ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 8 Fly To The Sky 2 ( 100%)

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 8 Fly To The Sky 2 ( 100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 49.4k

ความคิดเห็น : 87

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ธ.ค. 2557 15:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 8 Fly To The Sky 2 ( 100%)
แบบอักษร

 

 

" ร้อนรักอันตราย " ตอนที่ 8 Fly To The Sky 2

 

 

                ภีมเอนหลังบนโซฟานุ่มตัวยาว มือประสานรองศรีษะพลางหลับตา สมองพลันนึกถึงความฝันเมื่อคืน ภีมไม่เชื่อเรื่องความฝัน ปกติก็เป็นคนไม่ค่อยฝันแบบนี้อยู่แล้ว แต่ความฝันเมื่อคืนมันคล้ายมีอะไรบางอย่างที่....บอกไม่ถูก 

 

              ภีมฝันเห็นเรือนแก้ว บ้านหลังเล็กที่ภีมอยู่กับพจน์ตั้งแต่เด็ก อยู่กันสองคนพี่น้องตอนที่แม่ไม่อยู่ ในฝันภีมเห็นผู้หญิงผมยาว ยืนยิ้มแล้วมองมาที่ภีมนิ่ง กำลังจะขยับก้าวเดินเข้าไปหาร่างบาง แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจตื่นซะก่อน เพราะเสียงโทรศัพท์  

 

              ฝันเห็นเรือนแก้วเมื่อคืน แล้วเมื่อกี้คุณธิดาเลขาส่วนตัวโทรมาบอกว่ามีคนจะขอเข้าไปดูเรือนแก้วนี่นา? อ๋อ..งั้นคงไม่แปลกหรอก อาจจะกำลังกังวลอยู่ก็ได้เลยทำให้ฝัน ใช่แน่ๆ อ่า..งั้นก็ช่างมันเถอะ ความฝันก็ส่วนความฝัน แต่ความจริงนี่สิ

 

             ภีมหัวเราะ หึๆ เมื่อนึกถึงพจน์ พี่ชายท่าจะเป็นเอามาก ภีมไม่เคยเห็นพจน์เป็นแบบนี้ ปกติพจน์จะเป็นคนที่นิ่งมาก  บางครั้งภีมยังคิดว่าหมอนี่มีความรู้สึกรึปล่าววะ? แต่ปฏิกิริยาของพจน์จะเปลี่ยนทันทีถ้าเป็นเรื่องของตะวัน

 

               ก็ดูอย่างเมื่อวานนี้ตอนที่นั่งล้อมวงกินเลี้ยงด้วยกัน พจน์คอยแต่จะชำเลืองมองไปที่ตะวัน ใบหน้าหล่อๆของพจน์เหมือนจะเปื้อนยิ้มทุกครั้งที่เห็นตะวันยิ้ม จนสุดท้ายที่พจน์ลุกพลวดขึ้นจนภีมเองยังตกใจ ที่ได้ยินตะวันหัวเราะเสียงดัง มือบางพยายามไคว้แขนถอดเสื้อยืดตัวเองออกจนเห็นหน้าท้องขาวๆ เนียนๆ นี่ถ้าพจน์ไม่รีบพลวดพลาดวิ่งเข้าไปยึดมือบางไว้ตอนนั้นละก็นะ คงได้ฮือฮากันทั้งงานเลี้ยงละ 

 

                เพราะอะไรนะรึ?  หน้าก็หวานอยู่แล้ว แถมยังทั้งขาวทั้งเนียนซะขนาดนั้น พอถอดเสื้อออกจะเหลืออะไรล่ะ ขนาดผู้ชายด้วยกันเองยังแอบกลืนน้ำลาย ทั้งไอ้โทนทั้งนรินไอ้ชิดลุงสังข์คนงานที่นั่งล้อมวงด้วยกันพากันอ้าปากค้างกันหมด 

 

                ภีมลืมตาขึ้นทันทีที่หูแว่วเสียงรถพี่ชาย ขยับตัวบิดขี้เกียจแล้วเด้งตัวลุกขึ้นยืนอย่างคล่องแคล่ว กำหมัดชกอากาศวอร์มร่างกาย เตะซ้ายเตะขวาพลางคิด มาอยู่ที่นี่แทบไม่ได้ออกกำลังกาย เส้นยึดหมด ต้องหาอะไรทำซะหน่อยแล้ว 

 

                 ........แล้วทำอะไรดีละ?  ยังไม่ทันที่ภีมจะคิดออก เสียงพจน์ก็ทักขึ้นซะก่อน

    

                " ฉันกะจะให้นายกลับไปก่อนนะภีม " พจน์เดินมาหยุดยืนใกล้ๆภีม แต่ตามองไปที่ตะวันที่ขอตัวเดินเลี่ยงเข้าห้องตัวเอง

 

                " อะไรนะพี่  ให้ผมกลับไปก่อนทำไม?โธ่..แล้วพี่ไม่กลับวันนี้รึไง? " 

 

                " กลับสิถามได้ ผู้อำนวยการหนุ่มหล่อของพงษ์สกุลธรกรุ๊ปอุตส่าเอาฮอมาเชิญถึงที่ มีรึจะไม่กลับ " พจน์แซวน้องชายยิ้ม

 

               " ก็แล้วทำไมจะให้ผมกลับไปก่อนละคร๊าบคุณพี่ชาย?...ไปด้วยกันวันนี้เลย นะ " ภีมเซ้าซี้ 

 

                " นายดูนั่น " พจน์พูดพร้อมกับกอดคอภีมหมับ ลากไปยืนข้างหน้าต่าง พลางชี้ไปที่เฮลิคอปเตอร์สีขาวลำเล็กที่ภีมจอดไว้เด่น เป็นสง่าบวกทั้งแปลกตากลางทุ่งหญ้าเขียวๆ กว้างใหญ่แบบนี้

 

              " นายเห็นนั่นมั้ย? " พจน์ถามพร้อมกับมองหน้าภีม ความสูงที่เท่ากันแบบนี้ไม่มีปัญหา เสียแต่ว่าแขนของพจน์ที่ล็อคคออยู่เนี่ยมันแน่นไปหน่อย

 

              " เห็น?..เห็นไรพี่? โอ๊ย!!!...เบาๆ..." ภีมรวนก่อนจะยึดแขนล่ำๆของพี่ชายไว้แน่น เมื่อมันรัดคอจนเกือบหายใจไม่ออก

 

             " อย่ามากวนโอ๊ย นายเห็นมั้ยว่ามันมีที่นั่งแค่สอง " 

 

             " ก็แล้วยังไงละ? " 

 

             " แต่เรามีตั้งสามคน จะไปกันยังไงวะ? " พจน์ถามน้องชาย

 

              " ขืนไปกันหมดนี่เดี๋ยวก็ได้ตกลงมาโหม่งโลก ไม่ถึงบ้านกันพอดี"

 

             " เออ!..นะ! ผมก็ลืมนึกไป แล้วทีนี้ให้ผมทำไง? " ภีมมองหน้าพจน์

 

             " ก็ผมกะจะมารับพี่คนเดียว ไม่คิดว่าจะต้องเอาคนอื่นไปด้วยนี่นา ไม่งั้นก็จะเอาลำที่มันนั่งได้หลายคนมา" 

 

             " นายก็กลับบ้านไปก่อนไง เดี๋ยวฉันกับตะวันจะขับรถตามไปทีหลัง " พจน์บอกพร้อมกับปล่อยแขนที่ล็อคคอน้องชาย 

 

            " อ่าว?..แล้วนั่นพี่จะไปไหน? " ภีมถามเมื่อเห็นพจน์เดินเข้าไปแก้มัดอาปาเช่ที่มัดไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน

 

             " จะไปสั่งงาน ฝากนายสังข์ดูแลไร่สักพัก บอกให้เขามาดูแลบ้านตอนที่ฉันไม่อยู่ไง " พจน์บอกพร้อมกับเหยียบบังโคลนขึ้นหลังม้า

 

             " นายก็กลับบ้านไปก่อนเลย...ไม่ต้องห่วง...ยังไงๆนายได้พักร้อนแน่ๆ " พร้อมกับที่พจน์กระตุกบังเหียนควบอาปาเช่ห่างออกไป

 

             ภีมมองตามหลังพี่ชาย  เฮ้อ!!...จะขับรถตามไปทีหลังเนี่ยนะ?..........

 

             ขับรถไปกับเลขาหน้าหวานเนี่ยนะ?.........

 

            แล้วชาติไหนจะขับไปถึงบ้านวะเนี่ย?.........

 

 

                    !!!!!!!!!!!!!!!

 

 

                 ตะวันชะงักมือที่กำลังใช้ผ้าขนหนูขยี้หัว เมื่อหูได้ยินเสียงเคาะประตู ลังเลที่จะเปิดดีไม่เปิดดี เพราะคิดว่าเป็นพจน์แน่ๆ ก็กว่าจะหลุดออกมาได้เมื่อเช้านี้เล่นเอาเกือบแย่ คิดแล้วก็หน้าร้อนไปหมด คนตัวเล็กกัดริมฝีปากชั่งใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตู

 

                    " คุณภีม " ตะวันมองหน้าภีมที่ยืนอยู่หน้าห้อง

 

                   " เอ่อ..มีอะไรรึปล่าวครับ " เอ่ยถามออกไปเพราะไม่คิดว่าจะเป็นภีมที่เคาะประตู

 

                  " มี " ภีมตอบแค่นั้นแล้วก็มองนิ่ง พร้อมๆกับที่ตะวันตกใจ ขยับถอยหลังเมื่อภีมเบียดแทรกตัวเองเข้ามาแล้วปิดประตูห้อง เอื้อมมือมาหาร่างบาง

 

                  " คุณภีมจะทำอะไร?..." คนตัวเล็กขยับวิ่งหนี แต่ภีมคว้าต้นแขนเรียวไว้แน่น พร้อมกับดึงเข้ามาหา

 

                 " อย่า!...จะทำอะไร?.." ตะวันดิ้นเต็มแรงก่อนจะหมดโอกาสเมื่อภีมล็อคแขนไคว้หลังพร้อมกับมัดไว้แน่น

 

                " อยู่เฉยๆ น่า " ภีมบอกหน้าเฉย 

 

               " โอ๊ย!....ปล่อย!..คุณภีมจะทำอะไร?..."  ตะวันตกใจพยายามขยับดึงข้อมือที่ถูกมัดออกแต่มันก็แน่นเกินกว่าจะดึงออกง่ายๆ

 

                " เรามาเล่นอะไรสนุกๆ กันดีกว่าตะวัน!.." 

 

               " หา!???..... " 

 

               " มาดูซิว่าพี่ชายฉันจะทำหน้ายังไง! " ตะวันตกใจหนักกว่าเดิม ตาโตเบิกกว้างมองหน้าหล่อๆของภีมที่ก้มลงมาใกล้ 

 

                " อย่า!.....คุณภีม!...." 

 

                "..."

 

                 !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

                 ตึก......ตึก.......ตึก.........ตึก...........

 

                ตึก.....ตึก.....ตึก.....ตึก......ตึก......ตึก.......ตึก........

 

               ตึก!..ตึก!..ตึก!..ตึก!..ตึก!..ตึก!..ตึก!..ตึก!..ตึก!..ตึก!..

 

             พจน์ผินหน้าเอียงคอมองข้างหลัง เมื่อหูแว่วได้ยินเสียงไอ้แมงปอลำเล็กของน้องชาย ร่างสูงยืนคุยกับนายสังข์ พร้อมกับสั่งงานให้นายสังข์ไปนอนเฝ้าบ้านไม้ไว้ เพราะพจน์ยังไม่รู้ว่าจะต้องอยู่บ้านใหญ่อีกนานแค่ไหน แต่พจน์ไม่เป็นห่วงที่นี่ เพราะคนงานทุกคนพจน์ ไว้ใจได้ มีทั้งคนเก่าคนแก่ตั้งแต่สมัยรุ่นคุณตา อยู่กันมาตั้งแต่พจน์ยังเด็กๆจนเปรียบเหมือนครอบครัวเดียวกันไปแล้ว

 

              ร่างสูงขยับโหนขึ้นขี่หลังอาปาเช่อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับมองไปรอบๆ

 

             " ตามนี้ละนายสังข์ ผมฝากที่นี่ให้นายสังข์จัดการตามที่เห็นสมควร มีอะไรโทรไปที่บ้านใหญ่ได้เลย "

 

             " เบอร์โทรศัพท์ทั้งหมดที่ผมเขียนให้ สามารถติดต่อผมได้ทุกเบอร์ "

 

            " ครับนาย นายไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมจะดูแลที่นี่เท่าชีวิตผมเลย" 

 

            " แล้วคุณตะวันละครับ?...ไปด้วยกันมั้ยครับ? " สังข์ถามถึงตะวันที่วันนี้ออกจะแปลกๆ สักหน่อย ไม่ได้มาด้วยกันแฮะ ทุกทีถ้าเห็นพจน์อยู่ที่ไหนก็จะเห็นตะวันอยู่ที่นั่น ติดกันยังกะตังเม 

 

           " อืม..ไปด้วยกัน..ผมกะว่าจะเอารถขับไปเอง ให้นายภีมกลับไปก่อน " 

 

          " นี่ก็คงจะกำลังไปแล้วละมั้ง? " พจน์เปรยมองไปทางต้นเสียงที่ยังดังอยู่

 

         " งั้นผมไปก่อนนะนายสังข์ ฝากด้วยล่ะ " พจน์กระตุกบังเหียน อาปาเช่ ออกวิ่งเยาะๆ

 

         " ครับนาย ไม่ต้องห่วงนะครับ โชคดีนะครับ " นายสังข์ตะโกนตามหลังพจน์ เมื่อร่างสูงควบม้าห่างออกไป

 

          พจน์ยิ้มน้อย ๆ เร่งให้อาปาเช่วิ่งเร็วขึ้นเมื่อคิดถึงตะวัน คิดถึงทั้งตอนอยู่ด้วยกันที่บ้านริมบึงเมื่อเช้า ทั้งตอนที่อยู่ด้วยกันในรถ ป่านนี้คนตัวเล็กคงอาบน้ำเรียบร้อย และคงจะนอนหลับไปแล้วละ เพราะเมื่อคืนไม่ได้หลับเลยจริงมั้ย พจน์คิดแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว จนอาปาเช่วิ่งเลี้ยวมุมจนเห็นบ้านไม้ใหญ่อยู่ลิบๆ 

 

               พจน์กระตุกบังเหียนให้อาปาเช่หยุด หันไปมองไอ้แมงปอของน้องชายที่ติดเครื่องไว้กลางทุ่งหญ้าเขียวๆกว้างใหญ่ ใบพัดหมุนติ้วๆ ลมแรงจนรู้สึกได้ พจน์มองเห็นออฟโรดคันใหญ่จอดไว้ไม่ห่างนัก

 

              ก็ได้ยินเสียงติดเครื่องตั้งนานแล้วนี่หว่า? แล้วทำไมไม่เอาเครื่องขึ้นซักที.....วะ?

 

              พจน์เพ่งสายตามองไปที่เครื่องบินสีขาวลำเล็กที่ใบพัดหมุนติ้วๆ แล้วไอ้เจ้าภีมมันนั่งทำอะไรยุกยิกฝั่งคนนั่งข้างละนั่น?

 

              ดูเหมือนกำลัง?!.........จะ?......

 

               เฮ้ย!!!????...................

 

               นั่นมัน?......

 

                " ตะวัน!!...." พจน์ตะโกนเรียกเสียงลั่น 

 

                ร่างบางพยายามดิ้นจากเก้าอี้ที่นั่งข้างคนขับ ก้าวขาลงมาครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ภีมจุ๊ปาก หาเชือกมามัดขาไว้แน่น มัดแขนยึดกับเก้าอี้ไว้ด้วยเลยเผื่อดิ้น คราวนี้ก็เรียบร้อย ภีมปัดมือปาดเหงื่อมองดูผลงานตัวเอง ฤทธิ์เยอะจริงๆ กว่าจะเอามาถึงนี่ได้เล่นเอาภีมเหงื่อตก

 

                     " โธ่ คุณภีม...ปล่อยผมเถอะครับ...ผมเป็นโรคกลัวความสูง "

 

                     ตะวันบอกอย่างไม่อาย ตอนนี้ก็สั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่แล้ว นี่ถ้าให้มันบินขึ้น ต้องแย่กว่านี้แน่ๆ แถมถูกจับมัดแบบปฏิเสธไปไหนไม่ได้

 

                     โอยย!...ใครก็ได้...ช่วยด้วย.....

 

                     " เจ้านาย..." ภีมได้ยินเสียงตะวันพึมพำ ตามองข้ามไหล่กว้าง หน้าหวานๆมีแววดีใจ ทำให้ภีมหันขวับ

 

                   ภาพที่พจน์กำลังห้ออาปาเช่เข้ามาอย่างเร็ว ทำให้ภีมไม่ต้องเสียเวลาคิด รีบวิ่งไปประจำที่คนขับ ค่อยๆบังคับไอ้แมงปอให้ขยับ ทำเอาพจน์ใจหายเมื่อเห็นฮอลำเล็กค่อยๆลอยลำขึ้น ร่างสูงบังคับอาปาเช่ให้วิ่งเร็วขึ้นอีก

 

                      แต่เพราะความที่มันเป็นสัตว์ อีกทั้งเสียงดังๆ ทั้งลมแรงๆ แบบนั้นทำให้มันหยุดวิ่งไม่กล้าเข้าใกล้ พร้อมกับยกขาหน้าร้องขึ้นอย่างตกใจ 

 

                      พจน์รีบลงจากหลังอาปาเช่ วิ่งเข้าไปใกล้ให้เร็วที่สุด แต่ก็เกินเอื้อมเมื่อภีมลอยลำไอ้แมงปอทิ้งห่างขึ้นเรื่อยๆ

 

                       " ไอ้น้องบ้า แกจะทำบ้าอะไรเนี่ย?!..." พจน์ตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องที่ดังสนั่น บวกกับลมแรงจนต้องหยีตา

 

                       " ผมก็กำลังจะกลับบ้านไงพี่ " ภีมตะโกนตอบ แถมยังมีหน้ามาอมยิ้มกวนโอ๊ย จนพจน์คันไม้คันมือ

 

                        " ก็กลับไปสิวะ แล้วทำไมจะต้องเอาตะวันไปด้วย " 

 

                        " ก็ที่นั่งมันมีแค่สอง ผมก็เลยกะจะเอาตะวันไปก่อน แล้วให้พี่ขับรถตามไปทีหลังไง "

 

                       " ไอ้น้องบ้า แกกลับไปคนเดียวเลยนะ เอาตะวันคืนมาก่อน " พจน์หงุดหงิด ผิดแผนไปหมดเพราะไอ้เจ้าน้องชายตัวแสบนี่คนเดียวเลย

 

                       " ไม่มีทาง ขืนให้พี่ขับรถไปกับเขาสองคน ผมคงได้พักร้อนปีหน้าโน่นแหละ " ภีมพูดพร้อมกับยิ้ม

 

                       " ทีนี้ก็เชิญเอ้อละเหยตามสบายเลยพี่ จะกลับบ้านตอนไหนก็ได้ผมไม่ว่า แต่อย่าช้าล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน" 

 

                       ภีมหันไปมองตะวันที่ตอนนี้นั่งตัวสั่น หลับตาปี๋ ไม่มองไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น 

 

                       " ไปก่อนนะคร๊าบคุณพี่ชาย "  พร้อมกับที่ภีมตะเบ๊ะให้พจน์แถมยังยักคิ้วให้อย่างน่าเตะที่สุดตั้งแต่เป็นพี่น้องกันมา

 

                       พจน์กำหมัดแน่น ยืนมองไอ้แมงปอสีขาวลำเล็กที่พรากเอาตะวันไปด้วย

 

 

                        มันค่อยๆลอยลำทิ้งห่างไปจนลับสายตา พจน์ได้แต่ยืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ได้

 

                        "...."!

 

                       !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

                       ปี๊น.....ปี๊น....ปี๊นนน.........

 

                       ให้มันได้อย่างงี้!.......ให้ตายสิ!.....

 

                   พจน์มองท้ายรถที่ติดกันยาวเหยียด มองไปทางไหนก็มีแต่รถ รถ รถ ทำให้คิดถึงอาปาเช่ใจจะขาด อยากจะวิ่งกลับไปเอามันมาขี่ตอนนี้จริงๆพับผ่า มันจะติดอะไรนักหนา! ขยับซะทีสิ! ขยับไปซะที! แล้วก็นะ..ไฟแดงก็แดงอยู่นั่นเมื่อไหร่มันจะเขียว แล้วพอมันเขียวมัน ก็ไม่ถึงกูอีก เดี๋ยวก่อน!! พจน์แตะเบลค เอี๊ยดด!!!.....ตามองไฟจราจรที่แดงอีกครั้งอย่างหงุดหงิดจนไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง 

 

              ไอ้ตัวแสบ ฮืมม...มันน่านัก พจน์ไม่น่าปล่อยตะวันไว้คนเดียวเลย น่าจะพาไปด้วยกันซะก็สิ้นเรื่อง แต่ก็เพราะคิดไม่ถึง ว่ามันจะเล่นไม้นี้ไง เลยมานั่งเจ็บใจอยู่นี่ หนอย..รอให้ถึงบ้านก่อนเถอะ...ไอ้น้องบ้า ชายหนุ่มถอนหายใจเป่าปาก พลางนับหนึ่ง ถึงสิบ ... นับถึงร้อย....จนถึงพัน...วะ! ช้าจริงๆ!!!

 

              ตาคมมองออกไปนอกรถ กรุงเทพเปลี่ยนไปมาก ร้านแผงลอยข้างทางเล็กๆเต็มไปหมด ผู้คนขวักไขว่เดินสวนกันอย่างไม่มี ใครสนใจใคร บ้างก็ยืนออรอขึ้นรถเมย์จนล้นฟุตบาท พวกที่ชอบทำผิดกฏก็มีให้เห็นเกลื่อนถนน นั่นไง! ยังไม่ทันไรเฉี่ยวกันแล้ว เฮ้อ!! ปลายนิ้วแข็งแรงเคาะไปที่พวงมาลัยรถ ตากวาดมองไปทั่วพลันสายตาก็สะดุดกับโทรศัพท์มือถือที่พจน์แทบไม่ได้แตะเลย......

 

              นั่นสิ! ลืมไอ้นี่ไปได้ยังไง มือใหญ่รีบคว้ามา พร้อมกับกดเบอร์ของไอ้แสบอย่างใจคิด

 

             " ขอโทษค่ะ.....เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ "

 

             " อะไรวะ!?" พจน์สบถอย่างฉุนเฉียว ปลายนิ้วใหญ่เรียวกดอีกครั้งก็.....

 

             " ขอโทษค่ะ......เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ " 

 

            พจน์ถอนฉุน โยนมือถือไว้เบาะข้างคนขับ ขยับข้อมือมองนาฬิกา พจน์รู้สึกว่าทำไมเวลามันช่างยาวนานแบบนี้ ชายหนุ่ม แหงนหน้าอิงเบาะรถ พลางหลับตาคิดถึงทุ่งหญ้าเขียวๆ ลมเย็นๆ น้ำใสๆ ที่บ้านริมบึง คิดถึงอาปาเช่ คิดถึงตอนที่มีตัวนุ่มนิ่มของตะวัน อยู่ในอ้อมแขน แล้วยังมีตอนที่........

 

             ปิ๊น!.......ปิ๊นน!........

 

              พจน์ตกใจลืมตาเห็นไฟเขียว รีบใส่เกียร์กระชากรถออกจากเส้นทางที่แสนจะวุ่นวายนั้นราวกับจะเหาะ เหยียบเท่าที่จะเหยียบได้ วิ่งไปตามเส้นทางที่จำได้เจนใจ จนกระทั่งพ้นย่านแออัดห่างจากตัวเมืองใหญ่พอสมควร

 

              เอาละนะ! พจน์ยิ้มร้าย เท้าใหญ่ในรองเท้าหุ้มข้อเหยียบเร่งเครื่อง เพราะรู้ว่าพื้นที่กว้างใหญ่นับร้อยไร่แห่งนี้ เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ต่อให้ขับรถซิ่งยังไง ก็ไม่มีใครหน้าไหนขับรถสวนมาแน่ๆ พจน์ไม่สนใจแม้แต่จะมองต้นไม้ หรือดอกไม้สวยๆ ที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีทั้งสองข้างทาง

 

               จนกระทั่งพจน์เห็นแนวรั้วเหล็กโปร่งสีขาวสูงท่วมหัวยาวเหยียดเป็นกิโลๆ ใจของพจน์ตื่นเต้น ใกล้ถึงแล้วโว้ย! เท้าเหยียบลงคันเร่งอีกจนมิด ตอนนี้พจน์อยากจะให้มันเหาะได้ด้วยซ้ำ ออฟโรดคันใหญ่วิ่งฉิว จนมันวิ่งมาถึงบริเวณทางเข้า

 

               ปิ๊น!  มือใหญ่กระแทกแตร ตามองประตูเหล็กดัดโปร่งสวยขนาดมหึมาค่อยๆเลื่อน ฮืม..ช้ามาก..ช้าจนพจน์คันมือแทบจะวิ่ง ลงไปเปิดเอง

 

               ปิ๊นน!......ปิ๊นน!.......ปิ๊นนนน! 

 

               หัวรถพุ่งเข้าทางเข้าราวกับลูกธนูที่ถูกง้างแล้วปล่อยอย่างแรง พจน์ขับไอ้ดำเพื่อนยาก ผ่านน้ำพุขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่ากลางวงเวียนหน้าคฤหาสน์ที่กินเนื้อที่แทบจะน้องๆสนามฟุตบอล

 

               เอี๊ยดดดดด!!!......... 

 

              " ว๊ายยยย!!!....." เสียงคนใช้ผู้หญิงร้องกรี๊ดวิ่งหลบกันวุ่นวายเมื่อหัวรถคันใหญ่แทบจะเสยเกยบันไดทางขึ้น พจน์เปิดประตูลงไปหยุดยืนมองไอ้แมงปอลำเล็กสีขาวที่สงบนิ่งบนลานจอดส่วนตัว หันไปอีกทางท่ามกลางซุปเปอร์คาร์ที่มีแทบจะทุกสัญชาติเรียงกันเป็นตับ พจน์เห็นแลมโบสีแสบทรวงที่น้องชายใช้เป็นประจำ ยังอยู่ครบแบบนี้ ไอ้เจ้าภีมมันยังไม่ไปไหน! แล้วตะวันละ? ตะวันอยู่ไหน? 

 

              " คุณหนู! "  พจน์ชะงักความคิด หันขวับไปมองทางต้นเสียงที่คุ้นหู ก่อนที่พจน์จะยิ้มพร้อมกับกางแขนออกกว้างรับร่างผอมๆที่ โถมเข้ามากอด

 

              " โฮะ โฮะ โฮะ คุณหนูกลับมาแล้ว คุณหนูจริงๆ " มือเหี่ยวๆ ลูบหลังลูบไหล่กว้าง โอบประคองใบหน้าคมของพจน์ไว้ อย่างดีใจ พลางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา

 

              " เอ้า! ร้องให้ทำไม? " พจน์ถามพร้อมกับยิ้มกว้าง มองใบหน้าเหี่ยวด้วยวัยชราของลุงหวินที่เป็นทั้งพ่อบ้านและเป็นทั้งพี่เลี้ยงของทั้งพจน์และภีม เป็นคนที่คอยมัดเชือกรองเท้าให้ คอยดูแลไปรับไปส่งที่โรงเรียน ตั้งแต่พจน์จำความได้  เพราะความที่แกกับป้าพรไม่มีลูก แกจึงรักสองพี่น้องราวกับลูกตัวเองก็ไม่ปาน

 

                 " จะกลับมาอยู่ที่นี่แล้วใช่มั้ยครับ? " คนแก่ถาม มือเหี่ยวจับต้นแขนใหญ่ไว้แน่น แต่พจน์ส่ายหน้า

 

                 " แค่ชั่วคราวน่ะ มาแทนนายภีมตอนหมอนั่นไม่อยู่ " พร้อมกับที่พจน์มองไปรอบๆ

 

               " แล้วนี่ป้าพรไป.....? " พจน์ยังพูดไม่ทันขาดคำ 

 

              " คุณหนู! ต๊ายย! คุณหนูกลับมาจริงๆ " 

 

             " นั่นไงครับมาแล้ว...จอมโวยวาย..." ลุงหวินแขวะ

 

             พจน์ยิ้มพร้อมกับเดินเร็วๆเข้าไปหาร่างอวบๆของป้าพร คนที่คอยทำของอร่อยให้กินเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก

 

             " ช้าๆ อย่าวิ่ง " พจน์ยิ้มกว้างโอบร่างอวบๆที่เข้ามากอดไว้แน่น 

 

            " คุณหนูของป้ามาจริงๆ ด้วย ป้าคิดว่าหนูภีมหลอกคนแก่อีกแล้ว ป้าดีใจจริงๆค่ะ " แล้วแกก็เช็ดน้ำตาป้อยๆ

 

           " เอ้า! เลยร้องให้กันหมด" พจน์ยิ้มมองผู้สูงวัยที่ยืนน้ำตาซึมอย่างดีใจที่เห็นพจน์กลับมาบ้านใหญ่ หลังจากที่พจน์ไม่ได้กลับมาที่นี่นานเกือบสองปี

 

         " ไปค่ะไป ไปอาบน้ำอาบท่า แล้วลงมาทานข้าว ป้าเตรียมของอร่อยไว้เยอะแยะเลยค่ะ หนูภีมบอกป้าว่าเดี๋ยวคุณพี่ก็มา " มืออวบๆของป้าพรคว้ามือใหญ่ของพจน์ไว้แน่นพร้อมกับลากให้เดินตาม

 

           " เป็นของโปรดของคุณหนูทั้งนั้นเลยนะค่ะ " ปากแกยังเจื้อยแจ้ว เดินนำหน้าพจน์

 

          " ทีแรกป้าไม่เชื่อหรอกค่ะ คิดว่าหลอกคนแก่เล่นอีกแล้ว "

 

          "แต่หนูภีมบอกป้าว่า พี่พจน์มาแน่ๆเพราะต้องรีบมาตามหาของรัก "  ป้าพรปล่อยมือหันมามองพจน์ที่ขยับนั่งโต๊ะ พร้อมกับที่แกบอกให้สาวใช้ยกสำรับกับข้าวออกมาวางเรียงบนโต๊ะราวกับจะเลี้ยงคนเป็นสิบ

 

          " แล้วของรักอะไรเหรอคะ? " ป้าพรหันมามองหน้าพจน์ 

 

          " ไม่ใช่แค่ของรักอย่างเดียวนะครับป้าพร หวงด้วย! " เสียงของภีมที่เอ่ยขึ้นแทนทำให้พจน์หันขวับ ลุกพลวดเดินเข้าไป ใกล้ๆภีมที่แต่งสูทสีดำสนิทเหมือนกำลังจะเตรียมตัวออกไปข้างนอก ยืนกอดอกเต๊ะจุ้ยอิงขอบประตูมองสบตาพจน์ยิ้มๆ พลางเลิกคิ้วให้อย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน 

 

            " ตะวันอยู่ไหน " พจน์กัดฟันกระซิบถาม คันมืออยากจะชกหน้าหล่อๆที่มีแววล้อเลียนของหมอนี่จริงๆให้ตาย แต่ก็ต้องเลิกความคิด เพราะไอ้น้องตัวแสบคงไม่ยอมให้พจน์ชกฝ่ายเดียวแน่ๆ เพราะภาพความหลังครั้งเก่าเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วแว๊บเข้ามาในสมอง สองพี่น้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มพร้อมกับโดนกักบริเวณ โทษฐานที่บังอาจใช้ศิลปะป้องกันตัวที่ได้ร่ำเรียนมา เอามาแข่งกันเองเพียงเพราะเหตุผลงี่เง่าของเด็กหนุ่มสองคน "ใครเก่งกว่ากัน"

 

              " เขาขอกลับบ้านไปแล้ว " 

 

             " ว่าไงนะ!? " พจน์ตะคอกถามภีมอย่างลืมตัว

 

             " แล้วทำไมนายไม่ให้เขารออยู่ที่นี่ " 

 

             " ผมก็บอกแบบนี้แหละ! แต่ตะวันเขาบอกไม่เป็นไร ไปที่บ้านเลยดีกว่าแถมขอลางานสามวัน " ภีมพูดหน้าตาย แถมทำมือประกอบ

 

             " สามวัน!! " พจน์ถามกลับเสียงดังอย่างลืมตัว

 

             " น่า! แค่สามวันเองพี่ เดี๋ยวเขาก็กลับมาทำงาน " 

 

             " ไอ้บ้า! ตั้งสามวันต่างหาก! สามวันนะโว้ย...ไม่ใช่สามนาที!..." พจน์หงุดหงิด อารมณ์หิวหายวับ 

 

              " แล้วนี่เขากลับไปยังไง? " พจน์ถามเสียงเครียดทำให้ป้าพิมมองมาอย่างสนใจ

 

              " พูดถึงเด็กหนุ่มคนที่มากับหนูภีมเมื่อบ่ายเหรอคะ? อู๊ยย...น่าสงสารค่ะ นั่งหน้าซีดไม่พูดไม่จา ป้าบอกให้พักซะที่นี่ก็ไม่พัก ให้กินอะไรก็ไม่กินเอาแต่ส่ายหน้าบอกจะขอกลับบ้านท่าเดียว ป้าเลยให้ตาหวินไปส่ง แล้วเองไปส่งเขาที่ไหนล่ะตาหวิน" ป้าพรหันมาถามลุงหวินเสียงดัง

 

             " ข้าก็ขับรถไปตามทางที่เขาบอกนะแหละ " ลุงหวินพูดพร้อมกับตกใจเมื่อพจน์เข้ามาเขย่าแขน

 

            " อยู่ตรงไหน!? บ้านเขาอยู่ตรงไหนลุงหวิน " พจน์ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินลุงหวินบอกทาง

 

           " อ่าว!?...แล้วไม่ทานข้าวซะก่อนละคะคุณหนู? " ป้าพรตะโกนตามหลังพจน์ แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา 

 

           ภีมกอดอกหัวเราะ หึๆ เป็นเอามากนะพี่ชาย 

 

          " มา..เดี๋ยวผมกินเอง ไปกินข้าวที่ไหนก็ไม่อร่อยเหมือนกับข้าวฝีมือป้าพร " ภีมยิ้มประจบ

 

         " อย่าเลย ทำเป็นมายอคนแก่ "

 

 

         !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

          ตะวันเบลคจักรยาน เอื้อมมือไปเปิดรั้วไม้ระแนงพร้อมกับจูงจักรยานเข้าไปเก็บ

 

         " ตะวัน...ของที่พี่ฝากซื้อได้มั้ยจ๊ะ " ตะวันหันไปยิ้มให้พี่แวว เพื่อนบ้านที่ตะวันฝากบ้านไว้ตอนที่ไม่อยู่หลายวัน

 

         " ได้ครับพี่ แล้วนี่ผมซื้อมาฝากขอบคุณที่เฝ้าบ้านให้ตอนผมไม่อยู่ "

 

        " อู๊ย...เป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งนานไม่ต้องเกรงใจ  ขอบใจนะ" มือแกรับของแล้วทำท่านึกได้

 

        " พี่ทำพะแนงไว้ เดี๋ยวจะแบ่งมาให้ " 

 

        " ไม่เป็นไรครับ ผมกะว่าจะหาอะไรกินง่ายๆ ตั้งแต่กลับมาก็เก็บกวาดบ้านยกใหญ่เลยรู้สึกเหนื่อยๆ ไม่ค่อยหิวข้าวเท่าไหร่ เดี๋ยวกะว่าจะงีบหน่อย "

 

        "เอางั้นเหรอ? "

 

        "ครับ ขอบคุณครับพี่  " ว่าแล้วตะวันก็เดินหนีเข้าบ้าน เพราะพี่แววเป็นพวกชอบคุยถ้าขืนยังยืนอยู่แบบนั้น ทั้งคืนก็คุยไม่เสร็จ เมื่อก่อนตอนที่ยายยังอยู่พี่แววก็มาที่นี่ประจำ ยายก็ไม่เหงาด้วยเพราะมีเพื่อนคุย ตะวันหน้าหมอง เกือบสองปีแล้วสินะที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้  

 

           คนตัวเล็กเอาของไปเก็บในครัว แล้วเดินไปเก็บผ้าที่ซักตากไว้หอบไว้เต็มอ้อมแขน จัดการใส่กลอนประตูปิดหน้าต่าง กะว่าจะงีบซักหน่อยก่อนแล้วค่อยลงมาหาอะไรกิน บ้านไม้หลังเล็กๆสมบัติชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ บ้านที่ตะวันเคยอยู่กับยายแค่สองคน ข้างล่างเป็นห้องครัว ห้องรับแขกเล็กๆ กับห้องน้ำชั้นบนมีห้องน้ำกับอีกสองห้องนอนที่ไม่ใหญ่นัก ตอนนี้ตะวันใช้แค่ห้องเดียว อีกห้องก็โล่งไว้เพราะไม่รู้จะทำอะไร 

 

           มือบางคลี่ผ้าปูที่นอนที่จัดการถอดไปซักแล้วเรียบร้อยเมื่อบ่าย ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มหอมฉุย แค่นี้ก็หลับสบายแล้วละ ปูผ้าเสร็จคนตัวเล็กก็ซุกหน้าลงกอดหมอนพลางหลับตา

 

                    กำลังรู้สึกเคลิ้มๆ ตาโตก็ต้องเบิกกว้างขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงยวบของที่นอน หมายจะลุกวิ่งแต่เอวบางก็ถูกรวบไว้แน่นจากข้างหลังพร้อมกับที่มันโถมน้ำหนักตัวลงมาทับตะวันจนร่างบางแนบไปกับที่นอน พร้อมกับฝ่ามือหนาๆตะปบหมับเข้าที่ปากบาง

 

          " อื้อ!....อ่อย!!!..." คนตัวเล็กดิ้นเต็มแรง หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง พยายามขืนตัวออกจากน้ำหนักที่กดทับลงมาเต็มที่แทบหาย ใจไม่ออก ขาที่แทรกเข้ามา บวกกับลมหายใจร้อนๆที่เป่ารดต้นคอด้านหลังยิ่งทำให้ตะวันขนลุกหลับตาปี๋ พยายามทั้งศอกทั้งถอง แต่มืออุ่นหนา ก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย

 

          " อ่อยอะ!..อื้อ.." มือบางคว้าผมของมันไว้แน่นพร้อมกับดึงเต็มแรง ขาทั้งยันทั้งถีบที่นอน

 

          "ชู่ว!!....อยู่นิ่งๆ.." เสียงเข้มที่กระซิบชิดริมหูทำให้ร่างบางหยุดดิ้นทันทีราวกับถอดถ่าน พลิกตัวกลับมามอง

 

          " เอ้า..มองยังกับไม่เคยเห็น"  พจน์ยิ้มมองสบตากลมโตที่เบิกกว้าง มองปากบางสีเรือที่เผยอค้าง แล้วก้มลงหาอย่างอดใจไว้ไม่ไหว  ตะวันรู้สึกตัวทันทีที่ปากร้อนๆแนบเข้ามาพร้อมกับที่พจน์กดจูบลงมาหนักๆ พยายามเปิดริมฝีปากบางก่อนจะแทรกปลาย ลิ้นร้อนเข้าหาลิ้นนุ่ม

 

            ตะวันหลับตาสะท้านทั้งตัวเมื่อปลายลิ้นอุ่นจนร้อนของพจน์เกี่ยวพันลิ้นนุ่มๆแล้วดูดดึง มือบางจิกขยุ้มเสื้อ ของพจน์แน่นเมื่อเริ่มหายใจไม่ออกพลิกหน้าหนีหอบหายใจ ปากร้อนๆเลยไถลเข้าหาซอกคอนุ่มแทน พจน์ทั้งซุกไซ้ทั้งขบฟันเบาๆ จนตะวันห่อไหล่ ร่างสูงใหญ่โถมเข้ากอดคนตัวเล็กไว้แน่นจนตะวันเริ่มหายใจไม่ออก 

 

           " เจ้านาย!.."  มือบางยกขึ้นดันอกกว้างพยายามที่จะขืนตัวออกจากลำตัวหนักๆของพจน์ที่กดทับลงมา  เอียงคอหนีปากร้อนๆ ที่ซุกแนบอยู่ แต่พจน์ก็นิ่งและไม่จู่โจมมากกว่านั้นจนตะวันรู้สึกทะแม่งๆ

 

         " เจ้านายครับ! " ตะวันเรียกอีกพจน์ก็ยังเฉย เขย่าไหล่กว้างเต็มแรงก็ยังเงียบ ลมหายใจร้อนๆที่เป่ารดซอกคอทำให้ตะวันผินหน้าเอียงคอมอง 

 

         " อ่าว!? " 

 

          เปลือกตาของพจน์หลับพริ้ม ลมหายใจสม่ำเสมอ อ้อมแขนใหญ่กอดเอวบางไว้แน่น บวกกับน้ำหนักตัวที่กดทับลงมาหนักผิดปกติทำให้ตะวันรู้ทันทีว่าคนตัวใหญ่ได้เข้าสู่นิทราไปเป็นที่เรียบร้อย

                 

 

ความคิดเห็น