ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 22 ความพยายามที่สูญเปล่า

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 ความพยายามที่สูญเปล่า

คำค้น : สืบสวน , โคนัน , จอมโจรคิด , กองปราบ , กองปราบฯ , กองปราบปราม , ตำรวจ , โจร , ไทย , ประเทศไทย , ตลก , กวน , ป่วน , แสบ , ฮา , บ้าบอ , แก๊ง , โรบินฮู้ด , เก่ง , ขโมย , รหัส , ปริศนา , เงื่อนงำ , ก่อการร้าย , ระเบิด , ตื่นเต้น , ระทึก , ตาย , แอคชั่น , บู๊ , เลือด

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 552

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ย. 2560 22:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 ความพยายามที่สูญเปล่า
แบบอักษร

ตอนที่ 22 ความพยายามที่สูญเปล่า

“น้องชาย... กล่าวหากันแบบนี้ กลับไปเตรียมรับหมายศาลอยู่ที่บ้านดีกว่า แค่ข้อหาบุกรุกยังไม่พอใจใช่ไหม?”

คำพูดของธนูก่อให้เกิดเสียงหัวเราะดังตามมาจากผู้ถูกพาดพิงถึง สีหน้าของโชคชัยในเวลานี้ดูจะสุขุมเยือกเย็นขึ้น ดวงตาที่เคยดุดันเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ออกมาจากปากของธนูนั้นไม่ถูกต้อง

...คนคนนั้นอาจแค่ผ่อนคลายลง หลังได้รับฟังสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามล่วงรู้มาก็ได้!

“แน่ใจหรือครับว่า คนรับหมายศาลคือผม?” ธนูหัวเราะสวนขึ้นมาบ้าง ก่อนจะเริ่มต้นอธิบายเหตุผลของท่าทีดุจผู้มีชัยของตัวเอง

“จริงอยู่ที่คุณอาจจะไม่เคยมีปัญหา หรือไม่เคยรู้จักกับผู้หญิงสองคนนั้น แต่ในฐานะมือขวาของลูกชายเจ้าพ่อแก๊งค้ายาเสพย์ติดรายใหญ่จากไต้หวัน คุณคงไม่นิ่งดูดายที่จะช่วยให้ความประสงค์ของคนเป็นนายบรรลุเป้าหมาย ในเมื่อผู้หญิงสองพี่น้องนั่นรวมทั้งแม่ของพวกเธอ เป็นศัตรูคู่อาฆาตของผู้หญิงที่เป็นคนรักของคุณหลี่ เหวิน นายของคุณ”

คราวนี้คำพูดของธนูก่อให้เกิดเสียงหัวเราะ ดังมาจากผู้ที่ถูกเอ่ยนามปิดท้ายประโยค

“ใครกันหรือครับ ผู้หญิงที่เป็นคนรักของผมคนนั้น?” หลี่ เหวินถามขึ้นยิ้มๆ เหมือนข้อสรุปของธนูไม่ได้เฉียดเข้าใกล้แผลเป็นของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

“หรือคุณจะบอกว่าคุณไม่เคยรู้จักทันตแพทย์หญิงรจเลข รัตนธนาพรชัยกุล?” สายสืบหนุ่มประจำกองปราบปรามพูดชื่อ – นามสกุลอันยืดยาวของบุคคลที่ 2 ได้โดยไม่ติดขัด ราวกับจดจำมันได้อย่างขึ้นใจ

“ผมไม่เคยรู้จักเธอ” นักธุรกิจหนุ่มหน้าหล่อจากไต้หวันยืนยันคำตอบเดิมของตัวเอง ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดนั้น

“คุณแน่ใจหรือครับว่าคุณไม่รู้จัก รวมทั้งไม่เคยเห็นคุณหมอรจเลข กับเหยื่อทั้ง 4 คนที่ต้องมาตายเพราะคำสั่งเอาใจคนรักของคุณ ทั้งคุณสมหญิง คุณอรวรรณ คุณอรัญญา คุณเอกวัฒน์ 2 ใน 4 คนนี้ ตรวจพบสารแอมเฟตามีน ส่วนประกอบของยาบ้าในร่างกายด้วย... นั่นน่ะเป็นสินค้าของคุณไม่ใช่หรือครับ?” ธนูยังคงตั้งคำถามยียวนกวนประสาทอีกฝ่ายต่อไป หมายรวมถึงรอยยิ้มที่ผุดพรายบนใบหน้าของเขาด้วย

“ผมไม่รู้จักทุกคนที่คุณพูดมา อย่าเอาข้อหาสกปรกๆ ของคุณมาป้ายให้ผมจะดีกว่า ผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดทั้งคดีบุกรุก แล้วก็คดีหมิ่นประมาทด้วย!” หลี่ เหวินเริ่มแสดงอาการโมโหขึ้นมาอีกครั้ง ยิ่งทำให้ธนูลอบยิ้มด้วยความพอใจ

...เขาคงเป็นบ้าไปแล้วที่รู้สึกยินดีกับการได้ยินคำพูดนั้น!

“ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยยืนยันกับพยานบุคคลของผมอีกครั้งด้วยนะครับ เพราะเธอเป็นคนพาผมเข้ามาที่นี่ เพื่อจะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้กับคุณซึ่งเป็นคนรักของเธอ”

ไพ่ตายใบสุดท้ายของธนูถูกเปิดออก พร้อมการปรากฏตัวจากเงามืดภายในโกดังของทันตแพทย์สาวที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้

“คุณรจ!!”

น้ำเสียงของหลี่ เหวินแสดงออกถึงอาการตกใจสุดขีด พอๆ กับใบหน้าของชายหนุ่ม ตรงข้ามกับสีหน้าท่าทางของหญิงสาวอดีตคนรักซึ่งฉาบไปด้วยน้ำตาและความผิดหวัง

เพียะ!

ใบหน้าของหลี่ เหวินหันไปตามแรงฝ่ามือของรจเลข เสียงฟาดแก้มนั้นดังชนิดที่ทุกคนตรงนั้นรู้สึกเจ็บแทน และถึงขั้นที่ธนูสามารถคำนวณค่าความเจ็บปวดออกมาได้ว่า อยู่ในระดับที่มากกว่าแรงตบของบัวบกหลายขุมนัก

“คุณรจ! ฟังผมก่อน  ผมทำทุกอย่างเพื่อคุณนะ” ชายหนุ่มพยายามอธิบายการกระทำของตัวเอง แต่มันคงสายเกินไปเสียแล้ว

“คุณทำเพื่อตัวเองต่างหาก ฉันจะไปมอบตัวกับตำรวจ!” หญิงสาวสวนขึ้นอย่างโกรธๆ เธอสะบัดหน้าหนี และตั้งใจจะเดินจากไปโดยไม่หวนกลับมาอีก ถ้าไม่ถูกอีกฝ่ายรั้งข้อมือเอาไว้เสียก่อน

“ผมจะไม่ยอมให้คุณทำแบบนั้นเด็ดขาด แล้วก็จะไม่ให้คุณไปไหนด้วย!”

ข้อมือของรจเลขถูกเขารั้งเอาไว้ และเมื่อไม่ได้ผล ร่างบางๆ เล็กๆ ของเธอก็ถูกรั้งเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วย แม้ว่าหญิงสาวจะดิ้นรน ทั้งทุบทั้งถองอดีตคนรักอย่างไม่มีการออมแรงเลยก็ตามที

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ นับจากนี้เราคือคนที่เคยรู้จักกัน คุณเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือไง!”

คำพูดของรจเลขเสียดแทงทั้งหัวใจของเธอ และหัวใจของเขาไปพร้อมๆ กัน

“คุณตำรวจคะ! ช่วยจับดิฉันไปทีเถอะค่ะ ดิฉันเป็นคน... อื้อๆ ๆ!!”

เมื่อไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองให้หลุดพ้นไปจากพันธนาการของชายหนุ่มได้ รจเลขก็หันไปขอความช่วยเหลือจากเอกพล รวมไปถึงตำรวจชั้นประทวนทั้งหลายที่กำลังยืนดูนิยายรักฉบับละครโทรทัศน์กันอย่างไม่รู้จะทำประการใดดี เธอยอมทำทุกวิถีทาง แม้กระทั่งการสารภาพความผิดที่ตัวเธอเคยปฏิเสธมันมาตลอด แต่นั่นเองที่ทำให้หลี่ เหวินตัดสินใจล็อคคอและปิดปากเธอไว้ด้วยมือแข็งแรงของเขา

...เวลานี้รจเลขรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในสภาพตัวประกันของอาชญากรข้ามชาติ ไม่ใช่คนรัก หรือแม้แต่อดีตคนเคยรักของเขา

“คุณหลี่ เหวินทำแบบนี้ คุณจะถูกแจ้งข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพิ่มอีกกระทงนะครับ” เอกพลพยายามเกลี้ยกล่อมว่าที่ผู้ต้องหาด้วยวาจา ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมที่จะเล็งปืนในมือไปที่อีกฝ่ายด้วย

“ผมไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วคุณรจก็ไม่ได้ทำอะไรผิดด้วย!”

นอกจากแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ให้ตัวเองแล้ว หลี่ เหวินยังมีแก่ใจแก้ข้อกล่าวหาให้อดีตคนรักของเขาด้วย

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปให้ปากคำกับตำรวจแต่โดยดีสิครับคุณ ไม่เห็นจะต้องทำท่าคลุ้มคลั่งเหมือนเมายาบ้าของตัวเองแบบนี้เลย” ธนูพูดพร้อมกับย่างสามขุมเข้าไปหาหลี่ เหวิน ราวกับไม่เกรงกลัวต่อความตายใดๆ แม้แต่กระบอกปืนนับสิบที่แอบซ่อนอยู่รอบตัว

“พวกแกมัวยืนเซ่ออะไรอยู่!”

ทันทีที่ถูกกระตุ้นเตือนจากผู้เป็นนาย บรรดาลูกสมุนทั้งหลายก็ได้สติกราดปืนยิงใส่ธนู เสียงดังหูดับตับไหม้ไปทั้งโกดัง หากแต่กระสุนนัดที่เล็งเข้าเป้าอย่างจัง กลับทำร้ายได้เพียงสูทกันกระสุนของธนูเท่านั้น

“เตรียมค่าตัดสูทกันกระสุนตัวใหม่ไว้จ่ายผมด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะฟ้อง” ไอ้หนุ่มคอสเพลย์เลียนแบบคำพูดของอีกฝ่าย ระหว่างที่ยังคงเดินย่างสามขุมเข้าไป แม้กระสุนบางนัดจะเฉี่ยวถูกใบหน้าของเขาด้วยก็ตาม

แต่แล้ว... ก่อนที่เขาจะทันได้ประชิดตัวเป้าหมายอย่างที่ตั้งใจไว้

“จะทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนนะน้องชาย คนของเธออยู่กับพวกฉันถึง 2 คนแบบนี้น่ะ”

คำพูดของนายแพทย์โชคชัยหยุดฝีเท้าของธนูไว้ได้ในทันที เป็นเวลาเดียวกับที่วงล้อมของพวกมันแหวกออก เผยให้เห็น 2 ตัวประกันอย่างอริศราและพงศ์ ซึ่งทั้งคู่ถูกเชือดมัดมือ กับมีผ้าผูกปากไว้อย่างแน่นหนา โดยพงศ์นั้นมีบาดแผลแตกที่ศีรษะ รวมไปถึงมีเลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนทั้งใบหน้า ร่างกาย และเสื้อผ้าชุดยูนิฟอร์มประจำบริษัทแห่งนี้ของเขาเต็มไปหมด

“อ้อ!! พี่พงศ์!!”

“พงศ์!! ยัยอ้อ!!”

ทั้งธนูและเอกพลเรียกชื่อทั้งสองคนเสียงดังประสานด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกตนจะต้องกลายมาเป็นฝ่ายจนแต้มเพราะสาเหตุนี้

“ผู้กอง... คุณธนู... ผม... ขอโทษครับ” พงศ์มองสองหนุ่มสีหน้าสลด เวลานี้เขาไม่ได้สนใจสภาพร่างกายของตัวเองเลยแม้แต่น้อย นอกจากจมอยู่กับการเฝ้าคิดวนเวียนโทษว่า นี่คือความผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัยได้ซ้ำไปซ้ำมา

“ในที่สุดก็โผล่หางดำๆ ออกมาแล้วสินะ” ธนูกัดฟันกรอด พร้อมกับจ้องหน้าโชคชัยด้วยความคับแค้น เขาไม่ได้ลืมคิดถึงเรื่องนี้ เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะตลบหลังพวกตนเร็วเช่นนี้

“ผมแค่ปกป้องคุณเหวินจากคำให้ร้ายของพวกคุณ กรุณาพูดจาให้เกียรติกันด้วย” โชคชัยยังคงตอบโต้ด้วยสีหน้าอันสงบนิ่งอย่างผู้กำชัยชนะในตอนท้ายเรื่อง แต่ไม่ทันที่ธนูจะได้ตอบโต้กลับ

“โอ๊ย! คุณรจ นี่คุณกัดมือผมทำไม!?”

เสียงร้องของหลี่ เหวินเรียกให้ทุกคนหันขวับไปมองชายหนุ่ม ซึ่งกำลังสลัดมือข้างที่เคยใช้ปิดปากหญิงสาวคนรัก เวลานี้ริมฝีปากของเธอเป็นอิสระพอที่จะพูดในสิ่งที่ควรพูดได้แล้ว

“ปล่อยน้องอ้อ แล้วก็คุณตำรวจคนนั้นด้วย ฉันขอแลกชีวิตของฉันกับพวกเขา” รจเลขโพล่งขึ้นเสียงดัง ดวงตาคู่สวยที่จ้องมองอดีตชายหนุ่มคนรักนั้นมั่นคง เด็ดเดี่ยว ทว่าว่างเปล่าเสียจนอีกฝ่ายอดสะท้านสะเทือนไปทั้งหัวใจไม่ได้

“คุณพูดอะไรน่ะคุณรจ ผมจะไปฆ่าคุณได้ยังไง!” หลี่ เหวินปฏิเสธคำร้องขอทั้งสองข้อ สีหน้าของเขาเคร่งเครียด ถึงอย่างนั้นลึกๆ ในดวงตาก็ยังปรากฏแววตัดพ้อประกอบคำพูดนั้น

“การที่คุณทำแบบนี้ มันก็เหมือนกับฆ่าฉันทั้งเป็นอยู่แล้วนี่!” รจเลขสวนกลับ น้ำเสียงของเธอบ่งบอกถึงความผิดหวังในตัวชายหนุ่มอย่างเห็นได้ชัด

“คุณหมอครับ... กรุณาปล่อยตัวตำรวจคนนั้นกลับไปหาคนของเขา” หลี่ เหวินมองสบสายตารจเลข ก่อนจะหันไปขอร้องแกมออกคำสั่งกับนายแพทย์ประจำตัว ท่ามกลางความตกตะลึงของคนส่วนใหญ่ในที่นั้น เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะกล้าบ้าบิ่นทำตามคำร้องขอของหญิงสาว

“คุณเหวิน...” นายแพทย์โชคชัยพยายามจะทักท้วง เหมือนทุกครั้งที่เขามองเห็นความผิดพลาดในการตัดสินใจของอีกฝ่าย หากแต่ครั้งนี้ลึกๆ ในดวงตาอันสงบนิ่งของชายหนุ่ม กลับฉายแววอ่อนล้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“ผมไตร่ตรองดีแล้วครับคุณหมอ” หลี่ เหวินยังคงยืนยันคำพูดเดิม นั่นเองที่ทำให้โชคชัยจำต้องหันไปส่งสัญญาณบอกบรรดาลูกน้องที่คุมตัวพงศ์อยู่

“รถพยาบาลมาถึงหรือยัง!?” เอกพลร้องถามตำรวจชั้นประทวนที่ยืนอยู่บริเวณประตูโกดัง ระหว่างที่เข้าไปพาตัวพงศ์ออกมา หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ประจำรถพยาบาลก็เข้ามาพาตัวพงศ์ออกไปอีกคน

“แล้วน้องอ้อล่ะ ฉันบอกให้คุณปล่อยตัวน้องอ้อด้วยยังไง!” รจเลขทวงถามคำขออีกข้อของเธอ

“ผมคงทำแบบนั้นไม่ได้ ต้องขอโทษด้วย”

คราวนี้ดวงตาของหลี่ เหวินแปรเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า จนหญิงสาวถึงกับชะงักไป

“พาตัวผู้หญิงคนนั้นไปขึ้นรถของฉัน!”

ยิ่งกว่านั้นเขายังหันไปออกคำสั่งกับบรรดาผู้ที่กำลังคุมตัวอริศรา ด้วยสิ่งที่ตรงข้ามกับคำร้องขอของรจเลข

“คุณจะพาน้องอ้อไปไหน!?” รจเลขหันรีหันขวางมองอริศราที่ถูกพาตัวออกไป ขณะที่เหล่าตำรวจทั้งหลายซึ่งนำทีมโดยเอกพล หมายรวมไปถึงธนู ไม่มีกล้าเข้าไปขัดขวางด้วยเกรงว่าตัวประกันจะได้รับอันตราย

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก เพราะคุณเองก็ต้องไปกับผมเหมือนกัน” หลี่ เหวินเตรียมลากตัวรจเลขที่พยายามดิ้นรนหนีเขาสุดแรงตามออกไป ถ้าใครบางคนไม่โพล่งคำพูดบางอย่างขึ้นเสียก่อน

“ดีนะ! ปกป้องคนรักของตัวเอง ด้วยการเอาคนรักของคนอื่นเป็นโล่ คุณนี่มันเป็นสุภาพบุรุษศูนย์เปอร์เซ็นต์จริงๆ” ธนูนั่นเอง เขาจ้องหน้าหลี่ เหวิน มือขวากำปืนพกแน่นจนน่าหวั่นเกรงว่ามันจะแตกคามือเสียก่อน

“แกเองก็เอาคนรักของฉัน มาใช้เป็นเครื่องมือเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?” ชายหนุ่มผู้มีอาวุโสมากกว่าตอบโต้กลับ แล้วพาตัวผู้หญิงของตนออกไปทันที โดยมีนายแพทย์ประจำตัวคอยระวังหลังให้

“เอายังไงดีครับผู้กอง!?” จ่าวัยใกล้เกษียณหันไปถามเอกพลที่ยืนหน้าเครียดอยู่ข้างๆ

“ตามไปห่างๆ อย่าให้พวกมันรู้ตัว!” ผู้กองหนุ่มมือดีประจำกองปราบปรามออกคำสั่งที่ผ่านการคิดใคร่ครวญมาแล้วอย่างหนัก ก่อนจะเดินเร็วออกไปจากโกดัง แต่กลับต้องพบว่า...

“ผู้กองครับ! รถของเรายางแบนหมดทุกคันเลยครับ”

คำรายงานที่ได้ยินทำเอาเอกพลนิ่วหน้าเครียดจัด เขาพลาดไปจริงๆ และไม่ใช่แต่เขาเท่านั้น

“มอเตอร์ไซค์ของผมก็โดนเหมือนกันครับ ขนาดเอาไปจอดรวมกับรถพนักงานแล้ว” ธนูเดินเข้ามาบอกข่าวร้าย หนทางตรงหน้าดูจะไร้ซึ่งแสงสว่างขึ้นทุกขณะ ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ยังพยายามคิดหาทางออกกันเสียจนใบหน้ายับย่นยู่ยี่

ปิ๊น!

เสียงแตรรถยนต์ดังขึ้น พร้อมการจอดเทียบของรถกระบะสีดำแบบขับเคลื่อนสี่ล้อคันหนึ่ง เรียกให้คนทั้งหมดหันไปมองคนขับรถที่กำลังเลื่อนกระจกไฟฟ้าลง

“รีบขึ้นมาเร็วเข้า!” ชวินนั่นเอง เขาพยักพเยิดหน้าเครียดๆ ประกอบคำพูด บ่งบอกว่าล่วงรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดีถึงดีมาก

“ผมกับน้องธนูจะตามพวกนั้นไปก่อน แล้วจะแจ้งให้ส่งกำลังไปสมทบอีกที คอยแสตนด์บายเอาไว้ได้เลย” เอกพลสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชากว่า 10 นายที่ยืนอยู่ด้วยกันตรงนั้น ซึ่งต่างยกมือขึ้นแตะหมวกตะเบ๊ะรับอย่างพร้อมเพรียง

“ถ้าผมเดาไม่ผิด ปลายทางน่าจะอยู่ที่คฤหาสน์ของหมอนั่นนั่นแหละครับ ไม่น่าจะเป็นที่อื่น” ชวินแทรกขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงมีการติดต่อประสานงานขอความร่วมมือจากสถานีตำรวจบริเวณใกล้เคียงให้เตรียมกำลังพลสำหรับเข้าสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจชิงตัวประกัน และจับกุมตัวผู้ต้องหาในครั้งนี้ด้วย

“นี่มันรถของลิชลไม่ใช่หรือไง?” ธนูเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง หลังจากที่เขากับเอกพลขึ้นมานั่งบนรถ และรถเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนที่แทบไม่มีรถราแล่นอยู่ข้างหน้าเลย

“ใช่! ฉันกลัวว่าถ้าใช้รถฉัน หลี่ เหวินหรือไม่ก็หมอประจำตัวคนนั้นอาจจะจำได้ แล้วไหวตัวทัน” ชวินพยักหน้ารับ ระหว่างที่ยังคงขับรถตามเส้นทางลัดด้วยความเร็วคงที่

“แสดงว่านายตามฉันมาตั้งแต่แรกเลยน่ะสิ!?” สายสืบอัจฉริยะประจำกองปราบปรามหันขวับไปหาคนข้างๆ หน้าตาตื่น เพราะไม่คิดว่าประสาทสัมผัสของตัวเองจะเสื่อมสมรรถภาพ ถึงขั้นที่ไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามีคนอื่นติดตามมา

“เปล่า! ฉันมาของฉันเอง เพราะรู้ว่านายต้องมา ตั้งใจว่าจะมาเยาะเย้ยที่นายเคยหาว่าฉันเพ้อเจ้อเรื่องหลี่ เหวินไงล่ะ” ชวินเลียนแบบลีลาการตอบคำถามกวนประสาทเหมือนอย่างที่ธนูเคยทำ

“เจ้าบ้า!” ธนูสวนกลับฉุนๆ พลางเบือนหน้าหนีไปอีกทาง เขายอมรับว่าเคยพูดแบบนั้น แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การหลอกตัวเองในเรื่องของอริศรา ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อถือความคิดและคำพูดของชวิน

“ตำรวจท้องที่รายงานว่า รถของหมอนั่นมุ่งหน้าไปเส้นทางที่ชวินบอกจริงๆ” เอกพลซึ่งนั่งอยู่เบาะด้านในบอกสองหนุ่ม สีหน้าเคร่งเครียด สมองประมวลผลอย่างหนักถึงแผนการต่อไปที่ควรนำมาใช้

“อย่าพึ่งให้เขาสกัดจับนะครับ เห็นๆ อยู่แล้วว่าพวกมันทำกับผู้กองภูผาโหดเหี้ยมขนาดไหน” ธนูเองก็นิ่วหน้าเครียดพอกัน ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของอริศรา

...ถ้าเธอเป็นอะไรไปล่ะก็ เขาจะไม่อภัยให้กับความไม่รอบคอบของตัวเองเด็ดขาด!!

รถยุโรปสีดำของหลี่ เหวินแล่นไปตามเส้นทางลัดที่ใช้มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ย่านชานเมืองบนเนื้อที่หลายไร่ ซึ่งเขาติดต่อขอซื้อจากมหาเศรษฐีชาวไทยคนหนึ่ง แล้วจึงนำมาต่อเติมดัดแปลงในแบบที่ต้องการ เวลานี้เขามีแต่ที่นั่นเท่านั้นที่พอจะใช้กบดานและซ่อนตัวได้ แม้พวกตำรวจจะใช้กำลังพลเข้าปิดล้อมตรวจค้นก็ไม่มีวันหาเขาเจอ

“คุณจะพาฉันกับน้องอ้อไปไหน!?” รจเลขถามหลี่ เหวินซึ่งนั่งอยู่ตรงเบาะด้านหน้า คู่กับโชคชัยผู้ทำหน้าที่ขับรถ ตาชำเลืองมองอริศราที่นั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆ ด้วยความรู้สึกผิด

“คฤหาสน์ของผม ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวก็ถึงแล้ว” ชายหนุ่มตอบคำถามโดยไม่หันมามองหน้าหญิงสาว เขาไม่อยากเห็นทั้งสีหน้า แววตา และท่าทีอันเย็นชาที่คอยตอกย้ำให้เขาต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้

“ปล่อยน้องอ้อไปเถอะค่ะ น้องอ้อไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย ถึงเธอจะเป็นน้องสาวของผู้กองเอกพล ฉันยืนยันได้ค่ะ” รจเลขพยายามตั้งสติ เธอบอกตัวเองให้ใจเย็น เปลี่ยนรูปแบบการพูดกับหลี่ เหวิน อย่างน้อยก็เพื่อให้อริศราได้กลับไปหาพี่ชายและคนรักอย่างปลอดภัย

“คุณรจคงจะรู้จักผู้หญิงคนนี้น้อยเกินไปล่ะมั้งครับ เธอพยายามจะเข้ามาพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของพี่ชายเกี่ยวกับตัวผม มากกว่าที่จะเป็นอย่างที่คุณรจพูด แต่เอาเถอะครับ เมื่อไหร่ที่ผมพาคุณออกนอกประเทศไปได้แล้ว ผมก็จะส่งตัวเธอกลับไปหาครอบครัว” หลี่ เหวินยอมตามใจหญิงสาว ถึงอย่างนั้นก็ยังยื่นเงื่อนไขที่ทำให้รจเลขทนใจเย็นอยู่ไม่ไหว

“ใครบอกว่าฉันจะไปกับคุณ เป็นตายร้ายดียังไง ฉันก็ไม่มีวันไปกับคนที่ทำลายชาติบ้านเมืองของฉัน แล้วก็ทำลายอนาคต ทำลายความหวังของครอบครัวคนอื่นด้วยยาเสพย์ติดอย่างคุณเด็ดขาด ให้ฉันโดนโทษประหารชีวิตเสียยังจะดีกว่า!”

คำพูดของรจเลขเปรียบเสมือนคมมีดกรีดลงไปบนหัวใจของชายหนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่เขาเคยคิดว่าในชีวิตมีคนสองคนที่เข้าใจในตัวเขานั้น บัดนี้เหลือเพียงแค่คนเดียวเช่นเดิมเสียแล้ว

“คุณรจ... ผมทำทุกอย่างเพื่อคุณนะ แล้วผมก็จะไม่ยอมให้คุณตายด้วย เราจะหนีไปด้วยกัน ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณเด็ดขาด คุณไม่เชื่อใจผมหรือไง?” หลี่ เหวินจำต้องกลายเป็นฝ่ายสั่งตัวเองให้ใจเย็น เมื่อเห็นอารมณ์โกรธของหญิงสาวที่เริ่มปะทุขึ้นมาอีก

“ฉันไม่เชื่อคุณ แล้วก็ไม่มีวันเชื่อคุณอีกต่อไป คุณมันคนเห็นแก่ตัว ทำทุกอย่างเพื่อเงินแล้วก็เพื่อตัวเองต่างหาก คุณอย่ามาอ้างว่าทำเพื่อฉันให้ตัวเองดูดีไปหน่อยเลย!”

สายตาของรจเลขที่จ้องมองชายหนุ่มแสดงออกถึงความผิดหวัง เสียใจ และเกลียดชัง แม้ว่าความรู้สึกสุดท้ายนั้นจะเป็นสิ่งที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาก็ตาม

“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมเชื่อผม ผมทำทุกอย่างเพราะรักคุณนะคุณรจ”

ทั้งสีหน้าและแววตาของชายหนุ่มที่หันมาจ้องมองหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ บ่งบอกให้รู้ว่าเวลานี้เขาสามารถสละได้แม้แต่ชีวิตของเขา เพื่อเหนี่ยวรั้งเธอกลับมาในวินาทีสุดท้าย

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็เลิกทำเรื่องพวกนั้นสิ มอบตัวกับตำรวจ แล้วก็ให้ข้อมูลจนตำรวจทลายแก๊งค้ายาของพ่อคุณได้ด้วย!”

คำตอบของรจเลขไม่เพียงทำให้หลี่ เหวินนิ่งอึ้งไปด้วยอาการตกตะลึงเท่านั้น อริศราเองก็ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวข้างตัวจะกล้ายื่นเงื่อนไขประเภทนี้เช่นกัน

“คุณรจเลข... คุณจะพูดอะไรออกมาควรคิดให้รอบคอบก่อนนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วปืนของผมมันอาจจะลั่นขึ้นมาเองก็ได้” นายแพทย์โชคชัยซึ่งนิ่งฟังอยู่นานแล้ว เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น จนอริศราอดหวาดกลัวไม่ได้ ตรงข้ามกับรจเลขที่เชิดหน้ารับ

“มาถึงขั้นนี้แล้ว ดิฉันคงไม่กลัวความตายแล้วล่ะค่ะ กรุณาอย่าเข้าใจผิด”

แววตาของรจเลขนั้นบ่งบอกว่าเธอพร้อมจะสละชีวิตของตัวเอง เพื่อจบเรื่องราวทั้งหมดนี้เช่นกัน

“คุณหมอครับ...” หลี่ เหวินเรียกนายแพทย์ประจำตัว ผู้รับหน้าที่ทั้งหมดในการติดตามดูแลคุ้มครองเขามาตั้งแต่เดินทางไปใช้ชีวิตที่ดูเหมือนจะแสนสุข ณ ประเทศไต้หวัน น้ำเสียงของเขาแหบแห้ง ลึกๆ ในดวงตาแห้งแล้งราวกับต้นไม้ที่กำลังจะเฉาตายเพราะขาดน้ำ แต่หากจ้องมองดีๆ แล้วล่ะก็ จะพบว่าภายในนั้นฉายแววของการตัดสินใจครั้งสุดท้ายด้วย!!


จบตอน



ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว