ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2560 20:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 11
แบบอักษร

-11-



เสียงเคาะห้องดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ คนนั่งในห้องกำลังพยายามคุมสติตัวเอง เพื่อจะได้ไม่โมโหหากต้องเจอหน้ากับคนที่ตัวเรียก กรพัฒน์กระแอมเบาๆ พร้อมตะโกนอนุญาต พอประตูเปิดออก ใบหน้าขาวของปูนก็ยื่นเข้ามาก่อน พอเห็นว่าเจ้าของห้องนั่งนิ่งไม่ยอมพูดก็เลยเดินตัวลีบเข้ามา

ปูนไม่ได้กลัวว่าจะถูกด่า แต่กลัวว่าจะถูกไล่ออกมากกว่า ก็นั่นมันเวลางานอย่างที่กรพัฒน์ถาม ว่าทำไมถึงลงมากินเวลานี้ จะโทษคนอื่นก็ไม่ได้ ในเมื่อตัวเองผิดจริง

“ขอโทษที่ลงมากินข้าวตอนเวลางานครับ” ทันทีที่มายืนหน้าโต๊ะ ปูนก็รีบยกมือขอโทษทันที จนคนเรียกทำหน้างง “ต่อไปผมจะ...”

“เดี๋ยวๆ” กรพัฒน์รีบยกมือห้ามคนที่เหมือนจะพูดคนละเรื่องกับเขา “พี่ไม่ได้เรียกปูนมาเพื่อด่าเรื่องกินข้าว” 

“อ่าว” ปูนกระพริบตาปริบๆ ตอนอินเดินมาส่ง ก็ได้บอกแล้วว่าบริษัทนี้ไม่ได้เคร่งเวลาเรื่องกินข้าว จะลงมากินตอนไหนก็ได้ที่จะไม่กระทบกับงานที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ แต่งานของปูนกระทบแน่นอนเมื่อไม่ได้บอกใครก่อน “ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้ แล้วเรียกผมมาทำไมหรือครับ”

“เรื่องแรกคือแทนตัวเองว่าผมนี่แหละ” กรพัฒน์ลุกออกจากเก้าอี้มาหาปูน มือใหญ่จูงอีกคนมานั่งที่โซฟาตัวยาว “ทำตัวเหมือนเดิม พี่ก็คือพี่”

“ไม่ได้หรอกครับ อยู่ที่นี่คุณเป็นเจ้านาย” พูดยังไม่จบดี ปากแดงก็ถูกนิ้วชี้คนตรงหน้ายกขึ้นแตะห้าม 

“ไม่มีคำว่าเจ้านายกับลูกน้องสำหรับปูน” เจ้าของห้องยิ้มอย่างอบอุ่น “ใจจริงอยากให้ปูนมานั่งในห้องนี้ด้วยซ้ำ” ว่าแล้วก็มองไปรอบๆ ห้องทำงานตัวเอง “เอาโต๊ะมาวางข้างๆ พี่ดีไหม ปูนจะได้ไม่ต้องไปทำงานที่นั่น ดูสิ ไม่มีเวลากินข้าวอีก” 

“ไม่เอาหรอก ขืนเข้ามานั่งในห้องนี้ พนักงานคนอื่นได้นินทาตายเลย สำหรับปูนไม่เป็นไร แต่พี่กรนี่สิ” 

“พี่ดีใจที่ปูนเป็นห่วงพี่” กรพัฒน์รู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย ตอนอยู่โรงอาหารนั่น ปูนทำท่าเหมือนไม่อยากจะยุ่งกับเขา ตอนนั้นโคตรใจแป้วอย่างหนักหน่วง “แต่พี่มีเรื่องไม่สบายใจอยู่” 

“เรื่องไม่สบายใจ?” ปูนเลิกคิ้วมองหน้าคนตีหน้านิ่ง “เรื่องอะไรหรือครับ”

“ก็ที่ปูนไปทำตัวสนิทสนมกับอิน เอ่อ ตากล้องของบริษัท” บอกไปตามตรงจนถูกขำ “พี่ไม่ตลกนะ พี่รู้ว่าปูนอัธยาศัยดี แต่บางทีก็ควรมีขอบเขตบ้าง” ซึ่งขอบเขตที่ว่านั้น เป็นเรื่องที่ปูนก็พอรู้ว่าอะไร 

“ปูนไม่ได้สนิทมากสักหน่อย พี่เขาคุยสนุกดี” รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบใจและค่อนไปทางหวง แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อยังต้องทำงานที่นี่ การผูกมิตรกับทุกคนมันต้องดีกว่าตีหน้าบึ้งไม่ยอมเข้าหาใคร แบบนั้นคงโดนเกลียดแน่ “อีกอย่าง พี่กรก็แสดงออกมากเกินไป แค่นี้เขาก็เอาไปพูดกันแล้วเรื่องของเรา”

“พี่อยากบอกเลยมากกว่า แต่ติดที่ปูนยังไม่ยอมรับพี่แค่นั้น พี่ยังรออยู่นะ” ความต้องการรอฟังคำตอบถ่ายทอดออกมาทางสายตาที่แน่วแน่ ปูนทำได้แค่ก้มหน้างุดด้วยความเขิน เวลาถูกสายตาจริงจังนั่นมองมา รู้สึกใจเต้นแรงทุกครั้ง

“ก็ไหนบอกจะให้เวลา” พูดทั้งที่ยังก้มหน้า

“เหลืออีกไม่กี่วันแล้ว อาทิตย์หน้าพี่จะไปดูงานเมืองนอก” คำบอกของกรพัฒน์ทำให้ปูนเงยหน้าขึ้นมอง “พี่อยากได้ยินก่อนไป...ได้ไหมครับ” 

“...มั้ง” ริมฝีปากบางเม้มแน่น ทั้งที่ในใจก็มีคำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่กล้าพูดออกไปก็เท่านั้น 

"ถ้าปูนปฏิเสธนะ พี่จะร้องไห้ให้ดู” แกล้งทำเป็นพูดเล่น แต่ก็หวังอย่างจริงจังว่าจะได้รับคำตอบที่ตรงใจ ปูนหัวเราะออกทันทีที่ได้ยิน “พูดจริงนะ เดี๋ยวให้ไอ้เกนมาร้องไห้เป็นเพื่อนอีกคน”

“สรุปพี่กรจะร้องหรือเกนร้อง” 

“ทั้งคู่นั้นแหละ” 



ระหว่างที่ทั้งคู่หัวเราะชอบใจอยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออก คนมาใหม่แอบผงะตกใจเล็กน้อยที่เห็นอารมณ์คนบูดหายไป กลายเป็นคนอารมณ์ดีหัวเราะอย่างสดใส พอลยกมือเกาท้ายทอยนิดๆ ด้วยความมึน 

“ทำไมไม่เคาะประตู” กรพัฒน์รีบปรับสีหน้าทันที ปูนก็รีบผุดลุกขึ้นยืน 

“อ่าวเหรอ” เหมือนจะทำประชด พอลถอยไปเคาะประตูห้องพร้อมทำใบหน้าอยากรู้เต็มแก่ ดวงตาซุกซนกำลังลอบสังเกตคนแปลกหน้าที่ยังยืนอยู่ “พอใจไหมไอ้คุณกร แล้วนี่...”

“สวัสดีครับ ผมขอตัวก่อน” ปูนทำท่าจะเดินหนี แต่พอลไวกว่าคว้าแขนขาวได้ทัน พอมองในระยะประชิดแบบนี้ เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นผู้ชายที่สวย ผิวพรรณก็ละเอียดเนียนนุ่มเหมือนผู้หญิง 

“ปล่อย” ไม่พูดเปล่า คนสั่งลุกขึ้นมาดึงมือที่จับแขนขาวออก 

“แหม มีหวงนะมึง” อดไม่ได้ที่จะล้อเพื่อน เริ่มเข้าใจบางเรื่องแล้วล่ะ คนที่ทำให้เพื่อนสนิทมีอารมณ์แปรปรวน ไม่ใช่เพราะวัยทอง แต่เพราะฮอร์โมนความรักกำลังพลุ่งพล่านอยู่นี่เอง ก็กรพัฒน์ดูง่ายจะตายไป “สวัสดีครับ เมื่อกี้เราเจอกันแล้ว จำได้ไหม”   “ครับ” ปูนพยักหน้าก่อนจะช้อนตาขึ้นมอง ดวงตากลมโตนัยน์ตาเหมือนกวางกำลังจ้องคนทะเล้นตรงหน้า คนๆ นี้ดูเป็นเพลย์บอยตัวจริง รอยยิ้มกรุ้มกริ่มนั่นไม่เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ใจไม่แข็ง

“โอ้” ทันทีที่ได้สบตา คล้ายกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นเข้าสู่ร่างกาย พอลรู้สึกชาไปทั้งร่าง มันเหมือนถูกไฟช็อตทั้งที่ไม่ได้สัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าสักชิ้น ตอนจับแขนเมื่อกี้เห็นไม่เต็มตาเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ เต็มๆ “น่ารักเหี้ย” เผลอมองนานเข้า พอลก็หลุดคำอุทานออกมาตรงๆ และคงจะจ้องนานกว่านี้หากไม่มีคนตัวใหญ่มาขวาง แถมบังซะมิดอีก 

“มีอะไร” กรพัฒน์ยกแขนขึ้นกอดอก แม้พอลจะเป็นเพื่อน แต่จ้องนานๆ แบบนี้เขาก็ไม่โอเค “ถ้าไม่มีก็ออกไป”

“มึงนี่นะ ขัดกูจริงๆ” พอลตีหน้ายุ่งใส่เพื่อน หลายครั้งที่ยืดคอมองคนด้านหลัง แต่กรพัฒน์ก็โยกตามตลอดจนสุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ “เขาสรุปมาแล้วว่านางแบบที่จะถ่ายคือใคร”

“ใคร” 

“คริสตี้” แค่ชื่อนี้หลุดออกจากปากพอล กรพัฒน์ก็เบือนหน้าหนี ต่างจากปูนที่ทำตาโตเพราะรู้เรื่องราวดีจากคำบอกเล่าของโรส “ถ่ายให้ห้องเสื้อเสร็จก็จะมาถ่ายปกให้เรา แล้วก็กลับ” 

“อืม” ตอบรับสั้นๆ ไม่ทำให้คนมาบอกข่าวเข้าใจ “อะไรอีก”

“มึงจะไม่แสดงอาการหน่อยเหรอวะ อย่างเช่นตกใจ ดีใจ อะไรแบบนี้” 

“กูต้องทำด้วยเหรอ” บอกอย่างไม่ยี่หระ กรพัฒน์ถอยมานั่งที่โซฟา และก็ไม่ลืมดึงมือปูนมานั่งข้างๆ ด้วย “มึงก็เลือกคนเสริมทีมเข้าไปอีก งานจะได้เสร็จไวๆ” 

“ดูมัน...แล้ว เอ่อ” พอลอ้ำอึ้งเมื่อจะพูดถึงเรื่องส่วนตัว กลัวว่าคนนอกอย่างปูนจะเอาไปเล่า 

“อะไร” เห็นเพื่อนไม่ยอมพูดสักทีก็อดที่จะถามไม่ได้ แต่พอเห็นพอลมองมาที่ปูนก็เริ่มเข้าใจ “พูดเถอะ” แม้จะได้รับอนุญาต แต่พอลก็ยังไม่ยอมพูดอีก “กับปูนกูไม่เคยมีความลับ” 

“นั่นไง กูว่าแล้ว” พอลตบมือฉาดใหญ่เมื่อเพื่อนยอมรับออกมาตรงๆ ไม่อยากจะเชื่อ เสือผู้หญิงอย่างกรพัฒน์ จะตกหลุมรักผู้ชายหน้าหวานได้ แถมยังดูหลงมากซะด้วย “คบกันหรือครับ” ว่าแล้วก็หันไปถามปูนบ้าง คนถูกถามได้แต่กระพริบตาปริบๆ ไม่กล้าตอบ 

“พูดมาก จะพูดอะไรก็รีบๆ พูด” รำคาญทั้งสายตาและท่าทางของเพื่อนจนต้องแสร้งทำหงุดหงิดใส่ 

“ก็เกนไง มึงไม่อยากให้แม่ลูกเขาเจอกันเหรอวะ” จบประโยคกรพัฒน์ก็นิ่งทันที “นานๆ จะกลับมาทีนะเว้ย” 

“อยากเจอก็ให้มาหาเอง กูก็เคยบอกไว้แล้วนี่” 

“แต่ถ้ามึงไม่อนุญาต ใครจะกล้าวะ” 

สมควรล่ะ ทิ้งไปตั้งแต่เด็ก จะกล้ามาเรียกร้องก็คงไม่ได้ กรพัฒน์ขมวดคิ้วคิดหนัก ถ้าเกิดให้เจอก็ไม่รู้ลูกชายจะเป็นยังไง เพราะสิ่งที่ต้องรักษามากที่สุด คือความรู้สึกของลูกชาย 

“ไว้บอกอีกที” กรพัฒน์บอกปัดๆ ในตอนนี้ยังคิดไม่ออกจริงๆ ถ้าเกิดเกนได้เจอแม่ที่ทิ้งไปตั้งแต่เกิด ความเสียใจมันจะมากแค่ไหน “ไม่มีอะไรแล้วก็เชิญ” ออกปากไล่แบบสุภาพเมื่อยังเห็นเพื่อนทำท่ากระลิ้มกระเหลี่ยคนข้างกายเขา 

“ไว้เจอกันนะครับ” โบกมือลาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนเดินพ้นประตู ยังยื่นหน้ามาขยิบตาให้ปูนอีกรอบแล้วรีบวิ่งหนีไป ไม่งั้นหนังสือที่วางบนโต๊ะได้ปลิวมาติดหัวเขาแน่นอน 

หลังจากพอลไปแล้ว ปูนก็สังเกตเห็นกรพัฒน์เงียบไป คงเพราะกำลังคิดเรื่องของลูกชายและอดีตภรรยาอยู่แน่ ด้วยความที่ไม่อยากกวน อีกอย่างก็ออกมานานแล้ว ตอนนี้คนที่แผนกคงกำลังตามหาอยู่ ปูนเลยถือโอกาสค่อยๆ ลุกขึ้น

“จะไปไหน” ลุกยังไม่ทันเต็มความสูงก็มีมือคว้าหมับไว้จนต้องนั่งลงอีกรอบ สายตาคมหันมามองต้องการคำตอบ

“ปูนออกมานานแล้ว เดี๋ยวเขาจะว่า” 

“ใครมันจะกล้า ลองใครว่าปูนดู พี่จะตัดเงินเดือนให้หมด” ดูจากน้ำเสียงและสีหน้าไม่ใช่การล้อเล่นอย่างแน่นอน ปูนส่ายหน้าให้กับความคิดนี้อย่างไม่เห็นด้วย 

“เจ้านายถ้าทำตัวไม่มีเหตุผล ระวังถูกนินทานะครับ”

“ใครว่าไม่มีเหตุผล” 

“ก็ได้ครับ ก็ได้ งั้นปูนไปนะ พี่กรจะได้ทำงานต่อ” บอกเสร็จก็จะเดินออกจากห้อง พอดีกับประตูถูกผลักเข้ามา  ต่างฝ่ายต่างตกใจ “ขอโทษครับ” 

“ขอโทษเหมือนกันนะคะ เอ๋” เสียงดัดให้แหลมอย่างผู้หญิงร้องเสียงหลง “น้องคนนั้นนี่ ใช่ไหม” ปูนเงยหน้าเมื่อถูกทัก คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่เคยชวนปูนมาถ่ายแบบนั่นเอง “ใช่จริงด้วย”

“สวัสดีครับ” ปูนยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้ม พยายามไม่สนใจสายตาที่มองประเมินเขาทั้งตัว 

“ทำไมใส่ชุดของบริษัทล่ะ หรือว่าทำงานที่นี่” 

“ครับ เพิ่งเริ่มงานวันแรก” 

“ก็ว่า ถึงไม่เคยเห็น อยู่แผนกไหนล่ะ” 

“คอสตูม” เสียงทุ้มตอบแทน กรพัฒน์เดินมาหาสองคนที่ยืนหน้าประตู “มีอะไรแอมมี่”

“พอดีแอมมี่จะเอาคอลเลคชั่นใหม่มาให้” แม้จะตอบเจ้านายตัวเอง แต่สายตาเคลือบสีสันยังคงมองคนตัวขาวอยู่ “แล้วก็แบบชุดที่ทางผู้จัดการคุณคริสตี้ต้องการค่ะ เขาอยากได้คอนเซ็ปวินเทจนิดๆ” 

ปูนพอเห็นทุกคนทำงานก็ค่อยๆ ถอยออกมาเพราะประตูเปิดไว้อยู่แล้ว ร่างผอมถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง กว่าจะออกมาได้ก็แทบตาย ขาเรียวกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปยังห้องสตูดิโอที่ใช้ทำงาน เพียงแค่เปิดประตูเข้าไปก็เหมือนเข้าไปยังอีกโลก ซึ่งเป็นโลกที่มีแต่ความวุ่นวายและเสียงโหวกเหวกสะท้อนไปทั่วบริเวณ 

“น้องปูน ไปไหนมา” แอ้นรีบปรี่เข้ามาหาพร้อมดึงให้ปูนเข้าไปด้านในทันที โดยที่ปูนโค้งศีรษะขอโทษทุกคนที่มาช้า 

งานเสื้อผ้าเป็นงานที่หนักและละเอียดมาก ปูนคอยสังเกตการณ์ทำงานของทุกคนอย่างตั้งใจ มีหลายครั้งที่คนสอนจะให้ลองทำ แม้จะช้าแต่ก็พอใช้ได้ จนถูกชมอยู่บ่อยครั้งว่าเรียนรู้เก่ง ปูนมองทุกคนที่รายล้อมอย่างใจชื้น เพราะที่นี่ต่างจากที่คิดไว้ตอนแรก ที่จะมีแต่การแย่งชิงความเด่นดัง กลายเป็นว่าตอนนี้ชักอยากทำงานที่นี่ไปนานๆ ซะแล้ว



***



ในขณะที่ปูนมีความสุขในการทำงาน กรพัฒน์ก็กำลังเคร่งเครียด เขาต้องเคลียร์งานทุกอย่างก่อนจะบินไปเมืองนอก อีกอย่างที่ทำให้วิตกคือคนที่เพิ่งมาทำงานวันนี้อย่างปูน ไม่ใช่กลัวว่าจะทำไม่ได้ แต่เพราะกลัวจะถูกใครเข้าหามากเกินไป พอนึกแล้วก็แปลกใจนิดๆ ที่ตัวเองกลายเป็นคนขี้หึงหนักตั้งแต่เมื่อไหร่ แบบนี้แหละนะ ที่ไอ้พอลชอบว่า รักมาก ก็หึงแรงเป็นธรรมดา

“...คุณกรคิดว่าไงคะ” คำถามที่ไม่ได้ผ่านเข้าหูเรียกสติให้กรพัฒน์สะดุ้ง “ที่แอมมี่ว่าน่ะค่ะ คุณกรว่ายังไง เห็นดีด้วยไหมคะ”

“โทษทีนะแอมมี่ เมื่อกี้คุณถามอะไรผมนะ พอดีผมคิดอะไรเพลินไปหน่อย” รู้สึกผิดนิดๆ เหมือนกันที่ไม่ได้สนใจงานตรงหน้า ผู้จัดการมือเอกของบริษัททำหน้าสงสัยเล็กน้อยเพราะปกติเจ้านายไม่เคยเหม่อลอย แต่ก็ย้อนกลับไปอธิบายใหม่อีกรอบ 

“แอมมี่กำลังคิดคอนเซ็ปปกของเดือนหน้าน่ะค่ะ ว่าอยากได้คอนเซ็ป Androgynous คุณกรคิดว่ายังไงหรือคะ” 

“เอานายแบบผู้ชายมาแต่งชุดผู้หญิงน่ะเหรอ ก็น่าสนนะ แล้วจะเลือกคนไหนล่ะ” กรพัฒน์ยกขาขึ้นไขว่ห้างมองลูกน้องคนเก่งยิ้มพราย ดวงตาพราวระยับดูเหมือนจะมีอะไรในใจ “นายแบบหน้าสวยเราก็พอมีใช่ไหม”

“แต่แอมมี่อยากได้นายแบบหน้าใหม่ ตอนนี้มองไว้แล้วค่ะ” 

เพียงแค่เห็นรอยยิ้มของลูกน้อง กรพัฒน์ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใครที่ถูกเลือกไว้ในใจ ซึ่งเขาไม่มีทางยอมแน่ๆ

“ผมไม่อนุญาต” ประกาศคำสั่งออกไปจนคนที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หันมามองด้วยความสงสัย 

“คุณกรหมายความว่ายังไงหรือคะ”   “ก็คนที่คุณคิดไว้ คือเด็กคนเมื่อกี้ใช่ไหม” พอได้รับการพยักหน้าตอบ กรพัฒน์ก็ยกขาที่ไขว่ห้างกลับมานั่งท่าปกติพร้อมทำหน้านิ่ง “คนนั้นผมไม่อนุญาต”

“ทำไมล่ะคะ น้องเขาใช่เลยนะคะ รับรองถ้าขึ้นปกพร้อมคอนเซ็ปนี้ น้องเขาจะต้องดังแน่นอน” แอมมี่พูดอย่างมั่นใจ เพราะเขาไม่เคยมองใครพลาดแม้แต่คนเดียว 

“นั่นก็ยิ่งไม่อนุญาต” ไม่มีเหตุผลต่อท้ายอะไรจนแอมมี่แทบอยากทึ้งผมหัวเอง 

“คุณกรขา ตอนนี้น้องเขามาทำงานกับเราแล้วนะคะ เป็นโอกาสที่ดีมาก” แอมมี่ยังไม่ยอมแพ้ ก็ในเมื่อเห็นปุ๊บก็รีบผุดแนวคิดนี้เลย รับรองเลิศ

“เอาตามที่ผมบอก ถ้าจะถ่ายอย่างที่คุณคิด ก็เอานายแบบคนอื่น อ้อ อย่าแอบไปเกลี่ยกล่อมเขาด้วย ถ้าผมรู้ คุณจะถูกหักโบนัส” กรพัฒน์ชี้นิ้วสั่ง ก่อนจะลุกไปนั่งที่เก้าอี้ทำงาน เพราะบนโต๊ะยังมีแฟ้มที่ต้องอ่านอีกมาก 

ส่วนคนถูกสั่งห้ามค่อยๆ ลุกออกจากห้องไปด้วยความไม่เข้าใจ แอมมี่เดินออกห้องมาเจอหน้ากับเจ้านายอีกคน พอลทักทายตามสไตล์ด้วยการขยิบตา แต่เห็นอีกคนไม่ขยิบตอบกลับอย่างเช่นทุกทีก็สงสัย 

“เป็นอะไรจ๊ะคนสวย ทำหน้าบึ้งระวังต้องไปฉีดโบท็อกซ์ใหม่นะ” เป็นคำทักทายที่ฟังแล้วควรจะได้คำตอบกลับ แต่อีกฝ่ายยังคงนิ่ง “เป็นอะไรเนี่ย วันนี้ทำไมมาแปลก”

“แอมมี่กำลังคิดว่าคุณกรแปลกๆ” 

“แปลกยังไง ไหนเล่าซิ” 

“ก็แบบว่า ออกคำสั่งไม่ให้เอาเด็กที่เพิ่งมาทำงานมาถ่ายแบบ คุณพอลว่าแปลกไหมล่ะคะ ทั้งที่ควรจะเห็นดีด้วยแท้ๆ” 

พอลหัวเราะทันทีที่ได้ยิน แต่อีกคนกลับยังตีหน้าบึ้งอยู่อย่างนั้น 

“เอาน่า ทำตามที่มันบอก เรื่องบางเรื่องมันก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะรู้” พอลตบบ่าผู้จัดการคนเก่งเบาๆ “แต่คนนี้มันหวงจริง อย่ายุ่งเลย” เป็นคำแนะนำที่เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ แอมมี่ตีหน้ายุ่งทึ้งผมตัวเองซะฟูเดินกลับไปที่ห้อง โดยมีพอลมองอย่างขำๆ 

ก็นะ เรื่องส่วนตัวของเพื่อน รอให้มันจัดการเองดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าเพื่อนคนนี้ยุ่งมากเกินไป ว่าแล้วก็ไปหาเด็กใหม่ดีกว่า อยากทำความรู้จักมากกว่านี้ ขืนรอให้ไอ้คนขี้หวงพาไปละก็ จะถูกกันท่าเปล่าๆ แบบนี้ต้องบุกเอง อย่างที่เขาว่า อยากได้ลูกเสือ ก็ต้องเข้าถ้ำเสือในช่วงที่พ่อเสือมันยุ่ง ไม่อย่างนั้นอาจถูกตะปบและขบกัดจนบาดเจ็บล้มตาย แค่คิดก็สยองแล้ว


ผูกมิตรสักนิดกับว่าที่คนรักของเพื่อน แค่คิดก็สนุกแล้ว


...TBC



เรื่องมันค่อนข้างเดินแบบเรียบๆ เรื่อยๆ ไปบ้าง ต้องอภัยจริงๆ ค่า แต่เพราะอดีตปูนมันทำให้มีบางอย่างปิดกั้น เลยรีบไม่ได้ ต้องขอภัยล่วงหน้าหากอ่านแล้วเกิดอาการอ้าปากกว้างเพื่อหาว (ก้มกราบ) 

แต่ถ้าพ้นช่วงนี้ไปแล้ว ความปรู๊ดปร๊าดก็จะตามมา (หมายถึงความรักนะคะ เรื่องบนเตียงเป็นเรื่องของอนาคต) 

ขอบคุณมากๆ ค่า

ความคิดเห็น