ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 3 : หมูจะหาม อย่าเอาความ (วุ่นวาย) เข้าไปสอด

ชื่อตอน : Chapter 3 : หมูจะหาม อย่าเอาความ (วุ่นวาย) เข้าไปสอด

คำค้น : นิยาย,นิยายรัก,นิยายตลก,ขอเสื้อกาวน์ตัวนั้นห่มใจให้ฉันที,หมอ,ครู

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ต.ค. 2560 14:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 3 : หมูจะหาม อย่าเอาความ (วุ่นวาย) เข้าไปสอด
แบบอักษร

Chapter 3 :  หมูจะหาม  อย่าเอาความ (วุ่นวาย) เข้าไปสอด

และแล้วฉันก็เห็นนายเทมป์คว้าเหล้าแก้วนั้นมายกดื่มรวดเดียวเอื้อกๆ  จนเห็นลูกกระเดือกกระเพื่อมเป็นคลื่นระหว่างดื่ม  เมื่อหมดแก้วเขาก็วางลงอย่างแรงจนก้นแก้วกระแทกโต๊ะ  ก่อนจะใช้ปลายลิ้นตวัดเลียริมฝีปากสีส้มนั้น

บ้าจริง  ทำไมฉันรู้สึกว่าเขาหล่อชะมัด

“เก่งจังเลยค่ะ”  ยัยออร่าปรบมือแปะๆ  แต่มุมปากยกขึ้นอย่างงนางมารร้ายในละคร  “เดี๋ยวออร่าดื่มเป็นเพื่อนนะคะ”

สิ้นคำยัยออร่าก็ยกแก้วเหล้าข้างๆ  ตัวเองขึ้นมาจิบเล็กน้อย  ขณะที่สายตาก็จ้องมองผู้ชายใบหน้าขาวตี๋เหมือนพระเอกเกาหลีอย่างไม่วางตา  นี่ถ้าหล่อนกระโดดไปแทะหัวผู้ชายตรงหน้าได้  ป่านนี้หล่อนเขมือบลงไปแทบไม่ต้องเคี้ยวเลยมั้งนั่น

แต่มันก็น่าที่ผู้หญิงจะมาวางแผนจับอยู่หรอก  ในเมื่อนายเทมป์เองก็สูงยาวขาวตี๋ซะขนาดนั้น  แถมได้ยินยัยออร่าบอกในห้องน้ำอีกว่าเรียนแพทย์ปีสาม พ่อก็รวยอีก  ก็สมแล้วที่ใครๆ  อยากได้เป็นพ่อพันธุ์

“จะว่าไป  คุณก็สวยเหมือนกันนะ”

เสียงทุ้มห้าวหลุดออกมาจากปากนายเทมป์  ขณะที่สาวตาหรี่ลงอย่างคาดเดาว่าคิดอะไร

“แหม  ชมออร่าแบบนี้  ออร่าก็เขินนะคะ”  ว่าแล้วหล่อนก็บิดตัวไปมาเหมือนงูโดนรถทับ

“ชอบผมหรอ”

“บ้า  ใครบ้างจะไม่ชอบพี่เทมป์”

“อยากได้ผมมั้ย  วันนี้ผมชักอยากระบาย”

หะ...ห๊า !  ฉันที่ยืนแอบฟังอยู่นี่แทบจะสำลักน้ำลายตัวเองเมื่อได้ยินประโยคนั้นของนายหน้าตี๋

“ว้า  เห็นออร่าเป็นแค่ที่ระบายหรอคะเนี่ย”  ยัยออร่าตีหน้าเศร้า  “เสียใจจัง”

“อยากเสียอย่างอื่นด้วยมั้ย”

นายเทมป์เอื้อมมือไปโอบไหล่ยัยออร่า  ถ้าฉันตาไม่ฝาดฉันว่าเห็นมืออีกข้างของเขาแตะหน้าอกยัยออร่าด้วย  ยัยออร่านั่นก็ไม่รู้ว่ารู้ตัวหรือเปล่า  นอกจากไม่ปฏิเสธฉันเห็นหล่อนดึงมือนายเทมป์มาวางตรงขาอ่อนหล่อนด้วย  กรี๊ด !  ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังดูฉากเริ่มต้นของหนังเอวีหนุ่มหล่อหน้าใสกับยัยจอมร่าน

“ไปต่อกันห้องน้ำเถอะ  ผมไม่ไหวแล้ว”

“ออร่าว่าไปโรงแรมแถวนี้...”

นายเทมป์ยกนิ้วชี้มาแตะปากยัยออร่าก่อนที่หล่อนจะพูดจบ

“ผมทนไม่ไหวขนาดนั้นหรอกนะ  ความสวยคุณล่อใจผมเหลือเกิน”

“ถะ...ถ้างั้นห้องน้ำผับก็ได้ค่ะ”  ยัยออร่าพยักหน้ารับอย่างตื่นเต้น

จากนั้นฉันเห็นสองคนนั่นเดินโอบกันแล้วเดินมาทางฉันซึ่งเป็นทางไปห้องน้ำ  เมื่อเห็นดังนั้นฉันก็รีบหันหลังให้สองคนนั่นทันที  พลางทำเป็นเต้นตามจังหวะเพลงโดยไม่ได้สนใจ  แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินผ่านฉันไปนั่นเอง  ฉันก็รู้สึกเหมือนเท้าของตัวเองโดนอะไรหนักๆ  กดเข้าให้อย่างแรง  และเมื่อก้มลงไปมอง  ก็พบว่าเป็นรองเท้าส้นสูงสีแดงแป๊ดของยัยออร่านั่นเอง  กรี๊ด  !  เดินยังไงให้มันเหยียบเท้าฉันห๊ะ !

“โอ๊ย !”  ฉันอุทานลั่น  ก่อนจะตวัดสายตาไปมองยัยออร่าที่กำลังจะเดินผ่านไปกับนายเทมป์

“อ้าว  เธออีกแล้วหรอ”  ยัยออร่ามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า  “นอกจากจะไม่สวยแล้วเนี่ย  ยังชอบยืนเกะกะชาวบ้านเค้าอีกนะ  พิจารณาตัวเองด่วนด้วย  ชิส์”

“ไปกันเถอะครับ  ผมไม่ไหวแล้ว”  นายเทมป์ที่ใบหน้าซุกซอกคอยัยออร่าอยู่พูดขึ้น  ตาไม่ได้มองฉันซักนิดเพราะปรือเหมือนคนจะหลับไม่หลับแหล่

“อะ...อ้าว !”

ฉันอ้าปากค้าง  มองดูสองคนนั้นเดินผ่านฉันไปโดยไม่ขอโทษซักคำ  แบบนี้ก็ได้เหรอ !

หนอยแน่  จะไปมีเซกส์กันดีๆ  ไม่ได้ใช่มั้ย  (เสียงเจ้าแม่นาคี)  ทำไมต้องมาวุ่นวายหาเรื่องฉันด้วย  ไม่ขอโทษไม่ว่าหรอกนะ  แต่ไอ้ท่าทางที่มองแบบไร้มารยาทและคำพูดที่ดูถูกนั้นมันเกินจะรับไหวจริงๆ  ที่สำคัญกล้าดียังไงมาว่าฉันไม่สวย !  หล่อนคิดว่าผิวขาวซีดแบบแดรกคิวลา  ผอมกะหร่องเหมือนผีเปรต  นมทะลักเหมือนเป็นเนื้องอก  ตาโตเหมือนเอเลี่ยนที่หล่อนเป็นอยู่น่ะสวยหรอ  หุ่นดีฉันนี่สิถึงจะสวยของจริง  แม่ฉันยังชมฉันว่าสวยทุกวันเลย

ฉันตวัดสายตามองไปยังทางเข้าห้องน้ำที่สองคนนั่นเพิ่งเดินกอดกันเข้าไป  พลางกัดฟันกรอดๆ  อย่างแค้นใจ  บังอาจ  รู้จักคนอย่างนกแก้วมาคอว์น้อยไปซะแล้ว  ถึงจะนกเรื่องผู้ชาย  แต่ไม่นกเรื่องจิกชะนีนะคะ !

คิดได้ดังนั้นฉันจึงก้าวยาวๆ  ตรงไปยังห้องน้ำทันที  เมื่อเข้าไปถึงพบว่าไม่มีใครอยู่  แถมประตูห้องน้ำสามห้องที่เหลือก็เปิดออกโชว์ว่าไม่มีใครเข้า  แต่มีห้องหนึ่งที่ปิดสนิม  แถมยังมีเสียงเหมือนคนดูดอะไรจ๊วบๆ  ด้วย

ปัง !

ฉันเดินไปถีบประตูห้องน้ำนั้นออก  จนฝาประตูกระเด็นเข้าไปกระแทกผนังด้านใน

“ว้าย !”

“เฮ้ย !”

สภาพที่ฉันเห็นตอนนี้คือยัยออร่าที่ตาโตตกใจ  ผมเผ้ากระเซิงเหมือนผีกระสือ  หน้าอกขาวๆ  ของหล่อนทะลักออกมาชนจมูกโด่งเป็นสันของนายเทมป์ที่กำลังกดฝังลงไปในเต้าคู่นั้น  และเหมือนว่าเขาจะผงะที่เห็นฉันพังประตูเข้าด้วย

“อะไรของหล่อนเนี่ย”  ยัยออร่าตวาด  ก่อนจะรับเก็บเต้าหล่อนเข้าไปในเสื้อตามเดิม  “เข้ามาทำไมยะ  หล่อนเป็นประสาทหรือไง”

“เธอนี่ก็สวยนะ”  นั่นคือสิ่งที่นายเทมป์เอ่ยทักทายฉัน

“ทำไมฉันจะเข้ามาไม่ได้  ฉันจะเข้ามาตบยัยคนที่ดูถูกฉันตะกี้ไง”  ฉันยืนเถียงคอเป็นเอ็น

“ฉันไปว่าหล่อนตอนไหนยะ”

“ก็เดินเข้ามาตะกี้หล่อนยังว่าฉันไม่สวยอยู่เลย  แค่นี้ทำเป็นลืม  หรือความจำของหล่อนมันไปกองอยู่ตรงนอหมด”

“ฉันไม่ใช่แรดนะ !”

“ใช่  ไม่แรดแต่ร่าน  วางแผนใส่ยาปลุกเซกส์ในเหล้าเพื่อให้ผู้ชายเค้าเอาเล่นๆ  เนี่ยนะ  ด่าฉันว่าไม่สวย  แต่ถ้าสวยแล้วไม่มีสมองอย่างหล่อนฉันก็ไม่อยากสวยละวะ”

“กรี๊ด !”

“เออ  กรี๊ดไปเลย  และก็เข้าใจใหม่ซะด้วยว่าอย่างฉันเนี่ยแหละที่สวย  ผีกระดูกอย่างหล่อนผู้ชายคนไหนเค้าก็เอาเฉพาะตอนโดนยาที่หล่อนใส่น่ะแหละ”

“นังปากปลาร้า !”  ยัยออร่าชี้หน้าฉันมือสั่นเทา  ริมฝีปากสั่นระริกเพราะโมโหสุดขีด

“คุณสวยกว่าจริงๆ  ผมเชื่อ”

ว่าแล้วนายเทมป์ที่เคยอยู่ข้างๆ  ยัยออร่าก็กระโจนเข้ามากอดฉัน  ฉันเบิกตาแทบถลนตกใจสุดขีด  อะ..อะไรกันเนี่ย !  นายมากอดฉันทำไม  ปล่อยนะ  ฉันพยายามขืนตัวออกจากอ้อมกอดของไอ้ผู้ชายหื่นกามตรงหน้า  ไปกอดยัยออร่านู้นเซ่  กอดฉันทำมาย...ฮือๆ

“หล่อนนี่มันเป็นตัวขัดโชคลาภจริงๆ  ฝากไว้ก่อนเถอะ”

ว่าแล้วยัยออร่าก็เดินมากระแทกไหล่ฉันออกไปจากห้องน้ำ  ทิ้งให้ฉันพยายามต่อสู่กับแรงของแรดตัวผู้โดนยาที่พยายามจะยื่นปากจู๋เข้ามาจูบฉันให้ได้

“ปล่อยฉันนะไอ้บ้า !”  ฉันพยายามปัดป้องคนตัวโตกว่าพัลวัล

“คุณสวยจนผมอดใจไม่อยู่เลยนะ”

“ฉันรู้ว่าฉันสวย  แต่แกปล่อยฉันได้แล้ว  ว้าย !”

ฉันกรี๊ดลั่นห้องน้ำ  เมื่อนายเทมป์ผลักฉันเข้าไปด้านในห้องน้ำแทนที่ยัยออร่า  ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างกำข้อมือฉันไว้กับผนังห้องน้ำแน่น

“คุณสวยกว่าออร่ามากจริงๆ  ด้วย  มาเป็นของผมเถอะนะคนสวย”

“กรี๊ด !”  ฉันหลับหูหลับตาตวาด  เมื่อนายเทมป์ใช้ปากสีส้มสดของเขาดูดลงไปตรงซอกคอฉันอย่างแรง

“แป๊บเดียว  ไม่เจ็บหรอกครับ”

เขาพูดเหมือนหมอตอนหลอกเด็กฉีดยาเลย  แต่กลับกันตอนนี้ฉันเนี่ยแหละจะโดนหมอนี่ฉีดยา  ฉันเบิกตากว้างเมื่อเห็นผู้ชายตรงหน้าถอดกางเกงขายาวออกเหลือแต่กางเกงบอกเซอร์ข้างใน  แถมตรงกลางนั่นก็หัวอะไรที่ผงกไปมาแข็งแรงและชูชันพร้อมออกรบเต็มที่  ฉันเริ่มหายใจติดขัดเหมือนกำลังจะตาย  หลับตาปี๋ก่อนจะกลั้นหายใจทำอะไรบางอย่าง...

คือการถีบเขาออกไปสุดแรง

แอ้ก !

“โอ๊ย !”

ฉันลืมตาโพลง  มองดูผู้ชายหน้าหล่อตรงหน้าที่ไถลงลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้นห้องน้ำ  ฉันมีรีรอให้เค้าได้มีโอกาสตั้งตัว  หันไปเจอแจกันแก้วที่วางหน้าอ่างล้างหน้าก็รีบวิ่งไปคว้ามาทันที  ก่อนจะฟาดลงไปตรงท้ายทอยของเขาสุดแรง  จนฝ่ายนั้นล้มลงไปสลบเหมือด

ว้าย !   ฉันจะโดนข้อหาฆ่าคนตายมั้ยเนี่ย !

มือไม้ฉันสั่นไปหมด  เป็นจังหวะนั้นเองที่มีคนมาเข้าห้องน้ำพอดีแล้วเจอฉันที่ยืนตัวสั่นกับนายเทมป์ที่นอนสลบอยู่  ยัยนั่นก็ตกใจกรี๊ดร้องลั่น  ทำให้มีผู้คนรีบวิ่งพรูเข้ามาดูตามทันที  ฉันมองเลิ่กลั่กอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อทุกสายตาของไทยมุงมองมาที่ฉัน  จึงตัดสินใจวิ่งฝ่าฝูงไทยมุงออกไปทันที

บ้า...บ้าที่สุด  ฉันขอโทษด้วยนะนายเทมป์  นายมาทำมิดีมิร้ายฉันก่อน  หวังนายคงไม่ตายหรอกนะ  ฮือๆ





“อะไรนะ  แกฆ่าคนตายหรอ”

ยัยพายแอปเปิลแหกปากดังลั่นห้องสมุดที่แสนสงบในยามบ่าย  จนทำให้เหล่านักศึกษาที่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออยู่เงยหน้าขึ้นมามองเป็นตาเดียว  ฉันหันไปตีเพียะที่แขนยัยเพื่อนปากสว่างทันที  ยัยนั่นลูบแขนตัวแขนป้อยๆ  พลางทำหน้าง้ำงอ

“ฉันพูดผิดตรงไหน”  ยัยพายแอปเปิ้ลพูดเสียงเบาลงกว่าเดิม  “ก็แกบอกว่าพอทุบหัวพี่เค้าแล้วก็สลบเลยนี่”

“อาจจะสลบย่ะ  ยังไม่ตายก็ได้”  ฉันแย้ง

“แอบไปก่อวีรกรรมนี่เอง  เมื่อคืนตอนไปผับฉันกดโทรหาหล่อนมือหงิกไม่ติด  นึกว่าตกโถส้วมตายละ”

ยัยพดด้วงบ่นพลางจ้องหน้าฉันเขม็ง  ก็ใช่อ่ะนะ  เมื่อคืนฉันปิดเครื่องตอนที่ไปผับ  แถมพอตกใจที่ตัวเองเผลอทุบหัวพ่อหน้าหล่อจนสลบ  ฉันก็เผ่นแน่บกลับไปนอนคุมโปงที่บ้านทันที  แถมยังนอนไม่หลับเพราะจิตตกเรื่องโดนแฟนทิ้ง  ยังจะมาหวาดวากับข้อหาฆ่าคนตายอีก  ทำให้วันนี้ตาฉันเลยคล้ำเป็นหมีแพนด้าเลย

“กลับก็ไม่บอก  พวกเราตามหาแกแทบแย่”  ยัยพดด้วงยังบ่นต่อ

“แต่นั่นมันไม่ใช่ประเด็น”  ยัยพายแอปเปิ้ลชูนิ้วชี้ขึ้นแล้วส่ายไปมา  “ยัยมอคอว์ฆ่าคนตายเลยนะ”

“ยังไม่ตาย”  จะให้ฉันแย้งอีกกี่ครั้งเนี่ย

“ไม่รู้สิ  ถ้ายังไม่ตาย  ยัยมอคอว์อาจจะทำบุญก็ได้นะ”  ยัยพดด้วงออกความเห็น

“ทำบุญอะไรยะ”

ยัยพายแอปเปิ้ลขมวดคิ้วงง  ฉันหันไปพยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อน

“ก็ทำบุญที่ช่วยเหลือผู้ชายที่กำลังโดนผู้หญิงหลอกฟัน  ให้พ้นเง้อมือจากการข่มขืนไง  คิดดูสิ  หมอนั่นน่ะ  ชื่ออะไรนะ...เทมป์ใช่มั้ย  โดยมอมยาจนอาจคึกไม่ได้สติเลยจะซัมติงกะยัยคนนั้น  จริงๆ  แล้วหมอนั่นอาจจะเป็นคนดีก็ได้  แต่โดนมอมยา  แกก็ถือว่าทำบุญช่วยคนเลยสิ  ทำบุญกะคนเค้าว่าบุญจะเยอะนะ”

“อาจจะจริงอย่างที่ยัยพดด้วงพูดก็ได้”  ยัยพายแอปเปิ้ลเริ่มเห็นด้วย  ก่อนจะหาหน้ามาหาฉัน

เฮ้อ  เอาที่พวกแกสบายใจเลยก็แล้วกัน  ทำบุญก็ทำบุญ

แต่เอ๊ะ  ระหว่างที่ฉันนอนหมอบกับโต๊ะด้วยความง่วงบวกกับเหนื่อยหน่ายใจ  สายตาฉันก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งในชุดนักศึกษากำลังยืนอ่านหนังสือที่มุมหนึ่งของห้องสมุด  ฉันอาจจะมองเลยผ่านไปถ้าไม่ใช่เพราะว่าไอ้หมอนั่นดันเหมือนกับ...ผู้ชายที่ฉันทุบหัวแบะในผับ...

นายเทมป์ !

ฉันอ้าปากเหวอทันที  ยัยพดด้วงที่กำลังก้มลงอ่านหนังสือเพราะจะสอบตอนบ่ายจับสังเกตได้เลยมองตาม  ก่อนจะสะกิดแขนฉันเบาๆ

“เป็นอะไร  ตกหลุมรักหนุ่มแว่นกะทันหรอ”

“หนุ่มแว่นไหน”  ยัยพายแอปเปิ้ลที่กำลังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ชะงัก  “คนที่ยืนอ่านหนังสืออยู่น่ะหรอ  ว้าว  ใส่แว่นตาด้วยแฮะ  ฉันแพ้ทางหนุ่มแว่นหน้าขาวตาตี๋แบบนั้น”

“นั่นมันนายเทมป์นี่”  ฉันเอ่ยขึ้น

“ห๊ะ !”

ยัยพดด้วงและยัยพายแอปเปิ้ลมองหน้ากัน  ก่อนจะหันมาจ้องฉันเขม็ง

“ผู้ชายที่จะปล้ำแกเมื่อคืนหล่อบาดไส้ฉันขนาดนี้เลยหรอ”  ยัยพายแอปเปิ้ลทำตาเคลิ้มฝัน

“แต่ไม่เห็นเค้าจะเป็นอะไรมากเลยนี่”  ยัยพดด้วงออกความเห็น  “สงสัยแกคงสบายใจได้แล้วล่ะมอคอว์  แกไม่ได้ฆ่าคนตาย”

ยัยนี่ก็ตอกย้ำจัง

“แกควรจะไปขอโทษแล้ว  แล้วถามไถ่ว่าเค้าเป็นยังไงบ้าง”  ยัยพายแอปเปิ้ลเสนอ

“เดี๋ยวๆ  ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น”  ฉันทำหน้าหลอหลา  “แล้วก็แล้วกันไปสิ”

“แกนี่จิตใจไร้ซึ่งความเมตตาปรานี”  ยัยพายแอปเปิ้ลพูดต่อ

“จิตใจต่ำช้า”  เอ้า  ยัยพดด้วงก็เป็นไปกะเค้าด้วย

“ขาดมนุษยธรรม”

“ไม่มีมโนสำนึก”

“จิตใจหยาบกระด้าง”

“ใฝ่ต่ำ”

“นี่  พอแล้ว !”

ฉันยกมือห้าม  คือถ้าจะด่าฉันขนาดนี้  กดหัวฉันโขลกกะโต๊ะจนตายไปเลยดีกว่ามั้ย  คนอะไรจะไม่มีที่ดีขนาดนั้นแค่ทุบหัวคนจนสลบเพื่อป้องกันตัวเฉยๆ

“ไปก็ได้  พูดมากจริงพวกแกนี่”

ว่าแล้วฉันก็ลุกขึ้นเดินมาจากตรงนั้น  แต่ระหว่างที่เดินฉันก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังมาเพื่อนสาวทั้งสองด้วย  เอ๊ะ  หรือว่าฉันโดนจะเพื่อนเล่นสงครามประสาทนะ  พอฉันหันกลับไปมองอีกทียัยพวกนั้นก็รีบหุบยิ้มแล้วทำหน้าซีเรียสต่อ  ตะกี้ฉันหูฝาดไปหรอ

เมื่อเดินมาถึงผู้ชายร่างสูงที่ก้มหน้าลงอ่านหนังสืออย่างไม่แคร์โลก  ฉันก็แกล้งกระแอมแล้วเอ่ยขึ้น

“ขอโทษ  นายเทมป์”

เขาเงยหน้าขึ้นมาทันที

ความคิดเห็น