ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2560 21:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 9
แบบอักษร

-9-



พระอาทิตย์ใกล้ตกเต็มที ร้านดอกไม้ยังคงวุ่นวาย ไม่ใช่เพราะมีลูกค้าเยอะ แต่เพราะมีผู้ช่วยที่คาดว่าจะเป็นคนทำให้ยุ่งเสียมากกว่า เกนเดินร่อนไปทั่วร้าน หยิบจับอะไรไปเรื่อย แม้จะถูกโรสบ่นแต่เด็กหนุ่มก็ไม่สน ในเมื่อไม่มีอะไรทำก็จะรู้สึกเบื่อ นั่งเฉยๆ ก็ง่วง


กริ๊ง


“ยินดีต้อนรับครับ อ่าว” 


ปูนฉีกยิ้มต้อนรับก่อนจะอ้าปากหวอเมื่อคนเข้ามาไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็นกรพัฒน์ที่เดินยิ้มเข้ามา 


“ไหนบอกเลิกดึกไงป๋า” เกนร้องทักพ่อตัวเองอย่างสงสัย อุตส่าห์หาที่หลบการโดนทำโทษได้อยู่แล้วเชียว 


“ใครบอกแก” กรพัฒน์ถามกลับลูกชาย ทั้งที่เขานั่นแหละเป็นคนพูดเองเมื่อค่ำวานนี้ “อย่าคิดว่าไม่นอนห้องแล้วฉันจะลืมทำโทษนะ” พูดพร้อมชี้นิ้วไปทางลูกชายตัวดี เกนทำปากขมุบขมิบก่อนก้มหน้าอ่านหนังสือดอกไม้ต่อ “พอดีงานพี่เสร็จเร็วน่ะ” 


“เหรอครับ” ปูนยิ้มบางๆ ส่งให้เมื่อกรพัฒน์หันมาบอกทั้งที่เขาก็ไม่ได้ถามอะไร “แล้วพี่กรมารับเกนหรือครับ”


“ก็...”


“เกนไม่กลับนะ วันนี้จะนอนกับพี่ปูน” คนมีชื่อรีบแย้งทันที เกนปรี่เข้ามาหาปูนทันทีพร้อมส่งสายตาอ้อนวอน “พี่ปูนอนุญาตแล้วเมื่อเช้านี่นา”


“ดูมัน” กรพัฒน์จ้องลูกชายเขม่ง รู้สึกหมั่นไส้จนอยากเขกหัวสักที ถ้าไม่ติดว่าไอ้ตัวดีหลบอยู่หลังปูนละก็นะ


“รู้แล้วๆ พี่แค่ล้อเล่นหน่อยเดียวเอง”   “ไม่ตลกสักนิดพี่ปูนอะ”


เกนหน้างอเดินกลับไปนั่งที่เดิมโดยที่มีกรพัฒน์เดินตามไปด้วย ปูนมองสองพ่อลูกที่เริ่มคุยกันเงียบๆ ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน เพราะจากตรงนี้ก็ไกลพอสมควร 


“อยากรู้จังน้า ว่าคุยอะไรกัน” เสียงดังใกล้ๆ ทำให้ต้องรีบหันไปมอง โรสยืนค้ำข้อศอกกับเคาน์เตอร์มองไปยังสองพ่อลูกเช่นกัน “ไปแอบฟังดีกว่า”


“พี่โรส” เรียกไม่ทันซะแล้ว เพราะหญิงสาวแอบเดินไปอยู่หน้าตู้หนังสือใกล้ๆ และแสร้งทำเป็นสนใจหนังสือ ทั้งที่หูกำลังผึ่งเต็มที่ 


การอยากรู้มันช่างน่ากลัวซะจริงๆ


ปูนเลิกสนใจทุกคนเมื่อมีคนเข้าร้าน ลูกค้าขาประจำเดินยิ้มเข้ามาอย่างทุกที 


“วันนี้กลับเย็นจังนะครับ” คำทักทายของปูนเรียกความสนใจจากสองพ่อลูกให้หันมามอง 


“ครับ ประชุมเลิกช้า วันนี้เหมือนเดิมนะครับ” ลูกค้าหนุ่มฉีกยิ้มพร้อมกับเดินตามปูนไปที่ตู้ดอกไม้ แถมยังช่วยเลือกดอกไม้ที่ชอบอีก 


 ความสนิทสนมนั่นทำเอาคิ้วกรพัฒน์กระตุกถี่ยิบ


กรพัฒน์กระดิกนิ้วเรียกเพื่อนสาว โรสเห็นก็เดินยิ้มเข้าไปหาและรู้ว่าเพื่อนจะถามอะไร


“ก็สนิทพอดูนะ มาทุกวัน”


“ยังไม่ได้ถาม” กรพัฒน์กระแอมเล็กๆ เมื่อเพื่อนรู้ทัน “มีครอบครัวหรือยัง”


“ฉันเหรอ” 


“ไอ้นั่น” 


โรสหัวเราะพร้อมส่ายหน้า แค่อยากแหย่เพื่อนแค่นั้น เห็นจ้องจนตาแทบถลน ซึ่งพอกรพัฒน์รู้ว่าลูกค้าขาประจำยังโสดสนิทเลยปรายตามองลูกชาย ซึ่งเกนรู้หน้าที่ ก็รีบเดินเข้าไปแทรกตรงกลางระหว่างปูนกับลูกค้า  


ช่างรู้ใจป๋ามันซะจริงๆ 


“เกนช่วย” เด็กหนุ่มยิ้มร่า ปากบอกจะช่วย แต่เหมือนมาทำให้วุ่นวายมากกว่า ไม่ว่าลูกค้าหนุ่มคนนั้นจะหยิบจับอะไร เกนก็จะรีบแย่งถือตลอด รวมทั้งการยื่นของให้ปูนด้วย “ลุงชอบดอกไม้เหรอ” 


“ลุง?” ลูกค้าหนุ่มหน้าเสียนิดๆ เขายังไม่ได้แก่ขนาดนั้น อายุก็เพิ่งจะสามสิบนิดๆ เอง


“ครับ” เกนตอบพร้อมฉีกยิ้ม สำหรับคนอื่นดูคงจะเป็นมิตรแน่ แต่คนที่กำลังจ้องตากันอยู่ รู้ทันทีว่ากำลังถูกเด็กตีรวนอย่างแน่นอน 


 เด็กตรงหน้ามาอย่างไม่เป็นมิตร  


“พอดีพี่ซื้อไปให้แม่น่ะ” 


“อ๋อ ครับ” เกนรับคำสั้นๆ และพยายามแทรกตัวไม่ให้ลูกค้าเข้าใกล้ปูนเกินความจำเป็น “แม่ลุงชอบกุหลาบเหรอ เหมือนผมเลย ชอบลิลลี่” 


“กุหลาบเหมือนลิลลี่ยังไง”


“ก็เป็นดอกไม้เหมือนกันไง ลุงนี่ก็ถามแปลก” 


“เกน” ปูนเรียกชื่อเสียงต่ำเพื่อปรามเด็กหนุ่ม เมื่อเห็นว่าทำตัวไม่เหมาะสม “ไปอยู่กับป๋าก่อน เสร็จช้าก็กลับช้านะ” 


“ก็ได้ครับ” สุดท้ายก็ต้องเดินคอตกกลับไป โดยกรพัฒน์ส่งเสียงจิ๊จ๊ะที่ลูกชายขวางไม่สำเร็จ ตอนนี้ลูกค้าคนนั้นเลยใกล้ชิดปูนอีกรอบ “ป๋าก็ไปบ้างสิ” 


“ถ้าไปได้ ก็ไปนานแล้วไหมล่ะ” กรพัฒน์ตอบ ชายหนุ่มได้แต่ขมวดคิ้วมอง จะเข้าไปก็อาจถูกมองไม่ดี เผลอๆ ปูนจะโกรธเอา ซึ่งไม่คุ้มแน่นอน 


นานกว่าลูกค้าคนนั้นจะได้ช่อดอกไม้ที่ถูกใจ ดูเหมือนจะแกล้งถ่วงเวลาซะด้วยซ้ำ บ่อยครั้งที่ปรายตามองมาแล้วยักคิ้วอย่างผู้มีชัย จนสองพ่อลูกกัดฟันแน่น ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ ออกไปหาเรื่องก็ไม่ได้อีก คงได้แต่ปล่อยไปก่อน รอวันที่เป็นของเขาบ้าง จะไม่มีใครหน้าไหนมาทำแบบนั้นได้อีก 


“ทำไมต้องยิ้มกว้างขนาดนั้น” ไม่รอช้าที่กรพัฒน์จะเดินเข้าไปถามหลังจากคนเขม่นออกไปแล้ว ชายหนุ่มขมวดคิ้วนั่งที่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์มองคนที่ชอบเก็บของอยู่ ปูนเงยหน้าขึ้นมามองแปบหนึ่งก่อนก้มลงไปเก็บของต่อ “ปูน พี่ถามปูนอยู่นะ”


“ก็เขาเป็นลูกค้านี่ครับ จะให้ตีหน้ายักษ์แบบพี่กรตอนนี้หรือไง เขาหนีพอดีแบบนั้น” ปูนหน้ามุ่ยใส่ คนถูกว่าหน้ายักษ์ก็รีบชะเง้อไปมองกระจกที่ติดไว้ผนังร้าน พอเห็นหน้าตัวเองแล้วก็แอบตกใจจนต้องปรับสีหน้าใหม่


“ถึงอย่างนั้น ปูนก็ยิ้มให้เขามากเกินไป” กรพัฒน์ยังไม่ยอม เขาหวงรอยยิ้มของปูนมาก ยิ่งดวงตากลมโตนั่นเป็นประกายด้วยยิ่งหวง ปูนส่ายหน้าให้กับความคิดไม่เข้าท่าของกรพัฒน์ ขาเรียวก้าวเอาของไปเก็บหลังร้าน แต่ถูกอีกคนแย่งไปถือ “พี่ช่วย”


“ขอบคุณครับ” ตอนแรกคิดจะว่าให้ แต่ใบหน้าหล่อนั่นยิ้มมาเลยได้แต่ยิ้มกลับ ทำไมรู้สึกว่า คนที่เดินตามหลังเริ่มเข้ามาในชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่พยายามถอยห่างให้มากที่สุดแล้วแท้ๆ 


ปูนมองกรพัฒน์ที่แย่งทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะกวาดพื้น เช็ดโต๊ะ หรือแม้แต่ปิดไฟ ปิดพัดลม ขนาดเจ้าของร้านอย่างโรสยังเอ่ยปากเรื่องค่าแรง ว่าไม่มีให้คนของผู้ช่วย ทุกคนหัวเราะหมดยกเว้นปูนที่ทำหน้าบึ้งตึงเมื่อถูกล้อ พอโรสแย่งตัวกลับไปแล้ว ก็เหลือสองพ่อลูกและปูนที่ยังยืนอยู่หน้าร้าน


“พี่กรพาเกนไปที่หอปูนก่อนเลย เดี๋ยวปูนขี่มอเตอร์ไซค์ตามไป”


“ทิ้งไว้ที่นี่แหละ แล้วปูนก็ไปกับพี่” กรพัฒน์ไม่เห็นด้วย เหมือนกับเกนที่เดินไปจูงมือปูนไปที่รถของพ่อตัวเอง “ประตูรั้วล็อคอย่างดี คงไม่มีใครขึ้นรั้วไปขโมยหรอก”


“ปูนก็ไม่ได้กลัวขโมย แค่ไม่อยากทิ้งไว้ที่นี่” ปูนมองรถตัวเองที่จอดในรั้วของร้าน ที่กังวลอีกอย่างคือพรุ่งนี้เขาจะมาทำงานยังไงนี่สิ หากไม่เอารถกลับ 


ถึงแม้จะคิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ตัวเขาได้เข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับเรียบร้อย มีเกนไปนั่งยิ้มอยู่ด้านหลัง ข้างๆ คนยิ้มมีกระเป๋าเสื้อผ้าที่เตรียมมาจากบ้านเมื่อเช้า 


“ดูมัน” กรพัฒน์ขยับกระจกมองหลังแล้วจ้องหน้าลูกชายตัวเอง อดไม่ได้ที่จะว่าให้เมื่อเห็นท่าทางดีใจซะเหลือเกินที่จะได้นอนกับปูน เห็นแล้วหมั่นไส้จนอยากตบกะโหลกสักที 


รถหรูเคลื่อนออกจากร้าน มุ่งหน้าไปหอพักของปูน ระหว่างทางปูนขอให้กรพัฒน์แวะซื้อของเพื่อนำกลับไปทำเป็นมื้อค่ำด้วย สองพ่อลูกยิ้มกริ่มเมื่อจะได้ชิมฝีมือของปูนอีก 


