email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Look Like 15

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน nana nanaกะหอยทาก ลุงอิน อินทร น้องพู่ พู่กัน เบาสมอง น่ารัก หวานมุ้งมิ้ง อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ ไร่ส้มไร่องุ่น ใส่ใจ ดูแล ดราม่านิดหน่อย ฟิน หวานละมุน นิยาย ไม่ติดเหรียญ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2560 23:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Look Like 15
แบบอักษร

​Look Like 15​


“พี่ก็จะบังคับเราไปอยู่ดีนั่นแหละ”

“...”

“อยู่แต่บ้านกับไร่ พี่กลัวเราอึดอัดแล้วก็เบื่อ อย่างน้อยก็ไปเที่ยวบ้างไง อ้อ เดี๋ยวพี่โทรบอกคนให้ไปซื้ออาหารก่อนนะ”

“อื้อๆ” พยักหน้ารับปากก็คาบหลอดดูดเครื่องดื่มสีสวยจากแก้วอยู่ พี่อินโทรหาใครสักคนแม้จะเอ่ยปากคุยกับปลายสายแต่สายตาและมือเขากำลังป้วนเปี้ยนกับใบหน้าของฉันเขาคอยปัดปรอยผมไปทัดหูให้ หรือไม่ก็ใช้นิ้วเกลี่ยตามกรอบหน้าอย่างแผ่วเบาจนรู้สึกจักจี้

“อือ อะไรนั่นแหละแปบ พู่อยากทานอะไรอีกไหม”

“อือ อะไรก็ได้ค่ะแบบแซ่บๆ” พี่อินมองอย่างสงสัยแต่ก็ยอมบอกปลายสายตามที่ฉันบอก

“เราไม่ทานอะไรที่เป็นรสจัดไม่ใช่เหรอ” พี่อินถามอย่างสงสัยหลังจากออกรถมาได้สักพัก พอเขาวางสายเขาก็เอาแต่นิ่งและกรุ่นคิดอะไรสักอย่าง

“ก็...ไม่รู้เหมือนกันค่ะแต่อยากทานอ่ะเปรี้ยวๆแซ่บๆ” แค่พูดก็น้ำลายสอแล้วล่ะ

“เอ่อ ไม่ใช่เราไม่สบายนะ”

“เปล่านะคะ พู่สบายดี”

“งั้นเหรอ อือพี่คงคิดมากไปเองแหละ”

“โอ๊ะ อาร์ตโทรมา” ฉันมองหน้าพี่อินอย่างเกรงใจ พอเห็นเขาพยักหน้ารับฉันก็กดรับสายที่โทรเข้ามาทันที

“ฮัลโหล คิดถึง” ฉันทักทายเสียงสดใส ดีใจที่เพื่อนโทรหา

(คิดถึงเหมือนกัน เป็นไงบ้างอยู่นู่น)

“สบายดี อ้วนขึ้นเยอะเลยลุงอินเลี้ยงดีฮ่าๆๆๆ” ฉันแอบแซวคนข้างๆพี่อินหัวเราะใจคอเบาๆพรางยกมือขึ้นมาลูบผมฉันเบาๆ

(ฮ่าๆๆ ไปแซวพี่เขาเออพู่พี่อินอยู่ด้วยไหม)

“อยู่ทำไมเหรอ”

(จะขอใช้สถานที่ๆไร่อ่ะถ่ายงานให้ลูกค้าเดี๋ยวจ่ายค่าสถานที่ให้)

“คุยเองนะเดี๋ยวเปิดลำโพงให้”

“หือ?” พี่อินครางในคออย่างสงสัยเมื่อฉันกดเปิดลำโพง

“อาร์ตมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ อาร์ตคุยได้เลย”

(สวัสดีครับพี่อิน)

“สวัสดีครับ มีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ”

(คืออาร์ตอยากจะขอยืมสถานที่ถ่ายงานให้ลูกค้าอ่ะครับ แต่ว่าทางบริษัทเรามีค่าสถานที่ตอบแทนด้วยนะครับอาร์ตนึกไม่ออกแล้วจริงๆว่าจะไปถ่ายที่ไหน)

“ได้ๆ ถ้ายังไงก็โทรคุยกับพู่ได้เลยนะ พี่แล้วแต่พู่แต่ว่ามันจะมีที่ห้ามคนภายนอกเข้านะ”

(ครับ เดี๋ยวอาร์ตส่งรายละเอียดไปให้นะครับ)

“ครับ”

(พู่เดี๋ยวตอนเย็นจะวีดีโอคอลหา รับด้วยนะ)

“จะรอรับเลยล่ะ แค่นี้ก่อนนะ”

(โอเค บายนะ)

“บายจ้า”

“ไม่เป็นไรจริงๆใช่ไหมคะถ้าอาร์ตมาถ่ายงานที่นี่”

“ไม่หรอก พี่อนุญาตให้ถ่ายเฉพาะบริเวณที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนอกนั้นห้ามฝากย้ำเพื่อนเราด้วยนะ”

“ได้ค่ะ”

“เบื่อหรือเปล่าพู่ที่อยู่แต่ในไร่”

“ไม่นี่คะ ทำไมถามแบบนี้ล่ะ”

“พี่กลัวเราเบื่อ”

“พู่ไม่เบื่อหรอกน่า สนุกออกพู่อยู่แต่ในกรุงเทพฯ พอมาอยู่ที่ไร่พู่สนุกมากเลยนะได้ทำอะไรหลายๆอย่างด้วย”

“จริงเหรอ?” พี่อินถามย้ำอย่างไม่เชื่อ อะไรจะคิดมากขนาดนั้นกันล่ะ

“จริงสิคะ ไม่ต้องกังวลเรื่องพู่หรอกน่าแค่งานพี่ก็เหนื่อยแล้วนะ” ฉันเอื้อมมือไปวางบนต้นขาของพี่อินก่อนจะนวดเบาๆอย่างให้กำลังใจ จากที่อยู่ด้วยกันมาเกือบสองสามเดือนทำให้รู้ว่าเขามักจะคิดมากเรื่องของฉัน คิดมากถึงขั้นจิตตกเลยล่ะ

“พี่อินตอนที่ไปกรุงเทพ เราไปซื้อของด้วยได้ไหมแบบเดินห้างอ่ะอยากได้นิยายมาไว้อ่าน”

“ได้ครับ แต่ว่าตอนไปทานข้าวกับลูกค้าเราต้องไปกับพี่นะ”

“หือ? ทำไมล่ะพู่ไปเดินดูของรอได้นะ”

“พี่อยากให้ไปด้วย จะได้ไปเจอพี่ชายพี่ด้วยไงตอนงานแต่งมันไม่ได้มา พี่อยากพาไปเจอ”

“เอ่อ ก็ได้ค่ะ พี่อินๆ” ฉันตีต้นขาเขาสองสามทีคนตัวโตก็สะดุ้งอ่ะดิ

“จอดก่อนได้ไหม พู่อยากกินสายไหม”

“ตกใจหมด” พี่อินบ่นออกมาขำๆพร้อมกับหักรถจอดที่ข้างทางฉันหยิบกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะลงจากรถเพื่อนเดินไปซื้อสายไหมที่เป็นเพียงร้านตั้งข้างทาง

“แดดมันแรง” เสียงพี่อินดุมาพร้อมกับหมวกสีขาวสะอาดที่ถูกสวมลงบนศีรษะของฉัน

“ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้มให้พี่อินอย่างเอาใจ

“รับอะไรดีคะ โอ๊ะนายสวัสดีค่ะ” หญิงมีอายุยกมือไหว้พี่อินอย่างดีใจพี่อินรับไหว้ด้วยท่าทีนิ่งๆแต่แววตากลับอ่อนโยน

“ไม่ต้องไหว้ก็ได้ครับ” พี่อินบอกคนตรงข้ามน้ำเสียงเรียบๆ

“นาย นายอยากทานอะไรเดี๋ยวป้าหยิบให้เลยค่ะป้าไม่คิดเงิน”

“ไม่ได้หรอกครับของซื้อของขาย ภรรยาผมอยากทานสายไหมน่ะครับเดี๋ยวรอให้เธอเลือกก่อน” ฉันมองทั้งสองอย่างงงๆแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร มือก็เลือกสายไหมมาสี่ชุดพี่อินมองขำก่อนจะยื่นกระเป๋าสตางค์ของเขามาให้

“ไม่เอา พู่จ่ายเอง”

“เอ่อ ไม่ต้องจ่ายหรอกค่ะนายหญิงป้าให้ค่ะ”

“ไม่ได้ค่ะป้า ของซื้อของขาย” ฉันบอกป้าเสียงหวาน เพราะดูๆแล้วป้าแกคงตื่นเต้นหรือกลัวอะไรสักอย่างอยู่แน่ๆ

“เอามานี่พี่ถือให้...ให้ค่าขนมป้าเยอะๆหน่อยนะ” ท้ายประโยคพี่อินหันมากระซิบบอกข้างหูก่อนที่เขาจะถือถุงขนมเดินไปที่รถ

“ป้าคะนี่ค่ะค่าขนม” ฉันหยิบเงินในกระเป๋าพี่อินแล้วยื่นให้ป้า ก่อนจะถือขนมพี่อินดึงกระเป๋าสตางค์ฉันไปแล้วยัดกระเป๋าสตางค์ของเขาใส่มือแทน

“ไม่คะ ไม่ต้องค่ะนายหญิงป้าอยากให้ค่ะ” ป้าโยกมือปฏิเสธ

“ไมได้หรอกค่ะป้าของซื้อของขาย อีกอย่างนะคะถ้าป้าไม่ยอมรับเงินค่าขนมนายของป้าคงไม่พาหนูแวะซื้ออีกแน่เลย ป้ารับไว้เถอะนะคะ” ฉันปะเหลาะเสียงนุ่มพร้อมกับยื่นเงินค่าขนมให้ป้าไป

“ก็ได้ค่ะ แต่นี่มันเยอะเกินไปค่ะนายหญิง”

“ไม่หรอกค่ะ ป้าเอาไปเป็นทุนทำขนมก็ได้”

“แต่ว่า...”

“ถ้าหนูผ่านมาหนูจะแวะมาเอาขนมดีไหมคะ”

“เอ่อ ค่ะ ได้ค่ะนายหญิงต้องมาเอาให้ได้นะคะ”

“ได้ค่ะ งั้นหนูไปก่อนนะคะ” ฉันยิ้มให้ป้า

“ขอบคุณค่ะนายหญิง” ป้ายกมือไหว้ขอคุณน้ำตารื้นไปหมดฉันรับไหว้ป้าก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถเพราะขืนยืนอยู่ต่อคงได้ร้องไห้ออกมาแน่ๆ พอขึ้นรถมาได้พี่อินก็ยื่นทิชชูมาให้อย่างรู้งาน

“ให้ป้าเยอะไหม” พี่อินออกรถมาได้สักพักก็ถามเสียงนุ่ม มือหนาเอื้อมมาลูบผมฉันเบาๆ

“ห้าพันอ่ะ ขับรถดีๆสิคะอย่าเล่น” ฉันดุคนตัวโตไปเมื่อเขายังใช้มือลูบผมฉันอยู่ ขับรถแบบนี้มันอันตรายนะ พอโดนดุเขาก็หัวเราะออกมาก่อนจะกลับไปขับรถดีๆ

“อือ ดีแล้วล่ะป้าแกน่าสงสารนะ ป้าแกอยู่กับสามีไม่มีลูกหลาน ตอนพี่เห็นสามีแกไปสมัครงานที่ไหร่ทีแรกพี่ไม่กล้ารับหรอกเพราะงานที่ไร่หนักแต่เพราะสงสารแกเลยรับเข้าทำงาน ให้ตัดแต่งหญ้าที่ออฟฟิตแล้วก็ช่วยดูแลสวนที่บ้านอ่ะ”

“...”

“สามีป้าแกตาบอดข้างหนึ่งพี่สงสารเลยรับเข้าทำงาน ส่วนป้าก็ทำได้แต่งานเบาๆป้าแกทำขนมไทยกับสายไหมขายนี่แหละเวลาพี่เข้าเมืองแล้วกลับทางนี้ก็จะแวะอุดหนุนแกแต่ป้าไม่รับเงินพี่เลยอ่ะแล้วเราทำไงป้าถึงยอมรับเงินค่าขนม” พี่อินหันมายิ้มก่อนจะหันกลับไปสนใจถนนต่อ

“ก็บอกว่าให้เอาเงินไปเป็นทุนทำขนม ถ้าพู่ผ่านมาพู่จะแวะมาเอาขนมฟรี”

“หึหึ เข้าใจพูดนะเราน่ะ”

“พี่อินใกล้ถึงยังพู่ปวดฉี่อ่ะ”

“ใกล้แล้วทนไหวไหม”

“ไหวค่ะ” 


ความคิดเห็น