facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 2 : ข้อผูกมัด 💛

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : ข้อผูกมัด 💛

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 65.3k

ความคิดเห็น : 73

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 14:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : ข้อผูกมัด 💛
แบบอักษร

แจ้งชื่อตัวละคร : ซีค [สะกดด้วย ซอ โซ่]

​เพราะฉนั้นเวลาเรียกขอให้เรียกว่า 'ท่านซีค' ค่ะ ไม่ใช่ 'ท่านชีค'

​ตอบคำถามผู้อ่าน : ที่ซีคเรียกท่านอควาห์ว่า 'พี่ท่าน' แทนคำว่า 'ท่านพี่' เพราะไรท์ได้แรงบันดาลใจมาจากอนิเมชั่นเรื่อง FROZEN ที่อันนาเรียกเอลซ่า ว่า 'พี่หญิง' ไรท์คิดว่าคำว่า 'พี่' พอเอามานำหน้าคำแล้วมันไม่ซ้ำและแปลกใหม่ดี


Zeek Part.

“ฆ่ากระหม่อมเลยสิ”

“ด้วยความยินดี” ข้าพูดเสียงเรียบก่อนจะลงคมดาบไปบนลำคอด้านขวาหวังจะตัดคอมันให้ขาดในครั้งเดียว แต่แล้วข้าก็ต้องเสียหลักล้มส่งผลให้คมดาบบาดลึกเป็นลอยบากมายันกลางอก ข้าถูกใครบางคนผลักอย่างแรงจนล้มหน้าคว่ำลงกับพื้นรู้สึกจุกในอกไปหมดจนพูดไม่ออกแถมยังมีคนแย่งดาบในมือข้างขวาออกไปอีก

“ส่งดาบมาให้เรา” น้ำเสียงคุ้นหูพูดขึ้น มันเป็นเสียงของพี่ท่านอควาห์ที่ตอนนี้น่าจะใช้เวลาอยู่ในสวนพฤกษาไม่ก็ห้องสมุด แต่ทำไมเขาถึงได้ออกมาตรวจตราดูความสงบของบ้านเมืองเอาตอนนี้ ทั้งที่เมืองเขตใต้ท่านพ่อได้มอบหมายให้อยู่ในการปกครองของข้าแท้ ๆ

“พี่ท่าน ! สั่งทหารปล่อยตัวข้าเดี๋ยวนี้ !” ข้าร้องบอกเพราะสองแขนชาดิกผลจากการที่โดนทหารร่างใหญ่สองนายกดแขนและขาไว้คนละข้าง

“ปล่อยเขา” ทันทีที่สิ้นคำสั่งข้าก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ข้าลุกขึ้นยืนใช้สองมือปัดฝุ่นทรายออกจากเสื้อผ้าตัวเองก่อนถามถึงเหตุผลที่พี่ท่านมาที่นี่

 “พี่ท่านมาทำอะไรที่นี่ !”

“มาดูความเป็นอยู่ของประชาชนว่าอยู่กันอย่างสงบสุขดีมั้ย” พี่ท่านตอบออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เหมือนกับการมาเยือนเมืองเขตใต้ครั้งนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แต่เขตใต้นี้ข้าเป็นครปกครองอยู่ ! พี่ท่านก็รู้ !”

“ใช่ พี่รู้ และเจ้าก็ควรรู้ว่าต่อหน้าไพล่ฟ้าประชาชนเจ้าควรสงบอารมณ์มากกว่านี้ ไม่ใช่ตะโกนกระโชกกระชากกระชั้นเสียงเยี่ยงคนไร้การศึกษา”

“พี่ท่าน ! พี่กำลังทำให้ข้าเสียหน้า !” ทั้งที่ข้าโมโหเลือดขึ้นหน้าขนาดนี้พี่ท่านยังมีหน้ามายืนเอามือไขว้หลังออกปากสั่งให้พาไอ้คนชั้นต่ำไปรักษาตัวในวัง

“สงบอารมณ์ซะ แล้วพาชาวต่างชาติคนนี้ไปรักษาตัวในวัง”

“ไม่ !” แน่นอนว่าข้าก็ตอบออกไปทันทีว่าไม่มีทางเด็ดขาด

“พี่สั่งให้เจ้า ! พาเขาเข้าไปในวัง” คราวนี้ถึงกับแค่นเสียงพูด แต่ข้าหาสนใจไม่ ข้ากำมือแน่นส่งสายตาแข็งกร้าวกลับไปแล้วเดินหันหลังให้ทุกคนทันที

“อย่าหันหลังให้พี่นะ ซีค…”

“พี่ท่านสิ… หันหลังให้ข้าก่อน”

“ทหาร เอาดาบซีคไปหลอมเป็นรูปปั้นโลหะแล้วนำมาประดับหน้าห้องนอนเขา” แต่แล้วพี่ท่านก็ยื่นคำขาดทำเอาข้าต้องหันหน้ากลับมาอีกครั้งแล้วก้าวเท้าเดินไปหาพี่ชายที่มีรอยยิ้มให้เสมอไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นใครหรือกำลังแสดงปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไรก็ตาม

“พี่ทำแบบนั้นกับดาบข้าไม่ได้ !”

“เงียบเสียงแล้วจงทำตามที่พี่บอก พี่ถึงจะคืนดาบให้เจ้า”

“ก็ได้” เมื่อได้ดาบมาดากัสคืนมาข้าจึงเก็บมันเข้าปลอกทันที ข้าอุ้มไอ้คนอวดดีขึ้นพาดบ่าแล้วเดินผ่านฝูงชนก่อนกลับไปที่ม้า มือข้างหนึ่งดึงสายบังเหียนเพื่อเหนี่ยวตัวเองขึ้นไปบนหลังม้าส่วนอีกข้างก็ประคองร่างอีกคนไว้ไม่ให้ตก

“อืม…” เสียงครางของฝ่ายตรงข้ามดังผ่านลำคอให้ได้ยิน ข้อมือขาวเอื้อมขึ้นมาโอบต้นคอหนาหลังจากนั่งตะแคงข้าง สายตาคมกริบปรายตามองใบหน้าขาวนั้นในระยะประชิดใกล้ ให้ตายสิ… ข้าละสายตาออกจากผิวกายเรียบเนียนเฉกเช่นหญิงสาวจากร่างกายชายแท้คนนี้ไม่ได้จริง ๆ

Zeek Part End.

ผมลืมตาขึ้น สายตาผมพร่ามัวหัวก็มึนไปหมดรู้ตัวว่าสภาพแบบนี้ลุกไปไหนไม่ไหวแน่ ไหล่ข้างขวาปวดร้าวลามมายันลำคอ ในคอแห้งผากกระหายน้ำอย่างหนัก นี่ผมตายไปแล้วรึเปล่านะ ทำไมถึงได้มาอยู่ในสถานที่ที่สวยงามแบบนี้

ห้องนอนกว้างหลังคาสูงพื้นปูกระเบื้องหินอ่อนเฟอร์นิเจอร์ในห้องประดับด้วยทอง ทางซ้ายมือของห้องเป็นระเบียงกว้างมีผ้าม่านสีขาวบางพัดปลิวพลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดเข้ามาเรื่อย ๆ จนเส้นผมของผมปลิวตามไปด้วย ผมเหลือบตามองนาฬิกาบนฝาผนังก็พบว่ามันเป็นเวลาเที่ยงตรง

งั้นมันก็ผ่านมาอีกวันแล้วสินะ… ผมยังไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน พอลุกขึ้นนั่งก็นึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋าไว้ที่ร้านแอปเปิล แล้วนี่เสื้อผ้าใครกันล่ะ เสื้อแขนยาวสีขาวคอปกกับกางเกงขายาวสีขาวสวมสบาย แล้วใครเป็นคนเปลี่ยนให้ มันมีแต่ความสงสัยอดคิดไม่ได้ แต่แล้วก็ต้องหันมองไปหน้าประตูเมื่ออยู่ ๆ ก็มีเสียงฝ่าเท้ากระแทกตึงตังกับพื้นเหมือนกำลังดิ้นขัดขืนมาพร้อมกับเสียงตะโกน

“ไม่ ! ข้าไม่ไป !”

“แต่ท่านอควาห์สั่งให้กระหม่อมพาท่านมาที่นี่”

“ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ไป !”

“ถ้าท่านไม่ไป กระหม่อมจะตามท่านอควาห์มานะขอรับ”

“งั้นไป !”

เสียงคนสองคนเถียงกันนี้มันคุ้น ๆ เหมือนเป็นเสียงทหารที่ชื่อสการ์และเสียงของซีคเจ้าชายที่สั่งประหารผมเมื่อวานกลางลานกว้าง เมื่อรู้อย่างนั้นผมก็รีบถอยหลังกรู่นั่งชิดหัวเตียงทันที

“ไง !” เขาเดินเข้ามาและทักทายอย่างไม่เต็มใจนักแล้วมาหยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียง เขาสวมแค่กางเกงขายาวสีขาวเสื้อแสงไม่ใส่ทำให้เห็นผิวไหม้แดดกับลอนกล้ามท้องอ่อน ๆ ยอมรับว่าหวั่นไหวนิด ๆ กับรูปร่างหุ่นกร้านของเขา แต่ที่เบือนหน้าหนีไปทางระเบียงไม่ใช่เพราะเขินแต่เหม็นขี้หน้าจนไม่อยากมองไม่อยากคุยด้วยมากกว่า

“…” บอกตามตรงว่ามองวิวด้านนอกยังรู้สึกดีกว่ามองหน้าเขาด้วยซ้ำ

“เป็นใบ้ไปแล้วรึ” และเมื่อผมไม่ตอบเขาก็เริ่มจะไม่พอใจ

“แล้วท่านพูดจาดี ๆ ไม่ได้รึไง” ผมตั้งใจยอกย้อนกลับไป เขาจะได้รู้ว่าเวลาโดนพูดไม่ดีใส่มันเป็นยังไง แต่เขาก็คิดว่าผมไปสอนเขาซะงั้น

“นี่เจ้ากำลังสอนข้างั้นรึ !”

“ข้าไม่ได้สอน ข้าแค่ถามว่าท่านพูดกับคนอื่นดี ๆ ไม่เป็นรึไง !”

“ข้าจะพูดยังไงมันก็เรื่องของข้า ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า”

“งั้นข้าจะตอบหรือไม่ตอบมันก็เรื่องของข้า ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของท่าน”

“ไอ้คนชั้นต่ำ ! ริอาจยอกย้อน” ซีคโมโหจัด เขาชี้นิ้วมาที่ผม

“คำก็ต่ำ สองคำก็ต่ำ แล้วสิ่งที่ท่านทำอยู่มันสูงนักรึไง !”

“ข้าทำอะไร !”

“ก็ที่ทำอยู่นี่มันนิสัยกุ๊ยข้างถนนชัด ๆ ท่านหยาบคายไม่มีมารยาทไม่เหมาะจะเป็นเจ้าชายเลยสักนิด !” เอาสิ ดีมาดีกลับ ร้ายมาวีนัสก็ตอกกลับหน้าหงายเหมือนกัน หลังจากที่ผมตะคอกใส่ซีคก็ยืนนิ่งกำมือแน่นแล้วแสดงออกในสิ่งที่ผมไม่คิดว่าเขาจะทำเพราะจู่ ๆ ซีคก็พูดเสียงเรียบแล้วเหลียวหลังทำท่าเดินออกจากห้อง

“รีบรักษาตัวให้หาย แล้วออกไปจากวังข้าให้ไวที่สุด”

“อ๋อวังท่านหรอ ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย คิดว่าเป็นของท่านอควาห์ซะอีก”

ผมไม่รู้หรอกว่าคนที่ชื่ออควาห์เป็นใคร แต่พอเดาออกว่าต้องเป็นคนที่ซีคเกรงใจแน่นอน เพราะก่อนสลบไปสการ์ก็ปรามซีคว่าท่านอควาห์สั่งให้เลิกใช้โทษประหารมานานแล้ว และก่อนซีคเดินเข้ามาก็เหมือนกัน สการ์เองก็พูดว่าถ้าซีคไม่ยอมมาหาผมเดี๋ยวจะตามท่านอควาห์มาที่นี่ อควาห์นี่ใครกันนะใช่พ่อของเขารึเปล่า

ดูเหมือนคำพูดผมจะแทงใจดำ ขณะที่ซีคกำลังเดินออกไปเขาก็เดินย้อนกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เจ้าตัวง้างมือขึ้นเตรียมฟาดฝ่ามือหนาลงหน้าผมเต็มแรง แต่โชคดีที่สการ์รีบเข้ามาล็อกแขนเขาไว้แล้วอุ้มซีคออกไปจนตัวลอย

“อย่านะขอรับท่านซีค !”

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ !” พูดจบเขาก็ตีศอกใส่หน้าสการ์จนสการ์เสียหลักล้ม

“อึก ! โอ๊ย !”

“หึ !” ซีคกลับมาหาผมอีกครั้ง เขากำลังง้างมือไปข้างหลัง มีรึจะยอมให้โดนทำฝ่ายเดียว ผมเอื้อมมือหยิบหมอนข้าง ๆ แล้วเตรียมฟาดกลับไป แต่เราสองคนก็ต้องหยุดการกระทำนั้นพร้อมกันเมื่อมีเสียงเรียบของใครคนหนึ่งกล่าวห้าม

“หยุด… ทะเลาะกันได้แล้ว”

ป้าบ !

สุดท้ายผมก็ฟาดหมอนใส่หน้าซีคหนึ่งครั้งแล้วหันหน้าไปยิ้มกับชายปริศนาผิวขาวสวมแว่นเลนส์หนาผมสีส้มสว่างที่เดินเข้ามาในห้อง ต้องเป็นท่านอควาห์แน่ ๆ เพราะถ้าไม่ใช่เขาที่ซีคเกรงกลัวนักหนาซีคคงตบผมกลับจนเลือดกบปากไปแล้ว

“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้แบบไทย ๆ แล้วยิ้มรีบเอาหมอนที่ตบซีคไปหมาด ๆ มากอดไว้บนตัก

“สวัสดี แผลเป็นไงบ้าง เจ็บอยู่ไหม” เขาเดินมาแล้วหยุดยืนที่ปลายเตียง

“ครับ ยังเจ็บนิดหน่อย…”

“ดีแล้ว เย็นนี้หมอจะมาตรวจดูว่าแผลติดเชื้อรึเปล่า”

“เจ้าหายดีเมื่อไหร่ ข้าไล่เจ้าออกจากเมืองแน่ !” และจู่ ๆ ซีคก็พูดแทรก

“ซีค… มีมารยาทหน่อย” ชายผิวขาวเอ่ยปากพูด แค่นั้นซีคก็ตวาดกลับ

“คนชั้นต่ำอย่างมันเราไม่จำเป็นต้องทำดีหรือมีมารยาทกับมันด้วยซ้ำ !” และถึงซีคจะหน้านิ่วคิ้วขมวดหัวร้อนเป็นกระทะทองแดงแต่ชายผิวขาวก็ยังคงใจเย็นเก็บอารมณ์ไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนที่เขาจะสั่งให้ซีคท่องบทกวีอะไรสักอย่าง

“ซีค บทกวีที่พี่เคยสอนกล่าวว่ายังไง ไหนทวนให้ฟังซิ” เมื่อเขาพูดจบ ซีคถอนหายใจยืนเท้าเอวก่อนเอ่ยออกมา

“จงอดทนและข่มใจให้ได้เหมือนดั่งภูผา เพราะไม่ว่าจะโดนพายุฝน ลมหนาว และแสงแดด ก็สามารถตั้งตนให้อยู่ในฐานที่มั่นคงได้”

“ดี งั้นเจ้าก็จงอดทนและข่มใจซะ”

“แต่ข้าทนเห็นหน้ามันไม่ไหวแล้ว !”

“เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ พี่ฟังไม่ชัด”

“ข้า บอก ว่า ข้า ทน เห็น หน้า มัน ไม่ ไหว แล้ว !”

“เจ้าไม่เคยอดทนเลยสักครั้ง แล้วพูดได้ไงว่าทนไม่ไหว”

‘ใช่ เขาไม่เคยอดทนเลยสักครั้ง เอะอะก็เอาแต่แหกปากแหกคอ’ ผมพูดในใจแล้วคิดว่าฉากโต้วาทีของสองพี่น้องคู่นี้ดุเด็ดเผ็ดมันดีจริง ๆ

“พี่ท่าน !” และพอเถียงไม่ได้ก็เอาแต่เรียกว่า พี่ท่าน ๆ ซ้ำ ๆ

“อะไร” ซึ่งท่านอควาห์ก็ตอบเหมือนตั้งใจกวนกันชัด ๆ มันทำให้ซีคพูดไม่ออกจนต้องเงื้อมือมาขยี้หัวตัวเองจนยุ่งไปหมดแล้วตะโกนลั่นห้อง

“โถ่โว๊ย !”

“กลับไปตั้งสติ แล้วไปรอพี่ที่ห้องทิศเหนือ”

“ข้าไม่รอ !”

“สการ์ ถ้าอีกห้านาทีเราไปห้องทิศเหนือแล้วไม่เจอซีค เจ้าเอาดาบซีคไปหลอมทำเป็นกำไลข้อมือสองวง ข้าจะให้เป็นของกำนัลกับชาวต่างชาติคนนี้ หลังจากเขารักษาตัวหายดีแล้ว”

“ขอรับ” สการ์ตอบ ว๊าวฟังดูดีนะได้กำไลฟรีตั้งสองวงแหนะ

“งั้นอีกห้านาทีเราได้เจอกันแน่นอน !” ซีคเปลี่ยนใจและรีบเดินออกจากห้องทันที สงสัยเขาคงรักดาบเล่มที่เกือบทำคอผมหลุดจากบ่ามากแน่ ๆ

“อย่าถือสาเลย ท่านพ่อตามใจซีคมาตั้งแต่เด็ก โดนขัดใจนิดหน่อยก็โวยวายแบบนี้แหละ นิสัยแย่แก้ไม่หาย” เขาพูดยิ้มหลังจากที่สการ์เดินออกจากห้องไปแล้ว

“ครับ ฮ่า ๆ ไม่ถือหรอก… แต่ขอแค่อย่าให้เขาตัดคอผมอีกก็พอ”

“ไม่ต้องกลัว เราสั่งไว้แล้ว”

“ขอบคุณครับ… ”

“จริงสิ เราคือโอรสที่หนึ่งขององค์ราชาที่สิบสองนาม อควาห์ ควอนอร์ มีหน้าที่ปกครองเขตแดนทางเหนือกับตะวันออก แล้วเจ้าล่ะ ชื่ออะไร”

“ผมวีนัส เอพพิล็อกครับ” โอย… ท่านอควาห์จริง ๆ ด้วย ผมรีบโค้งหัวรับแล้วนั่งหลังตรงทันที

“วีนัส ชื่อเพราะดีนะ นามสกุลเอพพิล็อกหรอ”

“ไม่ครับ ความจริงเอพพิล็อกเป็นชื่อจริง วีนัสเป็นชื่อเล่น ผมชอบพูดติดกันคนส่วนใหญ่เลยเข้าใจผิดคิดว่าเอพพิล็อคเป็นนามสกุลแบบท่านมาตลอด”

“อ่อ ชื่อจริงชื่อเอพพิล็อก… ฟังกี่ครั้งก็ยังเพราะอยู่ดี”

“…ขอบคุณครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำไม่กรรโชกโฮกฮากแต่ฟังแล้วดูมีอำนาจจนผมต้องก้มหัวเล็กน้อยไม่กล้าสบตามองด้วย และเพราะเป็นพวกเก็บความรู้สึกไม่เก่งเขาเลยจับได้ว่าผมไม่โอเคนัก

“ไม่ต้องเกร็ง”

“ก็ท่านเป็นถึงโอรสที่หนึ่ง ผมเลย… เกร็ง ๆ”

“ฮ่า ๆ ทีกับซีคยังกล้าเถียงซะขนาดนั้นแล้วเจ้าจะมากลัวมาเกร็งอะไรกับเราล่ะ แล้วนี่พอลุกไหวรึเปล่า” เขาถามพลางหันหน้ามองนาฬิกา

“ไหวครับ” ผมตอบทั้งที่อยากรู้ว่าเขาจะให้ผมไปที่ห้องทิศเหนือรึเปล่าแต่ก็ไม่กล้าถาม

“เลย์น่า เฟย์น่า เข้ามา” หลังจากท่านอควาห์เรียกชื่อคนสองคน ผู้หญิงฝาแฝดสองคนเดินโค้งตัวเข้ามาในห้อง

“พาวีนัสไปล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า อีกห้านาทีพาไปพบเราที่ห้องทิศเหนือ”

ห้องทิศเหนือ

พี่เลี้ยงสองคนจับผมล้างหน้าล้างตาอาบน้ำจนตัวหอมฟุ้ง หอมจนอยากนั่งแช่ต่อในอ่างนาน ๆ แต่กลัวท่านอควาห์รอแล้วจะดูไม่ดี ผมเดินมาที่ห้องทิศเหนือ แต่พอเห็นซีคที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วชักอยากกลับห้องตัวเองแล้วสิ ไม่อยากเถียงด้วยเลยจริง ๆ เมื่อกี้ก็เถียงกันยกใหญ่ไหนจะปาหมอนใส่เขาจนตัวเองปวดแผลไปหมด

“หึ !” ซีคส่งเสียงในคอนั่งหันหลังให้ทันทีที่ผมเดินเข้ามา

พี่เลย์น่าเลื่อนเก้าอี้ให้ผมนั่ง แค่นั้นซีคก็ลุกออกจากเก้าอี้ตัวฝั่งตรงข้ามแล้วย้ายไปนั่งตัวมุมสุดของโต๊ะแทน แหม ทำเป็นเมินทำเป็นลุกหนี คิดว่าคนอื่นอยากเห็นหน้าตัวเองนักรึไง ผมคิดแล้วหันหน้าเมินไปทางอื่นเช่นกัน

สิบห้านาทีผ่านไป

“ข้าไม่มีทางทำงานกับคนชั้นต่ำอย่างมันเด็ดขาด !” ซีคเอามือตบโต๊ะเสียงดังลั่นและแย้งต่อข้อเสนอของท่านอควาห์ที่จะให้เราสองคนทำงานด้วยกัน

“ผมก็ไม่อยากทำงานกับเค้า !”

“เจ้าเลือกได้นะวีนัส ว่าจะติดคุกชั้นใต้ดินตลอดชีวิตหรือทำตามที่เสนอ” ท่านอควาห์พูด เขาเปิดสมุดกางลงกับโต๊ะก่อนบอกถึงสิ่งที่ผมต้องทำต่อไปนี้

“งานติดตามเจ้าชายไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่คอยจดปัญหาของชาวบ้านว่าเขามีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรบ้างและทำเป็นรายงานส่งให้ซีคอ่านทุกเย็น แค่นั้นเอง ภาษาเราเจ้าก็พูดได้ดีนี่ ไม่น่าจะมีปัญหานะวีนัส” เขาส่งสายตามองลอดแว่นแล้วปิดสมุดก่อนยื่นให้สการ์ที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“แต่พี่ท่าน ! ปกติสการ์เป็นคนทำรายงานให้ข้าอ่านอยู่แล้วนี่” ซีคพูดไม่พอยังฉุดให้สการ์มายืนข้างตัวเอง

“ก็พี่จะให้วีนัสทำแทนสการ์ อีกอย่างพี่ไม่ได้ให้วีนัสทำทันทีตอนนี้หรอก รอให้แผลวีนัสหายก่อนต่างหากแล้วค่อยว่ากันอีกทีว่าจะทำแทนสการ์สักกี่เดือน” สรุปแล้วที่ผมกับซีคต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยกันก็เพราะเราต่างมีความผิดยังไงล่ะ ผมผิดโทษฐานให้ความช่วยเหลือและรู้เห็นกับการกระทำผิดของโจร ส่วนซีคผิดโทษฐานทำเกินกว่าเหตุ มันก็เลยกลายเป็นข้อผูกมัดทำให้เราสองคนต้องมาทำงานด้วยกันเพื่อไถ่โทษ เพราะไม่งั้นผมก็ต้องไปนอนแห้งอยู่ในคุกชั้นใต้ดินไปตลอดชีวิต

“ชิ ! ข้าเกลียดขี้หน้ามัน ข้าไม่อยากทำงานกับมัน” ว่าแล้วซีคก็พูดว่าเกลียดผมนักหนา เขาปลีกตัวออกไปจากห้องพร้อมกับสการ์ ทิ้งให้ผมอยู่คนเดียวจนได้ ผมเอามือกุมหัวไม่คิดว่าชีวิตมันจะแย่ได้ขนาดนี้ โดนฟันคอเกือบขาดไม่พอยังต้องมาทำจิตอาสากับไอ้เจ้าชายบ้าอำนาจนี่อีก ไหนจะกระเป๋าเดินทางที่ลืมไว้ร้านขายแอปเปิล ในนั้นมีทั้งโทรศัพท์มีทั้งเงิน ป่านนี้ป้าเอาไปขายแล้วมั้ง ! โอ๊ย ซวย ๆ ๆ

“เจ๊ส้มจ๋ามารับหนูกลับไทยที !” ผมพูดคนเดียวไม่ต่างกับคนบ้า ผมร้องหาเจ๊ส้มที่ตอนนี้น่าจะอ่านนิยายผมไปกินมะม่วงน้ำปลาหวานไปสบายใจเฉิบที่ไม่มีนักเขียนอย่างผมคอยกวนประสาท หารู้ไม่ว่าตอนนี้ผมกำลังตกระกำลำบากอยากให้เจ๊ส้มตีตั๋วมาที่นี่เต็มที เจ๊จ๋า ช่วยวีนัสด้วย ! มาช่วยหนูทำภารกิจนี้ที



---------------------------------

ตอนที่ 2 มาแล้ววว กระแสดีเลยลงให้ทุกวันพุธ กับ วันอาทิตย์ อิอิ ฝากอ่าน ฝากติดตาม ผลงานนิ้วกลางด้วยน้า

08.10.17

เบื้องหลัง

ซีค : หัดทำตัวให้มันเบาๆหน่อยได้มั้ยห๊ะ!!!

วีนัส : จะหนักจะเบามันก็ตัวข้า ทา่นมายุ้งอะไรด้วย!!!!

ซีค : ก็เพราะตอนอุ้มเจ้าขึ้นม้า ข้าหนักจนหลังแทบหักเลยน่ะสิ

วีนัส : ข้าก็ไม่ได้ขอให้ท่านมาอุ้มซักหน่อย

ซีค : ซักวันเราจะได้เห็นดีกัน

วีนัส ; เห็นอะไรหรอ เห็นอะไร ข้ามีตาก็ต้องเห็นสิ ตาไม่ได้บอดซักหน่อย

💛​อย่าลืมคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้น้องวีนัสด้วยนะ💛​

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว