ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 7 : บางความสุข คือการรู้ให้น้อย

ชื่อตอน : Chapter 7 : บางความสุข คือการรู้ให้น้อย

คำค้น : นิยาย,นิยายรัก,นิยายตลก,ขอเสื้อกาวน์ตัวนั้นห่มใจให้ฉันที,หมอ,ครู

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 953

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2560 08:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 7 : บางความสุข คือการรู้ให้น้อย
แบบอักษร

Chapter 7 :  บางความสุข  คือการรู้ให้น้อย

ฉันกอดร่างสูงกำยำของนายเทอมแน่น  โดยมีทั้งสองข้างตะปบอยู่ตรงหน้าอกแข็งแกร่งของเขาพอดี  ขณะที่ตาหลับปี๋ปากก็ท่องพุทโธ  ธัมโม  สังโฆ  ไปมาด้วยอาการขนลุกซู่  เขาเอื้อมมือมากอดฉันตอบหลวมๆ  ก่อนมาลูบหัวฉันอย่างเบามือ

“เป็นอะไรครับ  วิ่งหน้าตาตื่นออกมาเชียว  ในนั้นมันมีอะไรหรอ”

“นู้นไง  นายดูเองเซ่”  ขณะที่ใบหน้าซบอยู่ตรงกลางออกเขา  ฉันก็หลับหูหลับตาชี้ไปที่ประตู

“หวัดดีค่ะ  พ่อสุดหล่อ”

เสียงยายแก่ๆ  คนหนึ่งดังขึ้น  ทำให้ฉันลืมตาพรวดหันไปดูทันที  พบว่าตอนนี้แม่หมอดูออกมายืนยิ้มแป้นอยู่ตรงหน้าเราสองคนแล้ว

“หวัดดีครับป้า”  นายเทอมยิ้มตอบ  แต่จะยกมือไหว้ก็ไม่ถนัดเพราะมีฉันที่เกาะเป็นปลิงอยู่

“ตามนั้นนะจ๊ะแม่หนู”  ป้าหมอดูหันมาพูดกับฉัน

“ตะ...ตามนั้น  เรื่องอะไรคะ”

“ดวงหนูไงจ๊ะ”

“โอเคค่ะ”

เมื่อรู้สึกตัวว่ากอดนายเทอมนานเกินไปแล้ว  ฉันก็ผละออกห่างทันที  ก่อนจะรวบผมที่ปรกหน้าไปไว้ด้านหลัง  แล้วพยายามยิ้มไปยังแม่หมอดูที่ตอนนี้ดูจะแตกต่างจากตอนคุยกับฉันสองต่อสองลิบลับ  เมื่อก้มลงไปดูเท้าก็พบว่ายืนแตะพื้นแล้ว  เอ๊ะ  หรือว่าตอนนั้นฉันจะตาฝาด  ไม่ใช่มั้ง

“กลับกันเถอะ  ลานะคะ”

ฉันกระตุกแขนนายเทอมให้เดินมาตามฉัน  เขายกมือไหว้แม่หมอดูพลางยิ้มบาดใจให้อีกรอบ

“ไปแล้วนะครับ  ว่าแต่ตะกี้มาคอว์วิ่งหนีอะไรหน้าตาตื่นออกมาครับผมสงสัย”

“แกคงซ้อมร้องเพลงน่ะค่ะ  เห็นเล่าให้แม่หมอฟังว่าจะลงเรียนเอกวอยซ์เลยให้ร้องให้ฟัง  พ่อหนุ่มอาจจะได้ยินเป็นเสียงกรี๊ดก็ได้น่ะคะ”

“ห๊ะ !”

ฉันมองยัยแม่หมออย่างตะลึง  ฉันไปพูดแบบนั้นตั้งแต่ตอนไหนยะ

“ครับ”

นายเทอมรับคำเหมือนไม่สงสัยอะไรเลย  ก่อนจะเดินนำฉันออกไปจากบ้าน  เมื่อเห็นฉันจ้องหน้าฟาดฟันสายตากับป้าหมอดูอยู่  เขาก็เดินมาสะกิดฉัน

“มีอะไรครับ”

“ฉันไม่ได้บอกว่าฉันจะเรียนเอก...”  ฉันหันไปพูดกับนายเทอม  ก่อนจะชี้ไปยังยัยแม่หมอดูกำมะลอนั่น  แต่นายเทอมกลับทำหน้างง

“ครับ?”

“ยัยป้านั่นโกหก”  ฉันหันไปชี้ใส่ป้าหมอดูอีกรอบ  แต่ปรากฏว่าหายไปไหนแล้วไม่รู้  กรี๊ด  หรือว่าแกจะหายตัวได้  นี่ไม่ใช่คนแล้วนะ

คราวนี้เป็นฉันเองที่ดึงนายเทอมออกมาจากบ้าน  ก่อนจะขึ้นนั่งบนรถแล้วถอนหายใจอย่างโล่งออก  ฟู่ว...ให้ตายสิ  ตกลงฉันมาดูหมอหรือว่ามาเข้าบ้านผีสิงในสวนสนุกกันนะ  ต้องโทษยัยพายแอปเปิ้ลเชียวที่แนะนำมาที่บ้าๆ  แบบนี้

ที่สำคัญมาบอกว่าแฟนฉันเป็นหมอ  มีปานแดงที่ง่ามขา  คือฉันต้องไปง้างขาหนุ่มคณะแพทยศาสตร์ทุกคนดูเลยใช่มั้ยถึงจะเจอเนื้อคู่  ใครมันจะไปกล้าฟระ  แค่หนังโป๊ยังไม่เคยดูเลย

หงุดหงิด  เสียอารมณ์  เสียเวลา  เสียมันไปหมดทุกอย่างน่ะแหละ !

“นายจะไปไหนต่อมั้ย  ถ้าไม่ไป  ไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”

นายเทอมหันขวับมามองฉันทันที

“กลางวันแสกๆ  เนี่ยนะครับ”

“ก็ใช่ไง”

“ผมดื่มไม่เป็น”

ฉันบ้างที่หันขวับมามองเค้า

“พูดจริงหรอเนี่ย  ทำไมนายเทมป์ถึงช่ำชองเรื่องนั้นจังเลยล่ะ  แล้วทำไมนายถึง...”

“ผมกับพี่ผมคนละคนละกันนะครับ  ผมเคยเรียนมารับรูถึงโทษของสุราเป็นอย่างดี  พอคนเราขาดสติก็ทำอะไรที่ไม่ดีได้  อีกอย่างผมเคยอ่านหนังสือธรรมะ  เค้าบอกว่าถ้าเราดื่มสุราหรือของมึนเมาเยอะๆ  เกิดมาชาติหน้าผมจะเป็นคนไม่ฉลาด  เรียนไม่เก่งคิดอ่านอะไรไม่ได้เพราะบาปจากการดื่มของมึนเมาในชาติที่แล้ว”

เหวอ !  ฉันอ้าปากค้างเมื่อเจอนายเทอมพูดด้วยสีหน้าจริงจังจนเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนบนขมับถึงสองข้าง  ดูท่าเค้าจะไม่ชอบอะไรพรรค์นั้นจริงๆ  แฮะ  เพราะฉันเห็นเขาขยับแว่นบนใบหน้าเล็กน้อยพลางถอนหายใจฟึดฟัดอย่างฉุนเฉียว  เอ่อ  ไม่ไปก็ไม่ไปสิทำไมต้องซีเรียสขนาดนั้นด้วย  นี่รู้สึกผิดขึ้นมาเลยนะที่ดื่มของมึนเมาแบบนั้น  และฉันก็ดื่มไปไม่น้อยด้วย  ถ้าเกิดชาติหน้าฉันต้องเป็นคนเอ๋อแน่ๆ เลย  เอ๊ะ  หรือว่าชาติที่แล้วฉันดื่มเยอะชาตินี้ก็เลยค่อนข้างจะปัญญาอ่อนหน่อยๆ  (รู้ตัว)  แถมยังเจออะไรซวยๆ  ไม่หยุดหย่อนด้วย  วิบากกรรมอะไรขนาดนั้นยัยมาคอว์

“ถ้างั้นฉันไม่รบกวนนายดีกว่า”  ฉันพูดอย่างเกรงใจ  ก่อนจะเตรียมเปิดประตูลงจากรถ  “ขอบใจนายนะที่พามาส่ง”

“เอ่อ  ผมแค่พูดว่าของพรรค์นั้นไม่ดี  แต่ผมไม่ได้พูดว่าคุณไม่ดีนะครับ”

นายเทอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

“ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอก  วันนี้ฉันรบกวนนายมามากพอแล้ว  ไปล่ะนะ”

พูดจบฉันก็ลงมาจากรถ  ก่อนจะมายืนข้างๆ  ถนนแล้วโบกมือให้เขา  ฉันยิ้มเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินไปตามริมทางที่ตอนนี้ไม่รู้ฉันอยู่ที่ไหน  มองไปทางซ้ายขวาก็เห็นแต่ต้นยางพาราสีเขียว  แดดร้อนก็ร้อน  ไอ้เงาต้นยางนั่นไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลย  ปลูกทำไมเนี่ยเดี๋ยวแม่มาเผาทิ้งเลยไร้ประโยชน์ชะมัด

ฉันเลี้ยวเข้าไปในซอยหนึ่งที่ยังคงเป็นป่าเช่นเดิม  ในใจลึกๆ  ก็หวังให้นายเทอมขับรถตามมาและพูดว่า ‘ขอโทษครับ  ผมผิดไปแล้ว  ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ  น่ารัก  ใสๆ  อย่างคุณมาเดินตกตระกำลำบากแบบนี้เลย  ขึ้นรถกับผมเถอะครับ  ผมขอชดใช้ความผิดนี้ด้วยการแต่งงานกับคุณเอง’  กรี๊ด !  นี่ฉันเมาแดดจนสติเลอะเลือนแล้วปะเนี่ย  คนหล่อๆ  นิสัยดีแบบหมอนั่นจะมาสนใจอะไรยัยบาปหนาอย่างฉัน

ฉันหันกลับไปมองที่รถของนายเทอม  แต่พบว่าตัวเองเดินมาไกลมากแล้วจึงไม่เห็นอะไรเลยนอกจากป่า  แล้วฉันจะไปไหนต่อล่ะเนี่ย  ฉันหันมาก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป  หวังว่าฉันคงไม่ใจขาดตายอย่างโดดเดี่ยวที่กลางถนนอันเวิ้งว้างไร้จุดหมายแบบนี้หรอกนะ

ขณะที่ลำคอก็แห้งผากเพราะหิวน้ำ  รู้สึกหน้ามืดหน่อยๆ  เพราะแดดแรงเหลือเกิน  หางตาฉันก็เหลือบไปเห็นศาลารอรถประจำทางอยู่ข้างๆ  ถนน  ฉันจึงเดินโซซัดโซเซไปนั่งหลบแดดที่นั่น

โอ๊ย !  ขนาดนั่งในร่มอากาศยังเหมือนตกนรก  (เอ๊ะ  ลืมไปว่าไม่เคยตก)  มันเวรกรรมอะไรของคนสวยคะเนี่ย ตอบ ! ตอบคะตอบ !  (ถามใคร)

“เสียงอะไรน่ะ”

หูฉันผึ่งขึ้นมาทันทีเมื่อได้เสียงคล้ายเครื่องยนต์อะไรซักอย่างที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ  หรือว่าจะเป็นนายเทอมมารับฉันกลับนะ  ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นฟ้อนรอบศาลาด้วยความดีใจนั่นเอง  หน้าฉันก็ต้องกลับมาบูดเหมือนเดิมทันทีเพราะพบว่าไม่ใช่  แต่เป็นมอเตอร์คันหนึ่งที่กำลังขับผ่านมา

“ว้าว  วันนี้มีสาวสวยมานั่งที่นั่งดื่มของ้เราด้วยแฮะ  เฮ้ย  ทำไมหน้าคุ้น”

มอเตอร์ไซค์คันนั้นจอดตรงหน้าศาลาที่ฉันนั่งอยู่  ก่อนที่ผู้ชายคนขับจะก้าวลงมา  ส่วนคนซ้อนนั้นมองฉันพลางขมวดคิ้วสงสัย  ทำไม  หน้าฉันเหมือนนางเอกซีรีส์เกาหลีในหลงทางมาในไทยใช่มั้ยล่ะ  กราบแม่สิคะรออะไร

“นี่มันผู้หญิงไอ้เทมป์นี่หว่า”  ไอ้คนซ้อนเดินมาตรงหน้าฉัน  “จำพี่มั้ยจ้ะคนสวย  พี่มิเตอร์ที่ชมรมบาสไง  คนที่กำลังจะจูบน้องแต่ไอ้เทมป์มาขวางก่อน”

“...”  ฉันมองเขานิ่งๆ  ไม่ตอบ  ไม่ใช่อะไรนะคอแห้งเพราะหิวน้ำ

“รู้จักเค้าด้วยหรอ”  ไอ้คนขับเดินมาข้าง  “อ้อ  กูจำได้ละ  ตอนนั้นกูก็อยู่ด้วยกะมึงนี่”

“ทำเป็นลืมง่ายนะไอ้เชน”

“กูไม่ได้จำดีเหมือนมึงไอ้มิเตอร์  โดยเฉพาะสาวๆ  นี่มึงจำได้ข้อสอบอีกว่ะ ฮ่าๆ”

ขณะที่ทั้งสองคนนั้นหัวเราะ  ฉันก็ปรายตามองเล็กน้อยแล้วใช้มือพัดไปมาเพื่อคลายอากาศร้อน  จะพูดจะทำอะไรก็ทำไปสิ  ไม่ได้เกี่ยวกับฉันซักหน่อย”

“ทำไมมานั่งที่นี่คนเดียวจ้ะ  โดนไอ้เทมป์เขี่ยทิ้งแล้วหรอ”

ไอ้มิเตอร์นั่งลงข้างๆ  ฉัน  กลิ่นเหล้าหึ่งเชียว  ฉันขยับตัวหนีเล็กน้อย

“ถึงมันจะทิ้ง  พี่พร้อมดามใจนะ”  ไอ้เชนมานั่งลงอีกฝั่งข้างๆ  ฉัน  ทำให้ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ตรงกลางที่ผู้ชายกลิ่นเหล้าหึ่งทั้งสองคน

“น้องเค้าไม่พูดกับมึงเลยว่ะไอ้เชน”

“ทำยังกับเค้าพูดกับมึงนี่ไอ้มิเตอร์”

“สงสัยจะต้องจูบซะล่ะมั้ง  ถึงจะมีเสียงออกจากปาก  แต่ไม่ใช่เสียงพูดนะ  เสียงจ๊วบๆ  ฮ่าๆ”

ขณะที่สองคนนั้นยังคงเอาแต่หัวเราะเหมือนเดิม  ฉันก็มองไปอย่างรำคาญ  จนเหลืออดเต็มที่จึงแหวเข้าใส่เสียงแข็ง

“หัวเราะอะไร  ลิ้นไก่อีกเสบหรือไงห๊ะ”

“เฮ้ย  พูดได้”  ไอ้เชนทำหน้าตกใจ

“พูดได้  แล้วทำอย่างอื่นได้มั้ยจ้ะ”  ไอ้มิเตอร์มือไม้เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข  มาจับขาอ่อนฉันอย่างไม่เกรงใจ

ฉันผลักมันออกห่างทันที  ก่อนลุกขึ้นยืน

“นั่งใครนั่งมัน  มันจะตายหรือไง !”

“อ้าว  ปากอีนี่”  นายเชนลุกจะเดิมมาทางฉัน  แต่นายมิเตอร์จับแขนไว้ก่อน

“อย่าเว้ย  ของสวยๆ  งามๆ  แบบนี้เราจะทำอะไรรุนแรงด้วยไม่ได้”

“แต่กูไม่ชอบปากมันเลย”

“เค้าว่าผู้หญิงด่า  แปลว่าผู้หญิงรัก”

“ไว้บอกรักแม่แกเถอะ !”

ฉันกระแทกเสียงใส่  ก่อนจะสะบัดตัวเดินออกมาจากศาลานั้นทันที  แต่ขณะนั้นก็ยังมีเสียงแว่วๆ  ตามมาจากหลัง

“ไปไหน  ให้พวกพี่ไปส่งมั้ย”

“พี่พาไปได้หมดน่ะ  โดยเฉพาะพาไปขึ้นสวรรค์”

ฉันหันกลับมองเตรียมจะด่าอีกรอบ  แต่พบว่าตอนนี้ไอ้สองคนนั่นกำลังเดินตามฉันมา  จะตามมาทำไมเนี่ย  ฉันเริ่มเดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ  พอหันกลับไปมองพวกมันก็เดินเร็วขึ้นเหมือนกัน  ฉันจึงตัดสินใจวิ่งสุดแรงพลางแหกปากตะโกน

“ช่วยด้วย !”

“หนีไปไหน  ไปจังมันให้ได้ไอ้เชน”

เสียงไอ้มิเตอร์สั่ง  ฉันกึ่งวิ่งกึ่งหันไปมองพวกมันอย่างหวากระแรง  พบว่าตอนนี้พวกมันกำลังวิ่งตามฉันมาติดๆ  ไม่ไหวแล้ว  ฉันกำลังหมดแรง  พวกแกคิดว่ากำลังวิ่งแข่งเอาเหรียญทองโอลิมปิคหรือไงห๊ะถึงจะแซงฉันให้ได้เนี่ย

“จับได้แล้ว”

จู่ๆ  แขนฉันก็โดนคว้าจากด้านหลัง  ร่างฉันเซไปตามแรงที่โดนคว้า  ไอ้เชนนั้นเองเป็นเจ้าของมือหยาบหนาที่วิ่งมาคว้าได้ทัน

“ปล่อยฉันนะ !”

“ชอบเล่นวิ่งเล่นซ่อนหาก็ไม่บอก”  นายมิเตอร์ที่วิ่งตามติดมาหยุดยืนข้างๆ  นายเชน

ฉันพยายามสะบัดตัวออก  แต่นายเชนรวบมือทั้งสองข้างของฉันไพล่หลังแล้วจับไว้แน่น

“ไม่ต้องวิ่งไปไหนให้เหนื่อยหรอก  ขึ้นสวรรค์กับพี่ดีกว่ามีแต่ความสุข”

“พวกแกจะทำอะไรฉัน  ฉันแจ้งตำรวจจริงๆ  นะจะบอกให้”

“ลากมันมา”

นายมิเตอร์ไม่สนใจเสียงฉัน  สั่งนายเชนลากฉันเต็มที่  พวกมันฉันลากฉันเข้ามาในป่าของสวนยางแล้วพาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ  ขณะที่ฉันก็พยายามถีบพยายามกัดสุดแรง  แต่ก็ไม่ระคายมือพวกมันเลย  จนฉันเองที่เป็นฝ่ายหอบแล้วหมดแรงลงไป

“โอ๊ย !”

ร่างของฉันโดนเหวี่ยงลงไปกอบกับพื้นหญ้า  นายมิเตอร์ยิ้มที่มุมปากอย่างโหดเหี้ยม  ก่อนหันไปส่งนายเชน

“กูจะเอาก่อน  ส่วนมึงไปดูต้นทางรอ  ถ้ากูเสร็จกูจะออกไปเปลี่ยนกับมึงเอง”

ฉันพยายามตะเกียกตะก่ายหนี  ไม่สนใจที่พวกมันคุยกัน  แต่ไอ้มิเตอร์ตามมาลากฉันกลับมาที่เดินได้ทัน  ก่อนจะขึ้นคร่อมตัวฉันไว้

“ออกไปได้แล้ว  อย่าลืมโทรตามพวกเรามาสมทบด้วย”

“โอเค”

“ปล่อยฉันนะ !  กรี๊ด !”

ฉันกรีดร้องสุดแรงที่มี  มีมือทั้งสองข้างถูกกดไว้บนพื้นหญ้าด้วยฝีมือไอ้มิเตอร์  ฉันเห็นไอ้เชนเดินห่างออกไปแล้ว  เมื่อไอ้เชนออกไปได้ไกลไอ้มิเตอร์ก็เริ่มปลดเข็มขัดกางเกง  ก่อนจะดึงลงมาครึ่งขาเหลือเพียงกางเกงในที่มีอะไรตุงชี้มาตรงหว่างขาฉัน

“กรี๊ด ! ฮือๆ”

“ไม่เจ็บน่า  นิดเดียว”

“ปล่อยนะไอ้เลว ! ฮือๆ”

“พูดมาจากจังอีนี่”

ผลัวะ !!!

หน้าฉันหันไปตามแรงเหวี่ยงของฝ่ามือหยาบหนาทันที  ฉันร้องไห้สะอึกสะเอื้อนจนแทบมีแต่เสียงในลำคอ  รู้สึกหมดแรงจนแทบจะขาดอากาศหายใจตาย  เห็นนางมิเตอร์กอดจูบไปตั้งตัวแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียนจนอยากเอาแอลกอฮอล์ล้างตัว  และแล้วมันก็ทำในสิ่งที่ต้องการต้องการค่อยๆ  ดึงกางเกงฉันลง

“กรี๊ด !”

“ไอ้มิเตอร์  มีคนมา !”

จู่ๆ  นายเชนก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา  ทำให้นายมิเตอร์ชะงัก  หันกลับไปมองพลางตะโกนด้วยความหงุดหงิด

“กูกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม  ใครมาวะ”

นายเชนพูดเสียงสั่นตัวสั่น

“กูเห็นรถยนต์สีดำกำลังวิ่งผ่านมา  เมื่อมันเห็นกูมันก็จอดแล้วเลื่อนกระจกลงมา...ไอ้เทอมถามกูว่า  เห็นมาคอว์มั้ย”

ความคิดเห็น