email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Look Like 16

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน nana nanaกะหอยทาก ลุงอิน อินทร น้องพู่ พู่กัน เบาสมอง น่ารัก หวานมุ้งมิ้ง อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ ไร่ส้มไร่องุ่น ใส่ใจ ดูแล ดราม่านิดหน่อย ฟิน หวานละมุน นิยาย ไม่ติดเหรียญ l

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2560 23:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Look Like 16
แบบอักษร

Look Like 16​


เกือบสามเดือนที่ใช้ชีวิตอยู่ไร่คอยช่วยงานอยู่ในออฟฟิตตกเย็นก็กลับบ้านมาทานข้าวกับแม่พ่อพี่อินหรือไม่บางครั้งพี่อินก็มักจะพาออกไปทานข้าวนอกบ้านพาเที่ยวพาไปซื้อของ แต่ก็ยังมีช่วงที่เขาต้องข้ากรุงเทพในทุกสัปดาห์แรกๆฉันก็ตื่นเต้นที่จะได้ไปเจอเพื่อน แต่หลังๆมาเวลาเข้ากรุงเทพเขาก็จะไปคุยกับลูกค้าส่วนฉันก็นอนเล่นอยู่คอนโดเขาหรือไม่ก็กลับบ้านเป็นบางครั้ง อาจจะด้วยงานที่ต้องทำให้เราสองคนคุยกันน้อยลง...

“ไงทำไมถึงได้ชวนออกมาได้ล่ะ” เสียงอาร์ตดังขึ้นใกล้ๆ เสียงดนตรีบวกกับแสงวิบวับที่เกิดอยู่ในผับมันดูสวยงามและน่าสนุกสำหรับใครหลายๆคนแต่ขอยกเว้นฉันไว้คนหนึ่งเพราะตอนนี้ฉันไม่สนุกอะไรเลย

“ก็คิดถึง สัปดาห์หน้าจะซ้อมรับแล้วไงอยากเจอแก” ฉันบอกเพื่อน มือก็ลูบวนปากแก้วเครื่องดื่มไปมาช้าๆ

“เฮ้อ เครียดอะไรมาอีกบอกมาเลยไม่ต้องเก็บไว้คนเดียว” อาร์ตลูบหลังเบาๆอย่างเป็นห่วง

“เปล่าน่า อ่ะมาทั้งทีดื่มเยอะๆเลยเดี๋ยวเลี้ยงเอง”

“พี่อินรู้ไหมว่ามา”

“รู้สิ พอๆดื่มๆ” ฉันเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่ออาร์ตเอ่ยถึงพี่อิน เขาจะรู้ได้ไงล่ะเขาไปปารีสตั้งหนึ่งเดือนเขาไม่มาสนใจฉันหรอก

ใช่แล้วล่ะที่มานั่งดื่มแบบนี้เพราะทะเลาะกับพี่อินเรื่องที่เขาจะต้องไปคุยกับลูกค้าเรื่องผลไม้และขยายสาขาที่นู่น แต่เรื่องมันแย่ตรงที่กำลังจะบอกว่าไปด้วยไม่ได้เพราะติดซ้อมรับและวันรับปริญญาเขากลับไม่ฟังและไม่ยอมคุยอะไรกับฉันเลย เวลาทำงานอยู่ที่ออฟฟิตเขาจะคุยกับฉันเฉพาะเรื่องงาน และเมื่อคืนเขาก็เพิ่งบินไปปารีส

“แล้วนี่จะกลับไร่วันไหน”

“ไม่กลับแล้ว ก็รอซ้อมรับแล้วก็รับจริงจากนั้นก็คงจะทำงานที่บริษัทพ่อ”

“เดี๋ยว?? ทะเลาะกับพี่อินมาใช่ไหม” อาร์ตถามอย่างรู้ทัน เมื่อเลี่ยงไม่ได้ฉันเลยต้องพยักหน้ารับความจริงไป

“ก็เขาต้องไปดูงานที่ปารีสหนึ่งเดือนแล้วเขาอยากให้ไปด้วยแต่ฉันปฏิเสธเพราะตรงกับซ้อมกับรับปริญญาไงแล้วทีนี้ก็...อย่างที่เห็นนี่แหละพอเถอะอาร์ตเขาคงจะเริ่มเบื่อแล้วนั่นแหละเลยไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรน่ะ”

“อย่าดื่มเยอะล่ะ”

“รู้น่า”

ฉันบอกเพื่อนแต่มือก็ยังกระดกแก้วเครื่องดื่มลงคอเรื่อยๆไม่มีพัก จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ฉันถึงเอียงร่างไปพิงกับอาร์ตซุกซบใบหน้าลงกับต้นแขนเพื่อนแล้วกลิ้งไปมา

“ง่วงหรือยัง?”

“อือ ง่วงแล้ว” ฉันตอบเพื่อนเสียงอุบอิบจากนั้นก็แทบจะจำอะไรไม่ได้เลย มันหนักไปหมดรู้สึกอยากร้องไห้แต่ก็ต้องเตือนตัวเองไม่ให้ร้อง ฉันตื่นอีกทีก็ตอนสายของอีกวันบนเตียงที่คุ้นเคยเพียงแค่ครั้งนี้เจ้าของเตียงเขาไม่อยู่เท่านั้นเอง ฉันลุกขึ้นเข้าห้องน้ำอย่างไม่รีรอจากนั้นก็จัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วเก็บของใส่กระเป๋า

เจ้าของห้องเขาไม่อยู่ก็ไม่รู้จะอยู่ทำไมเหมือนกันให้ฉันกลับไปอยู่บ้านยังจะดีซะกว่า ถึงแม้พ่อกับแม่จะไปคุยงานที่ต่างจังหวัดแต่อย่างน้อยก็ยังมีป้าแม่บ้าน

“อ่า ฝนตกด้วยแฮะ” ตอนนี้เกือบเที่ยงแล้วด้วย ตกเลยเถอะเพราะวันนี้คงไม่ได้ไปไหนแล้ว ฉันโบกแท็กซี่แล้วบอกปลายทางไป จากนั้นก็นั่งเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ ไม่มีข้อความหรือแมสเซสจากพี่อินเลย ชิ เอาสิถ้าจะโกรธแล้วไม่ยอมฟังอะไรก็แล้วแต่เลยโกรธแล้วเหมือนกัน!

ฉันเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งถึงบ้าน ฉันขลุกอยู่แต่ในห้องสลับกับออกไปนั่งเล่นที่สวนหน้าบ้านแต่ใครจะไปคิดล่ะว่าจังหวะที่ลุกขึ้นยืนฉันเซล้มหน้าผากจะฟาดเข้ากับขอบเก้าอี้พอดี เลือดสีแดงเข้มไหลเอื่อยลงมา ฉันได้แต่ยกมือกุมหน้าผากแล้วเดินเข้าไปหาป้า

“ป้าคะ”

“ตายแล้ว!! คุณหนูไปทำอะไรมาคะเดี๋ยวป้าให้คนพาไปหาหมอนะคะ ทนหน่อยนะคะ”

“ป้าคะ ป้า ป้า” เฮ้อ ป้าไม่ยอมฟังฉันเลยล่ะ จากนั้นไม่ถึงห้านาทีฉันก็ถูกพาไปโรงพยาบาลแล้วเป็นไงล่ะเย็บสองเข็มเบาๆ จ้า แต่ฉันนี่แหละที่จะนั่งน้องไห้เจ็บจากแผลแล้วยังต้องมาเจ็บจากการเย็บ ป้านั่งพึมพำอะไรสักอย่างหลังจากที่รับยาเสร็จและเรากำลังจะกลับบ้าน

“ป้าตกใจหมดเลยค่ะ ไม่เอาแล้วนะคะคุณหนูห้ามเดินไปไหนคนเดียวแล้วนะ”

“ป้าคะ พู่ไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย เอ่อป้าคะ...” ฉันหยุดคำพูดเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก ก่อนจะเรียกป้าเสียงแผ่ว

“คะคุณหนู”

“เรื่องนี้คือ ป้าอย่าเพิ่งบอกใครนะคะ พู่ไม่อยากให้พ่อกับแม่เป็นห่วง”

“แล้วคุณอินทรล่ะคะ”

“เอ่อ เดี๋ยวพู่บอกเองค่ะ”

“งั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวกลับไปถึงบ้านป้าจะทำอาหารให้ทานนะคะแล้วค่อยทานยานอนพัก ตาเชิดไม่ต้องรีบมากนะระวังไว้ก่อน”

“รู้แล้วน่า”

เสียงคนที่นั่งเบาะด้านหน้าคุยกับเถียงกันตามประสาสามีภรรยา พอมองแบบนี้แล้วทั้งสองน่ารักมากเลยล่ะ นี่สินะการใช้ชีวิตแต่งงานมันก็ต้องมีอะไรเพิ่มเติมเข้ามาเป็นสีสันถ้าจะให้หวานและดีตั้งแต่เริ่มนานเข้าเดี๋ยวก็เบื่อ พี่อินคงรู้สึกแบบนี้สินะถึงได้โกรธจนไม่ยอมโทรมาแบบนี้

“ป้าคะ รบกวนยกอาหารขึ้นไปให้ข้างบนหน่อยนะคะ พู่ว่าพู่จะนอนเลยค่ะเดี๋ยวค่อยตื่นขึ้นมาทาน”

“ได้ค่ะ ถ้าต้องการอะไรโทรลงมาข้างล่างได้เลยนะคะ”

“ขอบคุณค่ะป้า”

ฉันเดินขึ้นห้องนอนจากนั้นก็นอนพักไม่อยากทานอะไรเลยมันรู้สึกนอยด์ยังไงไม่รู้ที่อีกคนเงียบหายไปแบบนี้จะโทรหาก็กลัวรบกวนเวลางานของเขา จะทำยังไงก็กลัวและกังวลไปหมดทุกอย่าง ฉันกลัวจริงๆนะ กลัวทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม...


==================------------==========================


ลุง!! ลุงอยูไหนเนี่ยน้องงอนแล้วนะ กลับมาด่วนเซ!!!

ความคิดเห็น