facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 4 : ลอบฆ่า 💛

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 : ลอบฆ่า 💛

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 42.7k

ความคิดเห็น : 74

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 14:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 : ลอบฆ่า 💛
แบบอักษร

ห้องนอนทิศตะวันตก

“สุดท้าย… ถึงแม้ทั้งสองต้องแยกทางกัน แต่ฮัสชาล์ก็เลือกที่จะรักมาร์คัสคนเดียวเท่านั้น” เฮ้อ… จบสักที เรื่องหวนรักเมืองน้ำฟ้าน้อยนี่มันซึ้งกินใจจริง ๆ อ่านทีไรน้ำตาคลอจะร้องไห้ตลอดทั้งที่เป็นคนแต่งเองแท้ ๆ พระเอกเป็นเจ้าชายปกครองเมืองเล็ก ๆ ในอาหรับ แต่ต้องสืบทอดราชบัลลังก์เลยรักกับนายเอกไม่ได้

มัวแต่อ่านนิยายรู้ตัวอีกทีก็ปาไปตีสามกว่า ผมเครียดจนตาค้างขนาดนับแกะไปร้อยกว่าตัวยังนอนไม่อยากจะหลับ เครียดเรื่องอะไรน่ะหรอ ก็เพราะโทรศัพท์น่ะสิ พอมาอยู่นี่สัญญาณมันไม่ขึ้นซักขีด แล้วจะติดต่อกับเจ๊ส้มจี๊ดยังไงล่ะเนี่ย ป่านนี้เจ๊แกไม่แจ้งความคนหายไปแล้วหรอ

“เฮ้อ…” คิดไปโทรศัพท์ก็ใช่ว่าจะใช้ได้ สู้นอนเอาแรงไว้เรียนขี่ม้าพรุ่งนี้ดีกว่า ถ้าตื่นสายมีหวังโดนด่าแหง ผมหลับตาลงห่มผ้าคลุมยันหัว แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคนสองคนคุยกันดังมาจากนอกระเบียง

“แน่ใจนะว่าห้องนี้” ชายคนที่หนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“แน่ใจ !” ชายคนที่สองแค่นเสียงตะคอกแต่ก็พยายามพูดให้เบาเข้าไว้

“แต่เราไม่เคยเห็นหน้ามัน” เสียงชายคนที่หนึ่งยังคงสั่น

“ท่องกลอนสั้นที่นายหัวเป็นคนแต่ง… เดี๋ยวนี้”

“ใคร่ใครนั้นผิวขาวเป็นยองใย ให้ใช้กริชปลิดชีพชีวิตมัน”

“ใช่ ก็โอรสที่หนึ่งตัวขาว ใครขาวก็ฆ่าคนนั้นแหละ”

“งั้นเจ้าลงมือ ข้าดูต้นทางให้แล้วกัน”

ผมเบิกตากว้างกับบทสนทนาเมื่อครู่เมื่อรู้ว่าพวกมันกำลังเข้าใจผิดคิดว่าผมเป็นท่านอควาห์เพราะผมก็ตัวขาวเหมือนกัน เม็ดเหงื่อแตกพลั่กเต็มแผ่นหลังและทั่วทั้งฝ่ามือ หัวใจในอกเต้นแรงแทบหลุดออกมาจากอกจนต้องท่องนะโมในใจเพื่อให้เจ๊ส้มจี๊ดที่เคารพไม่ต่างจากพ่อแม่เป็นคนปกป้อง

‘นะโม นะโม ด้วยอำนาจของเจ๊ส้มจี๊ด ขอให้เจ๊คุ้มครองหนูด้วยเถิด’

พูดถึงความขลังตายยากคงไม่มีใครเท่าเจ๊แกอีกแล้ว ผมนอนตัวสั่นเห็นเงาดำสะท้อนบนกำแพง พวกมันคุกเข่าขึ้นมาบนเตียงเงื้อมือขึ้นเตรียมปักมีดลงมากลางหลัง ถ้ายังนอนอยู่แบบนีมีหวังตายฟรีแน่ ผมคิดแล้วรีบพลิกตัวหนีลงจากเตียงร้องออกมาเสียงหลงเพราะดันล้มทับแผลตัวเอง

“โอ๊ย !” ผมคลานเข่าหนีแต่ก็โดนถีบจนหน้าทิ่ม หลังจากนั้นผมก็โดนใครคนหนึ่งนั่งทับหลังแล้วกดแขนสองข้างแนบลงกับพื้น

“ช่วยด้วย !” ผมขัดขืนแต่สติตอนนี้ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว กลัวก็กลัว แผลก็ปวด ไหนจะคนร้ายที่นั่งยอง ๆ อยู่ข้างหน้าได้กระชากหัวผมอย่างแรงจนต้องเชิดหน้าตาม มันจ่อปลายมีดมาที่คอเตรียมเฉือนหลอดลมหวังให้ผมหมดลมหายใจ

“ข้าไม่ใช่ท่านอควาห์ !” ผมถ่มน้ำลายใส่หน้ามัน รู้ตัวนะว่ากำลังจะตายแต่คิดหรอว่าวีนัสศิษย์เจ๊ส้มจี๊ดจะตายฟรี ผมยิ้มท้าทายหลังจากมันสองคนหันมองหน้ากันแบบงง ๆ หลังจากที่ผมเพิ่งบอกไปว่าผมไม่ใช่ท่านอควาห์

“เฮ้ย ! ผิดตัว !” มันคนหนึ่งเริ่มลังเล

“ถึงผิดตัวก็ต้องฆ่า ไม่งั้นเรื่องแดงแน่ !”

“แต่…”

“รีบลงมือ เรื่องจะได้จบๆ !” ระหว่างที่พวกมันกำลังเถียงกันผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังดังมาจากด้านนอก ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับซีคที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เขาพกมีดสั้นมาด้วย สงสัยคงรู้อยู่แล้วว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น

ผลัวะ !

ซีคถีบคนที่ถือมีดจ่อคอผมให้ล้มลงไปกับพื้นแล้วขึ้นไปนั่งคร่อมกดเข่าไว้กับอกไม่ให้อีกฝ่ายลุกขึ้น ตามด้วยง้างมือขึ้นสูงแล้วแทงมีดลงไปกลางคอหอยทีเดียวมิดด้ามจนอีกฝ่ายสำลักเลือดออกทางปากและจมูก ซีคไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาบิดข้อมือคว้านปากแผลเป็นวงกว้างส่งผลให้เลือดคาวไหลนองออกมาเต็มพื้น

“ฮ่ะ เฮือก ! อ่ะ… อ่อก…”

“ถ้าไม่อยากตายก็ลองขอชีวิตข้าดู !”

“อ่อก ! ฮ่ะ เฮือก ! กระ กระหม่อม… อ่อก !”

“พูดดังๆ !” ฉัวะ ! ซีคชักมีดออกแล้วแทงซ้ำแผลเดิมนับครั้งไม่ถ้วน

“พอ ! พอแล้ว ข้าไม่เป็นอะไร” ผมทนดูไม่ได้กับสิ่งที่ซีคทำลงไป ผีบ้าซาตานที่ไหนเข้าสิงกันนะ เขาถึงได้กล้าฆ่าคนได้ง่ายดายโดยไม่คิดอะไรแบบนี้

หลังจากตะโกนซีคก็ยอมหยุดการกระทำนั้น เขาหันมามองคนร้ายอีกคนด้วยแววตาเขาแข็งกร้าวราวกับหลุดจากความเป็นมนุษย์ เขาเอื้อมมือหยิบมีดของคนร้ายที่ตกอยู่บนพื้นแล้วลุกขึ้นยืนเดินข้ามศพที่นอนจมกองเลือดมีมีดฝังคอมาหาคนร้ายอีกคนที่ก่อนหน้านี้นั่งทับหลังผมไว้ แต่ตอนนี้มันลุกออกไปนั่งเอาหลังพิงกำแพงแทน แค่ซีคก้าวขาเข้ามาอย่าว่าแต่คนร้ายเลย แม้แต่ผมเองยังกลัวจนไม่กล้าขยับไปไหน

“ใครส่งเจ้ามา !” ซีคถามพร้อมใช้ปลายมีดชี้หน้าคนร้าย

“ไม่ ไม่มีขอรับ ม่ะ ไม่มี !” เขาปัดมือซ้ำ ๆ พูดเสียงสั่นน้ำตาไหล

แต่ขณะที่ซีคกำลังง้างมือขวาขึ้นเหนือหัวส่วนมืออีกข้างก็จับหน้าคนร้ายให้เชิดคอรับคมมีด ท่านอควาห์ก็พุ้งตัวเข้ามาจากประตูแล้วล็อกแขนซีคสองข้าง ส่วนสการ์ที่ตามมาด้วยก็ถีบคนคนนั้นให้หลุดรอดจากน้ำมือซีคที่สามารถใช้มีดเล่มเดียวหั่นเนื้อคนเป็นชิ้น ๆ ได้

“ปล่อยข้า!” ซีคดิ้นสุดแรงจนท่านอควาห์แทบรั้งไม่ไหว

“ใจเย็นก่อนซีค ! ถ้ามันตายเราจะสอบปากคำจากใครล่ะว่าใครส่งมันมา”

“ข้าจะฆ่ามัน !” ทันทีที่พูดจบเขาก็สะบัดแขนไปด้านหลังอย่างแรงส่งผลให้ท่านอควาห์หงายท้องล้มลงหัวฟาดพื้น

แย่แล้ว หากช้ากว่านี้ซีคได้ควักเอาคอหอยมันออกมาขยำเล่นแน่ ผมรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีรีบลุกขึ้นมาคว้าเอวเขาไว้ แต่เพราะเข้าไปไม่ดูตาม้าตาเรือ ซีคเลยไม่ทันระวังจังหวะที่เหวี่ยงแขนคมมีดเลยบาดโดนแก้มซ้ายผมเต็ม ๆ

เราสองคนล้มทับกัน ผมรู้สึกแสบที่แก้มซ้ายเลยลองเอาฝ่ามือแตะ ๆ ดูและก็พบว่าเลือดคาวจำนวนมากหยดลงฝ่ามือผมซ้ำ ๆ  ถึงไม่ได้ตั้งใจแต่มันก็ทำให้ผมเสียโฉมไปแล้ว ทำไมถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้นะ ผมได้แต่ถามตัวเองในใจ

ซีครีบผละผมออกแล้วลุกขึ้นนั่ง เขาจับใบหน้าเปื้อนเลือดเชิดขึ้นเพื่อจะได้ดูแผลได้ชัด ๆ มือเขาหนักจนผมรู้สึกเจ็บแปลบและแสบไปหมดจึงสะบัดหน้าหนี

“เจ็บ !” คิดว่าจับผักจับปลารึไง ทำไมไม่ทำให้มันเบา ๆ หน่อยเล่า

“สการ์ ! ฝากดูที่ท่านด้วย” อยู่ดี ๆ ซีคก็ลุกขึ้นยืน ผมลุกขึ้นตามเพราะถูกฉุดข้อมืออย่างแรง เดี๋ยว ๆ แล้วจะจัดการกับศพกับคนร้ายที่เหลือนี่ยังไงล่ะ ไหนจะท่านอควาห์กับสการ์อีก นี่ซีคจะปล่อยให้พวกเขานั่งมองตากันแป๋ว ๆ แบบนี้หรอ

“เดี๋ยว แล้วที่เหลือล่ะ” ผมถามแล้วหยุดยืนกับที่

“ตามซีคไปเถอะ ทางนี้เราจัดการเอง” ท่านอควาห์ก็ตัดสินใจอะไรง่ายไปหมด บอกตามตรงว่าผมก็งง ๆ แต่ก็ยอมเดินตามซีคมาที่ห้องเขาจนได้

ห้องนอนทิศตะวันออก

“รอตรงนี้ เดี๋ยวสักพักเฟย์น่าจะมาทำแผลให้” ซีคสั่งให้นั่งรอบนเตียง ผมจึงพยักหน้าตอบ ตัวเขามีแต่กลิ่นคาวแถมเลือดยังกระเด็นเปื้อนเต็มเนื้อเต็มตัว ผมไม่รู้ว่าในหัวซีคคิดอะไรอยู่ถึงได้ไม่ทุกข์ไม่ร้อนสักนิดทั้งที่ตัวเองเพิ่งฆ่าคนมาหมาด ๆ แล้วดูขากางเกงนั่นก็มีแต่เลือด เสื้อก็ไม่ใส่ไม่พอแขนก็ยังมีแต่เลือดจนพาให้ผมเหม็นคาวไปด้วย

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป

พี่เฟย์น่าทำแผลให้ผมเสร็จพอดีส่วนซีคก็ทำธุระตัวเองเสร็จแล้วเหมือนกัน เขาเดินออกจากห้องน้ำพร้อมชุดเดิมแต่เปลี่ยนใหม่ ตั้งแต่มาอยู่ในวัง เจอซีคทีไรก็เห็นแต่สวมแค่กางเกงขายาวสีครีมเสื้อแสงไม่ใส่ทุกที กล้ามท้องกับผิวไหม้แดดนั่น สัญญากับตัวเองสิวีนัสว่าจะไม่หวั่นไหว ถึงหน้าตาจะตรงตามตำราพระเอกนิยายก็จริงแต่นิสัยแบบนี้ขนาดตัวร้ายยังร้ายไม่ได้ครึ่งคงต้องขอบาย

ผมแอบชำเลืองตามองไหล่กว้างและอกแกร่ง แต่อยู่ ๆ ซีคก็เดินมานั่งข้าง ๆ ตอนแรกคิดว่าจะมาชวนทะเลาะหรือพูดจาไม่ดีใส่ แต่เปล่า เขากลับถามว่าแผลที่แก้มผมนั้นลึกรึเปล่า

“แผลลึกมากรึเปล่า” เขาเพ่งตามองแก้มของผม

“พี่เฟย์น่าบอกว่าไม่ลึกเท่าไหร่”

“พรุ่งนี้ข้าจะส่งทหารไปสอบปากคำคนร้าย จะไปด้วยก็ได้”

“…” ผมเบือนหน้าหนีไปทางอื่น รู้สึกว่าเวลาซีคพูดดีด้วยแล้วมันไม่ชินเลยไม่รู้จะตอบอะไร

“ถ้าไม่อยากไปก็เล่าให้ข้าฟังแทนว่าเรื่องมันเป็นยังไง” ถึงซีคจะพูดดีด้วยแต่ยิ่งถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก็ยิ่งรู้สึกกลัวเพราะยังตกใจไม่หายจนต้องก้มหน้าหนีไม่อยากให้เขารู้ว่ากำลังน้ำตาคลอ

“ข้ายังไม่อยากเล่า”

“ทำไม”

“ข้ายังกลัวอยู่…”

“แล้วเจ้าจะร้องไห้ให้มันได้อะไรขึ้นมา !” ซีคเอ็ดเสียงดังตวาดใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว ความจริงผมยังไม่ได้ร้อง แต่เขาก็ไม่เคยสนใจความรู้สึกผมเลยสักนิดดีแต่หงุดหงิดใส่อยากให้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังทั้งที่สภาพจิตใจผมยังไม่พร้อม

“ท่านก็ลองมาเป็นข้าบ้างสิ แล้วจะรู้ว่ามันแย่แค่ไหน !”

“ข้าไม่อยากเป็นคนอ่อนแอเยี่ยงเจ้า !”

“ข้าไม่ได้อ่อนแอ ! แต่ข้าเกือบตายมาแล้วสองรอบ ถ้าไม่ให้ร้องไห้จะให้ข้าทำยังไง นั่งยิ้มยินดีกับชีวิตที่มันบัดซบแบบนี้หรอ !” ผมเงยหน้ามาพูด

ซีคง้างมือขึ้นสูงทำท่าจะตบ ผมเองก็เชิดหน้ารับกัดฟันกรอดมองตาค้อน

“ตบเลยสิ…” ผมพูดเสียงเรียบจ้องตามองไม่ขาดคอยดูทุกการกระทำว่าซีคจะฟาดมือใส่ตอนไหน แต่แล้วซีคก็ลดมือลง ผมรู้สึกโล่งใจหายใจได้ทั่วท้อง คนบ้าอะไรหงุดหงิดง่ายเป็นบ้า เขากำมือแน่นแล้วเดินออกจากห้องอย่าบอกนะว่าพอไม่ได้ตบหน้าผมเลยจะไปตบหน้าทหารคนอื่นแทน

เขาหายไปไม่นานก็เดินกลับมาอีกครั้ง ซีคชี้นิ้วสั่งให้พี่เลย์น่าปูผ้าปูผืนใหม่บนเตียง ผมลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับความสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามว่าพี่เลย์น่าจะหอบหมอนอีกหนึ่งใบมาทำไม อย่าบอกนะว่าซีคจะให้ผมนอนเฝ้าเพราะกลัวจะมีคนมาลอบฆ่าตัวเองแบบท่านอควาห์

พอพี่เลย์น่าออกไปซีคก็ชี้ให้ผมนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง โอเค นั่งก็นั่ง ทันใดนั้นซีคก็เดินไปที่มุมห้อง เขาปิดสวิตซ์ไฟจนไฟในห้องมืดสนิท นี่เขาจะนอนแล้วหรอ แต่ประเด็นคือผมยังอยู่ในห้องไง ตกลงเขาจะให้ผมนอนเฝ้าเขาจริง ๆ ใช่มั้ย

“ท่าน ๆ” ผมสะกิดหลังซีคหลังจากเขาทิ้งตัวลงนอน

“อะไร” น้ำเสียงเหนื่อยหน่ายขานรับก่อนถอนหายใจ

“จะนอนแล้วหรอ”

“อืม”

“อย่าเพิ่งนอนสิ”

“จะเอาอะไรอีก ! แหกตาดูนาฬิกาซะบ้างว่ามันกี่โมง ข้าจะนอนและเจ้าเองก็ควรนอนได้แล้ว เข้าใจมั้ย !” ซีคลุกขึ้นนั่งสะบัดผ้าห่มใส่ผม ใช่ ผมรู้ว่าตอนนี้มันเป็นเวลาตีห้าใกล้สว่างเต็มที แต่ซีคจำเป็นต้องโมโหเป็นฟืนเป็นไฟแหกปากใส่หน้าขนาดนี้มั้ย

“เข้าใจ แล้วจะตะโกนทำไมเล่า !”

“แล้วเรียกทำไม !”

“เรียกไม่ได้หรอ !” เราเถียงกันไปกันมาอย่างกับคู่รักที่ทะเลาะกันก่อนนอนไม่มีผิด ซีคก็หัวร้อนตลอด ผมก็ปากร้ายยอมใครไม่เป็นเหมือนกัน ผมนั่งหน้ามุ่ยพับผ้าห่มไปพลาง แต่พับยังไม่ทันเสร็จซีคก็ดึงกลับไปกอดไว้

“มีอะไรก็พูดมา !”

“ข้าแค่จะให้ท่านไปส่งที่ห้อง ข้าไม่กล้ากลับไปคนเดียว…”

“ห้องไหน” ซีคถามคิ้วขมวด

“ห้องข้า…”

“ไม่กลัวผีรึ”

“ผีที่ไหน…”

“ก็ไอ้คนที่ข้าเอามีดปักคอหอยมันจนตายคามือนั่นไง”

“พูดทำไม…” ผมพูดเสียงเอื่อยความจริงไม่กลัวผีหลอก แต่กลัวพวกมันบุกเข้ามาอีกต่างหาก

“นอนกับข้า จนกว่าจะหายกลัวแล้วกัน”

“ข้าไม่มีทางนอนกับคนบ้าอำนาจแบบท่านเด็ดขาด !” ผมตะโกนเสียงดังถึงแม้ก่อนหน้านี้จะพูดเสียงเอื่อยอยู่ก็ตาม ถ้าให้นอนกับคนบ้าอำนาจแหกปากได้ตลอดเวลาแถมยังเกือบฆ่าผมตายมาก่อนแบบนี้น่ะหรอไม่เอาด้วยหรอก

“ปากดีนักเดี๋ยวก็ส่งไปนอนในคุกชั้นใต้ดินกับมันหรอก ! มันจะได้บีบคอเจ้าให้ตายคาคุกไปเลยเป็นไง !”

“เอาเลย ! ข้าก็ไม่อยากอยู่ทะเลาะกับท่านแล้วเหมือนกัน”

“เชิญ ! ไปไหนก็ไป ข้าเหม็นขี้หน้าเจ้ายิ่งกว่าคาวเลือดที่มันติดมือด้วยซ้ำ”

คำพูดเขาแต่ละคำมันบาดลึกยิ่งกว่าคมมีดเสียอีก แต่คิดไปคิดมา… เขาทำให้ผมสับสนไปหมด ครั้งนี้ซีคช่วยผมก็จริง แต่ที่ผ่านมา ซีคก็เกือบฆ่าผมแล้วเหมือนกันถ้าท่านอควาห์ไม่ห้ามไว้ ช่างเถอะ การช่วยชีวิตแค่ครั้งเดียวมันลบความรู้สึกเกลียดชังออกไปจากจิตใจไม่ได้หรอก ต่อให้ช่วยอีกสักกี่พันครั้ง ผมก็จะจำว่าซีคเคยลงคมดาบประกาศจะตัดคอผมจนถึงตอนนี้แผลยังไม่หายเลยด้วยซ้ำ

“ได้ ข้าไปแน่” ผมลุกขึ้นจากเตียง นัยน์ตาแดงก่ำเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแต่ซีคก็ยังใส่อารมณ์กับผม เขาปาหมอนกับผ้าห่มไล่หลังมาเหมือนต้องการไล่ให้ออกจากห้องไปไว ๆ

จู่ ๆ แผลที่บ่าก็ปวดขึ้นมาซะงั้น สงสัยคงอักเสบตอนโดนคนร้ายกดให้นอนคว่ำ ผมเอามือประคองไว้จะได้ไม่เจ็บมาก แต่ยิ่งไปโดนก็ยิ่งปวดจนอยากร้องไห้ ผมซี้ดฟันเอามือผลักประตูแต่สุดท้ายร่างกายก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงล้มลงนั่งกับพื้น

“โอย…” สายตาพร่ามัวมองเห็นซีคเดินมาหา ในสมองไร้ซึ่งความคิด มันว่างเปล่า ร่างกายอ่อนล้าขัดขืนไม่ไหวจึงปล่อยให้ซีคเข้ามาย่อตัวลงประคองแล้วอุ้มผมในท่าเจ้าสาวพากลับไปที่เตียงอีกครั้ง เขากระชับกอดจนผมรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างกายรวมถึงเสียงหัวใจที่เต้นดังเป็นจังหวะ

‘อาห์…ไหล่กว้างจัง’ ผมปรือตามองไหล่กว้างและผิวคล้ำไหม้แดดด้วยความหลงใหล เพราะพิษบาดแผลงั้นหรอผมถึงได้แยกไม่ออกว่าคนตรงหน้าคือคนเดียวกันกับคนที่เคยเกือบฆ่าผมตายและคนที่ผมเกลียดเข้ากระดูกดำ

“ชิ ! หน้าตาน่าเกลียดแถมยังมีแผลเป็น” ซีคก้มหน้ามามอง เขาพูดติเรื่องหน้าตาผมทั้งที่มันไม่เป็นความจริง

“ท่านเป็นคนทำเองไม่ใช่หรอ” คิดไว้แล้วว่าจะไม่เถียงแต่ช่วยไม่ได้ ก็เจ้าชายอยากปากเสียเองวีนัสเลยจัดให้ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อผมเลยถามว่าทำไมเขาไม่ส่งผมไปนอนในคุกชั้นใต้ดินซะล่ะ

“ทำไมไม่ปล่อยให้ข้าไปนอนในคุกชั้นใต้ดินล่ะท่าน…”

“ทำไมท่านไม่ตอบ…” ผมถามยิ้มอย่างยียวนตั้งใจกวนประสาทให้ซีคโมโห แต่ซีคยังคงเงียบแล้วนั่งลงบนเตียง เขาประคองผมไว้ใช้อ้อมแขนกว้างโอบร่างสั่นเทาลงบนผ้าปูที่นอนผืนนุ่ม

“ปล่อยเดี๋ยวนี้” มือสองข้างผลักอกซีคออกเป็นการขัดขืน

“ไม่ปล่อย !”

“อือ ! ข้าบอกให้ปล่อย…” พูดจบผมก็โดนฝ่ามือหนารวบกำข้อมือผมไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว เขากำแน่นมากจนยากที่จะขัดขืน จังหวะนั้นเขาก็เอนตัวลงมาส่งผลให้หน้าเราใกล้กันมาก ใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจแผ่วเบาที่กำลังพ่นรดมาที่ซอกคอและใบหน้า

ผมนิ่งไปพักใหญ่ร่างกายร้อนผ่าวดั่งไฟ ถึงจะหมดแรงเพราะพิษบาดแผลแต่ก็ยังพยายามขัดขืน ผมชักมือหนีรีบหันหน้าไปทางอื่นฝืนลุกขึ้นนั่งแต่ซีคก็กดให้ล้มตัวนอนอีกครั้งก่อนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและแววตาเรียบนิ่ง

“นอนซะวีนัส วันนี้ข้าไม่อยากทะเลาะกับเจ้าแล้ว” 


------------------------------------------------------------------

มาแล้วววว วันนี้อัปช้าหน่อยเพราะเน็ทช้ามาก แต่ก็ส่งท่านซีคและวีนัสมาให้ผู้อ่านจนได้

ฝากติดตามด้วยน้าาา ใครชาว ARMY ยกมือขึ้นค้าาาา ใคร #ทีมวีนัส เอาใจช่วยน้องหน่อย จุ๊บๆ

15/10/17

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ jungkook crying gif

เกือบตายอีกแล้ว #วีนัสร้องไห้ทำไม #นายเอกเก่ง2017

ฉากจบท่านซีคเผด็จการได้กร้าวใจมากค่า

ติดตามความน่ารักของ วีนัส กับ ท่านซีค ได้ที่ FACEBOOK : นิ้วกลาง

💛​อย่าลืมคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้น้องวีนัสด้วยนะ💛​

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว