facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 3 : ความเกลียดชัง 💛

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 : ความเกลียดชัง 💛

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 45.9k

ความคิดเห็น : 70

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 14:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 : ความเกลียดชัง 💛
แบบอักษร

ในที่สุดมื้อค่ำก็มาถึง ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เข้ามาในครัวคอยช่วยพี่เลย์น่าเตรียมอาหาร เมนูวันนี้น่าสนใจไปหมด เพราะมีทั้งเนื้อหมูอบลมร้อนหอมฉุยจนน้ำลายสอไหนจะซุปเนื้อวัวสูตรพิเศษที่เห็นแล้วทำเอาท้องร้องโครกคราก

“พี่เลย์น่า !” ผมแกล้งตะโกนเสียงดัง ๆ ให้เขาตกใจ

“ค่ะ คะ โถ่ ! ตกใจหมด” เธอหันหน้ามาทำคิ้วขมวดน้อย ๆ พร้อมเอามือกุมอก ผมเลยเอามือไขว้หลังถามยิ้ม ๆ

“ไม่ชินกับเสียงดัง ๆ หรอ”

“ปกติพี่ทำงานกับท่านอควาห์ค่ะ เลยไม่ชินเท่าไหร่” เธอตอบยิ้ม

“งั้นแสดงว่าพี่กำลังบอกว่าท่านอควาห์ไม่เสียงดังแบบซีคใช่มั้ย ฮ่า ๆ”

“พี่ไม่ได้พูดสักคำ ! นี่วีนัส คราวหลังอย่าพูดแบบนี้อีกรู้มั้ย เผื่อใครได้ยินเข้าจะเดือดร้อนกันทั้งหมด” พี่เลย์น่าใช้มือฟาดไหล่ผม เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจังจนผมรู้สึกหวั่น ๆ งั้นเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า

“ฮ่า ๆ ล้อเล่นน่า เออพี่ ถามอะไรหน่อยสิ” ผมกระโดดขึ้นไปนั่งบนเค้าน์เตอร์ครัวแล้วตีขาไปมา

“อยากรู้อะไรล่ะคะ”

“ที่นี่แห้งแล้งจะตาย แล้วชาวบ้านไปเอาผักเอาผลไม้จากไหนมาขายหรอ” ทันทีที่ถามจบ พี่เลย์น่าก็ยิ้มจางเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มมาที่ผม

“เอามาจากท่านอควาห์ค่ะ”

“เขาซื้อมาจากเมืองข้าง ๆ แล้วเอามาแจกใช่ป้ะ”

“เปล่า ท่านสร้างโรงปลูกผักไว้ให้ ใครจะปลูกอะไรก็เอาไปปลูกที่นั่นแหละ พวกสัตว์ก็เลี้ยงไว้ข้าง ๆ ไม่ไกลกันหรอก”

“ห๊ะ ทำโรงปลูกผักกับเลี้ยงสัตว์ในทะเลทรายเนี่ยนะ ทำได้ไง”

“ท่านอควาห์มีแผนอันอาจหาญคือการสร้างคลองข้ามทะเลทรายโดยการเริ่มวิศวกรรมด้วยแผนนำคลองจากแม่น้ำอาร์คาดามัสเข้ามายังเมืองเอิร์ก แต่ยังเป็นที่คัดค้านจากรัฐข้าง ๆ เลยทำได้แค่ลำเลียงน้ำบางส่วนมาใช้กับการเกษตรในทิศตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่องค์ราชามอบหมายให้ท่านอควาห์ปกครองและดูแล เราก็เลยทำการเกษตรได้แค่บริเวณที่น้ำเข้าถึงเท่านั้น” เธอก้มหน้าไปหั่นผักแล้วพูดต่อถึงความตั้งใจจริงของท่านอควาห์ที่จะพัฒนาทั้งระบบเศรฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในเมืองนี้

“ท่านอควาห์ศึกษาเรื่องการเกษตรแต่เด็ก ท่านชอบอ่านหนังสือหาความรู้เอามาพัฒนาจนท่านซีคโวยว่าจะจับดาบจับอาวุธไม่เป็นอยู่แล้ว” ทุกถ้อยคำที่พี่เลย์น่าพูดถึงท่านอควาห์ พี่เลย์น่าก็ยิ้มอย่างมีความสุขจนทำให้ผมยิ้มตามไปด้วย

“มิน่าล่ะตอนเดินในตลาดผมเห็นแอปเปิลลูกเท่ากำปั้นมือแหนะ” ผมพูดแล้วกำมือให้ดู ก็ลูกมันใหญ่เท่านี้จริง ๆ

“แต่ถ้าไม่ได้ระบบกฎหมายจากท่านซีคก็แย่เหมือนกัน” แต่อยู่ดีๆ พี่เลย์น่าก็พูดถึงซีค คนอย่างเขามีความดีเป็นของตัวเองด้วยรึไง มากกว่าโรงปลูกผักแล้วก็ความดีของซีคนี่แหละที่ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่ามันจะเป็นยังไง

“ตอนสร้างโรงปลูกผักใหม่ ๆ มีคนมาขโมยผัก ท่านอควาห์ก็ไม่ทำอะไร พูดแต่เขาไม่มี เราให้เขาไปเถอะ” พูดจบพี่เลย์น่าก็ถอนหายใจส่ายหน้าเอือมแล้วพูดต่อ

“นิด ๆ หน่อย ๆ คงไม่เป็นไร แต่นี่เล่นขโมยเป็นครึ่งไร่ คนปลูกก็ปลูกไปสิ คนขโมยก็ขโมยสบาย ๆ ยิ่งรู้ว่าเป็นของท่านอควาห์ยิ่งได้ใจใหญ่”

“ห๊ะ ! ขนาดครึ่งไร่ยังไม่ว่าไรเลยเนี่ยนะ”

“ใช่ จนประชาชนฝั่งตะวันออกมาร้องทุกข์กับท่านซีค ทั้งที่ท่านซีคปกครองประชาชนฝั่งตะวันตกกับใต้แท้ ๆ พอรู้เรื่องเท่านั้นแหละวังแทบแตก”

“อย่าบอกนะว่าโมโหที่มีคนมาขโมยผัก” เพราะเขามีปมกัยโจรขโมยผักรึเปล่าถึงได้มาลงกับผมที่ไปช่วยโจรตัวน้อยขโมยผลแอปเปิล

“โมโหคนขโมยไม่เท่าไหร่ แต่โมโหท่านอควาห์มากกว่า บอกว่าอ่อนข้อเกินไป คนเห็นแก่ตัวถึงได้สุขสบายกว่าคนขยัน ท่านว่าแบบนี้”

“…แล้วท่านซีคจัดการกับพวกนั้นยังไงบ้างพี่” ผมถามเสียงเบา พอฟังแล้วคิดตามที่ซีคพูดมันก็มีส่วนถูกว่าคนเห็นแก่ตัวมักสุขสบายกว่าคนขยัน

 “จับตัดมือสองข้างต่อหน้าฝูงชน” ผมถึงกับอึ้งเบิกตากว้างไม่อยากถามต่อ เอาเป็นว่าให้ทุกอย่างจบแค่นี้เถอะ คุยไปคุยมามันกลายเป็นเครียดจนหดหู่ยังไงไม่รู้

แล้วแน่นอนว่าถ้าเครียดทีไร ท้องมันจะร้องโครกครากอยากกินข้าวไข่เจียวหมูสับใส่แครอทหั่นเต๋าขึ้นมาทันที ให้ตายเถอะ ที่แบบนี้ผมจะไปหาหมูหาแครอทมาจากไหนกันนะ แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ลองถามพี่เลย์น่าดูก่อนแล้วกัน เอาเป็นว่าแค่ไข่เจียวก็เกินพอ ไม่ต้องใส่เครื่องก็ได้

“เอ่อ… พี่เลย์น่า ที่นี่มีไข่ไก่มั้ย”

“มี จะกินอะไรล่ะ เดี๋ยวทำให้”

“พี่รู้จักไข่เจียวมั้ย” ผมทำท่าตอกไข่ใส่ถ้วย หยิบช้อนมาคน ๆ จนพี่แกขำคิดว่าแสดงตลกให้ดูเพราะในถ้วยไม่มีอะไรเลยนอกจากเศษผัก กะแล้วเชียวว่าต้องไม่เข้าใจ ผมเลยใส่ลีลาทำท่าทำทางเข้าไปอีก

“แบบนี้ไง ตอกไข่ลงไป ถ้ามีหมูก็ใส่หมู มีผักก็ใส่ผัก เจียว ๆ คน ๆ เทใส่กระทะ ฟู้ว ! ฟู ๆ ทอด ๆ น้ำมันเยอะ ๆ”

“ฮ่าๆ ๆ เข้าใจแล้ว ๆ รอแป๊บเดียวเดี๋ยวไปเอาไข่มาให้” พูดจบพี่เลย์น่าก็เดินไปทางประตู คนที่นี่ใจดีจังถ้าไม่นับซีคน่ะนะ แต่แล้วพี่เลย์น่าก็เดินถอยหลังกลับมาตัวเปล่าซะงั้น อ้าว ไข่ไก่หมดหรอ แล้วจะกินไรแก้เครียดล่ะทีนี้

“สวัสดี” ท่านอควาห์นี่เอง มิน่าพี่เลย์น่าถึงได้เดินก้มหน้าก้มตา แล้วนี่จะไปไหน ทำไมปล่อยให้ผมอยู่กับท่านอควาห์คนเดียวล่ะ

“สวัสดีครับ…” ผมเกร็งนิด ๆ เลยยิ้มตอบโค้งตัวเล็กน้อย

“เราเอาไข่ไก่มาให้”

“ขอบคุณครับ” แหมรู้ได้ไงว่าอยากกินพอดี

“เราเห็นในสมุดบันทึก เจ้าเขียนไว้ว่าชอบกิน อะไรนะ เรียกว่าไข่เจียวรึเปล่า เรากลัวเรียกไม่ถูก” ว่าแล้วท่านอควาห์ก็วางตะกร้าไข่ลงบนโต๊ะ เขาหยิบสมุดบันทึกของผมออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เดี๋ยว ๆ สมุดมันอยู่ในกระเป๋าเป้นี่ แล้วเป้ก็ลืมไว้ที่ร้านแอปเปิล แล้วท่านอควาห์เอามาจากไหน ตอนนี้ที่ตื่นเต้นกว่าไข่ใบใหญ่ก็สมุดเล่มเล็กนี่แหละว่ามาอยู่กับท่านอควาห์ได้ไง

“เอาสมุดมาจากไหนหรอครับ !” ผมดีใจจนหลุดตะโกนออกไป แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรได้แต่ตอบยิ้ม ๆ

“สมุดเล่มนี้หรอ มันอยู่ในกระเป๋า เราเห็นก็เลยเปิดอ่าน”

“กระเป๋าผมใช่มั้ยครับ”

“ใช่ เราให้สการ์ไปเอามาให้”

“อ่า ขอบคุณมากครับ ผมคิดอยู่ว่าป่านนี้ป้าคงขายของในกระเป๋าหมดแล้วแน่ ๆ แหมท่านใจดีจัง แล้ว ๆ คือ… รู้ได้ไงว่าผมชอบกินไข่เจียว”

“เราเรียนภาษาอังกฤษ เลยอ่านออก”

“อ๋อ… ครับ…” จริงสิ ตอนนั้นเกิดอารมณ์อินดี้เลยจดเป็นภาษาอังกฤษ ดีนะที่อ่านไทยไม่ออก เพราะในสมุดมีแต่ฉากเรทนิยายบอยเลิฟที่แต่งไว้ทั้งนั้น แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ก็ได้กระเป๋าคืน ผมคิดว่าควรมีของตอบแทนบ้างเลยเรียกท่านอควาห์ที่กำลังเดินออกไป พอเขาหันหน้ามาผมก็กางแขนออกแล้วยิ้มตาหยีเห็นฟันกระต่าย

“ท่านครับ กอดกัน”

“กอดทำไม” เขาส่งสายตามองลอดแว่น คงแปลกใจที่ผมยืนกางแขนทำท่าจะกอดไม่ต่างกับเด็กสองขวบ

“เวลาอยู่ไทยแล้วใครดีกับเรา… ผมจะให้กอดฟรีเป็นการขอบคุณครับ”

“แต่ที่นี่เมืองเอิร์ก ไม่ใช่ไทย” เขาขำในคอยืนมือไขว้หลังมองผม

“กอดไม่ได้หรอครับ” ผมยืนคอตกลดแขนลงมายืนกุมมือไว้ด้านหน้าทันที

“ไม่ได้” ท่านอควาห์ส่ายหัวยิ้ม

“ทำไมไม่ได้ล่ะครับ” ผมถามเสียงเอื่อย ๆ

“เจ้าชายเขาไม่ทำอะไรแบบนี้”

“อ่อ… ครับ” ทำอะไรลงไปเนี่ย ได้กระเป๋าคืนแล้วเชียวแต่ต้องมาเครียดเรื่องการวางตัวอีก ทั้งเสียหน้าทั้งเสียความรู้สึก บอกไว้ก่อนนะว่านอกจากเจ๊ส้มจี๊ดแล้วไม่เคยให้ใครกอดง่าย ๆ เลยจริง ๆ แต่นี่ท่านอควาห์ดันมาปฏิเสธซะได้

สิบนาทีผ่านไปผมเดินทอดน่องมายังห้องอาหาร เห็นซีคนั่งรออยู่ก่อนแล้ว บอกตรง ๆ ว่าแค่เห็นหน้าก็อิ่มจนไม่อยากกลืนอะไรลงท้องเพราะทุกครั้งที่เจอกันเราก็ตีกันวังแทบแตก คิดไปคิดมาก็สงสัยว่าจะทำภารกิจร่วมกันได้มั้ยนะ

“ถ้าต้องกินข้าวกับมัน ให้ข้าอดมื้อเย็นซะยังดีกว่า !” เสียงซีคตะโกนดังพร้อมปัดจานจนเกือบตกโต๊ะแต่โชคดีที่สการ์รับไว้ทัน สาบานสิว่าคนที่นี่รับใช้เขาเพราะสมัครใจจริง ๆ ไม่ใช่โดนบังคับว่าห้ามใครลาออกไม่งั้นโดนตัดคอนะ

“ทำไมล่ะท่าน” ผมถามเสียงใสตั้งใจกวนประสาทหลังจากซีคลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินผ่านหน้าไป เขากลับหลังหันมาพูดก่อนใช้นิ้วชี้ขยี้หน้าผากผมอย่างแรง

“เพราะเจ้าทำให้ข้าทะเลาะกับพี่ท่าน !”

“อ้าว ท่านโยนความผิดให้ข้านี่นา” ผมรู้สึกเจ็บนิดหน่อยเลยเอามือคลึงหน้าผากตัวเอง

“แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าก็ไม่โดนพี่ตำหนิจนเสียหน้าขนาดนี้”

“แต่ถ้าท่านทำตัวดี ๆ กับข้า ท่านอควาห์ก็ไม่ว่าอะไรท่านหรอก”

“ข้าไม่จำเป็นต้องทำดีกับคนชั้นต่ำเยี่ยงเจ้า”

“ถ้าข้าต่ำนักแล้วท่านลดตัวลงมาเกลือกกลั้วด้วยทำไม”

“ข้าไม่เคยลด เจ้าต่างหากตะเกียกตะกายขึ้นมาเทียบชั้นกับเอง !”

“ถ้าสูงส่งแล้วเป็นคนแบบท่านข้าขอเป็นคนธรรมดาแบบนี้ดีกว่า !”

“เชิญ !”

“ตะโกนใส่หน้าข้าทำไม” ผมย้อนถามอย่างท้าทาย สะใจจริง ๆ เวลาเห็นซีคโมโหจนตัวสั่นอยากฉีกผมเป็นชิ้น ๆ แต่ทำไม่ได้ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นใครหัวร้อนเท่านี้มาก่อนเลย นี่เขาเป็นเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองเอิร์กรึเปล่า คนบ้าอะไรหงุดหงิดได้ยี่สิบสี่ขั่วโมง

“เจ้าไม่มีสิทธิ์ถาม !”

“และเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ตะโกนใส่หน้าเขาแบบนั้น” ท่านอควาห์พูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหาร ดวงตาซีคแข็งกร้าวเพราะคำพูดของท่านอควาห์ ไม่สิ เพราะถูกขัดใจมากกว่า แท้จริงแล้วผมคิดว่าซีคก็แค่คนเอาแต่ใจคนหนึ่ง ถ้าเขาหัดหัวอ่อนยอมตามคนอื่นซะบ้างคงไม่มายืนจ้องตาเขม็งใส่ผมแบบนี้

ผมและซีคเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหารอีกครั้งเพราะคำสั่งของท่านอควาห์ สงสัยวันนี้โชคคงไม่ดีคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเลยเป็นซีค ให้ตายสิเอาตาบ้านี่ไปนั่งที่อื่นไม่ได้รึไง

“เจ้าอยากร่วมโต๊ะกับซีครึเปล่า” ท่านอควาห์ถาม

“อยากครับ” และแน่นอนว่าผมก็ตอบแล้วยิ้มเห็นฟันกระต่ายทั้งที่ความจริงอยากย้ายไปกินที่อื่น กินกลางทะเลทรายหรือที่ไหนก็ได้ที่ไม่ต้องนั่งรวมกับซีค

“แต่ข้าไม่อยาก !” ซีคได้ยินอย่างนั้นก็โวยเสียงดังเอามือตบโต๊ะลุกขึ้นยืน

“ซีค นั่งลง มีมารยาทกับแขกหน่อย”

“พี่ท่าน ! ข้าบอกแล้วว่าเราไม่จำเป็นต้องมีมารยาทกับมัน !”

“แต่วีนัสอยากร่วมโต๊ะกับเจ้า”

“ขอรับ กระหม่อมรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนักที่ได้ทานมื้อค่ำกับท่านซีค” ผมพูดเสริมแถมยังใช้คำราชาศัพท์ทำเหมือนเคารพในตัวซีคนักหนา

“แต่พอเห็นหน้าเจ้าแล้วข้ากินไม่ลง !” ซีคหันมาพูดกับผม

“หน้ากระหม่อมมันเป็นยังไงรึขอรับ ท่านถึงได้กินไม่ลง”

“หน้าตาน่าเกลียดยิ่งนัก เห็นแล้วอยากสำลอก !”

“ถึงท่านจะพูดอย่างนั้น แต่ข้าก็รู้สึกเป็นเกียรติอยู่ดีที่ได้ร่วมรับประทานอาหารกับโอรสที่สองขององค์ราชาที่สิบสอง” ผมทำเป็นลอยหน้าลอยตาพูดเสียงใส

“โกหก ! แค่เห็นหน้าก็รู้แล้วว่าเจ้าตั้งใจยั่วโมโหกันชัด ๆ”

“หยุดเถียงกันได้แล้ว รีบกินจะได้รีบแยกย้ายเข้าห้อง” สุดท้ายท่านอควาห์ต้องเอ่ยปากห้ามเพราะเราเถียงกันไม่จบสักที

“พี่ท่านก็สั่งให้มันหยุดต่อปากต่อคำกับข้าสักที !”

“ซีค นั่งลง” สิ้นสุดคำพูดนั้นซีคก็นั่งลงทันที และท่านอควาห์ก็พูดต่อ

“พี่ว่าเจ้าเลิกทำตัวหงุดหงิดแล้วเก็บแรงไว้สอนวีนัสขี่ม้าดีกว่า” พอได้ยินอย่างนั้นก่อนที่ซีคจะตักอาหารคำแรกเข้าปากเขาก็วางช้อนอย่างแรงแล้วตะโกน

“ข้าไม่สอน !”

“ผมก็ไม่เรียน!” ใช่ ผมเองก็ไม่อยากเรียนขี่ม้าเลยสักนิด

“เจ้าต้องทำงานด้วยกัน ให้ซีคสอนแหละดีแล้ว จะได้รู้จักกันไว้ยังไงล่ะวีนัส” ท่านอควาห์พูดเสียงเรียบ แถมยังตักน้ำซุปขึ้นซด

“พี่ท่าน ข้าไม่มีทางให้คนชั้นต่ำขึ้นขี่ม้าข้าเด็ดขาด !” ทำอย่างกับผมอยากขี่ม้าเขาตายแหละ ตัวไหนไม่รู้รู้แต่ว่านิสัยน่าจะบ้าบอคอแตกเหมือนเจ้านายไม่มีผิด

“ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้เรียนแค่ทฤษฎีไปก่อน ซีค เจ้าต้องสอนวีนัสเกี่ยวกับข้อควรระวังว่าม้าชอบหรือไม่ชอบอะไร ส่วนวีนัสก็คอยจดที่ซีคพูดแล้วเอามาให้เราอ่าน เริ่มพรุ้งนี้เลย เข้าใจมั้ย”

“จะเรียนแบบไหนข้าก็ไม่สอนทั้งนั้น !”

“ถ้าไม่สอนตอนลงไปในเมืองเจ้าก็ต้องให้วีนัสขี่ม้าตัวเดียวกับเจ้า”

“ไม่มีทาง ! ข้าไม่มีทางขี้ม้าตัวเดียวกับมัน แค่คิดก็สะอิดสะเอียนแทบแย่ !”

“งั้นก็ต้องสอน วีนัสจะได้ขี่ม้าเป็นไม่ต้องรบกวนเจ้า เอาล่ะ พี่อิ่มแล้ว ขอตัวก่อนล่ะ วีนัส พรุ่งนี้อย่าลืมสมุดกับปากกานะ” ท่านอควาห์รวบช้อนแล้วลุกขึ้นยืนเพื่อตัดบทประโยคสนทนาดังกล่าว

“โถ่เว้ย !” ทำเอาซีคตะโกนลั่น พาให้ผมปวดหัวจี๊ดที่เขาเอาแต่แหกปากอยู่ได้และพอท่านอควาห์ออกไปแล้วผมก็เลยตะโกนกลับไปบ้าง

“โอ๊ย แหกปากอยู่ได้ !”

“หนวกหูนักก็กลับห้องตัวเองไปสิ !” ซีคปัดมือไล่ไม่พอยังชี้นิ้วไปทางหน้าประตู ดูแล้วเขาไม่ต่างจากคนเสียสติเลยสักนิด ผมเองก็เช่นกัน

“ไปแน่ แล้วพรุ่งนี้กี่โมง !”

“เจ็ดโมงเช้า รอข้าที่หน้าลานม้า ห้ามสายแม้แต่นาทีเดียว !”

“ถ้าเจ็ดโมงหนึ่งนาทีแล้วไม่เห็นท่านกับสการ์ข้าไม่รอนะ !”

“ไม่รอก็ดี ได้ไม่ต้องสอน !”



​---------------------------------------------------​

จบค่ะตอนที่ 3 ลิ้นกับฟันของจริง แตะกันไม่ได้เลย แล้วแบบนี้จะลงเอยกันท่าไหนคะท่านผู้โช้ม รอดูเจ้าชายกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ เพราะซีคจะหลงน้องหนักมาก

​​---------------------------------------------------​

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ jungkook hug gif

"ท่านครับ!!! กอดกัน"

​---------------------------------

ติดตามความน่ารักของ วีนัส กับ เจณส้มจี๊ด ได้ที่ FACEBOOK : นิ้วกลาง

💛​อย่าลืมคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้น้องวีนัสด้วยนะ💛​​

ความคิดเห็น