุดทีไรแต่ต้องมีการบ้านเข้ามาทำให้มีเรื่องต้องเสียน้ำตากันทุกทีเพราะความงอแง ไม่ได้ป้าแหม่มช่วยสอนข้างๆก็อ้างนู่นอ้างนี่จนคิมหันต์ต้องลงไม้ลงมือเช่นกัน เมษาพยักหน้ายิ้มเป็นสัญญะว่าจะคอยเอาใจช่วย

“ป๊าช่วยน้องทำด้วยนะ…”

พูดเสียงเอื่อยส่งสายตาเศร้าทำคิ้วตก

“ครับ แต่ป๊าไม่ทำให้น้า เดี๋ยวพ่อดุ”

“อื้ม อย่าให้พ่อจ๋าตีน้องนะ”

“ไม่ตีหรอกถ้าน้องไม่ดื้อ”

“น้องจะไม่ดื้อ…”

คิมหันต์แอบฟังอยู่ข้างกำแพงโดยที่ไม่ได้เดินไปไหน เขากระแอ่มคอทำแค่นเสียงแค่นั้นธนินก็โดดนั่งตักเมษาคว้ากอดคอแน่น

“แฮ่ม!!!ใครทำให้ใคร”

“ว๊าก เปล่าๆ!!!”

“ฮ่าๆ ไม่ต้องกลัว พ่อแค่แหย่เล่นน่า”

เมษากอดธนินสองมือลูบหลังเบาๆพร้อมหอมหัวไปด้วย แรงโถมกอดทำเอาแทบหงายหลัง คิมหันต์แอบยื่นหน้ามามอง เขาขำก่อนเดินออกไปจากที่นั้นจริงๆ ธนินเอาหน้ามุดอกถดตัวใส่ให้อุ้ม ดูท่าต่อจากนี้คงจะได้เห็นคุณพ่อสวมบทโหดสอนโจทย์คณิตศาสตร์กับตัวแสบซะแล้ว ความป่วน ความดื้อ จะมีมากซักแค่ไหน น้องจ๋าจะเสียน้ำตาหรือไม่อันนี้ต้องรอดูว่าพ่อคิมหันต์จะสวมเขี้ยวยักษ์รึเปล่า มื้อเช้าจบไปพร้อมกับป๊าเมที่อุ้มธนินเข้าเอว ส่วนมืออีกข้างถือถาดข้าวไปเก็บ แค่เดินผ่านหน้าทีวีเห็นคิมหันต์นั่งรอก็อกสั่นขวัญหาย ไม่วายพูดอู้อี้ให้เมษาฟังข้างหู

“ป๊าช่วยน้องทำการบ้านด้วยนะ”

“ครับ ช่วยๆ”

“อื้ม อย่าให้พ่อตีน้องนะ”

“พ่อไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกน่า”

“อื้ม น้องจ๋าไม่ชอบคิดเลขเลย ไม่สนุก…”

“พ่อจ๋าสอนเดี๋ยวก็สนุกเองแหละน่า”

เมษาพูดปลอบปล่อยธนินลงกับพื้นให้เดินไปหยิบกระเป๋านักเรียนเสียเพื่อหยิบสมุดการบ้านเปิดให้พ่อคิมหันต์อ่าน ร่างสูงสวมแว่นแล้วนั่งบนโซฟาโดยมีธนินนั่งถือดินสออยู่ด้านล่าง เขาเปิดอ่านทีละหน้า ถือเป็นบทบาทที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่พอมีน้องจ๋าจากสิ่งที่ไม่เคยทำหรือไม่เคยคิดจะทำ ก็ต้องทำในที่สุด เพราะว่ามันคือบทบาทของคนเป็นพ่อที่ต้องปลูกปั้นให้เด็กคนนี้โตเป็นผู้ใหญ่ให้ได้ตามที่หวังไว้

​--------------------------------------------------------

น่ารักอีกตอนน เสิร์ฟความน่ารักของน้องจ๋าไปก่อน อิอิ

17.10.17

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว