ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2560 20:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 8
แบบอักษร

-8-


“เกนเป็นอะไร ไหนบอกพี่ปูนซิ” ปูนยื่นมือเช็ดน้ำตาที่เปื้อนแก้มเกนออก เด็กหนุ่มนั่งสูดน้ำมูกฟืดใหญ่ “แล้วมาได้ยังไง เลิกเรียนแล้วเหรอ” 


“เลิกแล้ว” ตอบกลับปนสะอื้น 


“ดูซิ เป็นหนุ่มหล่อมาร้องไห้ขี้มูกโป่ง แบบนี้สาวไม่มองกันพอดี” ปูนพยายามพูดติดตลก แต่ดูเหมือนเกนจะไม่มีอารมณ์ร่วม ใบหน้าหล่อเป็นสีแดงเนื่องจากร้องไห้หนักมาก่อนหน้า “เป็นอะไรครับ”


“เกนไม่ชอบ” เด็กหนุ่มยังคงย้ำประโยคเดิม


“เกนไม่ชอบอะไร” 


“ไม่ชอบผู้หญิงคนนั้น” 


ปูนหันขวับมองไปโรสทันทีซึ่งหญิงสาวก็เบิกตากว้างตกใจเหมือนกัน ดูท่าทั้งสองคนจะมีความคิดที่คล้ายกันอยู่

“ผู้หญิงที่ไหน” ช่วงรอคำตอบ ปูนรู้สึกใจเต้น กลัวว่าจะเป็นคนที่คิดไว้


“ก็ผู้หญิงที่มาชอบไอ้ฟลอยด์เพื่อนเกนอะ” 


แทบจะถอนหายใจออกมาพร้อมกันทั้งปูนและโรส 


“เมื่อกี้เกนว่าไงนะ เกนไม่ชอบผู้หญิงที่มาชอบฟลอยด์? แล้วทำไมเกนไม่ชอบล่ะ” พอปูนถามจบ เกนก็หยุดสะอื้นแล้วปั้นหน้าบึ้ง เด็กหนุ่มเปิดเป้พร้อมหยิบซองสีขาวออกมาให้ปูน “ซองอะไร ผ้าป่าเหรอ”


“ซองเชิญผู้ปกครองต่างหาก” เกนตอบสีหน้านิ่งเฉย ก่อนเด็กหนุ่มจะจ้องหน้าแล้วส่งสายตาอ้อนวอน “พี่ปูนไปแทนป๋าหน่อยได้ไหมครับ นะๆ” เป็นคำขอที่ทำเอาปูนตาโต 


“พี่เนี่ยนะ ไม่ได้หรอก” 


“ทำไมจะไม่ได้ ป๋าไม่ว่าอะไรแน่นอนเชื่อเกนสิ” 


“ป๋าไม่ว่า แต่ทางโรงเรียนจะว่าน่ะสิ พี่ไม่ได้เป็นผู้ปกครองเกนนะ ไม่เกี่ยวข้องกันเลยด้วย” คำพูดคล้ายจะสะกิดความรู้สึกบางอย่างของเกน ทำให้หน้าหล่อสลดลง คนพลั้งปากพูดก็รีบเม้มริมฝีปากเน้น รู้สึกเหมือนพูดอะไรที่ไม่สมควรพูด แม้จะเป็นเรื่องจริงก็เถอะ “พี่ขอโทษนะ”


“พี่ปูนไม่ได้ผิดนี่ครับ ไม่ต้องขอโทษหรอก” เกนว่า “เดี๋ยวเอาไปให้ป๋าก็ได้ ถ้าป๋าไป เกนก็อาจจะโดนเตะแล้วก็ด่าเป็นอาทิตย์ เอาแบบนั้นก็ได้” 


ปูนหันไปมองโรสเพื่อขอความเห็น แต่หญิงสาวกลับยักไหล่ไม่มีความเห็นให้ ปูนเลยได้แต่ขมวดคิ้วเพราะไม่กล้ารับคำขอ ไม่รู้ว่าเรื่องที่ทางโรงเรียนเรียกไปจะเป็นเรื่องไหน หากรุนแรงหรือมีเรื่องสำคัญแจ้งให้ทราบ มันจะไม่ได้การเอา 


“ก็ได้ๆ” สุดท้ายก็ทนเห็นสีหน้าเศร้าซึมไม่ได้ ปูนเลยรับปาก “แต่เกนก็ต้องบอกป๋าก่อน ไม่งั้นพี่ไม่ไปนะ” 


“ได้เลย สบายอยู่แล้ว” เกนยิ้มร่าทันทีราวกับไม่เคยเศร้ามาก่อน แถมยังรู้สึกชอบใจที่ได้ยินปูนเรียกป๋าของเขาว่าป๋า 


“แล้วพี่ต้องไปเมื่อไหร่” ปูนเปิดซองหยิบจดหมายออกมาอ่านรายละเอียด แต่ยังไม่ทันได้อ่านดี คนถูกเรียกก็บอกวันจนกระดาษในมือแทบร่วง


“พรุ่งนี้”


“พรุ่งนี้? พี่ต้องทำงานน่ะสิ” ปูนว่า การบอกวันที่กระชั้นชิดแบบนี้ก็ยากไปสักหน่อย 


“ไม่เป็นไร พี่เฝ้าร้านได้ ตามสบายๆ” เสียงบอกดังมาจากเจ้าของร้านคนสวย โรสพูดจบก็รีบเดินหนีเข้าไปหลังร้าน คล้ายกับปล่อยระเบิดแล้วเดินหนีหาย 


จะมีเจ้านายที่ไหนใจดีเท่าเธออีก


เกนยิ้มหน้าบานเมื่อปูนรับปากแถมโรสก็ดูจะเปิดทางให้ ดวงตาคมที่ถอดแบบกรพัฒน์มาจ้องหน้าปูนอย่างคาดหวัง พรุ่งนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่างน้อยป๋าก็จะไม่ด่าเขา หากมีปูนปกป้อง 


ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว  


“หัวเราะอะไร” ปูนหันมาถามเมื่อได้ยินเสียง ทั้งที่เมื่อกี้ร้องไห้โหอยู่เลย 


“เปล่าครับ งั้นเดี๋ยวเกนกลับก่อน พรุ่งนี้เกนจะมารับ” 


“อ่าว”


พูดไม่จบ เกนก็เดินหนีออกจากร้านไปแล้ว คนหนักใจเลยได้แต่พ่นลมหายใจออกมา นี่เขาทำถูกแล้วใช่ไหมที่รับปากไป แล้วถ้าหากครูถามว่าเป็นอะไรกัน จะตอบไปว่ายังไงดี แค่คิดไมเกรนก็จะขึ้นอยู่แล้ว



*******



เช้าวันใหม่ ปูนขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าร้านดอกไม้เช่นทุกวัน แต่วันนี้ หน้าร้านมีรถสีดำจอดเทียบรออยู่ก่อน คนในรถพอเห็นคนที่รอมาถึงก็รีบเปิดประตูลงมา เกนโบกมือเรียกให้ปูนขึ้นไปนั่งบนรถด้วย 


“เกนบอกป๋าแล้วใช่ไหม” ปูนถามขณะจอดรถของตัวเองที่ข้างร้าน ซึ่งก็ได้คำตอบคือการพยักหน้า “แล้วป๋าไม่ว่าอะไรหรือ”


“ไม่เลย ป๋าบอกดีแล้ว เพราะป๋าก็ยุ่งอยู่” เกนตอบพร้อมรอยยิ้ม “ป๋าฝากบอกด้วย จะเลี้ยงข้าวตอบแทนพี่ปูนวันหลัง” ปูนยิ้มบางๆ รับโดยไม่ได้ตอบอะไรไป เพราะไม่รู้จะพูดแบบไหนดี 


รถคันหรูด้านในกว้างสบายสมราคากำลังฝ่ารถติดไปยังจุดหมาย โรงเรียนเอกชนเนื้อที่กว้างขวางที่คนธรรมดาอย่างปูนคงไม่มีโอกาสได้เรียน ตึกสีขาวหลายตึกมีทางเชื่อมสำหรับเดินไปมาหากันได้อย่างสบายโดยไม่ต้องตากแดด ช่างเป็นโรงเรียนที่อำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียนได้อย่างดี รถที่นั่งมาวนไปจอดที่หน้าตึกอิฐสีแดงสด เกนลงจากรถมาก่อน โดยมีปูนขยับตามหลังมา


“โรงเรียนสวยดีนะ” ปูนว่า ดวงตากลมยังคงมองไปรอบๆ บริเวณอย่างสนใจ เพิ่งเคยมาโรงเรียนที่ร่มรื่นและสวยหรูขนาดนี้ ปูนรู้สึกประหม่านิดๆ เมื่อมีเด็กนักเรียนมองมา เลยพยายามเมินไม่มองสายตาที่พุ่งมาที่ตัวเอง 


“ก็งั้นๆ แหละครับ” เกนตอบอย่างไม่ยี่หระ เพราะอยู่มาตั้งแต่อนุบาล เห็นตึก ต้นไม้พวกนี้จนชินตา “ไปเถอะครับ” 


“อืม” ปูนรู้สึกขาสั่นเมื่อต้องเดินเข้าไปด้านใน ตอนนี้ในอกเต้นระรัวราวกับได้ย้อนวัยไปในสมัยมัธยมเมื่อต้องเข้าห้องฝ่ายปกครอง 


“มือพี่ปูนโคตรเย็น” เกนว่าขำๆ มือของเด็กหนุ่มจับมือของปูนแน่น “ไม่ต้องกลัวหรอกครับ ที่นี่ป๋ามีเส้น” 


“ดูพูดเข้า” ปูนแสร้งทำดุ แต่เด็กหนุ่มข้างๆ กลับหัวเราะเอิ้กอ้าก 


สองหนุ่มต่างวัยเดินมาจนถึงหน้าห้องฝ่ายปกครอง ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นคนด้านในที่กำลังยืนหันหลังอยู่


“มาพอดี” เสียงทักของหัวหน้าฝ่ายปกครอง ทำให้คนที่ยืนหันหลังขยับแหวกทาง จนได้เห็นใบหน้าดุดัน ที่คนเพิ่งเคยมาแอบหวั่นใจ “แล้วนั่นผู้ปกครองเธอหรือเด็กชายกนต์นธี” แว่นไร้กรอบถูกเลื่อนลงมาที่ปลายจมูก ปูนรู้สึกเกร็งเมื่อถูกจ้อง 


“ครับ” เกนตอบนิ่งๆ ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด “พี่ปูนเป็นตัวแทนของป๋า นี่ครับจดหมาย” ว่าแล้วเกนก็เดินเข้าไปหาพร้อมจดหมายของกรพัฒน์ที่อนุญาตให้ปูนมาแทน 


ปูนกระพริบตาปริบๆ มอง ไม่รู้เนื้อความในจดหมายเขียนว่าอะไร แต่ที่แน่ๆ ครูฝ่ายปกครองก็พยักหน้ารับ ก่อนจะลุกออกมาจากโต๊ะ 


“คุณผู้ปกครองคงทราบเรื่องแล้วว่าทำไมผมถึงเชิญมา” คำเกริ่นที่ทำเอาปูนขมวดคิ้ว “เด็กชายกนต์นธีได้ทำกิริยาไม่เหมาะสม ทั้งการกระทำและคำพูด” 


“ครับ?” ปูนรู้สึกมึนงงในสิ่งที่ได้ยิน “กิริยาไม่เหมาะสมหรือครับ”


“ครับ กับเด็กผู้หญิงคนนี้” ว่าแล้วครูก็ชี้ไปทางนักเรียนหญิงที่ยืนอยู่ข้างห้องที่มีสีหน้าและท่าทางไม่พอใจ “เด็กชายกนต์นธีได้ใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ...”


“ผมไม่ได้พูดคำหยาบเลยนะครับ” เกนรีบแทรกขึ้นมาเมื่อถูกกล่าวหาในสิ่งที่ไม่ได้ทำ


“อย่าพูดแทรกในขณะที่ครูพูด” น้ำเสียงดุปราม พร้อมปรายตามอง 


“ก็มันจริง” 


“เกน” ปูนรีบจับแขนไม่ให้เกนพูดแทรก เพราะกลัวว่าเกนอาจจะถูกทำโทษจากไม้เรียวที่วางบนโต๊ะ “คือผมอยากทราบว่า เกน เอ่อ เด็กทางผมทำอะไรให้บ้างหรือครับ” เมื่อเกนเงียบ ปูนเลยพูดออกมาบ้าง ครูฝ่ายปกครองกวักมือเรียกนักเรียนหญิงคู่กรณีให้เข้ามาใกล้ พร้อมอนุญาตให้พูด 


“เขาว่าหนูไม่สวย” แค่ประโยคแรกที่ได้ยิน คิ้วปูนก็แอบกระตุกนิดๆ “เขาว่าหนูหน้าบานเหมือนกระด้ง ตัวดำ แขนใหญ่ ขาลาย แล้วก็ไม่เหมาะกับฟลอยด์” คำกล่าวหาที่ถูกบรรยายออกมา ดูเหมือนไม่น่าจะเกิดเรื่องราวใหญ่โตจนบานปลายขนาดนี้ “เขาว่าหนู ทั้งๆ ที่หนูก็ไม่ได้ชอบเขา สาระแน” คำหลังเด็กสาวหันไปพูดกับคู่กรณี 


“แต่ไอ้ฟลอยด์เป็นเพื่อนฉัน” เกนแทรกขึ้นมา เด็กหนุ่มเดินมายืนประชันหน้าคู่กรณีสาว “แล้วที่พูดไป มันไม่เป็นความจริงตรงไหน” ว่าแล้วก็ปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า “มันคือความจริงทั้งนั้น”


“แก ไอ้เลว” เด็กสาวยกฝ่ามือขึ้นแล้วฟาดลงมา แต่เพราะปูนดึงเกนหลบได้ทัน ฝ่ามือนั้นเลยตบกับลมจนเจ้าของมือเซ ดูจากความแรงหากโดนแก้มคงเจ็บไม่น้อย “ครูขา” พอไม่ได้ดั่งใจ เด็กสาวก็หันไปฟ้องครูที่ยืนดูเงียบๆ 


และท่าทางแบบนั้นทำให้ปูนไม่ชอบใจเลยสักนิด 


“ครูไม่ห้ามหน่อยหรือครับ” ถามเสียงเครียด ช่วงจังหวะนั้นประตูห้องก็เปิดออก คนกลางของเรื่องรีบวิ่งเข้ามายืนอยู่ข้างเกน “ผมว่า ครูทำไม่ถูกต้องนะครับ เรื่องนี้ควรเรียกผู้ปกครองของอีกฝ่ายมาด้วย” ปูนว่า


“แต่ฝ่ายคุณทำผิด ใช้ได้ที่ไหนด่าผู้หญิงแบบนั้น” 


“แล้วที่น้องเขาทำร้ายร่างกายของเกน มันไม่ผิดหรอกหรือครับ” ปูนทำหน้าจริงจัง ดวงตากลมโตมองครูฝ่ายปกครองอย่างวาวโรจน์ แม้วันนี้รอยช้ำที่โหนกแก้มของเกนจะจางลงกว่าเมื่อวาน แต่ก็ยังเห็นร่องรอยอยู่ “สมัยนี้ไม่ว่าจะเพศไหนก็ควรได้รับความยุติกรรมทั้งสองฝ่าย แต่การที่ครูเข้าข้างคนใดคนหนึ่งมากไป ผมว่ามันไม่สมควรเท่าไหร่”

“แต่เด็กของคุณด่าลูกผมก่อน” 


ประโยคที่ได้ยินทำเอาความข้องใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง มิน่าถึงได้เข้าข้างกันขนาดนี้ 


“ครูกำลังทำตัวเป็นพ่อแม่รังแกฉันอยู่นะครับ” แทบหมดคำพูดใดๆ เพราะไม่ว่าจะเอ่ยอะไรไปก็จะถูกมองว่าผิดอยู่ดี “เกน ขอโทษเขาซะ” 


“แต่พี่ปูน...” เกนหันขวับมองปูนอย่างไม่เข้าใจ 


“เกนก็ผิด รู้ตัวใช่ไหม” ปูนยิ้มบางๆ ให้ ก่อนคนผิดจะพยักหน้าช้าๆ อย่างจำนน “ผมขอโทษแทนเกนด้วยนะครับที่ทำร้ายจิตใจน้องเขาด้วยคำพูดที่ไม่ดี” 


“อะ อืม” เมื่อเห็นคนอ่อนกว่ายกมือไหว้ขอโทษ ครูฝ่ายปกครองก็รีบยกมือรับอย่างวางหน้าไม่ถูก “ต่อไปก็อบรมเขาเยอะๆ หน่อยก็แล้วกันนะ อย่าเกเรให้มันมากกว่านี้”


“ครับ ไว้ผมจะอบรมสั่งสอนแกให้ดีกว่านี้” ปูนเหยียดยิ้มส่งท้าย รอเกนยกมือขอโทษครูและเอ่ยขอโทษคู่กรณี ซึ่งดูเด็กสาวคงจะยังไม่พอใจสำหรับการขอโทษ เมื่อเกนไม่ได้ถูกลงโทษด้วยการตีอย่างที่เตรียมไม้ไว้รอ “หมดเรื่องแล้วใช่ไหมครับ งั้นผมขอตัว เด็กๆ จะได้เข้าเรียนด้วย” 


“ครับ เชิญ”


ได้รับคำตอบปุ๊บ ปูนก็จูงมือเกนออกมา โดยมีฟลอยด์เดินตามมาด้วย ตลอดทางเดินไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ ทุกคนกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง จนมาถึงลานกว้างที่มีม้าหินอ่อนวางเรียงรายให้ทุกคนได้พักผ่อน ปูนทิ้งตัวนั่งลงมีเกนกับฟลอยด์ยืนก้มหน้าอยู่ตรงหน้า 


“เกนไม่มีสิทธิ์ไปว่าให้เขา รู้ตัวไหม” ปูนพูดหลังจากเงียบมานาน พอเด็กหนุ่มเงยหน้าจะเถียงก็เจอดวงตาดุจ้อง เลยก้มหน้าฟังเงียบๆ “เรื่องบางเรื่อง เราควรปล่อยให้เจ้าตัวเขาตัดสินใจเอง ใช่ไหมฟลอยด์” 


“ครับ” คนถูกเรียกชื่อรีบขานรับ พอพี่ปูนจริงจังแบบนี้ก็แอบสยองไม่ใช่น้อย 


“แต่เกนไม่อยากให้เพื่อนคบกับคนแบบนั้น” เกนโพล่งขึ้นมา “พี่ปูนก็เห็น ว่าผู้หญิงนั่นไม่สวย ไม่เหมาะกับไอ้ฟลอยด์เลยสักนิด”


“นั่นก็เป็นสิทธิ์ของฟลอยด์ เกนยุ่งไม่ได้” 


“แต่ไอ้ฟลอยด์เป็นเพื่อนของเกนนะ”


“แต่ผู้หญิงคนนั้นเขาชอบฟลอยด์ ไม่ใช่เกน” ปูนพยายามอธิบายเหตุผลให้ฟังอย่างใจเย็น “พี่รู้ว่าเกนรักเพื่อนมาก แต่เกนก็ต้องปล่อยให้ฟลอยด์เป็นคนเลือกเอง ว่าชอบหรือไม่ชอบ เพราะในอนาคต ไม่ว่าจะเกนหรือฟลอยด์ต่างก็ต้องเจอคนที่ตัวเองรัก” 


แม้รู้ว่าการพูดเรื่องความรักกับเด็กหนุ่มสองคนจะเร็วเกินไป แต่บางอย่างก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้อาจยังไม่เข้าใจ แต่อีกไม่นาน สองคนนี้คงจะต้องเข้าใจ


ดูเหมือนคำสอนของปูนจะทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองประทับใจ เกนเลยรีบตบหลังเพื่อนสนิททันทีพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม ปูนฉีกยิ้มตามก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อได้ยินประโยคของเกน


“มึงดูไว้ไอ้ฟลอยด์ จะหาแฟนต้องให้ได้อย่างพี่ปูนนี่ ทั้งน่ารัก ใจดี รักเด็ก มีเหตุ มีผล อย่าไปคว้าเอาพวกคนนิสัยไม่ดีมานะ” เกนสั่งเพื่อนสนิทเสียงแข็ง


“ไอ้ห่า แล้วกูจะไปเจอที่ไหน” ฟลอยด์ตบหัวเกนไปหนึ่งที เพราะสั่งอะไรที่ยาก ยิ่งกว่างมก้อนขี้มูกในมหาสมุทร

“ไม่รู้ล่ะ ถ้ามึงกับกูไม่เจอแบบนี้ ก็ไม่ต้องมี ดีล” คนถูกจับมือทำหน้าเบื่อหน่าย ฟลอยด์ส่ายหน้าให้กับเพื่อนที่วางแผนอะไรได้สุดเพี้ยน ก็คนอย่างพี่ปูนเนี่ย มันก็มีคนเดียวในโลก จะไปหาได้จากไหนอีก


“เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งตกลงกัน” ปูนรีบจับมือเด็กหนุ่มสองคนแยกออกจากกันด้วยความมึน “จะมาตกลงอะไรกันแบบนี้ได้ยังไง พี่เป็นผู้ชายนะ จะมาหาแบบพี่ไม่ได้ พวกเธอต้องหาสเปคสาวเองสิ” แทบอยากตบหน้าผากตัวเองแรงๆ หลังจากได้ยิน


“ผู้ชายแล้วไง ไม่เห็นเป็นไร” เกนว่าอย่างไม่สนใจเลยถูกตีเข้าที่หัวไหล่ไปที คนโดนตีหน้ามุ่ยทันที “พี่ปูนอะ”


“ไม่พูดแบบนี้นะเกน เอาล่ะ พี่กลับก่อน ส่วนเรื่องวันนี้พี่ต้องบอกป๋าของเกนนะ” 


“ครับ” เกนรับคำ ก่อนที่ปูนจะเดินไป มือเด็กหนุ่มก็รีบคว้าข้อแขนไว้ก่อน “เกนลืมบอก ว่าป๋าให้ลุงอ้อมรอไปส่งพี่ปูนด้วย ลุงแกรออยู่หน้าโรงเรียนนะครับ แล้วก็ คืนนี้เกนขอไปนอนด้วยนะ” 


“หา? ไปนอนกับพี่” เรื่องแรกก็พอเข้าใจที่ให้คนขับรถไปส่ง แต่เรื่องหลังนี่ไม่เข้าใจสักนิด 


“ครับ คืองี้นะ ถ้าป๋ารู้เรื่องเกนวันนี้ เกนต้องถูกทำโทษแน่ๆ ดังนั้น เกนก็เลย...”


“อยากหนีความผิดตัวเองว่างั้น” ปูนพูดจบก็หัวเราะออกมา มือขาวยกขยี้ผมสีดำของเด็กหนุ่มตรงหน้า “เกนนี่นะ”


“พี่ปูนอนุญาตใช่ไหม ดีเลย เกนเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้าใส่รถลุงอ้อมไว้แล้ว” 


คนเจ้าแผนการเตรียมพร้อมมาก่อนล่วงหน้าซะด้วยซ้ำ ช่างแสนเจ้าเล่ห์นัก


“ต้องบอกป๋าก่อน เกิดป๋ามาด่าพี่จะว่าไง”


“โธ่ อย่างป๋าไม่กล้าว่าพี่ปูนหรอก เชื่อเกนสิ ตกลงตามนี้นะครับ ตอนเย็นเจอกัน เกนไปเรียนก่อน” พอตัวเองพูดจบก็รีบดึงแขนเพื่อนสนิทให้วิ่ง จนปูนไม่ทันได้พูดหรือตอบอะไรไป 


ลูกไม้หล่นใต้ต้นมันเป็นแบบนี้นี่เอง พ่อเป็นแบบไหน ลูกก็ไม่ต่าง เกนหนอเกน โตมาไม่รู้จะเป็นแบบไหน เดายากจริงๆ 




ปูนเดินออกมาหน้าโรงเรียนอย่างที่เกนบอก แต่รถคันที่นั่งมากลับไม่อยู่ หรือว่าจะกลับไปแล้ว ปูนตัดสินใจเดินบนฟุตบาทเพื่อจะไปที่ป้ายรถเมล์ พอดีกับมีรถสปอร์ตคาร์สีควันบุหรี่โฉบเข้ามาจอดเทียบ ก่อนกระจกด้านข้างจะลดลงเผยให้เห็นเจ้าของรถที่ยิ้มรออยู่ก่อน 


“ขึ้นมาสิปูน เดี๋ยวพี่ไปส่ง” กรพัฒน์ตะโกนเรียกพร้อมกับเอื้อมตัวข้ามเบาะรถมาเปิดประตูให้ “ขึ้นมาเร็วๆ ตรงนี้มันจอดไม่ได้” 


คล้ายกับเร่งนิดๆ ทำให้ปูนไม่มีเวลาตัดสินใจมากนัก คนตัวผอมรีบสอดเข้าไปนั่งด้านข้างทันทีพร้อมปิดประตู เมื่อรถวิ่งเข้าเส้นทางปกติ คนขับรถก็ถูกจ้องหน้าอยู่ตลอด 


“มีอะไรติดหน้าพี่หรือเปล่า” กรพัฒน์ถามปนขำ 


“พี่กรไม่ได้ประชุมอยู่หรือครับ” เพราะเกนเป็นคนบอกเอง ว่าป๋าของเขาติดประชุมทำให้มาที่โรงเรียนไม่ได้ แล้วทำไมถึงได้ขับรถผ่านมาทางนี้ 


“พอดีพี่ออกมาประชุมกับลูกค้าแล้วผ่านมาทางนี้พอดี เห็นด้านหลังปูนก็คิดว่าต้องใช่ เลยจอดนี่ไง” เป็นคำอธิบายที่ดูมีเหตุมีผล “แล้วครูเขาว่ายังไงบ้าง” 


“ก็แค่เรื่อง...” ปูนเม้มริมฝีปากอ้ำอึ้งไม่กล้าบอก จะให้บอกไปได้ยังไงว่าลูกชายของกรพัฒน์ทะเลาะกับผู้หญิงเพราะหวงเพื่อน มันคงดูทะแม่งๆ “เรื่องทั่วไปครับ” 


“เรื่องทั่วไปนี่ถึงกับต้องเชิญผู้ปกครองน่ะหรือ ปูนอย่าเข้าข้างมันให้มากนัก” ดูจากท่าทางของปูน กรพัฒน์ก็พอจะรู้ว่ากำลังช่วยปกปิดความผิด “ควรปล่อยให้โดนทำโทษซะบ้าง ถูกเลี้ยงมาเสียนิสัยขนาดนั้น”


“แต่นิสัยเหมือนพี่กรเลยนะครับ” ปูนรีบตะครุบปากตัวเองเมื่อหลุดประโยคตามที่คิด หน้าขาวค่อยๆ หันไปมองคนที่ตัวเองว่าที่กำลังเลิกคิ้วมองมา “ขอโทษครับ ปากไวไปหน่อย”


“ไม่หน่อยแล้วแบบนี้” กรพัฒน์ว่า ก่อนริมฝีปากจะค่อยๆ ฉีกยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ 


กรพัฒน์ขับรถมาส่งปูนที่ร้านดอกไม้และเข้าไปทักทายเพื่อนสาวคนสวยครู่หนึ่งก่อนจะขอตัวกลับไปทำงาน ทั้งที่จริงแล้ว เขาโดดงานออกมาตั้งแต่เช้าเพื่อจะไปรอรับปูนที่หน้าโรงเรียน โดยโทรสั่งให้ลุงอ้อมคนขับรถกลับไปทันทีที่ส่งถึงโรงเรียน


แบบนี้ถึงไม่ปฏิเสธที่ว่าลูกชายตัวดีจะมีนิสัยเจ้าเล่ห์เหมือนตัวเองราวกับก็อปปี้ออกมา แต่ถึงเกนจะเจ้าแผนการยังไง ก็ยังคงสู้ตัวพ่อไม่ได้อยู่ดี เรื่องเชิญผู้ปกครองวันนี้ กลับถึงห้องคงต้องมีทำโทษกันบ้าง ไม่งั้นคงเตลิดจนห้ามไม่อยู่ ไอ้นิสัยขี้หวงขึ้นสมอง ไม่รู้ไปได้นิสัยนี้จากใครมา...


ติ๊ง เสียงข้อความมือถือดังขณะจอดรอสัญญาณไฟแดง กรพัฒน์หยิบมือถือเครื่องแพงมาเปิดดูเพราะคิดว่าอาจจะเป็นลูกกวางของเขา แต่ชื่อที่ปรากฏกลับเป็นลูกชายตัวดีกับข้อความที่ชวนหงุดหงิดหัวใจ


‘ป๋า คืนนี้เกนไปนอนกับพี่ปูนนะ เตรียมของไว้หมดแล้วด้วย พี่ปูนก็อนุญาตแล้วด้วย เจอกันวันพรุ่งนี้ มารับด้วย’ 


แทบอยากจะปามือถือทิ้ง หนอย ไอ้เกน แกกล้าทำเกินหน้าป๋าแกได้ยังไง ถ้าเจอหน้าต้องทำโทษให้หลาบจำซะแล้ว ที่บังอาจกระตุกหนวดเสือของอย่างกรพัฒน์คนนี้ ถึงจะเป็นลูกก็เถอะ ไม่ไว้หน้าแน่



...TBC


พ่อลูกนิสัยไม่หนีกันแน่ค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ


ปล. ฟลอยด์เคยเจอคนแบบพี่ปูนด้วยนะคะ แต่เจอช้าไปเพราะกลายเป็นของคนอื่นไปซะแล้ว แม้จะตามตอแยแต่ก็ได้แค่มอง -.,-

ความคิดเห็น