หอพักครึ่งเก่าครึ่งใหม่ที่กรพัฒน์เคยมาแล้วครั้งหนึ่งยังคงน่ากลัวเหมือนเดิม คำว่าน่ากลัวคือมันไม่ปลอดภัยนั่นเอง คนพักอย่างปูนเดินนำไปที่ห้อง เกนเพิ่งเคยมาเลยมองซ้ายมองขวาอย่างสนใจ ปกตินอนแต่ที่หรูๆ วันนี้ได้ลองมานอนที่ใหม่รู้สึกตื่นเต้นนิดๆ 


“นี่ห้องพี่ปูนเหรอ” เกนถามหลังจากเข้ามาในห้อง พอมีผู้ชายสามคนอยู่ด้วยกันแล้ว ห้องนี้ก็รู้ดูแคบลงถนัดตา 


“ใช่” กรพัฒน์เป็นคนตอบลูกชายตัวเองแทน คล้ายกับจะอวดว่าเคยมา “ปูนจะทำกับข้าวเลยไหม แล้วไหนครัว” เพราะตั้งแต่เข้ามา ยังไม่เห็นห้องครัวเลย 


“ไม่มีห้องครัวหรอกครับ ทำในหม้อไฟฟ้าเอา” มื้อนี้ปูนทำของง่ายๆ อย่างสุกี้ที่ทำไม่ยากแถมสะดวก แค่รอให้ทุกอย่างสุกแค่นั้น 


แล้วสามหนุ่มก็ล้อมหม้อไฟฟ้าที่กำลังเดือดปุดๆ แม้กับข้าวมื้อนี้จะดูง่าย ไม่ได้หรูเลิศ แต่กลับอร่อยกว่ามื้อไหนๆ กรพัฒน์กับเกนต่างก็คอยแย่งกันตักของใส่ถ้วยของปูน จนเจ้าของถ้วยบ่นว่ากินไม่หมดแล้วกระจายของคืน สร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคน   “อยากให้พี่ปูนไปกินข้าวด้วยกันทุกมื้อจัง” เกนว่าออกมาหลังจากอิ่มจนพุงกาง รู้สึกพอมีปูนมานั่งด้วย เขาเจริญอาหารสุดๆ ความคิดนี้ไม่ต่างจากกรพัฒน์ที่พยักหน้าเห็นด้วย


“ไม่ได้หรอก พี่ต้องทำงาน” ว่าอย่างกลางๆ ก่อนจะขำออกมาเมื่อเห็นเด็กหนุ่มทำหน้าบึ้ง “เกนก็กินกับป๋าอยู่แล้วนี่...ครับ?” ไม่รู้เพราะอะไรปูนถึงได้หันไปมองกรพัฒน์ที่เขาหันขวับมามองอยู่ก่อนแล้ว 


“ปูนเรียกพี่ว่าอะไรนะ เมื่อกี้” 


“หืม...ป๋าน่ะหรือครับ ก็เรียกตามเกน”


“แต่พี่ชอบนะ” 


มือขาวที่กำลังเก็บของชะงัก ปูนเงยหน้าขึ้นมองกรพัฒน์ที่จ้องมาเหมือนกัน ดวงตาคมฉายแววจริงจังสะกดให้อีกคนหยุดนิ่ง เนิ่นนานกว่าดวงตากลมโตจะกระพริบเมื่อเกนหาวเสียงดัง 


“เอ่อ ปูนเก็บของก่อนนะครับ” 


“พี่จริงจังปูนก็รู้” 


มือที่ยกหม้อต้องชะงักอีกรอบเมื่อถูกมือใหญ่กว่าจับไว้ ไม่รู้ตอนนี้มือเขาร้อนเพราะหม้อหรือเพราะฝ่ามือของกรพัฒน์ 


“คือปูนยังไม่พร้อมจริงๆ” ริมฝีปากแดงขบเม้มกันแน่นยามถูกสะกดด้วยสายตา ทั้งที่หลบมาได้แล้วเมื่อกี้ “พี่กรคงจะเจอคนที่ดีกว่าปูน...”


“พี่เลือกเองได้ ว่าจะเจอคนดีหรือไม่ดียังไง อย่างตอนนี้ พี่เลือกปูน” น้ำเสียงจริงจังจนปูนต้องก้มหน้า “หนึ่งอาทิตย์ตกลงไหม” 


“ครับ?” พอเจอคำถามแบบนี้ถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย “อะไรหนึ่งอาทิตย์หรือครับ”


“พี่ให้เวลาปูนตัดสินใจไง อาทิตย์หน้าพี่จะไปดูงานหนังสือเมืองนอก ก่อนหน้าที่จะไป พี่หวังจะได้คำตอบจากปูนนะ” 


“พี่กรกำลังกดดันปูน”


“พี่ไม่ได้จะกดดัน แต่พี่ไม่อยากจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ อีก ชีวิตพี่ผ่านอะไรมาก็มาก พี่ก็หวังว่าชีวิตที่เหลือจะได้อยู่กับคนที่พี่รัก”


เจอคำว่ารักเข้าไป ปูนถึงกับหน้าร้อนขึ้นมาทันที เมื่อมือใหญ่ผละออกไป ปูนก็รีบยกหม้อไปเก็บและเผลอชนกับขอบโต๊ะเข้าไปอีกด้วยความประหม่า 


ถูกบอกรักมาก็มาก แต่ทำไมตอนนี้รู้สึกใจเต้นกว่าทุกครั้ง 


กรพัฒน์มองตามคนที่ผ่านหน้าไปอย่างสังเกต ที่จริงก็ไม่ได้อยากเร่ง แต่หากไม่พูด เรื่องก็จะยืดเยื้อไปเรื่อยๆ จนเขาอาจจะท้อและถอย ดังนั้นให้พูดออกมาตรงๆ ว่าจะใช่หรือไม่ หากใช่จะได้เดินหน้าเต็มกำลัง แต่หากไม่ใช่ละก็ เขาก็จะยอมถอย มาถึงขั้นนี้แล้ว สู้เต็มที่ขนาดนี้ ก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น


ปูนกับเกนลงมาส่งคนตาละห้อยกลับบ้าน กรพัฒน์อยากขอนอนด้วยใจจะขาดแต่ก็ต้องทนไว้ เพราะห้องนั้นแคบเกินไป เตียงก็เล็ก หากนอนกันหมดคงยาก เอาไว้วันอื่นก็คงไม่สายหากวางเรื่องดีๆ สักหน่อย


“ขับรถกลับดีๆ นะครับ” ปูนยิ้มหวานเป็นการทิ้งท้าย จนรถหายจากสายตาไป สองหนุ่มต่างวัยถึงเดินกลับขึ้นห้อง “เตียงพี่แคบ เกนอาจจะนอนไม่ค่อยสบายตัวนะ” 


“เกนเป็นคนอยู่ง่าย นอนพื้นก็ได้ สบายอยู่แล้ว” เด็กหนุ่มยิ้มร่า เขาไม่ใช่เด็กติดหรูอยู่แล้ว 


“ได้ยังไง เกนนอนเตียงนั่นแหละ เดี๋ยวพี่นอนพื้นเอง” ปูนส่ายหน้ารัวๆ ใครจะกล้าให้แขกนอนพื้น 


“งั้นก็ปูผ้านอนที่พื้นด้วยกันซะเลยดีไหมครับ”


“เอางั้นก็ได้ แต่ห้ามมาบ่นทีหลังว่าปวดหลังนะ”


“ไม่แน่นอน เกนนอนได้” แล้วอยู่ๆ เกนก็หัวเราะขึ้นมา พอถูกถามก็ส่ายหน้าทำเหมือนไม่มีอะไร แต่ความจริงแล้ว เขากำลังนึกขำพ่อตัวเอง สายตาที่มองอย่างละห้อยตอนจะขึ้นรถเมื่อกี้ยังจำติดตา สงสัยอยากนอนด้วยแต่ไม่กล้า งี้แหละนะ คนไม่กล้าก็อด ส่วนคนหน้าด้านก็ได้ อย่างเขานี่ไง



*****  



เช้าวันใหม่ เสียงนาฬิกาปลุกปูนให้ตื่นขึ้นมาก่อน ความหนักที่เอวทำให้ต้องผงกศีรษะขึ้นดู และเห็นท่อนขาขาววางพาดขึ้นมา ส่วนเจ้าของขานอนเอียง หัวพาดออกนอกผ้าห่มที่ใช้ปู พอเห็นแบบนี้ก็อดจะขำคนนอนดิ้นไม่ได้ ปูนยกขาให้พ้นออกจากตัวก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย 


“พี่ปูน” เกนงัวเงียมาเคาะประตูห้องน้ำ ปูนที่เพิ่งเริ่มถอดเสื้อเปิดประตูออกไปดู เพราะคิดว่าเกนอาจปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ


“ปวดท้องเหรอ” ถามไป คนตายังปิดก็ส่ายหน้า “อ่าว แล้วทำไมตื่นเช้าล่ะ วันนี้วันหยุดไม่ใช่หรือ”


“ฮะ แต่เกนมีเรียนพิเศษเช้า” พอได้คำอธิบาย ปูนก็พยักหน้าลง “พี่ปูนอาบก่อนก็ได้” พูดเสร็จก็เดินกลับไปทิ้งตัวนอนบนเตียง แม้ไม่นุ่มเท่าที่คอนโด แต่ก็ดีกว่าผ้าห่มปูบนพื้นแข็งๆ ปูนยิ้มนิดๆ แล้วปิดประตูตามเดิม คงต้องเร่งเวลาอาบน้ำของตัวเองเพื่อให้เกนไปเรียนได้ทันเวลา 


สองหนุ่มเร่งการแต่งตัวให้ทัน เกนบอกลุงอ้อมจะมารับไปส่งโรงเรียนก่อนแล้วจะวนกลับไปส่งปูน แต่ปูนบอกจะไปเอง ทั้งสองคนเถียงกันไปมาอย่างจริงจัง พอทั้งคู่ลงจากตึกมาก็เจอกับรถที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว คนขับรถยืนกอดอกพิงกับรถหรูตัวเองรอ   “ป๋ามานานแล้วเหรอ แล้วลุงอ้อมล่ะ” เกนมองหาคนขับรถแต่กรพัฒน์กลับเปิดประตูด้านหลังให้คล้ายกับเร่งให้รีบเข้าไปนั่ง   “พอดีพี่ให้แกพักน่ะ พี่เลยมารับแทน” กรพัฒน์รู้ ว่าปูนก็จะถามเช่นกัน เลยรีบตอบก่อน พอได้คำตอบ ร่างผอมก็พยักหน้ารับ แล้วสอดตัวลงไปนั่งเมื่อประตูถูกเปิดให้ 


บนรถที่แอร์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ เกนยังพูดจ้อไม่หยุด คงเพราะน้ำเย็นที่อาบไปทำให้ตื่นเต็มตา 


“คืนนี้เกนนอนด้วยอีกได้หรือเปล่า” เป็นหนึ่งในคำถามของคนปากมาก


“พอเลยแก รบกวนพี่เขา” กรพัฒน์ปรามลูกชาย แต่ก็ดูจะไม่มีท่าทีสลดแม้แต่น้อย เพราะเกนยังขยับตัวยื่นหน้ามาหาปูนอีก “ไอ้เกน”


“ก็อยากให้พี่ปูนถูหลังให้อีก” ประโยคที่ผ่านหูกับน้ำเสียงร่าเริง ทำให้รถคันหรูเกือบชนท้ายคันด้านหน้า เมื่อต้องจอดตามสัญญาณไฟ “เกลือแบบนั้นหอมมากเลย เกนชอบ” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนยังพูดไม่หยุด แถมยังลูบแขนตัวเองไปมาอีก


“ถูหลัง คืออะไรเหรอ” สุดท้ายก็ถามออกมา กรพัฒน์มองหน้าลูกชายสลับกับปูนที่ยิ้มตาหยี “คืออะไรไอ้เกน”


“ก็เมื่อคืนเกนอาบน้ำกับพี่ปูน แล้วพี่ปูนใช้เกลือหอมขัดหลังให้ ตอนนี้ขี้ไคลหลุดหมดเลย” พูดได้หน้าบานสุดๆ ต่างจากกรพัฒน์ที่หน้าตูมยิ่งกว่าดอกบัวออกใหม่ 


“อาบน้ำด้วยกัน? ปูนอาบน้ำกับไอ้เกนหรือ” ตอนนี้หูอื้อตามัวไปหมด ภาพในจินตนาการของชายหนุ่มผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ปูนของเขากำลังขัดหลังให้ลูกชาย โดยที่ทั้งคู่เปลือยตัว “ไม่แฟร์อะ” 


“ครับ?” 


กรพัฒน์เลิกคิ้วเมื่อรู้ตัวว่าหลุดพูดในสิ่งที่คิด ปูนเอียงคอมองอย่างสงสัย จะมีก็แต่เกนที่พอรู้ความหมายก่อนหัวเราะออกมา   “มือพี่ปูนเบามาก ถูหลังไม่เจ็บเลยนะป๋า” เกนเพิ่มน้ำมันในตะเกียงเพื่อเติมความอิจฉาให้ลุกโชน เด็กหนุ่มรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งพ่อตัวเอง “เมื่อเช้าถ้าไม่ง่วงก็จะเข้าไปอาบด้วยแล้ว...โอ๊ย”  พูดจบก็ถูกฝ่ามือของพ่อผลักจนหงายหลัง “เจ็บนะป๋า” 


“สม” กรพัฒน์ปรายตามองลูกชายผ่านกระจกมองหลังอย่างหมั่นไส้ แค่ได้นอนด้วยก็อิจฉาจนนอนไม่หลับ นี่มารู้อีกว่าได้อาบน้ำด้วย จะให้เขาอิจฉาลูกชายไปถึงไหน


“อิจฉาล่ะสิ” เกนยักคิ้วให้พ่อตัวเองอย่างผู้ชนะ มีปูนที่นั่งหัวเราะอยู่คนเดียวเพราะคิดว่าพ่อลูกแกล้งหยอกกันเฉยๆ โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ 


กรพัฒน์ขับรถมาส่งลูกชายที่โรงเรียน ก่อนจะย้อนกลับไปส่งปูนที่ร้าน แม้เจ้าตัวจะขอลงระหว่างทางเพราะเกรงใจ แต่เจ้าของรถกลับไม่ยอมทำตาม รถหรูมุ่งหน้าไปยังร้านดอกไม้ที่ตอนนี้เขามาบ่อยกว่าออฟฟิศซะอีก บนรถมีการพูดคุยบ้างเป็นบางครั้ง เพราะกรพัฒน์ต้องคอยรับสายจากที่ทำงานมาตลอดทาง ไม่รู้ทำไมถึงยุ่งกะทันหันแบบนี้


เมื่อมาถึงร้าน ปูนลงจากรถปุ๊บ กรพัฒน์ก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อ เมื่อเอเจนซี่อยากให้นางแบบของเขาถ่ายลงหนังสือที่บริษัทดูแลในเล่มที่จะถึง ดังนั้นต้องรีบไปคุยรายละเอียดอย่างเร่งด่วนเพราะหนังสือมีกำหนดออกอีกสองอาทิตย์ ซึ่งคอนเซ็ปกับเสื้อผ้าหน้าผมต้องออกแบบใหม่หมด เพื่อให้เข้ากับนางแบบที่จะถ่ายขึ้นปก


ส่วนปูนเดินเข้าร้านมาก็เจอกับโรสที่ตีหน้าเครียด หญิงสาวกวักมือเรียกปูนให้เข้าไปหา ใบหน้าสวยไม่ฉายแววขี้เล่นอย่างทุกทีจนน่าใจหาย 


“พี่โรสไม่สบายหรือเปล่าครับ” ปูนถามอย่างเป็นห่วง 


“พี่สบายดี” โรสว่า แต่หน้าก็ยังเคร่งเครียดอยู่ 


“แล้วทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ” 


“ปูน” โรสมองหน้าน้องคนสนิทอย่างหนักใจ หญิงสาวถอนหายใจออกมาอีกหลายรอบก่อนจะอธิบาย “คืองี้นะ พี่ชายของพี่จะพาพ่อกับแม่ไปอยู่เมืองนอก แล้วแม่ก็ไม่อยากให้พี่อยู่ที่นี่คนเดียว ก็เลย...”


“พี่โรสจะไปอยู่เมืองนอกหรือครับ” ปูนทำตาโตพอเดาสิ่งที่จะได้ยินออก ยิ่งได้รับการพยักหน้ายืนยันยิ่งตกใจ “แล้วร้านนี้ล่ะครับ” 


“พี่คงต้องปิด พี่ไม่ได้อยากทำแบบนี้เลยนะ ปูนเข้าใจพี่ใช่ไหม” โรสทำหน้าเครียดมองปูน อยากจะยกร้านให้ปูนดูแล แต่กลัวปูนจะแบกรับไม่ไหว หากหญิงสาววางมือไปแล้ว แม้ร้านจะมีกำไรมาก แต่ก็อาจไม่เสมอไป กลัวว่าวันหนึ่งลูกค้าลดลงแล้วมีภาระเพิ่ม ปูนจะลำบากเอา 


“ปูนเข้าใจครับ พี่โรสไม่ต้องเครียดนะ ปูนไปหางานอื่นทำได้” ก็พอรู้ว่าที่โรสเครียดก็เพราะห่วงเรื่องงานของเขา ยังไงซะ งานก็ไม่ได้หายากหากไม่เลือกมาก เพราะก่อนมาทำที่ร้านนี้ ปูนก็ผ่านงานมามาก ทั้งพาร์ทไทม์ หรือฟลูไทม์

“พี่ขอโทษนะ มันกะทันหันจริงๆ พี่จะจ่ายเงินชดเชยให้ปูนแล้วกันนะ” 


“ครับ ยังไงก็ได้” 


ปูนรู้สึกใจหายที่ร้านดอกไม้จะถูกปิดตัวลง เขาทำงานที่นี่ตั้งแต่ร้านเปิดใหม่ๆ มีความผูกพันกับทุกสิ่ง ไม่ว่าจะลูกค้าหรือดอกไม้ที่ต้องเจอในทุกๆ วัน จากนี้ไปคงจะคิดถึงมากทีเดียว 


หน้าร้านดอกไม้ขึ้นกระดานว่าอีกสองวัน ร้านนี้จะปิดตัวลง ทั้งปูนและโรสต่างยืนมองร้านที่สร้างขึ้นมาอย่างรักใคร่ หญิงสาวโผเข้ากอดปูนพร้อมเอ่ยขอโทษออกมาอีกหลายรอบ ทั้งที่เธอก็ไม่อยากไป แต่ก็ปฏิเสธครอบครัวไม่ได้เหมือนกัน อีกอย่างแม่ก็เป็นโรคหัวใจ ไม่อยากให้ท่านต้องมาคิดมาก 


“ปูนคงจะคิดถึงทุกอย่างที่นี่ คิดถึงพี่โรส คิดถึงดอกไม้”


“พูดแล้วน้ำตาพี่จะไหลเนี่ย” ไม่ใช่แค่พูด แต่น้ำใสๆ ไหลอาบแก้มเนียนไปแล้ว “พี่คงคิดถึงปูนมากแน่ๆ” 


“ปูนก็คิดถึงพี่โรสมากแน่ๆ เหมือนกัน ไม่ได้ยินเสียงคนบ่นอ้วนอีกแล้วล่ะสิ” พยายามสร้างเสียงหัวเราะให้กับเจ้านายสาว ซึ่งเธอก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ถึงจะรู้จักกันไม่นานมาก แต่ก็รักเหมือนคนในครอบครัว 


“พูดซะพี่รู้สึกผิดเลยที่กินเยอะ” โรสหัวเราะทั้งน้ำตา “อยากพาปูนไปด้วยจัง” คงไม่ยากหากจะรับปูนเป็นน้องจริงๆ และพาไปด้วย แต่เพราะมีคนจับจองไว้แล้วเลยได้แต่คอยเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ 


“อยู่ที่นั่นก็โทรหากันได้ ปูนจะเติมเงินไว้เยอะๆ” 


“ปูนละก็ ใช้ไลน์โทรหากันก็ได้ ประหยัดเงิน”


“นั่นสินะครับ” 


“มาทำให้อีกสองวันเป็นวันที่ดีกันเถอะ”


“ครับ” 


การจากลาแม้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความคิดถึงก็จะยังคงอยู่ ปูนมองภายในร้านเพื่อบันทึกความทรงจำดีๆ และหวังว่าถ้ามีโอกาส เขาจะได้กลับมาที่นี่อีก เมื่อโรสคิดจะกลับมาเปิดร้าน ซึ่งไม่ว่าตอนนั้นเขาจะทำงานอะไรอยู่ ก็จะรีบกลับมาทำที่นี่อีกครั้ง 


กริ๊ง


“ร้านสวีทฟลาวเวอร์ยินดีต้อนรับครับ”



...TBC

ความคิดเห็น