facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 ‘เมิน’ หรือ ‘มึน’

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ‘เมิน’ หรือ ‘มึน’

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ต.ค. 2560 17:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ‘เมิน’ หรือ ‘มึน’
แบบอักษร

13

‘เมิน’ หรือ ‘มึน’

นิคาโออยู่ในห้องนอนที่เขายกให้แขกสาวมานานหลายชั่วโมง ค่อยๆ แง้มประตูมองออกไปยังนอกห้อง กวาดสายตามองหาเจ้าของร่างเล็กที่เงียบหายไปเลยหลังจากที่ปิดประตูใส่หน้าเขา ได้แต่หวังว่าเจ้าหล่อนจะไม่คิดสั้นกระโดดตึกหนีไปหรอกนะ


“เธอคงไม่คิดสั้นแบบนั้นหรอกน่านิค” ชายหนุ่มบอกตัวเอง แน่ละ ใครจะกล้าโดดตึกสูงเสียดฟ้าขนาดนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็เถอะ


เมื่อไม่เห็นวี่แววของคนที่กำลังมองหาแม้แต่เงา จึงรีบเดินออกมาสำรวจนอกห้อง เผื่อเธอจะแอบหนีออกไปแล้วจริงๆ จนสายตาไปสะดุดที่โซฟาตัวยาว เนื่องจากมีร่างเล็กนอนคุดคู้อยู่บนนั้นอย่างน่าเวทนา


แม้โซฟาตัวนั้นจะดูกว้างขวางเมื่อเทียบกับขนาดตัวของนิรดาแล้ว แต่ดูท่าหญิงสาวจะนอนอย่างไม่สบายตัวสักเท่าไร ดูจากการที่เธอพลิกตัวไปมา


“แอบมาหลับอยู่นี่เอง” ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างโล่งอก ถ้าหากนิรดาหนีไปได้จริงๆ พวกการ์ดที่คุมอยู่หน้าห้องคงไม่มีชีวิตรอดถึงพรุ่งนี้แน่ โทษฐานที่พวกมันปล่อยให้แม่กระต่ายน้อย (ของเขา) หลุดหนีไปได้


เมื่อเห็นท่านอนไม่สบายตัวของแม่กระต่ายน้อย นิคาโอจึงเดินเข้าไปช้อนตัวหญิงสาวมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง


“หึ สบายเหลือเกินนะแม่คุณ”


ชายหนุ่มว่าสาวร่างน้อยที่นอนแผ่หลาอย่างมีความสุขอยู่บนเตียงเขาอย่างประชดประชัน ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะเป็นเขาที่กำลังจะไม่สบายเมื่อเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งที่เจ้าหล่อนสวมอยู่ร่นขึ้นไปจนเห็นโคนขาอ่อนอยู่รำไร พร้อมกันกับที่ ‘เจ้านิคน้อย’ เริ่มผงาดหัวชูคออย่างสอดรู้สอดเห็น


“ตอนนี้มันไม่ใช่เวลานะเจ้านิคน้อย นี่ดึกแล้ว แกควรจะหลับไปซะ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับปรับเปลี่ยนท่ายืนให้หายใจได้สะดวกขึ้น เนื่องจากเจ้านิคน้อยกำลังโป่งพองจนเจ็บจุกไปทั้งร่าง


ชายหนุ่มพยายามเตือนตัวเองว่าตอนนี้เขากำลังทำตามคำแนะนำของเพื่อนรักที่บอกให้ ‘เมิน’ แม่กระต่ายน้อยแสนเย้ายวนตรงหน้า แม้ไม่รู้ว่าตนเองจะทำตามไปเพื่ออะไร แต่ที่รู้คือทำเพราะอยากจะทำ


“ใจเย็นๆ นิค อย่าให้ความทุ่มเทที่แกทำมาตลอดต้องพังเพียงเพราะผิวขาวๆ ขาเนียนๆ หุ่นน่าขย้ำแบบนี้”


แม้ปากจะปรามตัวเอง แต่ตาคมก็ยังไม่ยอมเชื่อฟัง ยังคงไล่สายตาไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งแสนน่ามองตรงหน้าอย่างละสายตาไม่ได้ และในที่สุด...


“ไม่ไหวแล้วโว้ยยย!”


นิคาโอก้าวขึ้นไปนอนบนเตียงทั้งที่ยังพูดไม่จบประโยคดีด้วยซ้ำ ก่อนจะคว้าคนตัวเล็กมากอดไว้แนบอก แม้อยากจะทำมากกว่านอนกอด แต่เขาก็ไม่เลวถึงขั้นลักหลับผู้หญิง ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะน่าขย้ำมากก็ตาม


“แค่นอนกอดก็เอาวะ” ชายหนุ่มพูดกับตัวเองและพยายามจะหลับตามหญิงสาวในอ้อมแขนไป ถึงจะทำยากเต็มทน เมื่อมีร่างหอมนุ่มนิ่มน่าทำมิดีมิร้ายอยู่แนบชิด ทว่าในที่สุดคนสองคนก็หลับใหลไปในอ้อมกอดของกันและกัน พร้อมกับที่สายใยแห่งความผูกพันเริ่มถักทอขึ้นในใจของแต่ละคนอย่างไม่รู้ตัว


คนที่ตัวเล็กกว่าพยายามจะพลิกตัว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ทำไม่สำเร็จเสียที มิหนำซ้ำเมื่อยิ่งพยายามมากเท่าไร ร่างกายยิ่งขยับเขยื้อนไม่ได้เท่านั้น แถมยังรู้สึกหนักบริเวณหน้าท้องอีกด้วย


‘หรือจะโดนผีอำ’


นิรดาคิดในใจ เพราะตนเคยเป็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้งยามใกล้รุ่งสางตอนที่อยู่ที่บ้าน ทว่า...


‘ที่นี่มันไม่ใช่บ้านเธอยายฝัน!’


“กรี๊ดดด!!!” หญิงสาวกรีดร้องเมื่อรู้ว่าที่ตัวเองพลิกตัวและขยับไม่ได้ไม่ใช่เพราะโดนผีอำ แต่เป็นเพราะไอ้มาเฟียโรคจิตนอนกอดก่ายเธออยู่เสมือนเป็นหมอนข้างส่วนตัวอย่างไรอย่างนั้น


“เอาแขนเอาขายาวๆ ของคุณออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ!” หญิงสาวร้องบอก


ดูเหมือนว่าคนที่ผงกหัวขึ้นมามองอย่างใสซื่อจะยังเมาขี้ตาอยู่ เพราะคำสั่งที่สั่งไปได้ผลตรงกันข้าม มือหนายิ่งกอดรัดแน่นขึ้น


“โอ๋ๆ ฝันร้ายหรือคนดี นิคอยู่นี่แล้ว ไม่ต้องตกใจนะ” นิคาโอปลอบพร้อมกับกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น โดยไม่คิดว่าการกระทำแสนน่ารักของตัวเองจะยิ่งกระตุ้นต่อมโมโหของคนถูกปลอบ


ถ้ามีเพียงการปลอบแสนน่ารักอย่างเดียวจะไม่ว่าเลย แต่นี่อะไร เขาเบียดสะโพกเข้าหาจนอะไรบางอย่างของเขาที่กำลังตื่นพร้อมเธอหรืออาจจะก่อนแนบชิดกับหน้าท้องเสียจนจะรวมร่างกันได้อยู่แล้ว และบอกได้เลยว่ามันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว


“อ่า...รู้สึกดีเป็นบ้า” คนที่นอนหลับตาพริ้มครางออกมาอย่างมีความสุข เมื่อตัวเขาได้สัมผัสกับเนื้อตัวนุ่มนิ่มของคนในอ้อมกอด ถ้ารู้ว่าจะรู้สึกดีแบบนี้ เขาไม่มีทางทำตามแผนการของเพื่อนรักหรอก


นิคาโอรู้สึกเสียดายเวลาตลอดทั้งสัปดาห์ที่เขาหายหน้าหายตาไป ถ้าเอาเวลาตอนนั้นมาทำแบบนี้คงดีไม่หยอก แม้จะไม่ได้กินเธออย่างที่ใจหวัง แต่อย่างน้อยก็ได้แทะเล็มพอประทังความหิวลงไปบ้าง


ทว่าความรู้สึกดีเมื่อครู่ก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อความรู้สึกเจ็บแสบที่บั้นเอวอย่างกับถูกผึ้งต่อยมาแทนที่ แม้เขาจะไม่เคยถูกผึ้งต่อย แต่เขารู้ว่าต้องเจ็บมากเหมือนตอนนี้แน่


“โอ๊ยยย!!!” ความง่วงงุนเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้งทันทีเมื่อมีความเจ็บมาเยือน “คุณหยิกผมทำไมเนี่ย!”


“หยิกมันยังน้อยไป” ปากตอบคำถาม แต่มือก็ยังมิวายบิดเอวเขาไม่ยั้งต่อไป ก่อนจะขยายความให้คนนิสัยเสียได้รู้ว่าโทษของเขาอยู่ในสถานใด


“คนอย่างคุณมันน่าฆ่าให้ตายนัก ไอ้คนฉวยโอกาส”


“ผมยอมแล้วที่รัก...ผมยอมแล้ว”


คนตัวโตร้องบอกอย่างอ้อนวอนและสำนึกผิด พร้อมกับชูมือชูขาแสดงอาการยอมศิโรราบแต่โดยดี แต่เหมือนว่าแม่คุณจะยังไม่พอใจ เพราะยิ่งเขาอ้อนวอนเท่าไร แรงบิดก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น


“ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์ บิดขนาดนี้แหกโค้งตายแล้วนะที่รัก” เขาอธิบายอย่างใจเย็น เธอไม่รู้รึไงว่าตอนนี้น้ำตาเขาเล็ดแล้วนะ ตอนถูกยิงยังไม่เจ็บขนาดนี้เลย


“ผู้ชายอย่างคุณมันมารยา สร้างภาพ นิสัยเสีย ไม่น่าเอามาทำพันธุ์สักนิด” นิรดาต่อว่าอย่างมีอารมณ์ ไม่ใช่แค่โมโหเรื่องเมื่อครู่ที่ถูกคนฉวยโอกาสลวนลาม แต่หญิงสาวกำลังโยงไปถึงเรื่องเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เคยถูกกระทำจากผู้ชายคนเดียวกัน


“คุณก็ไม่คิดเอาผมทำพันธุ์อยู่แล้วนี่” นิคาโอตอบกลับอย่างมีอารมณ์เมื่อนึกถึงความจริงข้อหนึ่ง “ผัวคุณก็มีอยู่เป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว ผมมันก็แค่ผู้ชายแอบชอบเมียชาวบ้าน”


“ฉันไม่นับผู้ชายแบบนั้นเป็นสามี!” คนที่ถูกแขวะยังคงจ้องเขม็งและตอบโต้อย่างมีอารมณ์แบบไม่มีใครยอมใคร แต่หญิงสาวลืมคิดไปว่าผู้ชายที่นิคาโอหมายถึง กับผู้ชายที่เธอหมายถึงมันคนละคนกัน นั่นจึงเท่ากับว่าเป็นการเปิดโอกาสให้มหาโจรเสียอย่างนั้น


“คุณเลิกกับมันแล้ว?” มหาโจรถามอย่างมีความหวังขึ้นมา อารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครู่แทบจะหายไปหมด หัวใจกระหน่ำเต้นอย่างรอคอยคำตอบ


“ฉันไม่เคยคิดจะคบกับคนนิสัยเสีย” นิรดาตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ กว่าจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปก็ถูกคู่สนทนาสวมกอดเสียแล้ว


“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ” คนถูกรัดแน่นประท้วง แต่ก็ไม่เป็นผลเท่าไร


“แสดงว่าคุณยังโสดใช่ไหมที่รัก” นิคาโอไม่สนใจคำสั่งเสียงอู้อี้นั่นแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เขากำลังดีใจที่นิรดาไม่มีพันธะใดๆ อย่างที่เธอเคยบอกเมื่อคราวก่อน จนทำให้เขาต้องอุตริทำตามคำแนะนำของเพื่อน


ถ้าไม่มีการปะทะอารมณ์รับอรุณตอนนี้ เขาคงต้องเป็นคนบ้าที่แอบชอบเมียชาวบ้านต่อไป แม้หญิงสาวจะเคยแต่งงานหรือมีสามีมาแล้วเขาก็ไม่สนใจ เพราะสิ่งที่สนใจมากกว่าคือความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอ แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน แม้แต่พวกลูกหลานตระกูลดังที่พยายามสานสัมพันธ์กับเขา แต่เขาให้พวกหล่อนได้เพียงแค่ความสัมพันธ์ชั่วคราวบนเตียงเท่านั้น


เขายอมรับอย่างลูกผู้ชายเลยว่าชอบนิรดาตั้งแต่แรกเห็น ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างทำให้ไม่อยากปล่อยมือจากเธอ แม้เจ้าตัวจะร่ำร้องมากเพียงใดก็ตาม ทว่านี่เป็นโอกาสที่เขาจะเก็บเธอไว้ข้างกายได้ตลอดไป และเขาก็จะคว้ามันไว้แน่นอน

“คุณว่าไงนะ”


หญิงสาวผละออกจากอกแกร่งสำเร็จ และถามออกไปเนื่องจากไม่เข้าใจคำถาม แต่เมื่อคิดทบทวนบทสนทนาเมื่อครู่ก็รู้สึกว่าตัวเองพลาดเสียแล้ว การที่สติหลุดต่อว่าเขา กลับกลายเป็นทำให้นิคาโอเข้าใจผิดคิดว่าเธอเลิกกับ ‘สามี’ ในความคิดของเขาเสียอย่างนั้น


นิรดาพอจะดูออกว่านิคาโอสนใจอะไรบางอย่างในตัวเธอ แต่หญิงสาวก็พยายามที่จะถอยห่างออกมาให้มากที่สุด เพราะไม่อยากจะข้องแวะกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องลูก


แต่เหมือนยิ่งถอยห่างออกมาเท่าไร ชายหนุ่มก็ยิ่งรุกหนักกว่าเดิม และสิ่งที่ชายหนุ่มพูดต่อมายิ่งทำให้เธอแน่ใจว่าพลาดไปแล้วจริงๆ


“คุณเลิกกับสามีแล้ว แสดงว่าคุณไม่มีพันธะ ซึ่งนั่นหมายถึงผมมีโอกาส” นิคาโอย้ำ


“ฉันไม่เคยพูดแบบนั้น” นิรดาบอกปัด แต่เหมือนว่าอีกคนจะไม่ยอมฟังแต่อย่างใด


“ไม่เป็นไรที่รัก ผมรอคุณได้”


ชายหนุ่มคิดว่าที่คนตัวเล็กบอกปัดไปแบบนั้น เพียงเพราะเจ้าหล่อนยังไม่ทันได้ตั้งตัว และเขาเองก็อาจจะรุกเร็วไปหน่อย ทว่าเขาพร้อมจะรอได้เสมอ เพียงเธอให้โอกาส


หญิงสาวไม่ได้พูดอะไรออกไปหลังจากนั้น มีเพียงนิคาโอที่พูดอยู่ฝ่ายเดียว ก่อนจะตั้งสติได้เมื่อเขาดันให้เธอเดินไปทางห้องน้ำ


“คุณจะทำอะไร” นิรดาถามออกไปอย่างระแวง เพราะขึ้นชื่อเรื่องมือไวใจเร็วต้องยกให้ผู้ชายคนนี้


นิคาโอยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นสีหน้าไม่ไว้ใจของอีกฝ่าย จึงอธิบายให้คนขี้ระแวงคลายใจ “คุณอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวผมจะออกไปเตรียมอาหารไว้รอ”


“เอ่อ...เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ”


หญิงสาวชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตอบรับอย่างว่าง่าย เพราะการที่อยู่ใกล้เขาเพียงไม่กี่วัน ก็พอจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ชอบให้ใครขัดใจ และเธอเองก็ไม่อยากเอาความปลอดภัยของตัวเองไปเสี่ยงเช่นกัน


เมื่อหญิงสาวตกลง เขาจึงดันเธอเข้าไปในห้องน้ำและปิดประตูให้อย่างเบามือเสร็จสรรพ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้อง ตรงไปยังครัวด้านนอกที่คนอย่าง นิคาโอ เบคเค็ตต์ คิงส์ตัน ไม่เคยคิดแม้แต่จะย่างกรายเข้าไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา


ใครจะเชื่อว่ามาเฟียหนุ่มที่ได้รับฉายาทางธุรกิจว่า เจ้าพ่อแห่งท้องทะเล จะเข้าครัวทำอาหารให้ผู้หญิงลิ้มรส แม้แต่ผู้หญิงที่เขารักที่สุดในโลกอย่างมาดามอารีน่า มารดาสุดที่รักของเขา เขายังไม่เคยทำให้กิน แต่ผู้หญิงคนนี้ที่เพิ่งเข้ามาในชีวิตเขาเพียงไม่กี่วันกลับได้รับสิทธิพิเศษนี้


นิคาโอเคยเรียนทำอาหารตอนไปเรียนอยู่ที่อเมริกาตามนิสัยคนที่ชอบเรียนรู้ทุกอย่างรอบตัว และแน่นอนว่าชายหนุ่มไม่เคยทำให้ใครกิน นอกจากตัวเอง และนี่จะเป็นครั้งแรกที่เขายอมลงมือและลงทุนเพื่อหญิงสาวที่เขาหมายปอง เพียงเพราะต้องการให้เธอประทับใจ


หากเพื่อนรักอย่าง รอสส์ โอลิเวียรา ทาดิโอ ได้รับรู้เรื่องราวชวนเลี่ยนนี่เข้า มันคงหัวเราะเยาะและไม่มีทางเชื่อหูอย่างเด็ดขาด ดีไม่ดีเจ้าเพื่อนรักอาจจะกล้าเอาธุรกิจของมันเข้ามาเดิมพันเสียด้วยซ้ำ เมื่อคิดเช่นนั้นเขาจึงไม่รอช้าที่จะต่อสายไปหาเพื่อนสนิท


“ว่าไงเพื่อน” คนปลายสายตอบกลับมาเสียงงัวเงีย “มีอะไรถึงโทร. หาฉันแต่เช้า”


“แผนการเมินของนายมันไม่เวิร์กเลยว่ะรอสส์” นิคาโอบอกอย่างไม่สนใจเสียงงัวเงียของอีกฝ่าย แม้จะรู้ว่าเป็นการโทร. ไปรบกวนเพื่อนก็ตาม


คนปลายสายไม่เข้าใจ “แผนการเมินอะไรของแกวะนิค”


“ก็แผนที่แกให้ฉันเมินใส่นิรดาอย่างไรเล่า” ชายหนุ่มขยายความอย่างหมั่นไส้เพื่อนที่เข้าใจอะไรยากเสียเหลือเกิน ทั้งที่เป็นคนคิดแผนการนี้ขึ้นมาเองเสียด้วยซ้ำ แต่กลับทำเป็นลืมไปได้


“นี่แกทำมันจริงๆ น่ะเรอะ” รอสส์ถามออกไปอย่างตกใจ ความงัวเงียเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อรู้ว่า ‘แผนการเมิน’ ที่เพื่อนรักพูดถึงนั้นคืออะไร


“เพราะฉันเชื่อใจแกไงรอสส์”


คนได้รับความไว้วางใจตบหน้าผากตัวเองอย่างหมดสภาพ ไม่อยากจะเชื่อว่าไอ้มาเฟียผู้เก่งกาจในเรื่องธุรกิจจะสมองทึบเรื่องผู้หญิงขนาดนี้ วันนั้นเขาเพียงประชดมันไป เพราะเห็นสภาพหมดอาลัยตายอยากของมัน แต่ก็ไม่คิดว่าคนฉลาดอย่างนิคาโอจะบ้าจี้ทำตาม แถมผู้หญิงคนนั้นยังมีสามีแล้วอีกต่างหาก แล้วไอ้เพื่อนตัวดีจะไปเมินเขาทำไม แต่เท่านั้นยังดูเหมือนจะไม่เป็นที่พอใจของเจ้าพ่อแห่งท้องทะเล


“ตอนแรกฉันก็กะเมินเขานั่นแหละ แต่ไอ้ขาวๆ อวบๆ เนียนๆ ทำฉันน้ำลายสอ...”


“นี่แกอย่าบอกนะว่า...” รอสส์ทะลุขึ้นมากลางปล้อง เริ่มจะเดาทางนิคาโอได้เพราะรู้ว่าเพื่อนรักแพ้ทางสิ่งไหน


“ไอ้ขาวๆ อวบๆ เนียนๆ ทำฉันตบะแตก”


“แกปล้ำเขา!” ชายหนุ่มอุทานออกมาอย่างตกใจ


“ทำไมแกไม่ฟังฉันพูดให้จบก่อนวะรอสส์” นิคาโอต่อว่าอย่างเอือมระอา เพราะเจ้าเพื่อนรักเป็นกระต่ายตื่นตูมเสียเหลือเกิน แถมยังชอบขัดอยู่เรื่อย


“งั้นแกก็รีบเล่ามาสิ” รอสส์เริ่มเร่งเพราะอยากรู้ตอนต่อไปใจแทบขาด ประหนึ่งกำลังตั้งตารอดู บิ๊กบอส ซีรีส์ดังของเกาหลีใต้ เห็นแม่กวางน้อยของเขาชอบดู แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเขาเสียเองที่ติดงอมแงม


“ถ้าแกไม่ขัดฉัน ป่านนี้คงรู้เรื่องไปแล้ว” นิคาโอแขวะก่อนจะเล่าต่อ ทว่ามือที่ว่างก็เปิดตู้เย็นสำรวจอาหารสดที่พอจะนำมาประกอบอาหารให้คนในห้องรับประทานได้อย่างไม่ให้เสียเวลา


“ฉันจะไม่รบกวนแกแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ”


“ดูแกจะอยากรู้เรื่องของฉันเหลือเกินนะ” มาเฟียหนุ่มแขวะเพื่อนอีกครั้ง เมื่อได้ยินคำพูดกระตือรือร้นอยากรู้ของอีกฝ่าย


“ฉันยินดีวางสายเสียตั้งแต่ตอนนี้” รอสส์ประชด แม้จะอยากรู้เรื่อง (คนอื่น) ใจแทบขาด


“ติดหญิงไม่พอ ยังติดนิสัยขี้งอนแบบผู้หญิงมาอีกรึเพื่อนฉัน”


“ถ้าแกยังไม่หยุดแขวะฉัน ภายในสามวินาทีแกจะไม่ได้ยินเสียงฉันอีก หนึ่ง สอง...”


“โอเคๆ ฉันเล่าแล้ว คืออย่างนี้...”


ยังนับไม่ถึงสามนิคาโอก็รีบเล่าเรื่องที่ค้างอยู่ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ให้เพื่อนฟัง และนั่นสมใจรอสส์ยิ่งนัก แต่ถึงอย่างไรถ้านับถึงสามแล้วเจ้าเพื่อนตัวดียังไม่ยอมเล่าเรื่องของมันเสียที อย่าคิดเลยว่าชาตินี้...เขาจะยอมวางสาย เขาจะอ้อนวอนจนมันยอมเล่านั่นละ เมื่อกี้ก็เป็นเพียงมารยาเล่มหนึ่งจากร้อยเล่มเกวียนที่ยืมจากแม่กวางน้อยของเขามาใช้ และก็ได้ผลเสียด้วยสิ


“ฉันนับถือแกจริงๆ ว่ะนิค” รอสส์เอ่ยปากหลังฟังเพื่อนเล่าเหตุการณ์เมื่อเช้าให้ฟังจนจบ


“ที่ฉันไม่จับนิรดาปล้ำน่ะเรอะ” ชายหนุ่มถามก่อนจะพูดต่อ “ฉันเองก็นับถือตัวเองจริงๆ ว่ะ ไม่รู้ทนไปได้ยังไงทั้งที่เนื้อตัวนุ่มนิ่มนั้นน่าขย้ำเสียยิ่งกว่าอะไร”


“ฉันหมายถึงความหน้าด้านของแกต่างหากนิค!” 


===========================================================================


ตอนนี้มีหนังสือวางแผงตามร้านหนังสือทั่วประเทศแล้วนะคะ 

ฝากพาน้องซีนกลับบ้านด้วยค่า


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว