email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Look Like 18

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน nana nanaกะหอยทาก ลุงอิน อินทร น้องพู่ พู่กัน เบาสมอง น่ารัก หวานมุ้งมิ้ง อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ ไร่ส้มไร่องุ่น ใส่ใจ ดูแล ดราม่านิดหน่อย ฟิน หวานละมุน นิยาย ไม่ติดเหรียญ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.2k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ต.ค. 2560 13:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Look Like 18
แบบอักษร

Look Like 18




“คุณพู่คะ รบกวนเซ็นเอกสารด้วยนะคะ”

“คุณพู่คะ รายงานรายการของที่ต้องซื้อค่ะ”

“คุณพู่คะ รายงานเงินเดือนของคนงานเดือนนี้ค่ะ”

“คุณพู่คะ...”

เอาล่ะค่ะไม่ต้องตกใจหรือแปลกใจอะไรที่มีคนเรียกฉันตลอดทั้งวันแบบนี้ วันนี้ฉันมาทำงานและรู้อะไรไหมพี่อินน่ะให้ฉันนั่งทำงานแทนเขาแทบจะทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆง่ายๆก็ฉันมีสิทธิ์เซ็นเอกสารรายจ่ายแทนเขาได้นั่นแหละเวลาลูกค้าของโทรมาเจ้าตัวก็จะให้ฉันรับสายแทนและที่สำคัญโดนแซวทุกสายที่โทรเข้าไง

“พี่อิน มาทำงานตัวเองเลยนะ” ฉันเรียกคนที่นอนเล่นบนโซฟาอย่างสบายใจนั่นให้มาทำงานเพราะตั้งแต่เข้ามาพี่อินก็เอาแต่เล่นเกมในโทรศัพท์ฉัน

“ก็พี่ให้ตัวเองทำไง” จ้า ให้ทำแบบนี้จะอาทิตย์อยู่แล้ว ส่วนเขาลงไร่ไปเก็บผลไม้ดูแลไวท์ที่ผลิต ทิ้งให้ฉันนั่งทำงานในออฟฟิตแทนเขานี่ไงล่ะ

“ระวังไว้เถอะ พู่จะฮุบเอาออฟฟิตพี่” ฉันว่ากลับไปอย่างไม่จริงจัง

“ไม่ต้องทำหรอก เพราะมันเป็นของเราแล้ว”

“อย่ามา ลุงลุกขึ้นมาทำงานก่อนพู่จะไปเอาเค้กแล้ว” ฉันอ้อนปนกับงอแงนิดหน่อยพี่อินหัวเราะอย่างเอ็นดูก่อนจะลุกจากโซฟาเข้ามายังโต๊ะทำงานของเขาที่ฉันนั่งอยู่

“เอาผลไม้มากินด้วยสิ ให้แม่บ้านจัดให้” พี่อินบอกหลังจากกดจูบลงบนหน้าผากฉันอย่างนุ่มนวล

“ได้ค่ะ พู่ไปเอาเค้กก่อนนะ”

“ครับ”

พี่อินรับคำเสียงหวาน ฉันยิ้มก่อนจะแบมือไปตรงหน้าพี่อินคนตัวสูงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขก่อนที่เขาจะล้วงเอากระเป๋าสตางค์ของเขามาวางบนมือ

“รีบกลับเข้ามานะ”

“ค่ะ”

ฉันถือกระเป๋าสตางค์พี่อินออกจากห้องทำงานเพราะว่าฝากเลขาพี่อินซื้อเค้กจากในเมืองเข้ามาให้ พนักงานที่นี่ดีกับฉันมากเลยล่ะ เลขาพี่อินเดินเข้ามาในออฟฟิตพร้อมกับเด็กตัวเล็กน่าจะเป็นลูกของเธอนะ

“เอ่อ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ต้องพาลูกมาด้วยค่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ตัวเล็กชื่ออะไรน่ะเรา” ฉันย่อตัวลงถามเด็ก หมั่นเขี้ยวจริงๆเวลาเจอเด็กแบบนี้น่ะ

“ชื่อน้องภูครับพี่สาว”

“น่ารักจังเลยเดี๋ยวพี่แบ่งขนมให้นะครับ” ฉันเอื้อมมือไปรับเค้กจากเลขาพี่อินก่อนจะแบ่งให้น้องภูหนึ่งชิ้นเด็กน้อยยิ้มดีใจยกมือไหว้ขอบคุณฉันด้วยท่าทางน่ารัก

“นี่ค่ะค่าเค้ก แบ่งให้พี่ๆคนอื่นๆด้วยนะคะ” ท้ายประโยคฉันโน้มเข้าไปกระซิบเลขาพี่อินมือก็หยิบเค้กออกมาสองชิ้นแล้วยื่นถุงเค้กคืนเลขาพี่อินไป

