ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เลือดพล่าน ll < บทที่16 > 100%

ชื่อตอน : เลือดพล่าน ll < บทที่16 > 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.1k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2561 20:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เลือดพล่าน ll < บทที่16 > 100%
แบบอักษร

16


ผมถูกพามารักษาตัวอยู่ที่บ้านไบรอัน ทุกอย่างเหมือนเดิมเหมือนก่อนที่ผมจะบ้าบิ่นวิ่งหนีออกไปข้างนอกอย่างนั้น ไบรอันยังโกรธผมอยู่ในช่วงสองสามวันแรก แต่หลังจากนั้นเขาก็เหมือนจะลดความขุ่นเคืองลงไปแล้วเริ่มมาหาผมบ้างเป็นครั้งคราว

จนกระทั่งผ่านไปเป็นสัปดาห์ สองสัปดาห์ อาการบาดเจ็บของผมหายดีเป็นปลิดทิ้ง ผู้มีพระคุณพ่วงตำแหน่งศัตรูนั่นอยู่ตรงหน้าผมอย่างอารมณ์ดี กระดิกเท้าผิวปากอ่านเอกสารหน้าตาเฉยโดยที่มีผมนั่งเป็นของประกอบฉากอยู่ในห้องทำงาน

“คุณไม่เบื่อเหรอให้ผมมานั่งเฝ้าแบบนี้”

“ไม่ นายเบื่อหรือไง”

“ใช่”

“เบื่อก็ไม่ให้ไป” สิ่งหนึ่งที่ต่างไปหลังจากผมบอกไบรอันว่าผมรักบอสไม่ได้รักเขา คือกวนประสาท ก่อนหน้านี้เหมือนเขาจะไม่ได้อะไรนักหนากับผมมาก ถ้าไม่มีธุระก็แทบจะไม่ไปหาผม แต่เดี๋ยวนี้นิดๆหน่อยๆคือจะต้องมากวนผมให้ได้ จะต้องให้ผมมานั่งเฝ้า จะต้องได้เห็นหน้าผมทุกวัน ได้กวนประสาทผมทุกวัน เขาชอบเห็นผมทรมาณจากการที่ขัดเขาไม่ได้ และเขาก็ไม่ปรานีผมสักนิดหากผมจะรู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อและขอกลับห้อง

ผมถอนหายใจเบาๆ ทำหน้ามู่ทู่มองไบรอันเซ็งๆ

รายนั้นไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรด้วยเลย ก้มหน้าก้มตาผิวปากทำงานต่ออย่างอารมณ์ดี

“เค” แล้วอยู่ๆ เขาก็เรียกชื่อผมขึ้นมา พอหันไปมองตาก็พบว่าดวงตาสีน้ำทะเลนั้นสุกสกาวอย่างมีความสุข “นายอยู่กับฉันมาเป็นเดือนแล้วนะ”

“แล้วยังไง”

“เริ่มรู้สึกรักฉันบ้างหรือยัง”

“ฮะ?” เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีกล่ะเนี่ย ตั้งแต่วันนั้นเราก็ไม่ได้พูดเรื่องรักชอบอะไรกันอีกเลยเพราะไม่อยากให้เป็นประเด็น แล้ววันนี้เกิดนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรถึงได้พูดขึ้นมาได้

“เฉินมันทิ้งนายแล้ว อยู่กับฉันนายก็สบายดีไม่ใช่หรือไง”

“ไบรอัน” ผมถอนหายใจทิ้งอีกครั้ง คือถ้าความรู้สึกมันเปลี่ยนกันได้ง่ายๆขนาดนั้นในโลกนี้คงไม่มีคนที่ฆ่าตัวตายเพราะอกหักหรอก รักก็คือรัก ต่อให้ถูกทิ้งแต่ความรู้สึกมันก็ฝังใจอยู่ดี

“เมื่อไหร่นายจะยอมเป็นของฉันจริงๆสักที”

“ไม่เอาล่ะ ผมยังรอบอสอยู่” ผมพูดอีกครั้งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดอะไรแบบนี้ออกไป ไบรอันชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้มองผมแบบโกรธเคืองอีกแล้ว กลับกัน เขากลับฉีกยิ้มให้ผมกว้างๆ

“นายแน่ใจเหรอว่าไม่ได้เริ่มรู้สึกอะไรกับฉัน รักแท้แพ้ใกล้ชิดนะ”

“ภาษาไทยคุณพัฒนาเร็วเกินไปแล้วนะไบรอัน” ผมเปลี่ยนเรื่อง

“พอๆกับภาษาอังกฤษของนายนั่นแหละ” ใช่ครับ ผมอยู่ที่นี่แค่เดือนเดียวแต่ภาษาผมพัฒนาไปมาก ไม่ใช่อะไรหรอก ไบรอันบังคับให้ผมเรียนเอง เพราะเขาขี้เกียจพูดภาษาไทย เลยสอนประโยคที่ได้ยินบ่อยๆให้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาอิตาเลี่ยน อย่างน้อยตอนนี้ใครด่าผมผมก็รู้ล่ะว้า

“เค” ไบรอันเลิกทำงานตรงหน้าแล้วเดินมานั่งกับผมที่โซฟา “ที่ฉันบอกว่าชอบนายเนี่ย ฉันพูดจริงๆนะ”

“คุณแค่เห็นผมน่าสนใจเพราะผมเป็นคนของบอสเท่านั้นแหละ”

“ไม่เลย ฉันไม่สนใจมันแล้วด้วยซ้ำ ตอนนี้ในหัวฉันมีแต่นายเท่านั้น” ไบรอันพูดแล้วฉีกยิ้มหวานก่อนจะค่อยๆโน้มหน้าเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ

“อย่าน่า!” ผมเอี้ยวตัวหลบลุกหนีออกจากโซฟาทำไบรอันจูบอากาศจนหน้าทิ่ม ผมก็รู้นะว่าเขารู้สึกดีๆกับผม แต่ผมมีบอส ทำยังไงผมก็ทำใจทรยศบอสไม่ลง

ไบรอันถอนหายใจหนักๆ “แค่จูบก็ไม่ได้เหรอ”

ผมส่ายหน้าช้าๆ แค่จูบก็ทำผมรู้สึกผิดได้ รู้นะว่าเรื่องมาก แต่...ถ้าคุณรักใครสักคน คุณคงไม่อยากทรยศเขาคนนั้นหรอกจริงไหม

ผมกับบอส แม้จะรู้จักกันเพียงไม่นาน แต่เขาเป็นรักแรกพบ เป็นผู้ชายในฝัน เป็นคนในสเป็ค และเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมากคนหนึ่ง เพราะอย่างนั้นผมถึงได้ฝังใจมากยังไงล่ะ เหมือนเขาเป็นคนเข้ามาเปิดสวิทช์บางอย่างในตัวผมเอาไว้แล้วปล่อยมันทิ้งไว้อย่างนั้น ถ้าเขาไม่เป็นคนมาปิด ผมคงหลุดพ้นจากบ่วงนี้ไม่ได้

“ฉันปล้ำนายก็ได้นะรู้ใช่ไหม” ไบรอันพูดเสียงเครียดขึ้นระดับหนึ่ง ผมตัวแข็งทื่อ ความรู้สึกตอนเกือบถูกข่มขืนในวันที่หนีออกไปกลับมาอีกครั้ง “แต่ฉันไม่ทำ เพราะฉันไม่ชอบฝืนใจใคร แล้วยิ่งเป็นนาย ถ้าฉันทำนายคงจะเกลียดฉันใช่ไหม”

“มากกว่าอะไรในโลก” ผมตอบโดยไม่คิด ถ้าไบรอันขืนใจผมจริงๆ ไม่เขาก็ผมต้องตายกันไปข้างหนึ่ง

“เห็นไหมล่ะ เพราะอย่างนั้นฉันเลยรอนายอยู่นี่ไง เมื่อไหร่จะให้โอกาสกันบ้าง”

“มันไม่ง่าย…”

“แต่มันก็ไม่ยาก มองตาฉันแล้วพูดสิว่าไม่ได้เริ่มรู้สึกดีๆกับฉันบ้างแล้ว” ไบรอันลุกขึ้นเดินเข้ามาหาผม มองตาเขาเหรอ...แล้วบอกว่าไม่ได้เริ่มรู้สึกดีๆด้วย…

รู้สึกดีกับไบรอัน ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน เพราะสถานะของผมคือตัวประกันที่อยู่ในดงศัตรู แม้พวกลูกน้องจะไม่กล้าทำอะไรผมเพราะคิดว่าผมเป็นเด็กไบรอันไปแล้วก็เถอะ

“คิดดูดีๆ ความรู้สึกนาย ใจนาย” ไบรอันพูดเสียงโทนต่ำเหมือนพยายามจะสะกดจิตให้ผมคิดตาม ไม่ต้องใช้เวลาคิดนานผมก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว ไบรอันเป็นคนใจดีมากๆคนหนึ่งเลย ไม่เหมือนมาเฟียเลยด้วยซ้ำถ้ารู้จักเขาจริงๆ ทุกวันนี้นอกจากวันที่เห็นเขายิงคนต่อหน้าผมก็ไม่เคยเห็นว่าเขาจะไปทำอะไรใครเลย เห็นขลุกอยู่แต่ในห้องทำงานตลอด คอยอ่อย คอยกวนใจผมอยู่เรื่อยเหมือนพวกว่างงาน ดังนั้นเรื่องรู้สึกดีๆด้วย มันก็แน่อยู่แล้ว

“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเลยเถิดไปถึงขั้นนั้นได้นะ ถ้าเป็นเพื่อนกันผมโอเค”

“แต่ฉันไม่อยากเป็นแค่เพื่อน” ไบรอันจับมือผมขึ้นมากุมไว้ มองผมด้วยสายตาออดอ้อนเหมือนเด็กผู้ชายตัวน้อยๆ “คบกันไม่ได้เหรอ จะดูแล จะรักษาอย่างดี”

“คุณใจดีกับผมจริงๆนะ แต่ว่า…”

“ไอ้เฉินอีกแล้วใช่ไหม ทำไมน่ะเค รักฉันมันผิดตรงไหน เฉินมันไม่มาหานายแล้ว มันทิ้งนายไปแล้ว” ผมไม่อยากจะยอมรับเลย แต่นี่เป็นเดือนมาแล้วที่ผมไม่ได้ข่าวคราวอะไรจากฝั่งนู้น ผมเริ่มคิดจริงๆแล้วล่ะว่าบอสทิ้งผมไปแล้ว

“นะเค นะ รักกันเถอะ” ง่ายขนาดนั้นซะที่ไหน ผมถอนหายใจเบาๆแล้วส่ายหน้า ปวดใจนิดๆที่เหมือนทำลายหัวใจของเด็กผู้ชาย(ที่จริงๆแล้วอายุมากกว่าผมโขเลย)ลงไป ไบรอันหน้าสลดลงเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเริงร่าได้เหมือนเดิม





ผมอยู่กับไบรอันอย่างสะดวกสบายเลยแหละถ้าจะว่ากันตรงๆ มาเฟียอังกฤษติงต๊องนั่นชอบแอบฉวยโอกาสกับผมอยู่เรื่อย เขาไม่ยอมแพ้ที่จะจีบผมแม้ว่ามันจะไม่ง่ายเลยก็ตาม บางทีผมก็นึกสงสารนะ แต่ก็แอบขำด้วยที่เห็นเขามาทำอะไรแบบนี้

วันนี้ไบรอันเรียกผมมานั่งเฝ้าทำงานอีกเช่นเคย แต่พอมาถึงบรรยากาศในห้องก็ดูแปลกๆ เป็นหนาวๆร้อนๆยังไงไม่รู้ โดยเฉพาะสายตาเจ้าเล่ห์ที่มองมาที่ผม

“คุณเรียกผมเหรอ” ผมแกล้งถามขึ้นทั้งที่รู้ดีอยู่แล้ว เดินไปนั่งที่โซฟาตัวเก่าอย่างรู้งาน

“ใช่ นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ” ว่าก่อนจะตวัดสายตาคมกริบขึ้นจ้องมองผมราวกับมีแผนร้าย “จีโน่! เข้ามานี่”

จีโน่เป็นชื่อของลูกน้องที่ไบรอันเรียกใช้บ่อยที่สุด ส่วนมากเขาจะป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ รอฟังคำสั่งไบรอันอยู่ห่างๆ

ประตูเปิดออก หนุ่มใหญ่รูปร่างสูงชะลูด เส้นผมสีเทา หน้าตาดุดัน ลักษณะโดยรวมคล้ายพี่ใหญ่แต่ดูเลวและโฉดชั่วกว่าเดินเข้ามาในห้อง

“ครับ คุณไบรอัน”

“เอาเงินนี่ไป หาเด็กให้ฉันคนหนึ่ง” ไบรอันโยนห่อเงินสีน้ำตาลบึกใหญ่ให้

“หืม?”

“เด็ก...ผู้ชายนะ” พูดกับจีโน่แต่สายตากลับมองมาที่ผมอย่างท้าทาย ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าวันนี้เขาจะมาไม้ไหน นี่กะจะควงเด็กล่อหน้าล่อตาผมสินะ ต้องการให้ผมหึง? หึๆ ไบรอัน...นิสัยเขาเด็กน้อยจริงๆ

“ผู้ชาย? แต่ปกติคุณ…”

“ไปเถอะ เร็วๆด้วย”

“เอ่อ...ครับ”

“ริชชี่ล่ะ” ผมแกล้งถามไป อยากได้เด็กผู้ชายไม่ใช่เหรอ ริชชี่เองก็หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ น่ารักขนาดเด็กผู้หญิงบางคนยังอาย แถมภักดีต่อไบรอันสุดๆ ถ้าไบรอันอยากได้…

“นายจะบ้าเหรอ นั่นเด็กสิบขวบ”

“ก็เห็นอยากได้เด็ก”

“ได้! จีโน่!”

“ครับ?” จีโน่เปิดประตูเข้ามาทั้งที่มือถือโทรศัพท์

“ไปตามริชชี่มาหาฉัน เดี๋ยวนี้”

“ครับ” จีโน่ท่าทางงงๆ สับสนหน่อยๆ ไบรอันบอกจะเอาเด็ก แล้วก็ให้ไปเรียกริชชี่ ทั้งที่ผมที่ถูกเข้าใจว่าเป็นเด็กในสังกัดยืนอยู่ข้างๆ

ไม่ถึงห้านาที ริชชี่ก็เดินเข้ามาในห้องท่าทางงงๆ

“!@#$%^” เกลียดเด็กโซดานี่จัง ทำไมผมอยู่ด้วยต้องพูดภาษาที่ผมฟังไม่รู้เรื่องด้วยเนี่ย

“นอนกับฉันสักคืนซิริชชี่” ไบรอันพูดง่ายๆ ริชชี่เบิกตาโตเท่าไข่ห่าน อ้าปากค้างมองไบรอันอย่างตกใจ “เคไม่ยอมนอนกับฉัน เขาจะให้ฉันนอนกับนายแทน”

โบ้ยให้กันเห็นๆ! ริชชี่มองแรงมาทางผมแล้ว เด็กนี่ยิ่งไม่ชอบผมอยู่แล้วด้วย

“มาเถอะริชชี่” ไบรอันเดินผละออกจากผมไปหาริชชี่ เด็กน้อยตัวสั่นเบาๆแล้วก้าวถอยหนีไปก้าวหนึ่ง ท่าทางไม่มั่นใจปนหวาดกลัวหน่อยๆ เห็นแล้วน่าสงสาร

พอไบรอันก้าวถึงตัวริชชี่ก็ดึงเด็กน้อยหน้าหวานเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ริชชี่หน้าเหวอ ร้องดังลั่นอย่างตกใจ

“คุณไบรอัน!”

“พอเถอะน่า นี่เด็กนะ” ผมทนไม่ได้เลยรีบเข้าไปห้าม ดึงตัวริชชี่มาซ่อนไว้ด้านหลัง ปกติเด็กนี่ถ้าถูกตัวก็จะจับผมทุ่ม แต่ครั้งนี้กลับเกาะหลังผมแน่นไม่ปล่อย

“ก็นายบอก”

“ผมแค่ประชด” แล้วก็รู้ด้วยว่าเขาแค่จะแกล้งประชดผมคืนด้วยการเอาริชชี่มา แต่เด็กอิตาเลี่ยนโซดานี่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย เดี๋ยวจะฝันร้ายเปล่าๆ

“งั้นนายก็มาแทน”

“ไม่ล่ะไบรอัน อีกเดี๋ยวเด็กที่คุณให้จีโน่ไปซื้อตัวก็จะมาแล้ว ถ้างั้นผมกับริชชี่ไปก่อนนะ ขอให้สนุกนะ” ถ้าเขาจะเรียกผมมาเพื่อพิสูจน์ว่าผมจะหึงเขาไหมถ้าเห็นเขาอยู่กับคนอื่น บอกเลยว่าคิดผิด ต่อให้ผมรักเขามากมายและหึงหวงจริง ผมเชื่อว่าผมจะเก็บอาการอยู่ เขาจะไม่มีวันได้เห็นผมฟิวขาดเรื่องนี้แน่

“เดี๋ยว” ขณะที่ผมจูงมือริชชี่จะเดินออกจากห้อง ไบรอันก็คว้าต้นแขนผมไว้แล้วดึงกลับมา ส่งสายตาให้ริชชี่ไปได้ ส่วนผมให้อยู่ในห้อง “ใครบอกว่าจะให้นายไป”

“ก็คุณจะ…”

“นายต้องอยู่ดู”

“บ้าเหรอ! โรคจิตป่ะเนี่ย” ผมร้องเสียงดังลั่น ให้ผมอยู่ดูคนมีอะไรกันเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอก

“เผื่อนายมีอารมณ์ร่วม” อย่าบอกนะว่านี่แผนที่แท้จริง เพราะผมไม่ยอมให้เขาทำอะไรงั้นเหรอเลยต้องเล่นแบบนี้

“ฝันเอา”

“นั่งอยู่นี่ ไม่ต้องไปไหน” นี่เอาจริงดิ! ผมถูกไปไบรกดตัวลงนั่งบนโซฟา ไม่อนุญาตให้ออกไปไหน เหงื่อผมเริ่มไหลลงข้างขมับเมื่อเวลาเดินไปข้างหน้าช้าๆ แค่จินตนาการว่ามีคนสองคนอยู่ตรงหน้ามันก็...ฮื้ออออ ไม่เอาาา

“ไบรอัน ให้ผมกลับห้องเถอะนะ” ผมอ้อนวอน

“นั่งๆไปเถอะน่า ใครให้นายทำให้ฉันอยากแล้วไม่รับผิดชอบ”

“ไม่ใช่เรื่องเลย อยากทำอะไรก็ไปทำกับสองคนสิ”

“หึงเหรอ รับไม่ได้ที่ฉันมีอะไรกับคนอื่น” ขี้ตู่โคตรรรรร ไม่ได้หึง ไม่ได้หวง แค่ไม่อยากอยู่ดูหนังสดตอนนี้เฟร้ยยยย

ไบรอันไม่สนใจเสียงทัดทานของผม เขานั่งไขว่ห้างอยู่ที่โซฟาอีกตัวข้างๆผมกระดิกเท้าไปมาอย่างอารมณ์ดี สายตาเจ้าเล่ห์บ่งบอกแผนการเรียบร้อยโดยไม่ต้องอ่านยากเลย หมอนี่ต้องการแกล้งผม เขากวนประสาทผมอีกแล้ว

ก๊อกๆ

เสียงประตูดังขึ้น ผมสะดุ้งตัวตรง พอประตูถูกเปิดออก เด็กหนุ่มในวัยน่าจะสิบแปดสิบเก้าก็เดินเข้ามา เป็นหนุ่มน้อยหน้าใสที่ดูเซ็กซี่ดี

“โห ไม่ได้บอกก่อนนี่ว่าควบสอง แบบนี้ต้องคิดเงินเพิ่มนะ”

“ไม่ต้องหรอก บริการฉันคนเดียว นั่นแค่ผู้ชม”

“คิกๆๆ ผู้ชมเหรอ น่าสนใจจัง” เด็กหนุ่มคนนั้นหัวเราะชอบใจก่อนจะเดินไปหาไบรอัน ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงก็ขึ้นคร่อมตักไบรอันแล้วเบียดกายเสียดสีเป้ากางเกงมาเฟียอังกฤษทันที

“อยากได้เแบบไหนล่ะ...เจ้านาย” น้ำเสียงแหบพร่าปลุกอารมณ์ดิบผู้ฟังได้เป็นอย่างดีสมเป็นมืออาชีพ เด็กหนุ่มนั่นกดจมูกสูดดมไปตามซอกคอไบรอันขณะที่ร่อนเอวยั่วยวนเหมือนแมวป่า

พระเจ้า…

“ผมขอ…”

“นั่งอยู่นั่นห้ามลุก” ลุกก็ไม่ได้ ไปไหนก็ไม่ได้ อะไรวะเนี่ย! เมื่อเห็นไบรอันยังนิ่งอยู่ เด็กหนุ่มคนนั้นก็ประกบจูบเข้าที่ริมฝีปากไบรอันทันที

“...” ผมเม้มปากเป็นเส้นตรง อธิบายความรู้สึกตอนนี้ไม่ถูกเหมือนกัน เขาจูบกันอย่างดูดดื่ม บางทีอาจจะดูดดื่มกว่าที่ไบรอันจูบกับผมเสียอีก และแล้วก็จับมือไบรอันไปโอบเอว ก่อนจะนำมือหนาข้างนั้นเลื่อนต่ำลง สอดเข้าไปในกางเกงด้านหลัง

“อ๊า!” เสียงครางหวานดังขึ้นพร้อมๆกับร่างบางแอ่นอกซบกับแผงอกกว้างของไบรอัน “อื้อ! ฮ้า!” มือของไบรอันข้างนั้นทำอะไรอยู่ด้านในผมไม่รู้ แต่เสียงครางและเสียงหอบหายใจของเด็กหนุ่มคนนี้ทำผมใบหน้าเห่อร้อน พยายามไม่มองภาพตรงหน้าแต่เสียงนี่ก็ยังดังก้องชัดในหู

“ละ ลึกอีก”

“พอเถอะไบรอัน ให้ผมกลับ…”

“นั่งลง” ไบรอันพูดเสียงเข้ม ปรายตามองผมนิดหน่อยก่อนจะหันกลับไปมองเด็กหนุ่มตรงหน้า ผมไม่อยากดูแล้ว ไม่อยากฟังด้วย เสียงครางกับภาพพวกนี้ทำให้ผมวูบวาบเบาๆแถวท้องน้อย ผมกลัวว่าถ้าดูต่อไปมันจะ….อดกลั้นไม่ไหว

“เจ้านาย…” เด็กหนุ่มครางกระเซ่า กดริมฝีปากระดมจูบไปตามสันกรามของไบรอันอย่างยั่วยวน แต่อีกฝ่ายกลับนิ่งเป็นหิน ปล่อยให้คนด้านบนบรรเลงบทรักอยู่ฝ่ายเดียว

“พอแล้ว” สุดท้ายไบรอันก็ดันร่างเด็กหนุ่มนั้นออก ผมถอนหายใจโล่งๆ รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก

“คุณไม่มีอารมณ์เลย” เด็กหนุ่มบ่นหน้างอ

“นายกลับไปเถอะ เงินนั้นไม่ต้องคืน ถือเป็นค่าเสียเวลา”

“โห่...นึกว่าจะได้เล่นอะไรสนุกๆซะแล้ว” เด็กนี่! ดีแค่ไหนแล้วที่ได้เงินฟรี “งั้นถือว่านี่เป็นบริการพิเศษ”

ไบรอันและผมเอียงคอสงสัย เด็กนั้นล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกง หยิบห่ออะไรบางอย่างออกมาแล้วแกะออก ยาเม็ดสีขาวเล็กๆปรากฎสู่สายตาทุกคน เขาเอามันเข้าปาก ก่อนจะช้อนคางไบรอันเงยขึ้นแล้วประกบจูบลงอีกครั้ง

“อื้อ!” ไบรอันผลักเด็กนั่นออกจากตัวแทบจะในทันที มือยกขึ้นคลำที่ลำคอเหมือนตกใจอะไรบางอย่าง นี่อย่าบอกนะว่า…

“ทำบ้าอะไร!”

“ช่วยคุณไงเจ้านาย ก็เห็นว่าไม่มีอารมณ์” เด็กหนุ่มนั่นเดินมาทางผมแล้วมองผมขึ้นลงด้วยสายตายั่วยวน โทษทีนะ ถึงนายจะเซ็กซี่แค่ไหน แต่ฉันเป็นพวกรักเดียวใจเดียว

โดยไม่คาดฝัน เด็กนั่นนั่งคร่อมทับบนตัวผมแบบเดียวกับที่ทำกับไบรอันเมื่อกี้เลย

“ถอยออกมาเดี๋ยวนี้” ไบรอันพูดเสียงเย็น สายตาคมกริบขึ้นกระทันหันเมื่อเห็นใครมายุ่งกับผม

“แค่จูบเดียว รับรองคุณจะขอบคุณผม” สิ้นเสียงซุกซนนั้น ริมฝีปากนุ่มหยุ่นก็ประกบลงบนปากผมทันที ผมตกใจจนนิ่งค้าง เด็กนั่นสอดลิ้นเข้ามาข้างใน ผมพยายามจะดันตัวออกแต่ถูกเด็กนี่จับต้นคอล็อกไว้แน่น

บ้าเอ๊ย!

กว่าจะรู้ตัวว่าถูกทำอะไร สิ่งแปลกปลอมเม็ดเล็กๆก็ไหลลงคอผมไปแล้ว

“อื้ม! หวานฉ่ำ ขอให้สนุกนะครับทั้งคู่”

ชิบหายแล้ว!

เด็กบ้านั่นวิ่งออกจากประตูไปโดยไม่ลืมโบกมือบ๊ายบ่ายให้ ประตูปิดงับลงดังปัง ผมวิ่งไปเปิดประตูปรากฎว่ามันล็อกจากด้านนอก

ซวยแล้วไง

“ไบรอัน ห้องน้ำอยู่ไหน” ผมจะไปล้วงคอออกเดี๋ยวนี้แหละ เด็กนั่นต้องเอายาปลุกเซ็กให้ผมกินแน่ “ไบรอัน!” ผมหันไปเรียกอีกทีหลังจากไม่ได้ยินเสียงตอบรับ

ไบรอันนั่งหอบหายใจอยู่ที่โซฟาที่เดิม ตาเขาจ้องผมเขม็ง ทำให้ผมรู้ว่ายาบ้านั่นออกฤทธิ์แล้ว ทำไมมันเร็วอย่างนี้เนี่ย

“ห้องน้ำล่ะ!” ผมไม่รอคำตอบแล้ววิ่งไปเปิดทุกประตูที่เห็น ประตูแรกไม่ใช่มันเป็นห้องเก็บเอกสาร ประตูที่สองล็อก เหลือประตูเดียวแล้ว…”

หมับ!

ก่อนผมจะทันได้วิ่งไปที่ห้องน้ำ ไบรอันก็กระโจนคว้าหมับเข้าที่ตัวผมก่อน

“ไม่ต้องไปหรอก ไม่ทันแล้ว” ตัวเขาน่ะไม่ทัน แต่ผมอาจจะยัง...ตึกตัก! หัวใจผมกระตุกวูบแรงๆ เลือดในกายผมพลุ่งพล่านจนรู้สึกร้อนไปทั้งตัว มันมาแล้ว...

“ปะ ปล่อยผม” ผมดันตัวไบรอันออกห่าง สมองผมสับสนจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว ขาผมก้าวถอยไปจนชนขอบโซฟาแล้วทรุดลงนั่ง ไบรอันตามผมมาติดๆ ลมหายใจเขารุนแรง ใบหน้าแดงก่ำ เหงื่อกาฬไหลเต็มหน้าผาก

“ตั้งสติไว้ไบรอัน เดี๋ยวยาก็หมดฤทธิ์” แต่จะนานแค่ไหน ผมจะมีสติต้านไว้ได้นานแค่ไหนกัน

“เค” ไบรอันเรียกชื่อผมเสียงแผ่ว ร่างใหญ่ทาบทับลงมาบนตัวผม กดไหล่ผมให้นอนนาบลงกับโซฟา

“ไบรอัน ตั้งสติ…” ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ภาพตรงหน้าผมบิดเบี้ยวไปมาอย่างยั่วยวน เหมือนกำลังถูกมอมเมา เหมือนเป็นเพียงภาพในความฝัน ผมสะบัดหน้าเรียกสติ ยานี่มันแรงแค่ไหนกันเนี่ย

“เค” ไบรอันว่าแล้วโน้มตัวกดจูบลงมา ผมหลับตา หงายหน้ารับจูบอย่างไร้สติ มือหนาลูบไล้ไปตามแขนของผม อีกข้างสอดเข้ามาใต้เสื้อ บีบเค้นร่างกายผมขณะดื่มด่ำกับรสจูบอันร้อนแรง

“อืม~” เสียงครางในลำคออย่างสุขสมของเราทั้งคู่ดังสลับกันไปมา ทุกการสัมผัสที่ไบรอันลากไล้มือไปสร้างความร้อนวูบวาบให้ร่างกายผมตื่นตัว หัวใจผมเต้นถี่รัวยิ่งกว่ากลองชุด ผมยื่นมือออกไปประคองใบหน้าขาวของชาวอังกฤษอย่างไบรอันไว้แล้วยกตัวขึ้น ปรับองศาหน้าให้ถนัดก่อนจะขยับริมฝีปากจูบโต้กลับอย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน

ไบรอันละมือออกไป ปลดกระดุมถอดเสื้อตัวเองออกทีละเม็ด ทีละเม็ด ขณะที่ปากไม่หยุดทำหน้าที่ ลมหายใจของผมขาดห้วง เหมือนกำลังจะสำลักความต้องการตายอยู่ตรงนั้น คนตัวใหญ่บนร่างผมนั่งชันเข่า ถอดเสื้อที่ปลดกระดุมออกทิ้งเผยให้เห็นแผงอกกำยำ กล้ามหน้าท้องเป็นลอน

สติผมกลับมาแจ่มชัดในชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่อะไร อะไร จะเลยเถิด ผมยันอกไบรอันไว้ก่อนเขาจะโน้มตัวลงมา พยายามสูดหายใจลึกๆเพื่อตั้งสติแล้วไม่ตกเป็นทาสของฤทธิ์ยา

“ไม่ได้” ผมบอก “ทำอย่างนี้ไม่ได้” ผมผลักเขาออก ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินห่างออกไป ผมทรยศบอสไม่ได้ ถึงแม้นี่จะเป็นเพราะยาแต่ถ้าผมมีอะไรกับไบรอัน ผมก็ไม่บริสุทธิ์สำหรับบอสอีกต่อไป ผมแปดเปื้อน ผมไม่ใช่ของบอสเพียงคนเดียว

“เค”

“อย่า!” ผมร้องห้ามเมื่อไบรอันพยายามเดินเข้ามาใกล้ ผมหันหน้าหนี ค้ำมือลงกับโต๊ะทำงานไบรอันแล้วหายใจทั้งทางปากและจมูก...อย่างกับมันจะช่วยได้ ผมยังต้องการ ความต้องการมันพุ่งมากขึ้นเรื่อยๆและไม่มีทีท่าว่าจะลดลงได้เลย

“ได้โปรด” เสียงไบรอัอนกระซิบที่ข้างหู ฝ่ามือร้อนจับที่ไหล่มนของผม ก่อนจะกดจูบลงที่ต้นคอ ไล่ลงมาตามไหล่ลาด

“อื้อ” ผมหดคอหลบอย่างเสียวกระสัน ไบรอันเอื้อมมือข้ามมาข้างหน้า ปลดกระดุมเสื้อผมออกทีละเม็ดจนหมด เสื้อผ้าผมถูกปลดออก ยิ่งง่ายต่อการสัมผัสร่างกาย มือร้อนลากไปตามไหล่ผม ริมฝีปากร้อนกดจูบไปตามที่ต่างๆ

“ฉันต้องการนาย ฉันต้องการนาย เค” ทุกครั้งที่ริมฝีปากกดจูบไปตามไหล่ลาดและแผ่นหลัง ไบรอันจะพร่ำบอกต้องการผมไม่หยุด มันร้อนวูบวาบ หน่วงหนักแถวท้องน้อย แล้วยิ่งบางอย่างที่ดุนดันผ่านกางเกงยีนส์ของไบรอันบดเบียดชิดกับตัวผม

ไม่ไหวแล้ว...ผมอยากปลดปล่อย...ฤทธิ์ยาที่ได้นี้ผมแพ้มันราบคาบ

เราทั้งคู่...แพ้มันราบคาบ

“แค่ปล่อยไปตามสัญชาติญาณ” ผมฟังบ้างไม่ฟังบ้าง รู้ตัวอีกทีกางเกงก็ถูกถลกลงไปกองที่เข่า ไบรอันจับไหล่ผมกดให้โก่งตัวลงไปกับโต๊ะก่อนจะสอดใส่ความใหญ่โตเข้ามาเลยอย่างไม่รู้วิธี

“อ้า!”

“ฉันต้องเบิกทางก่อนใช่ไหม” เขาถามอย่างไม่รู้เรื่อง บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งแรกของเขาที่ทำกับผู้ชาย ผมอยากจะพยักหน้าแต่ความต้องการที่พุ่งถึงขีดสุดส่งผลให้ผมโพล่งประโยคที่คาดไม่ถึงออกไป

“ไม่ต้อง เข้ามาเลย”

ไบรอันสอดใส่ความเป็นชายเข้ามาในร่างกายผม มันเจ็บร้าวเหมือนจะถูกฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆแล้วสับซ้ำ ไบรอันพยายามช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ทั้งที่ความต้องการของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผมเลย

“อึก” ผมกัดปากแน่น เจ็บจนน้ำตาเล็ดแต่ก็ยังอยากให้เขาทำต่ออยู่

“หันมานี่” ไบรอันจับหน้าผมหันกลับไปมองเขาที่ยืนชิดแผ่นหลังผม ก่อนจะโน้มตัวลงมาประกบจูบแลกลิ้นกันเพื่อเบนความสนใจ ด้านล่างเขาค่อยๆสอดใส่เข้ามาจนสุด แช่ท่อนเอ็นร้อนค้างไว้ให้ผมได้ปรับตัว ร่างกายผมเต้นตุบๆ รู้สึกเหนื่อยล้าแม้ตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรเลย

“ขะ ขยับหน่อย ผมอึดอัด”

“ไหวเหรอ” ผมพยักหน้าแรงๆ ยาบ้านี่...หมดฤทธิ์เมื่อไหร่ผมจะให้ไบรอันตามไปกำจัดให้สิ้นซาก ไบรอันถอนกายออกช้าๆเนิบๆ ก่อนจะสอดเข้ามาใหม่แล้วขยับเข้าออกแบบนี้จนผมเริ่มปรับตัวได้ จังหวะการรุกเร้าของไบรอันเร็วถี่ขึ้นเรื่อยๆ มือหนาจับเอวผมไว้เป็นที่ยึดก่อนจะกระทั้นกายเข้ามาจนตัวผมโยกคลอน ความกระสันซ่านสุดจะบรรยายทำผมครางเสียงหลงไปหลายครั้ง ไบรอันก้มมาจูบผมบ้างทั้งที่ยังขยับส่วนล่างไม่หยุด

เสียว...แต่เหมือนอยู่บนสวรรค์

สมองผมขาวโล่งไปหมด ปล่อยร่างกายเป็นไปตามสัญชาตญาณดิบ ไบรอันเร่งเร้าแรงอัดกระแทกยิ่งกว่าเดิมจนผมร้องเสียงหลง เขาครางต่ำ เชิดหน้าขึ้นข้างบนเป็นสัญญาณว่าใกล้ถึงจุดสุดยอดแล้ว ไม่นานกายร้อนของคนตัวใหญ่ก็เกร็งกระตุก ปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งหมดที่มีเข้ามาในตัวผม

“อ้า!!” กายหนาแช่เอ็นร้อนของตัวเองไว้ข้างในขณะกอดผมจากด้านหลัง

แต่ผมที่เหมือนอยู่บนสวรรค์อยู่ กลับเหมือนถูกฉุดลงมาเมื่อรับรู้ได้ถึงความอุ่นวาบภายใน

“ไบรอัน! ถุงยาง” เขาไม่ได้ใส่ถุง ผมนึกว่าเขา…

“ขอโทษ มันสุดวิสัย” เขาว่าแล้วจูบแผ่นหลังผมอย่างรักใคร่อีกครั้ง ความกระสันซ่านอีกระรอกกำลังจะเริ่มขึ้น ผมรีบบอกไบรอันหลบออกไปใส่ถุงก่อน แต่คนตัวใหญ่กลับปฏิเสธ

“ไม่ทันแล้ว เลยตามเลยละกันเนอะ”

“ไม่เอาไบรอัน สกปรก...ฮึก!” ก่อนจะผมทันได้พูดจบ มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ตัวตนของผมเต็มกำแล้วค่อยๆชักรูดขึ้นลงช้าๆจนผมโก่งตัวหายใจแทบไม่ทัน  ผมยังอยู่ในห้วงของฤทธิ์ยาและยังไม่ได้รับการปลดปล่อยหลับตาลงกัดริมฝีปากอย่างเสียวซ่าน

“ต่อไหม” ยังมีหน้ามาถาม ผมพยักหน้าแรงๆ ไบรอันกวาดทุกสิ่งอย่างบนโต๊ะทำงานออกแล้วอุ้มผมขึ้นไปนอนแทนที่ ก่อนจะสอดใส่เข้ามาอีกครั้งพร้อมกับมือที่ขยับและเริ่มบรรเลงกิจกรรมบทใหม่อย่างต่อเนื่อง

..............................................................................................................

ตอนที่เหลือ ​ตามต่อได้ในเล่มจ้าาา //วิ่งหลบ

ความคิดเห็น