ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ต.ค. 2560 19:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 14
แบบอักษร

-14-



ความผ่อนคลายภายในห้องประชุมมีมากกว่าครั้งแรก เกนนั่งข้างแม่ตัวเอง มีกรพัฒน์นั่งอีกฝั่ง โดยที่ปูนขอตัวออกไป เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องของคนในครอบครัวหากปูนอยู่ก็ดูจะไม่เหมาะ ตอนแรกเกนไม่อยากให้ไป แต่กรพัฒน์ก็เห็นชอบกับปูนด้วย ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้ปูนรู้ แต่เรื่องนี้ อยากให้แม่กับลูกสะดวกที่จะเปิดใจมากกว่า 


“เมื่อตอนเด็กๆ แม่ใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนางแบบมาตลอด แม่พยายามอย่างมากในการฝึกตัวเองจนมีโอกาสที่ดีเข้ามา” คริสตี้เริ่มเล่าความหลังให้กับลูกชายฟัง เธอทำหน้าเหม่อลอยเมื่อย้อนนึกถึงอดีต ครั้งเธอยังเป็นวัยรุ่น “พอได้ทำก็รู้เลยว่า งานพวกนี้ทำให้แม่มีเงินทองใช้ มีกระเป๋าหรูถืออวดใครๆ ยิ่งพ่อของเกนชวนแม่มาทำงานด้วย ชีวิตก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ จากนางแบบธรรมดาๆ คนหนึ่ง มีโอกาสได้ขึ้นปกหนังสือดังๆ ของเมืองนอก มันเป็นอะไรที่แสนวิเศษมาก ชื่อเสียง เงินทองมันมากกว่าเดิมจนแม่อยากทิ้งการเรียนซะด้วยซ้ำ...แต่แล้ววันนึง ก็เกิดเรื่องบ้างอย่างขึ้นมา”


“เพราะมีเกนหรือครับ” 


คริสตี้ยิ้มบางส่งให้ลูกชาย “ตอนแม่รู้ตัวเองว่ากำลังตั้งท้อง เหมือนโลกทุกอย่างของแม่มันพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา อนาคต ชื่อเสียง เงินทอง อีกทั้งตอนนั้น โอกาสที่ไม่เคยคิดว่าจะมี ก็เข้ามาพอดี โมเดลลิ่งต่างประเทศเขาอยากให้แม่ไปทำงานที่นู้น แม่คิดหนักมาก มันมากซะจน...คิดจะทำแท้ง” พอถึงตรงนี้ คริสตี้รู้สึกมีก้อนแข็งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำเสียงเริ่มสั่นครือ “หากตอนนั้น ไม่ได้ม๊าของพ่อเกนมาขอร้องอ้อนวอนให้เก็บเด็กไว้ แม่ก็อาจจะฆ่าเกนไปแล้ว ด้วยความคิดชั่ววูบเลวๆ ของตัวเอง”   


กรพัฒน์ยิ้มบางๆ ส่งให้อดีตภรรยา เรื่องพวกนี้ชายหนุ่มรู้เป็นอย่างดี เพราะเขาก็ผิดด้วยส่วนหนึ่งที่ทำลายอนาคตของหญิงสาวด้วยความเมา 


“แม่ย้ายเข้าบ้านของพ่อเกน ซึ่งทุกคนดูแลแม่เป็นอย่างดี แม่แทบไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนั้นแม่ก็ยังเด็ก อายุเพิ่งยี่สิบ แม่ยังอยากใช้ชีวิตหรูหรา อยากมีหน้ามีตาทางสังคม อยากเป็นนางแบบแถวหน้าที่โดดเด่นกว่าใครๆ ความอยากพวกนั้นทำให้แม่โกรธเด็กในท้องมาก จนละเลยที่จะดูแล ของบำรุงก็ไม่เคยแตะต้องสักอย่าง ได้แต่รอเวลาให้เด็กเกิดมาไวๆ แล้วแม่จะได้เป็นอิสระ...แม่ช่างเป็นแม่ที่เลวมากจริง”


เด็กหนุ่มตั้งใจฟังอดีตของแม่ด้วยความสะเทือนในใจ แต่ทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว มันคืออดีต... “แม่เคยอุ้มเกนไหมครับ”


“เคยสิ ทำไมจะไม่เคย” 


“ดีจัง”  


“พอคลอดได้ไม่นาน ทางเมืองนอกก็ติดต่อเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้แม่รีบตกลงรับปากจะไปทันที เพราะอนาคตที่เคยฝันไว้มันกลับมาอยู่ตรงหน้าแม่อีกครั้ง แม่เลือกจะทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่โดยไม่ลังเลใจสักนิด...และแม่ก็เลือกที่จะทิ้งเกนด้วย แม่ขอโทษนะเกน” คริสตี้เริ่มร้องไห้อีกรอบ พอมองย้อนกลับไป เธอช่างเป็นคนเลวที่ไม่สมควรเป็นแม่คนด้วยซ้ำ  


“แม่ไม่รัก ไม่สงสารเกนบ้างหรือครับ ตอนที่ทิ้งเกนไป” 


“เพราะความอยากได้ อยากมีแบบคนอื่นมันทำให้แม่ยอมทิ้งทุกอย่าง” หญิงสาวพยายามกลั้นเสียงสะอื้นตัวเองอย่างหนัก “ยิ่งพอได้ทำงานที่นั่น ความสุขสบายก็ทำให้ลืมทุกอย่าง แม่มีเงิน มีหน้าตาทางสังคม มีอนาคตที่ดีเลิศเลอจนใครๆ ก็ต้องอิจฉา แต่แล้ววันหนึ่ง มีคนส่งรูปเด็กผู้ชายยืนยิ้มรับรางวัลมาให้ดู แม่ถึงคิดได้ว่า แม่ได้ลืมบางอย่างไป แม่ลืมไปว่า ยังมีลูกที่แม่ทิ้งไว้ข้างหลังเพื่ออนาคตของตัวเอง แม่ขอโทษจริงๆ นะเกน แม่มันเลวเอง เกนจะไม่ให้อภัยแม่ก็ได้ เพราะแม่ผิด”


คริสตี้ปล่อยโฮออกมาอีกระลอก คราวนี้หญิงสาวไม่กลั้นเสียงใดๆ อีก คล้ายกับจะปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นภายในใจให้ออกมาจนหมด


“ตั้งแต่ได้เห็นรูปเกน แม่ด่าตัวเองมาตลอด เคยทำร้ายตัวเอง เคยอยากฆ่าตัวตาย หากไม่ได้คุณไมเคิลเตือนสติว่าหากแม่ตายก็กลับมาหาเกนไม่ได้ แม่จะกลับมาแก้ไขเรื่องในอดีตไม่ได้ แม่เลยพยายามใช้ชีวิตอยู่อีกครั้ง แม้ความผิดมันจะคอยตามหลอกหลอนจนต้องใช้ยานอนหลับทุกคืนก็ตาม” ไมเคิลคือสามีคนปัจจุบันของคริสตี้ และเขายังเป็นเจ้าของโมเดลลิ่งที่หญิงสาวทำงานอยู่ด้วย “ถ้าเกนฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว จะไม่ให้อภัยแม่ แม่ก็ยอมรับ เพราะแม่เลวเกินไปจริงๆ”


“เกนไม่โกรธหรอก ไม่เคยโกรธมานานแล้วอย่างที่บอกแม่ไป” เด็กหนุ่มค่อยๆ ฉีกยิ้ม “เกนสงสารแม่ด้วยซ้ำ ที่อนาคตของแม่ถูกทำลายเพราะเกน ดังนั้นเกนไม่โกรธแม่หรอก”


“โธ่เกน อย่าพูดแบบนี้สิลูก” คริสตี้ดึงลูกชายเข้ามากอด เธอปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มเนียนอย่างไม่คิดจะใส่ใจ   “เกนดีใจที่แม่มีชีวิตที่ดี ส่วนเกนถึงแม่จะทิ้งไป เกนก็ได้มีชีวิตที่ดีเหมือนกัน” ว่าแล้วก็ค่อยๆ มองพ่อตัวเอง “เกนมีป๋า ที่ขี้บ่นไปหน่อย แต่ก็ใจดี มีอากง อาม่าที่ตามใจเกนทุกอย่างตอนที่ป๋าเผลอ มีลุงอ้อมที่คอยขับรถไปส่งเกน และแอบพาเกนไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ ยังมีอีกหลายๆ คนด้วย ทั้งเกนและแม่ ต่างก็มีชีวิตที่ดีในแบบของตัวเอง” 


“เกนอยากไปอยู่กับแม่ไหม อยู่ที่นู้นเกนจะได้เรียนโรงเรียนดีๆ มีชีวิตที่ดีนะลูก แม่คุยกับลุงไมเคิลแล้วเรื่องของเกน...”


“ไม่เอาหรอก” ทันทีที่ได้ยินคำชวน เกนก็รีบปฏิเสธแทบจะทันที “ถ้าเกนไป แล้วป๋าจะอยู่กับใคร อีกอย่าง สมบัติอากงก็เยอะ”


“ไอ้เกน” กรพัฒน์ถลึงตาใส่ลูกชายที่หัวเราะทั้งน้ำตา 


“เกนชอบอยู่ที่นี่ครับ แค่เกนรู้ว่าแม่อยู่ที่นู้นแล้วมีความสุข เกนก็ดีใจ” เกนมองหน้าแม่ตัวเองพร้อมรอยยิ้ม “เกนมีน้องด้วยใช่ไหมครับ” เมื่อตอนเช้า เกนค้นหาชื่อของคริสตี้ ถึงได้รู้เรื่องราวครอบครัวของแม่ที่ต่างประเทศ ว่าชีวิตนั้นสุขสบายและน่าอิจฉาเพียงใด แถมยังมีลูกชายลูกสาวอย่างละคน พอแม่พยักหน้าลงเกนก็รีบบอก “พามาให้เกนรู้จักบ้าง เกนอยากมีน้อง”


“แล้วแม่จะพาน้องเขามาเที่ยวนะ” คล้ายกับยกภูเขาหลายๆ ลูกออกจากอก คริสตี้ลูบใบหน้าของลูกชายด้วยความรัก


“แม่กอดเกนหน่อยได้ไหมครับ” ว่าแล้วก็อ้าแขนรออ้อมแขนจากแม่ที่รีบโผเข้ามารวบกอด 


“ขี้อ้อนจริง นิสัยไม่เห็นเหมือนพ่อเลย” แอบแขวะอดีตสามีที่นั่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งไม่พูดไม่จา 


“ใครๆ ก็ว่าแบบนั้นแหละ ป๋าขี้เก๊กจะตาย” แล้วสองแม่ลูกก็พากันหัวเราะเสียงดัง จนกรพัฒน์ส่งเสียงฮึดฮัดที่ถูกรุม 


“ว่าแต่” คริสตี้เอ่ยออกมาพร้อมหันไปมองกรพัฒน์ “เด็กหน้าสวยที่ออกไปเมื่อกี้ คนรักของกรหรือ” ไม่ใช่จะไม่สังเกต แค่ไม่ถึงเวลาพูดออกมาก็เท่านั้น 


กรพัฒน์ไม่ตอบ แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นมา แค่นั้นก็เป็นคำตอบแล้ว ว่าใช่ 


“พี่ปูนดีกับเกนมากเลยครับ น่ารักมากด้วย ทำกับข้าวก็อร่อย” เกนรีบอวดสรรพคุณของปูนทันทีจนคริสตี้หัวเราะออกมา 


“ตรงกันข้ามกับแม่ทุกอย่าง” เพราะคริสตี้ทำกับข้าวไม่เป็น ไม่มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนสักนิด “ถ้าเขาดีกับเกนแม่ก็เบาใจ แต่กร...ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณชอบผู้ชาย” 


“แค่เขาคนเดียว” ตอบทันทีที่ได้ยินประโยคจากหญิงสาวตรงหน้า กรพัฒน์เสหน้ามองไปทางประตูแล้วยิ้มออกมา ไม่รู้ตอนนี้คนน่ารักของเขากำลังทำอะไรอยู่ ไม่แน่อาจกำลังกระสับกระส่ายอยากรู้เรื่องก็เป็นได้


“ดูพ่อของเกนสิ ยิ้มคนเดียวอย่างกับคนบ้า” 


“พ่อเขาอยากเป็นบ้าครับ” 


แล้วสองแม่ลูกก็หัวเราะออกมาอีกรอบ และดังมากกว่าเดิม 


 จบแล้วสินะ ปัญหาที่แสนหนัก พอเอาเข้าจริงก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้ คงต้องยกความชอบทั้งหมดให้กับเกนที่มีสติที่ดี มีความคิดที่โตกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน ก็ไม่ได้อยากชมตัวเองว่าสอนลูกมาดี แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ  


ค่ำนี้สองพ่อลูกไปส่งปูนที่หอพัก ตอนแรกเกนโวยวายอยากให้ปูนนอนด้วยอีกคืน แต่พอรู้ว่าช่วงที่พ่อไม่อยู่ ปูนจะไปนอนที่นั่นด้วย เด็กหนุ่มเลยต้องข่มใจไว้ 


“แกชักจะติดปูนมากเกินไปแล้วนะ” อดที่จะว่าลูกไม่ได้ 


“ป๋าอิจฉาล่ะสิ” เกนถามกลับอย่างรู้ทันเลยถูกพ่อถลึงตาใส่


“เออ”



****



เกนมาที่บริษัทบ่อยขึ้นเพราะปูนทำงานที่นี่ อีกทั้งแม่ยังต้องมาคุยงาน ทำให้คริสตี้ได้พูดคุยกับปูน รวมทั้งไปนั่งโรงอาหารกลางที่ใครหลายคนแทบนึกไม่ออกว่า นางแบบดังจะมานั่งกินข้าวธรรมดาๆ ยิ่งไปกว่านั้น นางแบบคนดังและลูกชายเจ้าของบริษัททำตัวสนิทสนมกับพนักงานใหม่อีก มันเลยเป็นประเด็นให้คนพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง 


ยิ่งกรพัฒน์บินไปต่างประเทศด้วยแล้ว พนักงานหลายคนเลยพากันถกเถียงเรื่องของพนักงานใหม่กันอย่างเปิดเผย ด้วยความสนิทของเกนที่ตามติดปูนไปทุกที่ราวกับเป็นปาท่องโก๋


“พรุ่งนี้เครื่องคุณคริสตี้ออกกี่โมงหรือครับ” ปูนเอ่ยถาม เพราะจะได้พาเกนไปถูกเวลา 


“น่าจะดึกมากค่ะ ไม่ต้องพาเกนไปส่งก็ได้” คริสตี้เข้าใจว่าปูนอยากพาเกนมาส่ง


“แต่เกนคงอยากไปส่งแม่นะครับ” ว่าแล้วก็เหม่อมองไปที่เกนที่นอนเหยียดยาวเล่นเกมส์ในมือถืออยู่ ก่อนจะหันกลับมาเมื่อถูกมือเรียวยื่นมากุมมือ 


“ขอบคุณคุณปูนมากเลยนะคะที่ดูแลเกนเป็นอย่างดี คริสตี้เป็นแม่ที่แย่มาก ไม่เคยดูแลลูกเลย แถมยังทิ้งลูกอีก” หญิงสาวทำหน้าสลดเมื่อมองไปที่ลูกชาย “คริสตี้ฝากเกนด้วยนะคะ”


“ครับ” ปูนรับคำ แม้ไม่รู้ว่าจะรับฝากได้อีกนานเท่าไหร่ 


“ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง” คราวนี้ใบหน้าเศร้าค่อยๆ ผุดรอยยิ้มหวานออกมา “คริสตี้เพิ่งเคยเห็นกรมีความรัก ก็น่ารักดีนะคะ” หญิงสาวเอ่ยแซว 


“อ่าครับ” ปูนไม่รู้จะตอบหรือพูดแบบไหนต่อ เลยได้แต่ยิ้มๆ 


“แม้คนทั่วไปจะมองว่าเขาเป็นเพลย์บอย เจ้าชู้ แต่จริงๆ แล้ว เขารักครอบครัวมาก” ช่วงที่อาศัยอยู่ชายคาเดียวกัน คริสตี้ถึงได้สัมผัสสิ่งนี้ “คริสตี้ดูออกตั้งแต่ครั้งแรกว่าเขาชอบคุณปูนมาก ทั้งที่เขาไม่เคยชอบใคร แปลว่าคุณปูนต้องเป็นคนที่ดีมากถึงทำให้เขาชอบได้” 


“คุณคริสตี้พูดเกินไป ผมไม่ได้ดีเด่อะไรเลย เป็นคนธรรมดาทั่วๆ ไปด้วยซ้ำ” ปูนไม่ปฏิเสธเรื่องกรพัฒน์ชอบ เพียงแต่ขัดเรื่องที่ถูกชมว่าเป็นคนที่ดีมาก


“การที่กรหลงรักคุณ แปลว่าคุณก็ไม่ว่าธรรมดาแล้วนะคะ” หญิงสาวหัวเราะออกเสียง ก่อนจะขอโทษเบาๆ “คริสตี้หมายถึง ต้องมีอะไรดึงดูดประมาณนี้น่ะค่ะ แล้วก็ คุณปูนก็ชอบกรเขานี่คะ คริสตี้ดูออกน้า”


“...” ไม่มีเสียงตอบรับหรือปฏิเสธ ปูนเม้มริมฝีปาก ก้มหน้าซ่อนความเขินอาย ก่อนจะเงยหน้าเมื่อได้ยินคำอวยพรอย่างจริงใจ 


“รักกันนานๆ นะคะ ดูแลกันให้ดี คริสตี้คงบอกได้แค่นี้” 


“ขอบคุณครับ”


และหลังจากคริสตี้ทำงานเสร็จก็บินกลับเมืองนอกทันที ส่วนเกนยังคงเกาะติดปูนเหมือนเด็กน้อย ตั้งแต่ปูนย้ายมาพักที่ห้องของกรพัฒน์ แม้จะแค่ชั่วคราวแต่เกนก็ย้ายที่นอนมานอนด้วย หากพ่อตัวเองกลับมาเห็น คงโดนอาละวาดห้องเละเป็นแน่แท้



****



“แน่ใจเหรอว่าข่าวนี้เป็นเรื่องจริงน่ะ” เสียงพูดคุยเบาๆ ดังอยู่หน้าห้องน้ำ ระหว่างที่ปูนกำลังล้างมือจากการทำธุระส่วนตัว


“จริงพันเปอร์เซ็น” อีกคนยืนยันเสียงหนักแน่น และปูนคงจะก้าวออกไปหากไม่มีชื่อตัวเองในประโยคถัดมา “มิน่า คุณกรถึงชอบไปแผนกคอสตูม ที่แท้ก็ซ่อนเด็กที่ชื่อปูนไว้ที่นั่นนี่เอง” 


“แต่เด็กนั่นก็น่ารักจริงนะ ฉันเห็นยังอิจฉาเลย ผู้ชายอะไรสวยกว่าพวกเราอีก” 


“คงอยากลองของแปลก คุณกรเจ้าชู้จะตาย เปลี่ยนผู้หญิงราวกับถุงยาง”


ว่าแล้วสองเสียงนั้นก็หัวเราะคิกคักชอบใจ แต่คนที่บังเอิญได้ยินอย่างปูนไม่ขำเลยสักนิด 


“เห็นว่าตอนนี้เข้าไปยึดคอนโดคุณกรแล้วนะ คงจะสบายไปทั้งชาติแน่” 


“แหม คุณกรรวยออกแบบนี้ ไม่เกาะก็โง่แล้ว เป็นฉันนะ จะสูบเงินไปช็อปปิ้งให้สบายใจเลย” 


ปูนยืนฟังนิ่ง แต่สองมือกำแน่นข่มความโกรธ ใครกันที่กล้าเอาเรื่องพวกนี้มาตีไข่ใส่สีได้ขนาดนี้ เมื่อคนหน้าห้องน้ำเดินไปแล้ว ปูนก็รีบจ้ำอ้าวกลับแผนก และทันทีที่เจอหน้าคนสอนงานอย่างแอ้น ปูนก็แทบเป็นใบ้เมื่อเจอคำถามที่เพิ่งได้ยินคนนินทามา


“ปูนคบคุณกรหรือ” คนที่ได้ยินข่าวลือมาก็อยากถามให้กระจ่าง “ที่จริงพี่ได้ยินมาสักพักแล้วนะ แต่ตอนนี้มันมีคนยืนยันจริงๆ พี่เลยอยากถามปูน”


“ข่าวลืออะไรหรือครับ” ปูนพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด


“ก็ข่าวลือเรื่องปูนกับคุณกร แล้วก็ที่ปูนมาทำงานเพราะเป็นเด็กเส้น” คำตอบของแอ้นทำเอาปูนพูดไม่ออก ทั้งที่พยายามไม่ทำตัวเป็นที่สนใจจากใครๆ แล้วแท้ๆ “พี่น่ะ ก็พอสังเกตเห็นหลายครั้ง แต่ก็ไม่อยากยุ่ง เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ที่พี่มาถามเนี่ย เพราะพวกนั้นลือว่าปูนจับคุณกรเพราะอยากได้เงิน”


“ปูนไม่ได้คิด ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลยนะครับ” ช่างเป็นข่าวลือที่ผิดเพี้ยนซะจริงๆ 


“นั่นน่ะสิ พี่ก็เถียงไปแล้ว แต่พวกนั้นบอกว่า คนให้ข้อมูล เขาเห็นว่าปูนอยู่คอนโดคุณกร ทั้งที่ตอนนี้คุณกรก็ไม่อยู่ เลยสนุกปากคนช่างนินทาเขาล่ะ” จากปากหนึ่งบอกต่อๆ กันไป เพิ่มสี เพิ่มไข่คนละนิด จนกลายเป็นเรื่องราวที่ไม่มีความจริงหลงเหลือ “ปูนอย่าโกรธพี่เลยนะ พี่แค่อยากมาถามปูนตรงๆ แค่นั้น”


“ครับ”                  


ปูนพยายามไม่สนใจและเริ่มทำงานต่อ แต่สุดท้ายก็ทนสายตาและเสียงซุบซิบไม่ได้เลยต้องเดินออกจากห้อง ชายหนุ่มสูดเอาอากาศเข้าปอดก่อนจะปล่อยออกมายาวๆ เพื่อระงับความโมโหลง ใครกันนะ ที่ปล่อยข่าวแบบนี้ พอขายาวทำท่าจะก้าวเดิน ประตูด้านหลังก็เปิดออก คนเดินออกมาเป็นหัวหน้าแผนกที่ดูจะตกใจที่เห็นปูนยืนกำหมัดแน่น 


“มาทำอะไรตรงนี้” เหมียวถามออกมา สายตามองไปยังมือและตัวของปูนที่สั่นเทา 


“พอดีผมจะไปเข้าห้องน้ำครับ” ทั้งที่เพิ่งออกมา แต่จำเป็นต้องโกหก 


“เหรอ ก็ไปสิ” หญิงสาวว่า แต่ก่อนที่ปูนจะเดินไป เหมียวก็รีบพูดออกมาจนปูนต้องหยุดฟัง “ไม่ต้องไปฟังเสียงนกเสียงกาที่มารบกวน เพราะเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แล้วไม่นานคนพวกนี้ก็จะแพ้ภัยตัวเอง” 


“พี่เหมียวก็รู้เรื่องหรือครับ” 


“เรื่องพวกนี้ดังไวจะตาย” ทันทีที่ได้ยิน ปูนก็ทำหน้าสลดลงทันที “พี่รู้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ก็คุณกรบอกเองว่าจะฝากปูนไว้กับพี่” 


“ครับ?” 


“พี่ไม่อยากยุ่งเรื่องของเจ้านายหรอกนะ แค่ทำงานทุกวันก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ปูนก็ด้วย เรื่องพวกนี้ปล่อยๆ ไปเถอะ คิดซะว่าเป็นสีสันของชีวิต”


ปูนมองตามหลังหัวหน้าแผนก ในสมองคิดประโยคที่ได้ยินจนสับสนไปหมด แล้วชายหนุ่มก็ต้องรีบก้มหน้าเมื่อมีพนักงานแผนกอื่นเดินผ่านแล้วมองมาพร้อมเสียงหัวเราะ


  ไม่ชอบแบบนี้


ทันทีที่พนักงานกลุ่มนั้นเดินผ่านไปแล้ว ปูนก็จ้ำอ้าวไปยังห้องเจ้านายที่ยังอยู่ ปูนผลักบานประตูเข้าไป เจอพอลนั่งคิ้วขมวดอยู่หลังโต๊ะทำงาน บนโต๊ะมีแฟ้มวางอยู่หลายอัน 


“อ่าว” คนยุ่งกับงานสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ก็มีคนพรวดเข้ามา 


“ขอโทษครับที่ไม่ได้เคาะประตูก่อน” ตอนนี้ปูนอยากออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด คิดได้แค่นั้นจนลืมเคาะประตูห้อง “คือผมขอลาออก”


“ลาออก?” พอลทำหน้าสงสัย “หมายความว่ายังไงลาออก”


“ผมไม่ทำงานที่นี่แล้วครับ ขอบคุณที่รับผมเข้าทำงาน ส่วนเงินเดือน ผมเพิ่งทำงานได้ไม่กี่วัน ดังนั้นไม่ต้องให้ก็ได้ ขอบคุณครับ” พูดออกมารัวๆ ก่อนจะยกมือไหว้แล้วเดินออกไปทันที ทิ้งให้เจ้าของห้องนั่งนิ่งด้วยความงงงวย 


พอลกระพริบตาปริบๆ พยายามประมวลประโยคในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อรู้ความ


“ฉิบหายแล้ว” ว่าแล้วก็ผุดลุกไปที่ประตู แต่ไม่เห็นใครเลย “ไอ้พอล มึงฉิบหายแน่นอน โดนแน่กู” 




ด้านปูนพอไปลาออกเสร็จก็รีบกลับมาเก็บข้าวของพร้อมบอกลาเหมียวและขอบคุณแอ้นที่ดูแลมาตลอด หญิงสาวสองคนทำตาโตเมื่อรู้ว่าปูนลาออก แต่ก็ห้ามไม่ได้เมื่อเป็นความสมัครใจของเจ้าตัว เหมียวเลยได้แต่ฝากคำพูดเตือนสติว่า 


“คำนินทาก็เหมือนก้อนหิน ยิ่งเราสนใจก็เหมือนยิ่งบีบ พอบีบแน่นขึ้นเท่าไหร่ ก็มีแต่เราเท่านั้นที่เจ็บ ปูนเก็บคำของพี่ไว้คิดนะ โชคดี”


“ขอบคุณครับพี่เหมียว” 


“พี่ขอโทษ เพราะพี่ใช่ไหม ปูนถึงลาออก”


“ไม่ใช่เพราะพี่แอ้นหรอกครับ ปูนไม่สะดวกใจที่จะอยู่เอง ขอบคุณที่ดูแลปูนตั้งแต่วันแรกนะครับ”

“โชคดีนะ ไว้ค่อยนัดเจอกัน”


บางทีคำพูดใส่ร้ายก็อาจทำลายคนที่ไม่รู้เรื่องราว จากน้ำลายบูดๆ กลายเป็นน้ำกรดที่คอยสาดใส่คนอื่นให้เจ็บแสบ ซึ่งตอนนี้ปูนก็กำลังประสบปัญหานี้อยู่ แล้วทางที่เขาเลือกคือเดินหนีออกมาเพื่อรักษาตัวเอง และไม่ทำให้กรพัฒน์เดือดร้อน ตัวเขาเองคงไม่เป็นไรมาก แต่สำหรับกรพัฒน์นั้นคงไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน ดังนั้นต้องมีใครคนหนึ่งที่เดินถอยออกมาเพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น คนที่ถอยนั้น...


นั่นคือตัวปูนเอง




...TBC

อาจจะงงๆ เพี้ยนๆ เบลอๆ ไปบ้าง ต้องขออภัยด้วยนะคะ หากตรงไหนอ่านแล้วงงๆ ก๊งๆ บอกมาได้เลยค่า จะได้ปรับปรุงอย่างเร่งด่วน 

ขอบคุณมากๆ ค่า

ความคิดเห็น