“เอ่อ แต่ว่า...” ฉันยิ้มให้เลขาพี่อินก่อนจะหมุนตัวหันหลังกลับตั้งใจจะกลับเข้าไปในห้องทำงาน แต่ไม่คิดว่าพี่อินจะยืนกอดอกพิงกรอบประตูจ้องมองฉันอยู่ ร่างสูงยิ้มเอ็นดูมาให้ซึ่งฉันก็ยิ้มเขินๆกลับไปเช่นกัน ฉันเดินผ่านพี่อินเข้าไปในห้องไม่ได้ฟังเหมือนกันว่าเขาสั่งอะไรแม่บ้าน โอ๊ะ ลืมไปเลยว่าพี่อินฝากบอกให้แม่บ้านจัดผลไม้ให้

“อยากทานไม่ใช่เหรอ ทำไมเอามาแค่สองชิ้นล่ะ”

“ก็พู่ชิ้นหนึ่ง พี่ชิ้นหนึ่งไง ที่เหลือก็ให้พี่ๆข้างนอกทานกันเห็นบอกว่าอยากทานแต่เลิกงานทีไรเค้กหมดทุกที วันนี้เลยฝากเลขาพี่อินไปซื้อไง”

“หึหึ เมียใครน่ารักจัง”

“เมียลุงนั่นแหละ”

“ฮ่าๆๆ ทุกวันนี้กล้าพูดว่าเมียแล้วหายเขินแล้วเหรอ” พี่อินถามกลัวเสียงหัวเราะ

“มันหายได้ที่ไหนกันเล่า”

“ฮ่าๆๆ เดี๋ยวก็ชินน่า”

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นไม่นานแม่บ้านที่ออฟฟิตก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับจานผลไม้แม่บ้านยิ้มให้ฉันก่อนจะเดินออกไปเงียบๆออกจากห้องทำงานไป

“งั้นเดี๋ยวโทรไปสั่งที่ร้านให้ทำมาส่งที่ไร่แล้วกันให้คนงานข้างนอกด้วย”

“ใจดีจัง” ฉันแซวคนตัวโตขำ พี่อินก้มหน้าทำงานไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้นเกือบสิบนาทีพี่อินถึงได้เงยหน้าขึ้นมามองฉันที่นั่งทานเค้กอยู่ตรงโซฟา

“อ้วนโทรสั่งยัง” แงะ เรียกอ้วนอีกแล้ว ฉันมองพี่อินงอนๆแต่เขาก็แค่หัวเราะเบาๆเท่านั้น

“อีกสิบนาทีจะพาออกไปที่ร้านเค้กนะ  ไปถามเลขาหน่อยว่าร้านอยู่ที่ไหน”

“หือ? เอาจริงเหรอ?” ฉันย้อนถามอย่างสงสัย

“จริงสิหรือว่าจะไม่ไป”

“ไปค่ะ! เดี๋ยวเค้าจะรีบออกไปถามให้แต่ขอทานคำนี้ก่อน” ฉันตักเค้กเข้าปากก่อนจะลุกแล้วเดินออกไป

“เอ่อ พี่ผึ้งคะร้านเค้กอยู่ตรงไหนเหรอคะ”

“ตรงแยกก่อนถึงห้าง...”

“ครับ พู่ไปกันได้แล้ว”เสียงพี่อินดังมาจากด้านหลัง ถ้าจะออกมาอยู่จะให้ฉันออกมาถามก่อนทำไมก็ไม่รู้นะ

“คุณพู่คะขอบคุณสำหรับเค้กนะคะ” เสียงพี่ๆบอกพร้อมกับรอยยิ้มขอบคุณ

“พี่อินเลี้ยงค่ะ” ฉันมองทุกคนยิ้มๆพรางชี้นิ้วไปที่พี่อินที่เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังฉัน

“ตลกละ ฝากงานด้วยนะครับขอออกไปทำธุระข้างนอกก่อน” พี่อินบอกเลขาเขาเสียงเข้มต่างจากเวลาที่คุยกับฉัน

“แล้วคุณอินจะกลับเข้ามาไหมคะ”

“อือ คงไม่เข้าแล้วล่ะ”

“ค่ะ”

“พู่ไปกันได้แล้วเดี๋ยวค่ำซะก่อน”

“ค่ะ”

เราสองคนออกจากออฟฟิตพี่อินก็ขับรถพาไปยังร้านเค้กทันทีระหว่างทางเขาก็ถามสลับกับชวนคุย รอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากของพี่อินทำให้ฉันเผลอยิ้มตามได้อย่างง่ายดาย

“โอ๊ะ!?” ฉันอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นกำหนดการซ้อมรับปริญญาออก

“เป็นอะไร?” พี่อินหันมามองแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองทางต่อ

“กำหนดการซ้อมออกแล้วค่ะ”

“ไหนเอามาดูหน่อย”

“พี่ขับรถอยู่นะ! เดี๋ยวค่อยดูก็ได้ค่ะ”

“ของขวัญอยากได้อะไร คือพี่ไม่รู้จริงๆว่าเราอยากได้อะไรคือยังไงดีล่ะ”

“ไม่เอาหรอก พู่ไม่อยากได้” ฉันรีบบอกไปทันที แต่คำตอบของฉันทำเอาพี่อินถึงกับขมวดคิ้วติดกันทันที

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ” ฉันโน้มตัวเข้าไปใกล้เขาก่อนจะยกมือคลึงคิ้วที่ขมวดเป็นผมให้คลายออกก่อนจะขยับกลับไปนั่งที่เบาะตามเดิมแต่สายตายังมองพี่อินอยู่

“พี่ไม่รู้ว่าเราอยากได้อะไร...”

“ไม่เครียดสิคะ อือ งั้นเอาแบบนี้ถ้าพู่อยากได้อะไรพู่จะบอกพี่โอเคไหมคะ”

“ต้องบอกจริงๆนะ พี่อยากซื้อให้เราจริงๆ”

“บอกจริงๆค่ะ ว่าแต่ตอนนี้เราใกล้ถึงร้านหรือยังคะพู่หิวแล้วอ่ะ”

“หิวข้าวเหรอ?”

“ค่ะ” ฉันยิ้มเขินให้พี่อินไป คนตัวสูงหัวเราะเบาๆก่อนจะค่อยๆหักรถไปยังริมถนนหน้าร้านเค้กแห่งหนึ่ง

 “เดี๋ยวเราลงไปสั่งเค้กให้คนงานในไร่กันก่อน แล้วพี่จะพาไปทานข้าว”

“อ้าวไหนบอกจะฝากเลขาสั่ง”

“ก็พี่จะพาเราออกมาเที่ยวด้วยไงเลยจะพาเรามาสั่งเอง เอาน่าไม่ต้องงอแงแล้วป่ะเข้าไปสั่งเค้กกันก่อน”

แบบนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกกันว่าสายเปย์ ฉันเดินเข้าร้านเค้กพร้อมๆกับพี่อิน พอสั่งเค้กเสร็จก็คุยกับทางร้านให้เอาไปส่งที่ไร่พรุ่งนี้ก่อนเที่ยง

“พี่อินๆ เดี๋ยวพู่สั่งเครื่องดื่มก่อน” ฉันดึงมือพี่อินไว้เบาๆก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่ม

“เอาชาพีทค่ะ พี่เอาอะไรไหมคะ”

“เอาเหมือนเราก็ได้” พี่อินตอบกลับมา ไม่ได้หงุดหงิดหรือไม่ชอบแต่อย่างใด เพราะเขายิ้มเรี่ยราดจนน่าหมั่นไส้ แต่ก็ยังดีที่เจ้าของร้านเป็นผู้ชายถ้าเป็นผู้หญิงฉันคงหึงหรือไม่ก็งอนแน่ๆอ่ะ

“งั้นเป็นชาพีทสองแก้วนะคะ”

“ได้ครับ รอสักครู่ครับ”

“พู่เราซื้ออาหารกลับไปทานที่บ้านได้ไหม”

“หือ? ได้สิคะ”

“ไม่งอนนะ พ่อพี่ไปประชุมบอกว่ายังไม่กลับพี่กลัวแม่เหงาที่ต้องทานข้าวคนเดียว”

“พู่เข้าใจค่ะ เราแวะซื้อจากข้างนอกไหมให้ป้าได้พักด้วย”

“ได้ครับ ว่าแต่พู่อยากทานอะไร”

“เมี่ยงปลาเผา” ฉันยิ้มเขินจนตาหยีให้พี่อินไป เพราะครั้งก่อนที่เขาพาไปทานมันอร่อยมากจนอยากทานอีก พี่อินหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อได้ยินคำตอบ

“ชาพีทได้แล้วครับ”

“ค่ะ” ฉันยื่นเงินให้พนักงานไปพี่อินก็เข้ามาถือแก้วน้ำทั้งสองจากนั้นเราก็เดินออกจากร้านเค้ก

“เดี๋ยวพี่โทรสั่งให้คนไปซื้อไว้ให้ดีกว่า กลับไปถึงได้ทานเลย”

“ได้ค่ะ”

“อือ มะรืนพี่มีนัดคุยกับลูกค้าที่กรุงเทพไปด้วยกันนะ”

“พี่ไปกี่วันอ่ะ”

“ที่จริงก็แค่วันเดียวแหละแต่ว่าจะอยู่ต่อสักสองสามวันเผื่อพาเมียไปเที่ยว”

“ถ้าไม่ไปล่ะคะ”

“พี่ก็จะบังคับเราไปอยู่ดีนั่นแหละ”

=====================-------------------======================


ใครรออยู่ก็เซอร์ไพรท์ไปตามระเบียบ 5555555

ว่าด้วยเรื่องสอบก็ยังไม่สอบ หาเรื่องคลายเครียดจากการอ่านหนังสือโดยการอัพนิยาย หวังว่าคงจะสนุกกันนะคะ

ความคิดเห็น