ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 9 Stop This Time For Me, Please ( 100%)

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 9 Stop This Time For Me, Please ( 100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 61.5k

ความคิดเห็น : 124

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ธ.ค. 2557 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 9 Stop This Time For Me, Please ( 100%)
แบบอักษร

 

 

 

" ร้อนรักอันตราย " ตอนที่ 9 Stop This Time For Me, Please

 

 

 

                         พจน์ถอนหายใจยาวขยับตัวบิดขี้เกียจ ก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆ เปลือกตากระพริบปริบๆ นอนมองเพดานห้องสีขาวที่ไม่คุ้นตาเลยซักนิด แล้วขมวดคิ้วสมองลำดับเหตุการณ์ ที่นี่มัน?....

 

                      ร่างสูงลุกพรวดขึ้นนั่งมองไปรอบห้องเล็กๆ ขยับพลิกข้อมือ เกือบสองทุ่ม!! ท้องฟ้าข้างนอกมืดสนิทได้ยินเสียงจิ้งหรีดตัวเล็กๆร้องระงม ท้องครางประท้วงเสียงดังจนต้องเอามือเข้าลูบเบาๆ ก็แน่ล่ะ..ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เที่ยง แล้วตอนนี้พจน์ก็รู้สึกหิวจนกินหมูได้ทั้งตัวละมั้ง 

 

                  กลิ่นอาหารที่โชยมาเตะจมูกทำให้ท้องครางเสียงดังหนักขึ้นอีก จนพจน์ต้องขยับตัวลุกออกจากห้อง เดินสำรวจพื้นที่เล็กๆชั้นบนจนเจอห้องน้ำจัดการล้างหน้าล้างตา อ่า.. ค่อยยังชั่ว ค่อยหายง่วงหน่อย เพราะตั้งแต่ขับไอ้ดำออกจากไร่ก็แทบไม่ได้พัก นอกจากจะแวะเติมน้ำมัน พลางหูได้ยินเสียงกร๊องแกร๊ง เสียงทุบ เสียงผัดฉู่ฉ่าดังมาจากชั้นล่าง 

 

              พจน์อิงประตู ยิ้มบางๆ มองคนตัวเล็กวุ่นอยู่หน้าเตา ตาคมมองนิ่งไปที่หนังยางที่คนตัวเล็กจุกผมไว้ตรงท้ายทอยอวดลำคอขาวๆน่าซบ ไหล่เล็กแคบอยู่ในเสื้อยืดแขนสั้นสีอ่อน กางเกงขาสั้นเสมอเข่าที่เต็มไปด้วยกระเป๋ามากมาย น่องขาวเพรียวเนียนมือที่พจน์ชอบลูบไล้เวลา ที่มัน.......

 

               อ่า...ไม่ไหวแล้ว! ขอนิดนึงก่อนได้มั้ย?

 

                แคร๊ง!!!....

 

               ตะวันตกใจจนตะหลิวหลุดมือ เมื่อเอวบางถูกรวบจากข้างหลังรั้งเข้าชิดร่างสูงใหญ่ พร้อมๆกับที่ต้นคอนุ่มถูกปากร้อนๆ ซบเข้าจูบหนักๆแล้วกดนิ่งไว้ชั่ววินาที 

 

               " หอม..น่ากินจัง!......" เสียงทุ้มกระซิบอู้อี้อยู่ชิดลำคอขาวๆ

 

             พูดแค่นั้นพจน์จะปล่อยแขนถอยออกมายืนยกมือยอมแพ้ ยิ้มล้อเลียนคนตัวเล็กที่หันกลับมาทำตาเขียว หน้าเห่อแดง กัดปากบางๆไว้แน่น เสียงบางอย่างบนเตาทำให้คนตัวเล็กนึกได้หันกลับไปวุ่นอีกครั้ง ตาชำเลืองมองพจน์ที่ขยับห่างออกไปลากเก้าอี้นั่งเท้าคางรอ 

 

                 พจน์มองร่างบางขยับทำนั่นทำนี่ในครัวเพลิน ก่อนจะอมยิ้มน้อยๆจำได้ว่าตอนตามหาบ้านหลังที่ลุงหวินบอกว่าหาไม่ยาก เพราะมันอยู่ไม่ไกลจากตลาดนัก เป็นบ้านไม้หลังเล็กๆหลังเดียวที่รั้วเป็นไม้ระแนงเก่าๆ มีต้นมะยมกับต้นมะม่วงอยู่หน้าบ้าน สนามหญ้าหน้าบ้านเขียวชอุ่มสังเกตุง่าย เพราะมันช่างแตกต่างจากบ้านหลังอื่นๆที่อยู่ในระแวกนี้

 

                แต่ที่พจน์แน่ใจว่าใช่บ้านหลังนี้แน่ๆ หึๆ อะไรนะรึ? ก็เสื้อผ้าที่ตากไว้นั่นไง พจน์จำได้ว่ามันเป็นชุดเดียวกันกับเมื่อตอนที่ คนตัวเล็กใส่มาเมื่อเช้า แต่ที่พจน์ไม่ชอบใจอยู่อย่างก็คือ เขาสามารถเดินเข้าบ้านนี้ได้ง่ายมาก ตะวันชะล่าใจเกินไป แล้วนี่ถ้าไม่ใช่พจน์ล่ะ?ถ้าเกิดเป็นคนอื่นที่ประสงค์ร้ายมันคงไม่ได้เข้ามาเพื่อมานั่งมองตาเฉยๆแน่ 

 

                ความคิดของพจน์ชะงักเมื่อข้าวผัดร้อนๆ จานใหญ่ หอมฉุยวางลงตรงหน้า พร้อมกับจานแตงกวาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำ คนตัวเล็กเดินไปรินน้ำใส่แก้วมาวางให้  ก่อนจะลากเก้าอี้ทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม มองคนตัวใหญ่ตักข้าวผัดกินอย่างหิวจัด

 

                      " ทำไมไม่รอที่บ้านใหญ่ " พจน์ถามพร้อมกับตักข้าวใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ ตามองคนตัวเล็กที่ส่ายหน้า

 

                     " ผมไม่ชอบ มันใหญ่โตซะจนผมรู้สึกเหลือตัวนิดเดียว " ตะวันเคี้ยวข้าวช้าๆ 

 

                    " แล้วอีกอย่างที่นั่นก็ไม่ไช่บ้านของผม กลับมาอยู่ที่นี่สบายใจกว่า " ตามองจานข้าวของพจน์ที่พร่องไปเกือบครึ่ง

 

                   " ยังไงก็ต้องไปทำงานที่เดียวกันอยู่แล้วนี่ ไปพร้อมกัน...กลับพร้อมกัน...กินพร้อมกัน...แล้วก็......" เสียงทุ้มนุ่มทิ้งท้ายก่อนจะมองหน้าตะวันแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ แก้มเนียนยิ่งแดงหนัก ตะวันหลบตามือตักข้าวเข้าปาก

 

                      " แกร๊งงง!!.... "

 

                     คนตัวเล็กช้อนหลุดมือ ถลึงตาใส่พจน์แล้วเม็มปากแน่น ขยับดึงเท้าออกจากฝ่าเท้าของพจน์ ที่เหยียบทับลงมาบนเท้าเล็กหนักๆ มันไม่เจ็บหรอก!...แต่ว่ามัน!..ตะวันหน้าร้อนกระตุกดึงเท้าหนี แต่ดึงยังไงก็ไม่หลุด เท้าเล็กอีกข้างเลยเหยียบซ้ำไปบนเท้าใหญ่ซะเลย นี่แนะ! พจน์ไม่เดือดร้อนเท้ามีสองข้างเหมือนกัน สงครามปลายเท้าจึงเกิดขึ้นใต้โต๊ะทานข้าวเล็กๆนี่ เหยียบกันไปเหยียบกันมาจนเท้าพันกันยุ่ง

 

                    " ไปอยู่ด้วยกันที่บ้านโน้นเถอะนะ" พจน์ขยั้นขยอ 

 

                    " ไม่ไป ผมจะไปทำงานให้เจ้านายแบบเช้าไปเย็นกลับ.....ปล่อยสิ " เท้าเล็กๆกระตุกหนีแต่จนแล้วจนรอดพจน์ก็ไม่ยอมยกเท้าตัวเองขึ้นจนตะวันอ่อนใจ

 

                   " โอเค ไม่ไปก็ไม่ไป " พจน์ยอมแพ้ ตักข้าวผัดคำโตกินท่าทางเอร็ดอร่อย ปากบางๆกำลังจะถามว่าจะเพิ่มข้าวมั้ย? แต่เมื่อเห็นมือใหญ่ยกน้ำขึ้นดื่ม คนตัวเล็กเลยเงียบ ตักข้าวใส่ปากพลางคิด

 

                    กลับมาอยู่บ้านตัวเองดีกว่า ที่นั่นเขาไม่เรียกว่าบ้านหรอก น่าจะเรียกว่าคฤหาสน์หรือวังก็ไม่ผิด เพราะมันใหญ่โตซะจนก้าวขาไม่ออกทำตัวไม่ถูกเลยจริงๆ

 

                    ภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าแล่นเข้ามาในหัวตะวัน..............

 

                   " ตายแล้ว!...หนูภีมเล่นอะไร?..." 

 

                   "....หนู...เป็นอะไรรึปล่าวลูก?....." พร้อมกับที่ตะวันรู้สึกถึงมืออุ่นๆเข้ามาลูบหลังลูบไหล่

 

                   " นังไหวเองรีบแก้เชือกที่มัดเท้าคุณเขาออกไวๆ" 

 

                    " จ๊ะป้า "

 

                    "  ไอ้เพชรเองวิ่งไปเอายาดมมาให้ข้าเร็วเข้า " 

 

                    " ครับป้า" 

 

                     " โถ! ดูซิ...หน้าซีดไปหมดแล้ว... "

 

                     " ไหนล่ะคะคุณพี่?... ก็ไหนหนูภีมบอกป้าว่าจะไปรับคุณพี่กลับมาไงคะ?.... แล้วนี่ใครละคะเนี่ย?... " ตะวันรับรู้ถึงกลิ่นยาเข้ามาจ่อจมูก ทำให้ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ตากลมโตเบิกกว้างเมื่อมองเห็นคนหลายคนมายืนออมองอย่างสนใจ

 

                      " หึๆ ไม่ต้องห่วง พี่พจน์มาแน่ๆ " ตัวการยืนกอดอกยิ้มๆ มองป้าพรวุ่นวายช่วยแก้มัดให้ตะวันอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน

 

                       " แล้วทำไมจะต้องมัดกันขนาดนี้ด้วยละคะ!?.... ดูซิ ตัวสั่นไปหมด!...... " 

 

                         " หนู..รู้สึกดีขึ้นมั้ยลูก? "มืออุ่นแตะที่ไหล่เล็กๆอย่างอ่อนโยน คนตัวเล็กพยักหน้าพูดไม่ออก ไอ้เครื่องนี้มันลงจอดพื้นได้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่

 

                       " น่าตีจริงๆ เล่นอะไรพิเรนแบบนี้ เกิดลูกเต้าเขาเป็นอะไรไปจะทำยังไง? นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะจับตีมือซะให้เข็ด " ว่าแล้วแกก็ค้อนขวับ

 

                       " ไม่ตายหรอกน่าแค่นี้เอง...ป้าพรรู้อะไรมั้ย? " ว่าแล้วภีมก็ทำท่าเหลียวซ้ายแลขวาเหมือนจะกระซิบกระซาบอะไรที่เป็นความลับบางอย่างจนคนแก่ตาโต

 

                        " อะไรคะ? อะไร? " ภีมกลั้นยิ้ม 

 

                        " ผมแอบขโมยเอาของรักพี่เขามาด้วยนะ แบบนี้พี่เขาต้องรีบตามมาทวงคืน " ทั้งสีหน้าทั้งเสียงของภีมจริงจังมากจนป้าพร ไม่เอะใจ

 

                       " ของรัก? ของรักอะไรรึคะ? แล้วตอนนี้อยู่ไหน? ขอป้าดูมั่ง? " 

 

                        " ไว้ให้พี่เขามาถึงแล้วป้าพรค่อยถามนะ "

 

                       " ตอนนี้ผมคิดว่าพี่เขาคงห้อมาเต็มที่ เดี๋ยวบ่ายๆก็คงถึง เตรียมของโปรดพี่ไว้รอได้เลย ผมสัญญาไม่เกินบ่ายนี้มาแน่ " ภีมกระซิบบอกป้าพรหน้าตาจริงจัง จนคนแก่ไม่เอะใจ

 

                       " จริงหรือปล่าว? อย่าหลอกคนแก่นะ! " 

 

                       " จริงจริ๊งงงง! " 

 

                       " งั้นต้องรีบไปเตรียมสำรับไว้รอแล้วละ...เดี๋ยวจะไม่ทัน...ไปลูกไป...เข้าบ้าน แล้วหนูชื่ออะไรจ๊ะ? "

 

                       " สวัสดีครับ ผมชื่อตะวันครับ " พลางยกมือไหว้ ตามองคนแก่ท่าทางใจดีทำให้ตะวันอดคิดถึงยายไม่ได้ ป้าพรแกเข้ามาจูงมือคนตัวเล็กแล้วลากเข้าบ้าน 

 

                       ตะวันก็เบลอๆ เดินตามป้าพรต้อยๆ ตาจับภาพเบื้องหน้า บ้านเหรอ??.. อย่างงี้ยังเรียกว่าบ้านอยู่เหรอ?!..เพราะทุกอย่างมันดูหรูหรา ตระการตางดงามวาววับ จนไม่กล้าจับต้อง ขืนไปทำของเขาแตกหักนิดเดียวมีหวังต้องทำงานใช้หนี้ทั้งชาติ 

 

               หลังจากนั้นคนตัวเล็กก็นั่งจ๋องมองคนนั้นคนนี้ ยกสำรับกับข้าวมาเรียงจนเต็มโต๊ะไปหมด ของเขาน่ากินทั้งนั้น แต่ตะวันไม่รู้สึกหิวแม้แต่นิด อยากกลับบ้านที่ทิ้งมานานมากกว่า จึงเอ่ยปากขอภีมที่นั่งทานข้าวอยู่ฝั่งตรงกันข้าม แถมยังฝากบอกพจน์ให้ด้วยว่าถือโอกาสลางานสามวัน เพราะตั้งแต่ไปทำงานให้ที่ไร่ก็ไม่ได้หยุดกลับบ้านเลย

 

                     แล้วนี่คุณภีมได้บอกพจน์หรือปล่าวนะ? ว่าตะวันขอลางานน่ะ? ดูเหมือนจะยังละมั้ง? คนตัวเล็กเม้มปาก

 

                     " คุณภีมได้บอกรึปล่าวครับว่าผมขอลา? " 

 

                    " บอก " 

 

                   " อ่าว!? งั้นแล้ว..ทำไมเจ้านายถึง!?...มา?..." 

 

                    " คิดถึง.." ตะวันอ้าปากค้างกับคำพูดทื่อๆตรงๆของพจน์จนทำหน้าไม่ถูก ก้มลงมองจานข้าวผัดที่เหลือเกือบครึ่ง

 

                    " อิ่มแล้วเหรอ?..เห็นกินนิดเดียว!.." พจน์ถามเมื่อคนตัวเล็กรวบช้อน ตะวันพยักหน้าพูดไม่ออก กลืนแทบไม่ลงอยู่แล้วเมื่อพจน์จ้องเอาจ้องเอาแบบนี้

 

                     " งั้นเอามานี่! " ว่าแล้วพจน์ก็เอื้อมมือไปหยิบจานข้าวผัดที่ตะวันกินเหลือมาตักเข้าปากตัวเองหน้าตาเฉย 

 

                     วันนี้คนตัวเล็กอึ้งเป็นรอบที่เท่าไหร่นับไม่ถูก ตั้งแต่โดนคุณภีมจับมัดใส่เครื่องบินลำเล็กแล้วก็ลอยเท้งเต้งอยู่บนท้องฟ้าตั้งนานจนเกือบแย่

 

                    หลังจากนั้นก็หลงเข้าไปในคฤหาสน์สุดหรูที่ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะได้เฉียดเข้าไปใกล้

 

                   ตกใจไม่คิดว่าพจน์จะตามมาหาจนถึงบ้านหลังเล็กๆหลังนี้

 

                     ตกใจคำพูดทื่อๆตรงไปตรงมาของพจน์ ทั้งกิริยาท่าทางของพจน์ที่แสดงออกมาชัด มันทำให้ตะวันสับสนพอสมควร  ได้แต่นั่งนิ่งมองคนตัวใหญ่จัดการกับข้าวผัดตรงหน้า 

 

                    และแล้วพจน์ก็จัดการข้าวผัดที่ตะวันกินเหลือจนเกลี้ยง มือใหญ่พลักจานเปล่าออกห่าง เอนหลังอิงเก้าอี้อย่างอิ่มจัด คนตัวเล็กขยับจะลุกหยิบจานไปล้าง ลืมไปสนิทเลยว่าเท้ายังเกี่ยวกันไว้แน่น เท้าเล็กกระตุกเบาๆ คราวนี้พจน์ปล่อยอย่างว่าง่าย ตาคมกวาดมองไปรอบห้องครัวเล็กๆจนมาหยุดนิ่งที่ร่างบาง 

 

                    " บ้านนายนี่เหมือนบ้านตุ๊กตา..."

 

                     " ก็ผมไม่ไช่มหาเศรษฐีนี่ครับ จะได้อยู่บ้านใหญ่เท่าวัง .." ตะวันแขวะกลับมาทันที หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดมือหันกลับมา มองคนที่ถูกแขวะเหยียดขายาวๆไปตามสบาย พร้อมกับเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างอารมณ์ดี

 

                      " อะไร?....." พจน์ถามเมื่อคนตัวเล็กมาหยุดยืนมองนิ่งๆ ด้วยสายตาเป็นคำถาม

 

                      " เจ้านายควรจะกลับได้แล้ว "

 

                        " กลับไปไหน? "

 

                        " ก็กลับบ้านของเจ้านายไงครับ...." 

 

                         " ฉันจะนอนที่นี่..."   แล้วคนตัวเล็กก็ต้องตาโตเมื่อร่างสูงขยับตัวลุกทำท่าจะเดินขึ้นข้างบน

 

                       " เดี๋ยว!..เดี๋ยว!..เดี๋ยว!..." ตะวันวิ่งไปขวางบันไดแทบไม่ทัน กางแขนออกกว้างเป็นเครื่องหมายว่าห้ามขึ้นเด็ดขาด 

 

                       " หมายความว่ายังไงนอนที่นี่? นอนไม่ได้! จะนอนยังไง? " พจน์ขำคนตัวบางที่ยืนกางแขนกันหัวบันไดไว้แน่วแน่ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้

 

                       " จะนอนยังไง? ผมไม่มี.. เหวอ!!!..." คนตัวเล็กตกใจเมื่อพจน์เข้ามารวบเอวบางแล้วยกขึ้นจนเท้าลอยพ้นพื้น ร่างสูงขยับก้าวขึ้นบันไดโดยมีคนตัวเล็กดิ้นกระแด่วอยู่ในอ้อมแขน ก้าวไม่กี่ก้าวก็ถึงห้องนอนเล็กๆ ชั้นบน พร้อมกับที่่พจน์ปล่อยคนตัวบางลง 

 

                        ตะวันถอยหลังตั้งหลัก แต่พจน์ไม่สนใจ กลับเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า มองหาสิ่งที่ต้องการแล้วหยิบออกมาพาดบ่า

 

                        " แล้วเสื้อผ้าของเจ้านายละ?! "

 

                         " ไม่มี " 

 

                         " หาา!?... " งานเข้าแล้วไง  

 

                          " ถ้านายจะกรุณา...ก็หาให้ซักตัวแล้วกัน... "

 

                          พจน์บอกก่อนจะเดินออกไปเข้าห้องน้ำ ตะวันคิดหนัก จะหาเสื้อผ้าที่ไหนให้เปลี่ยน เพราะดูแล้วคนละขนาดกันเลย คนตัวเล็กเดินไปค้นตู้ จะให้ใส่อะไรได้ละเนี่ย!? 

 

                         "..."!!

 

                         ตะวันหลุดขำหัวเราะพรืดออกมา ก้มหน้ากลั้นหัวเราะจนไหล่สะท้าน เมื่อเห็นสภาพของพจน์

 

                       กางเกงวอร์มสีเข้มขายาวที่แทบจะกองพื้นที่ตะวันเคยใส่ แต่มันกลับสั้นเต่อจนเกือบครึ่งหน้าแข้งของพจน์แถมยังรัดติ้วจนมือใหญ่ต้องขยับเอวยางหลายรอบ

 

                        คนตัวเล็กหัวเราะค้าง....เดี๋ยวก่อนนะ!...ขยับต่ำเกินไปแล้ว! ต่ำจนเกือบ!จะ..เอ่อ....

 

                      ตะวันเบือนหน้าแกล้งหลบตามองพื้น มือบางเริ่มสั่นพรางขยับดึงผ้าห่มผืนใหญ่ แล้วพับครึ่ง ดูท่าแล้วพจน์ไม่ยอมกลับบ้านแน่ๆ แล้วทีนี้ต้องเดือดร้อนหาที่นอนให้นะสิ!

 

                      " ผมมีที่นอนแค่ชุดเดียว เจ้านายนอนแล้วกัน เดี๋ยวผมจะนอนตรงนี้ " ตรงนี้ที่ว่าคือผ้านวมผืนใหญ่พับครึ่ง

 

                      คนตัวเล็กตบหมอนปุ๊ๆเอนตัวลงนอน แต่แล้วต้องเด้งตัวขึ้นนั่งทันทีเมื่อเห็นพจน์ขยับเข้ามาใกล้ พลางถอยหลังกรูดจนหลังชิดผนังห้อง เอียงหน้าหนีหน้าหล่อๆ ที่ยื่นเข้ามาใกล้จนคอแทบเคล็ด แขนเรียวกอดหมอนไว้แน่น หลับตาปี๋ 

 

                        " แล้วทำไมจะต้องนอนตรงนี้ " ลมหายใจร้อนๆที่กระทบแก้มเนียนทำให้ตะวันรู้ว่า ใบหน้าของพจน์อยู่ชิดแค่ไหน 

 

                        " ก็...ก็จะเบียดกันยังไง ฟูกเล็กนิดเดียว " โอยย!..ตอนนี้หัวใจเล็กๆมันเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้ว 

 

                       "  อืม...ฟูกมันเล็กอย่างที่นายว่าจริงๆ ด้วยนะ " คำพูดเห็นด้วยของพจน์ทำให้ตะวันค่อยๆลืมตาช้าๆ มองใบหน้าคมที่อมยิ้มอยู่จนชิด 

 

                        " งั้นเราก็ไม่ต้องนอนฟูกก็ได้ " เสียงพจน์กระซิบเบาๆพร้อมจมูกร้อนๆ กดลงบนแก้มนุ่มหนักๆ เล่นเอาคนตัวเล็กใจหล่นวูบ ลำแขนใหญ่โอบเอวบางไว้แน่นก่อนจะยกคนตัวเล็กให้นั่งบนตักกว้าง 

 

                       มือใหญ่ดึงหมอนที่ขวางทางออก ฝ่ามือร้อนผ่าวสอดเข้าลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเนียน จมูกร้อนๆซุกซบเข้าหาลำคอนุ่มขบเม้มไปทั่ว ก่อนจะไถลเข้าหาปลายคางเรียวแล้วกัดเบาๆอย่างมันเขี้ยว มือใหญ่ขยับยกขึ้นช้อนท้ายทอยเล็กๆ แล้วล็อคไว้แน่น ก่อนที่ปากร้อนผ่าวจะประกบจูบปากนุ่มๆอย่างหนักหน่วง

 

                ตะวันหลับตา ยอมรับจูบอันร้อนแรงนั้นอย่างอ่อนใจ เพราะถึงจะปฏิเสธยังไงคนตัวใหญ่ก็คงไม่ฟัง มือบางจึงค่อยๆไต่ขึ้นโอบรอบลำคอพจน์อย่างลืมตัว ลิ้นเล็กๆ พลิกพลิ้วจูบตอบรัดรึงลิ้นใหญ่อย่างกระหายไม่แพ้กัน แถมคนตัวเล็กยังเอียงหน้าให้รับจูบจากริมฝีปากร้อนๆ ให้ถนัดถนี่ยิ่งขึ้น พจน์ครางอย่างถูกใจ กระชับอ้อมแขนใหญ่กอดเอวเล็กๆไว้แน่น นิ้วเรียวเล็กสอดเข้ากลุ่มผมนุ่มของพจน์แล้วรั้งเข้ามาหา เล่นเอาร่างสูงสะท้านอย่างตื่นเต้น 

 

                 " อ่าา!...ตะวัน... " พจน์พร่ำเพ้อ ริมฝีปากร้อนผ่าวจูบซับไปทั่วแก้มเนียนๆ ซุกซบลำคอขาวๆที่ไม่ว่าเท่าไหร่ก็ไม่พอ ฝ่ามือที่อุ่นจนร้อนลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเนียนมือ ก่อนที่ลำแขนใหญ่จะขยับรัดเอวบางไว้แน่น เอนร่างบางให้นอนราบบนผ้าห่มหนานุ่ม

 

                    พจน์ยันร่างขึ้น เอื้อมมือไปกดสวิทซ์ไฟ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืด ตะวันรู้สึกถึงริมฝีปากร้อนๆประทับจูบนิ่งนานที่หน้าผากเนียนแล้วค่อยๆเลื่อนลงหาแก้มนุ่ม ลมหายใจร้อนๆของพจน์หยุดนิ่งที่ซอกคอ ก่อนที่ตะวันจะได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ

 

                  "วันนี้ยกประโยชน์ให้จำเลย นอนเป็นหมอนข้างเฉยๆ แต่คราวหน้าไม่ใจดีแบบนี้แน่! " 

 

                   สิ้นเสียงพจน์ คนตัวเล็กก็รู้สึกถึงร่างสูงใหญ่ที่แนบเข้ามากอดจากด้านหลัง วงแขนใหญ่กอดเอวบางไว้แน่น ตะวันเกร็งตัวรับ ก่อนจะค่อยๆผ่อนคลายเมื่อรู้สึกว่าพจน์นิ่งไปไม่ขยับเขยื้อนอีก คนตัวเล็กเลยค่อยๆชำเลืองมองไปข้างหลัง

 

                   " อย่าเพิ่งขยับ!....เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!.. " เสียงเตือนที่กระซิบพร่าอยู่ชิดริมหู ทำเอาตะวันไม่กล้าขยับอีกนาน นานจนเริ่มหาว ตาเริ่มปรือ แล้วค่อยๆเข้าสู่นิทรารมณ์ ผิดกับคนตัวใหญ่ที่พยายามกัดฟันไว้แน่นเป็นนาน กว่าจะข่มตาให้หลับลงได้

 

                    ..................................

 

                       แสงอ่อนๆของยามเช้า บวกกับเสียงพูดคุยบ้านข้างๆ เสียงไก่ขันและเสียงอื่นๆอีกมากมายที่เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นของวันใหม่ ปลุกให้ตะวันรู้สึกตัวตื่นขึ้นจากหลับไหล เปลือกตากระพริบปรับแสงก่อนจะยิ้มบางๆ เมื่อรู้สึกว่าได้หลับอย่างเต็มตา จนรู้สึกสดชื่นกว่าทุกวัน

 

                       ความรู้สึกหน่วงๆที่เอวทำให้ต้องก้มลงมอง ลำแขนใหญ่พาดกอดเอวบางไว้  หลังชนจนแนบไปกับแผ่นอกกว้าง แถมยังนอนหนุนแขนใหญ่ๆของพจน์อีกข้างนึงไว้ด้วย! แค่นั้นยังไม่พอ ลำขาหนักๆที่แทรกเข้ามาเกี่ยวขาเพรียวไว้ทำให้ตะวันเหมือนหมอนข้าง อย่างที่พจน์ว่าจริงๆ

 

                     ตะวันค่อยๆยกลำแขนหนักๆของพจน์ออกจากเอว ขยับลุกขึ้นนั่งช้าๆ กลัวว่าจะรบกวนอีกฝ่ายให้ตื่น ตะวันรู้สึกว่าหน้าร้อนๆ นี่เริ่มเป็นห่วงความรู้สึกของพจน์ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

                       กำลังจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ แต่ว่าภาพตรงหน้าทำให้คนตัวเล็กชะงักค้าง มองนิ่งไปที่เปลือกตาของพจน์ที่หลับสนิท มองคิ้วเข้มที่พาดรับกับดวงตา ที่เวลามันมองกลับมาทีไรเล่นเอาทำอะไรไม่ถูก มองจมูกโด่งตรงสวยรับกับริมฝีปากสีเข้มได้รูปที่พอเวลามันแนบลงมาหา ตะวันรู้สึกว่ามันทั้งนุ่มทั้งอุ่นแล้วพอเวลาหลับตาลงจะรู้สึกเหมือนได้ลิ้มรสวิปครีมนุ่มๆรสชาติละมุนลิ้น

 

                       มองลำคออวบใหญ่รับกับไหล่กว้างแข็งแกร่ง คนตัวเล็กตาปรอยเมื่อมองแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นๆกล้ามหน้าท้องเป็นลอนสีแทนสวยที่ตะวันเคยแอบลูบไล้สัมผัสด้วยมือตัวเองแล้วว่ามันแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเพียวๆที่ไม่มีไขมันส่วนเกินเลยซักนิด คนตัวเล็กหน้าแดงกัดปากไว้แน่นเมื่อห้ามสายตาตัวเองไม่ให้หลุบมองขอบกางเกง.........

 

                     " ต่ำกว่านั้นคิดค่ามอง "  ตะวันหน้าร้อน 

 

                      ก็ยังหลับตาอยู่นี่นา? แล้วทำไม?

 

                     พจน์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆแถมไม่มีแววงัวเงียเลยซักนิด แล้วนี่ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่? ตะวันหลบตา ขยับตัว

 

                     " จะรีบไปไหน? " 

 

                     " ผม...เอ่อ..ผมจะไปชงกาแฟมาให้..." 

 

                  " ยังไม่อยากกินกาแฟ.... " มือใหญ่เปลี่ยนมาโอบเอวบางไว้แน่นแล้วรั้งคนตัวเล็กเข้าหา

 

                 " แต่...เดี๋ยวต้องออกไป...." " อ๊ะ!! " มือบางละจากหน้าอกกว้างมายึดข้อมือใหญ่ไว้แน่นเมื่อมือร้อนๆ ลูบเลยลงต่ำแล้วกอบกุมแก้มก้นนุ่มๆไว้เต็มสองฝ่ามือใหญ่ก่อนจะบีบเบาๆ เล่นเอาคนตัวเล็กอ้าปากค้างเมื่อโดนพจน์จู่โจมยามเช้าแบบไม่ให้ตั้งตัว

 

                  " อย่า!....ปล่อยเถอะครับ...อย่าเล่นแบบนี้.!!" เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นที่คนตัวใหญ่ขยับ กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ร่างบางลงไปนอนหงายแทนโดยมีพจน์คล่อมไว้ ชนิดไม่ให้กระดิกตัว

 

               " ใครบอกเล่น!....ของจริงทุกเสี้ยวทุกส่วนเลยละ!... " ริมฝีปากร้อนผ่าวชิมปลายคางเล็กแล้วไถลเข้าซุกซบซอกคอนุ่มๆ 

 

                " แต่...แต่นี่มันเช้าแล้ว...อื้อ..." หน้าหวานพยายามเบี่ยงออกจากปากร้อนๆที่เฝ้าเพียรจูบซับไปทั่วแก้มเนียนๆ ปากก็หาเหตุผล

 

                " งั้นก็ช่วยบอกวิธีหน่อย " จู่ๆพจน์ก็หยุดพร้อมกับถามขึ้นท่ามกลางความงงงวยของตะวัน ฮึ!?

 

               " บอก!...บอกวิธีอะไร? " คนตัวเล็กงง ขมวดคิ้วมุ่น พจน์จะให้บอกอะไรงั้นเหรอ? มือบางที่ดันอกกว้างอยู่จึงค้างไว้อย่างลืมตัว

 

               " ก็บอกวิธี...ว่าทำยังไง?....ถึงจะเลิก.....คิดถึงนายได้...วิธี...ที่จะเลิก.....ทำแบบนี้ได้ไง!......." พจน์ถามพร้อมกับก้มลงซุกไซ้ไปทั่วซอกคอนุ่ม แถมยังเม้มปากขบฟันไปทั่ว มือใหญ่ขยับลูบไล้ไปทั่วสีข้างเลยลงหาสะโพกบอบบาง แล้วรั้งเข้าหาแนบแน่น ตากลมโตเบิกกว้างเมื่อรู้สึกได้ถึงความแข็งขึงที่พจน์ตั้งใจบดเบียดแสดงให้ดู 

 

                 " วิธี...วิธีแบบนั้น..ผมจะรู้ได้ยังไงเล่า " คนตัวเล็กพยายามบิดตัวออกห่าง แต่ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนก็ต้องชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของพจน์ที่ตั้งใจแนบร่างเข้าหาอย่างต้องการ " เดี๋ยว!...เดี๋ยวก่อน!..อย่าเพิ่ง!!..." มือบางตะครุบหมับที่ข้อมือใหญ่ไว้แน่น เมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวสอดเข้าขอบกางเกงเนื้อบางแล้วบีบแก้มก้นนุ่มๆ เต็มฝ่ามือ พร้อมกับที่ริมฝีปากร้อนๆประกบจูบลงมาอย่างหนักหน่วง 

 

                " อื้ออ!...." ตะวันรับมือไม่ทันเมื่อพจน์โจมตีทั้งข้างบนข้างล่างพร้อมกัน เผยอปากบางๆขึ้นรับปลายลิ้นใหญ่ที่แทรกเข้าหา ก่อนจะสะท้านทั้งตัวเมื่อพจน์ดูดดึงปลายลิ้นเล็กๆแล้วเกี่ยวพันลากเข้ามาในปากของตนเหมือนทำเป็นตัวอย่าง ลิ้นเล็กเลยล่วงล้ำเข้าหา เกี่ยวพันปลายลิ้นใหญ่ร้อนอย่างดูดดื่มบ้าง

 

                  " อืมม!! " เสียงหวานครางเบาๆ ฝ่ามือบอบบางขยับยกขึ้นลูบไล้ไปทั่วอกกว้างอย่างลืมตัว  กล้ามเนื้อแข็งแกร่งกระตุกรับมือนุ่มนิ่มที่เหมือนกับกำลังลูบไล้สำรวจสมบัติล้ำค่า ปลายนิ้วเรียวเล็กไล้ไปทั่วซิกแพคแข็งๆ อ่าา....รู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด ปลายเท้าเรียวขยับยกขึ้นไล้เบาๆที่น่องแข็งๆของพจน์แถมยังยกขาเรียวเกี่ยวสะโพกของพจน์ไว้แน่น ปากบางๆเผยอรับจูบจากพจน์ที่กดลงมาอย่างดูดดื่ม อืมม..คนตัวเล็กรู้สึกเสียววาบไปทั่วช่องท้อง เมื่อพจน์สอดมือร้อนๆเข้าลูบไปทั่วเอวบางก่อนจะ หยุดฝ่ามือร้อนๆ ไว้ที่หน้าท้องเนียน แล้ว....

 

                 Rrrrr!!!....Rrrrrr!!.....Rrrrrr!!...........

 

                 ตะวันรู้สึกตัวเบิกตากว้าง เมื่อหูได้ยินเสียงเรียกเข้าจากมือถือที่หยิบออกจากกระเป๋ากางเกงของพจน์ ตอนที่เอาเสื้อผ้าไปซักเมื่อเย็นวาน 

 

                 " เจ้านายครับ...โทรศัพท์!...โธ่..พอแล้ว!!!..." ปากบางเบี่ยงออกพร้อมกับขืนตัวหนีลำตัวหนักๆของพจน์ที่ทาบลงมาจนขยับไม่ได้

 

                  " ช่างมัน!..."

 

                 " ทำอย่างงั้นได้ยังไง!..เผื่อใครมีธุระสำคัญ..." มือบางขยับยกขึ้นปิดไปที่ริมฝีปากร้อนๆของพจน์แล้วดันไว้

 

                " นะ..รับโทรศัพท์ก่อน..เดี๋ยวผมจะไปชงกาแฟมาให้..." คราวนี้คนตัวเล็กดิ้นเต็มแรงกว่าจะหลุดออกมาได้ แต่ก็ยังไม่วายโดนคนตัวใหญ่รั้งไว้แล้วกดจูบเข้าที่ซอกคอหนักๆ ก่อนจะปล่อย 

 

                 พจน์เดินไปที่มือถือ นึกโมโหตัวเองที่ไม่น่าหยิบใส่กระเป๋ากางเกงมาด้วยเลยให้ตาย ตามองตะวันอย่างขำๆที่โกยอ้าวแบบไม่เหลียวหลัง พร้อมกับกดรับแล้วแนบหู

 

                        " ว่าไง?? "

 

                       ( พี่...........!!!) พจน์กระชากมือถือออกจากหูแทบไม่ทัน

 

                       " อะไรวะ? เบาๆ ก็ได้ยิน " 

 

                    ( ไม่เบามันแล้ว ตอนนี้พี่อยู่ไหน? หายไปอยู่ที่ไหนอีกแล้วเนี่ย?!.....)

 

                     " แล้วนายจะทำไม? "

 

                    ( ยังจะมาถามอีกว่าทำไม? แล้วพักร้อนของผมล่ะ? พี่รีบๆกลับมารับช่วงต่อสิ..โธ่!....)  เสียงภีมโวยวายมาตามสาย

 

                     " เอาน่า!..นายอยู่โยงให้อีกซักวันสองวันเป็นไรไป ถ้าเห็นหน้าฉันเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น " พจน์ตอบกวนๆ พลางนึกอยากแก้แค้นไอ้น้องตัวแสบ

 

                    ( อะไรนะ?!!!! ...พี่อย่าเล่นแบบนี้สิ!...มันไม่แฟร์เลยนะ!..)

 

                   " ไม่แฟร์อะไร โทษฐานที่นายบังอาจขโมยตะวันกลับมาก่อนโดยที่ฉันไม่อนุญาต เพราะฉะนั้นเวลาพักร้อนของนายก็ยังมาไม่ถึง ทีนี้เข้าใจมั้ยว่าทำไมฉันถึงยังไม่กลับบ้าน ไม่ไปรับช่วงงานต่อจากนายไง เข้าใจตามนี้นะไอ้น้องชาย เลิกกัน "

 

                  ( เดี๋ยวก่อนสิพี่!!...ดะ!...)  พจน์ตัดบทวางหูไม่สนใจเสียงของภีมที่โวยวายมาตามสาย พร้อมกับกดปิดมือถือซะเลย พจน์ถอนหาย ใจ แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่ชอบนั่งโต๊ะอยู่แล้ว มันน่าเบื่อ พจน์ถึงได้ชอบอยู่ที่ไร่มากกว่าไง เพราะมันทั้งกว้างใหญ่ อิสระ สบายใจ และเป็นตัวของตัวเอง ยังไงก็ขอยื้อเวลาแบบนี้อีกซักพักแล้วกัน

 

                   " มีอะไรรึปล่าวครับ? " เสียงหวานๆเอ่ยถามทำให้พจน์หันไปมอง คนตัวเล็กยืนถือกาแฟ ไว้พร้อมกับมีชุดของพจน์ที่ แห้งแล้วพาดแขนมาด้วย

 

                    " ทำไมถามแบบนั้น "

 

                    " ก็เจ้านายทำหน้าแปลกๆ " 

 

                    " แปลกยังไง? "

 

                     "...."

 

                   " ไม่มีอะไรหรอก...สายนายภีมน่ะ....หึๆ...โวยวายนิดหน่อย.." พจน์บอกยิ้มๆ ยกกาแฟขึ้นจิบ พลางนึกภาพน้องชายฟาดหัวฟาดหางอยู่ที่บ้านใหญ่

 

                   " เหรอครับ? งั้นเดี๋ยวผมขออาบน้ำแป๊บเดียว แล้วจะออกไปตลาดใกล้ๆ ดูว่ามีอะไรน่ากินบ้าง " คนตัวเล็กบอกพร้อมกับเดินไปเข้าห้องน้ำทันทีลืมสังเกตุพจน์ที่เดินตามหลังไปติดๆ

 

                    " อาบด้วย! " 

 

                    " ไม่ได้! " ตะวันพยายามปิดประตู 

 

                        " น่า...อาบพร้อมกันเลย..จะได้ไม่เสียเวลามากไง " มือใหญ่ดันประตูไว้แล้วทำท่าจะเดินเข้าห้องน้ำด้วย เล่นเอาคนตัวเล็กหน้าร้อน

   

                     " ไม่ " มือบางดันอกกว้างเต็มแรงพร้อมกับปิดประตูปังใหญ่แล้วยืนอิงประตูไว้ ได้ยินเสียงพจน์หัวเราะตามหลัง หน้าที่แดงอยู่แล้วก็ร้อนหนักขึ้นอีกเหมือนกับเอาเตารีดมานาบไว้ จนต้องยกมือขึ้นถูแก้มตัวเองแรงๆ  ถ้าขืนให้พจน์เข้ามาอาบด้วยคงไม่ต้องไปไหนกันละวันนี้ แล้วใครมันจะกล้าเสี่ยงให้เข้ามาอาบด้วยเล่า แค่คิดก็แย่แล้ว

 

                     ................................

 

                   " ไม่ต้องไปตลาดหรอก " 

 

                   " อ่าว!..ทำไมล่ะครับ?...." ตะวันชะงักเมื่อพจน์ดึงแขนเรียวไว้

 

                 " วันนี้เราออกไปหาอะไรกินกันข้างนอกดีกว่า..เปลี่ยนบรรยากาศ...ปะ " พจน์ชวนแถมยังเดินไปล็อคประตูหน้าต่างให้อีกต่างหาก สำรวจความเรียบร้อย เสร็จแล้วก็เดินมาลากแขนคนตัวบาง

 

                 " จะไปกินที่ไหน? " ร่างบางวิ่งตามแรงดึงของพจน์จนมาถึงหน้าบ้าน คนตัวเล็กยืนตะลึงมองบีเอ็มสปอร์ตเปิดประทุนที่จอดเยื้องอยู่ริมรั้ว

  

                 " ขึ้นรถเร็วเข้า " ท่าทางอีกทั้งน้ำเสียงของพจน์ทำให้ตะวันรีบตามโดยไม่รู้ตัว พอปิดประตูรถเท่านั้นพจน์ก็โน้มตัวลง มาคาดเบลท์ให้แถมยังแกล้งเอาจมูกมาชนแก้มนุ่มอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว ตะวันหน้าร้อนหันไปมองพจน์ที่อมยิ้มทำไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะบิดกุญแจ สตาร์ทเครื่องออกตัวไปอย่างรวดเร็ว 

 

                     เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น....เพียงไม่กี่นาทีที่พจน์บังคับเจ้าบีเอ็มขับลับตาไป แลมโบสีแสบทรวงที่พจน์เคยค่อนขอด ก็ค่อยๆไต่เลียบเข้าซอยมาช้าๆ 

 

                    " แน่ใจนะลุงว่าซอยนี้ " ปากถาม ตาก็มองหาบ้านหลังเล็ก

 

                  " ครับ ซอยนี้แหละ ลุงจำไม่ผิด นั่นไงครับคุณหนูบ้านหลังนั้น " ลุงหวินที่กำลังจะกินข้าว โดนภีมลากขึ้นรถมาด้วยอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ พลางชี้มือไปที่ต้นมะม่วงหน้าบ้าน 

 

                  " ใช่แน่ครับ ต้นมะม่วงกับต้นมะยม ลุงจำได้ไม่ผิดหรอก " คนแก่บอกพร้อมกับเดินลงมาหยุดยืนชะเง้อมองเข้าไปในบ้าน

 

                   " อ่าว!! คล้องกุญแจ ท่าจะไม่อยู่ซะละมั้งอีแบบนี้ " ลุงหวินหันมาบอก ภีมยืนมองแม่กุญแจขนาดใหญ่ที่คล้องโซ่ไว้กับรั้วไม้ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อรู้ตัวว่าเสียท่าพี่ชายเข้าให้แล้ว ตาคมมองกวาดไปรอบๆ บริเวณบ้านหลังเล็ก

 

                    ชายหนุ่มรูปหล่อ ร่างสูงเพรียว แต่งกายด้วยชุดสูทสีเข้ม แถมแลมโบที่ขับมาก็สีแสบตาซะจนสร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้พบเห็น จนบางคนต้องออกมาชะเง้อคอมองอย่างสนใจ

 

                  " มาหาใครจ๊ะ " เสียงถามขึ้นใกล้ๆ ทำให้ภีมหันไปมอง

 

                  " มาหาคนบ้านนี้แหละหนู " ลุงหวินเป็นคนตอบ  

 

                 " อ๋อ...มาหาตะวัน...อืม!?..." พี่แววชะเง้อมองเข้าไปในบ้านที่ปิดเงียบ

 

                " ประตูหน้าต่างปิดหมดแบบนี้ไม่อยู่หรอกจ๊ะ " 

 

                " คราวก่อนตะวันเขาฝากบ้านไว้ เห็นบอกว่าจะไปทำงานที่ต่างจังหวัด นี่ก็คงกลับไปทำงานแล้วละมั้ง มีอะไรฝากไว้มั้ย ถ้าเขากลับมาเดี๋ยวฉันจะบอกเขาให้ " 

 

              " ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก " คราวนี้เสียงตอบเป็นของภีม  " กลับกันเถอะลุง " ว่าแล้วร่างสูงก็ขยับตัวเดินนำลุงหวินขึ้นรถจนทำให้คนแก่เดินตาม

 

              " ขอบใจนะหนู " ลุงหวินไม่ลืมหันมาบอกเพื่อนบ้านของตะวันที่ตาลอยมองตามหลังภีม พี่แววมองตามท้ายรถอย่างงงนิดๆ แถมละเมอหน่อยๆ

 

              " ตายแล้ว!!!คนอะไรก็ไม่รู้...หล้อหล่อ แต่งตัวก็ดี แถมรถก็ส้วยสวย เฮ้อ!!......." 

 

              ..............................

 

                   " จะ...เจ้านายครับ...ช้าๆก็ได้...จะพาไปกินข้าวที่ไหน? แล้วทำไมต้องรีบขนาดนี้!....." มือบางจับสายเบลท์ไว้แน่น เมื่อพอพ้นเขตไฮเวย์พจน์ก็เหยียบคันเร่งอย่างน่าหวาดเสียว เล่นเอาคนตัวเล็กหายใจไม่ทั่วท้อง

 

                   เสียงสั่นๆที่เตือนมาทำให้พจน์หันไปมอง ก่อนจะลดความเร็ว แต่มันก็ยังเร็วอยู่ดีในความรู้สึกของตะวัน

 

                  มันอะไรนักหนานะกับพี่น้องคู่นี้ คราวก่อนก็โดนคนน้องจับมัดขึ้นฮอ คราวนี้ก็โดนคนพี่ลากขึ้นรถซิ่งอีก ชีวิตน้อยๆอันสงบสุขของตะวันมันหายไปไหน........

 

                 " กลัวเหรอ? " พจน์ถามยิ้มๆ มองมือบางที่ยึดสายเบลท์ไว้แน่น " ยังจะมาถามอีก!!" ปากบางๆบ่นอุ๊บอิ๊บ

 

                  " ห๊า?! ว่าไงนะ? ไม่ได้ยิน! " 

 

                 " ไม่มีอะไรครับ..แล้วเจ้านายจะไปกินข้าวที่ไหน? กินแถวๆบ้านก็ได้ ทำไมต้องไปกินซะไกลงี้ล่ะ? " 

 

                  " น่า..ถึงแล้วก็รู้เอง  หิวแล้วเหรอ? " 

 

                " นิดหน่อย!.." คนตัวเล็กบอกปัดๆ พร้อมกับยกมือขึ้นลูบท้องตัวเองเบาๆ รู้สึกว่ามันครางผิดปกติ แล้วก็นึกขึ้นได้ เมื่อวานกินข้าวไปนิดเดียวนี่นา แล้วเช้านี้ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย คนตัวเล็กเหลือบตามองหน้าพจน์ที่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถแล้วถอนใจ ตามองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วก็ต้องชะงักหันมามองพจน์อีกครั้ง เมื่อรถที่วิ่งอยู่ดีๆก็ชะลอความเร็วลง

 

               แวะปั๊มน้ำมันหรอกเหรอ? เยี่ยมเลย! ตะวันยิ้มกว้าง กำลังจะหันไปบอกคนตัวใหญ่ ก็ต้องชะงักคำพูดเมื่อมือเล็กๆถูกพจน์คว้าไว้แล้วยัดแบงค์สีเทาๆใส่มือให้แล้วกุมไว้แน่น

 

            " ไปหาอะไรรองท้องซะก่อนก็ได้ คงอีกซักพักกว่าจะถึง เซเว่นนั่นก็ได้ ซื้อมาเผื่อด้วยนะ"  พจน์บอกพร้อมกับยกมือบางขึ้นจูบเบาๆ เล่นเอาตะวันอ้าปากค้าง 

 

             " อย่าสิ!..เดี๋ยวใครเห็นเข้าจะทำยังไง?! " คนตัวเล็กถลึงตาใส่พจน์ที่ดูจะไม่สนว่าจะอยู่ที่ไหน และเมื่อไหร่ขอให้ได้ชื่นใจนิดๆ หน่อยๆเป็นพอผิดกับตะวันที่หน้าร้อนไปแล้วทั้งแถบ 

 

             " ใครจะเห็น ฟิล์มมืดขนาดนี้ " พจน์บอกยิ้ม ยังไม่ยอมปล่อยมือบาง

 

             " ฟิล์มจะมืดหรือไม่มืด นั่นไม่ใช่ปัญหาซักหน่อย! ปล่อยสิครับคนเดินมาโน่นแล้ว!... " มือเล็กกระตุกหนีแต่ก็ยังไม่วาย โดนดึงไปจ๊วบใหญ่ก่อนจะปล่อย

 

              พจน์หัวเราะ หึๆ มองตามหลังคนตัวเล็กที่ปิดประตูรถดังปั๊ง! คนอะไรเวลาโดนแกล้งแล้วอายหน้าแดงจนลามไปทั่ว นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นปั๊มน้ำมันนะจะจัดการซะให้หนำใจ

 

              ตะวันพอเดินเข้าประตูเซเว่นได้ก็ยกมือขึ้นกุมหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองเพล ตาก็ชะเง้อไปที่รถของพจน์ที่วิ่งมาจอดเทียบรอ อืม!?ไม่ได้ถามว่าอยากกินอะไร แล้วเซเว่นมันก็มีอยู่แค่นี้ งั้นเอานี่ก็แล้วกัน! คนตัวเล็กคิดไปพลางมือบางหยิบของใส่ตะกร้า มันไม่มีปัญหาหรอกตอนจ่ายตังค์ เพราะพจน์ยัดใส่มือให้ซะเยอะเลย 

 

            แต่พอหยิบของที่อยู่ในถุง ขนมจีบ ซาลาเปา ข้าวกล่อง ฟุตลอง อิชิตัน เลย์ กาแฟ ขนมขบเคี้ยวอีกหลายถุง เอ่อ!!ตะวันหน้าแดงเมื่อ พจน์หยิบไข่ลวกขึ้นมาจ้องนิ่งแล้วชำเลืองมองมายิ้มๆ พลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม แถมยังหยิบแบรนด์กับเรดดี้ออกมาเปิดดื่มจนตะวันตาโต จะ..จะคึกไปไหน!?  ตะวันส่ายหน้าอ้าปากค้างเมื่อพจน์ยกไข่ลวกซดเข้าไปอีกฟอง แถมดูดกาแฟเข้าไปอึกใหญ่ๆ

 

           " กินแบบนั้นเดี๋ยวก็ท้องเสียกันพอดี " คนตัวเล็กเปรย พลางจิ้มขนมจีบใส่ปากเคี้ยว มือเล็กชะงักขนมจีบที่กำลังจะเข้าปากอยู่แล้ว หันไปมองพจน์ที่อ้าปากเหมือนรอ มือบางเลยจิ้มใส่ปากให้จนหมดถุง ตาคมของพจน์แลไปที่ขนมจีบที่ยังเหลืออีกถุงแล้วเลิกคิ้ว  บอกเป็นนัยๆว่าหยิบมาป้อน ซะดีๆเล่นเอาตะวันอึ้งพูดไม่ออก

 

             ขนมจีบก็แบ่งกันกินจนหมด ฟุตลองก็ไม่เหลือแถมข้าวกล่องกับซาลาเปาก็โดนกวาดซะเกลี่ยง พจน์จึงได้ขับบีเอ็มออกจากปั๊ม 

 

             " กินมั่งสิ! " ตะวันชะงักมือที่กำลังหยิบเลย์เข้าปาก หันไปมองเสี้ยวหน้าคม

 

             เสียงทุ้มๆลอยมาก็จริง ตายังมองไปที่ถนนนิ่ง  มือบางเลยหยิบเลย์จ่อปากให้ พจน์อ้าปากงับเล่นเอาคนกระตุกมือหนีแทบไม่ทัน ก็จะอะไรซะอีกล่ะแทนที่จะงับเอาแต่เลย์ พจน์เล่นงับปลายนิ้วเข้าไปด้วย ตะวันรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช๊อตจนเสียววาบ ไปทั้งแขน

 

            " ขอดูดมั่งสิ.." 

 

           หน้าหวานๆหันไปมองเสี้ยวหน้าของพจน์ หลอดดูดชาอิชิตันยังคาปาก พลางถอนหายใจ ก่อนจะยื่นหลอดดูดไปจ่อปากให้คนตัวใหญ่ ที่ดูจะมีความสุขเหลือเกิน!!....กับการที่ไม่ต้องหยิบจับอะไรกินเองเนี่ย! เฮ้อ!..

 

            " อีกนานมั้ยครับกว่าจะถึง? "  

 

            " ก็สักพักใหญ่ๆ! " พจน์ตอบ ตาคมกริบยังมองนิ่งไปที่ถนนอย่างใช้สมาธิ 

 

              ตะวันมองวิวนอกรถ พจน์กำลังจะพาไปกินข้าวที่ไหนนะ? แต่ก็ช่างเหอะหลวมตัวมาด้วยแล้วแบบนี้ ก็คงจะต้องไปด้วยล่ะ จะขอลงตรงนี้! เฮ้อ!ร้อยไม่เอาซักบาท พจน์ไม่ให้ลงแน่ๆ คนตัวเล็กคิดไปคิดมาตาเริ่มปรือ จนพักใหญ่ๆพจน์ จึงรู้สึกถึงความเงียบผิดปกติ

 

            " อ่าว " 

 

           พจน์ไม่ว่าอะไร ค่อยๆเบนหัวรถเข้าข้างทางก่อนจะจอด แล้วปรับเบาะให้คนตัวเล็กขยับตัวยุกยิกเมื่อรู้สึกนอนสบายขึ้น พจน์มองยิ้มๆ มองเสี้ยวหน้าด้านข้าง มองแก้มบางๆ มองต้นคอขาวๆ แล้วก้มลงไปหาอดใจไม่ไหว จ๊วบไปฟอดใหญ่ เล่นเอาคนที่แกล้งหลับทำตัวไม่ถูก ได้แต่หลับตานิ่ง

 

         " ถึงแล้วจะปลุก " เสียงที่กระซิบชิดริมหูทำให้ตะวันหน้าร้อน และมันก็คงแดงไปทั้งหน้า เพราะคนตัวเล็กรู้สึกว่า มันวูบวาบไปหมดทั้งๆที่แอร์ในรถเปิดซะเย็นขนาดนี้

 

           "...."!!!

 

          หืออ?!...

 

          อะไร?!.....

 

          พายุเหรอ!?..........

 

        " เฮ้ย!?........"

 

               ร่างบางผวาลุกพลวดขึ้นนั่งอย่างตกใจ ก่อนจะหลับตาปี๋เมื่อมีลมพัดมาปะทะหน้าเต็มแรง ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อรู้สึกว่ารถก็ยังวิ่งอยู่แล้วหลังคารถล่ะ?.....ก่อนที่ตากลมโตจะเบิกกว้างอย่างตื่นเต้น ว้าววว!........นั่น...

 

                ทะเล!........

 

               ร่างบางยืดตัวเองขึ้นยันเข่าไว้กับเบาะ มือข้างนึงยึดเบาะรถไว้ มือบางอีกข้างยกขึ้นเกาะบ่ากว้างของพจน์ไว้แน่นอย่างลืมตัว มองห่างออกไปเห็นทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา น้ำทะเลสะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่ายสวยอย่าบอกใคร น้ำใสๆหาดทรายขาวๆ มันช่างน่าลงไปวิ่งเล่นจริงๆ

 

              " เจ้านาย...พามาทะเลหรอกเหรอ? แล้วที่นี่..ที่ไหนครับ?!"

 

               " ความลับ " พจน์ตอบยิ้มๆ จุดหมายอยู่ไม่ห่างนัก  พจน์จึงขับบีเอ็มเลียบชายฝั่งไปเรื่อยๆ

 

               ตะวันเห็นเรือยอร์ชลอยลำอยู่กลางทะเลหลายลำ พลางหลับตาสูดหายใจเข้าปอดเมื่อลมทะเลเย็นๆ ปะทะหน้าจนผมลู่แนบ ไปข้างหลัง เผยให้เห็นหน้าเนียนๆ ที่ยิ้มกว้าง ตะวันหันไปยิ้มให้พจน์ เอ่อ!!.......

 

             คนตัวเล็กแกล้งมองไปอีกทาง รู้สึกว่าตัวเองถ้าจะบ้าหนักแล้วละ! ทำไมรู้สึกว่าพจน์ดูหล่อกว่าปกติ แถมยังดูลึกลับขึ้นเมื่อมีแว่นกันแดดอันใหญ่ปิดหน้าไว้เกือบครึ่งแบบนี้  ตะวันนั่งมองวิวสองข้างทางเงียบๆ จนพจน์ขับรถไปถึงจุดหมายปลายทาง

 

             ตะวันลงจากรถอย่างเบลอๆ เงยหน้าขึ้นมองคฤหาสน์หลังน้อยที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโขดหิน หันหน้าไปสู่ทะเลกว้างยามอาทิตย์ สาดแสงจ้าด้วยความรู้สึกเหมือนเดินเข้าสู่ดินแดนแห่งความฝันมากกว่าที่จะยืนอยู่บนโลกมนุษย์แบบนี้

 

            " เป็นไง...ชอบมั้ย?...." พจน์ถามยิ้มๆ มองคนตัวเล็กที่ตะลึงมองตาไม่กระพริบ

 

          " บ้านใครครับ?..." 

 

          " บ้านของฉันเอง ฉันไม่เสี่ยงพานายไปบ้านคนอื่นหรอก " พจน์บอกก่อนจะเดินนำขึ้นบันไดหิน

 

           " แล้วใครเป็นคนดูแลบ้านละครับ ไม่เห็นมีใครอยู่เลย " คนตัวเล็กเดินตาม ตามองสำรวจไปทั่ว แต่ก็ไม่มีวี่แววของคนอื่นๆเลยซักคนเดียว

 

            " เราให้คนมาดูแลทำความสะอาดตลอด " 

 

           "แต่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่  มีแค่เราสองคน"  ประโยคหลังของพจน์เล่นเอาตะวันกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ 

 

           " หิวมั้ย ไปดูกันว่ามีอะไรกินมั่ง" พจน์หยุดเดินหันมาถามคนตัวเล็ก แล้วเดินนำเข้าไปอีกห้อง

 

            ตะวันยืนมองครัวเล็กๆที่เต็มไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน แถมยังมีวัตถุดิบตุนไว้เต็มตู้เย็น ตู้แช่อีกตู้ที่มีทั้ง กุ้ง ปู ปลาหมึก หอยแคลง หอยแมงภู่ และยังอีกสารพัดหอย กั้ง ปลา แถมยังมีแพ็คบาบิคิวที่ทำสำเร็จซีนมาเรียบร้อย รอที่จะเอาไปย่างได้เลย ของพวกนี้ดูแล้วยังสดๆใหม่ๆเหมือนเพิ่งจะเอามาใส่ไว้หมาดๆ และมีมากพอที่จะกินได้เป็นอาทิตย์เลยเชียวละ!

 

                     แล้วใครที่เป็นคนเตรียมของพวกนี้?

 

                    ตะวันมองหน้าพจน์ แล้วหรี่ตามอง 

 

                   อืมม!?......

 

                  " เป็นอะไร? ทำหน้าแบบนั้น "

 

                 " ปล่าวครับ....แค่สงสัย...."

 

                 " เดี๋ยว!..." คนตัวเล็กทำมือราวกับปางห้ามญาตวิ่งหลบหลังโต๊ะแทบไม่ทันเมื่อพจน์เดินรี่เข้ามาหา 

 

                 " เป็นอะไร มานี่สิ"

 

                " เอ่อ..ผมอยากเล่นน้ำ ผมลงไปเล่นน้ำได้มั้ย?"

 

              " ได้ แต่ตอนนี้แดดยังแรง...ไว้แดดร่มค่อยลงไป ปะ..ไปดูชั้นบน"

 

               ห๊า! ไปดูห้องข้างบน เอ่อ!!...ตะวันกลืนน้ำลาย คิดหนักแล้วไง! 

 

              " ผมเล่นได้ แดดไม่แรงเท่าไหร่หรอก น่าสนุกออกนะผมว่า " 

 

              " แล้วจะเล่นน้ำทั้งชุดนี้เนี่ยนะ!?" พจน์กอดอกถามยิ้มๆ ตะวันก้มลงมองตัวเอง เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาวพอดีตัวเนี่ย ดูยังไงๆก็ไม่ เหมาะที่จะลงเล่นน้ำจริงๆ ตะวันทำหน้าไม่ถูก ก็มีมาชุดเดียวเนี่ยแล้วจะให้ทำไง?

 

            " น่า...ไม่ต้องกลัว... ฉันไม่ทำอะไรนายหรอก " พจน์เข้ามาดึงแขนพร้อมกับลากคนตัวเล็กให้เดินตาม 

 

           " เว้นแต่ว่า!....... " มือเล็กๆกระตุกทันทีพร้อมกับขืนตัวไว้เมื่อได้ยินพจน์เว้นช่องว่างไว้ในฐานที่เข้าใจ 

 

             ห้องที่พจน์พาขึ้นไปเป็นห้องใหญ่ชั้นบน ปล่อยมือคนตัวเล็กแล้วเดินไปเลื่อนประตูกระจกขนาดใหญ่ เดินออกไปยืนนอกระเบียงที่ยื่นออกไปมองเห็นวิวทะเลสวยๆน้ำใสๆ ที่ทำให้ตะวันยิ่งกระหายอยากลงไปว่ายเล่นจริงๆเลย 

 

            " นั่นตู้เสื้อผ้า ไปดูซิว่ามีอะไรไส่เล่นน้ำได้มั่ง? " ตะวันมองตามมือใหญ่ที่ชี้ให้ดู

 

            พอเปิดตู้ก็พบเสื้อผ้ามากมาย ทั้งเอาไว้ใส่เล่นๆและดูเหมือนจะเอาไว้ใส่แบบจริงจังด้วย เพราะมีทั้งสูทตัวใหญ่และ กางเกงสแล็คมากมายห้อยอยู่เต็มตู้ 

 

            หือ?...มีเสื้อผ้าไซส์เล็กด้วย?..... ตะวันหยิบกางเกงขาสั้น กับเสื้อกล้ามออกมา เพราะมันเป็นขนาดที่ตัวเองใส่พอดี ก่อนจะหันไปมองพจน์

 

         " เสื้อผ้าของใครเหรอครับ? "

 

         " ของนาย"

 

        " หา? ของผม?!....." คนตัวเล็กชี้อกตัวเอง 

 

         " ฉันให้คนเตรียมมาให้ก่อนที่เราจะถึง ไม่ต้องห่วง เสื้อผ้าพวกนี้ไม่ใช่ของๆใคร แต่มันเป็นของนาย ไม่เห็นเหรอว่ามันเป็นของใหม่ ยังไม่เคยใช้ " ตะวันพูดไม่ออก มองชุดในมือแล้วมองพจน์ ก่อนจะมองหาห้องน้ำ พจน์จึงพยักเพยิดไปที่ประตูข้างๆ 

 

          ตะวันมองตัวเองในกระจก เสื้อกล้ามตัวนี้มันก็ดีนะมันเหมาะที่จะใส่เล่นน้ำแบบสุดๆ แต่ว่าทำไมมันบางงี้วะ? หรือจะถอดดี..เอ? แถมกางเกงผ้าเนื้อหนาขาสั้น เอ่อ! มันสั้นไปหน่อยมั้ย? รู้สึกเสียวๆเย็นๆลำขายังไงบอกไม่ถูก มองตัวเองแล้วผ้าทำไมมันน้อยชิ้นงี้ล่ะ? ฮึ้ย!! ดูแล้วมันยั่วๆ ยังไงชอบกล  มันจะไม่มีปัญหาซักกะตี๊ดถ้าคนที่รออยู่ข้างนอกไม่ใช่พจน์ เจ้านายที่จ้องจะหาโอกาสนิดๆหน่อยๆแทบจะทุกลมหายใจเข้าออก

 

           อยากจะเปลี่ยนใจไม่ลงไปเล่นน้ำรึก็นะ!...........

 

          แล้วถ้าเปลี่ยนใจอยู่ข้างบนเนี่ย ก็..เฮ้อ!...สยองพอๆกัน!........

 

         เอาวะ! ช่างมัน!....... 

 

         พจน์หันไปมองเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ตะวันหน้าร้อนวาบจนเริ่มกังวล หน้าร้อนวูบวาบบ่อยๆแบบนี้ มันจะขึ้นฝ้ารึปล่าวหว่า?

 

         แกล้งเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หาเสื้อยืดซักตัวน่าจะดี แต่พอหันกลับหน้าผากก็ชนกับแผงอกหนาๆที่แอบมายืนอยู่จนชิด แถมเอวบางยังถูกรวบไว้แน่น

 

          นี่ไงละปัญหา!...

 

          " อื๊ออ....." ตาโตเบิกกว้าง เมื่อท้ายทอยถูกมือใหญ่รั้งไว้กระชับ พร้อมกับปากบางถูกริมฝีปากร้อนๆ ประกบปิดลงมาจนแนบสนิท พร้อมกับที่คนตัวเล็กยกมือขึ้นดันใหล่กว้างเต็มแรงเมื่อพจน์แทรกปลายลิ้นใหญ่เข้าเกี่ยวพันลิ้นเล็กๆอย่าง แนบแน่นจนหายใจไม่ออก

 

          " ...อื๊ออ!...พอ!..." ปลายเท้าเรียวลอยพ้นพื้นเมื่ออ้อมแขนใหญ่รวบเอวบางขึ้นแล้วก้าวขาหมุนตัวเข้าหาเตียงกว้างด้านหลัง

 

          ทันทีที่หลังสัมผัสกับที่นอนตะวันก็ดิ้นเต็มแรง พร้อมกับพลิกตัวหนี พจน์ทิ้งน้ำหนักทับหลังคนตัวเล็กจนหน้าอกแบนแนบไปกับที่นอนนุ่มๆ มือบางยึดขอบเตียงไว้แน่น พยายามดึงตัวเองออกจากลำตัวหนักๆของพจน์ที่ทับลงมา พร้อมกับที่ปากร้อนๆ ของพจน์ซบเข้าที่ต้นคอขาวๆด้านหลัง 

 

           " เดี๋ยวก่อน!...ไหนบอกจะไม่ทำอะไรไง!..." 

 

           " น่า...นิดเดียวเอง...นะ..." พจน์กระซิบเบา ขบเล็มไปทั่วไหล่เล็กๆขาวๆที่โผล่พ้นเสื้อกล้ามผืนเล็ก มือใหญ่สองข้างขยับดึง ข้อมือเล็กๆที่ยึดขอบเตียงไว้ออกมาก่อนจะกดไว้แนบที่นอนแน่น

 

          " พอ..พอแล้ว..." คนตัวเล็กดิ้น เมื่อแก้มก้นนุ่มๆด้านหลังรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่พจน์ตั้งใจแนบเข้าหา

 

          " ผมจะลงไปเล่นน้ำ พอแล้ว " ถ้าขืนช้ากว่านี้ละก็ไม่ต้องล่งต้องเล่นกันละน้ำ

 

          พจน์หยัดร่างขึ้น แต่หน้าขายังทับแนบแน่นอยู่กับแก้มก้นเล็ก ตะวันหันมามอง แก้มร้อนไปหมดเมื่อเห็นกิริยานั้น คนตัวเล็กดิ้นเต้มแรงจนพจน์ปล่อย พลิกตัวหนีได้ก็วิ่งออกจากห้องทันทีโดยไม่หันมามองคนตัวใหญ่ที่ทิ้งตัวนอนราบบนเตียงอย่างเสียดาย

 

          เท้าเล็กๆวิ่งลงบันไดหิน ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อมองออกไปเห็นหาดทรายขาวๆ น้ำใสๆ แล้วจะต้องรออะไร คนตัวเล็กวิ่งลงน้ำ ทันทีอย่างใจคิด ฮู้....น้ำเย็นดีจริงๆ

  

           พจน์ที่เดินตามลงมาหยุดยืนมองคนตัวเล็กที่ผลุบๆโผล่ๆ อยู่ในน้ำ แดดเริ่มตก ลมเย็นพัดเอื่อยๆ อากาศเริ่มดี ไม่ร้อนมากจนน่าเป็นห่วง อีกซักพักค่อยลงเล่นละกัน 

 

          ตะวันเหลือบตามองพจน์ที่ทรุดตัวลงนอนเอนๆ ยันศอกข้างนึงกับพื้นทรายขาวนุ่ม แว่นกันแดดอันใหญ่บังหน้าคมไว้เกือบครึ่ง ดูลึกลับดี

 

          คนตัวเล็กหมุนตัวว่ายไปว่ายมา มองไปที่พจน์ก็ยังอยู่ในท่าเดิม ไม่ลงมาเล่นแฮะ?! ก็เปลี่ยนกางเกงแล้วนี่นา?

 

         นานเท่านาน ที่ตะวันพลิกตัวดำผุดดำว่ายอยู่ในกระแสน้ำอุ่นๆ ยามเย็น อาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มของอาทิตย์อัสดงสาดไปทั่วบริเวณ สวยจนเหมือนภาพวาดสีน้ำมันชิ้นเอกของจิตรกรมือหนึ่งระดับโลก 

 

              คนตัวเล็กมองไปที่พจน์ จะมองไปกี่ครั้งก็ยังอยู่ในท่าเดิม....ที่เดิม....อริยาบทเดิม.......

 

             เอิ่ม......

 

            แบบนี้มันต้อง......... หึๆ

 

            คนตัวเล็กนึกสนุก อยากแกล้งคนหน้าขรึมขึ้นมาตะหงิดๆ นิ่งดีนัก!.....

 

            ร่างบางค่อยๆเดินขึ้นจากน้ำ ควานมือกำทรายขึ้นมาทั้งสองมือ ไขว้ไว้ข้างหลังแล้วเดินหลีกห่างจากพจน์พอสมควร คนตัวเล็ก ไม่มอง...ไม่แล...กลัวว่าพจน์จะจับไต๋ได้..แล้วทำท่าจะเดินขึ้นไปบนบ้าน จนพอลับหางตาของพจน์ คนตัวเล็กก็ค่อยๆ แอบย่องวกไปทางด้านหลังคนตัวใหญ่ที่ดูเหมือนจะค่อนข้างระวังตัวเสมอ

 

              พจน์หันกลับมามองโดยสัญชาตญาณ แต่ทรายเปียกๆ ก็หล่นโพล๊ะลงเต็มหัวซะก่อน

 

             ตะวันพอแกล้งพจน์ได้ก็วิ่งหนีไม่คิดชีวิต เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ก่อนที่พจน์จะวิ่งมาคิดบัญชีได้ทัน 

 

              แต่ระดับความยาวของขามันต่างกัน ตะวันวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกรวบไว้แน่น เมื่อพจน์พุ่งตัวเข้ารวบคนตัวบางเหมือนนักรักบี้พุ่งตัวเข้ารับลูก

 

              " อ๊ากก...." คนตัวเล็กร้องอย่างตกใจเมื่อโดนรวบลงบนทรายนุ่ม พอมองหน้าพจน์แล้วอดหัวเราะไม่ได้ หึๆ หน้าหงิกเลย 

 

              " ฮ่า..ฮ่า...ฮ่า.." ตะวันเก็บเสียงหัวเราะไว้ไม่ไหว เมื่อเห็นทรายเปียกๆยังเต็มหัวของพจน์ ได้พักเดียวเสียงหัวเราะค่อยๆ เงียบลง เมื่อตาคมกริบยังมองมานิ่ง หน้ายังหงิกเหมือนเดิม แถมตัวหนักๆของพจน์ยังแนบสนิทจนน่าหวาดเสียว

 

               " ขอโทษครับ " คนตัวเล็กหน้าเสีย ไม่คิดว่าจะโดนโกรธขนาดนี้

 

               " ไม่ยกโทษให้เด็ดขาด " พจน์บอก ก่อนจะยิ้มร้ายๆ มองหน้าเนียนที่แหงนหงายบนทรายขาวๆ 

 

               " แบบนี้มันต้องเอาคืน " พร้อมกับที่พจน์ขยับมือ

 

               " อ๊ากกก!....ฮ่า..ฮ่า...ฮ่า..ฮ่า....อ๊ากก!...อย่า!...."  ร่างบางบิดตัวเร่าๆดิ้นหนีมือใหญ่ที่ขยับจี๋เอวทั้งสองข้างเต็มแรง

 

              " อย่า...ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า...โอยย..พอแล้ว...."

 

              " ฮ่า..ฮ่า...ฮ่า....ฮ่า..ฮ่า..เจ้านาย....."

 

               " ยอมแพ้..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า...ฮ่า..ฮ่า...ฮ่า........."

 

                 " แฮ่ก..แฮ่ก...แฮ่ก...."  พจน์หยุดมือ ตะวันนอนหอบหายใจ หน้าแดงก่ำ

 

              " หึๆ คิดว่าพอแล้วเหรอ? ยัง...แค่นี้ยังไม่พอ!.. " พจน์กระซิบเบาๆ เล่นเอาตาโตเบิกกว้างเมื่อพจน์ขยับตัวดึงแรงๆจนตะวันต้องลุกตามก่อนจะย่อตัวลงแบกร่างบางขึ้นบ่า เดินย่ำลงในทะเลจนระดับน้ำลึกถึงเอว

 

              " เดี๋ยว! จะทำอะ.. เฮ้ย!!....." ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงโวยวายพจน์ก็ทุ่มคนตัวเล็กลงน้ำ....ตู๊ม!!

 

               ตะวันโผล่พลวด สำลักน้ำไอแค่กๆ หูตาแดง ยังไม่ทันจะได้หายใจ พจน์ก็ยกร่างบางขึ้นแล้วทุ่มลงน้ำอีก เล่นเอาคนตัวเล็กกินน้ำเค็มๆเข้าไปหลายอึกจนเกือบอ๊วก

 

               " แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!....ฮืม!...หน๊อยแน๊ะ " คนตัวเล็กโมโหพยายามถีบตัวออกห่าง พจน์เดินลุยน้ำเข้ามาใกล้แล้วคว้าข้อมือเล็กๆ ไว้แน่น แต่คราวนี้ตะวันชิงยกแขนกอดคอพจน์ไว้ก่อน แถมยังตวัดขาเพรียวเกี่ยวเอวพจน์ไว้จนแน่นอีกต่างหาก เรียกว่ากอดแน่นเป็นลูกลิงชนิดสลัดไม่หลุดเลยละ! เอาสิ!ถ้าคราวนี้จมอีกก็จมทั้งคู่ล่ะ! ม๊ะ! ลองดูเลย!

 

              พจน์กลั้นหัวเราะ มองแขนเรียวที่กอดคอตนไว้แน่น แถมลำขาขาวๆที่เกี่ยวเอวคนตัวใหญ่ไว้มัน...อ่า.. .มันน่าอุ้มขึ้นข้างบน จริงๆ

 

              ตะวันรู้สึกตัว เมื่อฝ่ามือของพจน์ขยับลูบไล้ไปทั่วต้นขานุ่มก่อนจะเลยเข้าโอบอุ้มสะโพกเพรียวไว้เต็มสองฝ่ามือใหญ่

 

                      คนตัวเล็กคลายแขน ขยับหน้าออกจากซอกคอแกร่ง สบเข้ากับตาคมกริบที่อยู่ใกล้แค่ลมหายใจคั่น ริมฝีปากร้อนผ่าวของพจน์ค่อยๆแตะเล็มปากบางเบาๆ คล้ายกับจะขอความร่วมมือ เมื่อปากเล็กๆสีเรือเผยออ้า พจน์ก็กดปากเข้าหาจนแนบแน่น บี้บดริมฝีปากหนักๆ อย่างอดใจไว้ไม่อยู่แล้ว ลิ้นใหญ่ร้อนวาดเลียไปทั่วก่อนจะแทรกเข้าหาลิ้นเล็กๆที่สั่นระริก แล้วเกี่ยวพันรัดรึงอย่างกระหาย

 

                       อ่าา....

 

                พจน์ก้าวขายาวๆ พาคนตัวเล็กที่อุ้มกระเตงเข้าฝั่ง ค่อยวางร่างบางลงบนหาดทรายช้าๆ ก่อนจะบดตัวลงแทรกเข้ากอดอย่าง แนบแน่น ตะวันรู้สึกลอยๆ มือบางประคองใบหน้าหล่อเหลาที่ซบอยู่จนชิด ปากบางๆเผยอรับจูบจากพจน์อย่างหนักหน่วง แถมยังแทรกลิ้น เล็กๆเข้าไปเกี่ยวพันรัดรึงปลายลิ้นของพจน์บ้าง ทำเอาร่างสูงสะท้านอย่างตื่นเต้น ฝ่ามือร้อนใหญ่ลูบไล้ไปทั่วเอวบาง สีข้างก่อนจะวก กลับมาโอบสะโพกเพรียวแล้วรั้งเข้าหาจนแนบแน่น

 

              " อืมม!.... " พจน์จูบเล็มไปทั่วปลายคางเรียวแล้วกัดเบาๆ ริมฝีปากร้อนๆไถลเข้าซบซอกคอขาวๆ แล้วซบนิ่งอยู่อย่างนั้น

 

             " ขอแค่วันนี้ ที่นี่ เวลานี้ นะตะวัน! " พจน์กอดเอวคนตัวเล็กไว้แน่นแล้วหลับตาลง อยากจะหยุดเวลาไว้ไม่ต้องให้มันหมุนอีก ไม่ต้องหลับไม่ต้องตื่น ไม่ต้องรับรู้เรื่องของวันพรุ่งนี้ หรือของวันไหนๆ อยากจะให้มันมีแค่ตอนนี้ก็พอ

 

                     " แค่มีนายกับฉัน....แค่นั้นฉันก็พอใจแล้ว...."

 

                     ..................

 

                     กว่าจะผละออกจากกันได้ก็เล่นเอาโพล้เพล้ ตะวันขืนตัวไว้ไม่เดินตามแรงลากของพจน์

 

                     " เข้ามา! " 

 

                    " ไม่!...เจ้านายอาบก่อน...เดี๋ยวผมอาบทีหลัง "

 

                   " น่า..อาบพร้อมกันเลยจะได้รีบลงไปหาอะไรกิน " มือใหญ่พยายามลากคนตัวเล็กให้เข้าห้องน้ำด้วยกัน

 

                   " ไม่..ผมจะอาบทีหลัง "

 

                 มืออีกข้างของตะวันเกาะขอบประตูไว้แน่น ขืนเข้าไปด้วย มีหวังไม่ต้องลงไปหาอะไรกินกันละวันนี้ เมื่อกี้ก็เกือบแย่ตรงหน้าหาด ถ้าขืนตามเข้าไปในห้องน้ำตอนนี้อีกนะ พจน์ต้องคอนทินิว คอนทินิวแน่ๆ

 

                  " โอเค ไม่ก็ไม่ " พจน์ปล่อยมือ ทิ้งคนตัวเล็กไว้หน้าห้องน้ำ

 

                      ตะวันถอนใจโล่งอก ค่อยยังชั่ว อาบน้ำมันต้องถอดเสื้อผ้าไม่ใช่รึไง? ถอดแล้วก็ให้อยู่ในห้องน้ำด้วยกัน อ่ะนะ? ขนาดใส่เสื้อผ้าครบยังโดนขนาดนี้ แล้วถ้ายิ่งไม่ใส่เสื้อล่ะ? แล้วอีกอย่าง? ตะวันเหลือบตาหันกลับไปมองข้างหลัง เห็นเงาของพจน์ลางๆใน ห้องจระจก ฝ้า ได้ยินเสียงน้ำไหลต่อเนื่อง ฮึ!สนุกละทีนี้ อาบไปเสียวไป ห้องน้ำไม่มีกลอน เป็นแค่กระจกฝ้าเลื่อนเปิดปิดได้แค่นั้น

 

                        " ตะวัน! "

 

                       " หือ? " คนตัวเล็กความคิดชะงักเมื่อได้ยินเสียงพจน์เรียก

 

                       " หยิบผ้าเช็ดตัวให้ที " คนตัวเล็กเดินไปเปิดตู้ หยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ได้ ก็มาหยุดหน้าห้องน้ำ ลังเลที่จะเปิด  

 

                       ความจริงแล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่  มันน่าจะทำให้ตะวันสามารถเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปหาพจน์ได้อย่างสบาย แต่มันเขิน รู้มั้ยว่ามันเขินหน้าร้อนไปหมดแล้วเนี่ย! ทำไมไม่ชินซักทีก็ไม่รู้ 

 

                      " รับนะครับ " มือเล็กแง้มประตู แล้วยื่นผ้าขนหนูเข้าไป

 

                      ทำไมไม่รับไปซักที?  

 

                    " เจ้านายครับผ้าขนหนู " ขยับมือแกว่งไปมา ไม่รับไปซักทีเลยขยับเข้าไปอีกจนสุดแขน โผล่หน้าออกนอกประตู

 

                    ถ้ามองเข้าไปอาจจะเห็นพจน์...เอ่อ!...ยืนเปลือยทั้งตัว..ฮึ้ย!..คิดบ้าอะไรเนี่ย!?..มือบางยกขึ้นถูแก้มตัวเองแรงๆ อย่างรำคาญ ทำไมมันขยันร้อนวูบวาบจริงๆเลยวู้ย! 

 

                   ตาโตเบิกกว้าง เมื่อข้อมือเล็กถูกคว้าไว้แน่นแล้วดึงเข้าไปทันทีจนคว้าขอบประตูไม่ทัน

 

                   ตะวันอ้าปากค้าง หลังอิงฝาห้องน้ำ มือถือผ้าขนหนูไว้แน่น เมื่อพจน์ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า หัวหูเปียกลีบ เนื้อตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นสบู่ มือใหญ่ทั้งสองข้างยันข้างฝากักคนตัวเล็กเอาไว้ 

 

                  " ยืนตัวเปียกนานๆเดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก" พร้อมกับที่ลำแขนใหญ่เกี่ยวเอวบางเข้าไปหาฝักบัวที่กำลังมีละอองน้ำพุ่งออกมาเป็น ฝอยกระจาย

 

                  " เจ้านายอาบเสร็จแล้วก็ออกไปสิ เดี๋ยวผมจะอาบเอง "

 

                  " อย่าสิครับ ผ้าขนหนูเปียกหมดแล้ว " ตะวันพยายามดิ้นหนีร่างสูงเปลือยเปล่าที่แทรกตัวเข้ามากอดรัดรั้งคนตัวเล็กไว้ ผ้าขนหนูซับน้ำจนหนักหลุดมือหล่นแป๊ะลงบนพื้น

 

                 " เปียกก็เอาใหม่ " พจน์กระซิบเสียงแหบพร่า ลำแขนใหญ่กอดเอวบางไว้แน่นแล้วรั้งเข้าหาจนตะวันต้องเขย่งปลายเท้าขึ้น

 

                  ตาคมกริบมองละอองน้ำหนาแน่นสาดลงมาบนศรีษะและเนื้อตัวที่เปียกอยู่แล้วของตะวันอย่างพอใจ มือใหญ่รั้งชายเสื้อกล้าม แล้วถลกขึ้นอย่างรวดเร็ว 

 

                   มั้ยล่ะ! เสื้อหลุดไปแล้ว!.. มือบางกระตุกยกขึ้นดันอกกว้างทันที

 

                  " เดี๋ยวผมอาบเอง...อย่า..." ตะวันเข่าอ่อน เมื่อพจน์ซบหน้าเข้าหาซอกคอขาวๆ ปลายลิ้นร้อนผ่าวดูดเลีย แล้วกวาดไปทั่ว ริมฝีปากเม้มลำคอระหงที่ล่อตาล่อใจ ขยับขาดันคนตัวเล็กจนหลังแนบกับผนังห้องน้ำ ต้นขาพจน์ข้างนึงแทรกเข้าหาหว่างขาเพรียว

 

                  " อย่า!... " มือบางยึดข้อมือใหญ่ไว้แน่น เมื่อพจน์ขยับมือปลดซิปกางเกงผืนเล็ก 

 

                  " อื๊ออ!.." ปากบางๆที่จะเอ่ยปฏิเสธถูกประกบปิดแน่น เมื่อพจน์ก้มลงจูบอย่างกระหาย ปลายลิ้นใหญ่แทรกเข้าเกี่ยวพันลิ้นเล็ก บางอย่างดูดดื่มตาโตเบิกกว้างเมื่อพจน์เกี่ยวกางเกงตัวเล็กหลุดขอบสะโพก พร้อมกับที่ฝ่ามือใหญ่โอบอุ้มแก้มก้นนุ่มๆไว้จนเต็มสองอุ้งมือหนา 

 

                   สายน้ำอุ่นพร่างพรมบนร่างเปลือยของคนทั้งสองขณะที่พจน์กอดรัดคนตัวเล็กไว้อย่างแนบแน่น ผนึกปากจูบดูดดื่ม จนตะวันเบลอคิดอะไรไม่ออก ลืมไปจนกระทั่งว่ากางเกงตัวเล็กหลุดลงไปกองกับพื้นตั่งแต่เมื่อไหร่

 

                 " อ๊าา!.." ตะวันหอบหายใจเมื่อพจน์ถอนริมฝีปาก ก่อนจะเบิกตากว้างมองหน้าพจน์เมื่อร่างสูงจงใจบดเบียดความแข็งขึง ที่กำลังตื่นตัวเข้าหา

 

                ร่างบางรู้สึกเสียวซ่านเมื่อฝ่ามือใหญ่ลูบไล้สบู่ไปทั่วแผ่นหลังเนียนนุ่ม ปลายนิ้วใหญ่หยุดมือไล้เบาๆ แถวต้นขาด้านหลัง แก้มก้นนุ่มๆ ลูบไล้ไปทั่วเอวบาง เลยขึ้นช้าๆจนมาหยุดไล้เบาๆที่หัวไหล่เนียนนุ่มทั้งสองข้าง

 

 

                   พจน์มองคนตัวเล็กตาปรอย

 

                  " ถูให้ฉันบ้างสิ " ไม่พูดปล่าว พจน์ยังจับมือเล็กทั้งสองข้างของตะวัน วางแป๊ะนำทางไว้บนแผงอกแกร่ง

 

                   ตะวันกัดปากบางๆไว้แน่น รู้สึกว่าหน้ามันร้อนไปหมด ทั้งๆที่ตัวเปียกเต็มไปด้วยสบู่ลื่นๆอย่างนี้ 

 

                   แผงอกกว้างกระตุกรับฝ่ามือบางทั้งสองข้างที่ขยับไล้วนสบู่เบาๆ ก่อนที่มือเล็กจะลูบเลยขึ้นไล้สบู่บนบ่าหนาช้าๆ แล้ววกฝ่ามือบางเข้าหา ต้นคอแกร่ง ค่อยๆขยับมือลากลงต่ำช้าๆ ผ่านยอดอกสีเข้มที่เกร็งแข็งเป็นไต 

 

                   " ฮืมม!! " เสียงพจน์หายใจแรง ยกฝ่ามือหนาเกร็งยันฝาห้องน้ำไว้ เมื่อฝ่ามือเล็กบาง ลากไล้สบู่ลื่นๆ เข้าหากล้ามหน้าท้องที่เรียง ตัวลงมาเป็นชั้นซิกแพคสวยๆอย่างช้าๆ มันทั้งแข็งแกร่งเป็นลอนสวย คนตัวเล็กไล้มือวนสัมผัสอย่างอิจฉา หารู้ไม่ว่า สัมผัสเบลอๆแบบนั้นสร้างความปั่นป่วนให้พจน์จนเกือบทนไม่ไหว

 

                  " อ๊ะ! " ตะวันเข่าอ่อน เมื่อลำแขนแข็งแกร่งของพจน์เกี่ยวเอวบางไว้แน่น ฝ่ามือใหญ่อีกข้างล้วงเลยเข้าหาบั้นท้ายตึงเปรี๊ยะ ก่อนที่ปลายนิ้วแข็งๆของพจน์ปักตรึงล้วงเข้าหาช่องทางด้านหลัง

 

                 " อ๊าาา!!!......เจ้านาย...อ๊าา" ร่างบางสะท้านทั้งตัว เท้าเรียวงองุ้มจิกพื้น เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของพจน์แหวกความคับแคบเข้าสู่ ความหนึบหนับที่ตอดรัดปลายนิ้วใหญ่เรียว ก่อนที่พจน์จะค่อยๆ ขยับนิ้วเข้าออกช้าๆ แล้วเพิ่มจำนวนนิ้วที่แทรกเข้าหา

 

                " อ๊าาา!!...."  ตะวันหน้าหงาย เสียวสยิวไปทุกรูขุมขน มือบางยึดบ่ากว้างไว้แน่น เมื่อนิ้วร้ายของพจน์โจมตีด้านหลัง

 

 

                 พจน์มองหน้าขาวๆ ที่แหงนหงาย ตาหรี่ปรือ ปากบางอิ่มสีเรือเผยออ้าหอบหายใจ จนอดใจไว้ไม่ไหวโน้มหน้าลงไปหา ประกบจูบหนักๆ ลากลิ้นกวาดไปทั่วอย่างดาลในอารมณ์ใบหน้าคมซุกซบลำคอขาวนุ่ม ครุดฟันกัดแทะไปทั่ว นิ้วร้ายยังขยับเข้าๆออกๆ ไม่หยุด

 

                 " อ่าา!! ตะวัน...อ่าา!!" 

 

                 ตะวันหัวขาวโพลน คิดอะไรไม่ออกเมื่อโดนพจน์เล้าโลม ตาโตเบิกกว้าง เมื่อพจน์สอดแขนใหญ่เข้าใต้เข่า ก่อนจะยกลำขาเรียวข้างนึงพาดท่อนแขนแกร่งไว้ แผ่นหลังขาวเนียนแนบกับผนังห้องน้ำ มือบางเกาะอยู่บนไหล่กว้าง

 

                 นิ้วเรียวเล็กจิกเข้ากับไหล่แข็งๆ เกร็งตัวรับความแข็งขึงที่อุ่นจนร้อน ที่ขยับเข้ามาถูไถช่องทาง ก่อนที่พจน์จะกระดกหน้าขาแกร่งเข้าหา

 

               " อ๊าาา!!!......." ปลายหัวใหญ่ป้านทะลวงเข้าช่องทาง พจน์ค่อยๆถอนออกช้าๆแล้วกระแทกเข้าไปใหม่เน้นๆจนเกือบค่อนลำ 

 

                   " ฮืมม! " พจน์กัดฟันสู้กับความหนุบหนับที่ตอดรัด ถอนลำแท่งร้อนออกมาช้าๆ ก่อนจะปักทิ่มลงไปอีกจนเกือบหมด กัดฟันหายใจหอบ เมื่อความคับแคบบีบรัดรุนแรงไม่ยอมคลายตัว ค่อยๆขยับดึงท่อนลำร้อนๆ ที่ยิ่งกว่าร้อนถอนออกอีกครั้ง แล้วกระดกหน้าขา ปักทิ่มความร้อนจัดเข้าไปอีกครั้งจนมิดด้ามก่อนจะคาไว้นิ่งๆ 

 

                   " อ๊าา!!..." ตะวันหน้าหงาย รับรู้ความความใหญ่ร้อนจัดที่ปักตรึงอยู่ภายใน ขาสั่นระริก มือบางยึดเกาะกอดต้นคอแกร่งอย่างลืม ตัว พจน์ซบหน้าลงกัดบ่าเล็กเบาๆ อย่างระบายความเสียดเสียวที่ตอดรัดหนุบหนับรุนแรง

 

                  " ฮืมม!! อ่าา!...ตะวัน..ผ่อนคลายหน่อย..อ่าา!..นายรัดแน่นแบบนี้..ฉันจะทนไม่ไหว!..." พจน์กระชิบเสียงพร่า หอบหายใจชิดริมหูบาง เล่นเอาตะวันหน้าร้อนพูดไม่ออก ก่อนที่ริมฝีปากเล็กๆจะเผยออ้าหอบหายใจแรงเมื่อพจน์ถอดถอนแท่งเนื้อออกช้าๆ ก่อนจะกระแทกปักตรึงกลับเข้ามาอีกอย่างหนักหน่วง

 

                  " อ๊าา!!" ลมหายใจตะวันสะดุดเมื่อแผงอกกว้างของพจน์บดเบียดเข้ามา แขนแข็งๆเกี่ยวเอวบางรั้งเข้ากอดไว้แน่น ความแข็งแกร่งและร้อนผ่าวขยับเข้าถอนออกอย่างช้าๆ แต่เต็มไปด้วยความหนักหน่วง เมื่อพจน์ถอนออกจนเกือบหมดแล้วปักทิ่มทะลวงเข้าไปอีกจนมิดด้าม เล่นเอาคนตัวเล็กแทบจุก

 

                  " อ๊าา!..เจ้านาย...อ๊าาา!!......." ปลายเท้าเรียวที่ลอยพาดอยู่บนท่อนแขนแกร่งงองุ้ม เมื่อมือใหญ่ร้อนขยับเข้าปรนเปรอ ท่อนเนื้อสีสวยให้ตะวันด้านหน้า พร้อมๆกับที่พจน์กระดกหน้าขาส่งความแข็งขึงใหญ่ร้อนให้ผลุบเข้าผลุบออกจนมิดด้าม

 

                     " อ๊าา!...อ๊า!...อ๊า!..ซี๊ดดด...อ๊าาา!......"

 

                     " ฮืมม!...อืมม...อ่าาา!......"

 

                   " ซี๊ดดด!!......" พจน์หน้าแดงก่ำ กัดฟันกรอด ปั๊มสะโพกส่งความแข็งขึงใหญ่ร้อนเข้าหาคนตัวบางถี่ยิบ

 

                 "..อ๊าา!...อ๊า!....อ๊า!......อ๊า!.....อ๊า!....."

 

                " อ๊า...อ๊า.....อ๊า.....อ๊า...อ๊า.......

 

               "..อ๊ะ!?....." ตะวันเสียววาบ เมื่อพจน์ถอดถอนท่อนลำใหญ่ร้อนออกกันทันหัน พร้อมกับปล่อยขาเรียวเล็กลงยืนพื้น แล้วหมุนร่างให้คนตัวบางยันฝาห้องน้ำไว้ ก่อนจะเข้ากอดประชิดทางข้างหลัง

 

                 " อ๊าาา!!!....." ลำแท่งใหญ่ร้อนแข็งขึงเบียดแทรกผนังคับแคบด้านหลังเข้ามาจนมิดด้าม เล่นเอาตะวันเข่าอ่อน มือบางค่อยๆ อ่อนแรง จนใบหน้าเนียนเหยเกแนบผนังห้องน้ำ

 

                    วงแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งกอดเอวคนตัวเล็กไว้แน่น พจน์กระดกหน้าขาส่งความยาวใหญ่เข้าหาช่องทางด้าน หลังที่โดนถ่างออกจนกว้าง

 

                  " อ๊า!.....อ๊า!....อ๊า!.....อ๊า!...อ๊า!....."

 

                 " เจ้านาย!....อ๊า!...จะ!....อ๊า!....." พจน์ทิ่มทะลวงอย่างล้ำลึก ทิ่มเข้าหาจนมิดด้าม ถอยออกหนักหน่วงก่อนจะกระทุ้งเข้าไปอีกเน้นๆ ลำกายใหญ่ร้อนเสียวเสียดปวดหนึบ ช่องทางตอดรัดหนุบหนับ บอกให้รู้ว่าคนตัวเล็กก็เสียวเสียดจนใกล้จุดปลดปล่อย มือใหญ่ร้อน ข้างนึงวกไปด้านหน้า รวบกำท่อนลำเล็กบางไว้แล้วขยับรูด

 

                  "อ๊า!...อ๊า!...อ๊า!...อ๊า!...อ๊า!...." ตะวันตาปรึอ ใบหน้าเนียนเอียงแนบผนังห้องน้ำ อ้าปากครางกระเส่า เมื่อพจน์โจมตีทั้งข้างหน้าข้างหลังพร้อมๆกันจนแทบหายใจไม่ทัน ลำขาเรียวสั่นระริกแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ถ้าพจน์ไม่รั้งเอวบางไว้แบบนี้

 

                  " อ๊า!...เจ้านาย!...ผม!..อ๊าา!...อ๊า!......" พจน์ขยับมือเร็วแรงส่งท่อนลำสีสวยบอบบางให้แตะขอบสวรรค์  

 

                 มือใหญ่ปล่อยท่อนเนื้อบอบบางของตะวัน กอดเอวบางไว้เต็มอ้อมแขน ก่อนจะกระดกหน้าขาส่งหัวป้านใหญ่ให้ผลุบเข้าผลุบออกในช่องทางคับแคบอย่างรุนแรงจนร่างบางไหวสะท้าน 

 

                  เสียงน้ำเฉาะแฉะทั้งสบู่ลื่นๆแบบนี้ให้ความรู้สึกอยาบโลนเสียวสะท้าน ตะวันขนลุกเกรียวไปทั้งตัวเมื่อพจน์กระแทกรุนแรงจนแทบทรุดเข่าลงไปกองกับพื้น ความเสียวเสียดรุนแรงใกล้เข้ามาจนหน้ามืดตาลาย 

 

                  คนตัวบางเกร็งกระตุกเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นจนเปรอะเลอะมือใหญ่ที่ขยับเข้ามารีดเร้นไม่หยุด ความสุขสุดยอดขมิบตอดรัดหนุบหนับ ทำให้ท่อนเนื้อใหญ่ที่ทิ่มทะลวงหนักหน่วงทางด้านหลังของพจน์ร้อนผ่าวจนแทบทนไม่ไหว พจน์คว้าเอวบางไว้แน่นส่งท่อนเนื้อใหญ่ยาวที่เต็มไปด้วยความต้องการกระแทกถี่ยิบ จนเสียงดังพั๊บๆ

 

                  " อ๊า!.....อ๊า!.....อ๊า!.....อ๊า!....อ๊า!...."

 

                 " อื๊ออออ........ซี๊ดดดดดด....." ร่างบางบิดตัวเร่าเสียวกระสันในอ้อมแขนแกร่งของพจน์ที่กอดเอวบางไว้ไม่ปล่อย ใบหน้าแหงนหงายลงบนบ่ากว้างแข็งแกร่งที่กอดกระชับทางด้านหลัง หน้าหวานๆเหยเก ตาปรือ  เอวบอบบางแอ่นบิดสะท้านอย่างเสียวเสียดเมื่อลำกายใหญ่ร้อนของพจน์ ทะลวงเข้าหาช่องทางไม่หยุด

 

                   " ฮืมมมมม........." พจน์กัดฟันกรอด ลำแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อกอดเอวคนตัวบางไว้แน่น กระดกหน้าขาเข้าหาถี่ยิบ ส่งท่อนเนื้อที่ตั้งลำตระหง่าน อัดแน่นไปด้วยความกระหาย ผ่านช่องทางคับแคบด้านหลังที่ขมิบตอดรัดหนุบหนับจนร่างสูงกระตุกยึกๆ  ปลดปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นฉีดพุ่งอัดแน่นจนล้นทะลักช่องทางคับแคบที่ตอดรัดหนุบหนับออกมาจนล้นไหลลงเป็นทาง

 

                    " ฮืมมม!!....."

 

                   " อ่าาา!............"

 

                  " ซี๊ดด!......" ใบหน้าหล่อแหงนหงาย ตาหรี่ปรือ หน้าขายังกระตุกไม่หยุด ขยับลำแท่งเนื้อร้อนไม่ยอมถอดถอน ดื่มด่ำกับความรู้สึกเสียดเสียวจนบรรยายไม่ถูก ก่อนจะซบหน้าเข้าหาซอกคอขาวๆที่อยู่ตรงหน้า อ้อมแขนใหญ่กกกอดเอวเล็กบางไว้เต็มอ้อมแขน ปลายลิ้นร้อนๆ ดูดเลียลำคอขาวระหงอย่างกระหาย 

 

                   แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก! ตะวันหอบหายใจ ตาหลับพริ้ม ความรู้สึกยังกระสันไม่จางเมื่อพจน์ยังไม่ยอมถอดถอนแท่งเนื้อร้อนผ่าวออกจากช่องทาง

 

                 " อ่า!...ตะวัน...อืม..." เสียงพจน์กระซิบพร่าชิดใบหูบาง ตะวันคนลุกเกรียว เอนหลังอิงอกกว้าง ขยับมือบางไล้เบาๆไปทั่วลำแขนแกร่งที่กกกอด

เอวบางไว้อย่างลืมตัว

 

   ..........................

 

                      เปลวไฟสีส้มจับใบหน้าคมของพจน์ให้เป็นเงาน่าดูไปทุกสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน้าผากกว้าง คิ้ว ตา จมูก หรือปาก

 

                      ตะวันเหลือบตามองคนตัวสูงที่นั่งบนเสื่อพลางช่วยกันพลิกกุ้ง ปู หอย ที่อยู่บนตะแกรง แล้วคีบใส่จานเมื่อมันได้ที่ ขยับมานั่งเสื่อที่พจน์ จัดการปูไว้ แล้วก่อไฟขนาดย่อม

 

                      แทนที่จะเอาเตาย่างไฟฟ้าออกมาแต่พจน์บอกว่าก่อไฟแบบนี้ได้บรรยากาศดีออก แถมยังมีไวน์ขวดเบ้อเริ่ม นั่งจิบไปด้วย แกะกุ้งจิ้มน้ำจิ้มแซ๊บๆที่ตะวันทำเอง อร่อยอย่าบอกใคร

 

                     เห็นมั้ย! กว่าจะได้ลงมาหาอะไรกินก็เล่นเอามืด ตะวันหน้าร้อนเมื่อนึกถึงฉากในห้องน้ำ  หลังจากที่นัวเนียถูสบู่ให้กัน อาบน้ำจนสะอาดเรียบร้อย พจน์ก็ลากคนตัวเล็กออกมา แถมยังเช็ดตัวให้ยังกับตะวันเป็นเด็กงั้นล่ะ......

 

                    ฮึ้ย...ขายหน้า...คิดแล้วเสียฟอร์มชะมัด บอกแล้วว่าจะไม่อาบน้ำด้วย โดนเข้าจนได้ แถมยัง........!

 

                   " ตะวัน! " 

 

                " หือ? ครับ....อะไร? "

 

               " นั่งมองกุ้งเฉย เป็นอะไร ไม่หิวรึไง?.....เอานี่" พจน์วางกุ้งที่แกะแล้วลงบนจาน

 

               " กินซะ เดี๋ยวแกะให้ ... เอาปลามั้ย? หรือจะกินปู "

 

              " ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมแกะกินเอง " ตะวันแกะกุ้งตัวโตเนื้อหวานๆ ส่งเข้าปากเคี้ยว อืม...อร่อย ^_^

 

              " น่า นายกินเถอะ ฉันไม่ค่อยหิว  "

 

               " กินแล้วเหรอ ยังไม่เห็นเจ้านายกินอะไรเลย นอกจากไวน์นั่น ท้องว่างเดี๋ยวก็เมาหรอก " 

 

               " รับรองไม่เมา กินรองท้องแล้วเมื่อกี้ "

 

                 ตะวันกัดกุ้งค้าง เมื่อกี้? เมื่อกี้ตอนไหน? อย่าบอกนะเมื่อกี้ที่ว่าน่ะ?...เอ่อ......??

 

                 คำพูดกำกวมฟังเข้าใจยากของพจน์ เล่นเอาตะวันมือสั่น แกะกุ้งไม่เป็นเลย

 

                 พจน์พยายามส่งสายตาชนิดหนึ่งมาให้ คนตัวเล็กก็จงใจไม่มองยังงั้นแหละ

 

                 พอคนตัวสูงกระเถิบเข้ามานั่งจนชิดตะวันก็แกล้งก้มลงมองแต่จานกุ้งเผาตรงหน้านั่นแหละ

 

                 ศรีษะที่เต็มไปด้วยผมหนานุ่มสลวยของพจน์ ค่อยๆโน้มลงมาใกล้จนใบหน้าคมอยู่จนเกือบชิด ตะวันก็แกล้งมองไม่เห็นซะงั้น

 

                    คราวนี้พจน์เอนตัวลงนอนลงหนุนตักซะเลย เล่นเอาตะวันอ้าปากค้าง ทำตัวไม่ถูก

 

                   " เดี๋ยว! จะทำอะไร? ง่วงก็ขึ้นไปนอนบนห้องสิ.."

 

                  " ใครบอกง่วง ยังไม่ง่วงซักหน่อย แบบนี้เขาเรียกว่า แสดงความรัก " พจน์บอกยิ้มๆ นอนกอดอกหนุนตักคนตัวเล็ก ใบหน้าหล่อคมแหงนหงายตาเหลือบมองใบหน้าหวานๆที่ก้มลงมองที่อยู่ไม่ห่าง

 

                   " บ้า! " คนตัวเล็กพึมพำเบาๆ หน้าร้อนวูบวาบ อยากจะขยับลุก แต่ทำไม่ยังนิ่งอยู่ก็ไม่เข้าใจตัวเอง

 

                   " ตะวัน " เสียงทุ้มนุ่มที่เรียกชื่อเบาๆ ทำให้คนตัวเล็กหลับตา รู้สึกกำซาบไปทั้งตัว 

 

                 " ตะวัน " พจน์ยังเรียกเบาๆ คราวนี้ตะวันก้มลงมอง จ้องนิ่งไปที่ตาคมที่พยายามสื่อความหมายให้คนตัวเล็กเข้าใจ ตะวันกลืนน้ำลาย เหมือนจะอ่านความหมายของแววตาคมออก แต่ยังไม่อยากเข้าข้างตัวเอง 

 

                     " ครับ " 

 

                    " ขอแค่วันนี้ได้มั้ย " 

 

                   " หือ?!"

 

                  " วันนี้ตามใจฉันสักวัน...นะ " พจน์นอนหนุนตัก ปลายนิ้วเรียวยาวยกขึ้นสัมผัสริมฝีปากบางๆ ของตะวันอย่างเบามือ 

 

                  " แค่พยักหน้าก็ได้ " น้ำเสียงของพจน์ที่กำกับทำให้คนตัวเล็กพยักหน้าตามอย่างเบลอๆ ก่อนที่พจน์จะยิ้มกว้าง ลุกพลวดขึ้นนั่งอย่างดีใจ ตะวันเริ่มรู้สึกตัวว่าทำอะไรอยู่

 

                  " อย่า..." นิ้วเรียวยาวชี้มาที่หน้าหวานๆ ปากบางๆที่กำลังจะอ้าประท้วงของตะวันต้องหุบลงทันที

 

                " นายพยักหน้ารับแล้ว ตกลงวันนี้ตามใจฉันวันนึง แค่วันเดียวเอง " ร่างสูงขยับรินไวน์ใส่แก้วแล้วยื่นให้ " เอ้า..." 

 

                " ผมไม่กินไม่ได้เหรอ? ผมกินแล้วเลอะนะ? กินเหล้าแล้วผมแปลกๆน่ะ " ขืนกินเข้าไปหลังจากนั้นก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

               " กินเถอะน่า ไม่เมาหรอก นายรู้มั้ยไวน์เนี่ย...ขวดละเท่าไหร่?..."

 

               " ขวดเท่าไหร่?" ตะวันถามพร้อมกับลังเลที่จะดื่ม

 

                " แสน "

 

               " ห๊า!? " ตาโตเบิกกว้าง ยกแก้วไวน์ขึ้นดมก่อนจะจิบช้าๆ หือ? ..หวาน 

 

               งั้นกินนิดเดียวคงไม่เป็นไรมั้ง? 

 

             ไวน์อึกใหญ่ผ่านลำคอช้าๆ มือบางกระดกอีกอึกอย่างติดใจ พจน์มองยิ้มๆ แกะเนื้อปลาขาวๆใส่จานให้ แถมแอบรินไวน์ใส่ แก้วให้คนตัวเล็กไม่รู้กี่รอบ ตะวันกินกุ้ง แกะเนื้อปูกินอย่างอร่อย ไวน์มันทำให้รสชาติอาหารอร่อยอย่างที่เขาบอกไว้จริงๆ 

 

               ทั้งคู่ต่างพูดคุยหัวเราะ เล่าเรื่องตลกในวัยเด็กเล่าสู่กันฟัง จนเวลาผ่านไป 

 

             " อืม? " มือบางยกไวน์ขึ้นจิบ รู้สึกว่าหน้าของพจน์ทำไมมีสองปาก ก็ไม่รู้สึกเมานี่นา แล้วทำไมรู้สึกแปลกๆ

 

             " ตะวัน...ตะวัน..." พจน์ก็นั่งอยู่ใกล้แค่นี้เอง แต่เสียงแว่วไกลๆยังไงชอบกล 

 

               " หือ?... ง่วงแล้ว..เดี๋ยวของีบแป๊บ " คนตัวเล็กลิ้นพันกัน

 

               พจน์กลั้นหัวเราะ มองตะวันที่กินไวน์เข้าไปเกือบหมดขวด พอจะหมดแก้วทีไร มือใหญ่ก็ขยับรินให้อีกจนไม่รู้อีกกี่ครั้ง

 

               คนตัวบางขยับลุก แต่พื้นโลกคงจะเสียสมดุล มันเอียงกะเท่เร่ ทำให้ร่างบางถลาเหมือนนกปีกหัก พจน์คว้าเอวบางไว้ทัน

 

              " ไม่เป็นไร ผมเดินเองได้ พื้นมันเอียง.." ตะวันหัวเราะ มือบางยึดไหล่กว้างของพจน์ไว้ แล้วทำท่าจะยืนหลับเอาดื้อๆ

 

                " ตะวัน!.." พจน์เขย่าปลุก

 

                 " หือ!? " คนตัวเล็กเงยหน้า พยายามถ่างตาที่ดูเหมือนจะหนักลงทุกทีมองหน้าพจน์ ก่อนจะคออ่อนซบหน้าพิงอกกว้าง เล่นเอาคนตัวใหญ่ส่ายหน้าย่อตัวลงอุ้มร่างบางขึ้น

 

                   " เจ้านายตัวโตจัง " ตะวันพึมพำ ยกมือข้างนึงโอบคอพจน์ " กลิ่นก็หอม " แถมคนตัวเล็กยังซุกจมูกเข้าดมต้นคอแกร่ง เล่นเอาพจน์กัดฟัน เหลือบตามองศรีษะเล็กๆที่ซบอยู่ ก้าวยาวๆพาร่างบางในอ้อมแขนขึ้นข้างบน

 

                   " อืมม " พจน์ยืนมองคนตัวบางที่นอนหลับตาเงียบอยู่บนเตียง

 

                   " ตะวัน อย่าพึ่งหลับนะ มาคุยกันก่อน " พจน์ตบเบาๆที่แก้มบาง 

 

                    " ง่วงแล้ว " ตะวันค่อยๆปรือตาขึ้นมอง

 

                     " ยังไม่ให้หลับ " พจน์พูดยิ้ม มองหน้าหวานๆที่แหงนหงาย ก่อนจะก้มลงจูบเบาๆ 

 

                    ริมฝีปากเล็กบางขยับรับจูบดูดดื่ม พลิกลิ้นเล็กๆรับปลายลิ้นใหญ่ของพจน์ที่แทรกเข้าหา ฝ่ามือร้อนผ่าวขยับลูบไล้เอวเล็ก ขยับดึงชายเสื้อยืดแล้วถลกขึ้นเหมือนปอกกล้วย เผยให้เห็นลำตัวขาวๆ บอบบางประดับยอดอกสีสวย ปลายนิ้วใหญ่เรียวขยับปลดกระดุม กางเกงขาสั้นแล้วเกี่ยวรูดออกจากลำขาเพรียว พจน์จัดการปอกเปลือกร่างบางจนตะวันเหลือแต่ตัวล่อนจ้อน

 

                      พจน์ถอยออกมายืนมอง มือใหญ่ไคว้มือถลกเสื้อยืดทิ้ง ต่อด้วยกางเกงขาสั้นใส่สบาย แถมรูดกางเกงในชายออกจากตัวแล้วเขี่ย ทิ้ง ก่อนจะก้าวเข้าหาร่างบางที่ปรือตานอนระทวยอยู่บนเตียง

 

                       คืนนั้นทั้งคืน ตะวันจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรไปบ้าง พูดอะไรไปบ้าง พอตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็ตัวปล่าวล่อนจ้อน นอนกอดกันกลมชนิดเนื้อแนบเนื้อ แถมเนื้อตัวขาวๆ ก็เต็มไปด้วยรอยแดงเป็นจ่ำๆ รู้สึกปวดเอวจนร้าวไปหมด แถมพจน์ยังทำตาวาวๆใส่ มองไปที่พจน์ ทีไร อยากจะถามก็ไม่กล้า กลัวทำหน้าไม่ถูก 

 

                       อย่างตอนนี้ก็เหมือนกัน พจน์ประสานมือบางไว้แน่น แถมดึงไปจูบหลังมือเป็นพักๆ ทำเอาตะวันหน้าร้อนแล้วร้อนอีก

 

                       เอ? เมื่อคืนทำอะไรลงไปหว่า? พจน์ถึงได้ตาวาวดีใจขนาดนี้เนี่ย? 

 

                        อืม? นึกยังไงก็นึกไม่ออก จำได้แต่ว่ากินไวน์เข้าไป หลังจากนั้น....???

 

                        ตะวันนั่งเงียบตลอดทาง พจน์ก็ขับรถเฉยอย่างไม่เดือดร้อน...ทำเอาตะวันหงุดหงิดตัวเอง เมื่อวานหลังจากกินเหล้าแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย? อยากรู้จริงๆเลย ทำไมจำไม่ได้วะ? หงุดหงิด! หงุดหงิด !!!แล้วคนตัวเล็กก็ต้องชะงักความคิด

 

                       " เอ๊ะ?! เจ้านายครับ นี่มันเลยทางเข้าบ้านผม "

 

                     " ใครบอกเลย ยังไม่ถึง " พจน์บอกยิ้มๆ

 

                    " เลยแล้ว ซอยเมื่อกี้ไง เลยมาแล้ว จะไปไหนเนี่ย? " คนตัวเล็กชะเง้อมองไปข้างหลัง ก่อนจะหันกลับมามองหน้าพจน์

 

                    ใบหน้าหวานงอง้ำ เคืองคนตัวใหญ่ที่ชอบเอาแต่ใจจริงๆเลย ตามองออกไปนอกรถกอดอกแน่นไม่พูดไม่จา 

 

                   พจน์มองท้ายทอยเล็กๆแล้วยิ้มบางๆ งอนแฮะ ไม่ขับไปส่งบ้านแค่นี้ งอนได้งอนไป เดี๋ยวจะพูดไม่ออกยิ่งกว่านี้ 

 

                  ตะวันที่กอดอกแน่น นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อรถคันหรูไปหยุดอยู่หน้าประตูเหล็กดัดบานใหญ่  พจน์รอประตูเปิด ก่อนจะบังคับพารถไปจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตะวันค่อนขอดอยู่ในใจ 

 

                   " พาผมกลับบ้านเถอะครับ " 

 

                  " นี่ไงบ้าน " พจน์มองหน้าคนตัวเล็ก

 

                    " ไม่ใช่ ...กลับบ้านผม..นี่มันบ้านเจ้านาย..ผมจะกลับบ้านหลังเล็กของผม.." ตะวันพยายามอธิบาย แต่พจน์กลับยิ้มเฉย

 

                    " งั้นก็ต้องขึ้นไปขนของๆนายกลับไปด้วยน่ะสิ!"

 

                   " ของอะไร "

 

                  " ของใช้ทั้งหมด..ของนายไงตะวัน..ฉันให้คนขนมาไว้ที่นี่หมดแล้ว"

 

                  " หา!? ทำอย่างงั้นได้ยังไง ใครอนุญาต " 

 

                  " ก็นายไง อนุญาตเมื่อวาน " ตะวันอ้าปากค้าง มองหน้าพจน์อย่างไม่เชื่อ 

 

                  " ไม่เชื่อเหรอ? ปะ..ลงไปดู ถ้าไม่เชื่อ " แล้วพจน์ก็เปิดประตูลงไปยืนรอ ทำให้ร่างบางต้องขยับตาม 

 

                 ตะวันวิ่งตามพจน์ที่เดินนำลิ่วไปก่อน แล้วคนตัวเล็กจะชนโครมเข้ากับแผ่นหลังหนาๆอย่างจังเมื่อพจน์หยุดกะทันหันไม่บอกไม่กล่าว ตะวันยืนลูบจมูกเล็กๆหักรึปล่าววะ? อูยย! เจ็บ! " ทำไมหยุด หือ?"  ปากที่กำลังจะโวยวาย ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นพจน์ขยับแขนเกี่ยวคอภีมไว้ ก่อนจะล็อคไว้แน่น

 

                    " คุณภีม" ตะวันงงกับกิริยาบางอย่างของทั้งคู่

 

                   " นายจะรีบไปไหน? วิ่งหนีอะไรมา? ห๊ะ? " พจน์ถามน้องชาย ภีมทำปากชู่วว์...บอกว่าอย่าส่งเสียงดัง

 

                  " หนีแม่มดมาพี่ ...แม่มด..." ภีมพูดพร้อมกับพยายามปลดแขนของพจน์ที่ล็อคคอตัวเองไว้แน่น

 

                  " ห๊ะ!? มาเหรอ?!?" 

 

                 " ก็มาน่ะสิ พี่ปล่อยคอผมเลย พี่มาก็ดีแล้ว รับช่วงต่อเลยนะ แม่มดอยู่บ้านแบบนี้ ผมหนีไปอยู่ที่อื่นดีกว่า" 

 

                 " เมื่อกี้เธอว่าใครเป็นแม่มดยะ!? ตาภีม!..."

 

                  ตะวันหันไปมองทางต้นเสียง ตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อเห็นเจ้าของเสียงพูด บุคคลผู้ซึ่งเคยทำให้ทั้ง พจน์และ ภีม พงษ์สกุลธร กลัวจนวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาแล้ว

 

                    คนตัวเล็กยืนนิ่ง มองสตรีแปลกหน้าอย่างสนใจ เธอคนนี้สวยมากในความรู้สึกของตะวัน ผมซอยสั้นแนบไปกับรูปหน้าเรียวที่ดูแล้วคล้ายทอมบอยนิดๆ ตาโตที่แต่งจนเข้มแต่สวย จมูกรั้นนิดๆปากบางรูปกระจับที่แต่งแต้มด้วยลิปติกวาวๆ ดูอิ่มเอิบ รูปร่างสูงเพรียวดูปราดเปรียว เสื้อแขนยาวคอปาดกว้างจนตกลงเห็นไหล่ขาวๆข้างนึง ดูเซ็กซี่ กางกางยีนส์ฟิตๆสีซีดๆ แนบเรียวขาตลอดความยาวจนเกือบถึงข้อเท้านั้น เต็มไปด้วยเข็มกลัดและรอยขาดเล็กๆที่ตั้งใจทำจนสวย เธอสูงเกือบจะเท่าๆตะวันละมั้ง อ่อ ถ้าไม่มีรองเท้าส้นเข็มแหลมเปี๊ยบนั่นอะนะ

 

            ตะวันชะงักเมื่อตาสบตา  เหมือนถูกตรึงให้อยู่กับที่เมื่อเธอคนนั้นก็ชะงักเอียงคอมอง ก่อนจะค่อยๆก้าวเข้ามาหาตะวันช้าๆ 

 

          ตะวันขมวดคิ้ว เอ?..แววตาแบบนี้มัน?....

 

          เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเข้าหูพจน์ ที่กำลังนัวเนียล็อคภีมไว้จนเกือบลืมตะวันที่ยืนอยู่ พจน์ปล่อยแขนที่ล็อคคอน้องชายกระโดดแพล่วมาดักหน้าไว้ก่อนที่สาวสวยจะเดินถึงตัว ใช้ร่างสูงใหญ่ดันคนตัวเล็กหลบไว้ข้างหลัง

 

           " อาวิกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? " พจน์ถามเพื่อเบนความสนใจ 

 

           " ต๊าย!..ตาพจน์!..ไปทำอะไรมา? ทำไมหน้าคล้ำแบบนี้?" ไม่ถามเปล่า ปลายนิ้วเรียวยาวเล็บตัดสั้น ประดับด้วยสีทาเล็บดำเงาวาว ยกขึ้นแตะแก้มแถมยังจับคางของพจน์พลิกซ้ายพลิกขวามอง

 

            "...หนุ่มหน้าใสหายไปไหน!?..." พจน์ยิ้มนิดๆ มองสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

          วิชิตา พงษ์สกุลธร น้องของพ่อ อาแท้ๆของทั้งพจน์และภีม อายุเท่าไหร่น่ะเหรอ?ไม่ต้องพูดถึง เพราะห่างจากพ่อชนิดพี่ใหญ่กับน้องเล็กเลยละ เกือบๆจะเหมือนลูกของพ่ออีกคนก็ว่าได้  เธอคนนี้เป็นผู้หญิงที่มองความเชื่อและประเพณีเก่าๆโบราณว่าผู้หญิงทุกคนเมื่อถึงเวลาต้องแต่งงานมีลูก นั่งพับผ้าทำความสะอาดบ้าน ต้องทำอาหารอร่อย คอยเอาอกเอาใจสามี พูดน้อย เรียบร้อย สงบเสงี่ยมเจียมตัว

 

            หยุดเลย!!...

 

           ที่ว่ามาทั้งหมดนั่นน่ะ...มันไม่ได้อยู่ในหัวของวิชิตาหรอก!....

 

           วิชิตาเป็นพวกที่มั่นใจในตัวเองสูง แถมยังชอบทำอะไรแผลงๆ น่ากลัวในความรู้สึกของสองพี่น้อง อ้อ!..เมื่อก่อนนะ...สมัยเมื่อตอนที่พจน์กับภีมเป็นเด็กน้อยน่ะ จนนายภีมจำฝังหัว และฉายายัยแม่มด ยัยแม่มด ..ก็ติดปากนายภีม เป็นความลับพูดกันเองแค่สองพี่น้อง

 

                   อาชีพช่างภาพอิสระที่วิชิตาทำ ทำให้เธอไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเขาเท่าไหร่ เธอลุยได้ทุกที่ที่อยากไป แต่พออยู่บ้านก็เปลี่ยนโหมดมาเป็นคุณหนูไฮโซ เธอก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ปวดหัวได้ง่ายๆกับความวุ่นวายของเธอ ทุกๆสองปีจะกลับมาที่นี่สักครั้ง เพื่อเปิดโชว์ภาพถ่ายที่เธอเป็นคนถ่ายกับมือ มีทั้งรูปภาพแปลกๆ และภาพสวยๆจากทั่วทุกมุมโลกที่เธอเป็นคนดีไซน์งานเอง และในแต่ละครั้งก็สร้างความฮือฮา เรียกความสนใจของคนในแวดวงได้เป็นอย่างดีพอขายภาพหมดเธอก็ออกเดินทางท่องเที่ยวอีก เป็นแบบนี้มาตลอด

 

         แล้วครั้งนี้ล่ะ? คอนเซ็ปต์ของวิชิตาจะเป็นแบบไหน เดาไม่ถูกจริงๆ พจน์ภาวนาขอให้มันธรรมดาๆ อย่าได้แหวกแนวเหมือนกับครั้งที่ผ่านๆมาเลยนะ 

 

        " ตาพจน์!?" 

 

       " ครับอา?...อะไรครับ..เมื่อกี้อาวิว่าอะไรนะ?"

 

       " อาถามว่า...นั่นใคร?...." พร้อมกับที่ปลายนิ้วเรียวยาวชี้เข้าที่อกกว้าง ซึ่งก็หมายถึงคนที่อยู่ข้างหลัง

 

        " เลขาผมครับ...ตะวัน " พจน์กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ รู้สึกผิดมหันต์ที่พาตะวันกลับบ้านวันนี้

 

         " อื้อ!..งั้นเหรอ?..." วิชิตาพยักหน้าช้าๆ แล้วยิ้มหวาน เล่นเอาพจน์เสียวสันหลัง 

 

         "ไหนหลบไปซิ!" 

 

          นั่น! เอาแล้วไง!....

 

         ไม่พูดปล่าวมือขาวๆของวิชิตาแตะไหล่หนาๆของหลานชายแล้วกวาดให้พ้นทาง พจน์จำต้องค่อยๆขยับออก มือเล็กนิดเดียวแต่ทำไมมันมีพลังนักวะ! ขัดขืนไม่ได้เลย!.. 

 

          พจน์เหลือบตามองน้องชาย ปากขมุบขมิบ.."ทำไมนายไม่โทรไปบอกวะ!"  ภีมมองแล้วยักไหล่ขมุบขมิบตอบ "ผมจะโทรบอกเฮียแล้ว แต่เฮียไม่เปิดโทรศัพท์เอง..ช่วยไม่ได้.."

 

           ท่าทางของน้องชายกวนโอ๊ยจนพจน์อยากจะ...ฮืมม!! มันน่านัก

 

            ตะวันยกมือไหว้ เมื่อสาวสวยขยับเดินมาหยุดตรงหน้า เพราะฟังจากที่พจน์คุยแล้ว เธอผู้นี้คงเป็นคนสำคัญ 

 

           " สวัสดีจ๊ะ...ตะวันเหรอ?....อาชื่อวิชิตานะ..เรียกอาวิเฉยๆก็ได้ "

 

            " ครับ..!!" 

 

          มือขาวๆของวิชิตาจับปลายคางของตะวันพลิกซ้ายพลิกขวามอง " อื้อฮือ!! น้องทำบุญด้วยรองพื้นรึไงเนี่ย? หน้าถึงได้เนียนขนาดนี้ " แถมวิชิตายังยื่นหน้าเข้ามามองจนชิด จนตะวันได้กลิ่นหอมอ่อนๆ 

 

          " ปากก็แด๊งแดง " ปลายนิ้วของวิชิตาขยับถูเบาๆ ที่ปากบางของตะวัน เล่นเอาพจน์กับภีมสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

          พจน์ขยับตัว " อาครับ..ผมว่า! "

 

          นิ้วขาวๆยกขึ้นแตะปาก " ชู่วว์" พจน์ก็หุบปากจริงๆ 

 

        วิชิตาทำตาวาว จับมือของตะวันไว้แน่น

 

         " ตะวัน..ช่วยอะไรหน่อยสิ!....ช่วยมาเป็นแบบให้อาแป๊บนึงได้มั้ย?..... " 

 

          " แบบ..แบบอะไรครับ?" คนตัวเล็กขมวดคิ้ว

 

         " ถ่ายรูป.. แค่แป๊บเดียวเอง...ถ่ายไม่กี่รูปก็เสร็จ...นะ " วิชิตาทำตาหวาน ตะวันยิ้มกับกิริยาออดอ้อน

 

          ภีมยืนมองเหตุการณ์แล้วนึกขึ้นได้ รีบเผ่นดีกว่า พี่ชายกลับมาแล้วแถมยังหนีบเอาตะวันมาด้วยแบบนี้ หึๆ สนุกแน่!...

 

         " ผมไปก่อนนะ..พี่มาแล้วนี่" ภีมบอกพจน์พร้อมกับขยับตัวเดินไปหารถ " นายจะไปไหน? " "ก็พักร้อนของผมไง พี่ลืมแล้วเหรอ?...ไปล่ะ "

 

         " เดี๋ยวก่อนตาภีม..แล้วเรื่องที่อาขอไว้ล่ะ? " เสียงของวิชิตาตะโกนไล่หลัง ทำให้ภีมหันขวับ

 

         " ไม่ตกลง..เรื่องอะไรที่ผมต้องไปถอดผ้าให้อาถ่ายรูปโป๊..บ้ารึปล่าว?" 

 

          หา!?.....ตะวันตาโต หันไปมองหน้าพจน์ 

 

          " เขาไม่ได้เรียกโป๊..เขาเรียกนู๊ดย่ะ.." 

 

          " เหมือนกันน่ะแหละ จะโป๊หรือจะนู๊ด มันก็ต้องแก้ผ้า ผมไม่เอาด้วยหรอก ขอบาย "  

 

           " แล้วก็อีกอย่างนะอาวิ..ผมเคยสงสัยมาตั้งนาน..ว่าทำไมอาไม่ยอมแต่งงานซักที " ภีมล้วงประเป๋ากางเกง อิงประตูรถมองวิชิตา

 

            " ทำไมยะ? " สาวสวยเท้าสะเอวฉับ

 

            " ก็ไม่มีใครมาขอนะสิ.." 

 

            " ตาภีม!...อีตาบ้า!..มาว่าฉัน.." วิชิตายกมือกอดอกเชิดหน้า "เชอะ!..สวยเลือกได้อย่างฉันไม่ต้องรอให้ใครมาขอหรอกย่ะ" 

 

          " คร๊าบ..คร๊าบ.. กล้าๆอย่างอาน่ะ ชอบใครก็คงเดินเข้าไปหา..แล้วขอเขาแต่งงานเองเลยใช่มั้ย? ..มีอย่างที่ไหนมาบอกให้ผู้ชายแก้ผ้าจะขอถ่ายรูป

ระวังเถ๊อะ! แทนที่เขาจะตอบตกลง เขาจะวิ่งหนีเพราะกลัวความกล้าของอา " 

 

            ภีมยิ้มเมื่อเห็นพจน์เกี่ยวมือตะวันไว้แล้วทำมือบอกใบ้ไม่ให้ส่งเสียง ก่อนจะแอบพากันย่องเงียบแว๊บหายขึ้นข้างบน 

 

           " ย่ะ!...แล้วเธอจะไปไหน? "

 

            " ความลับ...ผมก็มีอะไรที่ผมอยากทำบ้างสิ ผมจะไม่อยู่บ้านสักพักนะคร๊าบ..ไม่ต้องโทรตาม อ้อ! แล้วก็เรื่องถ่ายรูป โป๊บ้าๆอะไรนั่น....

 

           " นู๊ดย่ะ!!

 

           " นั่นแหละ ผมขอปฏิเสธ ไม่เอาด้วยหรอก "  

 

           "  นี่..อาไม่ได้ให้เธอถอดเสื้อผ้าโป๊หมดซะหน่อย แค่โชว์ซิกแพคสวยๆ แบบอาร์ทๆ น่ะ แค่นี้ก็ไม่ได้เหรอ? "

 

            " โน "

           ()_()!

......................................................................................................................................................................................................................................

 

 มีเสียงโวยว่าไรท์ชอบวางระเบิดตลอด ขอโทษนะค้า 

จะพยายามไม่วางระเบิดละ ขอเป็นวางยาแทนละกัน อิอิ

ขอบคุณทุกเม้นน่ารักๆที่ให้กำลังใจ ตอนหน้าจะเป็นของภีมล่ะ 

ใครที่อ่านแล้วชอบช่วยเม้นนิดนึงนะค้า

ขอบคุณค่า 

 

 

 

 

ความคิดเห็น