ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2560 22:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 7
แบบอักษร

-7-



ร้านดอกไม้ยังคงเปิดอย่างเช่นทุกวัน ดูเหมือนวันนี้ลูกค้าจะแน่นกว่าที่เคย ทำให้ปูนแทบไม่มีเวลาจับโทรศัพท์ตัวเอง แม้จะมีเสียงเตือนอยู่หลายครั้ง


“อิจฉาเด็กๆ ที่รับปริญญาจังเลยน้า” โรสเปรยออกมาหลังจากลูกค้าออกจากร้านหมดแล้ว  


“พี่โรสก็รับไปแล้วนี่ครับ จะอิจฉาอะไรอีก” ปูนว่า มือขาวเก็บกวาดพื้นที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษและใบไม้ 


“ก็แหม ตอนพี่รับไม่เห็นจะได้ดอกไม้สดเลยนี่นา” คนสวยทำหน้าเง้างอด 


“แล้วได้อะไรหรือครับ ลูกโป่ง?” 


“ดอกไม้นั่นแหละ” ปูนพยักหน้าเมื่อได้ยินคำตอบ ก่อนจะตาโตเมื่อได้ยินคำถัดมา “แต่เป็นดอกไม้จากเงินนะ แม่พี่จ้างให้เขาทำ” 


“โห ปูนว่าพี่โรสน่าอิจฉากว่าคนที่ได้ดอกไม้สดอีกนะครับเนี่ย” ปูนหัวเราะออกมาพร้อมๆ กับโรส “ดอกไม้สดก็สวยช่วงแรกๆ นานๆ วันเข้าก็เหี่ยว แต่ดอกไม้ที่ทำจากเงิน กระเป๋าแบนก็แกะออกมาใช้ ดีจะตาย” 


“นั่นน่ะสิ ทุกวันนี้ก็เหลือแต่ช่อเท่านั้นแหละ เพราะพี่แกะออกมาใช้หมดแล้ว” คนได้ดอกไม้ราคาแพงพูดติดตลก “ว่าแต่ ปูนก็รับนี่ ไม่ไปซ้อมเหรอ” 


“ปูนกะว่าจะไม่ไป รอให้ส่งมาที่หอดีกว่า” 


“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะปูน”


“ไม่มีอะไรหรอกครับ” ปูนพยายามหลบสายตา แสร้งจะเดินเข้าหลังร้านแต่ถูกเจ้าของร้านจับไว้ซะก่อน


“บอกพี่สิ ปูนไม่มีเงินเหรอ” แม้ไม่อยากถามเรื่องนี้ แต่ก็อดไม่ได้ หากขาดเหลือตรงไหน เธอก็สามารถช่วยได้ทุกเรื่อง “พี่ช่วยปูนได้นะ”


“ไม่ใช่หรอกครับ คือปูน...” ร่างผอมเม้มริมฝีปากแน่น อึกอักไม่อยากพูดต่อ 


“ปูนก็เป็นน้องชายที่พี่รัก มีอะไรบอกพี่ได้เสมอ ปูนก็รู้นี่” ท่าทางแบบนั้นจะไม่ให้ห่วงก็คงไม่ได้ “แต่ถ้าปูนไม่ไว้ใจพี่ก็ไม่เป็นไรนะ”


“พ่อกับแม่ปูนอยู่ไหนก็ไม่รู้ อีกอย่างญาติปูนก็ไม่มี...” กลัวว่าโรสจะเข้าใจผิด ปูนรีบพูดออกมาหลังจากเห็นสีหน้าของนายจ้างสาว 


“โธ่ ปูน ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ พี่ก็อยู่นี่ไง เดี๋ยวให้แม่พี่ทำดอกไม้แบงค์ใหญ่ช่อโตๆ ให้” 


“พี่โรสละก็” ความอบอุ่นทั้งน้ำเสียงและฝ่ามือนุ่มที่กำลังลูบศีรษะทุย ทำเอาคนฟังยิ้มทั้งน้ำตา “ขอบคุณนะครับ”


“ปูนก็น้องพี่นี่นา ช่างมันเถอะ ถ้าปูนไม่อยากรับก็ไม่ต้องรับ ชีวิตคนเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเข้ารับปริญญาสักหน่อย มันอยู่ที่นี่ ในหัวใจนี้ กับอีกสองมือที่ไม่ได้ใส่ครีมบำรุง” โรสพยายามปลอบใจคนเศร้าด้วยการพูดติดตลก รู้สึกสงสารปนเห็นใจ ไม่ว่าจะเรื่องไหนเธอพร้อมเสมอหากปูนมีเรื่องให้ช่วย รอแค่เจ้าตัวเอ่ยออกมาก็เท่านั้น “อยากกินหมูปิ้งจังเลยน้า”


“หมูปิ้ง? พี่โรสลดความอ้วนไม่ใช่หรือครับ” ปูนยิ้มบางๆ รู้ว่าเจ้านายคนสวยคงอยากจะทำให้เขาหายเศร้า “ปูนไม่เป็นไร ขอบคุณนะครับ” 


“ว้า รู้ทันอีก ไปหาขนมกินดีกว่า” แค่เห็นว่าปูนดีขึ้น โรสก็เบาใจ เด็กคนนี้เข้มแข็งมากกว่ารูปร่างเสียอีก พูดแล้วก็อิจฉา คนอะไรกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เป็นโรคร้ายหรือเปล่าก็ไม่รู้ อย่างเธอถ้าไม่คุมอาหารดีๆ น้ำหนักขึ้นแน่นอน สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย 




***



ด้านปูนที่เก็บของเรียบร้อยก็กลับมานั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ตามเดิม ไม่นานเสียงกระดิ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น ร่างผอมรีบฉีกยิ้มพูดต้อนรับอย่างเช่นทุกที ลูกค้าที่เพิ่งเข้ามาสวมเดรสสีชมพูอ่อนยาวครึ่งตัวเข้ากับรูปร่างที่สูงชะลูดอย่างกับนางแบบ ทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้าน แว่นตาสีดำก็ถูกเกี่ยวออกมาถือ ปากเคลือบลิปสติกสีแดงฉีกยิ้มบางๆ ให้กับคนเอ่ยต้อนรับ


“เจ้าของร้านอยู่ไหมคะ”


“อยู่ครับ เดี๋ยวผมจะไป...” 


“คริสตี้?”


ยังไม่ทันได้พูดจบ เสียงโรสก็ดังลั่นร้าน เจ้าของเสียงรีบเดินออกมาด้วยใบหน้าที่ดูแปลกใจ ปูนได้แต่มองเมื่อโรสดึงแขนผู้หญิงที่เพิ่งเข้ามาไปนั่งที่โต๊ะ ท่าทางดูสนิทสนมกันมาก คงจะเป็นเพื่อนกัน พอคิดได้เช่นนั้น ปูนก็รีบเดินไปหาของว่างมาเสิร์ฟ


ขนมคุ๊กกี้ที่ทำเองถูกวางเรียงบนจานสวยพร้อมชามะลิหอมๆ ปูนยกออกไปให้แขกของเจ้าของร้าน ยอมรับเลยว่า เมื่อกี้ตอนผู้หญิงคนนั้นเข้ามา หัวใจเขาแอบเต้นแรง เพราะความสวย สมบูรณ์แบบ


“ขอบใจจ้ะ” โรสยิ้มให้ เหมือนกับที่แขกของเธอยิ้มบางๆ 


ปูนกลับมาประจำที่เคาน์เตอร์เพื่อรอลูกค้า เสียงพูดคุยของสองสาวดังมาเป็นระยะ จนมีชื่อคนที่ปูนรู้จักถูกหยิบยกขึ้นมา แต่เสียงคุยกลับเบาลงไปซะอย่างนั้น หลายครั้งที่ปูนรู้สึกว่า โรสกำลังมองมา พอสบตากัน ดวงตาคู่สวยนั้นก็รีบเสไปมองอีกทาง 


เหมือนมีพิรุธอย่างน่าสงสัย 


เกือบชั่วโมงที่สาวสวยทั้งสองจะลุกจากเก้าอี้ ปูนเงยหน้ายิ้มให้อย่างเป็นมิตรเมื่อแขกของโรสเดินเข้ามาหา 


“ขนมอร่อยมากค่ะ” 


“ขอบคุณครับที่ชอบ” 


ปูนยิ้มกว้างรับคำชม สาวสวยร่างสูงหันไปบอกลาโรสที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนนิ้วยาวจะสวมแว่นปกปิดดวงตาจากแสงแดดตามเดิม ท่าทางการเดินดูคล้ายกับหงส์ ช่างสง่างามจริงๆ 


“สวยจังนะครับ” อดไม่ได้ที่ชื่นชม ขนาดปูนไม่ชอบผู้หญิง ยังเหมือนตกหลุมรักซะให้ได้


“สวยสิ นางแบบอินเตอร์นี่” โรสว่า หญิงสาวนั่งเก้าอี้สูงด้านหน้า ใช้ข้อศอกค้ำเคาน์เตอร์ไว้ “สงสัย พายุกำลังจะตั้งเค้าแน่นอน” โรสพูดจบ ปูนก็รีบวิ่งไปเกาะประตูดูท้องฟ้า จนคนพูดเปรยหัวเราะ “พี่หมายถึงพายุอารมณ์ ไม่ใช่พายุฝน ปูนละก็”


“อ่าว ก็ปูนไม่รู้นี่นา” แอบเขินนิดๆ “เพื่อนพี่โรสหรือครับ”


“ใช่ เพื่อนสมัยเรียนน่ะ สวยเนอะ ชีวิตน่าอิจฉาไปหมด” น้ำเสียงเนือยๆ ดูเหมือนไม่ได้อิจฉาจริง “สำหรับเมื่อก่อนนะ” ปูนยิ้มไม่ตอบกลับอะไร เพราะไม่รู้จะออกความเห็นเรื่องใดได้ในเมื่อไม่รู้จัก “เพื่อนพี่ชื่อคริสตี้นะ” 


“อ่าครับ” ไม่รู้ความหมายที่โรสบอกชื่อหรอก แต่ปูนก็ขานรับ 


“ไม่อยากรู้จักหรือ” 


“ปูนต้องรู้หรือครับ” ไม่ได้ตั้งใจตีรวน แต่เพราะสงสัยจริงๆ


“ที่จริง ไม่ต้องรู้จักก็ได้ เพราะมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับปูน ก็แค่...เมียเก่าของกร แค่นั้น” โรสหยักไหล่พูดเหมือนไม่ใส่ใจ แต่หางตาแอบมองปฏิกิริยาของปูนอยู่ และเห็นว่าน้องชายที่น่ารักของเธอชะงักไป “เฮ้อ ไปหาอะไรกินต่อดีกว่า” แกล้งทำเป็นจะลุก แต่ก็ถูกมือขาวจับแขนเอาไว้ โรสยิ้มพรายออกมาเมื่อปูนติดกับ “ปูนอยากรู้จักแล้วเหรอ”


“ก็...นิดหนึ่ง” น้ำเสียงอ้อมแอ้ม ดวงตากลมกรอกไปมาไม่กล้าสบตาตรงๆ “แต่ถ้าพี่โรสไม่อยากเล่าก็...”


“คันปากจะตาย ทำไมถึงไม่อยากเล่าล่ะ” โรสกระตือรือร้นขึ้นมา หญิงสาวขยับตัวมานั่งตามเดิม พร้อมหันซ้ายหันขวามองเผื่อลูกค้าจะมาขัดจังหวะ “พี่ก็ไม่ได้อยากจะเม้าท์เพื่อนหรอกนะ แต่เพราะเป็นห่วงปูนนั่นแหละ”


“ห่วงปูน? เรื่องอะไรหรือครับ เพื่อนพี่เกี่ยวกับปูนด้วยเหรอ” 


“ก็ไม่ได้เกี่ยวโดยตรงหรอกนะ แต่ไม่เกี่ยวเลยก็ไม่ใช่ เพราะกรมาตอแยปูนอยู่” ฟังกลายๆ คล้ายกับละครในทีวีสักเรื่อง “คริสตี้อาจจะไม่มายุ่งกับปูนหรอก แต่ปัญหาจากตัวเธอ จะมาทำให้ปูนวุ่นวาย”


“ปัญหา? วุ่นวาย? ปูนไม่เข้าใจ”


“คืองี้นะ พี่จะเล่าตั้งแต่ต้น นี่พี่ไม่ได้อยากจะเม้าท์หรอกนะ” ปูนเผลอหลุดขำออกมาก่อนปรับสีหน้าให้เป็นปกติอีกครั้ง “เมื่อสมัยพวกเรายังเรียนมหาวิทยาลัย พี่กับคริสตี้เนี่ย ก็เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน จะว่าสนิทไหมก็ระดับหนึ่ง คริสตี้ชวนเพื่อนในกลุ่มไปแคสงานถ่ายแบบ แล้วบังเอิญมีเขากับพี่ที่ผ่าน ครั้งนั้นเราทั้งคู่ได้ขึ้นปกนิตยสารครั้งแรก อย่างที่ปูนเห็น คริสตี้มีเสน่ห์มาก ทำให้หลายคนชอบ โดยเฉพาะตากล้อง พวกเราทั้งคู่ได้นามบัตรจากตากล้องพร้อมการชักชวนเข้าสังกัด ตอนนั้นน่าตลกมาก สังกัดที่ว่าไม่มีชื่อเสียงอะไรเลยถ้าเทียบกับที่อื่นๆ แต่เพราะความสามารถของตากล้องรวมทั้งหน้าตาของเขา ไม่สิ ความสามารถก็พอ เราเชื่อว่า สักวันรูปของเรา งานของเราต้องโด่งดังเป็นที่รู้จัก ไม่รู้ทำไมถึงเชื่อแบบนั้นนะ” 


ปูนตั้งใจฟังการเล่าเรื่องราวของโรสในอดีต ซึ่งบางอย่างก็ทำให้กระจ่างแจ้ง อย่างเช่น ตอนถ่ายหนังสือ ทำไมโรสถึงโพสท่าได้เป๊ะเหมือนนางแบบมืออาชีพ รวมทั้งชำนาญทางในตึกนั้นที่ดูซับซ้อนไปหมด เพราะเคยเป็นนางแบบของที่นั่นมาก่อนนี่เอง   “พวกพี่เริ่มได้ถ่ายงานสวยๆ ปกดีๆ จากการผลักดันของสังกัดที่ไม่คิดว่าจะทำได้ จนได้ถ่ายปกหนังสือหัวนอกที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง ตอนนั้นแหละ สังกัดพวกเราถึงเริ่มมีชื่อขึ้นมา มีนางแบบ นายแบบสนใจเข้ามาสมัครกันมาก มันเหมือนเริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อนจะค่อยๆ เติบโต ผลิใบ ออกดอกออกผลที่สวยงาม”


ใบหน้าสวยดูมีความสุขเมื่อได้ย้อนกลับไปนึกถึงอดีต ใบหน้าแบบนั้นทำเอาคนจ้องมองต้องยิ้มตาม ก่อนสีหน้าจะค่อยปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว


“มีอะไรเกิดขึ้นหรือครับ” 


“ตอนนั้นความสำเร็จมันเกิดขึ้นไวมาก พวกเราเลยจัดงานฉลอง ทุกคนต่างก็มึนเมาไปกับแสงสีและแฮลกอฮอล์ ความสนุกนั่นทำให้เกิดเรื่องบางอย่างขึ้น เรื่องที่ทำให้กฎของสังกัดต้องสั่นคลอน”


“รุนแรงขนาดนั้นเลยหรือครับ”


“ใช่ มันมีกฎข้อหนึ่งในนั้นที่ห้ามคนในสังกัดคบกัน แต่สุดท้าย ตากล้องกับนางแบบก็ได้กันเองด้วยความเมา” โรสย่นหน้าทันที เริ่มไม่ค่อยอยากจะเล่าช่วงนี้สักเท่าไหร่ “ตอนแรกก็คิดจะปิดไว้ แต่เรื่องมันดันบานปลายใหญ่โตขึ้นมาซะก่อน”

ปูนรู้สึกลุ้นตามในสิ่งที่กำลังจะได้ยิน หากตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ตอนนั้น คงไม่คิดจะลุ้นแบบนี้ คงจะก้มหน้าเครียดจนไมเกรนขึ้นแน่นอน


“ปกหัวนอกที่พวกพี่ไปถ่าย เกิดสนใจนางแบบแล้วติดต่ออยากขอให้ไปเซ็นต์สัญญาด้วย”


“พี่คริสตี้ใช่ไหมครับ” 


“ใช่ เขาเลือกคริสตี้ พี่ก็ไม่ได้เสียใจหรอกนะ แต่ก็แอบผิดหวังอยู่ลึกๆ ก็เราไม่สวยเท่าเขานี่เนอะ” 


“พี่โรสของปูนสวยออกครับ” รีบเอ่ยชมทันทีอย่างรู้งาน


“ปากหวานจริงพ่อคนนี้” โรสยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มของปูนจนแก้มยืด “ก็นั่นแหละ เพราะอนาคตกำลังจะไปได้ไกล แต่กลับมารู้ ว่าตัวเองกำลังท้อง ทุกอย่างเลยพังกันหมด”


“ท้อง? กับตากล้องน่ะหรือครับ” ปูนย่นคิ้วสงสัย ก่อนหัวคิ้วจะเป็นปมหนักกว่าเดิม เมื่อบางประโยคที่ได้ยินตอนต้นแทรกเข้ามา “ตากล้องที่ว่า พี่กรหรือครับ”


“ใช่ ตอนนั้นบริษัทแทบลุกเป็นไฟ ทุกครั้งที่พี่เข้าไปโคตรจะไม่มีความสุข กรกับคริสตี้ทะเลาะกันทุกวันเรื่องเด็ก น่าสงสารนะ ที่เด็กต้องเกิดมาจากความผิดพลาดของพ่อกับแม่ แถมแม่แท้ๆ ยังคิดจะทำแท้ง น่าหดหู่ใจจริง” 


“ทำแท้ง?” ปูนเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยิน 


“อืม ทั้งที่เด็กในท้องไม่ได้รับรู้เลยว่าเขามีความผิดอะไร แต่กรก็พาม๊ามาคุยด้วย คริสตี้เลยยอม แต่ก็นะ คนไม่ได้รักกัน อยู่ด้วยกันก็มีแต่จะทะเลาะให้ปวดหัว” 


“พวกเขา แต่งงานกันไหมครับ” 


“แค่ไปสู่ขอยังไม่ได้ทำเลย ครอบครัวคริสตี้ไปอยู่ต่างประเทศหมด แล้วคนแบบนั้นก็ไม่สนใจประเพณีอะไรด้วย แค่อยู่รอเวลาคลอดก็เท่านั้น” 


แทบไม่อยากเชื่อว่ามีแม่ที่ไม่ผูกพันกับลูกในท้องได้ขนาดนี้ อดทนอุ้มท้องมาตั้งเก้าเดือนแท้ๆ 


“แล้วตอนนั้น พี่โรสทำยังไงหรือครับ” 


“พี่น่ะหรือ ไม่ค่อยสนใจหรอก คิดอยู่อย่างเดียว ว่าอยากไปให้ไกลมากที่สุด”


“เลยไปเรียนต่อต่างประเทศสินะครับ” 


“พอคริสตี้คลอดเสร็จก็ติดต่อไปที่หนังสือปกหัวนอกนั่น พอรู้ว่าเขายังอยากได้ ก็หอบเสื้อผ้าทิ้งลูกบินไปเริ่มงานใหม่ที่นู้นทันที”


“ไปตั้งแต่คลอดใหม่ๆ น่ะหรือครับ ทำไมถึงทำแบบนั้นได้”


“คนบางคนก็อยากมีอนาคตที่ดี มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ โดยที่ไม่สนหรอก ว่าจะทิ้งอะไรไว้ข้างหลังบ้างน่ะ ไม่สนหรอกว่าลูกชายจะหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหน ไม่สนหรอกว่าลูกจะหิวนมไหม จะร้องไห้แล้วมีใครปลอบโยนหรือเปล่า...ปูนร้องไห้ทำไม”


“ปูนแค่นึกถึงตัวเองนิดหน่อยครับ” คนร้องไห้ไม่รู้ตัวรีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ความเหงา เดียวดายจากการไร้ครอบครัวมันทรมานจริงๆ “แล้วเด็กก็อยู่กับพี่กรหรือครับ” 


“อย่างกรน่ะเหรอจะเลี้ยงไหว ม๊าของกรรับไปเลี้ยงแทน แต่พอถึงประถมก็ขอมาอยู่กับพ่อตัวเอง นิสัยแบบนี้ก็มาจากพ่อมันนั่นแหละ รักอิสระ ใครห้ามไม่ฟังหรอก” โรสแขวะเพื่อนสนิทตัวเองจนปูนขำออกมา “แต่กรมันเป็นคนดีนะ รักลูก รักครอบครัว แต่ที่เห็นข่าวเพลย์บอย เจ้าชู้ พวกนั้นก็แค่เปลือกนอกที่ต้องเอาไว้ออกสังคมก็เท่านั้น พี่ว่า ปูนก็น่าจะสัมผัสได้ว่าเพื่อนพี่ เป็นคนดี”   “ไม่ต้องมองปูนแบบนั้นเลย พี่กรกับปูนอย่างมากก็เป็นได้แค่พี่น้องนั่นแหละครับ”

“ทำไมล่ะ หรือกรมันไม่ใช่สเป็กของปูน หรือมันทำรุ่มร่ามใส่ หนอย”


“ไม่ใช่ครับ ก็แบบว่า พี่กรเขาดี...”


“จะบอกว่าดีเกินไปงั้นสิ มันก็ถูกแล้วนี่ ดีเกินกว่าเราน่ะ จะให้คบกับคนที่เลวก็คงไม่ใช่ละมั้ง” โรสแกล้งแหย่เล่น ทำเอาคนโดนล้อหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา “เพื่อนพี่ไม่เคยจีบใครเลยนะ”


“ส่วนมากเขามานอนรอหรือครับ” โดนพูดดัก โรสเลยหน้ามุ่ยไม่พูดต่อ “ปูนว่า พี่กรต้องได้คนที่ดีและเหมาะสม อย่างพี่โรสก็น่าจะเหมาะ”


“โอ๊ย อย่าเอาพี่ไปข้องเกี่ยวด้วยเลย อย่างหมอนั่นไม่ใช่สเป็คพี่หรอก พี่ชอบแบบขาวๆ อวบๆ” 


“ผู้หญิงหรือครับ”


“ซาลาเปาต่างหาก พูดแล้วก็หิวเลย ไปอุ่นดีกว่า ปูนสนใจไหมจ๊ะ” 


ว่าแล้วสาวเจ้าก็รีบลุกไปหลังร้านพร้อมอุ่นซาลาเปาจริงๆ นี่บอกจะลดน้ำหนักทุกวัน แต่ก็ไม่เห็นทำได้ แถมยังกินเยอะซะด้วยซ้ำ 


“พี่โรสอย่าลืมออกกำลังกายนะครับ” 


“ปูนพูดอะไรหยาบคาย ออกกำลังกายอะไร พี่แค่กินรองท้องเท่านั้นแหละ ไม่ได้กินเยอะ” 


ขนาดรองท้องซาลาเปายังตั้งห้าลูก ถ้าเกิดกินจริงๆ ขึ้นมา คงหมดเป็นสิบอย่างแน่นอน 


ปูนขำเจ้าของร้านคนสวยครู่เดียว ก่อนจะมองเหม่อเมื่อนึกถึงเรื่องอดีตที่ได้ยิน อดีตที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก ดังนั้น ปัจจุบันคือสิ่งที่สำคัญและเป็นตัวชี้อนาคตที่จะมาถึง


หวังว่าทุกเรื่องจะออกมาในทางที่ดี





กริ๊ง 


“สวัสดีครับ...อ่าวเกน มายังไง”


“พี่ปูน” เด็กอายุน้อยกว่าวิ่งเข้ามารวบกอด ใบหน้าหล่อมีน้ำตาไหลอาบแก้ม “พี่ปูน” เกนเรียกชื่อคนที่กอดเขาไว้แน่นซ้ำๆ 


“เป็นอะไร ไหนบอกพี่ซิ แล้วมาได้ยังไง” เพราะชะเง้อออกไปนอกร้านก็ไม่เห็นรถที่นั่งประจำ “เกน”


“เกนไม่ชอบเขา ไม่ชอบ” 


เรื่องอะไรกันที่เกนไม่ชอบ หรือถูกบังคับให้ทำอะไรอีก ปูนพยายามปลอบคนร้องไห้ให้หยุด ตอนนี้คำพูดที่ได้ยินฟังไม่ได้สรรพสักคำ มีแต่เสียงสะอื้นดังอยู่ตลอด แม้แต่โรสยังทำตัวไม่ถูกที่มีเด็กร้องไห้อยู่ในร้าน เธอเลือกที่จะปล่อยให้ปูนจัดการ เดี๋ยวอะไรมันก็คงจะดีขึ้นเอง 



...TBC


ขอบพระคุณค่าาา (ก้มกราบ) ^^~

ความคิดเห็น