ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทนำ : เพียงสบตา

ชื่อตอน : บทนำ : เพียงสบตา

คำค้น : ูู

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.3k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2560 16:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ : เพียงสบตา
แบบอักษร


บทนำ : เพียงสบตา



“กลับมาแล้วเหรอ กราฟ”


“ครับ แม่”


ชายหนุ่มผู้มีความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรหันไปตอบมารดาซึ่งตอนนี้เป็นข้าราชการเกษียณกำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอโน๊ตบุ๊คเพื่อดูตารางหุ้นที่สนใจพร้อมรอยยิ้มนิดๆ แม้จะเป็นแม่ของตัวเองก็รู้สึกอิจฉาไม่น้อยที่เห็นท่าทางมีความสุขทุกวันแบบนี้ 


และเมื่อถูกจ้องมองใบหน้าขาวจัดเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นตามอายุจึงหันกลับมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามลูกชายคนโตที่ตอนนี้เติบโตเป็นหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สง่าผ่าเผย ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะมากกว่าคนอื่นทั่วไปเพราะได้กรรมพันธุ์มากจากสามีที่เป็นชาวแคนาดามาครึ่งหนึ่ง


“มีอะไร หื้ม?”


จิรกฤตโคลงศีรษะเล็กน้อยเป็นการตอบรับก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็นแม่ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมโน้มตัวลงไปโอบรอบคอไม่ต่างจากตอนที่ยังเป็นเด็กชายตัวน้อย น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยออกมาตามความคิด


“อิจฉาแม่จัง ได้อยู่บ้านทำแต่เรื่องที่อยากทำทั้งวันเลย”


“แม่ก็ทำงานมาก่อนหน้ากราฟตั้งเกือบ 30 ปีแล้วถึงได้พักแบบนี้เห็นหรือเปล่า” มือเล็กเอื้อมขึ้นมาลูบเส้นผมนุ่มสีน้ำตาลช็อกโกแลตที่ถูกตัวเป็นรองทรงสูงอย่างเอ็นดู


“นั่นสินะครับ ว่าแต่พ่อหายไปไหนเหรอแม่ ผมเห็นรถไม่ได้จอดอยู่คันหนึ่ง”


“ไปซื้อนาฬิกามือสองตรงไหนก็ไม่รู้ เห็นว่าประมูลในเพจมาได้แล้วบังเอิญร้านอยู่ใกล้ๆ พอดีเลยจะไปเอาเอง” พูดถึงตรงนี้หล่อนก็ทำหน้านิ่งคิ้วขมวดอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่นักกับของเล่นของสามีที่มีสะสมมากมายจนต้องทำเป็นตู้โชว์แยกออกมาต่างหาก “เพราะเราเลยรู้ไหมกราฟ ไปสอนพ่อเขาเล่นเฟสบุ๊คทีนี้เลยได้เจอพวกคอเดียวกันเต็มไปหมด”


“ถือซะว่าพ่อจะได้มีอะไรทำก็แล้วกันเนอะ” เขาแก้ต่างแทนพ่อซึ่งไม่อยู่ปฏิเสธในตอนนี้ ​


“แม่ก็ไม่ได้อยากบ่นมากหรอกนะ ถ้านาฬิกาที่พ่อเราซื้อมันไม่ใช่เรือนละสามสี่หมื่น แถมซื้อมาก็เก็บจนเต็มตู้ไปหมด ยังมีการบ่นแว่วๆ ว่าเดี๋ยวจะทำตู้เพิ่มอีกต่างหาก ห้ามคนแก่นี่มันยากกว่าห้ามเด็กไม่รู้กี่เท่า”


ชายหนุ่มกลั้วหัวเราะให้กับการพร่ำบ่นของมารดาอย่างไม่จริงจังนักเพราะเห็นว่าอย่างน้อยบิดาที่อายุเข้าสู่วัยหกสิบกว่าๆ จะได้มีอะไรทำเป็นงานอดิเรกมากขึ้นซึ่งก็เป็นเรื่องดีสำหรับผู้สูงอายุให้ได้ใช้ความคิดฝึกสมองอยู่เรื่อยๆ เพื่อป้องกันโรงอัลไซเมอร์ไปในตัว


“จริงสิ ผมเห็นรถของกอล์ฟกลับมาแล้วแต่ไม่ยักจะเห็นตัวมัน ไปอยู่ที่ไหนซะละครับ” เพราะจำได้ว่าตอนเอารถไปจอดเขาเห็นว่ารถของน้องชายเข้ามาจอดอยู่ก่อนแล้วซึ่งถือว่าเป็นเรื่องยากที่จะได้เห็น ปกติตะวันไม่ตกดินก็ยังไม่กลับบ้านหรอก


“อยู่ในครัวนู่น” ใบหน้าขาวบุ้ยไปทางอีกฝั่งหนึ่งของตัวบ้าน “เห็นวันนี้บอกว่าพราวอยากมากินข้าวมื้อเย็นด้วย ก็เลยพากันช่วยทำอาหารสักพักใหญ่ๆ แล้วมั้ง”


“พราวมาด้วยเหรอครับ” ได้ยินชื่อของคนรักของน้องชาย ดวงตาคมกริบสีดำสนิทจึงฉายประกายเจิดจ้าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนมันจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว


“จ๊ะ ซื้ออุปกรณ์อะไรมาด้วยก็ไม่รู้เต็มไม้เต็มมือ ตอนแรกแม่ก็ตั้งใจจะไปช่วยอีกแรงอยู่หรอกนะแต่พราวบอกว่าวันนี้อยากลองแสดงฝีมือให้ชิมก็เลยเหลือเจ้ากอล์ฟเป็นลูกมืออยู่คนเดียว” ใบหน้ายามเมื่อพูดถึงเด็กสาวซึ่งเป็นคนรักของลูกชายคนเล็กดูเอื้ออาทรและรักใคร่ยิ่งนัก อาจจะเพราะรู้จักพนิดามานานหลายปีตั้งแต่ยังเป็นเพื่อนสนิทของจรัสกรกระทั่งกลายมาเป็นแฟนอย่างในทุกวันนี้


“อ๋อ เหรอครับ” เสียงทุ้มตอบรับเบาๆ พร้อมกับเผลอหลุดปากถึงสิ่งที่อยากทำออกมา “งั้นผมเข้าไปดูสักหน่อยดีกว่า”


ร่างสูงสง่าก้าวยาวๆ ไปยังห้องครัวที่เริ่มได้ยินเสียงพูดคุยและเสียงการประกอบอาหารดังขึ้นเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ห่างจากด้านหลังของชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งในชุดนักศึกษาซึ่งท่าทางกำลังตั้งใจอยู่กับวัตถุดิบตรงหน้าเสียเหลือเกินโดยไม่มีใครรู้สึกตัวเลยว่าเขามายืนอยู่ใกล้แค่นี้เอง


“ใครเขาปอกหัวหอมกันแบบนี้เนี่ย สอนกี่ครั้งแล้วใช้มีดให้มันถูกต้องหน่อยได้ไหม”


“โอ๊ย ก็ทำตามที่พราวบอกแล้วมันเสียวกลัวโดนนิ้วจะตาย มีดบาดเลือดออกขึ้นมาจะทำยังไง”


คนเป็นลูกมือนอกจากจะไม่ยอมทำตามคำสอนของครูในวัยเดียวกันแล้วก็เถียงออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ ใบหน้าคมคายเบ๊ะปากพลางส่ายหน้าหวืดแสดงอาการหวาดเสียวเมื่อเห็นนิ้วเรียวยาวของพนิดาสาธิตให้ดูชัดๆ ก็ยิ่งไม่กล้ามากกว่าเดิม


“ถ้าใช้เป็นมันก็ไม่ได้บาดง่ายขนาดนั้นหรอกน่า งั้นเอาหัวหอมมาให้เราทั้งหมดนั่นแหละ กอล์ฟไปล้างมันฝรั่งแทนเถอะ เดี๋ยวเราทำต่อเอง”


“อืม ก็ได้” เขาพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับหมุนตัวไปที่ซิ้งค์ล้างจานก่อนจะพบว่าพี่ชายของตนมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ “อ้าว พี่กราฟ มาตอนไหนเนี่ย”


“เพิ่งมา แล้วนี่ทำอะไรกันอยู่”


“แกงมัสมั่นค่ะ” เสียงหวานสดใสชิงตอบแทนขึ้นมาก่อนจะหันไปหาจิรกฤตที่เธอรู้สึกเหมือนเขาจ้องเขม็งมาหาชนิดตาไม่กระพริบราวกับมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจแต่นั่นคงเป็นการคิดไปเองของเธอมากกว่า มือทั้งสองยกขึ้นมากระพุ่มไหว้พี่ชายที่อายุมากกว่า 5 ปีอย่างเรียบร้อย “สวัสดีค่ะ พี่กราฟวันนี้ขออนุญาตแสดงฝีมือนะคะ”


น้ำเสียงร่าเริงสดใสที่ดังขึ้นส่งผลให้ชายหนุ่มเผลอลืมตัวจับจ้องคนรักของผู้เป็นน้องชายไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมสีดำเข้มทอดมองร่างงามระหงซึ่งมีส่วนสูงประมาณหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรนิดๆ ตามมาตรฐานหญิงไทยทั่วไป แต่ใบหน้าสวยสดใสสะกดตานั้นทำให้เธอแตกต่างจากคนอื่นที่เขาเคยเจอมากนัก เรือนผมสีน้ำตาลเข้มประกายแดงยาวจนเกือบถึงช่วงเอวค่อดนั้นหนานุ่มสลวยซึ่งน่าจะเรียกสายตาหลายคู่ให้สนใจและมองจนเหลียวหลังได้ไม่ยาก ริมฝีปากอิ่มส่งยิ้มน้อยๆ เมื่อบังเอิญสบตากับเขา


และนั่นเองที่ทำให้หัวใจของจิรกฤตกระตุกอย่างรุนแรง


“ครับ แล้วพี่จะรอ” น้ำเสียงอ่อนหวานแบบที่น้อยคนนักจะได้ยินดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางๆ แม้จะพยายามหักห้ามใจแล้วก็ตามแต่ก็ไม่อาจละสายตาออกไปจากหญิงสาวได้เลย


ท่องเอาไว้ไอ้กราฟว่าเธอเป็นแฟนของน้องชาย อย่า!!! แม้แต่จะคิด 



นี่คือบทนำน้าาา สั้นไปนิดเนอะ ถ้ายังไงเริ่มตอนที่ 1 แล้วจะยาวกว่านี้ค่ะ ^^

Next : ตอนที่ 1 มาอัพวันศุกร์ที่ 29 นะคะ

(เรื่องนี้ช่วงแรกๆ อาจไม่ได้อัพถี่เหมือนเรื่องอื่นนะคะ ต้องขอภัยก่อนล่วงหน้าเลยเน้อ)

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว