facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 5 : ความสุขของคิมหันต์

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 : ความสุขของคิมหันต์

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก2

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2560 21:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 : ความสุขของคิมหันต์
แบบอักษร

เช้าวันอาทิตย์ในเวลาเจ็ดโมงกว่า แน่นอนว่าน้องจ๋าธนินจะต้องตื่นแต่เช้าเพราะรู้ว่าตนไม่มีเรียน แต่หากวันธรรมดากว่าจะตื่นมัวแต่นั่งเมาขี้ตาพาให้สายจนต้องโดนคิมหันต์ดุทุกครั้งไป ไม่รอช้าเมื่อได้กลิ่นน้ำซุปหอมอ่อนๆลอยมาจากห้องครัว เจ้าตัวรอลุ้นว่าป้าแหม่มทำอะไรให้ทานบ้าง

น้องจ๋าวิ่งลงจากบันไดบ้านเสื้อยังไม่ได้ใส่เพราะป๊าเมษาชักช้าจนทนไม่ไหว เรียกเสียงใสแล้ววิ่งไปกอดขาป้าแหม่มแน่นแกล้งจี้เอวเบาๆ

“ป้าแหม่มทำอะไรให้น้องจ๋ากิน คิคิ หอมจังเลยๆ”

“อ๊ะ คุณหนู ทีหลังอย่าทำแบบนี้นะคะ เดี๋ยวป้าตกใจจะทำของร้อนๆหกใส่เอา แล้วนี่ทำตัวเป็นชีเปือยรึไง เสื้อแสงไม่ใส่”

ทาแป้งหน้าขาวใส่กางเกงขาสั้นเดินลูบท้องไปเปิดตู้เย็นเลือกหยิบนมกล่องเล็กมาดูด กำลังโตกินอะไรก็อร่อยไปหมด เช่นกันที่วัยนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็น่าเอ็นดู ป้าแหม่มเดินมาหา เธอนั่งลงยองๆแล้วดึงคุณหนูมานั่งบนหน้าขาพรางหอมแก้มหอมกลิ่นแป้งเบาๆพาชื่นใจหายเหนื่อย

“ป้าแหม่มกินมั้ย”

ยื่นนมแบ่งให้ เธอดันคืนแล้วยิ้ม

“คุณหนูกินเถอะค่ะ จะได้โตไวๆ กินนมหมดแล้วไปใส่เสื้อผ้า คุณพ่อได้ไม่ดุ แล้วค่อยมาชิมต้มจืดป้า โอเคมั้ย”

“ป๊าช้า กว่าจะหาเสื้อคุณเบ็นเท็นน้องจ๋าเจอ น้องหิวเลยลงมาหาป้าแหม่ม”

“กว่าต้มจะเดือดป๊าเมก็หาเสื้อคุณหนูเจอพอดี”

“ไม่เอา ไม่ใส่ ไม่ใส่นะป้าแหม่มนะ”

ดื้อดึงเอาหน้าซบไหล่ไม่ยอมทำตามที่บอก น้องจ๋าใจจดใจจ่อกับมื้อเช้ามากกว่าอะไรทั้งสิ้น กลิ่นหอมของน้ำซุปเริ่มคลุ้งทั่วห้องเป็นสัญญาณบอกว่ามันสุกพอแล้ว มัวแต่อ้อนต่อรองกันสองคนดูท่าไม่เป็นผล พ่อคิมหันต์เดินมาจากห้องนั่งเล่น เขาเห็นว่าลูกชายเอาแต่ใจกับป๊าแค่ไหนไม่พอยังมาอ้อนขอร้องกับป้าแหม่ม แค่เดินเข้ามาพร้อมเสื้อแค่นั้นไม่ต้องพูดอะไรส่งสายตามองธรรมดาๆ ธนินรีบเดินไปหาชูแขนขึ้นสูงเพื่อให้พ่อสวมเสื้อให้

“นึกว่าจะไม่ยอมใส่ แหม่ เกือบได้หักก้านมะยมแล้วไง”

พูดแหย่พรางสวมเสื้อใส่หัวให้น้องจ๋าไปด้วย เมษาเดินมาด้านหลังยืนกอดอกพิงกำแพงชี้นิ้วใส่ แปลกที่ทำไมคิมหันต์ยังไม่ทันทำอะไรก็เชื่อฟังสั่งได้ดั่งใจ

“ทีกับป๊าล่ะยากเย็นนักแหละ ทำเป็นวัยรุ่นใจร้อนรอไม่ไหว”

บ่นให้ฟัง เมษาเดินรัดมาด้านหลังช่วยป้าแหม่มเตรียมมื้อเช้า ตักข้าวใส่ถ้วยลายการ์ตูนสำหรับลูกตัวแสบที่ต้องไปป้อนกันหน้าบ้านเพราะน้องจ๋าติดเล่นตามประสาเด็กๆ คิมหันต์ขำช้อนตัวอุ้มธนินที่ดีดขาคว้ากอดคอแน่นแล้วเอาหน้าซบไหล่ไม่พอยังหัวเราะชอบใจ

“ก็ป๊าช้า น้องอยากลงมาชิมต้มจืดป้าแหม่มนี่นา เนอะพ่อ เนอะๆ”

“ช่ายๆ ต้มจืดป้าแหม่มหอมมากเลย พ่อกินมาตั้งแต่เด็กแล้ว”

คิมหันต์ช่างเอาอกเอาใจแต่เขาหาตามใจไปเสียทุกอย่างไม่ พยักหน้าให้เมษาว่าจะจัดการเอง วันนี้เขามีหน้าที่ป้อนข้าวเจ้าตัวแสบแทน ปล่อยให้หน้าที่ซักเสื้อผ้าปัดที่นอนเป็นของเมษาเพราะงานบ้านงานเรือนคิมหันต์ไม่ถนัดนัก

ตัดภาพมาที่ลานหน้าบ้าน พี่น้ำตาลสั่นหางยื่นเห่าเสียงดังเมื่อเห็นสองพ่อลูกออกมาแต่เช้า คิมหันต์วางถ้วยต้มจืดและข้าวสวยร้อนๆไว้บนโต๊ะม้าหินก่อนค่อยๆตักมาเป่าเอาช้อนป้อนเข้าปากลูกเมื่อแน่ใจว่ามันเย็นดีแล้ว

“อ้าม เติมน้ำมันก่อนแล้วค่อยเล่น”

ยืนอ้าปากหวอมือถือที่บังคับคุณแลมโบสีแดงเพราะมีข้อตกลงกันว่าต้องกินข้าวหนึ่งคำจึงจะพักไปเล่นได้ น้องจ๋าเคี้ยวแก้มตุ่ยชื่นชอบเต้าหู้หลอดอ่อนนุ่มลิ้นเป็นที่สุด หมูสับหมักซอสฝีมือป๊าเมทำให้เด็กคนนี้เจริญอาหารในทุกๆมื้อ คิมหันต์เช็ดปากให้ซ้ำๆเพราะความเป็นเด็กจึงทำให้มอมแมมกันบ้าง

“โฮ่งๆ!!!!”

พี่น้ำตาลเห่าแทรกนั่งลงข้างๆมองตาใสคล้ายบอกว่า ‘ขอหมูสับให้เราบ้างสิเพื่อน’

“แย่งน้องกินอีกแล้วนะพี่น้ำตาล”

ความรู้มากทำให้คิมหันต์ใจอ่อน เขาใช้ช้อนตักชิ้นหมูวางลงพื้นแบ่งให้น้ำตาลบ้าง มันดีใจใหญ่จึงให้รางวัลด้วยการนั่งสองขาส่วนขาหน้ากวักซ้ำๆทำเป็นสวัสดีโดยไม่ต้องสอน

“แย่งได้ๆ น้องไม่หวง พี่น้ำตาลกินด้วยกันแบบนี้อร่อยจะตาย ใช่มั้ยพี่น้ำตาล”

นั่งยองๆก้มหน้ามองเอาสองมือลูบขนนิ่มๆ น้ำตาลมีความทะเล้นเมื่อกินเสร็จมันเลียปากแพร่บๆแล้วแกล้งเลียแก้มน้องจ๋าบ้าง เด็กน้อยหงายท้องนั่งลงกับพื้นสองมือปิดหน้าเพราะสู้แรงพี่หมาตัวใหญ่กว่าไม่ไหว

“น้ำตาลอย่าเลียหน้าน้อง!!”

เอ็ดเสียงใส่แค่นั้นมันก็หยุดการกระทำนั้นทันที น้ำตาลนอนหมอบช้อนตามองแสร้งหงอยเพราะกลัวว่าจะทำให้คิมหันต์ไม่พอใจ

“พ่อจ๋าอย่าดุพี่น้ำตาล พี่น้ำตาลแค่อยากเล่นกับน้อง”

“เราก็อีกคน กินข้าวอยู่ยังติดเล่น เนี่ย หมูสับพี่น้ำตาลติดแก้มแล้วเห็นมั้ย”

“โถ่พ่อก็ เด็กยิ่งซนยิ่งฉลาด”

“รู้ดี เอ้า อีกคำ รีบกินให้หมดจะได้พาไปห้าง หมามันกินนมวัวแดงหมดแล้ว ซื้อได้ไม่กี่อาทิตย์”

ป้อนผักกาดขาวและข้าวเข้าปาก คิมหันต์ดูแลทั้งเรื่องโภชนาและการเรียนรู้เพื่อให้บุคคลที่เรียกว่าลูกเติบโตอย่างเพรียบพร้อมทุกอย่าง ไหนจะเรื่องโรคประจำตัวเนื่องจากธนินมีภูมิคุ้มกันต่ำทำให้เขาต้องดูแลเป็นพิเศษ อะไรที่หมอบอกว่าดีและแนะนำก็ทำตามไม่ให้บกพร่อง

“เย้ๆๆ ไปห้าง ไปซื้อนม ไปซื้อนม นมคุณวัวแดงแสนอร่อย”

โดดอยู่กับที่พรางกดรีโมทบังคับรถแลมโบกินีให้วิ่งรอบตัวพี่น้ำตาล น้องจ๋าชอบเสมอเมื่อรู้ว่าคุณพ่อจะพาไปข้างนอก เพราะข้าวของที่ซื้อมามักมีของเล่นซักชิ้นสองชิ้นติดมือมาด้วย เมื่อเคี้ยวหมดปากก็เดินกลับมาหาอ้าปากรอให้ป้อนเป็นคำสุดท้าย คิมหันต์อ้าปากตามเพราะความเคยชินทำเอาน้องจ๋าขำคิคิ

“คิคิ พ่อจ๋าอ้าปากตามน้อง”

ชี้นิ้วแล้วจิ้มแก้มคิมหันต์ เขาทำท่าจะงับน้องจ๋ารีบชักมือกลับแล้วหยิบรถบังคับกอดไว้ในอกก่อนตรงดิ่งวิ่งเข้าบ้านร้องโวยวายทั้งฟ้องและบอกเมษาในเวลาเดียวกันว่าวันนี้เป็นวันดีที่จะได้ไปเที่ยวด้วยกันสามคน

“ป๊า ป๊าเม จัดการพ่อให้ที พ่อจะงับนิ้วน้อง อ๋อ แล้วก็พ่อจะพาน้องไปห้าง พาไปซื้อนมวัวแดง”

“ครับๆ ถอดเสื้อผ้าเลย แล้วจะใส่ชุดไหนหนูก็หยิบเอา”

“ไม่เอา วันนี้น้องจะแต่งเหมือนพ่อ ป๊าเตรียมให้หน่อย น้องจะอาบหน้าบ้านด้วย เล่นน้ำสายยาง”

ถอดเสื้อผ้ากองกับพื้นเห็นก้นขาวๆ ธนินเปิดน้ำหน้าบ้านที่คิมหันต์เอาไว้ใช้ล้างรถ ความซุกซนทำให้คิมหันต์ใช้มือฟาดก้นเบาๆ เขาเดินถือถ้วยข้าวผ่านไปเพื่อจัดการในส่วนของตัวเอง ไม่นานนักคุณพ่อก็ออกจากห้องนอนมาพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ขายาวดำขาดเข่าและรองเท้าผ้าใบตามสไตล์คุณพ่อเขาแหละ

“พ่อแต่งตัวเสร็จแล้วแต่หมายังไม่เสร็จ…”

ตัดภาพมาที่ห้องนอน แกล้งดุเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าน้องจ๋าค้นเสื้อผ้าที่เมษาพับไว้จนกระจัดกระจาย ใครจะจัดการไหวเพราะป๊าเมตามใจไม่เคยขึ้นเสียงเพียงนิดผิดกับคิมหันต์ที่แค่พูดลูกจ๋าก็ยิ้มแห้งแล้วนั่งลงตักเพื่อให้เมษาสวมกางเกงให้

“น้องกำลังเลือกตัวนี้อยู่  ดูสิ เข่าขาดแบบพ่อเลย”

“ดื้อกับป๊ามากๆพ่อไม่รักนะ”

“พ่อไม่รักแต่ป๊ารัก น่ารักออกขนาดนี้ไม่รักได้ไง”

เมษาพูดแทรกแล้วหอมแก้ม แค่นั้นก็รู้แล้วว่าตามใจจนแทบเสียเด็ก คิมหันต์ส่ายหัวเดินมาหาเสื้อให้ เขาสะบัดมันสองสามครั้งพยักหน้า หากธนินไม่ทำตามคงมีน้ำตานองก่อนไปห้างแน่ๆ

“ตามใจจนเคยตัว ดูสิ เสื้อผ้าที่พับไว้เละหมดแล้ว”

คิ้วขมวดไปด้วยดุเมษาไปด้วย นิสัยอ้อนเก่งเห็นท่าธนินจะติดมาจากเมษา เมื่อรู้ว่าตัวทำผิดก็รีบย้ายมานั่งข้างๆ ยิ้มแล้วส่งสายตายื่นหน้าไปใกล้ๆ ใครเห็นก็โมโหไม่ลงจนต้องลุกหนีแก้เขิน คิมหันต์หน้าแดงเขาแกล้งขึ้นเสียงพร้อมกับก้มเก็บเสื้อตามพื้นเข้าตู้ ดูกระจกทำท่าจัดทรงผมจนน้องจ๋าทำตามบ้าง

“ไปกันได้รึยัง ทั้งพ่อทั้งลูก ป๊าว่าหล่อแล้วน่า”

อุ้มธนินเข้าเอวเมษาเดินมาซ้อนหลังมองคิมหันต์ผ่านกระจก คุณพ่อทั้งโมโหทั้งเขินจนทำตัวไม่ถูกในเวลาเดียวกันจึงแย่งน้องจ๋ามาอุ้มเสียแทนแล้วจิ๊ปากรีบเดินออกจากห้องทันที

“พ่อจ๋าเขินป๊า”

ทำใจดีสู้เสือ เอานิ้วน้อยๆจิ้มแก้มคิมหันต์ ธนินยิ้มหวานพอใจเพราะเห็นคิมหันต์เริ่มยิ้มจางๆตามไปด้วย

“เดี๋ยวจะโดน ทั้งลูกจ๋าทั้งป๊า!!!”

เมษาเดินลงบันไดตามมาด้านหลังเมื่อได้ยินก็ทำท่าป้องปากตาโตตกใจกับน้องจ๋าเมื่อรู้ว่าคุณพ่อจะจัดการพวกเขาทั้งสอง

กว่าจะได้ไปห้างก็ปาไปเที่ยงกว่าๆ คิมหันต์หยิบกุญแจรถกดสัญญาณรีโมทส่งผลให้ไฟหน้ารถหระพริบ

“มาอยู่กับป๊ามา พ่อเขาจะขับรถ”

ธนินรีบโผลกอดเมษาทันที รอให้พ่อของเขาติดเครื่องยนต์เพื่อพาครอบครัวออกไปซื้อของสำหรับวันนี้ คิมหันต์ก้าวขาขึ้นรถ BMW i8 เอาใจตัวแสบซักหน่อยเพราะลูกชายชื่นชอบเป็นที่สุด

ชุดคู่พ่อลูกอย่างเสื้อยืดขาวกางเกงยีนส์ขาดเข่าสีดำรองเท้าผ้าใบยิ่งทำให้คิมหันต์ตกเป็นเป้าสายตา เมื่อถึงตัวห้างเขาอุ้มธนินเข้าเอวเพราะถูกขอร้องให้อุ้มเพื่อกันไม่ให้สาวๆส่งสายตาหวาดหวานใส่พ่อของป๊าที่น้องจ๋าหวงที่สุด รู้มากจนถูกใจเมษาเพราะพอเห็นว่ามีลูกติดหญิงไหนจะกล้ายุ่ง

“ป๊าเข็นรถ น้องจ๋าจะให้พ่ออุ้ม”

“ลงเดินได้แล้ว โตเป็นหนุ่มยังให้พ่ออุ้ม เห้อ สาวที่ไหนจะชอบ”

“ยังไม่โต ของน้องยังไม่เท่าของพ่อเลยจะโตได้ เพราะตอนนี้มันยังเล็กเท่าหนอนชาเขียว”

เอามือปิดแก้มสีแดงระเรื่อเพราะพูดจาสองแง่สองง่ามเองเขิลเอง เด็กอะไรรู้มากอย่างกับผู้ใหญ่ เข้าใจพูดเข้าใจจาเปรียบเทียบให้ป๊าเมษาได้ยินแถมยังชูนิ้วชี้ให้ดู เห็นเมษาคิ้วขมวดน้องจ๋ารีบซุกคอพ่อคิมหันต์หวังให้ได้รับการปกป้อง

“ธนิน!!!”

“คิคิ พ่อหนีป๊าเร็ว ป๊าจะตีน้อง”

“ฮ่าๆ รอใหญ่เท่าพ่อแบบนี้สงสัยต้องอุ้มยันเป็นหนุ่ม”

ลูบหลังแล้วพาเดินหนีเมษาที่เงื้อมมือขึ้นทำท่าจะฟาด ใบหน้าหวานแดงจัดเพราะคิมหันต์ยักคิ้วเบ้ปากใส่แสดงความเหนือกว่าเหมือนให้ท้ายธนินไปด้วย

“ทั้งพ่อทั้งลูก ระวังจะโดนทั้งคู่!!!”

“ว๊าก!!!!พ่อ ป๊าตามมาแล้ว”

“ป๊าไม่กล้าทำอะไรหรอก เพราะพ่อมีนี่”

“พ่อมีเงินเยอะ ใช่แล้วๆ พ่อมีเงิน”

ตบกระเป๋ากางเกงยกนิ้วโป้งเอามาชนกันกับน้องจ๋า

“หนอย เดี๋ยวหนีกลับบ้านแล้วให้แบกกันเองสองคนซะก็ดี วันนี้ต้องซื้อผักด้วยนี่ สองพ่อลูกเลือกเป็นมั้ยล่ะ คิมหันต์ แค่ต้นคะน้ากับกวางตุ้งนายยังแยกไม่ออก ไหนจะสันนอกสันในหมูก็ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร”

“มีเงิน ไม่กลัว บอกคนขายเดี๋ยวเขาหยิบให้เอง ฮ่าๆ”

“แล้วก็ได้ผักเน่าๆ เฉาๆมาน่ะนะ มีแต่เงินจริงๆ ฮึ้ย!!!”

เร่งฝีเท้าเดินให้ทันใช้มือฟาดเบาๆลงบนไหล่ ใครกันจะยอมให้ทำกับพ่อจ๋าแบบนี้ ธนินดึงนิ้วเมษามากัดเป็นการลงโทษที่ทำให้พ่อคิมหันต์เจ็บตัว เพียงแค่กัดเบาๆไม่ได้ทำให้เมษาเจ็บมากนัก ความน่ารักมีมากพอๆกับความแสบซนจนป๊าทนไม่ไหวสงสัยต้องทำโทษซะบ้าง ตำแหน่งที่สูงกว่าเมษาเขย่งขาขึ้นแล้วจุ๊บปากธนินส่งยิ้มให้ เด็กน้อยดีดขายื่นหน้ามาใกล้จะให้ทำอีก

“ต้องทำโทษ เด็กไม่ดีกัดป๊า”

“โห พ่ออยากโดนทำโทษบ้างจัง”

คิมหันต์พูดแทรกแกล้งย่อตัวให้อยู่ในระดับที่เท่ากัน

“ไม่เอา ไม่ทำ เดินดูของดีกว่า เอ้ นมวัวแดงน้องจ๋าชอบกินรสอะไรน้า”

เข็นรถซูปเปอร์มาเก็ตปลีกตัวไปโซนนมและอาหารเช้า เมษาตัดประเด็นเพียงแค่ต้องการแหย่ให้คิมหันต์หน้าบึ้งหน้าบูดเป็นตูดพี่น้ำตาล คนตัวเล็กนั่งยองๆลงกับพื้นอ่านฉลากนมเพื่อเทียบประโยชน์กันซักสองสามยี่ห้อ คุณพ่อยืนเบะปากอยู่ข้างหลังที่ทำแบบนั้นเพราะเรียกร้องความสนใจอยากโดนทำโทษแบบลูกบ้าง

“โถ่ะ!!!นมก็มีอยู่ไม่กี่ยี่ห้อ ยังจะเลือก”

“หงุดหงิดอะไร มาช่วยกันเลือกสิ”

“ไม่ต้องเลือกหรอก น้องจะกินวัวแดง หวานมันอร่อย”

“โถ่ งอนเป็นเด็กไปได้ กลับไปค่อยทวงดีกว่ามั้ย ตรงนี้คนเยอะ”

เมษาลุกขึ้นยืนหยิบแพคนมใส้รถเข็นก่อนหันมาพูดกับคิมหันต์ ใบหน้าหวานแววตาใสและรอยยิ้มยังไม่พอกับสัมผัสที่ตอนนี้เอื้อมมือมาเกลี่ยผมให้ น้องจ๋าเห็นแค่นั้นก็เขินแทนจนเอามือปิดหน้าซุกอก ส่งผลให้ได้ยินเสียงหัวใจคุณพ่อเต้นดังกึกก้อง มันเหมือนคิมหันต์โดนมนต์สะกดจากคนตรงหน้าที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความรักที่มีให้

“ธนิน คืนนี้ไปนอนกับป้าแหม่มได้มั้ย ป๊าจะช่วยพ่อทำงาน”

“งานอะไร ไม่เอา คืนนี้พ่อสัญญากับน้องแล้วว่าพ่อจะเล่าให้ฟังว่า ว่า ว่าป๊าโดนลักพาตัวแล้วพ่อไปช่วย แล้วก็จะเล่าด้วยว่าตอนนั้นพ่อสู้กับโจรยังไงบ้าง”

“ไม่ได้ ผู้ใหญ่เขาจะทำงานกัน เห็นมั้ย พ่อหน้าบูดแล้วไม่มีคนช่วยงาน”

“ไม่เอา น้องจ๋าอยากนอนกับพ่อ พ่อต้องเล่าให้น้องฟังว่าพ่อสู้กับโจรยังไง”

“นอนกับพ่อก็นอน เดี๋ยวพ่อเล่าให้ฟังน้า”

ต้องใช้นำเย็นเข้าลูบ คิมหันต์หอมฟอดลงแก้มขาวแถมเอามือลูบผม ยื่นข้อเสนอทางใหม่ให้ลูกจ๋าที่จะมาขัดจังหวะฉากหวานของเขาในค่ำคืนนี้ ธนินหลงกลไม่ทันพ่อเสียแล้ว เด็กน้อยดีใจดีดขาคว้ากอดคอแน่นแล้วยักคิ้วใส่เมษาที่แกล้งแสดงละครด้วยการยืนถอนหายใจซ้ำๆ

“เห้อ นอนก็นอน งั้นพรุ่งนี้เราค่อยว่ากันใหม่เนอะ คืนนี้ให้ตัวแสบนอนกับพ่อไปก่อน รู้มากฉลาดจริงๆ”

“เย้ๆ พ่อจ๋า พ่ออาบน้ำหอมๆละถอดเสื้อนะ น้องจะนอนบนตัวพ่อแล้วเอาเมจิกมาระบายสีบนรอยสัก นะนะ”

เอานิ้วจิ้มตามตัวคิมหันต์ ธนินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ใหญ่จะทำอะไร เมษาก่อนจะเดินผ่านนำหน้าไปขำลูบหลังร่างสูงเบาๆเอาเป็นว่ารู้กัน นัยน์ตานั้นแค่มองก็รู้แล้วว่าอีกคนต้องการขนาดไหน เวลาผ่านไปยิ่งอ่านใจกันออก มองซ้ายขวาจังหวะที่น้องจ๋ากำลังดูกล่องอาหารเช้าคิมหันต์ก้มลงกระสิบเสียงพร่าทำเอาเมษาหน้าแดงไปจนถึงใบหู คุณหนูตัวร้ายขนาดมีลูกแล้วยังไม่ลดละ เมษาเองก็เช่นกันที่นับวันรู้จักเอาอกเอาใจเก่งยังกับมีคนสอน

“จะรอนะ”

ตอบออกไปพร้อมสบตาด้วย ว่าแต่คำปริศนานั้นคืออะไรกันแน่ เมษารีบเดินหนีนำหน้าหูร้อนฉ่าแค่วาดภาพจินตนาการก็พาใจสั่นไม่หยุด หูทั้งสองข้างยังได้ยินคำพูดของคิมหันต์วนเวียนซ้ำๆ มันทำให้ใจเต้นแรงกว่าปกติ พูดง่ายๆคือต่อให้นานแค่ไหนสมองไม่รู้จักชินเสียที มันเหมือนน้ำร้อนที่รดลงบนต้นไม้ แค่ไอน้ำสัมผัสเบาๆก็ทำเอาอ่อนระทวย

“เอ่...คืนนี้อาบน้ำแล้วเข้านอนแต่หัวค่ำกันดีมั้ย เดี๋ยวพ่อเปิดเบ็นเท็นให้ดู”

“เอาๆ ดูตูนกับพ่อสนุก น้องชอบ”

“ถ้าอยากนอนกับพ่อก็ต้องนอนไวๆ ฮ่าๆ”

เดินอุ้มลูกจ๋า สนทนาเจื้อยแจ้วหาทุกหนทางมาหลอกล่อ คุณพ่อก็แค่อยากมีเวลาอยู่กับป๊าบ้าง ท่าทางคำพูดที่เขาว่ากันว่ายิ่งนานยิ่งสดยิ่งยกซดยิ่งอร่อยคงจะจริง ตอนนี้คิมหันต์ต้องการจะช่วงชิงอีกฝ่ายให้ทั่วทั้งตัว

กลัวอีกคนผิดสัญญา เมษาหันมาหาใช้นิ้วชี้ชี้หน้าคิมหันต์แล้วหยุดยืนอยู่กับที่

“ถ้าไม่ทำตามที่บอกนะ น่าดู”

“ตามครับ ตามๆ”

หัวเราะยกยิ้มมุมปากเดินผ่านหน้าไปเขาเอามือยีผมให้กับความน่ารักของเมษา น้องจ๋าสงสัยว่าพ่อกับป๊ามีอะไรสัญญากันไว้ ความเป็นเด็กจึงทำได้เพียงมองพ่อกับป๊าสลับกันไปมาแล้วกระตุกเสื้อคิมหันต์พร้อมถามด้วยความสงสัย

“ทำอะไรหรอพ่อ พ่อทำอะไรกัน”

“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก”

“น้องอยากรู้ นะ บอกน้องนะ”

“ไปถามป๊าเอาสิ”

“ป๊าไม่บอกหรอก พ่อต่างหากต้องบอกน้อง”

“พ่อไม่บอก ฮ่าๆ”

“งั้นน้องจะถามป๊า ป๊าจ๋า พ่อจ๋าจะทำอะไรป๊า”

ยื่นหน้ามาตะโกนถามด้วยความใสซื้อ เมษาจุ๊ปากท่าทางน่ารักแต่กลับเพิ่มความสงสัยให้ธนินมากขึ้น น้องจ๋าเกาหัวซ้ำๆ คนนั้นก็ไม่บอก คนนี้ก็ไม่บอก พ่อจ๋าก็ทำเมินแกล้งยืนเลือกเนื้อสัตว์กับพนักงานแผนกอาหารสด จนมุมแล้วจนต้องปล่อยให้สงสัยต่อไป ธนินถอนหายใจไม่เข้าใจความซับซ้อนของผู้ใหญ่ที่พ่อจ๋าและป๊าเมมักมีความลับเล็กๆกับเขาเสมอ

“เห้อ ผู้ใหญ่เข้าใจยากจริง น้องไม่รู้ก็ได้”

ซบหน้าลงไหล่เอานิ้ววาดเล่นบนหลังคิมหันต์ ไม่แน่ว่าคืนนี้อาจจะโดนส่งไปนอนกับป้าแหม่มแต่หัววันเลยก็เป็นได้ ใครจะไปรู้ว่าพ่อคิมหันต์เวลาอยู่กับป๊าเอาแต่ใจซะยิ่งกว่าเด็กๆ ธนินยู่ปากทำคิ้วขมวดไม่มองหน้าป๊าเพราะอยากมีความลับกับลูกชายดีนัก ต้องโทษพ่อเขาต่างหากที่เป็นตัวตั้งตัวตีทำให้คืนนี้น้องจ๋าอดนอนตรงกลางเอาขาพาดอ้าซ่า แถมยังโกหกลูกชายที่ปักใจเชื่อว่าคืนนี้จะนอนดูการ์ตูนด้วยได้ลงคอ เพราะป๊าน่ารักและรู้จักมัดใจจนคุณพ่อมือใหม่ดิ้นไปไหนไม่ได้ต่างหาก

​------------------------------------------------------

มาแล้ว ครอบครัวนี้มีความสุขจังเลยยยยยย ติดตามตอนต่อไปน้าาา ตอนนี้ชมความน่ารักของน้องไปก่อน

​10.10.17

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว