ถ้าถูกใจเรื่องนี้กดไล้ค์ กดติดตาม คอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ได้น้าาาา ขอบคุณค่าาาา

ชื่อตอน : 1 เข้าป่า

คำค้น : นิยาย, อีโรติก, หล่อร้าย, หื่น, เอลฟ์, ซีน่อน, เอวา,

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2560 20:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1 เข้าป่า
แบบอักษร

1

เข้าป่า

ณ คฤหาสน์วิดเดลส์ตัน

  “ซีน่อน จะไปอีกแล้วหรือลูก? คราวนี้จะไปกี่วันกัน?”

 ผู้หญิงรูปร่างหน้าตาสวยสง่าดุจนางพญาในวัยห้าสิบเศษๆเดินเข้ามาหาผมขณะผมแบกเป้ใบโตลงมาจากชั้นบน…นั่นหละครับท่านมาเรียแม่ผมเอง

“น่าจะสองอาทิตย์ครับแม่ ผมเอาเจ้าวอดก้ากับมาร์ตินไปด้วยแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ”

ถ้าช่วงไหนธุรกิจไม่มีปัญหาอะไรผมจะชอบเข้าป่า ปีนเขา ตั้งแคมป์ ปีกวิเวกขาดการติดต่อจากโลกภายนอกทันทีไปทีก็ปาไปครึ่งเดือนค่อนเดือนไม่แปลกที่แม่ผมจะไม่ปลื้มนัก

ผมชื่อ ซีน่อน  Zenon Viddleston อายุ 32ปี นิสัยผมค่อนไปทางดิบๆเถื่อนๆซักหน่อยโลกส่วนตัวสูงไม่ค่อยชอบออกงานสังคมซักเท่าไหร่ซึ่งมันเป็นอะไรที่ขัดใจแม่ผมมากเพราะท่านมาจากตระกูลผู้ดีเก่า ตระกูลเราสืบเชื้อสายมาจากอัศวินในยุกต์แรกๆสืบต่อกันมาหลายยุกต์หลายสมัยจนมาถึงรุ่นผมแม่ชอบเล่ากรอกหูให้ผมฟังอยู่บ่อยๆ

ผมมีธุรกิจของครอบครัวที่ต้องดูแลมันเป็นธุรกิจเกี่ยวกับจิวเวลรี่ทั้งหลายแหล่โดยเฉพาะเพชร…ใช่แล้วแหล่งค้าเพชรที่ใหญ่ที่สุดในแถบยุโรปมันเป็นของตระกูลผมเอง หน้าที่ทั้งหมดจึงตกอยู่ที่ผมไปโดยปริยายเพราะผมเป็นบุตรชายคนโตคนเดียวของตระกูล 

อ่อผมมีน้องสาวตัวแสบอีกคนชื่อว่า คาร่า Cara ซึ่งแปลว่าเพชร อายุ23ปี เพิ่งเรียนจบและเข้ามาช่วยดูแลบริษัทเมื่อต้นปีนนี่เอง


ไอ้วอดก้ากับมาร์ตินมันคือลูกน้องคนสนิทของผมเองเป็นทั้งเพื่อนทั้งหน่วยกล้าตายร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานฝ่าดงตีนมาด้วยกันก็หลายครั้งพวกมันอายุน้อยกว่าผมสองปี อย่างที่บอกนั่นแหละว่าธุรกิจของผมมันคือการค้าแพชรและแน่นอนว่าศัตรูที่ค่อยจะแย่งชิงผลประโยชน์มันก็ต้องมี พวกที่กัดซึ่งๆหน้าน่ะผมไม่กลัวหรอกแต่ไอ้พวกที่กัดลับหลังนี่สิมันทำให้ผมหงุดหงิดไม่น้อย

“ไม่ไปไม่ได้หรือลูก อันตรายจะตายไปแม่เป็นห่วง”

“ไปแป๊ปเดียวเองนะครับแม่…ผมอึดจะตาย…เผื่อไปเจอลูกสะใภ้เอามาฝากแม่นะครับ”

แม่ผมนี่มุ่งมั่นอยากให้ผมแต่งงานมีทายาทเหลือเกิ๊นหลายครั้งที่ผมหนีเข้าป่าเวลาแม่หาผู้หญิงมาให้ดูตัว

“อย่ามาล้อเลียนแม่นะลูกคนนี้หนิ…ในป่ามันจะไปมีอะไรหึ๊?ขนาดสาวๆในเมืองออกเกลื่อนไม่เห็นว่าลูกจะคบใครจริงจังเลย”แม่ผมค้อนให้อย่างงอนๆแถมบ่นยาวเหยียด

“โอ๋ๆไม่งอนนะครับ เดี๋ยวผมก็กลับแล้วครับ” ผมเข้าไปกอดและหอมแก้มซ้ายขวาตามปกติเหมือนที่เคยทำ

“ดูแลตัวเองดีๆล่ะซีน่อนอย่าทำอะไรห่ามๆเสี่ยงๆอีกนะลูก”หึ ไอ้เรื่องห่ามๆกับเรื่องเสี่ยงๆเนี่ยะของชอบผมเลย

“ครับแม่ ผมฝากบอกคาร่าด้วยนะครับ”แม่ผมเดินเข้ามากอดอีกรอบกว่าจะปล่อยผมออกมาได้…

“พวกมึงพร้อมกันยัง?” ไอ้วอดก้ากับมาร์ตินยืนรอผมอยู่ข้างนอกเพราะพวกมันกลัวแม่ผมบ่นจนหูชา

“พร้อมแล้วครับนาย…เอ่อท่านมาเรียว่าอย่างไงบ้างครับนาย” มาร์ตินถามหยั่งเชิง

“หึ มึงก็รู้ แม่กูชอบที่ไหนเวลากูเข้าป่า”

“เอ่อนายจะไปจริงๆหรอครับป่าแถบตอนใต้เห็นเขาว่าผีดุใครไปแถวนั้นเจอดีทุกราย”ไอ้วอดก้าทำท่าทางขนลุกขนชันเห็นละน่าถีบ

“เออ กูไม่กลัวหรอกผงผีเนี่ยะ ขอให้เป็นผีผู้หญิงสวยๆเหอะมึงกูจะจับทำเมียแมร่งเลย”

“มึงเจ้านายเราแมร่งโคตรหื่นเลยว่ะขนาดผีก็ยังไม่เว้น”ไอ้มาร์ตินหันไปกระซิบกับไอ้วอดก้า

“พวกมึงจะยืนนินทากูอีกนานมั๊ย?ไปได้แล้ว!”เสียงห้าวตะหวาดลูกน้องจนสะดุ้งไม่คิดว่าเจ้านายจะได้ยินที่พวกเขานินทา

“ครับๆไปเดี๋ยวนี้แหละครับเจ้านาย”ทั้งสามคนก้าวขึ้นรถโดยมีวอดก้าทำหน้าที่คนขับ


หกชั่วโมงผ่านไปรถHummer สีดำราคาเหยียบสิบล้านมาถึงทางเข้าหมู่บ้านเล็กๆของชาวพื้นเมืองที่มีอยู่ไม่กี่หลังซึ่งตามพิกัดแล้วหมู่บ้านแห่งนี้น่าจะเป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่เขตป่าทึบที่ล่ำลือกันนักหนาว่าผีดุใครเข้าไปแล้วจะไม่ได้กลับมา…

“เจ้านายครับท่าทางรถจะเข้าไปไม่ได้แล้วล่ะครับสังสัยเราคงต้องจอดรถไว้ที่หมู่บ้านนี้”วอดก้าประเมินจากสภาพถนน

“มาร์ตินมึงไปถามชาวบ้านทีสิว่ามีใครจะพอนำทางเราเข้าป่าได้บ้างกูจะจ่ายอย่างงามเลย”

“ครับนาย”

ครู่ต่อมามาร์ตินก็วิ่งหน้าตั้งกลับมารายงาน

“นายครับมีชาวบ้านอาสาไปกับเราสามคนครับเขาชินกับพื้นที่นี้ดีเพราะออกไปล่าสัตว์บ่อย แต่พวกเขาขอไม่ขึ้นไปที่หุบเขานะครับจะรออยู่ด้านล่าง”

“อือ ตกลง…คืนนี้เราคงต้องพักที่หมู่บ้านนี้ก่อนเพราะนี่ก็บ่ายสามละคงไม่ทัน”

“ครับเจ้านาย” ลูกน้องทั้งสองคนตอบรับก่อนจะออกหาที่พักให้กับเจ้านาย


เช้าตรู่วันต่อมา ซีน่อน วอดก้า มาร์ติน และคณะผู้นำทางอีกสามคนกำลังแบกสัมภาระเข้าป่าหลังจากที่ได้พูดคุยนัดแนะตามจุดบนแผนที่กันเรียบร้อย

“เจ้านายเราว่างเมื่อไหร่เข้าป่าทุกทีอย่างงี้เมื่อไหร่จะมีเมียวะ กูไม่เห็นเจ้านายเราคบกับใครจริงจังซักคนมึงว่ามั๊ยไอ้วอดก้า?”มาร์ตินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบขณะเดินตามหลังผู้เป็นนายอยู่ห่างๆ

“เออว่ะอันนี้กูเห็นด้วย ท่านมาเรียอุตส่าหาผู้หญิงมาให้ยังหนีอีก…เป็นกูนะมึงจะฟาดให้เรียบไม่เหลือเลยแต่ละคนแมร่งแซ่บๆทั้งนั้น”วอดก้าสมทบทันที

“หรือเจ้านายเราจริงๆแล้วไม่ชอบผู้หญิงวะ?! อึ๊ยขนลุก”

“ไอ้ฉิบหายติน!ปากวอนตีนนะมึงอ่ะ”

“หุบปากเลยพวกมึง!กูได้ยินนะ ไม่นินทากูซักวันพวกมึงจะตายมั๊ย!?”เสียงห้าวตะหวาดลูกน้องที่เดินตามมาอยู่ห่างๆ พวกมันเบิกตากว้างไม่คิดว่าเขาจะได้ยินอุส่ากระซิบกันเงียบๆแล้วเชียว

“มึงอ่ะไอ้ติน!”ไอ้วอดก้าหันไปด่ามาร์ตินทันที

“มึงก็คุยกะกูป่าววะ? แมร่งมาโยนขี้ให้กูคนเดียว!”

“พวกมึงทั้งคู่แหละ…กูยังไม่อยากมีเมีย…กูเป็นคนขี้เบื่อพวกมึงก็น่าจะรู้”

พวกเขารู้ดีว่าเจ้านายเป็นอย่างไร…หลายครั้งที่พวกเขาต้องช่วยนายคอยกันท่าพวกสาวๆที่หมายจะเข้ามาเพื่อหวังเป็นเจ้าของหัวใจบุตรชายคนเดียวของตระกูลเก่าแก่อย่างวิดเดลส์ตัน ยิ่งความหล่อเหลาราวเทพบุตรของซีน่อนด้วยแล้วจึงเป็นที่ต้องตาต้องใจแก่ผู้ที่พบเห็นโดยเฉพาะบรรดาสาวเล็กสาวใหญ่ที่พร้อมจะพลีกายถวายตัวให้เขาอย่างเต็มใจ


“คุณซีน่อนครับ หมดเขตป่าตรงภูเขาด้านโน้นก็จะเข้าเขตป่าวู้ดแลนด์แลนแล้วนะครับ คงใช้เวลาเดินทางอีกครึ่งวันคงถึง” คนนำทางอายุราวๆห้าสิบกว่าแต่ดูคล่องแคล่วแข็งแรงเอ่ยขึ้นหลังจากเดินป่ามาได้เกือบๆสิบชั่วโมงได้

“ครับ…งั้นเราพักค้างแรมกันตรงนี้ก่อนก็ได้ครับ นี่ก็เย็นมากแล้ว”ซีน่อนบอกทุกคนให้หยุดพักค้างคืนที่นี่  ซึ่งระหว่างทางเขาก็ได้หยุดพักเป็นระยะๆเพื่อจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป

“คุณซีน่อนครับ ถ้าเข้าเขตป่าต้องห้ามแล้วระวังตัวด้วยนะครับผมเกรงว่าจะมีสัตว์ใหญ่ออกหากินเพราะป่าแถวนั้นยังอุดมสมบูรณ์อยู่”

“ครับลุง…คุณลุงอยู่ที่นี่มานานแล้วหรอครับ…ลุงพอจะเล่าตำนานของป่าแถบนี้ให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับทำไมผู้คนถึงหวาดกลัวที่จะเข้าไปกันนัก”

“ได้สิพ่อหนุ่ม…ลุงอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิดพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดก็อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนี้กันหมด…มันมีเรื่องเล่าขานกันรุ่นสู่รุ่นมานานหลายร้อยปีแล้วว่าป่าลึกที่พวกคุณจะไปนี้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธ์ของพวกเทพที่เขาเรียกกันว่าเอลฟ์นั่นแหละ พวกเอลฟ์จะเป็นกึ่งมนุษย์กึ่งเทพอายุยืนยาวหรือเป็นอมตะ…หน้าตางดงามฉลาดปราดเปรื่องชอบดนตรีการเต้นรำ…เมื่อก่อนเอลฟ์กับมนุษย์เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันยังติดต่อไปมาหาสู่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่กิเลสของมนุษย์มันมากมายนักจนทำให้เอลฟ์ตัดขาดกับมนุษย์อย่างสิ้นเชิงหลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้พบเจอพวกเอลฟ์อีกเลย เรื่องราวก็กลายเป็นตำนานเล่าขานมาถึงทุกวันนี้...

มีคนพยายามลองดีเข้าไปเพื่อล่าสัตว์ในเขตนั้นก็ต้องกระเจิงออกมากันทุกรายบ้างก็ว่าเห็นเป็นหมาป่าตัวใหญ่ตาสีแดงก่ำกระโจนเข้าใส่แต่ก็หายวับไปกับตา บ้างก็ได้ยินเสียงหัวเราะขบขันของผู้หญิง วันดีคืนดีก็จะได้ยินเสียงบรรเลงเพลงพิณอันไพเราะเต้นรำครื้นเครงกันสนุกสนานดังแว่วมาแต่ไกลทั้งๆที่แถวนั้นไม่มีหมู่บ้านหรือผู้คนอาศัยอยู่เลย”

ลุงคนนำทางพูดจบวอดก้ากับมาร์ตินที่นั่งฟังอยู่ใกล้ๆส่งสายตาเป็นเชิงรู้กันว่างานเข้าแล้วกู

“บอกเจ้านายกลับตอนนี้ยังทันนะมึง”มาร์ตินประท้วง

“มึงว่าเจ้านายจะฟังมึงหรอไอ้ติน ทำอย่างกับไม่รู้นิสัยเจ้านาย”วอดก้าทำหน้าปลง


เช้าวันใหม่การเดินทางเริ่มขึ้นอีกครั้ง…หุบเขาสลับซับซ้อนคณะเดินทางต้องเดินลัดเลาะริมลำธารและภูเขาน้อยใหญ่ที่หิมะกำลังละลายเกือบหมดเพราะเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว…และแล้วทุกคนก็เดินมาจนถึงสุดเขตป่า ซึ่งเบื้องหน้าก็คือป่าวู๊ดแลนด์ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าย่างกายเข้าไป

“ส่งผมแค่นี้ก็พอครับลุง”

 ซีน่อนบอกคนนำทางและอีกสองคนที่ตามมาช่วยแบกเสบียงและสัมภาระ

“อย่าลืมที่บอกนะพ่อหนุ่ม ทำเครื่องหมายเอาไว้ตามต้นไม้ระหว่างเดินเข้าไปเพราะป่าที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นเดี๋ยวจะหลงเอาถ้าเกิดเข็มทิศใช้ไม่ได้…ลุงจะรออยู่ที่นี่นะพ่อหนุ่ม…ขอให้เดินทางปลอดภัยนะครับ”

ไอ้หลงทางหนะเขาไม่กลัวหรอกเพราะป่าไหนๆที่ว่าปีนยากเขาก็ไปมาเกือบหมดแล้วแต่ด้วยความไม่ประมาทเขาจะทำตามที่ลุงแนะนำ ทักษะการเอาชีวิตรอดในป่ายิ่งไม่ต้องห่วงเขาชำนาญยิ่งกว่าการทำธุรกิจเสียด้วยซ้ำ

“ขอบคุณครับลุง…ไอ้วอดก้า มาร์ตินไปกันได้แล้ว”

ความคิดเห็น