ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Until...Episode 15 End.

คำค้น : รามพั้นซ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2560 23:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Until...Episode 15 End.
แบบอักษร


EP. 15

ครอบครัวสุขสันต์ 

[อย่าว่านะ ไรท์มีรูปรามอยู่แค่รูปเดียวนี่แหละ5555]




เช้าที่บรรยากาศในบ้านที่ถูกโอบกอดด้วยขุนเขาและไร่ส้มยังคงงดงามสดใสดั่งทุกวัน คนที่นอนป่วยตั้งแต่เมื่อคืนก็อยากจะลงไปสูดอากาศด้านล่าง เมื่อคืนพั้นซ์คอยลุกมาเช็ดตัวเป็นระยะเพราะรามเพิ่งจะมาสงบเอาตอนตีสอง

“เดี๋ยวพั้นซ์จะลงไปเอาข้าวต้มมาให้”

“ฉันอยากลงไปข้างล่าง”

“แต่รามต้องนอนพัก” อย่าบอกนะว่าอยากจะทำงาน จะบ้างานไปถึงไหน

“ไปนอนข้างล่างก็ได้ อยู่บนนี้มันอุดอู้”

พั้นซ์โล่งใจที่รามไม่ได้คิดจะทำงานอย่างที่เข้าใจ เขาเองก็เห็นด้วยที่รามอยากจะลงไปนอนด้านล่าง ตอนนี้รามสร่างไข้ขึ้นมากแล้วผิดกับเมื่อคืนที่ตัวร้อนจนน่ากลัว “งั้นก็ได้ แล้วจะให้ปลุกเทียนลงไปทานข้าวพร้อมกันเลยไหม” อยู่ในช่วงปิดเทอม เทียนสามารถนอนตื่นสายได้กว่าปกตินิดหน่อย ดังนั้นพั้นซ์เลยเดาว่าเทียนยังคงนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง

รามส่ายหน้ายิ้ม ๆ ใบหน้าหล่อจัดมีสีสันขึ้นมากกว่าเมื่อคืน รามเป็นคนแข็งแรง ล้มป่วยคืนเดียวก็ฟื้นตัวได้เร็ว “เทียนไม่ใช่เด็กตื่นสาย ปิดเทอมก็ต้องตื่นตามเวลาเดิม เดี๋ยวพอเปิดเทอมจะชินแล้วไม่ยอมตื่น ป่านนี้ออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนแล้วมั้ง เด็ก ๆ พลังงานเยอะจะตาย”

“เหอะ เทียนก็ไม่สงสัยเลยเนอะ ว่าทำไมพ่อของเขาถึงตามกลับห้อง” พั้นซ์อดพูดกระทบคนบนเตียงไม่ได้ ถ้าบอกว่าสองพ่อลูกร่วมมือกันเขาจะไม่สงสัยเลย

“เขาสงสารพ่อล่ะมั้ง”

“ทำไมต้องสงสาร” คนฟังตวัดตามองพลางกอดอก

“สงสารเพราะง้อเมียไม่สำเร็จสักที”

อากาศที่เย็นเฉียนด้านนอกสู้ไม่ได้กับความร้อนบนใบหน้าของพั้นซ์ เมื่อทำอะไรไม่ได้กับสายตาพึลึกพิลั่นที่ส่งมาหยอกล้อพั้นซ์จึงคว้าเอาเสื้อผ้าชุดใหม่เดินตรงเข้าห้องน้ำไป รามมองตามแผ่นหลังเล็กจนสุดสายตา รู้สึกเหมือนภาพของพั้นซ์เมื่อห้าปีก่อนซ้อนทับเข้ามา เด็กดื้อที่ขี้เขินแต่ก็ยอมทำทุกอย่างตามคำสั่งและว่าง่ายเพราะกลัวเขาไม่รัก เด็กคนที่เขาเคยห้ามใจว่าจะไม่แตะต้องเกินเลยแต่จะเฝ้าดูแลตราบเท่าที่อีกฝ่ายจะไม่ต้องการ

เพียงแต่ว่า วันที่พั้นซ์ไม่ต้องการเขามันมาถึงเร็วจนเกินไป เร็วจนเขาไม่อาจทำตามสัญญาและถูกเด็กคนนี้ตราหน้าว่าตระบัดสัตย์ ตอนนี้เขาได้รับโอกาสนั้นอีกครั้งและไม่ปล่อยให้พลาดไปอย่างอดีต เขาจะไม่ตัดสินใจแทนพั้นซ์ จะไม่ปากหนัก จะพูดทุกคำที่พั้นซ์เอ่ยร้องขอและอย่างฟังมาตลอด

“พั้นซ์พร้อมจะฟังที่ฉันกำลังจะพูดต่อไปนี้หรือยัง” ยามที่ข้าวต้มคำสุดท้ายถูกกลืนลงท้อง รามถามออกมาประโยคหนึ่ง ในบ้านมีเพียงรามและพั้นซ์ส่วนยายระพีไม่ได้กลับจากบ้านของเพลิงตั้งแต่เมื่อวานเพราะพั้นซ์รับปากว่าจะดูแลเทียนให้

คำถามที่หยุดชะงักมือเรียวที่กำลังจะส่งข้าวต้มเข้าปากคนป่วย

“อิ่มแล้วเหรอ” พั้นซ์หาทางเลี่ยงแม้เมื่อคืนจะบอกกับตนเองว่าจะยอมรับฟัง ซึ่งบางที เขาก็กลัวการพูดถึงอดีต ทั้งที่ตัวเขานั่นแหละที่จมอยู่กับอดีตตลอดมา

“ไม่กินแล้ว” รามย้ำ

“ทานยาก่อน”

รามรับยาไปทานเสร็จแล้วรีบรวบตัวคนคิดหนีเอาไว้ พั้นซ์เสียหลักนั่งลงบนตักแกร่งอย่างช่วยไม่ได้

“คุยธรรมดาก็ได้ ไม่เห็นต้อง...” พูดไม่จบก็ต้องถอนหายใจ เพราะยิ่งทักท้วงก็เหมือนถูกกอดรัดแน่นขึ้น

“มันอาจจะยาก หากต้องพูดย้อนไปถึงวันนั้น พั้นซ์จะรู้สึกเจ็บปวด แต่ฉันเองก็ไม่ต่างกัน” ชายหนุ่มเกยคางบนลาดไหล่เล็ก เสียงทุ้มลึกเอ่ยขึ้นราวกระซิบ หากทว่า เปี่ยมไปด้วยความมั่นคงและประนีประนอม

“การที่เราจากกันด้วยความเข้าใจผิด นั่นเพราะฉัน...อาจจะช้าเกินไปจนพั้นซ์หลุดมือ”

“แล้วจะให้พั้นซ์อยู่เพื่ออะไรล่ะ ในเมื่อรามกำลังจะแต่งงาน รามทำตัวเป็นคนที่ไม่รับรู้ความรู้สึกของพั้นซ์”

“แต่ก็ฉันไม่ได้แต่งงานกับดาหวัน”

“นั่นเพราะเธอเสียไปซะก่อน ไม่งั้นรามก็คงต้องแต่ง” เสียงหวานแข็งกระด้างขึ้นมานิดยามความรู้สึกคล้ายวันนั้นตีตื้นขึ้นมาจุกอก “ต่อให้พั้นซ์จากไป รามก็คงไม่รู้สึก รามไม่เอ่ยรั้งพั้นซ์สักคำ ในตอนนั้นโลกของพั้นซ์มีแต่ราม ทั้งความหวัง ความฝัน อนาคต ล้วนแต่มีรามอยู่ในนั้นแต่ว่า...สุดท้าย รามก็ดับฝันนั้นอย่างเลือดเย็น”

“ฉันอยากจะพูดให้ได้มากกว่าคำว่าขอโทษ หลังจากนี้ก็ตั้งใจฟังนะ”

พั้นซ์กลั้นสะอื้น ความเข้าใจผิดที่ว่ารามอยากผลักไสยังติดค้างในใจ ทว่า ประโยคต่อมาที่หลุดจากปากรามนั้น...

“ตอนนั้นยายไม่รู้ว่าฉันคิดยังไงกับพั้นซ์ ถึงบอกว่าอยากให้ฉันแต่งกับดาหวัน แต่พอฉันบอกไปทั้งยายและดาหวันต่างเข้าใจ กับดาหวัน ถึงแม้ฉันกับเธอจะมีเทียน แต่หัวใจเราไม่เคยเกินเลย วันเดียวกันนั้นฉันตามพั้นซ์ไปที่บ้านคุณเพลิง ประโยคที่ได้ยินจากเด็กน้อยคนนั้นคืออยากจะไปจากฉันให้เร็วที่สุด นาทีนั้นทำให้ฉันฉุกคิด ว่าโลกนี้ยังมีอะไรอีกมากมาย มีอนาคตรอพั้นซ์อยู่ ไม่อยากให้เอาทุกอย่างมาทิ้งไว้ที่ผู้ชายอย่างฉัน ฉันคิดว่าตัวเองไม่ควรเห็นแก่ตัวเก็บพั้นซ์ไว้คนเดียว”

“รามไม่มีสิทธิ์คิดแทนพั้นซ์!” เมื่อรู้สาเหตุที่แท้จริง นั่นหมายถึงรามไม่ได้คิดจะผลักไสเขา เพราะคำพูดของเขาเองที่มีผลต่อการตัดสินใจของราม

“ฉันรู้ เพิ่งมารู้ตอนนี้ ถ้ารู้เร็วกว่านี้เราคงไม่ต้องทุกข์ใจถึงห้าปี” รามจูบซอกคอขาวราวกับวอนขอโทษ “ดาหวันเสนอบางอย่าง...เธออยากพูดให้พั้นซ์เข้าใจแต่ฉันห้ามไว้”

หัวใจของพั้นซ์วูบโหวง พลันรู้สึกผิดเต็มประดาที่ตนหลงผิดคิดชิงชังผู้หญิงคนนั้น นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่เขาพึ่งเข้าใจก็คือ เรื่องระหว่างเขาและรามมันแค่คลาดกันไปมา หนึ่งอยากจะฟังแต่อีกคนนั้นไม่พูด นั่นทำให้เรื่องราวที่ควรจะจบลงด้วยความสมเหตุสมผลถูกปล่อยละเลยมาหลายปี

แค่ความเข้าใจผิดแค่นั้นเอง...

“มันก็แค่ความเข้าใจผิดงั้นเหรอ แค่พั้นซ์ด่วนตัดสินใจและไม่ยอมฟัง”

“ฉันเองก็ผิดที่ไม่ยอมพูด เอาแต่คิดเอาเองเรื่องอนาคตของพั้นซ์ ทั้งที่ตอนนั้นฉันรู้ตัวว่ารักพั้นซ์มากแค่ไหน”

คำว่ารักจากปากรามพาให้หัวใจของพั้นซ์พองโต หากทว่า รามใช้คำว่าตอนนั้น แล้วตอนนี้ล่ะ?  

“เราเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ ทำให้มันดี ชดเชยความสุขที่เราพลาดไป ฉันจะเติมเต็มทุกอย่างเท่าที่คนคนหนึ่งจะสามารถทำได้”

พั้นซ์ขยับลงจากตักแกร่งมานั่งข้างกันเพื่อหันไปสบตาตรง ๆ อยากถามบางอย่างที่ติดค้างในใจ ราม เขาถูกสายตาคมกล้าคู่นั้นทอดมองด้วยความหวงแหน

“รามบอกว่าเมื่อก่อนรักพั้นซ์มาก แล้วตอนนี้ล่ะ รามกลับมารักพั้นซ์อีกหรือยัง”

ไม่ว่าภายนอกจะแก่นเซี้ยวแค่ไหน หากแต่คำพูดที่ออกมาจากใจก็ยังคงบริสุทธิ์อย่างเคย คำถามที่รามให้คำตอบได้อย่างมั่นใจไม่ลังเล

“ฉันรักพั้นซ์มาตลอดต่างหาก”

“รามรักพั้นซ์คนก่อน หรือว่าตอนนี้” บางทีรามอาจจะฝังใจกับเด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลกคนนั้น

มืออุ่นส่งมาลูบแก้มใสอย่างอ่อนโยน “พั้นซ์ก็คือพั้นซ์ สำหรับฉัน พั้นซ์ก็ยังเป็นพั้นซ์คนเดิมของฉัน” รามหมายมั่นที่จะสานต่อคำสัญญาที่ตนไม่เคยได้ทำนั่นคือการดูแลเด็กคนนี้ กำแพงที่พั้นซ์สร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองนั้นไม่จำเป็นอีกแล้ว เพราะต่อจากนี้ รามคนนี้จะเป็นคนปกป้องพั้นซ์เอง

“พั้นซ์ก็รักราม...รักอย่างที่ไม่เคยคิดจะตัดใจ”

น้ำเสียงสั่น ๆ ของพั้นซ์สะเทือนความรู้สึกของราม เขาไม่รู้ว่าพั้นซ์ต้องทนสู้กับแรงขัดแย้งในใจของตัวเองมากแค่ไหน อาจจะมากพอ ๆ กับตัวเขาเองที่ต้องหักห้ามใจไม่ให้บินไปหาพั้นซ์ที่ต่างประเทศ งานคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขาอดทนตั้งมั่นเพราะบอกกับตัวเองว่าจะสร้างทุกอย่างเผื่อในสักวันที่พั้นซ์กลับมา...เขาจะทวงเด็กคนนี้คืนและรั้งไว้อย่างคนเห็นแก่ตัว ไม่ว่าจะต้องต่อสู้กับอะไรก็ตาม

เป็นครั้งในรอบห้าปีที่ทั้งสองส่งยิ้มให้กัน โดยเป็นยิ้มที่ไม่ใช่ยิ้มเยาะหรือยิ้มประชดประชันกัน

“ถ้าไม่กลัวว่าเราจะติดไข้ ฉันจะขอจูบสักที”

ผิวแก้มของพั้นซ์ร้อนวูบ ปกติแล้วรามไม่ใช่คนก้อร่อก้อติกสักหน่อยเขาก็เลยไม่ชิน

“ไปหัดพูดอะไรแบบนี้มาจากไหน”

“ทำไมต้องหัด ฉันไม่ได้อ่อนหัดนะพั้นซ์” เมื่อโดนลูบคมและสบประมาทรามก็เลยประกาศศักดาว่าตาน่ะไม่ใช่เด็กอ่อนหัดสักหน่อย พั้นซ์ต่างหากยังไม่รู้อะไร “ก็พิสูจน์มาแล้วนี่”

ใครจะว่ายังไงก็ช่างเถอะนะ แต่พั้นซ์มองว่าเวลารามทำหน้าเจ้าเล่ห์มันก็เสือร้ายดี ๆ นี่เอง

“อย่ามาพูดมั่ว ๆ เดี๋ยวเทียนก็เข้ามาได้ยินหรอก” พั้นซ์ฝาดไหล่รามไปทีหนึ่ง ได้เคลียร์ใจก็เหมือนปลดทิฐิออกจากบ่า

ไม่น่าเชื่อว่าเทียนจะศักดิ์สิทธิ์อะไรขนาดนั้นเพราะพอพูดถึงปุ๊บเด็กน้อยก็เดินหน้าบึ้งเข้ามา พั้นซ์รีบขยับตัวออกห่างจากรามเล็กน้อย เรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาเทียนควรค่อย ๆ รับรู้ เป็นโชคอย่างหนึ่งที่เทียนเข้ากับพั้นซ์ได้ดีจึงไม่มีเรื่องหนักใจแต่อย่างใด

“เทียน ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ เล่นกับเพื่อนไม่สนุกเหรอ”

เด็กน้อยทำปากคว่ำ แทนที่จะไปนั่งโซฟาฝั่งที่ว่างแต่เทียนไม่ทำแบบนั้น ร่างเล็กเข้ามานั่งแทรกกลางระหว่างรามกับพั้นซ์อย่างหาที่พึ่ง

“เป็นอะไรน่ะเรา” พั้นซ์เป็นฝ่ายถามบ้าง เทียนเป็นเด็กสดใส ไม่เคยเห็นมุมนี้มาก่อนเลย ท่าทางนั่งกอดอกปากยื่นนั่นน่าเอ็นดูไม่น้อย

“เทียนไม่อยากเล่นกับพวกนั้นแล้ว”

“ไปงอนอะใครมาอีกล่ะ หืม ตัวแสบ” รามโยกศีรษะลูกชายเบา ๆ

“ก็พวกนั้นน่ะสิครับ ชอบบอกว่าเทียนไม่มีหม่าม้า”

ประโยคที่ผู้ใหญ่สองคนนิ่งอึ้ง ห่วงความรู้สึกของเทียนขึ้นมาครามครัน คนที่น่าจะเข้าใจที่สุดคงจะเป็นพั้นซ์เพราะเขาเองก็ไม่เคยได้อยู่กับแม่ เรียกได้ว่าตอนอายุเท่าเทียนเขาไม่เคยได้รับความรัก ไม่รู้จักคำว่าความสุขใจด้วยซ้ำไป มือเรียวยื่นไปจับมือของเทียนโดยอัตโนมัติ

“แล้วเทียนบอกพวกเขาไปว่ายังไง” รามค่อย ๆ ถามลูกชาย เหมือนหลอกถามความรู้สึกเพราะเทียนไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนเด็กทั่วไปที่มักจะโดนล้อเรื่องแบบนี้

“เทียนบอกว่าถึงเทียนไม่มีหม่าม้าแต่เทียนมีตั้งหลายคน ทั้งคุณลุงเพลิง คุณอาธารา คุณทวด คุณพ่อแล้วก็พี่พั้นซ์ มีมากกว่าพวกนั้นตั้งเยอะ”

ความคิดของเทียนนั้นทำคนฟังรู้สึกทึ่ง เด็กคนนี้ช่างมองโลกในแง่ดี รามสอนลูกได้ไม่เลวเลย

“ใครบอกว่าเทียนไม่มี แค่หม่าม้าเขาไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ คอยเฝ้ามองเทียนไงลูก ถ้าเทียนมีความสุข หม่าม้าก็มีความสุข” รามเชื่อว่าเทียนรับรู้ได้ เขาพาลูกชายไปเยี่ยมหลุมศพของดาหวันอยู่บ่อยครั้ง

“เทียนเชื่อคุณพ่อครับ เทียนไม่สนใจพวกนั้นหรอก แค่ไม่ชอบเฉย ๆ ชอบมาบอกว่าเทียนมีแต่หม่าม้าที่อยู่บนสวรรค์ ไม่มีหม่าม้าที่พาไปที่ยว ไปกินขนมเหมือนคนอื่น”

พอเทียนพูดอย่างนั้นทั้งพั้นซ์และรามก็เข้าใจ ความคิดเด็กอย่างเทียนไม่ได้น้อยใจที่ไม่มีแม่แบบคนอื่นเขา เพียงแต่เด็กคุยทับกันเรื่องคนพาไปเที่ยวไปทานขนมต่างหาก

“แต่เทียนก็เถียงพวกเขาว่าถึงไม่มีหม่าม้าแต่เทียนมีคนพาไปเที่ยวตั้งหลายคน คุณลุงเพลิงซื้อของเล่นให้ตั้งเยอะด้วย คุณอาธาราพาไปกินไอติมทุกอาทิตย์แถมคุณพ่อยังเคยพาเทียนนั่งเครื่องบินขึ้นไปบนฟ้าด้วย ดีกว่าพวกนั้นจะตาย”

ความสุขและความอบอุ่นทุกคนมอบให้เทียนได้เติมเต็มเด็กคนนี้จนเจ้าตัวไม่รู้สึกขาดแต่อย่างใด

“แล้วเทียนอยากมีหม่าม้าไหม” เมื่อเห็นว่าลูกชายไม่ได้ฟูมฟายจริงจัง รามก็หาเรื่องหลอกถาม

เทียนทำหน้าคิดก่อนจะพยักหน้าหงึกหงัก

“อ้าว ไหนบอกไม่มีก็ได้ไง” พั้นซ์ขำออกมาเล็กน้อย

“ก็ถ้ามีได้ เทียนก็จะเอาไปอวดพวกนั้นไงครับ คุณพ่อจะหาหม่าม้าให้เทียนเหรอครับ” เด็กน้อยถามอย่างตื่นเต้น

พั้นซ์จ้องหน้ารามอย่างเอาเรื่อง บอกรักเขาไม่ทันไรแต่จะหาแม่ใหม่ให้เทียน นี่มันอะไรกันเนี่ย!

“งั้นเทียนลองถามพี่พั้นซ์ดูสิ ว่าเป็นให้ได้ไหม”

คดีพลิก พั้นซ์ยังไม่ทันกล่าวหารามก็พูดในสิ่งที่ไม่คาดคิดให้คนถูกพาดพิงทำหน้าเหรอหรา ประโยคเดียวของรามจุดประกายความทะยานอยากของเด็กน้อยอย่างเทียน

“พี่พั้นซ์”

เสียงเรียกนี้ที่พั้นซ์รู้ตัวว่างานกำลังจะเข้า...

“พี่พั้นซ์เป็นหม่าม้าได้หรือเปล่าฮะ”

“กะ...เกี่ยวอะไรกับพี่ล่ะ” พั้นซ์รีบหาทางเอาตัวรอดทันที เขาเกลียดรามที่สุด! สามารถพลิกสถานการณ์เอาเรื่องเครียดของลูกมาแกล้งเขาได้!

“ถ้าพี่พั้นซ์เป็นหม่าม้าเทียนจะพาไปอวดให้หมดเลย!”

“พี่เป็นผู้ชายนะเทียน จะเป็นแม่ได้ยังไง!”

“ผู้ชายเป็นหม่าม้าไม่ได้เหรอครับ”

บางทีความบริสุทธิ์มันก็มีพิษภัยเหมือนกันนะ! พั้นซ์ยิ่งไม่เก่งเรื่องอธิบายอยู่ด้วย

“ฮึ่ย!” เมื่อทำอะไรไม่ได้พั้นซ์ก็ลุกขึ้นยืน มองค้อนสองพ่อลูกอย่างอน ๆ แล้วเดินตรงออกไปทางนอกบบ้านอย่างที่ไม่หันกลับมามอง สรุปเรื่องดราม่าของเทียนกลายเป็นเรื่องสนุกได้ยังไงกัน กลายเป็นเขาที่โดนแกล้งเนี่ยนะ! ไม่ยุติธรรมเลย

“คุณพ่อ พี่พั้นซ์หนีไปแล้วครับ!” เทียนเบิกตากว้างทำแก้มป่องหน้าตาจริงจัง ภาพที่รามหัวเราะขำออกมาจนลืมอาการป่วยของตัวเอง “เทียนจะไปตามพี่พั้นซ์”

“งั้นพ่อไปด้วย” รามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“แต่คุณพ่อไม่สบาย ข้างนอกมันหนาวนะ”

“เห็นภาพแบบนี้...พ่อแทบจะหายดีเลยล่ะ”

เทียนไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมพ่อถึงหายจากอาการไข้เพียงเพราะมองพี่พั้นซ์ แต่ตอนนี้เทียนมีเป้าหมายใหม่ จะต้องตามตื๊อพี่พั้นซ์มาเป็นหม่าม้าให้ได้!

“งั้นคุณพ่อรีบตามไปเถอะครับ เดี๋ยวพี่พั้นซ์ไม่ยอมเป็นหม่าม้าให้เทียนหรอก!” เด็กน้อยลากแขนคนเป็นพ่ออย่างเอาเป็นเอาตาย

รามแม้จะยังไม่สร่างไข้ แต่จะยอมออกไปฝ่าลมแรงด้านนอกเพื่อเอาหม่าม้ามาให้ลูกชายที่น่ารักเพียงคนเดียว




แม้ด้านนอกจะลมแรงแต่เริ่มมีแสงแดด แผ่นหลังเล็กของพั้นซ์ยามสะท้อนกับแสงยามสายราวกับท้องฟ้าข้างบนนั่นส่งเด็กคนนั้นลงมาให้กับเขา มันสวยงามยิ่งกว่าภาพวาดของจิตรกรคนไหน ๆ บนโลกใบนี้

“พั้นซ์ จะรีบไปไหนล่ะ” เขาตะโกนเรียกทำให้คนที่กำลังจ้ำอ้าวไปข้างหน้าแล้วหันกลับมามองตาเขียวปัด

“รามจะตามออกมาทำไมเนี่ยห๊ะ! เดี๋ยวไข้ก็กลับหรอก” พั้นซ์ว่าจะออกมาระบายความร้อนออกจากใบหน้าสักหน่อย สองพ่อลูกจอมป่วนยังจะตามมารับควานไม่เลิกอีก!

ด้วยช่วงขาที่ยาวกว่า รามเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวพั้นซ์

“จะไปช่วยลุงแต้มเก็บส้มอีกหรือไง”

“พี่พั้นซ์รอเทียนด้วย” เด็กน้อยรีบวิ่งเข้ามากอดเอวร่างเล็กเอาไว้

“จะไม่ให้คำตอบกับเทียนหน่อยเหรอ”

สีหน้าออดอ้อนแบบนั้นน่ะ รามทำเป็นกับเขาด้วยเหรอ!

พั้นซ์ถอนหายใจยาวเหยียด เป็นเพราะรามเอาอะไรมาใส่หัวลูกก็ไม่รู้ เด็กถึงได้ยึดติดแบบนั้น คราวนี้ก็โทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวรามเอง พั้นซ์ก้มมองเด็กที่รอคำตอบตาแป๋ว

“พี่เป็นผู้ชาย เป็นหม่าม้าไม่ได้ แต่ถ้าเทียนอยากจะให้พาไปเที่ยว ไปกินขนม ไปซื้อของเล่นหรือไปก็แล้วแต่ พี่จะพาเทียนไปทุกที่ไม่ยอมให้น้อยหน้าพวกที่มีหม่าม้า แบบนี้โอเคไหม”

รามทำหน้าเซ็ง พั้นซ์เป็นคนฉลาดดังนั้นจึงหาทางเลี่ยงได้อยู่แล้ว หมดหวังจะได้เห็นพั้นซ์จนมุม

“เอาครับ! เอา เทียนไม่อยากมีหม่าม้าแล้ว มีพี่พั้นซ์แล้วได้ไปทุกที่ เยี่ยมไปเลย!”

ลูกชายของเขาก็เปลี่ยนสีไวเหลือเกิน!

สีหน้าปั้นยากของรามทำเอาพั้นซ์ยิ้มสะใจ

“เดี๋ยวเทียนเก็บเอาส้มมาปอกกินดีกว่า” เมื่ออารมณ์ดีแล้วเทียนก็ไม่สนอะไร ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของคนเป็นพ่ออีก ร่างป้อมวิ่งดุ๊ก ๆ ไปที่แปลงส้ม คว้าไม้ที่อยู่แถวนั้นเพื่อสอยเอาผลไม้สีส้มสดด้วยความชำนาญเพราะเคยทำบ่อยครั้ง

“ทิ้งกันกลางทางซะแล้ว เด็กแสบ” รามส่ายหน้ากับความแสบของลูกชายพลางก้าวเข้ามายืนเคียงข้างพั้นซ์

“กลับเข้าไปข้างในบ้านเลย มันลมแรงนะ”

“อยากอยู่ใกล้ลูกใกล้เมีย ไม่ได้เหรอ” รามคว้ามือเรียวมาจับไว้

“เดี๋ยวนี้พูดอะไรแบบนี้บ่อยจัง มากไปแล้ว”

รามยิ้มให้กับคนที่ช้อนตาขึ้นมอง ยืนอยู่ตรงนี้เหมือนความฝัน แต่ใครจะรู้ว่าคือฝันที่เป็นจริง “พั้นซ์จะยอมรับได้ไหม ที่ฉันมีเทียน” เขาค่อนข้างกังวลเรื่องพั้นซ์กับเทียน แต่เห็นทั้งคู่เข้ากันได้ดีก็วางใจ แต่นั่นก็ไม่ทั้งหมดเพราะเขาก็ไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าพั้นซ์จะตะขิดตะขวงใจอีกหรือไม่

สีหน้าของพั้นซ์พลันมีรอยกังวล “เทียนต่างหาก ที่จะยอมรับพั้นซ์ได้หรือเปล่าถ้าเขาโตขึ้นพอที่จะรู้เรื่อง”  

รามเลื่อนมือขึ้นลูบแก้มขาวที่ติดรอยกังวลนั่น “เทียนเป็นเด็กที่เข้าใจอะไรง่าย ๆ อีกอย่างพั้นซ์ก็เห็นว่าเทียนชอบพั้นซ์มากแค่ไหน ดังนั้นอย่ากังวลไปก่อนเลยนะ”

“พั้นซ์มีความสุขไหม”

คำถามที่รามไม่หวังว่าจะได้คำตอบว่าใช่ แต่อยากจะทำให้พั้นซ์มีความสุขในวันนี้และวันข้างหน้า

พั้นซ์ระบายยิ้ม กุมมือตอบ “ชีวิตเด็กที่เหมือนไม่มีตัวตนอย่างพั้นซ์ ได้รับอะไรดี ๆ แบบนี้ถือว่าโชคดีที่สุดแล้ว ถึงช่วงชีวิตหนึ่งมันจะสะดุดไปบ้าง แต่พั้นซ์ก็ยังรู้ว่าเราต้องอยู่ด้วยความหวัง”

“พั้นซ์หวังอะไร”

“หวังว่าจะเติบโตเป็นคนที่มีความสุขกับทุก ๆ อย่างในอนาคต”

“งั้นก็คิดตรงกับฉัน นับตั้งแต่วันแรกที่เจอพั้นซ์ ฉันก็คิดแบบนั้นมาตลอด”

สิ้นประโยคสุดท้ายของราม พั้นซ์ผินหน้าไปมองร่างเล็กของเทียนที่ยังพยายามเก็บส้ม    

“พั้นซ์จะช่วยรามดูแลเทียนให้ดีที่สุด พั้นซ์อยากชดเชยความสุขที่ตัวเองไม่เคยได้รับในวัยเด็กให้กับเทียน เขาเหมือนตัวแทนของพั้นซ์เลยเนอะ เพียงแต่ว่าเขาโชคดีกว่าพั้นซ์มากที่เกิดมามีแต่คนรักคนเอ็นดู”

“และวันนี้พั้นซ์กลับมาทวงสัญญากับรามแล้วนะ สัญญาที่ว่าจะอยู่ด้วยกัน”

รามไม่พูดออกมาเป็นถ้อยคำหากแต่รับาปากด้วยอ้อมกอดอุ่น นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ต่อให้พั้นซ์เคยตัดพ้อว่าเขาไม่รัก แต่ความจริงแล้วเขารัก...รักอย่างที่เคยเป็นมาตลอด ความอดทนรอ ระยะเวลาห้าปี นอกจากความทรมานแล้วเขาพบว่า บางครั้ง คนเราก็ต้องรู้จักอดทนรอ...จนกว่าความสุขนั้นจะกลับมาอีกครั้ง และมันจะเป็นสุข ที่เพิ่มพูนและงอกงามมากกว่าที่เคยเป็น

END

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบแบบไม่มีอะไรหรอกเนอะ จบแบบง่ายๆนี่แหละ ไม่มีอะไรตื่นเต้นแต่เอาแบบอบอุ่นสไตล์ไรท์เนาะ แหะๆ

ขอบคุณทุกคนที่ยังรอคอยไม่ว่าจะหายไปบ่อยแค่ไหน ขอบคุณจากใจค่ะ

#เฟยหรง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว