ฝากคอมเม้นท์ ฝากติดตามนิยายของไรท์ด้วยนะคะ

My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] Special 100%

ชื่อตอน : My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] Special 100%

คำค้น : Zayn, Khow Fang, Love, เมียเด็ก, เซน, ข้าวฟาง, รัก

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.7k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ธ.ค. 2561 16:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] Special 100%
แบบอักษร

![](data:image/gif;base64,R0lGODlhAQABAPABAP///wAAACH5BAEKAAAALAAAAAABAAEAAAICRAEAOw== "Click and drag to move")​

**หลายปีผ่านไป

ชีวิตหลังข้าวฟ่างเรียนจบและได้บรรจุที่โรงพยาบาลเอกชนพร้อมๆ กับปืนและดิว ข้าวฟ่างเรียนจบข้าวฟ่างก็ท้อง ข้าวฟ่างทำงานได้ประมาณ 6 เดือนได้ลาหยุดจนกว่าจะคลอด มันเป็นสิทธิพิเศษที่ผมทำให้เมียผมเท่านั้น ถ้าเป็นคนอื่นลาแบบนี้ได้โดนไล่ออกไปแล้ว (รึเปล่า?) ก็อย่างว่าแหละใครจะอยากมาลองดีกับผมกันล่ะ ในเมื่อวงการธุรกิจรู้จักผมดีว่าผมทำทุกอย่างให้เมียตัวน้อยของตัวเองได้มากแค่ไหน ยิ่งตอนนี้ข้าวฟ่างคลอดลูกสาว อืม ผมได้ลูกสาวหน้าตาน่ารักเหมือนแม่มาก แก้มป่องน่าฟัดเหมือนแม่ด้วย ลูกสาวตัวน้อยของผมมีว่าชื่อ'ข้าวหอม' ตอนนี้อายุ 4 ขวบจะเข้า 5 ขวบอีกไม่กี่เดือน

วันนี้ข้าวหอมไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะเป็นวันเสาร์ ผมก็เลยพาลูกมาที่ทำงานด้วยเพราะข้าวฟ่างติดเข้าเวร 2 วัน เลยไม่ได้กลับบ้าน ผมเลยต้องพาลูกมาด้วย เพราะแม่ผมก็ไม่ว่างไปต่างประเทศ ส่วนพ่อแม่ข้าวฟ่างไปเที่ยวกัน -_-+ ผมก็เลยต้องดูแลลูกสาวตัวน้อยของตัวเองไปด้วยและนั่งทำงานไปด้วย และซึ่ง…โคตรปวดหัวเชี่ยๆ เลย

ข้าวหอมซนอย่างกับลิง

“ข้าวหอมอย่าอมนิ้วตัวเอง” ผมดุลูกเมื่อเห็นว่าแกกำลังนั่งอมนิ้วตัวเองอยู่ คือผมซื้อเค้กช็อกโกแลตมาให้ทาน ข้าวหอมชอบทานขนมเหมือนข้าวฟ่าง เพื่อความอยากให้ลูกอยู่นิ่งๆ ต้องเอาขนมมาหลอกล่อ และตอนนี้ข้าวหอมกำลังนั่งเอานิ้วจิ้มเค้กแล้วอม จิ้มแล้วอมเหมือนกำลังสนุก

“คิกๆ”

แจะๆ

อืม คงจะสนุกจริงๆ นั่นแหละ นั่งจิ้มเอานิ้วจิ้มเค้กเป็นรูไป หัวเราะคิกคักไป

เวลาผ่านไปไม่นาน

“ข้าวหอมอย่าซน! อย่ากระโดด!”

“ฮะฮ่าๆ สนุกๆ ดึ้งๆ”

ผมกำลังมองลูกสาวตัวน้อยของตัวเองที่ปีนป่ายขึ้นโซฟาและกระโดดไปมา

ทำไมซนแบบนี้วะเนี่ย!

“ข้าวหอมพ่อบอกให้หยุดกระโดดไง!”

“ฮะ...ฮ่าๆ สนุกกกกกก” ไม่ฟังเลยสักนิด ผมเลยปล่อยให้กระโดดเล่นไป แต่ทว่า…

ปึก!

เคร้ง!

“โอ๊ะ! ตกเลย” ลูกผมทำแจกันดอกไม้บนโซฟาตกพื้น โชคดีที่เป็นแจกันดอกไม้ปลอมและพื้นเป็นพรมเลยไม่แตก

“พ่อบอกแล้วไงว่าห้ามซน!” ผมดุก่อนจะเดินมาเก็บแจกันไปวางไว้ที่เดิม

“หนูแค่กระโดดเล่นเองนะคะ แจกันมันตกลงมาเองต่างหาก” ข้าวหอมพูดหน้าตาเฉย

“แล้วเป็นเพราะใคร? ถ้าลูกไม่กระโดดมันจะหล่นไหม?”

“มันตกลงมาเอง หนูไม่เกี่ยวซะหน่อย”

“ข้าวหอม!” ผมเรียกชื่อลูกเสียงดังเมื่อเห็นลูกเถียง

ชอบเถียงข้างๆ คูๆ เหมือนข้าวฟ่างมาก เรื่องดื้อก็เหมือนกัน ดุด่าแม่งไม่ค่อยฟัง จะฟังก็นอกจากผมจะโหดและดุจริงๆ เท่านั้นข้าวหอมถึงจะยอมฟังเพราะกลัว

“คุณพ่ออะ ชอบเสียงดังจัง” ดูลูกผมดิ โบกสักทีดีมะ

“ไม่อยากให้พ่อเสียงดังก็อยู่เฉยๆ สิ ห้ามดื้อ ห้ามซน ถ้ามันเบื่อมากนักก็นั่งเล่นไอแพดดูการ์ตูนไปก่อน พ่อทำงานอยู่ห้ามเสียงดังด้วยเข้าใจไหม?”

“...” เงียบ?

“ตอบพ่อ ข้าวหอม”

“ค่ะๆ ชิ!” แล้วก็พาร่างเล็กของตัวเองเดินดุ๊กดิกไปหยิบไอแพดนั่งเล่น

ปวดหัวกับแม่ ยังจะมาปวดหัวกับลูกอีก กูจะบ้าตาย


1 ชั่วโมงผ่านไป

“คุณพ่อขา หนูปวดฉี่” ข้าวหอมเดินมาเกาะโต๊ะบอกผม

“โอเคๆ” ผมปิดแฟ้มงานลุกเดินไปอุ้มลูกสาวตัวน้อยพาไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ในห้องทำงาน

“เสร็จแล้วเรียกพ่อนะ”

“ค่ะ”

ผมสอนลูกให้ทำอะไรเองตั้งแต่เด็ก โตขึ้นจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้

“กรี๊ดดดด!!!”

ผลัก!

ผมถีบประตูห้องน้ำทันทีที่ได้ยินเสียงกรี๊ดแหลมเล็กของข้าวหอมที่ดังออกมาจากห้องน้ำ ผมกลัวว่าลูกจะลื่นหรือตกชักโครกไป

แต่ทว่า…

“กรี๊ดดดด!! ฮะฮ่าๆ” พอประตูห้องน้ำเปิด ผมถึงกับเดือด

"น้ำเย็นนนน คิกๆ "

ข้าวหอมกำลังหัวเราะร่าพร้อมกับบีบสายชำระเล่น -_-+ เนื้อตัวคนตัวเล็กเปียกปอนไปหมด

“ทำบ้าอะไรน่ะข้าวหอม!!! ตัวเปียกหมดแล้วเห็นไหม!!!”

“นั่งดีๆสิข้าวหอมพ่อกำลังเช็ดผมให้อยู่นะ”

“หนูเมื่อยนี่ค่ะ” คนตัวเล็กพูดพร้อมกับเอามือกอดอกทำหน้าบึ้งตึง

เมื่อกี้โดนผมดุไปยกใหญ่ที่เล่นน้ำ

"คุณพ่อเช็ดเบาๆ สิคะ"

"อ่า โทษทีๆ พอดีมือหนักไปหน่อย" ผมนั่งเช็ดผมให้ข้าวหอมที่เปียกจนแห้ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเสื้อผ้าในกระเป๋าเป้ที่เตรียมมาด้วยเพื่อจะใส่ให้ข้าวหอม แต่ทว่า...

พรึ่บ!

“ฮะ ฮ่าๆ” พอผมจับเสื้อผ้าปุ๊บ ลูกลิงอย่างข้าวหอมก็ลุกพรวดแล้ววิ่งไปทั่วห้อง

“ข้าวหอมมาใส่เสื้อผ้า จะวิ่งไปไหน! มาใส่เสื้อผ้า!”

“ไม่ใส่ ฮะ ฮ่าๆ”

โอ๊ยยย...กูอยากจะบ้าวันละล้านๆ รอบ ทำไมลูกผมทั้งซนทั้งดื้อแบบนี้วะ!

“ข้าวหอมมาใส่เสื้อผ้าดีๆ ไม่งั้นพ่อจะตีให้ก้นลายเลยนะ!” ต้องใช้การข่มขู่

“ก็ได้ค่ะ” คนตัวเล็กเดินคอตกเข้ามาหาผมด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย เออต้องโดนขู่ก่อนถึงจะยอมมาดีๆ

ผมจับข้าวหอมใส่เสื้อผ้าจนเหนื่อย ทั้งดิ้นทั้งดื้อไม่ยอมใส่ จะแก้ผ้านั่งเล่นคิดดู ตอนนี้ผมกำลังนั่งเป่าผมให้ลูกอยู่ ซึ่งข้าวฟ่างเตรียมของให้หมดแล้ว ข้าวฟ่างคงจะรู้ว่าลูกต้องซนจนต้องอาบน้ำเลยให้เครื่องแต่งตัวใส่เป้มาครบเลย

“อ้าวเสร็จแล้ว” ผมเป่าผมให้ข้าวหอมกับหวีผมให้เรียบร้อย ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยทำนะเนี่ย แม้แต่ข้าวฟ่างผมยังไม่เคยที่จะหวีผม เป่าผมให้เลย

“คุณพ่อถักผมเปียให้หนูด้วยสิคะ ถักเหมือนที่คุณแม่ถักให้ ^^” ถักเป็นที่ไหน โว๊ะ! ลูกคนนี้นิ

“พ่อถักไม่เป็น รวบผมมัดแทนได้มั๊ย?”

“ไม่เอา : (หนูจะถักผมเปียสวยๆ ค่ะ!” ขึ้นเสียงใส่อีก นี่พ่อนะเว้ย!

“ก็พ่อถักไม่เป็นนิ จะให้ทำยังไง?” ผมก้มหน้าถามคนตัวเล็กที่นั่งหน้างออยู่บนตัก

“ดูในยูทูปแล้วถักให้หนูสิคะ” ข้าวหอมชี้ไปที่ไอแพดที่เปิดการ์ตูนทิ้งไว้

“พ่อไม่มีเวลาดูหรอก พ่อต้องทำงานต่อ ออกไปให้ป้าเลขาของพ่อถักให้ปะ” เลขาผมเป็นผู้หญิงคงจะถักผมเปียเป็นอยู่ ผมเป็นผู้ชายยังไงพวกคุณก็คงจะรู้กัน

ถักผมเปียเหรอ? ฆ่าคนง่ายกว่าซะอีก

“แต่หนูจะให้คุณพ่อถักให้นี่ค่ะ!”

“พ่อบอกลูกแล้วไงว่าพ่อถักไม่เป็น” ผมเริ่มทำเสียงหงุดหงิดใส่ลูก ก็บอกว่าถักไม่เป็นก็จะให้ถักอยู่นั่นแหละ

“ฮึก ฮึก” เอ่อนั่น บีบน้ำตาใส่เฉยเลยเว้ย

ข้าวหอมรู้ว่าถ้าตัวเองร้องไห้แล้วผมจะใจอ่อน แน่นอนน้ำตาของลูกมีผลต่อผมเสมอ

“เฮ้อออ....ก็ได้ๆ” ใจอ่อนยวบเลย สรุปต้องมานั่งดูยูทูปถักผมเปียให้ลูกสินะ งานการไม่ต้องทงต้องทำแล้ววันนี้กู

“จริงนะคะ ^_^” ข้าวหอมถามผมด้วยรอยยิ้มที่โคตรจะชื่นบาน เพราะเชื่อว่าผมจะทำให้ออกมาสวยงามเหมือนที่ข้าวฟ่างทำให้

“อืม” ก็คงต้องถักให้ลูกล่ะวะ ถักไม่เป็นก็ถักมั่วๆ ไปลูกไม่รู้หรอก

ผมนั่งดูคลิปในยูทูปไปนั่งถักผมเปียให้ข้าวหอมไป ไม่นานก็เสร็จ

“เสร็จล่ะ ^^” ผมมองผลงานตัวเองอย่างพอใจ ถักเท่าที่ได้

ลองทำแล้วก็ไม่เห็นจะยากนี่หว่า

“พาหนูไปส่องกระจกให้ห้องน้ำหน่อยค่ะ”

“โอเคๆ” ผมอุ้มข้าวหอมไปที่ห้องที่น้ำ พอลูกเห็นตัวเองครั้งแรกถึงกับเงียบกริบเลย

“สวยไหม?” ผมถามคนตัวเล็กที่มองตัวเองในกระจกตาโต ก่อนจะ...

“กรี๊ดดดดด!!!” ข้าวหอมกรี๊ดออกมาเสียงดัง

“คุณพ่อทำอะไรคะเนี่ย! นี่มันมัดจุกเฉยนี่ค่ะ!”

“ก็พ่อถักไม่เป็นไง ทำเป็นแต่แบบนี้แหละ” สรุปผมไม่ได้ถักผมเปียให้ลูก ก็ลองทำแล้วมันยาก ทำจนผมลูกยุ่งไปหมดแล้ว เลยตัดสินใจมัดรวบเป็นจุกหางม้า

“คุณพ่ออะ : (หนูรอให้คุณแม่มาถักให้ก็ได้ค่ะ ชิ! ปล่อยหนู หนูจะลงค่ะ!”

ฟุบ!

พอเท้าแตะพื้นลูกก็เดินหน้าบึ้งออกไปเลย ผมมองตัวเองให้กระจกพร้อมกับส่ายหัว ถ้าผมได้อยู่กับลูกทั้งวันแบบนี้อีกนะ

กูตายแน่ๆ บอกเลย

ผมเป็นผู้ชาย ข้าวหอมเป็นผู้หญิง แค่เพศก็ต่างกันแล้ว ผมอยากพาลูกไปเล่นปืน อยากพาไปเล่นอะไรแรงๆ ได้ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะลูกเป็นผู้หญิงเนี่ยแหละ รอก่อน รอให้ข้าวฟ่างกลับมา ผมต้องได้ลูกชาย!

โครม!

เชี่ยอะไรอีกวะเนี่ย!

ผมรีบวิ่งออกจากห้องน้ำทันทีที่ได้ยินเสียงโครม พอวิ่งออกมา...ปรากฏว่าผมเห็นลูกสาวตัวน้อยของผมทำแฟ้มงานของผมตกจนกระจัดกระจายไปทั่วห้อง

หืมมมม…

“ข้าวหอม!!!!” ผมเรียกชื่อลูกเสียงดัง จนเจ้าตัวถึงกับมุดเข้าไปใต้โต๊ะทำงานของผมด้วยความกลัว

แล้วเมื่อไหร่ผมจะทำงานเสร็จวะเนี่ยยยยยยย!!! ต้องมาเก็บแฟ้มที่ตกเพราะลูกทำนี่อีก!

โว้ยยยยยยย!!!

ตอนเย็น

"คนสวยของแม่อยู่ไหนเอ่ย? "

"คุณแม่!!! "เสียงแปดหลอดของข้าวหอมดังขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของข้าวฟ่าง คนตัวเล็กที่นั่งก้มเล่นไอแพดบนตักของผมรีบวางไอแพดแล้วกระโดดลงจากตักวิ่งไปหาข้าวฟ่าง ที่นั่งคุกเข่าทำท่ากอดรอข้าวหอมที่กำลังวิ่งไปหา

หมับ!

"หนูคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ" ข้าวหอมกอดข้าวฟ่างแน่น

ฟอดดด!!

"แม่ก็คิดถึงลูกเหมือนกันจ๊ะ ^^" ข้าวฟ่างกอดพร้อมกับก้มหน้าไปหอมแก้มป่องของข้าวหอมฟอดใหญ่

"ลูกสาวของแม่ วันนี้ดื้อกับคุณพ่อไหมคะ? " เหอะ! ไม่น่าถาม

ข้าวฟ่างที่กลับมาจากโรงพยาบาลก็ตรงเข้ามาหาข้าวหอมเลย ไม่สนใจผัวที่นั่งอยู่เลย

“หนูเป็นเด็กดี ไม่ดื้อกับคุณพ่อเลยค่ะคุณแม่ ^^” ไม่ดื้อกับผีนี่สิ ตอนอยู่กับข้าวฟ่างลูกผมแม่งโคตรน่ารักเลย พออยู่กับผมซนอย่างกับลิง

“ไม่ดื้อบ้าอะไรล่ะ ป่วนจนทำงานไม่ได้ ทั้งดื้อทั้งซน! ด่าก็ไม่ฟัง!” ผมฟ้องข้าวฟ่างแม่งเลย

“หืม? แม่บอกแล้วไงคะว่าห้ามดื้อห้ามซนกับพ่อเขา พ่อเขาทำงานเหนื่อยนะคะ ฉะนั้นลูกไม่ควรดื้อกับท่านนะ” ข้าวฟ่างพูดพร้อมกับยกมือลูบหัวข้าวหอมเบาๆ

“ก็หนูเบื่อนี่คะ คุณพ่อไม่เล่นกับหนู เอาแต่นั่งก้มหน้าอ่านอะไรก็ไม่รู้”

“พ่อต้องทำงานไง เอาเวลาไหนไปเล่นกับลูกล่ะหืม”

“ไม่รู้ค่ะ ถ้าวันหลังคุณแม่ให้หนูอยู่กับคุณพ่ออีก หนูขอเอาตุ๊กตาไปเล่นด้วยนะคะ หนูจะได้มีเพื่อนเล่นค่ะ ^^”

“จ๊ะๆ ^^”

“คุณแม่ซื้อเค้กมาฝากหนูไหมคะ?”

“ซื้อมาค่ะ นี่ไง เค้กช็อกโกแลตของโปรดของหนู^^” ข้าวฟ่างชูถุงที่ใส่กล่องเค้กให้ข้าวหอมดู

"เย้ๆ เค้กของหนู"

“ซื้อมาให้ลูกกินทำไมทุกวัน ดูสิลูกอ้วนกลมเป็นหมูอยู่แล้วเนี่ย” ผมว่าพลางเอื้อมมือไปบีบแก้มข้าวหอม ข้าวหอมทำหน้ามุ้ยใส่ผมเพราะเจ็บแก้ม มือผมคงจะหนักไป

“นานๆ กินทีไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ"

"เมื่อตอนกลางวันก็ให้กินไปแล้ว"

"ก็ลูกชอบนี่คะ ป๋าจะให้หนูทำยังไง? ปกติหนูก็ให้ลูกกินผักผลไม้ แต่กลัวแกจะเบื่อหนูเลยซื้อเค้กมาให้ด้วย” อืม ไอ้สรรพนามเรียกกันข้าวฟ่างก็ยังพูดเหมือนเดิมนะ เพราะผมเคยบอกตั้งแต่ข้าวฟ่างท้องแล้วว่าให้เปลี่ยน ข้าวฟ่างบอกเรียกแบบนี้จนชินปากแล้ว ผมก็เลยปล่อยเลยตามเลย

“จะกินอะไรกันนักหนา แม่ก็กลม ลูกก็กลม อ้วนกันหมด”

"ถ้างั้น...วันนี้แม่ไม่ให้หนูกินแล้วนะคะ"

": (" ข้าวหอมถึงกับหน้างอ

"กินเยอะไม่ดี มันมีน้ำตาล เดี๋ยวจะเป็นเบาหวาน" ผมบอกลูก

"เบาหวานคืออะไรหนูไม่รู้จัก หนูรู้จักแต่เค้กค่ะ" ผมกลอกตามองบนผมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ลืมไปว่าข้าวหอมยังเด็ก ไม่รู้ว่าเบาหวานคืออะไร

"เบาหวานคือโรค โรคที่เป็นไม่หาย กินเค้กเยอะๆ นี่แหละจะเป็น ลูกต้องให้คุณหมอฉีดยาทุกวัน"

"เฮือก ฉะ...ฉีดยาเหรอคะ? " ข้าวหอมถึงกับหน้าซีดเผือดทันทีที่ได้ยินคำว่าฉีดยา

"อืม ฉีดจนตัวพรุนเลยล่ะ"

"หนูไม่กินแล้วค่ะ"

ฮะๆ ผมถึงกับหัวเราะในใจที่เห็นท่าทีกลัวของข้าวหอม

"ก็ดี ฉะนั้นพ่อจะเอาเค้กไปให้แม่บ้านกิน ส่วนลูกก็ทานผักผลไม้ ดื่มนมเยอะๆ ด้วย"

"ค่ะๆ "

ผมเอื้อมมือไปหยิบถุงเค้กในมือข้าวฟ่างมาถือไว้ เพื่อจะเอาไปให้แม่บ้านทานตามที่พูดไว้ แต่ทว่า...

หมับ!

มีคนจับแขนผมไว้

"หนูขอเก็บไว้ชิ้นหนึ่งได้ไหมคะ? "

"..."

"นะคะ ป๋า" ตัวลูกเงียบไปล่ะ เหลือตัวแม่ที่มองถุงเค้กในมือผมอย่างอาลัยอาวรณ์ แต่ทว่าตัวลูกก็ดันมองถุงเค้กตามแม่ตัวเอง

'นิสัยเหมือนแม่ไม่มีผิดเพี้ยน' ผมคิดในใจ

"ก็ได้ จะให้แค่ชิ้นเดียว"

"ค่ะๆ " ข้าวฟ่างรีบพยักหน้าให้ผม

"หนูกินด้วย...ได้ไหมคะ? " ข้าวหอมพูดเสียงเบา

"กินอะไรกันนักหนา ทั้งแม่ทั้งลูกเลย พูดอะไรไม่เคยฟัง! "

“ก็ชอบนี่ค่ะ! /ก็ชอบนี่ค่ะ!” สองแม่ลูกพูดขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

ข้าวหอมพูดเก่งเหมือนข้าวฟ่างและแม่ของผม -_-

“ก็แม่ลูกกันนี่คะ เนอะลูกเนอะ”

“ค่ะ ^^” เข้ากันดีนะ ฮึๆ เดี๋ยวจะเจอปราบ

“ปากดีกันเข้าไป เจอของจริงแล้วจะหนาวทั้งแม่ทั้งลูก”

“ชิ! /ชิ!” เบะปากใส่ผมทั้งแม่ทั้งลูกอีก เดี๋ยวปั๊ด

“ปากดีจังเลยนะเมื่อตอนเย็นน่ะ” หลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยข้าวฟ่างก็ขอตัวขึ้นมาทำงาน ผมเลยเดินตามขึ้นมา ส่วนข้าวหอมนั่งดูการ์ตูนอยู่กับแม่บ้านในห้องของเล่นโน้น

“...” พอเอาเข้าจริงก็เงียบ ฮึ!

ใครจะกล้าพูดด้วยกันล่ะ เดินตามขึ้นมาบนห้องขนาดนี้แสดงว่าต้องมาหาเรื่องกันชัวๆ แล้วก็หาเรื่องกันจริงๆ โอเค ตอนเย็นฉันปากดี หมายถึงกล้าพูดขึ้นเสียงกับพี่เซนมากขึ้น แต่ใครคิดว่าพี่เซนจะคิดแค้นจนต้องตามขึ้นมาเคลียร์ ก็คิดว่าจะไปเล่นกับลูก

“เก่งจริงๆ สงสัยอยากเพลีย”

“มะ…ไม่นะคะ!” ข้าวฟ่างถึงกับเหวอ

ไม่อยากเพลียแล้วอ่า : (แค่เพลียกับงานก็แทบเดินไม่ไหวแล้ว แล้วถ้าหากเพลียกับผัวด้วยเนี่ย ฉันร่างแหลกสลายแน่ๆ ยิ่งไม่ได้กลับบ้านมา 2 วัน ตายสถานเดียวฉันบอกเลย

“ฉันอยากมีลูกชาย” ผมเริ่มเข้าเรื่องความต้องการของตัวเอง

“มะ...มันก็ได้ค่ะ แต่ช่วงนี้หนูงานยุ่งมาก หาเวลาว่างแทบไม่มี” เพิ่งจะกลับมาเอง จะให้เพลียเลยเหรอ? ขอนอนก่อนไม่ได้เหรอสามี

“เฮ้อ...ลาออกมะ? ฉันเลี้ยงเธอกับลูกได้สบาย” ไม่ชอบเลยวะที่เมียทำงานหนักแบบนี้

“หนูอยากหาเงินเองนิคะ ป๋าให้หนูมาเยอะมากจริงๆ หนูไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้ว”

“ฉันไม่ได้อยากได้สิ่งตอบแทนอะไรมากมาย ขอแค่ลูกชายเพิ่มอีกคน....นะ” ผมเดินมานั่งข้างๆ ข้าวฟ่างพร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือเรียวเล็ก

“....” ข้าวฟ่างถึงกับเงียบ

“ถ้าไม่อยากมีก็ไม่เป็นไร มีข้าวหอมคนเดียวฉันก็โอเค” ไม่อยากให้ข้าวฟ่างคิดมาก ผมเอาแต่ใจตัวเองมากไปหน่อย (มั่ง) ข้าวฟ่างก็เพิ่งทำงานกลับมาเหนื่อยๆ ผมก็ดันไปพูดกดดันอีก ให้นอนพักก่อน พรุ่งนี้ค่อย...ขอใหม่ ฮึๆ

“ไม่ใช่หนูไม่อยากมีนะคะ แต่ช่วงนี้หนูงานยุ่งจริงๆ รอเดือนหน้าได้ไหมคะ? หนูสลับเวรกับเพื่อนไว้ค่ะ”

“อืม เอางั้นก็ได้” จะไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลยจนกว่าจะท้องลูกให้ผมอีกคน

“ป๋าโอเคใช่ไหมคะ?”

“โอเคสิ ฉันรอได้เสมอ ขนาดรอให้เธอเรียนจบฉันยังรอได้เลย” ผมพูดพร้อมกับยกมือลูบแก้มเนียนนุ่มของข้าวฟ่าง ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี กี่วัน กี่วินาที ข้าวฟ่างก็ยังน่ารักสำหรับผมเสมอ

“งื้อออ...” ทำเสียงแบบนี้อีกแล้วนะ

เพราะข้าวฟ่างทำเสียงแบบนี้ใส่ผมบ่อยไง ถึงได้มีจอมซนข้าวหอมออกมา

“อยากโดน?” ผมเลิกคิ้วถามเมียตัวน้อย กะจะให้นอนพักแล้วนะ อย่ามาทำให้สติแตก เดี๋ยวก็จับปล้ำซะหรอก

“ป๋าอ่า ทำไมหื่นแบบนี้เนี่ย” ไหนบอกว่ารอได้ไง พี่เซนคนบ้า >//<

“ก็เพราะเธอนั่นแหละ ที่ทำให้ฉันเป็นคนแบบนี้”

“หนูเปล่าทำซะหน่อยค่ะ” ตัวเองหื่นเองแท้ๆ ยังมีหน้ามาโทษคนอื่นอีก นิสัยไม่ดี

“เหรอ?”

ฟอดดด!!

“มันเขี้ยว” อดไม่ได้ที่จะหอมแก้มนุ่มของข้าวฟ่าง

“งื้ออออ….ป๋าอ่า -//-” ข้าวฟ่างเม้มปากก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย ผมเมื่อเห็นข้าวฟ่างเขินอายก็ยิ่งอยากแกล้ง ก็เลยแกล้งเอื้อมมือไปกอดเอวเล็กแล้วค่อยๆ เลื่อนมือเข้าไปในเสื้อของข้าวฟ่าง

หมับ!

“ป๋าจะทำอะไรคะ?” ข้าวฟ่างดันจับมือผมทันซะได้

“อยากกอด กอดไม่ได้เหรอ?”

“กอด? กอดแน่เหรอคะ?” ไอ้ท่าทางมือไวนี่ไม่น่าจะแค่กอดนะ

“อืม ขอกอดหน่อยวันนี้เหนื่อยมาก ข้าวหอมป่วนฉันมากจริงๆ”

“ฮ่าๆ รู้แล้วสินะคะว่าทำไมพวกแม่บ้านถึงได้ปวดหัวกันทุกคนตอนเลี้ยงข้าวหอม”

“อืม รู้ลึกเลยล่ะ ทำไมลูกซนขนาดนี้นะ”

“ก็ป๋าชอบพาลูกไปเล่นกับลูกพวกเพื่อนๆ ไม่ใช่เหรอคะ?”

“อืม” ก็จริง ผมชอบพาข้าวหอมไปเล่นกับลูกพวกไอ้เวสไอ้เจคอปไอ้บีกันบ่อย ตอนที่ไปหาพวกมัน เรามักจะพาลูกๆ มาเจอกันด้วย และคนที่ซนที่สุดก็คือลูกของไอ้เจคอป เรียว แฝดคนพี่ที่ดื้อซนมากกว่าข้าวหอมเป็นร้อยเท่า

“แล้วนี่ อยากเปิดคลินิกเป็นของตัวเองมั๊ย?”

“หนูก็อยากจะเปิดนะคะ แต่หนูแทบจะไม่ค่อยมีเวลาเลยค่ะ ช่วงนี้”

“ถ้าอยากเปิดก็บอก เดี๋ยวทำให้”

“อีกแล้วเหรอคะ? ป๋าให้หนูเยอะมากจริงๆ นะคะ”

“ก็ให้ทั้งชีวิตยังได้เลย เรื่องแค่นี้ทำไมจะให้ไม่ได้”

“งื้ออออ…ป๋าอ่า >//<” ฉันทุบอกพี่เซนเบาๆ ชอบเต๊าะกันจังเลย ลูกหนึ่งแล้วนะ

"ฉันรักเธอ ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อให้เธอกับลูกเหนื่อยน้อยลง"

“หนูรักป๋าที่สุดเลยค่ะ ^^”

“อืม ฉันก็รักเธอเหมือนกัน”

">//<"

"คืนนี้...ขอนอนกอดให้หายคิดถึงได้มั๊ย? " ไอ้คำพูดแบบนี้มันคล้ายๆ กับวันที่ฉันหายไปทำรายงานกับดิวปืนที่คอนโดเลยอะ

**ฉันกลัวความคิดถึงของพี่เซน เพราะเกรงว่<span id="redactor-inline-breakpoint">าจะไม่ได้นอนพัก</span>**​

"ตอนนี้ยังไม่หายคิดถึงกับเหรอคะ? "

"เธอไม่มานอนกับฉันตั้งสองวันเลยนะ เธอจะใจร้ายให้ฉันนอนกอดตัวเองอีกคืนงั้นเหรอ? " โอ้ยๆ ตายๆ พูดออดอ้อนมาซะขนาดนี้ ข้าวฟ่างคนนี้ก็คิดหนักนะสิ

"คะ...แค่กอด จริงๆ ใช่ไหมคะ? " ขอถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งก่อน พี่เซนเจ้าเล่ห์แค่ไหนทุกคนคงรู้ และฉันก็ไม่เคยจะตามความเจ้าเล่ห์ของพี่เซนทันสักที

"อืม ฮึๆ " ฟังจากเสียงอืม ฮึๆ แล้ว...

ไม่นอนแน่ๆ คืนนี้ T^T










THE END แล้วเด้อ ^^

#จบแล้วนะคะ ^_______^

ไรท์ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามไรท์มาตลอดนะคะ จบไปอีกเรื่องแล้ว ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ขอบคุณคนที่รอ ไม่ว่าจะกี่วันทุกคนก็รอไรท์เสมอ ไรท์ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ น้ำตาจะไหล T0T**

ความคิดเห็น