email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 อย่าเอ่ยถ้อยคำที่ไม่ตรงกับหัวใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 อย่าเอ่ยถ้อยคำที่ไม่ตรงกับหัวใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2561 08:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 อย่าเอ่ยถ้อยคำที่ไม่ตรงกับหัวใจ
แบบอักษร

ตอนที่ 5

อย่าเอ่ยถ้อยคำที่ไม่ตรงกับหัวใจ

องค์ชายสาม "แล้วสิ่งใดคือดีงาม!การกอดกับบุรุษอื่นอย่างนั้นอย่างนั้นหรือ?"

@@@@@@



"ดูท่าเปิ่นหวางคงมาผิดเวลาเสียแล้วกระมัง...คุณหนูหลิงเป่าเป้ย"

สุรเสียงเย็นจากพระอนุชาทำให้หลิงเป่าเป้ยที่กอดพระองค์อยู่ตัวแข็งทื่อ กงหยางเฟยอวี่ตัดสินพระทัยหันกลับมากอดประคองร่างบางให้แนบไปกับพระอุระ ดวงเนตรสีรัตติกาลทอดพระเนตรพระอนุชาก่อนจะตรัสเรียกเช่นยามปกติ

“เทียนเออร์”

องค์ชายสามทอดพระเนตรสตรีในอ้อมกอดพระเชษฐาด้วยแววเนตรแข็งกร้าว สองหัตถ์กำแน่นอย่างพยายามข่มความไม่พอใจ

"ถวายพระพรเสด็จพี่ น้องเสียมารยาทแล้ว ขอประทานอภัยที่เข้ามารบกวน"

"ตามสบายเถิดเทียนเออร์ พี่เพียงมีเรื่องสนทนากับเป้ยเออร์ สักครู่ก็จะกลับแล้ว"

แม้จะสนทนากับพระเชษฐาแต่ดวงเนตรสีเทาหาได้ทอดไปยังพระเชษฐาไม่ องค์ชายสามทอดพระเนตรร่างบางนิ่ง พระพักตร์หล่อเหลาขึ้นสีดำคล้ำ

"คุณหนูห้าตระกูลหลิง เจ้ายังรู้ธรรมเนียมปฏิบัติของแคว้นเมื่อพบหน้าเชื้อพระวงศ์อยู่หรือไม่! เหตุใดจึงกระทำเยี่ยงสตรีไร้ยางอายต่อหน้าเปิ่นหวาง!" องค์ชายสามตรัสด้วยสุรเสียงที่เปี่ยมไปด้วยโทสะ

"เทียนเออร์...สิ่งไหนพอละเว้นได้ก็ละเว้นบ้างเถิดเจ้าไม่เห็นหรืออย่างไรว่าเป้ยเออร์อยู่ในสภาพที่ไม่พร้อม"

โทสะที่มียิ่งพุ่งสูงเมื่อพระเชษฐาออกหน้าแทนสตรีในอ้อมพระอุระ

"เสด็จพี่ถึงกับออกตัวแทนนาง เช่นนี้น้องจะกล้าว่ากล่าวสิ่งใดได้!"

อองตองเม้มปากแน่นเมื่อได้ยินถ้อยคำถากถาง ร่างบางเม้มปากแน่นก่อนจะปล่อยมือจากองค์ไท่จื่อ

"ถวายพระพรหวางเยี่ย หม่อมฉันขอประทานอภัยที่กระทำกริยาไม่เหมาะสมต่อหน้าพระพักตร์เพคะ" ร่างบางหมุนตัวกลับมาพร้อมย่อตัวทำความเคารพแบบเต็มพิธีการ

องค์ชายสามทอดพระเนตรร่างบางที่คุกเข่าลงตรงหน้า น่าตาย! ตระกองกอดบุรุษอื่นหน้าระรื่น ขนาดพระองค์เสด็จมาก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง

"ลุกขึ้นเถิดคุณหนูหลิง เปิ่นหวางรึจะกล้าตำหนิเจ้า!"

ร่างบางค่อยลุกขึ้นโดยมีองค์ไท่จื่อคอยพยุงอยู่ องค์ชายสามทอดพระเนตรการถึงเนื้อถึงตัวของคนตรงหน้าเขม็ง พระองค์ต้องพอพระทัยที่สตรีของพระองค์จับมือถือแขนกับพระเชษฐาใช่หรือไม่! นางไปกินดีหมีหัวใจเสือมาหรืออย่างไรถึงได้กล้ามายั่วโทสะพระองค์!

พระโอษฐ์ที่กำลังจะตรัสวาจาถากถางนิ่งค้างเมื่อพระเนตรสีเทาสบกับดวงตาดอกท้อที่แดงก่ำ องค์ชายสามตกพระทัยเมื่อใบหน้างดงามนั้นเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

"เป้ยเออร์ เหตุใดจึงร้องไห้?" พระหัตถ์หนาประคองใบหน้างดงามขึ้นอย่างลืมพระองค์

"ขออภัยเพคะหวางเยี่ยหม่อมฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนี้!" เมื่อพระหัตถ์หนากอบกุมใบหน้า ร่างบางพลันสะบัดหน้าหนีไปอีกด้านทันที

"เป้ยเออร์นี่เจ้า!" องค์ชายสามใช้สายพระเนตรที่อ่านไม่ออกจ้องนางเขม็ง

องค์ไท่จื่อแปลกพระทัยกับคำเรียกขานที่พระอนุชาใช้กับหลิงเป่าเป้ย เหตุใดเทียนเออร์จึงเรียกขานนางอย่างสนิทสนมอย่างที่ไม่เคยเรียกมาก่อน ผู้ใดในแคว้นเหลียงจะไม่รู้ว่าองค์ชายสามจะเว้นระยะห่างจากหลิงเป่าเป้ยเสมอ แม้แต่คำเรียกขานยังใช้คุณหนูห้าตระกูลหลิงหรือไม่ก็หลิงเป่าเป้ยทุกคำ เมื่อครู่พระองค์มั่นพระทัยว่าได้ยินไม่ผิด พระอนุชาเรียกหลิงเป่าเป้ยว่า ’เป้ยเออร์’

เกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขาที่พระองค์ไม่ทรงทราบใช่หรือไม่...เหตุใดภายในพระทัยจึงสั่นไหว หรือบัดนี้จะมีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนือการคาดเดาของพระองค์!

“ทูลองค์ไท่จื่อ มีเรื่องด่วนพ่ะย่ะค่ะ”

กงหยางเฟยอวี่ไม่ทันได้ตรัสสิ่งใด องครักษ์ส่วนพระองค์ก็เข้ามาถวายรายงานเสียก่อน

                “มีเรื่องใด?”

"ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ องค์หวงตี้ทรงมีรับสั่งให้พระองค์เข้าเฝ้าที่ตำหนักส่วนพระองค์โดยเร่งด่วน"

“เปิ่นไท่จื่อเข้าใจแล้ว ไปได้” เมื่อทอดพระเนตรสีหน้าขององครักษ์ พระองค์ก็ทรงทราบว่าเรื่องนี้คงเร่งด่วนมิใช่น้อย

"เทียนเออร์เสด็จพ่อมีรับสั่งเร่งด่วนพี่คงต้องไปก่อน เจ้าจะออกไปพร้อมกันเลยหรือไม่?"

"เชิญเสด็จพี่เถิดพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อคงต้องการพบเสด็จพี่เป็นการส่วนพระองค์ น้องจำเป็นต้องรั้งอยู่เพราะยังมีเรื่องที่ต้องสะสาง!"

แม้จะตอบคำถามองค์ไท่จื่อแต่สายพระเนตรขององค์ชายสามกลับจ้องมาที่เธออยู่อย่างนั้น จะอะไนกันนักกันหนาเธอทำตัวแทบไม่ถูกแล้ว!

"อย่างนั้นพี่ขอคงต้องไปแล้ว" องค์ไท่จื่อตรัสกับพระอนุชา ก่อนจะหันพระพักตร์กลับมาที่ร่างบางอีกครั้ง

"เป้ยเออร์ รีบกลับเข้าห้องไปพักผ่อนเถิด ดูแลตัวเองให้ดีพรุ่งนี้พี่จะมาเยี่ยมเจ้าใหม่"

"พี่เฟยอวี่อย่าได้เป็นกังวล ทรงมีเรื่องเร่งด่วนก็รีบเสด็จเถิดเพคะ เป้ยเออร์ไม่อยากรบกวนเวลาของพี่เฟยอวี่มาก หากมีปัญหาหรือเกิดเรื่องอันใดขึ้น เป้ยเออร์จะให้เสี่ยวหงรีบไปกราบทูลแน่นอน" อองตองเอ่ยพร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้องค์ไท่จื่อ เธอหารู้ไม่ว่าการแสดงออกและคำเรียกขานระหว่างเธอและองค์ไท่จื่อทำให้พระพักตร์ที่ดำคล้ำขององค์ชายสามยิ่งคล้ำมากไปกว่าเดิม

"ทูลลาเสด็จพี่"

"ทูลลาเพคะ"

"อืม..." กงหยางเฟยอวี่ตอบรับ ก่อนจะหมุนพระวรกายไปพร้อมองครักษ์ส่วนพระองค์

ลับร่างขององค์ไท่จื่อ อองตองก็หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับองค์ชายสาม

"หากหวางเยี่ยไม่มีธุระอันใด ขอพระองค์เสด็จกลับไปเถิดเพคะ หม่อมฉันขอน้อมส่งเสียตรงนี้” ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะหมุนกายจากไปเมื่อทำความเคารพเสร็จ

หมับ!!

ยังไม่ทันก้าวพ้นประตูใหญ่ พระหัตถ์หนาก็คว้าแขนเล็กให้กลับเข้าหาพระองค์เสียก่อน

"ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะหวางเยี่ย! ปล่อย!"

"หึ! เจ้าเรียกสวามีตนเองว่าหวางเยี่ยเรียกแทนตัวเองว่าหม่อมฉัน แต่กลับเรียกชายอื่นว่าพี่แล้วแทนตัวเองว่าเป้ยเออร์ เจ้ากำลังทดสอบความอดทนของเปิ่นหวางใช่รึไม่?" องค์ชายสามใช้สุรเสียงกดต่ำด้วยความไม่พอพระทัย

"หวางเยี่ยได้โปรดอย่าตรัสอะไรส่งเดชเพราะจะเป็นการทำลายชื่อเสี่ยงของเราทั้งคู่ หม่อมฉันเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือนหากผู้อื่นได้ยินเช่นนี้คงดูไม่เหมาะสม" อองตองเชิดหน้าตอบโดยไม่หลบสายพระเนตรดุดันที่มองกลับมา

"ไม่งาม! แล้วสิ่งใดคือดีงาม! การกอดกับบุรุษอื่นอย่างนั้นหรือ ทั้งๆที่เมื่อคืนเป็นเจ้าเองที่เรียกร้องอยู่ใต้ร่างเปิ่นหวาง!"

“หวางเยี่ย!”

“หรือจะให้เปิ่นหวางทบทวนอีกรอบว่าเมื่อคืนเปิ่นหวางกับเจ้าทำอะไรกันบ้าง!"

“ทรงดูถูกหม่อมฉันมากเกินไปแล้วนะเพคะ!" เธอตะคอกกลับร่างสูงอย่างสุดกลั้น จะตอกย้ำอะไรกันนักหนา! ไอ้องค์ชายบ้ากามยามผู้หญิงเขารักล่ะเล่นตัวนักพอเขาไม่สนกลับเรียกร้องความเป็นเจ้าของ ฝันไปเถอะ! อย่าคิดว่าหลิงเป่าเป้ยคนใหม่จะยอมง่ายๆ

“ปล่อยหม่อมฉันเพคะ” อองตองเอ่ยพร้อมสะบัดตัวให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดร่างสูง

"เป้ยเออร์ เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าตอนนี้ ในท้องของเจ้าจะมีองค์ชายหรือองค์หญิงน้อยอยู่" ร่างสูงตรัสขึ้นอย่างเป็นต่อในขณะที่ร่างบางยิ้มเยาะพร้อมยื่นหน้าเข้าไปกระซิบพอให้ได้ยินกันสองคน

"หวางเยี่ยคงลืมไปแล้วกระมังว่าหม่อมฉันเป็นหมอ เพียงยาป้องกันการตั้งครรภ์มีหรือที่หม่อมฉันจะหามันไม่ได้"

"เจ้า...นี่เจ้าถึงกับใช้มัน สตรีมากเล่ห์จิตใจเจ้าทำด้วยอะไร?"

"จิตใจของหม่อมฉันก็ทำด้วยเลือดเนื้อเหมือนหวางเยี่ยอย่างไรเล่าเพคะ เพราะมีเลือดเนื้อหัวใจดวงนี้จึงเจ็บ! เมื่อเจ็บแล้วหม่อมฉันก็ระลึกได้ว่าถึงเวลาที่ควรจะตัดใจจากหวางเยี่ยได้แล้ว จากนี้จะไม่มีหม่อมฉันคอยขัดขวางหวางเยี่ยกับสตรีที่หวางเยี่ยพึงใจ!" แม้จะพูดเองแต่เธอก็รู้สึกเจ็บปวดใจ ไม่รู้ว่าเจ็บเพราะหัวใจเจ้าของร่างเดิมที่รักเขามากหรือเจ็บเพราะเธอพลาดตกเป็นของเขาไปแล้วกันแน่!

"อย่าเอ่ยถ้อยคำที่ไม่ตรงกับหัวใจเป้ยเออร์...หากพูดแล้วเจ็บปวดเจ้าจะพูดมันออกมาเพราะเหตุใด?" ร่างสูงตรัสด้วยสุรเสียงที่อ่อนลงหลายส่วนภายในพระทัยค่อนข้างสับสน เหตุใดนางจึงไม่เหมือนหลิงเป่าเป้ยคนก่อนสักนิด! หากเป็นเมื่อก่อนพระองค์คงไม่ต้องตามมาถึงที่นี่ นางต้องเรียกร้องให้พระองค์ทำตามที่ตกลงกันตั้งแต่ลืมตาด้วยซ้ำ!

คิดอย่างไรพระองค์ก็ไม่เข้าพระทัย เหมือนนางเป็นคนละคน! หลิงเป่าเป้ยผู้นี้ตอบรับสัมผัสปลุกเร้าของพระองค์ได้อย่างน่ารัก ท่าทางขัดเขินดูเป็นธรรมชาติแตกต่างจากช่วงแรกที่นางเป็นฝ่ายเปลื้องอาภรณ์เข้าหา

แท้จริงแล้วเจ้าเป็นอย่างไรกันแน่! หลิงเป่าเป้ย เจ้าคือสตรีกร้านโลกที่เปลื้องอาภรณ์ต่อหน้าบุรุษ หรือเจ้าคือกวางน้อยที่ตอบรับสัมผัสได้อย่างเคอะเขินน่ารักผู้นั้น แต่ไม่ว่านางจะเป็นเช่นไร พระองค์ก็หยุดคิดถึงเรือนร่างเย้ายวนและเสียงเรียกร้องของนาง ไม่ได้สักที!

-จบตอน-​

ความคิดเห็น