facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างน้าาา

ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 13 [100%] 18+ *แก้ไข

ชื่อตอน : ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 13 [100%] 18+ *แก้ไข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.6k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2562 23:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 13 [100%] 18+ *แก้ไข
แบบอักษร

​ติวรัก Love Tutor ตอนที่ 13 

 

“แล้วอย่ามาหาว่ากูใจร้ายก็แล้วกัน” 

สิ้นคำพร้อมแรงมหาศาลที่กระชากผมจากมือไอ้ต้นซึ่งหลุดออกทันที มันพยายามจะเข้ามาคว้าผมเอาไว้อีกครั้ง แต่คราวนี้ไอ้พี่แทนปล่อยมือผมและหันไปเหวี่ยงหมัดใส่หน้าไอ้ต้นเต็มแรง ซึ่งแรงมากกว่าครั้งแรกถึงขนาดที่ต้นหงายหลังทรุดลงไปกองกับพื้น เสียงสบถยาวเหยียดดังให้ได้ยิน ผมที่ได้แต่ตกตะลึงกับภาพตรงหน้าถูกลากแขนออกมาจากห้องด้วยความรวดเร็ว เจอกับไอ้ปั้นที่กำลังเดินสวนมาพอดี 

“อ้าว ไปไหนกันวะ ไอ้ต้นล่... มึงเป็นอะไรอชิ!” ไอ้ปั้นที่กำลังถามด้วยความแปลกใจตรงเข้ามาหาผมทันที เมื่อเห็นสีหน้าของผมและไอ้พี่แทนใกล้ๆ มุมปากที่มีเลือดซิบออกมาอธิบายเรื่องราวได้มากอยู่ 

“หลบกู” เสียงเรียบเอ่ยขึ้นพลางจ้องหน้าไอ้ปั้นเขม็ง แต่มันยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น 

“พี่จะพามันไปไหน” 

“กูไม่พามันไปฆ่าหรอก แต่ถ้าขืนมึงไม่หลบ กูอาจจะกลับเข้าไปฆ่าไอ้คนที่อยู่ในห้องแทน” เสียงตอบเย็นเยียบทำเอาไอ้ปั้นเหลือบมองไปทางห้องชมรมด้วยความกังวลใจ ก่อนจะหันมาสบตากับไอ้พี่แทนอีกครั้งอย่างชั่งใจ สุดท้ายก็ยอมหลบออกไปในที่สุด ไอ้พี่แทนจึงลากผมออกไปต่อ 

และเพราะใบหน้าโกรธขึ้งของพี่มันทำเอาผมไม่กล้าขัดขืนตัวเอาไว้อีก ได้แต่เดินตามแรงดึงของไอ้พี่แทนไปด้วยใจกระวนกระวาย แต่ไม่ใช่เพียงเท่านั้น เพราะมันดันมีอีกความรู้สึกหนึ่งตีคู่กันขึ้นมาโดยที่ผมไม่ทันรู้ตัว 

...น้อยใจ 

ทำไมไม่ถามก่อน? ทำไมถึงคิดเองเออเองฝ่ายเดียว? 

“ขึ้นรถ” เสียงเข้มดังขึ้นเมื่อเดินมาถึงรถคันคุ้นตาที่จอดอยู่หน้าตึกชมรม ผมกลับไม่อยากก้าวขาขึ้นมาเสียอย่างนั้น 

“กูบอกให้ขึ้นรถ!” เสียงตวาดดังลั่นจนผมสะดุ้ง ไม่ต่างจากคนแถวนั้นที่หันมองด้วยความสนใจ พี่มันเปิดประตูรถเต็มแรงและดันผมเข้าไปโดยไม่ปรานีกันสักนิด 

“ไอ้เหี้ย กูเจ็บ! เบาๆ หน่อยสิวะ” ปากร้องออกไปพลางสะบัดตัวออกจากฝ่ามือแกร่งไปด้วย แต่พี่มันกลับไม่โต้ตอบอะไรกลับมา เมื่อเห็นว่าผมขึ้นไปนั่งบนรถดีแล้วจึงปิดประตูดังสนั่น ได้แต่ฮึดฮัดมองตามร่างสูงเดินอ้อมไปอีกทางเพื่อขึ้นมานั่งฝั่งคนขับ 

รถเคลื่อนตัวออกไปด้วยความเร็ว แต่ยังพอเบาใจได้บ้างเพราะเส้นทางที่พี่มันตรงกลับไปคือหอ บรรยากาศในรถเงียบสนิทชนิดที่ว่าได้ยินเพียงเสียงแอร์เท่านั้น ผมเบือนหน้ามองออกไปนอกตัวรถ ไม่อยากเห็นหน้าคนไร้เหตุผล 

“ทำไม! เห็นหน้ากูแล้วมันทุกข์ใจมากหรือไง!?” เสียงหงุดหงิดดังขึ้นทำให้ผมละสายตาเหลือบมองพี่มันเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปที่เดิม 

“กูถามได้ยินไหม!” 

“เออ! กูทุกข์มาก!! พอใจมึงรึยัง!!! กูไม่อยากพูดกับมึง ไม่อยากเห็นหน้ามึง แค่ทนนั่งร่วมรถกับมึงแค่นี้กูก็อึดอัดจะแย่แล้ว! ได้ยินไหม!!” ผมระเบิดเสียงดังตอบกลับไปด้วยความเหลืออด ขอบตาร้อนผ่าวไปหมดทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมต้องรู้สึกแย่มากขนาดนี้ 

ทั้งที่ผมไม่จำเป็นต้องใส่ใจก็ได้ แล้วทำไม...? 

“แม้งเอ๊ยยยยยย!!!” พี่มันตะโกนดังลั่นจนผมสะดุ้ง ก่อนจะเหยียบคันเร่งทำเอาผมกลัว จนกระทั่งพี่มันวนรถเข้ามาจอดที่ลานจอดของหอพัก ผมจึงรีบเปิดประตูลงจากรถอย่างรวดเร็ว หวังจะหนีจากคนบ้าแต่กลับไม่ทัน เพราะพี่มันไวกว่า ขายาวๆ ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวผมแล้ว รวบเพียงครั้งเดียวก็จับผมขึ้นพาดบ่ามันได้ ทั้งที่มันหิ้วกระเป๋าตัวเองมาด้วย 

“ปล่อยกูนะไอ้แทน! มึงจะทำอะไร!!” ผมดิ้นสุดแรงเท่าที่พอจะทำได้ แต่ไอ้พี่แทนก็รวบขาทั้งสองข้างของผมเอาไว้แน่นจนทำอะไรไม่ได้มากนัก ยามหน้าหอวิ่งเข้ามาถามด้วยความตกใจ แต่ไอ้พี่แทนก็ตอบปัดไปว่าเป็นเรื่องทะเลาะกันนิดหน่อย เขาดูท่าทางไม่ค่อยเชื่อแต่เพราะเห็นพวกผมอยู่ด้วยกันบ่อย และเพราะว่าคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้วจึงปล่อยไป พี่มันรีบพาผมเดินเข้ามาด้านใน วางผมลงพลางชี้หน้าพูดเสียงเหี้ยมเกรียม 

“ถ้าไม่อยากอายคนอื่นก็อย่าโวยวายอะไรอีก แล้วก็เดินขึ้นบันไดไปดีๆ แต่ถ้ามึงอยากอาละวาดให้คนเขาออกมาดูกูก็ไม่แคร์อะไรอยู่แล้ว ใช่ว่ากูแบกมึงขึ้นไปไม่ไหวนะอชิ” เพราะลิฟต์ยังคงอยู่ชั้นบน และคนบ้ามันไม่อยากรอ 

แม้อยากอาละวาดแค่ไหน แต่เพราะรู้ว่ายังไงก็หนีมันไม่พ้น จึงทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีเดินตรงขึ้นไปยังห้องของตัวเอง มือไขกุญแจด้วยความรวดเร็ว ตั้งใจจะปิดประตูหนีแต่คนด้านหลังมีแรงมากกว่าดันผมเข้าไปในห้องได้สำเร็จ พร้อมล็อกประตู มือแกร่งโยนกระเป๋าตนเองและกระเป๋าของผมออกไปส่งๆ และดันร่างผมไปที่เตียง 

“ปล่อยกูนะ! มึงจะทำอะไร กลับห้องมึงไปเลย!” ผมปัดมือพี่มันออกพัลวัน แต่มันก็ดันร่างผมถอยไปด้านหลังจนขาชนเข้ากับเตียง 

ทันใดนั้นก็เข้าใจได้ทันทีว่าพี่มันคิดจะทำอะไร 

“มึงอยากรู้มากใช่ไหม ว่าทำไมกูถึงต้องเป็นบ้าขนาดนี้” ไอ้พี่แทนถามขึ้นเสียงเย็น มือสองข้างยืดแขนผมเอาไว้แน่น ตอนนี้มีเพียงผมเท่านั้นที่กำลังหายใจแรงด้วยความเหนื่อย ต่างจากพี่มันลิบลับ 

“ก็เพราะมึงมันบ้าไง บ้าหึงหวงทั้งที่กูกับมึงไม่ได้เป็นอะไรกันสักนิด!” 

“แล้วการที่กูตามเทียวรับเทียวส่ง ตามเอาใจมึงมากขนาดนี้มันหมายความว่ายังไงมึงไม่รู้เหรอวะ!” 

“ก็ไม่รู้!! กูจะไปรู้ใจมึงได้ยังไง ปล่อยกูได้แล้ว!!” ผมพยายามสะบัดมือออกอีกครั้ง แต่สองมือที่บีบแขนผมอยู่ราวกับคีมเหล็ก ไม่ขยับเขยื้อนสักนิด 

“ปล่อยให้มึงกลับไปหาไอ้เหี้ยต้นรึไง!!?” 

“อย่างน้อยมันก็ไม่เคยทำร้ายจิตใจกู!!” 

...!! 

“อื้ออออออ” คำพูดทั้งหมดหยุดลงเมื่อไอ้พี่แทนบดริมฝีปากลงมา พี่มันจับมือผมขัดไว้ด้านหลังทั้งสองข้าง ทำให้ไม่สามารถผลักมันออกได้ ทำได้เพียงเบี่ยงใบหน้าหลบไปมาแต่พี่มันก็ไม่ปล่อยให้ผมหนีไปไหน แรงบดจูบไม่ปรานีพร้อมกับฟันคมที่ขบริมฝีปากผมจนเจ็บ 

“อื้อออ ไอ้เหี้ย...อ๊ะ!” ผมที่กำลังอ้าปากด่ากลับเสียรู้เพราะลิ้นมันตวัดเข้าเกี่ยวลิ้นของผมไว้ทันที แรงบดจูบไม่ยั้งอย่างเอาแต่ใจจนเจ็บไปหมด สัมผัสได้ถึงรสฝาดเฝื่อนในปากจนน้ำตาคลอ ก่อนจะต้องใจหายอีกครั้งเมื่อพี่มันดันผมให้ล้มตัวลงไปกับเตียง แรงกระแทกทำให้แขนที่ถูกขัดไว้ด้านหลังเจ็บไปหมด 

“กูเจ็บแขน...อื้อออ ปล่อยกู...” ผมหันหน้าหนีริมฝีปากร้อนฉ่าที่ตามมาประกบจูบ ก่อนที่พี่มันจะจับแขนทั้งสองข้างของผมกดไว้กับเตียงแทน ขาทั้งสองข้างถูกเข่าของพี่มันทับเอาไว้จนขยับไม่ได้ เรียกได้ว่าผมไม่มีทางขัดขืนพี่มันเลยสักนิด 

ความตื่นตระหนกทำให้ก้อนบางอย่างกระจุกแน่นอยู่ที่หน้าอก พลางเบี่ยงหน้าหลบจึงกลายเป็นเปิดทางให้พี่มันซุกไซร้ลงมายังซอกคอขาวแทน ฟันคมขูดลากพร้อมปลายลิ้นละเลงระรัวแสบจี๊ด 

“ปล่อยกูนะ ฮึก... มึงจะทำอะไร” เสียงสะอื้นหลุดออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ เมื่อตอนนี้ดูเหมือนอะไรๆ มันจะเลยเถิดมากกว่าทุกครั้ง ถึงพี่มันจะชอบบังคับและหาเศษหาเลยกับผมอยู่เรื่อยแต่ทุกครั้งจะหยุดแค่จูบ เพราะผมไม่เคยยอมให้มันทำมากกว่านั้น ทุกครั้งพี่มันยังมีความยับยั้งชั่งใจ 

แต่ดูเหมือนไม่ใช่ครั้งนี้ 

“อ๊ะ! ...อย่านะไอ้เหี้ย! มึงจะทำอะไร” ร่างกายผมผวาเฮือกเมื่อรับรู้ได้ถึงมือร้อนที่กำลังกดเน้นย้ำอยู่กลางกาย แม้จะมีกางเกงที่ใส่ขวางกั้นอยู่ก็ตามที พี่มันจับรวบแขนผมไว้ด้วยมือข้างเดียว ลมหายใจหอบฮึดฮัดไม่ได้สนใจเสียงร้องของผมสักนิด 

“อย่า...อย่านะเว้ย!! อย่าถอด!!!” ร่างกายบิดเร่าด้วยความตระหนกเมื่อพี่มันปลดเข็มขัดผมออกและดึงรั้งไปจากร่าง เป็นเหตุให้ตัวผมแอ่นขึ้นเพราะแรงกระชากจนเจ็บไปหมด แต่คนขาดสติก็หาได้สนใจไม่ 

“ฮึก... อย่าทำกู... กูขอ... อ๊ะ!” เสียงขอร้องกระท่อนกระแท่นเพราะแรงสะอื้นต้องหยุดลงเมื่อกางเกงของผมถูกถอดออกจากร่าง ผมอาศัยจังหวะที่พี่มันปล่อยแขนเพื่อใช้มือสองข้างถอดกางเกงผมลุกขึ้นหนี แต่ยังไม่ทันขยับไปไหนได้ไกลก็ถูกคว้าข้อเท้าไว้และกระชากเข้าหาตัวมัน 

“จะไปไหน! ห้องมีแค่นี้มึงคิดว่าจะหนีกูพ้นหรือไง” เสียงเข้มถามขึ้นเมื่อกดผมลงกับเตียงได้อีกครั้ง ช่วงล่างโล่งวูบเหลือเพียงชั้นในตัวเดียว เสื้อนักศึกษาหลุดลุ่ยเพราะกระดุมกระเด็นหลุดหายไปไหนบ้างก็ไม่รู้ ภาพใบหน้าไอ้พี่แทนตอนนี้พร่ามัวไปหมด เพราะน้ำตาที่กลั้นไว้สุดแรงพังทลายลงมา กลัวคนตรงหน้าที่ราวกับว่าไม่รู้จักกัน 

แรงหอบของเราทั้งคู่พานให้ร้อนอบอ้าวเพราะเครื่องปรับอากาศยังไม่ได้เปิด ใบหน้าเข้มดุดันเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่กำลังไหลย้อยไม่ต่างจากผม แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต่างกันคือน้ำตาของผมเอง แววตาแข็งกระด้างชะงักไปทันทีเมื่อได้เห็นใบหน้าของผมเต็มตา 

“ฟังกูได้หรือยัง” เสียงอ่อนแรงหลุดออกจากผมจนได้ หมดแรงจะสู้กับพี่มันแล้ว เพราะมันเจ็บทั้งกาย...เจ็บทั้งใจ 

“มึง...กอดมัน” ใบหน้าโกรธขึ้งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันออกมาอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ แต่ก็ยังไม่วายเพิ่มแรงบีบข้อมือผม อีก ไม่นานมันคงเขียวขึ้นมาแน่ 

“กูไม่ได้กอด” แต่ผมกลับทำได้เพียงตอบกลับไปเสียงเบาเท่านั้น 

“กูเห็นกับตา” 

“มันกอดกูเอง เผื่อมึงจะสังเกตว่ากูยืนอยู่เฉยๆ กูไม่ได้กอดมัน” 

คิ้วหนายังคงขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความไม่เข้าใจ ผมรู้ว่ามันโกรธ แต่มันควรมีเหตุผลมากกว่านี้ อย่างน้อยก็ฟังผมบ้าง ไม่ใช่อาละวาดเป็นหมาบ้าขาดสติไล่กัดคนอื่นเขาไปทั่ว มันหึงผมหวงผมทั้งที่ตอนนี้เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ 

“แต่มึงก็ยืนนิ่งให้มันกอดไม่ใช่หรือไง” เสียงเข้มยังคงคาดคั้นอย่างไม่ยอมแพ้ จนผมต้องขยับมือขืนหนีอีกครั้งด้วยความร้าวระบม 

“กูถึงบอกไงว่ามึงไม่เคยฟังเหี้ยอะไรเลย กูกำลังพยายามอธิบายให้ไอ้ต้นเข้าใจว่าเรื่องของกูกับมันเป็นไปไม่ได้ มึงไม่เข้าใจหรอกว่าการถูกปฏิเสธมันรู้สึกยังไง เพราะมึงมันเอาแต่ใจตัวเองไง ไม่เคยสนใจความรู้สึกใครทั้งนั้น!” แม้จะเริ่มประโยคด้วยเสียงพูดคุยธรรมดา แต่บันดาลโทสะก็ทำให้เสียงแข็งกร้าวขึ้นมาในประโยคสุดท้ายจนได้ เพราะมันคนเดียว มันที่ยัดเยียดความรู้สึกต่างๆ มาให้ผม ทู่ซี้บังคับคอยบงการต่างๆ นานา มันจะเข้าใจหัวอกคนที่ถูกปฏิเสธได้ยังไง 

“กูก็สนใจมึงอยู่นี่ไงไอ้เหี้ย!!” เสียงตวาดดังลั่นจนผมสะดุ้ง ใบหน้าพี่มันเคร่งเครียดแต่ก็เต็มไปด้วยความประหม่าเช่นกัน และเพราะว่าอยู่ใกล้มากขนาดนั้นทำให้ได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัวของพี่มันอย่างชัดเจน 

“ที่กูเป็นบ้าเป็นหลังอยู่นี่ก็เพราะมึงทั้งนั้น! แล้วมึงยังจะหาว่ากูไม่สนใจอีกเหรอวะ! ...กูรักมึงจะตายห่าแล้ว! ไม่รู้ตัวหรือไง!!”  

ผมอึ้งชะงักค้าง คำพูดทั้งหมดถูกดูดกลืนหายไปในทันทีเมื่อได้ยิน หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด้งออกมานอกอก ดะ...เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้มันพูดว่าอะไรนะ? 

“ระ...รัก....เหรอ? มึงเนี่ยนะรักกู” ผมถามออกไปด้วยเสียงกระท่อนกระแท่น หยาดน้ำตาเหือดหายไปหมดแล้วในเวลานี้ 

“แล้วมึงคิดว่าที่กูทำทั้งหมดนี้เพื่ออะไร! กูบอกแม่เรื่องมึงทั้งที่กูไม่เคยเล่าเรื่องผู้หญิงคนไหนให้เขาฟัง ขลุกอยู่กับมึงแทบทั้งวันถ้ามีเวลาว่าง บ้านช่องไม่กลับ เลิกเที่ยว เลิกกินแล้วทิ้งไปทั่ว เพื่อมาตามเอาใจมึงคนเดียว! ไม่สนใจคำนินทาที่หาว่ากูเป็นตุ๊ดเป็นเกย์ชอบผู้ชาย เพราะกูไม่สนใจคนอื่นไง แต่กูสนใจแค่มึง!! แล้วที่มึงบอกว่ากูไม่มีวันเข้าใจหัวอกคนที่ถูกปฏิเสธ มึงคิดว่ากูตายด้านรึไงฮะ! คิดว่ากูไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงเวลาที่มึงไล่มึงด่ากูน่ะ!” พี่มันร่ายออกมายาวเหยียดทั้งที่กดผมอยู่กับเตียงอย่างนั้น ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทั้งๆ ที่กำลังทะเลาะกันอยู่ ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเราอยู่ในท่าที่ล่อแหลมมากแค่ไหน 

แต่เพราะพี่มันกำลังสารภาพ... 

“กูจะทำทั้งหมดนี่ทำไม...ถ้าไม่ใช่เพราะกูรักมึง” 

....!!! 

คำพูดที่ได้ยินก้องสะท้อนอยู่ในหัวซ้ำๆ เป็นประโยคคำพูดที่แปลกประหลาด แม้จะเป็นภาษาไทยแต่ผมกลับต้องใช้เวลาสักพักเพื่อประมวลความหมายของมัน ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น คนกะล่อนที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวกำลังพูดความจริง...ใช่ไหม? 

“มึงรู้ตัวรึเปล่า ว่าพูดอะไรออกมา” บางทีมันอาจจะแค่โมโหจนหน้ามืด 

“รู้” น้ำเสียงหนักแน่นตอบกลับมาเพียงสั้นๆ แต่กลับทำใจผมสั่นไหว 

“แล้วถ้ากูบอกว่ากูไม่ได้รักมึงล่ะ” คนด้านบนชะงักนิ่งไปทันที คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันแน่น ประกายหวาดกลัวฉายชัดในแววตา แต่ก็เพียงแว๊บเดียวเท่านั้น ก่อนที่น้ำเสียงมั่นคงจะเอ่ยออกมา 

“มึงโกหก” 

“มึงจะรู้ใจกูดีไปกว่าตัวกูได้ยังไง” 

“งั้นมึงกล้าบอกทั้งที่มองตากูอยู่แบบนี้ไหม ว่ามึงไม่ได้รักกู” 

สายตาที่จ้องมานั้นทำเอาผมใจเต้นระรัว ร่างกายร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้น คำพูดอวดเก่งที่เตรียมไว้ทั้งหมดลอยหายไปในอากาศจนทำได้เพียงเบี่ยงสายตาหลบไปทางอื่นแทน เรียกเสียงหัวเราะทุ้มในลำคอพี่มันจนต้องเหวี่ยงสายตากลับมาอีกครั้ง 

“ขำเหี้ยอะไร เมื่อกี้ยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ” 

“ขำคนปากไม่ตรงกับใจ” 

ผมส่งเสียงจึ้กจั้กในลำคอ พลางหลบสายตารู้ทัน เกลียดหูตาแพรวพราวแบบนี้จริงๆ สุดท้ายก็แพ้พี่มันอยู่ดี แต่เมื่อประโยคเมื่อครู่วิ่งกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งก็ทำเอาใบหน้าร้อนผ่าวรามมายังใบหู ยิ่งรู้ว่าตัวเองนอนเกือบเปลือยอยู่บนเตียงจึงเริ่มดิ้นยุกยิกขึ้นมาอีก 

“ปล่อยกูได้รึยัง กูเจ็บ แขนช้ำหมดแล้วมั้ง” 

พี่มันยอมคลายแรงบีบแขนผมเป็นเพียงกุมไว้เบาๆ แต่กลับโน้นใบหน้าลงมาจนแทบแนบชิดติดกัน ริมฝีปากอุ่นทาบทับลงมาช้าๆ โดยที่ครั้งนี้ผมไม่ได้หันหนีแต่อย่างใด เรียวลิ้นร้อนไล้เลียไปตามขอบริมฝีปากอย่างเอาใจ หวังให้ผมอ้ารับความหวานที่พี่มันหวังป้อนปลอบประโลม เมื่อผมยอมเผยอปากลิ้นร้อนก็ฉกเข้าเกี่ยวพันลิ้นผมอย่างชำนาญ บทจูบครั้งนี้ทั้งอ่อนหวานและหนักหน่วงสลับกัน แต่ไร้ความบังคับขืนใจ ทำเอาผมยกแขนสองข้างขึ้นคล้องคอพี่มันโดยไม่รู้ตัว 

มือร้อนสะเปะสะปะไปตามร่างผม บีบเคล้นจนสั่นไปทั้งตัว ก่อนสะดุ้งเฮือกเมื่อนิ้วยาวสะกิดตุ่มไตยอดอกเป็นการหยอกเย้า 

“อื้ออออ อืมมมม” เสียงหวานครางเครือหลุดลอดออกมาจากลำคอด้วยความพอใจ ก่อนสติสัมปชัญญะที่หลุดหายจะถูกดึงกลับมาอีกครั้งเมื่อฝ่ามือร้อนกำลังปลดปราการจิ๋วด่านสุดท้ายออกจากกายผม 

หมับ! 

ผมรีบคว้าฝ่ามือหนานั่นไว้ทันที 

“ดะ...เดี๋ยวก่อน” พี่มันผละจูบออกไปเพื่อมองผม สายตาร้อนแรงเต็มไปด้วยความต้องการแผดเผาจนผมร้อนระอุ แต่นี่มัน... 

ผมยังไม่เคย และไม่เคยคิดมาก่อนเลยด้วยว่าต้องมาทำเรื่องแบบนี้กับผู้ชายด้วยกัน แถมตอนนี้ผมยังอยู่ด้านล่างอีก ไม่ต้องบอกเลยว่าอยู่ในสถานะไหน แม้จะพอรู้อยู่เลาๆ แล้วก็เถอะ อย่างไอ้พี่แทนคงไม่ยอมให้ผมกดแน่ๆ แต่มันก็คนละเรื่องกับที่ผมจะโดนกดซะเอง 

เขาว่ากันว่ามัน...เจ็บ 

แล้วผมก็ยังไม่พร้อม แม้จะรู้ใจกันแล้วก็เถอะ แต่เรายังทะเลาะกันไม่จบเลยนะ 

“เชื่อใจกู...” เสียงแหบพร่าบ่งบอกความต้องการอย่างชัดเจน รับรู้ได้เลยว่าตอนนี้มีอะไรบางอย่างกำลังดุนดันออกมาจากเป้ากางเกงพี่มัน ...อะไรๆ ที่เหมือนกันกับผม 

“แต่กูยังไม่พร้อม” 

“กูว่าพร้อมแล้วนะ...” เสียงกระซิบแนบข้างใบหู 

“อื้ออออ!” ผมที่กำลังอ้าปากเถียงกลับต้องบิดตัวเร่าเมื่อฝ่ามือร้อนกดเน้นย้ำกลางกายที่มันดันตื่นตัวขึ้นมาแล้วเช่นกัน เล่นปลุกเร้าขนาดนี้ พระอิฐพระปูนที่ไหนก็ทนไม่ไหวหรอก พี่มันหายใจฮืดฮาดไร้ปลายจมูกโด่งเข้ากับพวงแก้มจนขนลุกซู่ 

“อ๊ะ! ยะ...อย่า... ซี๊ดดด” ฝ่ามือร้อนรูดรั้งไปตามความยาวแก่นกายผม แม้มีชั้นในตัวจิ๋วขวางกั้นอยู่ แต่เนื้อผ้าบางเบาแค่นั้นจะกั้นอะไรได้ เพราะมันกำลังทำให้ผมใกล้คลั่งตายอยู่แล้ว ใช่ว่าไม่เคยทำเอง แต่ความรู้สึกมันต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อถูกคนอื่นสัมผัส ความร้อนทุกส่วนในร่างกายไปรวมกันอยู่ที่จุดจุดนั้น จนอึดอัดไปหมด 

“ถอดนะ...ให้กูช่วย” 

“อื้ออออ อืออออ” พี่มันถามทั้งที่มือยังทำหน้าที่ไม่บกพร่อง แล้วผมจะตอบมันได้ยังไง ทำได้เพียงกัดฟันกลั้นเสียงน่าอายเอาไว้เท่านั้นเอง คนอุกอาจไม่รอฟังคำตอบรูดกางเกงชั้นในผมออกในคราวเดียว ทำให้ผมรีบหุบขาเข้าหากันทันที แม้จะค้างคามากก็เถอะ 

ไอ้พี่แทนยันกายลุกขึ้นเพื่อถอดเสื้อยืดของมันออก โดยที่ผมไม่ทันสังเกตเลยว่ามันถอดเสื้อช็อปออกไปตอนไหน แผงอกและหน้าท้องเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้าม จนไม่อยากจินตนาการถึงส่วนที่อยู่ต่ำกว่านั้นเลย ผมที่มัวแต่มองรูปร่างของพี่มันผวาเฮือกเมื่อมือแกร่งจับเข่าทั้งสองข้างของผมแยกออกจากกัน แต่ผมขืนตัวไว้ 

“ไม่เอา” 

“กูรู้ว่ามึงอึดอัด กูจะช่วยมึงไงอชิ” แม่งบอกว่าจะช่วยด้วยหน้าหื่นแบบนั้นเนี่ยนะ 

“กูช่วยตัวเองได้!” พูดออกไปจบแล้วถึงได้รู้ว่าพูดเรื่องน่าอายอะไรออกไป โธ่เว้ยยยย ตัวกูจะระเบิดแล้วเนี่ยยย ไอ้พี่แทนยิ้มขำออกมาน้อยๆ อย่างชอบใจ 

“หึหึ ช่วยตัวเองเบื่อแล้ว ให้กูช่วยดีกว่า รับรองมึงไปได้ไกลว่าฝ่ามือน้อยๆ ของมึงเยอะ” พี่แม่งกวนตีนไม่ดูเวล่ำเวลาเลย 

พี่มันไม่ปล่อยให้ผมคิดอะไรได้นาน เพราะออกแรงเพียงแค่นิดหน่อยมันก็อ้าขาผมได้สำเร็จ ความโล่งโจ้งทำให้ใบหน้าร้อนวูบก่อนจะตะครุบมือปิดส่วนนั้นไว้ แต่ไอ้พี่แทนไวกว่าเพราะมันคว้ามือผมด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างกอบกุมกลางกายผมไว้เต็มกำมือ 

“เชี่ย... โอ๊ยยย ซี๊ดดดดด” นิ้วโป้งพี่มันขยี้ปลายยอดที่มีน้ำใสเอ่อล้นอยู่จนผมดิ้นเร่า ก่อนจะรูดรั้งเต็มความยาวอย่างเชื่องช้าทำเอาผมแทบคลั่ง 

“อืออออออออออ” แม้อยากเก็บกลั้นเสียงไว้แค่ไหนก็ทำไม่ได้แล้ว เมื่อพี่มันเริ่มเร่งมือเร็วขึ้นอีก 

“ร้องออกมาอชิ รู้สึกดีก็ร้องออกมา” พี่มันโน้มตัวลงมาหาในขณะที่ฝ่ามือรูดรั้งระรัว ปลายจมูกซุกไซร้ซอกคอขาว ขบเม้มสร้างรอยรักไว้จนทั่ว แต่ผมไม่มีเวลาสนใจ 

“อ๊ะ...อ๊ะ! อื้อออ อ่าาาาา” ความต้องการปลดปล่อยทำให้ลืมแล้วทั้งสิ้นทุกสิ่งอย่าง ปลายเท้าทั้งสองข้างจิกผ้าปูที่นอนจนยับยุ่ง ร่างกายแอ่นเร่าเข้าหามือพี่มันด้วยความลืมตัว มือที่ถูกปล่อยเป็นอิสระยกขึ้นขูดข่วนไปยังแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเพื่อระบาย 

“เร็ว...อีก... อื้อ! กู...จะไป...แล้ว อึ๊ก! อ๊าาาาาาา” เสียงเอ่ยสั่งกระท่อนกระแท่น เมื่อความอึดอัดและเสียวซ่านทั้งหมดทั้งมวลไปรวมกันอยู่ที่จุดเดียว ก่อนที่จะระเบิดออกมา ผมปลดปล่อยใส่มือไอ้พี่แทนด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระดอนออกมาด้านนอกเสียให้ได้ เรี่ยวแรงที่มีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงอชิตะที่นอนหมดแรงทั้งที่ไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำอะไรเลย 

ลมหายใจหอบหนักเริ่มเบาลง ในขณะที่ไอ้พี่แทนคว้ากระดาษทิชชูมาเช็ดทำความสะอาดให้อย่างรู้หน้าที่ เมื่อความต้องการถูกขจัดหายไป ความอายจึงเข้ามาแทน 

เหี้ยยยยยยยย นี่ผมเสร็จคามือพี่มัน!! แทบจะเอาหน้าแทรกลงไปกับเตียง ไอ้บ้าเอ๊ย! 

“มึงเสร็จแล้ว...งั้นตากูบ้างนะ” 

เวรแล้วไง! พี่มันเด้งตัวกลับขึ้นไปพร้อมถอดเข็มขัดและปลดตะขอกางเกงลง ส่วนแข็งขืนดุนดันเป้ากางเกงจนเห็นชัด ทำเอากลืนน้ำลายแทบไม่ลง ผมที่กำลังตกตะลึงไม่ทันได้ทัดทานอะไรเมื่อพี่มันโน้มใบหน้าลงมาใกล้อีกครั้งและจูบเน้นหนักมายังริมฝีปาก ไม่ได้รุกล้ำเข้ามาแต่อย่างใด มีเพียงเสียงแหบพร่าที่พาให้ร่างกายตื่นตัวขึ้นอีกครั้ง 

“...กูขอนะ” 

 

 

TBC 

....................................... 

ว๊ายยยย ตอนนี้เอาไปเท่านี้ก่อนนะคะ >,,< 

ไม่ว่ากันเนอะ แต่เค้ารักกันแล้วนะจ๊ะะ ต้องขอบคุณต้นคนจุดชนวน 555 ^^' 

ปล. อีพี่ก็ช่างกล้าขอ แล้วอีน้องจะว่ายังไง... XD 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว