email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (Feel something change)

ชื่อตอน : กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (Feel something change)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.9k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 23:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (Feel something change)
แบบอักษร

Party Night 

ผู้คนมากมายที่ล้วนแล้วมีชาติตระกูล มีฐานะ นายแบบ นางแบบ และมีอิทธิพลต่างนาๆ มากหน้าหลายตาที่เดินกันผ่านไปผ่านมาไม่ซ้ำหน้า บริเวณที่จัดงานนั้นเป็นสนามหญ้าที่กว้างใหญ่อยู่ด้านหน้าโรงแรมหรูอย่าง 

MB TOWN 

ซุ้มมากมายที่มีทั้งอาหารวางเรียงกันเป็นทางยาว รวมกับแก้วเบอร์เบินสีอำพันที่วางเรียงต่อๆกันขึ้นมาอย่างมีศิลปะ ถัดไปนั้นก็มีวอดการ์ เตกีล่า ไวน์องุ่น เฮนเนสซี่ และไม่มีงานไหนสักงานที่จะไม่มีดนตรีเพราะเปิดคลอฟัง 

ทันทีที่หญิงสาวเดินเข้ามาด้านในพร้อมควงแขนมากับหนุ่มหล่อลูกชายคนสุดท้ายของตระกูลแอนเทิร์นดอว อย่างเอเธนส์ ทำให้แขกมากมายที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องหันมามองและบางคนก็หลีกทางให้เขาได้เดินเข้าไปด้านในอย่างไม่อึดอัด แต่คนส่วนใหญ่มักจะโฟกัสสายตามาที่หญิงสาวร่างเล็กที่อยู่ในชุดเดรสเกาะอกสีขาวผมสีน้ำตาลอมแดงที่รวบมายังบ่าด้านหน้า แม้จะไม่ได้เมคอัพอะไรมากแต่มันก็สามารถทำให้เธอนั้นดูสวยสะดุดตาได้อย่างไม่ต้องทำตัวโดดเด่นอะไร หนุ่มหล่อมากมายที่กำลังหยิบแก้ววอดการ์ทรงสูงขึ้นพร้อมกับหันมามองเธอด้วยสายตาที่ราวกับจะกลืนกินแต่แปลกตรงที่ ฮาเวียร์นั้นไม่ได้รู้สึกอะไรกับการมอง 

“ไฮ 

! 

เธนส์ ไม่เจอกันนาน” จู่ๆก็มีหญิงสาวร่างสูงที่เดินมาดันหน้าทั้งเธอและเขาไว้พร้อมกับมือเล็กที่ถือแก้วไวน์ หญิงสาวร่างอึ๋มที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นใครๆก็ต่างรู้จักกันดี ไม่เว้นแม้แต่ฮาเวียร์ที่ถึงกับถอนหายใจพรางเบะปาก 

“ครับ มาด้วยเหรอ ?” เสียงหล่อที่ตอบกลับไป 

“มาสิ ส่วนเธอถ้าจำไม่ผิดคงจะเป็น ฮาเวียร์ ??” ร่างสวยที่คล้องแขนเอเธนส์อยู่นั้นก็ทำสีหน้าราวกับว่าไม่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าเธอในตอนนี้จะรู้จักเธอด้วย 

“รู้จักฉัน ??” 

“ก็แหงล่ะ ข่าวออกกันพึ่บพั่บใส่สีตีไข่ไปหมดว่า เอเธนส์กำลังมีสัมพันธ์สับซ้อนกับเธออยู่ ฉันแค่อยากจะรู้ว่ามันจริงหรือเปล่าก็เท่านั้น” มอลเครสต้าที่พูดจบก็ยักไหล่ราวกับว่ายังไงเรื่องต่างๆนาๆที่เกิดขึ้นในหนังสือพิมพ์คงจะไม่เป็นจริงแน่นอน 

“จริงครับ” เอเธนส์ที่เอ่ยขึ้นมาตัดปัญหาและคำถามต่างๆจากอดีตคู่ควงเก่า ทำให้เธอนั้นถึงกับอ้าปากค้างอย่างคิดไม่ถึงว่าเรื่องทั้งหมดนั้นมันจะเป็นจริง 

“ได้ยินแล้วใช่ไหม ฉันคงไม่ต้องตอบอะไรให้เธอรู้สึกอยากจะเป็นบ้ามากไปกว่านี้หรอกนะ ยินดีที่ไม่รู้จัก” ฮาเวียร์ที่พูดจบก็เดินชนแขนเปล่าเปลื่อยของร่างสวยตรงหน้าพร้อมกับกับเอเธนส์ที่ทำได้เพียงส่ายหน้าและเดินตามเธอไป 

“ฮัลโหลๆ สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานในครั้งนี้ ในฐานะที่ผมนั้นเป็นเจ้าของโรงแรมนี้มาเกือบยี่สิบปี วันนี้ถือว่าเป็นวันที่ผมนั้นมีความสุขมากๆที่เห็นเพื่อนๆและแขกทุกคนที่ผมเชิญมาได้ก้าวเข้ามาในงานของผมคืนนี้” จู่ๆก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้นมาจากทางด้านเวทีเล็กๆ ชายหนุ่มสูงอายุที่ถือไมค์สีดำพร้อมกับกรอกเสียงผ่าน ทำให้ฮาเวียร์และเอเธนส์นั้นต้องชะงักในการเดินและหันไปมอง 

“ณ.ตอนนี้ผมก็ขออนุญาตเปิดงานให้ทุกคนได้อิ่มหนำสำราญ พร้อมกันกับฟอลว์เต้นรำที่ผมนั้นจัดให้เป็นการนี้โดยเฉพาะห้าคู่ที่ผมจะขออนุญาติเลือกด้วยตัวเอง” สิ้นเสียงนั้นแขกในงานก็ต่างพากันลุ้นกันตัวโก่ง ทุกคนที่กำลังจับนู่นหยิบนี่ก็ต้องหยุดและตั้งใจฟังว่าห้าคู่สิบคนที่จะออกไปเป็นใคร เหล่าเซเล็บมากมายที่ดี๊ด๊าและพยายามทำตัวให้เป็นจุดเด่นมากที่สุดมีเพียงแค่ ฮาเวียร์และเอเธนส์ที่เอื้อมมือไปหยิบแก้ววอดการ์ขึ้นดื่มอย่างไม่สนใจบรรยากาศในตอนนี้สักเท่าไหร่ 

“เฮ้ 

! 

ฉันอยากกินบ้าง หยิบเตกีล่าให้ฉันแก้วนึง” 

กรี๊ด 

!!!!!!!!!!!!!!!!! 

เสียงกรี๊ดที่ดังออกมาจากหญิงสาวมากมายก่อนที่จะเดินออกไปกับคู่รักของตัวเองโดยมีสายตาที่ต่างมองกันอย่างอิจฉาเมื่อตนไม่ถูกเลือก 

“คู่สุดท้ายที่ผมจะเลือกในวันนี้คือ.....” 

“หูตึงหรือไง หยิบให้ฉันบ้าง 

!!! 

” เอเธนส์ที่หันมามองหญิงสาวก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นและถามกลับไปด้วยน้ำเสียงทะเล้น 

“ก็แล้วถ้าฉันไม่หยิบ เธอจะทำไม ??” 

“เอ้ะ 

!! 

ถ้าผมยังมีสายตาที่ดีอยู่และไม่สั้นจนเกิน ผมจะรู้สึกดีใจมากถ้าผู้ชายที่กำลังถือแก้ววอดการ์อยู่นั้น คือเอเธนส์ แอนเทิร์นดอว” 

“นายอยู่ใกล้กว่าฉัน ก็หยิบให้หน่อยไม่ได้หรือไง น้ำใจอ่ะมีมั่งไหม” 

กรี๊ด 

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 

“งั้นคู่สุดท้ายในคืนนี้ผมขอมอบให้ หัวหน้ามาเฟียที่เป็นที่ต้องตาต้องใจของสาวๆหลายคน เอเธนส์ครับ” 

............................................................................. 

“ฉันไม่เคยมีน้ำใจกับเธอ” 

กรี๊ด 

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 

ใบหน้าหล่อที่หันไปมองสาวๆมากมายที่พากันมองมายังพวกเขาทั้งสองเป็นตาเดียว ซึ่งนั่นก็ทำให้ฮาเวียร์ต้องเอียงตัวออกไปมองอย่างให้ความสนใจ 

“จะเป็นเกียรติมากถ้า หัวหน้ามาเฟียมาเปิดฟอลว์เต้นรำในคืนนี้” 

“อะไรนะ 

! 

” น้ำเสียงตกใจพร้อมกับใบหน้าหล่อที่เลิกคิ้วขึ้น เมื่อคิดไม่ถึงว่าคู่เต้นรำห้าคู่นั้นเขาจะเป็นหนึ่งในผู้โชคดี มอลเครสต้าที่แทรกตัวออกมาพร้อมกับจัดผมเพร่าเขานั้นจะเลือกเธอเป็นคู่เต้นรำ 

“โอเคค่ะ” เสียงมั่นใจที่ดังออกมาจากด้านหลังก่อนจะหันไปมองหญิงสาวร่างอึ๋มที่กำลังจะก้าวเข้ามา ก่อนที่มือเล็กนั้นจะถือวิสาสะคล้องไปที่แขนใหญ่นั้น 

“ไปกันได้แล้ว หูตึงเหรอไม่ได้ยินที่เขาเรียกหรือไง” ฮาเวียร์ที่หันไปมองหนุ่มหล่อที่ยังคงยกแก้ววอดการ์ขึ้นดื่ม ซึ่งเขานั้นก็ต้องก้มมามองเธอพร้อมกับถามไป 

“เธอเต้นเป็นหรือไง” 

“ฉันความจำดีกว่านายละกัน” 

“หึ 

!! 

ประชดประชันเก่งเหลือเกินนะ” 

มือใหญ่ที่วางแก้วเหล้าลงพร้อมกับวางมือไปด้านหน้าหญิงสาวราวกับกำลังขอเธอเต้นรำ ซึ่งเธอนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะวางมือเล็กไปบนฝ่ามือใหญ่ 

กรี๊ด 

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 

หญิงสาวร่างเล็กที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมแขนยาวสีเทาพร้อมกับกางเกงยีนส์สีน้ำตาล และรองเท้าหนังหุ้มข้อสีดำที่กำลังก้าวเดินไปยังด้านหน้าอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะหยุดลงที่สวนสาธารณะเล็กๆ อีกอย่างนี่ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว ก็ยังมีคนส่วนน้องที่ยังคงมานั่งเล่นกันอยู่ 

โมริน่าที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวยาวก่อนจะกุมมือเข้าหากันเพราะที่นี้นั้นยิ่งดึกยิ่งหนาวอุณหภูมิยิ่งลดลง นัยน์ตาสีดำที่หลับลงเหมือนกับต้องการเริ่มใหม่ทั้งความคิดและความรู้สึก เธอไม่อยากเป็นแบบนี้ 

[Matin talk special] 

ผมที่ยืนพิงเสาสีดำโดยมีโคมไฟเล็กๆอยู่ด้านบนสุดใจกลางสวนสาธารณะโดยมีคนมากมายนั่งกันเป็นคู่ๆเนื่องจากพระจันทร์ในวันนี้สีสวยเป็นพิเศษ ใจจริงผมก็ไม่มีกะจิตกะใจจะมาหรอกแต่ที่ต้องมาเพราะมีคนที่ต้องดูแลอยู่ห่างๆ จะเป็นไปได้ล่ะ ก็โมริน่าไงล่ะ 

ผมตามติดเธอทุกฝีก้าวที่เดิน ความจริงก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอกแต่ช่วงนี้มันวุ่นวายเลยอยากทำตัวเป็นบอดีการ์ดลับๆสักหน่อย ซึ่งผมก็มั่นใจว่าเธอไม่รู้เลย 

“ดอกไม้ไหมฮะพี่ชาย” เด็กชายตัวเล็กอายุราวๆประมาณสิบหรือสิบเอ็ดขวบที่เดินมาพร้อมกับช่อกุหลายสีแดงสดพร้อมกับใบหน้าขาวที่เลอะเทอะนิดหน่อย ตอนแรกผมก็ไม่อยากซื้อเพราะไม่รู้ว่าซื้อไปแล้วจะเอาไปทำอะไรอีกอย่างคือผมเกลียดดอกไม้ว่ะ แต่พอจะเงยหน้าปฎิเสธเจ้าเด็กนี่ก็ทำหน้าอ้อนวอนเหลือเกินและใครจะใจร้ายได้ล่ะ 

“เอาดอกนึงละกัน ส่วนนี่ไม่ต้องทอน” ผมที่ยื่นแบงค์พันให้ไปพร้อมกับเด็กที่ยิ้มแล้วเข้ามากอดผมใหญ่ 

“ขอบคุณมากนะฮะ เย้ 

! 

แม่ผมคงดีใจมาก” 

“รีบกลับบ้านล่ะ ส่วนเงินเก็บดีๆ นะระวังหาย” 

“บายฮะ” 

ผมที่รับดอกกุหลาบมาก่อนจะมองดูเด็กตัวเล็กที่วิ่งไปตรงทางออกของสวนสาธารณะก่อนจะถอนหายใจ และหันหน้าไปมองหญิงสาวที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แต่จู่ๆมันก็มีไอเดียอะไรสักอย่างสั่งเข้ามาในสมอง ถ้าผมไม่ได้หลงตัวเองการที่เห็นเธอมานั่งเศร้าแบบนี้คงจะเป็นคำตอบของผมเมื่อตอนบ่ายแน่นอน เพราะบอกเลยว่าไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนี้มาก่อน 

หายใจเข้าลึกๆ เดินไปให้เธอซะ 

!!! 

ใจกล้าหน่อยพวก 

!!!! 

ผมที่ให้กำลังใจตัวเองก่อนจะก้าวเดินไปทางเธออย่างมั่นใจ โดยที่โมริน่านั้นกำลังนั่งเหม่อมองอะไรสักอย่าง จึงทำให้ผมต้องทำเนียนทิ้งตัวนั่งด้านข้าง 

“นั่งด้วยนะครับ” 

“คะ ?? ดะ.. มาติโน่ ????” เมื่อผมยกขาขึ้นไขว่ห้างนั้นทำให้เธอต้องหันมามองและมันเป็นอะไรที่ลำบากใจมากก็ผมดันหันไปสบตากับเธอเข้ามาดี โมริน่าที่เอ่ยอย่างตกใจในการมาแบบลับๆและตัดสินใจลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว 

หมับ 

! 

“จะรีบไปไหน” น้ำเสียงหงุดหงิดของผมที่เริ่มไม่เข้าใจการกระทำและท่าทีของเธอสักเท่าไหร่ หลบหน้ากันหรือไง ???? 

“เมื่อกี้พ่อฉันโทรมาหาว่าให้รีบกลับบ้านน่ะ และพี่มะ....” 

“ใครสอนให้เธอโกหก” โมริน่าที่เริ่มขมวดคิ้วราวกับว่าถูกจับได้และสายตานั้นก็เป็นเหมือนคำถามที่จะเอ่ยทางสายตาว่า ผมรู้ได้ยังไง ??? 

นั่นสิผมจะไม่รู้ได้ไง ก็ผมยืนอยู่ตรงนั้นมาตั้งนาน เหอะ 

! 

“ลืมไปว่าพี่มักจะจับได้ตลอด ว่าแต่กุหลาบนะไปโปรยเสน่ห์ใครเข้าล่ะถึงได้มาปกติพี่ไม่พิศวาทดอกไม้แบบนี้ไม่ใช่หรือไง?” ยัยตัวเล็กตรงหน้าผมที่พูดเป็นต่อยหอยเหมือนเอ่ยคำพูดแรกสีเบา และทำท่าเหมือนกับกำลังร่าเริงอีกครั้งแต่ผมไม่ได้รู้สึกดีใจตามเลย 

“นี่อะเหรอ ?? เปล่าหรอกฉันซื้อมาเอง” ผมที่ยกดอกกุกลาบขึ้นเพื่อดูความสวยงามของมัน พร้อมกับหมุนไปมาและเงยหน้ามอง 

“และไหนบอกไม่ชอบดอกไม้ ไปซื้อมันทำไม” เธอที่ยังคงคาดคั้นจะเอาคำตอบจากผมมาให้ได้ ซึ่งผมเองนั้นก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยิ้ม 

“ซื้อมาง้อเด็กน้อยอย่างเธอไง เอาไปสิ” ผมที่ยื่นกุหลาบให้ โดยที่โมริน่านั้นก็ถึงกับตกใจจนไม่กล้าเอื้อมมือมารับ จนทำให้ผมนั้นต้องเอ่ยออกไป 

“ถ้าเธอจะตอบมาว่าไม่ได้โกรธ แสดงว่าเธอกำลังปิดบังความจริงอยู่” ผมที่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ตัวยาวแต่มือนั้นก็ยังคงยื่นดอกไม้ไปให้เธอ ซึ่งยัยตัวเล็กนี่ก็เล่นตัวเอาซะเหลือเกิน 

“เอาจริงๆนะเนี่ย ฉันจะไปโกรธพี่เรื่องอะไรกันล่ะ ?” 

“ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเธอ แต่เธอ....” 

“.......” 

“ชอบฉัน ฉันพูดถูกไหมล่ะ” ผมที่เอียงคอและใช้นัยน์ตาสีเทาจ้องมองไปยังคนตัวเล็กตรงหน้าแต่ใจจริงก็รู้คำตอบตั้งนานแล้วล่ะเพราะไม่มีผู้หญิงใจกล้าถึงขนาดมาถามว่าผมคิดอะไรกับเธอหรือเปล่าหรอกถ้าเธอไม่ชอบผม และอยากได้คำตอบเหมือนกันจริงมั้ย ???? 

“มาถามฉันทำไมอีกล่ะ ฉันเกลียดการถูกหักหน้ารอบสองนะ” เธอที่หันหน้าไปมองทางอื่นและถอนใจออกมา ทำให้ผมนั้นต้องลุกขึ้นก่อนจะจรดดอกกุหลาบขึ้นแตะจมูกแม้จะไม่ค่อยชอบกลิ่นมันสักเท่าไหร่ 

“คืนนี้มีดาวตก อยากขออะไร ??” ผมที่พูดพร้อมกับจ้องนัยน์ตาสีดำสนิทโดยที่เธอนั้นก็เอาแต่หลบหน้าจึงทำให้ผมเองต้องตัดสินใจเอื้อมมือไปจับปลายคางและบังคับให้หันมามอง 

“ฉันอยากขอให้พี่คิดเหมือนกันกับฉัน” ผมที่ถึงกับเงียบเมื่อได้คำพูดที่ออกมาจาก 

หมับ 

! 

ผมที่เอื้อมมือไปคว้าเอวเล็กมาแนบกายก่อนจะยิ้มให้เธอโดยที่เธอนั้นก็ทำสีหน้าตกใจทำให้ผมต้องจรดดกกุหลาบสีแดงนั้นไปที่ริมฝีปากราวกับจะบอกเธอนัยๆว่าให้หยุดพูดอะไรทั้งสิ้น 

“ฉันอยากขอให้เธอเลิกชอบฉันซะ เธอมีค่ามากเกินกว่าที่ลดตัวมาชอบคนอย่างฉัน” 

“......” 

“ฉันไม่คู่ควรกับเธอเลยสักอย่าง โมริน่า” 

“พี่...” 

[Matino talk end] 

หลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบก็นาบริมฝีปากไปที่กลีบปากเล็กซึ่งมีดอกกุหลาบสีแดงกลั้นไว้อยู่ตรงกลางเหมือนเป็นเครื่องเตือนใจในคำพูดที่เขาพึ่งเอ่ยออกไป ใบหน้าสวยที่มีน้ำใสไหลลงมาแม้จะเจ็บปวดกับคำพูดนั้นแต่กลับเจ็บยิ่งกว่าเมื่อจูบที่เขามอบให้นั้นมันคือสิ่งที่ยืนยันว่าเธอควรจะจบลงแค่นี้ 

“ฝันดีเด็กน้อย” มาติโน่ที่เอ่ยเมื่อถอนริมฝีปากออกจากกุหลาบพร้อมกับมองหน้าหญิงสาวที่กำลังร้องไห้โดยไม่มีเสียงสะอื้นเลยสักนิด 

“ทำไม....” 

“กลับบ้านซะดึกแล้ว พ่อเธอมาตามจริงๆละนั่น” ชายหนุ่มที่พยักเพยิดหญิงสาวให้ก้มลงดูหน้าจอโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าซึ่งนั่นก็เป็นพ่อของเธอเอง โดยที่โมริน่าก็ยังคงจ้องมองไปยังใบหน้าหล่อนั้นอยู่ราวกับอยากให้เวลาหยุดลงอยู่แค่นี้ 

“ฉันไปก่อน ขอบคุณสำหรับกุหลาบดอกนี้ สัญญาว่าจะเก็บให้มิดที่สุด....” มาติโน่ที่พยักหน้ารับคำพูดของหญิงสาวโดยที่เธอนั้นก็เงียบไปอึดใจหนึ่งและเงยหน้ามองท้องฟ้า 

“ถ้าขอพรรอบที่สองได้ ฉันอยากให้พี่รักฉันเหมือนที่ฉันรักพี่ในตอนนี้” 

“ฝันดีนะพี่มาติน ถ้าเลือกได้ฉันอยากตื่นขึ้นมาเจอพี่เป็นคนแรกเลยนะ แต่สงสัยว่าฉันคงต้องเพ้อเจ้อแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ” หญิงสาวที่ขำออกมาก่อนจะหันหลังและเดินออกไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นทางยาวเนื่องจากกลั้นมันไว้ไม่อยู่อีกแล้ว 

ไม่ใช่เธอคนเดียวที่เสียใจแต่ชายหนุ่มที่ยืนมองหญิงสาวจากด้านหลังก็เจ็บปวดใจไม่แพ้กันเลย ร่างสูงที่ถอนหายใจออกมายาวพรืดและยกมือทั้งสองลูบใบหน้าตัวเองอย่างท้อแท้ก่อนจะเอ่ยอะไรออกมาครั้งสุดท้าย 

“อยู่ห่างฉันแต่ยังมีลมหายใจดีกว่า อยู่ใกล้แต่ฉันปกป้องเธอไม่ได้ดีกว่า” 

“โมริน่า” 

02:00 AM 

หญิงสาวที่อยู่ในชุดเดรสเกาะอกสีขาวที่ถูกร่างใหญ่อย่างเอเธนส์นั้นอุ้มเข้ามาในห้องอย่างเบามือพร้อมกับค่อยๆวางลงบนเตียง โดยที่เอเธนส์นั้นก็ถึงกับเอามือยันหน้าผากตัวเองไว้ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป 

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ร่างสูงที่เดินออกมาจากห้องน้ำโดยีหยดน้ำมากมายเกาะพราวตามตัวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ซิกส์แพ็ตที่เรียงสวยงามอย่างพอดีมือใหญ่ที่เช็ดผมไปด้วยเช็ดหน้าไปด้วยก่อนจะพาดผ้าไว้ที่เดิมและเดินมายังตู้เสื้อผ้า คว้าเอาเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงนอนตัวยาวมาสวมแต่สายตาก็ยังไม่วายหันไปมองสาวสวยที่หลับสนิทตั้งแต่นั่งรถกลับบ้านมา จู่ๆเอเธนส์ก็หยิบเสื้อเชิ้ตอีกตัวและกางเกงออกมาก่อนจะปิดตู่และโยนทั้งสองชิ้นลงไปบนที่นอนอย่างลวกๆ 

“ฉันต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอใช่ไหมเนี่ย ยัยตัวแสบ” 

“.....” 

“มาแบบสบายไม่พอยังพกความลำบากมาให้ฉันอีก” 

“เบื่อเธอโคตรๆเลยว่ะ ฮาเวียร์” 

รุ่งเช้า 

08:00 AM 

“กรี๊ด 

!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 

 

“เฮ้ย 

!! 

หนวกหู 

!!! 

แหกปากอะไรแต่เช้าเนี่ย” เอเธนส์ที่เอาหมอนสีขาวกดใบหน้าสวยนั้นลงกับเตียงก่อนจะถูกมือเล็กดึงออกและตีไปที่ร่างสูงไม่ยั้งแรงและเอ่ยพูด 

“นายมอมเหล้าฉันเร้อะ 

!!!! 

 

ตุ้บ 

!!! 

“ทำไมต้องแบบนี้ด้วยห๊า 

!!!!! 

 

ตุ้บ 

!!!! 

“ต้องการอะไรจากฉันเนี่ย ตาบ้า 

!!! 

 

หมับ 

!!! 

“โอ้ย 

!! 

ยัยบ้า ชาติที่แล้วเกินมาเป็นนักร้องโอเปร่าหรือไง รำคาญเว้ย 

!! 

” เอเธนส์ที่คว้าแขนหญิงสาวไว้ก่อนจะใช้มืออีกข้างดึงหมอนออกและโยนไปที่อื่น ซึ่งนั่นก็ทำให้ฮาเวียร์ถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกใจ 

“แล้วนายมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉันทำไมกันละห๊า 

!!!!!!!!! 

 

“ใครจะกล้านอนกับผู้หญิงเหม็นเหล้าอย่างเธอล่ะ สกปรกไม่มีที่สิ้นสุด 

! 

” หนุ่มหล่อที่ตอบออกมาทั้งๆที่ยังคงหลับตาอยู่ก่อนจะใช้หมอนขึ้นมาวางบนศีรษะโดยที่ตัวเองนั้นก้มหน้าลงเตียงอย่างเบื่อเสียงแปดหลอดของเธอ 

“นายเป็นคนยื่นมาให้ฉันเองนะ มาโทษฉันได้ไง” 

“นี่ยัยบ้า 

! 

เงียบสักทีเถอะ หูฉันมีเนื้อเยื่อนะโว่ย อยู่ใกล้กันแค่นี้จะตะโกนให้ได้ยินไปถึงบราซิลเลยหรือไง” หญิงสาวที่ใช้แขนทั้งสองข้างกดหมอนสีขาวที่มีศีรษะของชายหนุ่มอยู่ด้านล่างอย่างแรง ซึ่งนั่นก็ทำให้เอเธนส์ถึงกับกระชากมือเล็กออก 

ฟุ่บ 

! 

“ต้องการอะไรจากฉันเนี่ย 

! 

 

“ฉันอยากจะฆ่านาย เบื่อขี้หน้านาย รำคาญหน้าทุเรสๆอย่างนาย 

!!! 

 

“นี่แม่คุณ 

!! 

ที่พูดมานั่นมันความรู้สึกฉันทั้งนั้น โคตรจะรำคาญเธอคูณสิบยกกำลังล้านเลยวะ 

! 

 

“.....” 

“ฉันจะนอน จะทำอะไรก็ทำไป” 

ติ้ด 

!!! 

จู่ๆข้อความที่เด้งขึ้นในไอโฟนสีดำของเอเธนส์ที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ทำให้ทั้งสองต้องหยุดการทะเลาะและหันไปสนใจเสียงนั้น โดยที่ชายหนุ่มต้องเอื้อมไปหยิบมาอ่านก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตกใจ 

“เฮ้ย 

! 

ลืมวะ วันนี้ฉันจะต้องไปเจอขนมผิงนี่ ??” ชายหนุ่มที่พูดขึ้นก่อนจะลุกขึ้นแต่ก็ถูกร่างเล็กที่นอนฟังอยู่แย้งขึ้นมาอย่างไม่สนใจ 

“พี่น้องนายเขาแต่งงานกันหมด ไม่รู้สึกแปลกๆบ้างเหรอ” 

“แปลกยังไง” ชายหนุ่มที่ทำท่าจะลุกก็ต้องหันมามองเธออีกครั้ง 

“ก็เพราะนายมันน่าเบื่อแบบนี้ไง ใครเขาอยากจะเอามาเป็นสามี 

!! 

 

ฟุ่บ 

!!!! 

มือใหญ่ที่คว้าหมอนสีขาวก่อนจะกดลงไปบนใบหน้าเล็กของฮาเวียร์และเอ่ยขึ้นอย่างไม่แคร์ กับการกระทำของเธอสักเท่าไหร่ 

“ประสาทจะกิน ทำไมต้องตื่นมาเจอเธอด้วยวะ โว้ยย 

! 

 

“อ้อยยย 

!!!!!!!!! 

อ่อยอ้านนนนนนน 

!!!! 

” ฮาเวียร์ที่พยายามตะเกียดตะกายอย่างลุกลี้ลุกลนเพื่อจะหาทางรอดจนชายหนุ่มต้องดึงหมอนออกมาเพื่อให้เธอนั้นมีอากาศหายใจ 

“กรี๊ด 

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 

 

“เออถ้าประสาทหูฉันไม่ทำงาน ฉันจะฆ่าเธอคนแรก 

! 

 

“ฉันก็จะฆ่านายเหมือนกัน ถ้านายจะทำอะไรฉันอีก 

! 

 

“ทำอะทำแน่ เอาเลยดีไหม ????” เอเธนส์ที่เอ่ยขึ้นอย่างสองแง่สองง่ามก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าผ้าห่มผืนใหญ่ที่ไปอยู่ปลายเตียง 

“ถ้ากล้าก็ลองดู” 

“ของขึ้นแต่เช้า” 

พรึบ 

!!!!! 

สิ้นคำนั้นมือใหญ่ที่โยนผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายใหญ่ของตัวเองและร่างเล็กที่กำลังจะกรีดร้องจนมิดพร้อมรอยผ้าที่ขยับดุ๊ดดิ๊กๆ มาพร้อมกับเสียงของฮาเวียร์ 

“หยุดนะ 

!! 

 

“ก็บอกแล้วของมันขึ้น” 

“แล้วมันมาเกี่ยวอะไรกับฉันย่ะ 

!!! 

 

“ก็เธอทำให้มันขึ้น รับผิดชอบเอามันลงให้ฉันด้วยละกัน” 

“ม่าย 

!!!!!!!!!!!!!!!!!! 

 

บางทีความแค้นที่เกิดขึ้นจากพวกเขาทั้งสองอาจจะเปลี่ยนและกลายเป็นความรู้สึกอะไรบางอย่างที่เข้ามาแทนที่แต่ติดอยู่ตรงที่ว่าใครจะรู้สึกก่อนเท่านั้น ความกล้ามันจะมาพร้อมกับความกลัวเสมอ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว