สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ตอนที่14 สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต

ชื่อตอน : ตอนที่14 สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 788

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2560 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่14 สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต
แบบอักษร

​บอกไว้ก่อนเลยว่าผมไม่ได้ชื่ออุโรโบรอส ไอ้เจ้าปีศาจเขาแดงนี่มันพูดอะไรของมันกัน? เท่าที่จำได้คือผมได้แนะนำตัวไปแล้วว่าผมเป็นมนุษย์ที่เป็นลูกของจอมมาร 'คนก่อน' ของพวกมันและบอกชื่อเรียบร้อยอย่างครบถ้วนทุกถ้อยคำ

แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าในตอนนี้คือท่าทีของโครวที่มีต่อผม ที่ตอนนี้กำลังโกรธสุดๆ คงเป็นเพราะหนึ่ง เธอคิดว่าผมหลอกลวงเธอมาโดยตลอด สองคือเธอไม่เข้าใจคำว่า 'ราชาคนก่อน' เพราะมั้งผมเลยต้องอธิบายให้เข้าใจ ในระหว่างที่เจ้าเขาแดงยังทำอะไรไม่ได้

"หลอกกันได้นะเจ้าปีศาจ!"

"ผมไม่ใช่ปีศาจ โทษทีนะถึงจะเป็นลูกของราชาปีศาจ 'คนก่อน' ก็ตามแต่ผมก็เป็นมนุษย์ หรือจะให้พูดคือพ่อกับแม่ของผมนั้นไม่ใช่ปีศาจ ถึงจะเป็นจอมปีศาจแต่ก็เป็นมนุษย์ มนุษย์ที่มีอำนาจและตำแหน่งของจอมมารยังไงล่ะ"

"แล้วมันยังไงล่ะ?!"

"หมายความว่าผมยังเป็นมนุษย์ อยู่ฝั่งมนุษย์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะรังเกียจเผ่าปีศาจหรอกนะ แต่ว่ามันมีเหตุผลอยู่"

"คิดว่าข้าจะเชื่อ---"

"จอมมารคนปัจจุบันมันรกหูรกตา แถมถ้าเจ้านั่นยังอยู่มนุษย์บนโลกใบนี้ไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขแน่ และพวกปีศาจก็ด้วย ผมจำเป็นต้องกำจัดจอมมารคนปัจจุบันทิ้งซะแล้วก็หาตัวแทนที่จะทำให้มนุษย์เป็นพันธมิตรกับเผ่าปีศาจได้ เมื่อเป็นแบบนั้นแล้วผมก็สามารถลาจากโลกใบนี้กลับไปยังโลกเดิมพร้อมกับฮินะได้---"

"อย่าลืมหนูกับพี่นิลล่าสิคะ!"

"...พร้อมกับฮินะ เอวาและนิลล่าได้อย่างสบายใจ"

ถูกขัดโดยยัยน้องสาวไม่แท้ที่หลงรักตัวผมจนได้ เพราะงั้นเลยต้องแก้บทพูดเล็กน้อยแต่เจ้าตัวโครวยังคงไม่ยอมเชื่อใจกัน

"พ่อของผมนั้นมาเป็นจอมมารด้วยเหตุผลบางอย่างที่ผมไม่รู้ ผมสืบค้นข้อมูลของตัวเองแต่ก็ไม่พบเลยสักนิดเดียว ไม่มีวันเกิด ไม่มีสูติบัตร ไม่มีพ่อแม่อยู่บนโลกและไม่เจออะไรที่เกี่ยวข้องกับผมบนโลกเลยแม้แต่น้อย 

ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมต้องการจะรู้ ต้องการจะค้นหานั้นอยู่กับพี่สาวของผมทุกอย่าง นอกจากนี้ยังมีฉบับคัดลอกอยู่ที่ตระกูลคุโรมิเนะที่อยู่ติดกันและเป็นที่ที่ผมโตมา ผมเข้าไปสืบค้นและทำความเข้าใจกับข้อมูลที่พบเจ้าทุกอย่าง และในที่สุดก็รู้สักที ว่าจริงๆแล้วพ่อของผม..

..ถูกฆ่าตายโดยฝีมือของเทพปีศาจตนนึง"

นอกจากแอสโมดิอุสแล้ส สามสาวตกใจจนลืมหายใจกันไปตามๆกัน แอสโมดิอุสคงรู้ทุกอย่างดีเพราะเท่าที่ดูแล้ว พวกนี้นั้นรู้จักพ่อของผมและตัวผมเอง ทว่าเจ้าเขาแดงตอนนี้ไม่ได้ขัดขืนอะไรพลางก้มหน้ายอมรับความผิดโดยที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันยอมรับความผิดเรื่องอะไร?

"มันเป็นสมมติฐานของวกเขา เป็นไปได้ว่าจอมมารรุ่นก่อน พ่อและแม่ของผมนั้นถูกฆ่าตายและถูกแย่งชิงตำแหน่งทำให้โลกใบนี้เกิดบิดพริ้ว เมื่อก่อนนั้นปีศาจกับมนุษย์เป็นมิตรกัน เริ่มต้นด้วยผู้กล้าที่ได้จับมือกับจอมมารและราชาของอาณาจักร์ลูน่าก็เป็นผู้ที่ครองทวีปมนุษย์ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์และทวีปมนุษย์ก็ถูกแยกออกเป็นสอง คืออาณาจักรลูน่าเดิมและอาณาจักรแห่งนี้ อาณาจักรเมอร์เซนต์

จากนั้นจอมมารก็เริ่มรุกราน ควบคุมกองทัพปีศาจซึ่งกองกำลังที่แกร่งที่สุดนั้นไม่มีข้อมูลใดๆแต่ผมเริ่มจะเดาตัวตนได้แล้วล่ะ"

ผมชี่้ไปยังเจ้าเขาแดง

"ซาตานแห่งความโกรธ แล้วก็เธอแอสโมดิอุสแห่งราคะ นอกจากนี้ยังมีแมมม่อนแห่งความโลภ เท่ากับว่ากองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นจะเกี่ยวข้องกับบาปทั้งเจ็ด นอกจากนี้แล้วเขายังบังคับให้ทหารลาออกจากงานและขับไล่ออกจากส่วนกลาง และยังข่มเหงผู้อ่อนแออีก ต้องบอกว่าเพราะเป็นเจ้านั่นจึงทำให้โลกตกอยุ่ในความวุ่นวาย และไม่นานฝั่งมนุษย์ก็ได้อัญเชิญผู้กล้า และผลปรากฏว่าผู้กล้าคนนั้นเข้าร่วมกับจอมมาร"

น่าแปลกมากที่พี่ฮานะนั้นมีข้อมูลมากถึงขนาดนี้ และผมก็ยักไหล่อย่างน่าเสียดาย

"นอกจากนี้ก็ไม่มีข้อมูลอื่นนอกจากปัจจุบัน สถานการณ์เลวร้ายลงทุกที ผู้กล้าที่พึ่งพาได้มีแค่ฮินะ ผมที่เข้ามาแย่งกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์ก็ถูกประเทศนี้หมายหัวอย่างเจ้าดาบที่องค์ราชินีมอบให้มา แแต่เพื่อที่จะไม่ให้เป้นจุดสังเกตจึงยอมรับเอาไว้แต่โดยดี และผมก็คิดจะเปลี่ยนมันอยู่แล้ว ไอ้สถานการณ์เลวร้ายที่ทำให้ผมต้องมายังโลกใบนี้เนี่ย"

จากนั้นก็หันไปทางเอวา

"และก็เพื่อที่จะล้าแค้นให้กับเอวาด้วยล่ะนะ ที่ต้องเสียผู้มีพระคุณไป"

จากนั้นเธอก็ยิ้มอย่างตื้นตัน แต่ว่าแค่นั้นยังไม่พอโน้มน้าวโครวหรอก เพราะโครวนั้นมีความแค้นกับพวกปีศาจเป็นอย่างมากจากเท่าที่ดูมา และไอ้ฆาตกรที่มันเป้นผู้ที่เธอโกรธแค้นนั้น...จะเป็นใครกันล่ะ?

"ผมรู้ว่าเธอนั้นเกลียดผมแต่ก็ไม่ได้คิดว่าผมโกหก เพียงแต่เธอไม่คิดจะเชื่อใจผมอีกแล้ว ยังไงซะก้เชื่อใจฮินะเถอะ เจ้าตัวที่เธอเกลียด ไอ้คนที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอน่ะผมจะหาตัวให้เจอเอง"

"?! ทำไมถึงรู้..."

"ข้อมูลของคุโรมิเน่ ตอนที่ผมว่างก็ไปสืบค้นมาหมดแล้ว ตระกูลของเธอมีคนหายตัวไปแทบจะทั้งครบครัวแต่ก็ยังเหลือพ่อกับแม่ของเธออยู่ ผมเดาได้เลยว่าพ่อกับแม่ของเธอนั้นเป็นพี่น้องกับคุณลุงคุณป้าที่บ้านคุโรมิเนะที่อยู่ที่ญี่ปุ่นแน่ๆ หรือจะพูดว่าเธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของผมก็ไม่ผิด"

"หา!? แกพูดเรื่องตลกอะไรออกมากันหา!?"

"สายเลือดของเธอไม่ใช่เอลฟ์แต่กำเนิด ดาร์กเอลฟ์น่ะคือเผ่าที่มีผิวสีคล้ำและดวงตาสีแดงคล้ายกับแวมไพร์ คิดว่าผมไม่รู้รึไง? โทษทีนะแต่มนุษย์น่ะไม่ได้รู้เรื่องนี้ เธอน่ะเป็นครึ่งดาร์กเอลฟ์และมนุษย์ ดวงตาสีทองนั่นเป็นดวงตาของมนุษย์ หูที่สั้นกว่าเอลฟ์ทั่วไปและผมที่เป็นสีเงินประกายนี่ไม่ใช่ดาร์กเอลฟ์แต่กำเนิด แถมสีผิวก็ไม่ได้เข้มจนเกินไปอีก"

รูปร่างไม่เหมือนเลยแม้แต่น้อย เพราะงั้นเธอจึงไม่ใช่ดาร์กเอลฟ์แต่เป็นครึ่งนึงต่างหาก ดวงตาสีทองนั่น งดงามเกิดกว่าจะเข้ากันกับความมืดซะอีก แถมเจ้าหล่อนไม่ได้ถนัดเวทย์เพียงแค่เวทย์ไฟโบราณเท่านั้นด้วย

"พ่อของเธอที่เป็นมนุษย์น่ะหลงรักแม่ของเธอที่เป็นดาร์กเอลฟ์ จากนั้นก็มีเซ็กซ์กันจนได้เธอออกมาแล้วก็แต่งงานกัน ส่วนพี่น้องของพ่อของเธอน่ะถูกย้ายมาอยู่บนโลกแต่ด้วยความสะดวกสบายจึงไม่ได้ย้อนกลับไป และหลังจากที่รู้ว่าพ่อกับแม่ของเธอตายก็ได้มางานศพและไม่กลับมาอีก แต่แน่นอนว่ารูปพ่อกับแม่ของเธออยู่ที่บ้านของพวกเขาเพราะผมเห็นมาน่ะ

แล้วก็นะ ถึงจะบอกว่าลูกพี่ลูกน้องก็เถอะแต่ผมเป็นคนนอก จะไม่นับแบบนั้นก็ได้ แต่เธอก็คงไม่ได้คิดว่าผมโกหกใช่ไหมล่ะ?"

"..."

ไม่มีการตอบโต้ใดๆจากเธอ และถามจริง เจ้าเขาแดงไม่คิดจะสู้เลยรึไง? ต่างจากสองคนนั้นจริงๆ

-ตูม!-

"อ๊ะ! คุยอะไรกันเหรอ!"

"...ไหงปลิวมานี่ได้เนี่ย?"

สู้กันอีท่าไหนยับเยินขนาดนี้กัน แต่ว่าชุดโคตรจะคงทนแทบจะไม่ฉีกขาดเลย แต่ว่าจู่ๆก็พุ่งพรวดลงมาตรงหน้านี่ทำเอาตกใจอยู่นะ แล้วไม่ได้ยินที่พวกเราคุยกันเลยงั้นเหรอ? สมาธิไม่พอนะเนี่ย

"งั้นไปก่อนนะ!"

"...อา"

ว่าแล้วก็พุ่งฟิ้วไปนู่น แล้วเข้าปะทะกับแมมม่อนอีกครั้ง ดูเหมือนจะไม่ได้โม้เรื่องความสามารถแฮะ เจ้าโล้นตาตี่นั่นแข็งแกร่งจริงๆ แต่ว่าจะทนได้สักกี่น้ำกันเชียว? ไม่ได้หมายความในเชิงสิบแปดบวกเลยสักนิด..

"ผมไม่ได้อยากจะให้เธอรู้สึกเคืองหรอก ต่อให้เธอไม่เชื่อใจผมก็เชื่อใจฮินะซะ เชื่อใจสองคนนั้นแล้วให้ความร่วมมือซะ แบบนั้นแล้วไอ้พวกที่เธอตามหาอยู่ เมื่อมันโผล่หางออกมาเธอจะได้แก้แค้นได้สมใจอยากยังไงล่ะ"

"พี่คุโระคะ พี่ไม่ได้คิดว่าการแก้แค้นมันเป็นเรื่องไม่ดีหรอกเหรอคะ?"

"เปล่าเลย คนเรามีความคิดที่แตกต่างกัน และสำหรับผมแล้วการที่มีคนมาทำลายชีวิตที่สงบสุขของคนอื่นนั้นไม่นับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐหรอกนะ ถ้ามันกล้ามาทำให้ครอบครัวของผม ผมก็คงจะล้างแค้นแบบเดียวกับที่โครวคิดจะทำ ผมคงจะทรมานมันช้าๆ แล้วค่อยๆฆ่ามันซะ ผมอาจจะทำให้มันผิดหวังในตัวเพื่อนๆ ครอบครัว ถ้ามันมีลูกสาว น้องสาว พี่สาวหรือแม่สวยๆของมันผมจะจัดเตรียมเวทีให้เป็นพิเศษ เอาให้มันช็อกจนอยากจะฆ่าตัวตายแต่จะไม่ให้มันตาย ให้มันรับรู้ถึงความน่ากลัวของความทรมานและให้มันได้พบจุดจบแบบที่---"

"พี่คุโระคะ! นั่นมันมากเกินไปแล้วค่ะ!"

"...นั่นสินะ ผมไม่ได้เป็นตัวการของเรื่องนั้นสักหน่อย"

ผมพูดพลางเหลือบไปมองโครวอีกครั้ง

"ผมจะให้ความร่วมมือกับเธอ เพราะงั้นเธอก็ควรให้ความร่วมมือกับผมซะ"

"...ถ้าแกทำอะไรตุกติกต่อตัวข้า หรือท่านผู้กล้า ถ้าข้ารับรู้ว่าสิ่งที่เจ้าทำมันขัดกับการที่เจ้าพูดในครั้งนี้ข้าจะฆ่าเจ้าซะ"

"ได้เลย ถ้าคิดว่าทำได้นะ"

"เกลียดแกว่ะ"

"แต่ผมค่อนข้างจะชอบเธอนะ"

"อยากต่อยหน้าแกว่ะ นี่ยัยเตี้ย ถ้าข้าจะต่อยหน้าพี่ชายคนรักของแก แกจะว่าอะไรป่ะ?!"

"...ในกรณีนี้หนูอนุญาตค่ะ คนนิสัยไม่ดีสมควรจะถูกลงโทษ"

"อะฮะฮะฮะ"

นิลล่าหัวเราะแห้งๆ ส่วนเอวานั้นค่อนข้างจะเคืองนิดหน่อย ไม่รู้เหตุผลแฮะแต่ถามจริง แกไม่คิดจะเคลื่อนไหวบ้างรึไงกันเจ้าเขาแดง?

"ไม่คิดจะสู้แล้วรึไง? ทั้งๆที่สามารถหนีออกมาจากพลังของดวงตานี้ได้แท้ๆ"

"...ข้ามิอาจสู้ท่านได้หรอกฝ่าบาท"

"ไหงเรียกอย่างกับผมเป็นราชาของพวกแกกัน?"

"อย่างน้อยข้าก็คิดว่าท่านเป็น"

"..."

เจ้านี่มันบ้ารึเปล่า? ไม่นานมันก็ลุกขึ้น เมื่อมันต่อต้านพลังของดวงตาของผมได้ก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำให้มันคุกเข่าลง และมันก็ไม่มีเหตุผลที่จะสู้กับผม เพียงแต่ผมน่ะมีเต็มเลย

"ลองไปดูสิ ผมจะตามไปฆ่าแกแน่ๆ"

"แต่นั่นเป้นหน้าที่ของพวกข้า หน้าที่ที่ถูกบังคับมา ข้ามิอาจจะต่อต้านท่านจอมมารตนปัจจุบันได้หรอกฝ่าบาท"

"งั้นก็มาสู้กับผมซะ ยังไงแกก็ไม่ใช่ลูกน้องหรืออะไรที่อยู่ใต้อาณัติของผมอยู่แล้วนี่?"

"...ทำไมท่านถึง..."

"นั่นเป็นภรรยาคนสำคัญของผม ต่อให้พวกแกจะเคารพรักพ่อของผมแค่ไหน มีเหตุผลที่ต้องทำมากเท่าไรผมก็จะห่าพวกแกซะ ไม่ต้องห่วงหรอกต่อให้แกไม่เข้าไปยุ่งยังไงไอ้เจ้าโล้นนั่นก็ตายแน่ๆอยู่แล้ว"

"ท่านจะบอกว่าผู้กล้าคนนั้นแข็งแกร่งกว่าพวกเรางั้นเหรอ!?"

"ก็เออน่ะสิ ยัยนั่นน่ะแข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้ ต่อให้พวกแกเข้ารุมก็สู้ไม่ไหวหรอกน่า"

"อึ่ก...ถ้างั้นคงจะช่วยไม่ได้ถ้าข้าไม่จัดการท่านลงที่นี่!"

แล้วเจ้าเขาแดงก็พุ่งเข้ามาโจมตีผม และผมก็สวนกลับไปด้วยหมัดตรงเข้าเต็มเบ้าหน้า จากนั้นผมก็โจมตีฝ่ายเดียวด้วยการชก เสยเข่า เตะ ถีบ ทุกอย่างที่ไม่ใช้ดาบแม้จะยังถืออยู่ก็ตามที

†

†

†

[มุมมองที่สาม]

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

ณ สถานที่ซึ่งถัดจากจุดที่คุโรมิเนะ คุโระยืนอยู่ ฮินาตะ ฮินะที่เป็นผู้กล้าได้ใช้ความสามารถที่แท้จริงที่เธอฝึกมาอย่างลับๆเข้าสู้กับปีศาจผู้ซึ่งเป็นตัวตนแห่งบาปทั้งเจ็ด บาปแห่งความโลภ แมมม่อน

-ชิ้ง!-

"อึ่ก! เร็วจริงๆนะขอรับ แต่มันก็เพียงแค่นั้น!"

-ตุ้บ!-

แมมม่อนมีความสามารถที่หลากหลายแต่ก็มิได้โดดเด่นในด้านใดด้านนึงเป้นพิเศษ เขาเป็นปีศาจที่อ่อนแอแต่กลับกัน เขาสมดุลเกินกว่าจะมีใครรับมือได้ง่ายๆหากมิได้มีพลังที่เทียบเท่าหรือมากกว่าที่เขามี

ความเร็วของแมมม่อนแม้จะสู้ความเร็วระดับพระเจ้าของผู้กล้าอย่างฮินาตะ ฮินะไม่ได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเชื่องช้าจนสามารถมองเห็น 

ฮินาตะ ฮินะถูกถีบเข้าที่ท้องอย่างจังจนร่างกายกระเด็นกระดอนและร่วงลงตรงหน้าคุโรมิเนะ คุโระแบบพอดิบพอดี เพราะว่าเธอเป็นผู้กล้าที่มีความสามารถโดดเด่นจึงทำให้เธอสามารถตั้งตัวและกลับมาอยู่ในท่าที่พร้อมสู้ได้อีกครั้ง

"? อ๊ะ! คุยอะไรกันเหรอ!"

"...ไหงปลิวมานี่ได้เนี่ย?"

"...?"

ฮินาตะ ฮินะไม่ค่อยเข้าใจที่คุโรมิเนะพูดเท่าไรแต่ไม่นานเธอก็รับรู้ถึงความสงสัยที่คุโรมิเนะ คุโระมีต่อเธอพลางลูบหัวของตนและหัวเราะแห้งๆออกมาเล็กน้อย

"งั้นไปก่อนนะ!"

"...อา"

คุโรมิเนะ คุโระตอบรับฮินาตะ ฮินะหลังจากที่เธอตะโกนออกมาแต่ไม่ดังมาก ฮินาตะ ฮินะถีบพื้นและใช้ความเร็วอันเป็นเอกลัษณ์ของเธอพุ่งเข้าประชิดตัวแมมม่อนอย่างรวดและตวัดเคียวสีขาวที่ดูน่ากลัวของเธอโดยมิให้อีฝ่ายได้ตั้งตัว

"หลบได้ตลอดเลยนะ ถ้างั้น!"

-ฟิ้ว!-

"อะไรกัน!?"

ฮินาตะ ฮินะใช้ความสามารถของตนเปลี่ยนเคียวขนาดใหญ่ให้กลายเป็นอาวุธคู่ที่จับด้วยมือทั้งสองข้างของเธอ ทอนฟา นั่นคือชื่อของมันหากแต่ว่ามันไม่ใช่เพียงแค่ทอนฟาธรรมดาเท่านั้น แต่ว่าปลายของทอนฟามีใบมียาวคมเดียวอยู่ ต้องพูดว่ามันคือมีดยาวคมเดียวที่มีดีไซน์เป็นทรงของทอนฟาคงจะถูกต้องกว่ากระมัง

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความเร็วในการโจมตีของเธอเพิ่มขึ้น แลกด้วยระยะทำการของการโจมตีและอนุภาพของมัน ถึงแม้อย่างหลังนั้นจะไม่เท่าไรแต่อย่างแรกนั้นค่อนข้างจะหนักหน่วงทีเดียว

แต่ผลลัพท์ที่เธอทำได้นั้นค่อนข้างจะยอดเยี่ยม การโจมตีที่รวดเร็วจากทุกทิศทางซึ่งแมมม่อนต้องมานั่งเฝ้าจับตาไม่เพียงแค่จากจุดจุดเดียวหรือเพียงแค่สองจุด แต่มันมาจากทุกทิศทางจริงๆ และด้วยความเร็วที่เริ่มจะเหนือความคาดหมายของแมมม่อนเข้าไปทุกทีนั้นก็ทำให้การโจมตีต่อหนึ่งวินาทีเพิ่มจากสองเป้นสี่จุดทำให้แมมม่อมไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด

แต่ยังไม่เพียงแค่นั้น ความรวดเร็วของฮินาตะ ฮินะยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การโจมตีเริ่มจะเปลี่ยนจากสี่จุดต่อวินาทีเป็นหกจุดต่อวินาที และเพิ่มขึ้นจนถึงขั้นสูงสุดเท่าที่เธอจะทำได้ สิบจุดต่อวินาที หรือก็คือเธอสามารถโจมตีแมมม่อนได้หนึ่งทิศทางภายในเวลาศุนย์จุดหนึ่งวินาทีโดยที่แมมม่อนไม่มีที่ป้องกันและหลบหลีกได้ ต่อให้ทำได้ก็มีการโจมตีอื่นรออยู่อีกด้วย

บนร่างกายของแมมม่อนนั้น จากหนึ่งแผลเป็นสองแผล เป็นสี่แผล เป็นแปดแผล เป็นสิบหกแผล บาดแผลที่แม้จะไม่ได้ลึกและร้ายแรงมากมายแต่ก็อยู่ใกล้จุดตายบนร่างกายของแมมม่อนนั้นค่อยๆทวีคูรเพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่ที่เขาไม่สามารถป้องกันการโจมตีของฮินาตะ ฮินะได้

"หนอย! ข้าไม่ยอมถูกเล่นงานฝ่ายเดียวหรอกนะขอรับ!"

แมมม่อนคิดจะสวนกลับ แต่ถึงจะทำได้ก็ถูกหลบพ้นอยู่ดี เพราะงั้นแมมม่อนจึงโจมตีออกไปอย่างสุ่มๆอย่างต่อเนื่องแต่ไม่มีทีท่าว่าจะโดนฮินาตะ ฮินะเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าเขามั่นใจว่าการโจมตีที่เขาปล่อยออกมาทั่วทุกสารทิศนั้นจะทำให้ฮินาตะ ฮินะไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้แต่..

-ฉึก-

"อั่ก! ด...ไ.ด้ยังไงกัน!?"

"เราก็แค่ป้องกันและปัดป้องการโจมตีของแกทั้งหมดก็เท่านั้นแหละ!"

"ท...ทั้งหมดงั้นเหรอ!? คิดว่ามันมากขนาดไหนกัน!?"

ตราบใดที่การโจมตีถูกปล่อยออกมา ณ เบื้องหน้าของฮินาตะ ฮินะ มันก็จะถูกปัดทิ้งและขัดขวางไม่ให้เข้ามาใกล้พร้อมทั้งโจมตีสวนกลับไป และผลลับก็คือนี่

ดาบทอนฟา คมดาบของมันแทงทะลุหน้าอกของเจ้าแมมม่อนแต่มันไม่ได้ตายโดยสมบูรณ์ แมมม่อนมีหัวใจอยู่สองดวงสมกับเป็นปีศาจและดวงแรกของมันก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกับมนุษย์ปกติทั่วไป

ฮินาตะ ฮินะจ้องมองเขาที่ยังไม่ตายพร้อมกับสวนกลับมาอย่างสงสัย แต่ว่าด้วยเหตุผลที่หัวใจดวงนึงของมันถูกทำลายจึงทำให้แมมม่อนอ่อนแรงไปจนกว่ามันจะรักษาตัวเอง ซึ่งคงไม่มีเวลาที่จะทำอย่างนั้น

"ไม่ตายเหรอ? สมกับเป็นปีศาจ ต้องมีจุดอ่อนแน่ๆ"

"อึ่ก..."

แน่นอนว่าเขาต้องมีจุดอ่อน และหนึ่งในนั้นคือเวทย์แสงและเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ของผู้กล้า ฮินาตะ ฮินะใช้เวทย์แสงคลุมทั่งทั้งร่าง ไม่มีเหตุผลที่มันจะไม่ครอบคลุมอาวุธของเธอ เพราะงั้นบาดแผลนี่จึงสาหัสกว่าที่คาดเอาไว้

เธอมั่นใจว่าเธอแทงทะลุหัวใจของแมมม่อนไปแล้วแต่มันกลับไม่ตาย นั่นทำให้เธอคิดหาวิธีสู้ใหม่ และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้สู้กับปีศาจอีกด้วย แน่นอนว่าย่อมยากเย็นแม้จะเป็นตัวเธอที่เป็นผู้กล้าสุดแกร่งก็ตาม

จุดอ่อน...ต้องมีสักอย่างแหละน่า ...ฮินาตะ ฮินะคิดแบบนั้นในใจพลางตรวจสอบแมมม่อนด้วยความสามารถของตนเอง เพื่อหาโอกาสตอบโต้และจุดอ่อนร้ายแรงของมัน รวมไปถึงจุดตายที่แน่นอนอีกด้วย

ถ้างั้น... ฮินาตะ ฮินะเปลี่ยนอาวุธของตนให้กลายเป็นดาบคาตานะยาวซึ่งยาวกว่าความสูงของเธอแม้จะไม่ได้นับด้ามจับก็ตามที 

"ดาบนั่น....มันไม่ยาวเกินไปหน่อยรึขอรับ? แบบนั้นจะทำให้ความเร็วของท่านผู้กล้าตกลงนะขอรับ"

"เดี๋ยวก็รู้เองแหละ ฮ่าห์!"

-ฟิ้ว!-

ฮินาตะ ฮินะวาดดาบลงไปในแนวเฉียงลงมา แน่ล่ะเมื่อมันช้าลงก็ย่อมถูกหลบไปได้โดยง่าย แต่ว่าฮินาตะ ฮินะโง่ถึงขั้นนั้นเชียวเหรอ? เพียงชั่วพริบตาที่เจ้าแมมม่อนคิดจะกระโดดหลบการคาดเดาของฮินาตะ ฮินะก็ไปไกลจนถึงขั้นเตรียมการโจมตีซ้อนได้อย่างแม่นยำ

"!? สมแล้วที่เป็นผู้กล้า ดูเหมือนว่าชีวิตของข้าคงจบลงสิแล้วนะขอรับ?"

แมมม่อนยิ้มกว้างจนดูน่ากลัวในขณะที่ดาบของฮินาตะ ฮินะได้เปลี่ยนไปเป็นคาตานะที่มีขนาดสั้นลงหนึ่งส่วนซึ่งเป็นขนาดปกติของดาบคาตานะ

เมื่ออีกฝ่ายตัดสินใจกระโดดไปด้านหลัง ฮินาตะ ฮินะก็ได้รับชัยชนะแล้ว เธอเปลี่ยนดาบแล้วก้าวไปข้างหน้าสองก้าวด้วยความเร็ว จากนั้นก็ตวัดดาบขึ้นสะบั้นศีรษะของแมมม่อนที่ยอมรับในความพ่ายแพ้ และเมื่อไม่มีหัวต่อให้เป็นปีศาจ หากไม่ได้มีความสามารถในด้านนี้ไม่ว่าจะพูดอย่างไร สุดท้ายนั่นก็คือความตายอยู่ดี

"ขอให้สู่สุคตินะ แมมม่อน"

ก็ตามปกติ ถึงจะเป็นปีศาจแต่ฮินาตะ ฮินะก็อยากจะไว้อาลัยเขา อย่างน้อยๆเขาก็เป็นสิ่งมีชีวิต ที่อยู่บนโลกใบนี้มาก่อน

"เอาล่ะ! ทางนั้น....อะไรกันน่ะ?!"

เมื่อจบเรื่องแล้วเธอก็หันไปทางที่คุโรมิเนะ คุโระอยู่แต่ทว่า ภาพที่เธอเห็นนั้น ถึงแม้จะไกลแต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจน ปีศาจแห่งความมืดที่กำลังจะกลืนกินทุกอย่างได้ปรากฏตัว ณ เบื้องหน้าของคุโรมิเนะ คุโระและทุกๆคน



ตอนนี้สั้นหน่อย แต่คุณภาพรับประกัน....มั้งนะ? จริงๆควรยาวกว่านี้สำหรับส่วนบนแต่ว่ามันขยายความไม่ได้แล้ว เพราะว่ามันตัดบทในส่วนของฉากจบเอาไว้ ไปเป็นบทท้ายน่ะนะ

เพราะงั้นก็อย่าพลาดบทส่งท้ายล่ะ!



-เปรี้ยง!-

"อ๊าก!"

-ตู้ม!-

ดูไม่ได้เลยแฮะ ผมปล่อยหมัดเหวี่ยงใส่เบ้าหน้าของเจ้าเขาแดงแบบเต็มๆจนปลิ้วพุ่งไปชนกับสิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนจะเป็นตึกอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ได้สนใจ

"ถอยไปเถอะฝ่าบาท! ข้าไม่อยากสู้กับท่านนะ!"

"เมื่อกี้ยังอยากสู้อยู่เลยไม่ใช่รึไง?"

"นั่นมันในฐานะที่ท่านเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจต่างหาก"

"ผมในตอนนี้ก็เป็นมนุษย์ที่น่าสนใจ และเป็นศัตรูกับพวกแกนะ"

"อึ่ก...ถึงอย่างนั้นก็เถอะ!"

"อย่ามาทำเป็นอิดออดเลย เพราะต่อให้นายทุ่มสุดตัวแล้ว ยังไงก็เอาชนะผมไม่ได้หรอก"

"อย่ามาดูถูก ความโกรธที่พ่อของท่านสร้างขึ้นนะ!"

ดูเหมือนว่าเจ้าเขาแดงจะให้ความพ่อของผมเอามากๆเลยแฮะ แต่ว่านั่นไม่ได้เกี่ยวกับผมเลยแม้แต่น้อยนิด เมื่อเข้ามาโจมตีด้วยความโกรธเกรี้ยว การโจมตีย่อมดูออกได้ง่ายแม้จะรวดเร็วและดุดัน แต่มันก็เต็มไปด้วยความอ่อนหัด

"นี่น่ะเหรอความโกรธที่พ่อสร้าง? อ่อนแอจริงๆ"

-ฟุ่บ-

ผมฟันเจ้าเขาแดงด้วยดาบยักษ์ในมือของผม

"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!"

มันร้องเสียงดังลั่น เป็นความจริงที่ผมตัดแขนของมันทิ้งไปข้างนึง พร้อมกับบาดแผลขนาดใหญ่ที่กลางหน้าอกและเขาข้างนึงที่เกิดแผล

และในจังหวะที่ผมจะปลิดชีวิตมันนั้น จู่ๆก็...

"แหมๆ คุณทรยศผมแล้วสินะครับ แอสโมดิอุส"

"เจ้ามัน!? อั่ก!"

"คุณแอสโมดิอุสคะ!"

ด้านหลังของผมนั้นมีเรื่องเกิดขึ้นเล็กน้อยทำให้ผมต้องหันกลับไป ไม่รู้เลยว่าเจ้านั่นโผล่มาด้วย และมาตอนไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน นานแค่ไหนก็ด้วย เจ้านั่น...เหมือนมันไม่มีตัวตนเลย

"จ...เจ้ามาที่นี่...ได้ยังไงกัน?!"

"ข้าก็มาตามที่ท่านจอมมารของข้ารับสั่งมาน่ะสิ เพราะว่าท่านผู้นั้นได้บอกข้าไว้ว่า คุณจะทรยศพวกเราและมันก็เป็นจริง ถ้าน่าจะมาให้เร็วกว่านี้แต่ต่อให้มาช้ากว่านี้ผลมันก็ไม่เปลี่ยนหรอก"

"ปล่อยเธอนะคะ! **คลื่นกระแทก!**"

"หือ?"

ไม่ได้ผล? คลื่นกระแทกนั่นเป็นเวทย์พิเศษที่แม้แต่ผมก็ไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าเธอใช้ได้ แถมยังมีความสามารถมากพอที่จะทำให้แทบจะทุกอย่างถูกผลักกระเด็นแต่...มันใช้ไม่ได้ผลกับเจ้าบ้านั่น...

เจ้าบ้านั่นมันตัวอะไรกัน...ทำไมถึงออกแรงบีบคอแอสโมดิอุสที่พยายามดิ้นด้วยแรงมหาศาลแต่ไม่สามารถออกได้ด้วยท่าทีสบายๆกัน? เจ้าบ้านั่นหันไปมองเอวาด้วยสายตาที่ขุ่นเคืองแล้วยกมือขึ้นมา

"ข้าไม่มีธุระกับเศษสวะอย่างมนุษย์แบบพวกคุณหรอกนะ หายไปซะเถอะ"

"!!!"

-ฟิ้ว...-

-.....ตุ้บ-

อ....ไอ้บ้านั่น...มันทำอะไร...เอวาวะ

...ขยับไม่ได้ ร่างกายราวกับถูกพันธนาการเอาไว้ ร่างกายที่ไม่ต่างจากมนุษย์นี้ พลังแบบนี้เอาชนะไม่ได้แน่ๆ ถึงจะบอกว่าแข็งแกร่งแต่ร่างกายนี้ก็เป็นเพียงแค่ร่างกายของมนุษย์เท่านั้น

แล้วก็ ไอ้เจ้าบ้าที่ยิ่งยโสนั่น มันทำอะไรเอวากันแน่....!?

ร่างกายของเอวาที่ตอนนี้ผมได้ปิดช่วงดวงตาเอาไว้ ปากที่มีเลือดไหลออกมาไม่น้อย และมีบาดแผลขนาดใหญ่ตรงกลางหน้าอก ถึงจะบอกว่าใหญ่ก็เถอะแต่ว่ามันแค่มีขนาดราวฝาขวดเท่านั้น แต่นั่นมันก็ใหญ่เกินกว่าจะเป็นแผลฉกรรจ์แล้ว เพราะมันทะลุร่างกายของเอวาไป

เลือดของเอวาไหลแพร่กระจายไปทั่วทั้งพื้นดิน ผมเบิกตากว้าง ทั้งๆที่คิดว่าจะปกป้องแท้ๆ จะไม่ให้เหมือนเดิมอีกแล้วแท้ๆ จะต้องทำให้มีความสุขให้ได้แท้ๆ ทั้งๆอย่างงั้น...

"คุณเองก็ด้วย มนุษย์ผู้มีร่างกายที่แสนจะงดงามเอ๋ย"

-ฉัวะ!-

แค่สะบัดมือเท่านั้น ร่างกายของนิลล่าก็มีบาดแผลที่ถูกดาบฟันกว้างตัดผ่านหัวไหล่ขวาไปยังเอวด้านซ้าย ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้องใดๆ 

-ตุ้บ-

ร่างกายร่วงหล่น นอนลงกับพื้นดินพร้อมเลือดที่ไหลรินออกมาจำนวนมาก ผมกัดฟันแน่น 

มันต้องไม่ใช่แบบนี้ ความสุขของพวกเธอผมรับมาหมดแล้ว แต่ผมกลับปกป้องเอาไว้ไม่ได้ มอบความสุขให้พวกเธอไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว

"เอวา..."

"พี่...คะ"

นึกว่าจะไม่มีเสียงตอบกลับจากร่างกายที่ไร้วิญญาณแต่ดูเหมือนว่าด้วยความเป็นตัวตนของเอวาจะไม่เป็นแบบนั้น ผมก้าวช้าๆเข้าไปใกล้เธอ ด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้มเพราะความโกรธเกรี้ยวที่ถึงขีดสุด

จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าลงมือฆ่าเจ้าเขาเดียวที่อยู่ข้างๆไปตั้งแต่เมื่อไรกันแน่ ราวกับตัดบทยังไงยังงั้นแต่นั่นผมไม่สน ผมเดินอย่างช้าๆไปหาเอวาที่พยายามถอดแหวนที่นิ้งนางข้างซ้ายออก แล้วก็จับมือของเธอเอาไว้

"ผมจะช่วยเธอเอ---"

"ไม่ไหวหรอกค่ะ หนูไม่น่าประมาทเลย อีกเดี๋ยวก็คงจะหายไปแล้วล่ะค่ะ เพราะงั้น...อยากให้เก็บนี่เอาไว้ค่ะ เผื่อว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้ง"

"อะไรกัน? มันจะจบง่ายๆขนาดนี้เลยเหรอ? ชีวิตของเธอน่ะจบลงได้ง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ?!"

"ตะโกนออกไปก็ไม่ได้อะไรหรอกนะคะ หนูน่ะไม่ได้แข็งแกร่งแบบนั้นสักหน่อย พี่คุโระเองก็ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกนะคะ กับศัตรูที่เอาชนะไม่ได้อย่างแน่นอนแบบนั้น ถ้าไม่ใช่พี่คุโระในสภาพที่ควรจะเป็น ก็คงไม่มีใครเอาชนะได้หรอกนะคะ"

"เธอรู้เรื่องนั้นเหรอ?"

"เหมือนกับที่พี่คุโระรู้เรื่องของหนูยังไงล่ะคะ"

".....เธอพูดเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลยนะ น้ำเสียงก็ไม่ได้ติดขัดเหมือนคนจะตายด้วย"

"หนูไม่ใช่มนุษย์นะคะพี่ก็รู้อยู่นี่?"

เธอเลิกคิ้วอย่างน่ารักจนผมต้องเข้าไปจูบ แม้จะมีรสชาติของเหล็กที่ปนมาด้วยแต่นั่นไม่ทำให้ผมถอยห่างจากเธอเลย

"ฮาห์ ...จริงๆเลยนะคะ ชอบจูบจังเลยนะพี่น่ะ"

"...ชอบเธอต่างหาก ไม่ใช่เพราะจูบแต่เป็นเพราะเธอต่างหาก"

"ฮึ อยากให้ตัวพี่คนก่อนที่จะรักหนูมาเห็นจริงๆ คงจะขมวดคิ้วหงุดหงิดน่าดู"

"เพราะเธอนั่นแหละ"

"ฮะฮะฮะ ...ถ้างั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ ไว้เราพบกันอีก...สักวันนึง"

ผมกุมมือเธอเอาไว้แน่นแล้วพยายามหยุดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา รอยยิ้มที่ผมเห็น ไม่ได้มีความโศกเศร้าหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อยนิด

"ก่อนจะจาก ช่วยบอกชื่อจริงๆของเธอหน่อยจะได้รึเปล่า?"

"ได้สิคะ ชื่อของหนูน่ะ...เอลคาโน่ วอน อาร์คัส ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถตัดผ่าได้แม้กระทั่งมิติ นั่นคือตัวตนที่แท้จริงของหนู วิญญาณภูติศักดิ์สิทธิ์ค่ะ"

เธอยิ้มแล้วก็พูดเสริมอีกเล็กน้อย

"แต่ตอนนี้หนูน่ะ ชื่อว่าเอวา อยากให้พี่คุโระจดจำหนูในฐานะน้องสาวและภรรยาคนสำคัญ คุโรมิเนะ เอวาค่ะ"

"อา เธอคือหัวใจของผม ผมไม่มีทางจะลืมหรอก"

"หนูดีใจ...ที่ได้ยินแบบนั้นค่---"

-พรึบ!-

-กริ้งๆๆๆๆๆๆๆ-

ร่างกายของเอวาหายไป หลงเหลือไว้เพียงเสื้อผ้าและแหวนแต่งงานของเราเท่านั้น และนอกจากนั้นก็...

ร่างที่แท้จริงของเอวา ดาบขนาดใหญ่ที่มีสีดำเป็นโทนหลักและสีขาวเป็นลวดลายเสริมอย่างงดงาม ดาบที่มีรูปร่างเป็นเอกลัษณ์ มีคมสองคมด้ามจับยาว รวมกับใบดาบแล้วยาวยิ่วกว่าสองเมตรอย่างเห็นได้ชัด

ดาบที่ว่านั่น...ปักอยู่ตรงหน้าของผม ผมซับน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาเล็กน้อยแล้วก็เก็บแหวนของเธอ พลางจับมือของนิลล่าเอาไว้ และเก็บแหวนของนิลล่าออกมาเช่นกัน

ชีพจร...ไม่เต้นจริงๆด้วย

เผื่อว่าเธอจะยังไม่ตาย ผมสัมผัสได้ว่าเธอตายตังแต่ที่ถูกฟันแล้ว ต้องพูดว่าทันทีที่ถูกฟันและร่างกายร่วงลงกับพื้น เพียงแค่ห้าวินาทีเธอก็สูญสิ้นลมหายใจ ไม่มีวิญญาณของทั้งสองคนอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว ผมสวมแหวนที่ปรับขนาดของเอวาไว้ที่นิ้วกลางซ้าย ตำแหน่งใกล้กับแหวนของผม

กำไลนี่ถ้าใส่มันเอาไว้ที่แขน...ต่อให้ใครจะมองยังไงก็อยากจะใส่เอาไว้ ผมคิดพลางสวมมันทั้งน้ำตาแต่ทว่า...มันไม่ยอมขยาย และใส่ไม่ได้สักนิ้วด้วย

"..."

"หือ? คุณเป็นใครกันแน่ที่ออกจากการควบคุมของผมได้? ...เฮ้อ นี่ก็ครั้งที่สามสิบห้าแล้วไม่คิดจะตอบจริงๆสินะครับ?"

"หุบปากเน่าๆของแกไปซะไอ้สารเลว ชั้นไม่มีหน้าที่จะต้องตอบคำถามนั้น"

"ว่าไงนะ?"

...ทำไมมันขยายแยกออกรวมกับปลอกคอแบบนั้นกัน? มีความหมายอื่นงั้นเหรอ? ไม่มีอะไรจะดูด้วยสิว่ามันคืออะไรกันแน่ เสียดายที่ไม่ม่ีสกิลแบบนั้นจริงๆ

-....พรึบ!-

-ฟูมมมมมมมมมมมมม!!-

หือ? อ่า สงสัยต้องใช้นั่นสินะ? ร่างกายของผมถูกย้อมไปด้วยความมืดสีดำ ห่อหุ้มไปทั่วร่างกาย ดวงตาของผมก็เป็นดวงตาของจอมมารเพราะงั้นจึงเป็นสีแดงสดแน่นอน อา ความรู้สึกแบบนี้....ไม่รู้สึกว่าจะแพ้เลยแฮะ

แต่ว่า ไม่ว่าจะทำยังไงก็ลดความโกรธนี่ลงไม่ได้เลยแฮะ อา...โคตรจะโมโหเลย โกรธสุดๆ ทำกันได้ลงนะ จบง่ายเกินไป ตายง่ายเกินไป มนุษย์ก็แบบนี้แหละ ต่อให้ไม่ใช่ถ้าอ่อนแอก็แบบนี้แหละ

'ฉัน...ชอบคุโรมิเนะ คุโระคุงนะ เพราะงั้นแล้ว...ไว้เจอกันอีกครั้งนะคะ' อาจารย์พูดเอาไว้แบบนั้น ...หนอย ทำให้นึกถึงภาพครั้งนั้นซะได้ รอบของหัวหน้าห้องก็...

'อย่าโกรธตัวเองเลย นั่นไม่ใช่ความผิดของนายหรอกนะ ฉันน่ะ ถ้าได้รู้จักกับนายก่อนหน้านี้ก็คงจะดีหรอก' คุณหัวหน้าห้องพูดแบบนั้น ผมจำได้ดีเลย พยายามลืมแล้วด้วย แต่ลืมไม่ได้สักที...

"แกน่ะ...นับความผิดของตัวเองเอาไว้รึยัง?"

"คุณต้องการจะพูด---"

"ความผิดของแกมีมากมายนัก หนทางที่จะลบล้างความผิดนั้นไม่มีเลยแม้แต่ทางเดียว"

"อะไรของคุณกัน...หือ? คุณ...ไม่ใช่มนุษย์ยังงั้น---"

"ความผิดของแก จะต้องชดใช้ด้วยชีวิตของแกเท่านั้น"

"อย่างน้อยๆก็ฟังข้าหน่อยก็ดีนะ ช่างเถอะแต่คุณนี่มันอวดดีชะมัด ข้าจะฆ่าคุณซะ และจะแสดงให้เห็น ว่าตำนานเทวะของข้ากับชีวิตอันแสนต่ำต้อยของคุณนั้นมันต่างกันแค่ไหน"

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว